แชร์

1. บัว บุษยา 

ผู้เขียน: Dopamine Mean
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-26 21:41:38

บรรยากาศในช่วงเช้าๆ ยังไม่สายมากนักลมพัดผ่านมาเย็น ๆ ในศาลาริมน้ำที่มีสระบัวเล็ก ๆ ภายในบ้านสวน แถวชานเมืองที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก บุษยานั่งคิดถึงชีวิตที่ผ่านมาในมือเธอถือกรอบรูปครอบครัวที่ภาพพ่อแม่และเธอนั่งอยู่ตรงกลางทั้ง3คนกอดกัน ซึ่งเป็นภาพสุดท้ายที่ทั้งสามคนได้อยู่ด้วยกันในงานครบรอบวันเกิดเมื่อ 5 ปีที่แล้วของเธอเอง 

บุษยายิ้มบาง ๆ พร้อมกับถอนหายใจ หยิบชุดครุยที่เช่ามาเพื่อรับปริญญาในอีกไม่กี่วันข้างหน้ามือก็ลูบชุดครุยเบา ๆในใจก็คิดคงจะดีถ้าพ่อยังอยู่ในวันที่สำเร็จการศึกษา และคงจะดีถ้าแม่ของเธอแข็งแร็งพอที่จะไปงานรับปริญญาของเธอได้ ความรู้สึกมากมากมายทำให้น้ำตาไหลออกจากตาทั้งสองข้าง 

ลมเย็นๆเสียงนกร้องจิ๊บๆรอบๆตัว เหมือนเป็นการปลอบประโลมหัวใจดวงน้อยของบุษยาให้ดีขึ้นมาบ้าง บุษยายกมือขึ้นมาป้ายน้ำตา หน้าสวยจิ้มลิ้มมีรอยยิ้มขึ้นเมื่อรู้สึกภูมิใจในตัวเองที่สู้ชีวิตมาถึงวันนี้ได้ ทันใดนั้นบุษจาต้องหยุดคิดทุกสิ่งเมื่อมีเสียงดังใกล้ๆ ตุบ!!

“ โอ๊ยยยย ฮือ หกหมดเลย”  บุษยารีบหันไปดูตามเสียงพลันรีบลุกขึ้นไปดูเสียงหวานเอ่ยถาม 

 "เตยหอม เป็นอะไรหรือเปล่าเจ็บไหมจ๊ะ" 

 "พี่บัว เตยสะดุดรากมะม่วงค่ะ ชาเย็นเตยเอามาให้พี่บัวหกหมดเลยค่ะ"

"เราเนี่ยนะ จะวิ่งทำไม ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วชาเย็นช่างมันเถอะ มาขึ้นไปบนศาลาให้พี่ดูซิมีแผลตรงไหนไหม"

 บุษยาพยุงเตยหอมซึ่งเป็นหลานสาวของแม่นมที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก ๆ     บุษยารักเหมือนน้องสาวและเปรียบเสมือนครอบครัว ซึ่งเธอก็ไม่มีใครเหลือนอกจากแม่ที่นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล แม่นมพุดตาล และลุงสนที่เป็นคนขับรถเก่าแก่ เป็นสามีของแม่นมพุดตาล 

นับจากพ่อของเธอได้ตายจากไปเมื่อ 3ปีก่อน ทำให้ครอบครัวจากที่เคยร่ำรวยพลิกผันไป แม้แต่บุษยาที่เรียนจบมาได้ก็เพราะเธอได้รับทุนการศึกษาเรียนดีจากบริษัทที่ทำ MOU กับมหาวิทยาลัย ซึ่งเธอจบแล้วก็ต้องไปใช้ทุนเป็นเวลา 2 ปีเป็นอย่างน้อย

หลังจากทั้งสองสาวพยุงกันมาศาลาริมน้ำเพื่อตรวจสอบแผลจากการหกล้มว่าไม่เป็นอะไรมากไหม

