LOGINเช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใส แต่ต่างกับหัวใจของฉันที่มันแสนจะหดเหี่ยวที่สุด ฉันลุกลงจากเตียงนอน รู้สึกหวิว ๆ ชอบกล ปกติจะมีเด็กบ้านั้นนอนอยู่ แต่วันนี้มันกลับว่างเปล่า ฉันพ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ ก่อนที่จะเดินเข้าห้องน้ำทำธุระส่วนตัว.
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วฉันก็เดินลงมาจากห้องเพื่อจะไปทำงาน ในใจก็แอบหวังว่าไคจะต้องมาที่บริษัท แต่อีกใจก็ไม่คิดว่าเขาจะมา เราถอนหมั้นกันแล้ว และที่สำคัญเขาปล่อยฉันออกจากการแก้แค้นแล้วด้วย มันคงไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมาแสดงทำดีกับฉันต่อหน้าใคร ๆ
"ยัยไอ.."เสียงเรียกของแม่ดังมาจากด้านหลังทำให้ฉันสะดุ้งโหย่งแล้วรีบหันหลังไปหาท่าน
"คะ ค่ะแม่"
"จะไปทำงานแล้วเหรอ"แม่อุ่นเดินเข้ามาลูบที่ไหล่ฉันเบา ๆ
"ค่ะ..แล้วแม่ล่ะคะ มีอาการแพ้ท้องบ้างหรือเปล่า"ฉันเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงแล้วหลุบตามองไปที่หน้าท้องแม่
"ไม่มีอาการเลย..แต่ลุงไทน์อยากให้แม่พักอยู่บ้านก่อน เพราะช่วงนี้แม่เวียนหัวบ่อย ๆ"
"งั้นแม่ก็พักเถอะค่ะ เรื่องบริษัทไม่ต้องเป็นห่วง"ฉันพูดแล้วคลี่ยิ้มหวานให้.
"แม่มีอะไรจะถามแกหน่อย"
"อะไรคะแม่"ฉันเลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย
"ที่ผ่านมาแกกับตาไครักกันจริง ๆ หรือเปล่า"คำถามแม่ทำให้ฉันรู้สึกสะอึกในใจ
"รักกันสิค่ะแม่"ฉันตอบกลับไปแต่ก้มหน้างุดลง
"จริง ๆ ที่แม่ไม่อยากจะเค้นถามอะไรจากแกก็เพราะว่าแกโตแล้ว..แม่เลยไม่อยากจะเซ้าซี้ จึงไม่อยากถามสาเหตุว่าทำไมต้องถอนหมั้น แต่แม่รู้ว่าแกยังรักตาไคอยู่ใช่ไหม"
"...."ฉันไม่ได้ตอบคำถามแม่ ได้แต่จ้องมองหน้าท่าน
"แม่ไม่อยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทะเลาะหรือไม่เข้าใจกันเรื่องอะไร ทำไมถึงต้องถอนหมั้นทั้ง ๆ ที่เพิ่งจะหมั้นกันไปไม่นาน..."
"แม่ ไอขอโทษที่ทำให้แม่ต้องอับอาย"ฉันพูดแทรกขึ้นแล้วยกมือไหว้ลงที่อกท่าน แม่อุ่นยกมือลูบหัวฉัน
"เรื่องชื่อเสียงหน้าตามันไม่สำคัญกับแม่เลย..สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสุขของลูกนะยัยไอ"
"ขอบคุณค่ะแม่..ไอรักแม่ที่สุด"พอสิ้นเสียงฉันก็เข้าสวมกอดแม่
"ก้าวไปข้างหน้า..ทิ้งมันไปซะอดีตที่ทำให้เจ็บปวด..แล้วสักวันความสุขจะเข้ามาหาเราเอง"
"ค่ะแม่"
ฉันลาแม่เพื่อจะเข้าไปที่บริษัท ระหว่างที่ฉันกำลังจะเดินออกมาที่นอกบ้าน
"ยัยไอ.."
"ค่ะแม่ มีอะไรหรือเปล่าคะ"แม่เดินเข้ามาที่ฉัน
"รถแกจอดอยู่ที่โรงรถแล้วนะ"ฉันมองไปที่โรงรถกับแม่สลับกันด้วยความสงสัย รถมาอยู่ที่นี้ได้อย่างไรกัน
"เมื่อวานตาไคโทรมาขอกุญแจสำรองรถแกจากแม่ บอกว่าจะเอารถมาให้แก แม่ก็เลยให้ไป"
"เขาย้อนกลับมาอีกเหรอคะ"แม่พยักหน้า ฉันขมวดคิ้วด้วยความมึนงงก็ที่จะกล่าวขอบคุณแม่ แล้วเดินมาที่โรงรถ แล้วก็ขับรถออกมา
ในหัวก็นึกถึงไค ทำไมเขาถึงต้องเอารถมาให้ฉันเอง ทั้ง ๆ ที่ฉันไปเอาเองก็ได้ หรือไม่อยากให้ฉันไปเหยียบที่ผับเขาอีก เกลียดกัน ไม่อยากเห็นฉันขนาดนั้นเลยเหรอ
พอมาถึงบริษัทฉันก็รีบไปที่ห้องทำงาน เพราะฉันเห็นรถของไคจอดอยู่ แต่พอเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นว่าเขากำลังเก็บของอยู่ และที่โซฟาก็มีหญิงสาวนั่งไขว้ห้างอยู่ เธอหันมามองฉันด้วยหางตาแล้วก็หันกลับไปมองไคที่กำลังก้มหน้าเก็บของอยู่
"นะ นายจะไปไหน นายจะไม่มาทำงาน.."
"อีกสองวันมหาลัยก็จะเปิด ฉันคงไม่มีเวลามาช่วยงานเธอได้อีก และที่สำคัญเราก็ถอนหมั้นกันแล้ว มันคงจะดูไม่ดีถ้าฉันยังจะมาที่นี้"ไคพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา ฉันก้มหน้าลงแล้วเม้มปากเข้าหากันแน่น ใจมันสั่นไหวไปหมด รู้สึกว่าดวงตาเริ่มจะร้อนผ่าว ราวกับว่ามันกำลังจะหลั่งน้ำตาออกมา
"พี่ไค เก็บเสร็จหรือยังคะ"หญิงสาววัยรุ่นเดินเข้ามาคล้องแขนไคแล้วใช้หน้าอกถูไถที่แขนแกร่งของเขา ฉันเห็นแล้วก็รีบเบือนหน้าหนี ก่อนที่จะเดินไปนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง
"งั้นก็เก็บตามสบาย"ฉันนั่งลงแล้วผายมือให้ ไคหันมาแล้วถือกระเป๋าตัวเองยกขึ้น
"ฉันเก็บเสร็จแล้ว ไปก่อนนะ"ว่าจบ เขาก็เดินเตียงคู่กับหญิงสาวออกไป ฉันนั่งมองแผ่นหลังทั้งสองจนประตูปิดลง หยดน้ำตาก็ไหลออกมาทันที ฉันยกแขนท้าวที่โต๊ะแล้วเอาหน้าซุกมือทั้งสองร้องไห้ออกมา
"ฮึก..ฮือ..ฮึก"เจ็บ มันเจ็บมาก ๆ เจ็บจนใจแทบจะขาด ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะต้องรู้สึกอะไรแบบนี้ ฉันร้องไห้สักพักแล้วนึกถึงคำพูดของแม่..'ก้าวไปข้างหน้า..ทิ้งมันไปซะอดีตที่ทำให้เจ็บปวด..แล้วสักวันความสุขจะเข้ามาหาเราเอง'
ฉันจึงหยัดกายลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา กลับมานั่งที่เดิม แล้วก้มหน้าก้มตาทำงาน ทำตัวให้ยุ่ง ๆ จะได้ลืม แต่ทว่าสายตามักจะมองไปที่โต๊ะทำงานไคทีไร ใจก็สั่นทุกที จึงโทรไปที่พี่ดวงผู้ช่วยของฉัน เพื่อขอพนักงานผู้ชายช่วยยกโต๊ะนี้ออกไป..