เตยหอม "เห็นไมพี่บัวเตยบอกว่าไม่เป็นอะไรเลยแค่นี้เองเดี๋ยวเตยไปชงชาเย็นมาให้พี่บัวใหม่นะจ๊ะ" 

บุษยา "ไม่เป็นไรจ๊ะ พี่ยังไม่อยากดื่มตอนนี้หรอก แล้วนี่ถืออะไรมาเยอะแยะ" 

เตยหอม "เตยจะมาขอคำแนะนำพี่บัวเรื่องเรียนต่อด้วยค่ะ ว่าเลือกเรียนคณะอะไรดี แล้วเอาที่มหาลัยค่าเทอมไม่แพงด้วย" เตยหอมสงสารตา กับยาย และก็เกรงพี่บัวด้วยค่ะ 

บุษยาคุณหนูของบ้านที่ตอนนี้เปรียบเสมือนผู้นำของทั้งบ้าน ทั้งนมพุดตาลที่เป็นพี่เลี้ยงของบุษยาตั้งแต่เด็ก และลุงสนคนขับรถผู้เป็นสามีพุดตาล ที่เป็นคนเก่าคนแก่แม้ครอบครัวจะประสบปัญหาการเงิน ก็ไม่คิดหนีไปไหน ยังคงอยู่รับใช้เปรียบเสมือนคนในครอบครัวแม้ว่าจะไม่ต้องจ่ายเงินเดือน

แต่คุณปทุมวดี ก้องเกียรติพาณิชย์ (คุณวดี) และบุษยาก็ดูแลที่อยู่ ค่ากิน และค่าเทอมของเตยหอม ที่เป็นหลานสาวที่ลูกสาวนำมาทิ้งไว้กับผู้เป็นตายาย นับจากวันที่บิดาของบุษยาได้ตายจากไป คุณวดีก็ป่วยเข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น บุษยาจึงไม่ต่างอะไรกับหัวหน้าครอบครัว แม้จะมีอายุเพียง 21 ปี เท่านั้น 

"แล้วเตยอยากเรียนสาขาอะไรล่ะ ฝันอยากเป็นอะไร พี่จะได้แนะนำถูก ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าเทอมหรอก ยังไงพี่ก็จะส่งเตยหอมของพี่เรียนได้ ลืมไปแล้วเหรอ พี่เรียนจบแล้วนะ แล้วรับปริญญาแล้วก็จะไปทำงานใช้ทุน ได้เงินเดือนสูงกว่าบริษัทอื่นด้วยนะ พี่มีเงินส่งเราอยู่แล้วไม่ต้องคิดมากนะ" สิ้นเสียงหวานเตยหอมก็โพเข้ากอดบุษยา

“พี่บัว เตยรักที่บัวนะคะ รักเหมือนพี่บัวเป็นพี่สาวแท้ๆ เป็นแม่ เป็นญาติ เป็นทุกอย่างเลยค่ะ ฮือออ" 

"ให้พี่บัวเป็นเยอะจังเหนื่อยแย่เลยสิแบบนี้ ขี้แยจริงๆ" บุษยาพูดจบ แขนที่โอบกอดไว้มือน้อย ๆ ก็พลันยกขึ้นขยี้ผมนุ่มสลวยของเตยหอม

“เตยสัญญาว่าจะตั้งใจเรียนนะคะ เตยอยากเรียนบัญชีเพราะว่ามันเป็นวิชาชีพ และหางานง่ายด้วย อีกอย่างเตยตั้งใจจะไม่เข้ามหาลัยที่แพง ๆ เกรงใจพี่บัวค่ะ ไหนจะค่ารักษาคุณผู้หญิงอีก เตยจะไปสมัครทำงานพิเศษวันไหนที่ไม่มีเรียนค่ะ “ 

“ เตยไม่อยากเป็นภาระให้พี่บัวกับคุณผู้หญิงมากไปกว่านี้แล้วค่ะ”

ทั้งสองสาวกอดกันและให้กำลังใจกัน ในยามทุกข์และยามสุขก็ผ่านมาด้วยกัน บุษยาตั้งใจว่าจะดูแลทุกคนสุดความสามารถที่จะทำได้ เพราะทุกคนก็ช่วยเหลือเธอกับแม่ไม่ทิ้งไปไหน ไม่เหมือนกับญาติพี่น้องของแม่ที่พอครอบครัวล้มละลายทุกคนก็ไม่อยากคบค้าสมาคมด้วย ส่วนญาติฝั่งบิดานั้นไม่มี เพราะพ่อของบุษยาเป็นคนไทย เชื้อสายจีนที่ดิ้นรน ร่ำรวยมาด้วยตัวเอง ปู่ ย่าก็เสียไปตั้งแต่บุษยายังไม่เกิด

“ไม่ต้องเกรงใจพี่หรอก พี่สัญญาจะทำทุกอย่างให้พวกเรา ผ่านไปได้เหมือนทุกครั้งที่เราผ่านมาด้วยกัน เตยเป็นน้องสาวของพี่นะ ไม่ใช่ภาระของใครจำได้นะจ๊ะอย่าพูดแบบนี้อีก”

“ถ้าอยากไปทำงานพิเศษพี่ก็ไม่ว่าหรอก แต่อย่าให้การเรียนเสีย และอย่ามากจนไปเกินไปทำเผื่ออยากได้อะไรพิเศษ ส่วนเรื่องเรียนพี่ส่งบัวให้เรียนจบได้จริงๆไม่ต้องห่วงเลย” 

เตยหอม “ขอบคุณนะคะพี่บัว พรุ่งนี้พี่บัวไปเยี่ยมคุณผู้หญิงที่โรงพยาบาลใช่ไหมจ๊ะ เตยจะไปเปลี่ยนให้ยายออกมาพักที่บ้าน”

บุษยา “ พรุ่งนี้พี่จะนอนเฝ้าแม่เอง เดี่ยวก็ต้องไปทำงานแล้ว จะว่างก็หลังเลิกงาน กับเสาร์ อาทิตย์ เตยอ่านหนังสือเตรียมตัวสอบเถอะจ๊ะ”

เตยหอม “เอางั้นก็ได้ค่ะ แต่ว่าพรุ่งนี้ยังไงเตยขอไปเยี่ยมคุณผู้หญิงด้วยนะพี่บัว ขากลับจะได้พายายกลับด้วย”บุษยา "โอเคจ๊ะ ชักจะอยากกินชาเย็นแล้วสิ" พร้อมกับส่งยิ้มหวาน เชิงขอให้น้องสาวไปชงให้ ซึ่งเจ้าตัวก็พยักหน้าวิ่งไปอย่างไว บุษยาได้แต่ยิ้มส่ายหน้ากับความน่าเอ็นดู

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • (First love) กลลวง ทวงรัก   15. หน้าที่เมีย “ชั่วคราว” (18+)

    บุษยาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าถูกถอดชุดนอนออกตอนไหน รู้ตัวอึกทีก็เหลือเพียงชุดชั้นในสีขาว รูปร่างและสัดส่วนของบุษยาทำให้คนตัวสูงยกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจชายหนุ่มสอดมือเข้าไปปลดตะขอเสื้อชั้นในออกแล้วเหวี่ยงลงข้างเตียงโดยที่ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าจะตกไปทิศทางไหน คนตัวโตใช้มือหนุ่มของเขาบีบคลึงหน้าอกขาวอวบเต่งตึงไร้ผ้าปกปิด อกอวบตรงหน้าที่ขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ คนตัวเล็กหลับตารับจูบและสัมผัสอันเร่าร้อนสลับอ่อนโยน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน คนตัวเล็กไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนเพราะมัวเมาหัวหมุนที่โดนคนตัวโตพรมจูบ มืออีกข้างขงเขาเคล้นคลึงอกอวบอย่างเอาแต่ใจคนตัวโตได้โอกาสรีบถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างผู้มีประสบการณ์ เรื่องอย่างว่า เขาก็อายุอานาม 28ปีแล้ว ประสบการณ์เรื่องแบบนี้ไม่ต้องมีมากมายผู้ชายก็รู้วิธีปลดปล่อยได้อย่างช่ำชองถึงกันต์พิมุกต์จะไม่ใช่คนเจ้าชู้ สมัยเรียนเมืองนอกเรื่องอย่างว่าเขาก็ไม่ใช่ไม่เคย เพียงแต่หลังจากที่เลิกกับบุษยาไปแล้วเท่านั้นที่พยายามลืมลองคบลองคุยแต่ก็ไม่มีใครที่ทำให้ชายหนุ่มลืมคนที่เขาเคยบอกรักเป็นคนแรก นั่นคือคนตัวเล็กที่อยู่ใต้ร่างคนนี้ได้สักครั้งเดียว ค