ระหว่างที่พนักงานกำลังขนย้ายโต๊ะ ซึ่งฉันยืนกอดอกมองพวกเขาอยู่นั้น พี่ดวงก็เดินเข้ามาหาฉัน
"คุณไอคะ..คุณอานัสมาขอพบค่ะ"
"คุณอานัส?"ฉันพึมพำออกมาเบา ๆ แล้วพอนึกขึ้นได้ก็ยิ้มให้กับพี่ดวง
"ให้เขาเข้ามาเลยค่ะ"ฉันพูดจบก็เดินไปที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง ไม่นานคุณอานัสก็เดินเข้ามา ฉันลุกขึ้นยืนแล้วกล่าวทักทาย
"สวัสดีค่ะ"
"สวัสดีครับ ผมมารบกวนคุณหรือเปล่าครับ ทั้งที่วันนี้ไม่ใช่วันที่เรานัดคุยแผนงานกัน"
"ไม่ได้รบกวนอะไรเลยค่ะ คุณอานัสเชิญนั่งก่อนค่ะ"ฉันพูดขึ้นพร้อมกับเชิญให้เขานั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามกับฉัน
"คุณอานัสมีธุระอะไรกับไอเหรอคะ"
"ทำไมรู้สึกเกร็งจัง ทำตัวตายสบายได้เลยครับ เออแล้วอีกอย่างไม่ต้องเรียกผมว่าคุณก็ได้ มันดูแปลก ๆ สำหรับผม"
"แล้วจะให้เรียกว่าอย่างไรคะ"
"พี่นัสก็ได้ครับ..ผมอายุมากกว่าคุณหนิ"
"ได้ค่ะ..ค่อยผ่อนคลายขึ้นมาหน่อย"พูดจบฉันก็ฉีกยิ้มให้พี่นัส
"พอดีผมขับรถผ่านมา เลยแวะเข้ามาจะชวนคุณไปทานข้าวกลางวันน่ะ"พี่นัสพูดจบเขาก็จ้องมองไปที่นาฬิกาข้อมือตัวเอง บ่งบอกให้รู้ว่าตอนนี้กำลังจะเที่ยงแล้ว ฉันฉีกยิ้มให้เชาที่เงยหน้าขึ้นมองฉันเช่นกัน
"ตกลงค่ะ"
"งั้นเราไปกันเลยไหม"
"ค่ะ"ฉันตอบกลับแล้วลุกขึ้น หยิบกระเป๋าตัวเองขึ้นมาสะพาย ในขณะที่พี่นัสเดินไปรอฉันอยู่ที่หน้าประตู เราสองคนเดินลงมาพร้อมกับ แล้วไปที่จอดรถ
"นั่งรถผมไป..เดี๋ยวผมมาส่ง"
"แต่ว่า.."ฉันรู้สึกเกรงใจเขาจัง แต่เขาก็พูดแทรกขึ้น
"ไม่ต้องเกรงใจ..ยังไงผมต้องขอให้คุณช่วยดูแลบริษัทผมอยู่แล้วหนิ เป็นกันเองดีกว่าครับ"
"ขอบคุณที่วางใจบริษัทเราค่ะ"ว่าจบฉันก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่งทันที โดยที่พี่นัสก็เข้ามานั่งในฝั่งของคนขับ เราหันมายิ้มให้ฉันก่อนที่จะสตาร์ทรถออกไป..
🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥
งานแต่งของฉันมันค่อนข้างหรูหรามาก คือคุณนายแม่ไคทุ่มทุนสร้างมากค่ะ คงอยากได้ฉันเป็นสะใภ้มาก ใช่สิ ฉันทั้งสวย รวย เก่งและฉลาด เอ่อ..ฉลาดมั้ง ฉลาดแหละฉันมือไม้เย็นไปหมดในขณะที่แม่อุ่นพาฉันลงไปหาว่าที่สามีเด็กของฉัน พอถึงบันไดขั้นสุดท้าย ฉันก็ได้เห็นเจ้าบ่าวสุดหล่อของฉันยืนรออยู่ หัวใจฉันแทบจะละลาย เด็กน้อยฉันที่ไอ้นั้นไม่น้อย คือเขามันบอกว่าของเขาไม่น้อย เขาหล่อมากค่ะ แล้วเมื่อเขายิ้มโชว์ลักยิ้มเจ้าเสน่ห์ให้ฉันนะ ฉันจะวูบ มันน่ารักมากแม่อุ่นส่งมือฉันให้กับไค"ฝากดูแลลูกสาวน้าด้วยนะตาไค ไม่ใช่สิ ลูกสาวแม่สินะ"แม่พูดจบแล้วหันมายิ้มให้ฉัน"ครับแม่"ไคตอบกลับแล้วจับมือฉันไปคล้องแขนแกร่งเขาก่อนที่จะพาฉันขึ้นไปบนเวทีตอนนี้เป็นพิธีฉลอง ซึ่งเรามีพิธีในช่วงเช้าไปแล้วแหละ พอไคพาฉันขึ้นมาที่บนเวที หัวใจฉันก็เต้นแรงแทบจะหลุดออกมาจากอก ตื่นเต้นมาก ๆ แขกผู้มีเกียรติก็มากมายซะเหลือเกิน"ช่วยปรบมือให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวด้วยค่ะ"พิธีกรสาวเอ่ยขึ้น ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน นั้นก็คือเพื่อนของฉันเอง ฉันขอให้เธอมาเป็นพิธีกรเฉพาะกิจให้ หลังจากที่ทำหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าสาวแล้ว จริง ๆ แล้วฉันก็เกรงใจเพื่อนนะ เพราะเพื่อ
ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในรถของไค ซึ่งแน่นอนว่าเขากำลังขับพาฉันไปที่คอนโด ระหว่างนี้เขาจับมือฉันไปหอมราวกับคนโรคจิต"จะหอมอะไรนักหนาเนี่ย"ฉันทักท้วงเพราะรู้สึกว่ามือฉันจะติดจมูกเขาไปแล้ว"ก็ผมรักพี่อ่ะ"เดี๋ยวนี้ฉันได้ยินคำว่ารักจากเขาบ่อยมาก มันชื่นชุ่มหัวใจดีจัง"แล้วทำไมไม่รักตั้งแต่ตอนแรก"ฉันแสร้งถาม"นั้นสินะ...ป่านนี้เราคงมีความสุขกันไปตั้งนานแล้ว"ไคพูดพลางยกมือลูบครางตัวเองสีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง"...."ฉันรู้ว่าเพราะอะไร"ความแค้น!"สุดท้ายแล้วไคก็พูดขึ้นมาเอง"...."ฉันจึงได้หันขวับไปที่เขา"พี่รู้ไหมทำไมผมถึงแค้นพี่มาก..ที่ทำให้ไอ้ไฟฟ์ต้องฆ่าตัวตาย""....""ไอ้ไฟฟ์มันไม่ใช่แค่เพื่อน..มันเป็นเหมือนพี่ เหมือนน้องของผม ผมกับมันสนิทกันตั้งแต่เด็ก ๆ ผมมีพี่คีย์เป็นพี่ชาย และมีมันนี้แหละที่ผมนับว่ามันเป็นน้องชายผมอีกคน..เพราะแบบนี้ผมถึงได้แค้นพี่ไงที่ทำให้มันต้องคิดสั้น"ไคพูดจบแล้วหันหน้ามาที่ฉันเขาคลี่ยิ้มออกมา แล้วจับมือฉันกุมไว้"จะโทษพี่ฝ่ายเดียวก็ไม่ได้..มันเองก็อ่อนแอเกินไป..อีกอย่างมันควรจะนึกถึงคนที่รักมันบ้าง..ไม่ควรที่จะนึกถึงแต่ตัวเองตัดช่องน้อยแต่พอตัว...ทำให้คนที่ยังอยู่ต้อง.