  • (First love) กลลวง ทวงรัก   14. ถือว่าตกลง (18+)

    บุษยากำมือแน่นจนเจ็บไปหมด ทั้งโกรธ ทั้งเกลียดคำดูถูกของกันต์พิมุกต์ที่เสนอให้เธอเป็นนางบำเรอแม้เขาจะเรียกสวยหรูว่าภรรยาชั่วคราวก็ตาม บุษยาหันหลังเพื่อเช็ดน้ำตาออกลวกๆ จังหวะนั้นคนตัวสูงรีบเดินไปปิดประตูหน้าห้องและล็อคอย่างรวดเร็ว บุษยาหันมาเห็นว่าประตูปิดแล้วเธอจึงเดินไปเพื่อที่จะดันตัวคนตัวสูงออกไปจากห้องไป ชายหนุ่มมายื่นอยู่ตรงข้ามกับบุษยาที่มีเพียงโต๊ะที่วางแก้วน้ำกั้นอยู่ กันต์พิมุกต์ทำท่าจะนั่งลงเพื่อยั่วยุคนตัวเล็กที่กำลังโมโหเลือดขึ้นหน้า “ออกไปจากห้องบัวเดี๋ยวนี้นะคุณกันต์ห้ามนั่งออกไป! ออกไป!” บุษยาดึงกระชากแขนคนตัวสูงให้ลุกขึ้นเพื่อที่จะดันตัวเค้าไล่ออกไปจากห้องให้เร็วที่สุด แต่ด้วยที่กันต์พิมุกต์ตัวโตและสูงกว่าชายหนุ่มสูงถึง 182 ซม. แต่บุษยาสูง 165 รูปร่างบอกบางแต่หน้าอกหน้าใจไม่ได้เล็กตามขนาดแขน ขาที่เรียวยาว เรียกได้ว่าหุ่นฟ้าประธานสำหรับสาวๆเลยทีเดียว ด้วยแรงที่น้อยกว่าบวกกับที่คนตัวสูงรั้งตัวไม่ลุกขึ้นตามแรง กระชากทำให้ชายหนุ่มล้มนอนราบไปกับโซฟาร์ แขนแกร่งดึงรั้งเอาแขนของบุษยาให้ล้มตัวทับตามไปด้วย “หึหึ นี่เธอโกรธหรอ เธอรู้ไหมว่ามีผู้หญิงตั้งหลายคนนะที่อยากรับตำแหน่ง