ทุกคนตามแม่ไปที่ห้องพักฟื้น..แต่น้องยังไม่ออกมาจากห้องเด็กแรกเกิดเพราะคุณหมอต้องตรวจเช็คร่างกายอีกหลายอย่าง ลุงไทน์ขอบอกขอบใจไคยกใหญ่ ที่ช่วยให้ลูกของเขาปลอดภัย รวมถึงแม่ของฉันด้วยที่ไม่ลืมขอบใจไค ท่านพูดกับไคดีกว่าเดิม ดูเป็นมิตรมากขึ้น เพราะก่อนหน้านี้แม่จะคอยไล่เขาและพูดจาเสียงแข็ง. ฉันคิดว่าแม่คงจะเริ่มใจอ่อนแล้วล่ะสักพักใหญ่คุณพยาบาลก็พาน้องชายฉันเข้ามาพอได้เห็น 'ออสติน'ฉันตื่นเต้นมาก ใช่แล้วน้องชายฉันชื่อ ออสติน ไคจ้องมองน้องชายด้วยแววตาที่ดูปลื้มปริม และเอ็นดู เขาดูอบอุ่นมาก เมื่อแม่ให้เขาอุ้มน้อง อาจจะดูเก้ ๆ กัง ๆ อยู่บ้าง เขาหอมน้องชายด้วยความรักใคร่ แล้วยิ้มไม่หุบเลย ฉันกับแม่หันมายิ้มให้กันเมื่อเห็นท่าทางไคที่ดูรักเด็กมากถ้าลูกฉันยังอยู่ก็คง...เฮ้อจะว่าไปฉันเองก็ไม่ได้อยากจะมีลูกหรอก พอมารู้อีกทีว่าตัวเองกำลังตั้งครรภ์แต่ลูกก็ไม่อยู่แล้ว มันน่าเศร้าที่สุด"แล้ววันนี้ไม่ไปเรียนเหรอไค"ลุงไทน์เอ่ยถามไค"เอ่อ...""จริง ๆ แล้ว ไคต้องไปสอบแต่.."ฉันยังพูดไม่จบไคก็เข้าสะกิดฉัน"ตายจริง..ยังงี้ก็ไปสอบไม่ทันแล้วนะสิ""ครับ..แต่ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวค่อยไปสอบใหม่ได้"แม่ผงกหัวรับแล้
ไคจับมือฉันเดินออกมาจากห้อง ก็เห็นหวานที่ยืนโวยวายอยู่ที่หน้าห้อง พอเธอเห็นไคก็รีบปรี่เข้ามา"มาทำไม.."ไคเอ่ยน้ำเสียงแข็ง มือหนาของเขายังจับมือฉันแน่น"หวานมาหาไค"เธอพูดเสียงอ่อย ๆ ทำน่าสงสาร"ที่พูดไปวันนั้นยังไม่เข้าใจ?"ไคพูดพร้อมกับขบกรามแน่น"หวาน..""กลับไปซะ!"หวานยังพูดไม่จบประโยคไคก็ตวาดไส่เธอซะก่อน"ไค..ทำไมทำกับหวานแบบนี้..หวานรักไคนะ""แต่ฉันไม่ได้รักเธอ..เลิกยุ่งกับฉันสักที"ไคกดน้ำเสียงทุ้มต่ำ ท่าทางเขาดูรำคาญผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่น้อย"ไค.."เธอเอ่ยน้ำเสียงสั่นเทา"กลับไป...อย่าให้ฉันต้องหมดความอดทน"น้ำเสียงของไคที่พูดกับหญิงสาวช่างดูดุดันและจริงจังมาก ฉันเห็นสีหน้าหวานรู้สึกกลัวไคมาก"หวาน..กลับก็ได้"สุดท้ายเธอก็ต้องยอมแพ้ไปเมื่อเห็นสีหน้าแววตาไคที่ดูน่ากลัว ว่าจบหวานก็เดินออกไปโดยง่ายดาย เวลาไคมันดุ มันก็น่ากลัวเหมือนกันนะ ฉันเจอมาแล้วหลังจากหวานกลับไป และคิดว่าคงไม่มีใครมาวุ่นวาย และทำให้รำคาญใจ ไคพาฉันกลับเข้ามาในห้อง ที่พี่นัสนั่งอยู่"เรียบร้อยแล้วใช่ไหม"พี่นัสเอ่ยถามแล้วยกแก้วไวน์กระดกลงคอ"ครับ"ไคตอบกลับแล้วจับฉันนั่งลงข้าง ๆ เขา"แล้วเรื่องน้าอุ่น ..แม่ไอนายจะทำยังไ
ฉันขึ้นมาบนห้อง นั่งรอแม่ด้วยจิตใจที่กระวนกระวายไปหมด สงสารไคจัง ท่าทางเขาดูเสียใจมาก รู้งี้ห้ามไม่ให้เขาบอกแม่ซะก็ดี ยอมรับนะว่าฉันตกหลุมรักเขาอีกครั้งเข้าแล้ว ใจง่ายเสียจริงฉัน ก็ไคน่ารักอ่ะ ยิ่งตอนนี้เขาคำพูดคำจา ท่าทางดูน่ารักน่าเอ็นดูไปหมด ฉันนั่งนึกไปก็อมยิ้มอยู่คนเดียว จนแม่เปิดประตูเข้ามา ฉันจึงรีบลุกขึ้นไปประคองแม่ เพราะลุงไทน์ไม่ได้เข้ามาด้วยฉันพาแม่ไปนั่งที่โซฟา แล้วพาตัวเองไปนั่งฝั่งตรงกันข้าม."แม่ เรื่องไอกับไค.."ฉันเริ่มเปิดประเด็นก่อนทันที แต่ยังไม่ได้จะพูดอะไรแม่ก็เบรคฉันแทบหัวทิ่ม"ไม่ต้องมาพูดเลย..เกิดเรื่องขนาดนี้แกไม่คิดจะบอกแม่เลยเหรอ ยอมให้เขาทำร้ายอยู่ได้ แกโง่เกินไปไหมยัยไอ""แม่..""ยังไงฉันก็ไม่ให้แกคบกับตาไคเด็ดขาด"แม่พูดพร้อมกับทำสีหน้าจริงจังเอามาก ๆ ไม่เคยเห็นแม่จริงจังอะไรเบอร์นี้เลย"แต่ไอรักไคนะคะแม่..""รักได้ก็ต้องเลิกรักได้ ..ลืมไปแล้วหรือไงว่าเขาทำอะไรกับแกบ้าง แม่นั่งฟังไปกัดฟันไป ไม่คิดว่าตาไคจะทำร้ายลูกฉันขนาดนี้""เรื่องที่เกิดขึ้นไอก็มีส่วนผิดเหมือนกันนะแม่ ..""เฮ้อ..."แม่พ่นลมหายใจออกมาหนัก ๆ แล้วส่ายหน้า"เรื่องทุกอย่างมันจบแล้ว..เราสองคน
ไคขับรถพาฉันมาถึงที่คอนโดของเขา พอฉันก้าวขาเข้าไปด้านใน ไคก็ดึงมือฉันเข้าไปในห้องนอนของเขาทันที และเป็นอย่างที่เขาพูด บราเซียร์ของฉันได้ถูกวางไว้อยู่บนเตียงใกล้ ๆ กับหมอน ไคนั่งลงที่บนปลายเตียงแล้วดึงฉันไปตักแกร่งของเขาฉันก็หลวมตัวมากับเขาเฉย ฉันแพ้เด็กบ้านี้อีกแล้ว ไคกอดรัดฉันแล้วเอียงคอมาหอมที่แก้มฉันทั้งซ้ายและขวา"พอแล้ว.."ฉันพูดปรามเมื่อเขายังหอมฉันไม่หยุด"จะพอได้ไง..ก็ผมคิดถึงพี่นี้ครับ"เวลาไคพูดจาสุภาพแบบนี้ มันทำให้มีผลต่อหัวใจของฉันมาก เพราะมันสั่นระริก ๆ อยู่ตลอดไม่แค่หอม ไคล้วงมือเข้าไปในสาปเสื้อแล้วบีบเค้นหน้าอกฉันด้วย ทำให้ขนฉันลุกไปทั้งตัว"ไค..อย่า"ฉันพยายามดึงมือเขาออกมา แต่ก็ไม่เป็นผล มากกว่านั้นเขาได้ปลดตะขอบราเซียร์ฉันออกไปแล้ว"ผมอยากทำกับพี่ให้ผมทำนะ"ไคพูดด้วยน้ำเสียงแหบเพร่าก็ที่จะยกตัวฉันลงจากตักเขาแล้วผลักฉันนอนราบลง เขายกขามาคร่อมร่างฉัน ก่อนที่จะเอามือเขามาประสานกับมือฉันทั้งสองข้าง"ผมสัญญาว่าผมจะเป็นสามี และพ่อของลูกพี่ที่ดี""ดะ เดี๋ยวนะ...ฉันยังไม่บอกเลยว่าฉันจะแต่งงานกับนาย.."ฉันพูดแย้งขึ้นทันที ในขณะที่ไคคร่อมร่างฉันอยู่"ผมว่ายังไงพี่ก็ต้องแต่งงาน..