  • (First love) กลลวง ทวงรัก   13. สัญญาแนบท้ายพิเศษ

    “คุณกันต์!! ” ทันทีที่ประตูห้องเปิดออกบุษยาต้องตกใจอ้าปากค้างเพราะเจ้านายของคุณแนนที่เธอพูดถึงคือกันต์พิมุกต์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับผู้ช่วยหนุ่ม “สวัสดีครับคุณบัว” เป็นพันลภที่เป็นคนเอ่ยทักทายในขณะที่กันต์พิมุกต์ยังคงวางสีหน้าเรียบเฉย แต่ชายตามองคนตัวเล็กที่มีทีท่าตกใจเมื่อเห็นเขา คนตัวโตหันไปมองสำรวจรอบๆห้องที่จะซื้อ กันต์พิมุกต์ชายตามองคนตัวเล็กราวกับว่าไม่สนใจไม่อยากให้อยู่ในสายตาอย่างไงอย่างงั้นแหละ“เอ่อ… ค่ะ สวัสดีค่ะท่านรองประธาน.. คุณลภบัวไม่คิดว่าจะเป็นคุณ...เอ่อเป็นท่านรองที่จะซื้อห้องบัวค่ะ”“อืมมมม ห้องสวยเรียบหรูดีนี่ มันอยู่ใกล้ที่ทำงานฉันจะซื้อไว้ ถ้าเธอไม่ขัดข้องใช่ไหมล่ะที่ฉันจะซื้อห้องนี้”เป็นครั้งแรกในรอบ เดือนกว่าๆที่บุษยาได้ยินเสียงเค้าพูดด้วย นอกจากมองด้วยสายตาหมองเมิง “ไม่ค่ะบัวไม่ขัดข้องค่ะ ว่าแต่คุณจะทำสัญญาซื้อขายวันนี้เลยเหรอคะ”“ใช่!! ทำไมเธอติดอะไรหรือเปล่าถ้าฉันจะซื้อวันนี้ ฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ อยากได้ฉันก็ต้องได้” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปสบตาพยักหน้าส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยหนุ่มทราบว่าต้องทำอะไรต่อจากนี้“นี่ครับสัญญา ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนนะครับผมกับแนนเซ็นเป็นพ

  • (First love) กลลวง ทวงรัก   12. หาทางออก

    บุษยาเปิดประตูเข้าห้องด้วยความเหนื่อยล้า พอมาถึงห้องเธอก็รีบเข้าไปดูที่ประกาศขายห้องไว้มีคนสนใจ และมีใครเข้ามาดูภาพที่ลงประกาศไว้หรือไม่ ได้แต่ถอนหายใจมีผู้เข้าดูแค่3คน ทันใดนั้นก็มีสายเข้า “ ฮัลโลว กอหญ้า”“บัว ไม่ได้คุยกันเป็นเดือนแล้วนะ บัวอยู่ที่ไหน”“เป็นอะไรหรือเปล่าทำไมเสียงเป็นแบบนั้น ไม่สบายหรือเปล่า”“ไม่เป็นไรฉันเป็นไข้หวัดนิดหน่อย บัวเธอเป็น ไงบ้างเห็นหมอรุท บอกว่าคุณแม่เธอไม่สบาย เราขอโทษนะไม่ได้ไปเยี่ยมเลย เธอมีอะไรไม่สบายใจโทรหาฉันได้นะบัว ถึงฉันช่วยอะไรไม่ได้มากแต่ฉันรับฟังเธอได้นะ”กอหญ้าเป็นเพื่อนสนิทตอนอยู่มหาลัย และบุษยาก็แนะนำกอหญ้าให้รู้จักกับหมอรุททั้งสามจึงสนิทสนมกัน อย่างน้อยก็ยังมีเพื่อนก็ได้ปรึกษา แต่ด้วยนิสัยที่เหมือนกับพ่อบุษยาเลือกที่จะพึ่งพาตัวเองมาโดยตลอด หลังจากวางสายเพื่อนแล้ว ก็มีสายแปลกโทรเข้ามา“สวัสดีค่ะคุณบุษยาหรือเปล่าคะ “ใช่ค่ะฉันบุษยาค่ะ”“ฉันเห็นคุณประกาศขายคอนโด ขอโทษนะคะที่โทรมากลางคืน พอดีว่าฉันอยากเข้าไปดูห้องเย็นพรุ่งนี้หลังเลิกงาน คุณสะดวกไหมคะ”“พรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ฉันจะไม่ได้เข้ามาคอนโดค่ะ มีธุระสะดวกเป็นวันเสาร์ได้ไหมคะ”บุษยาบอกปล

  • (First love) กลลวง ทวงรัก   11. ตัดสินใจ

    ทันทีที่หมอรุทมาส่งถึงหน้าห้องหมอหนุ่มก็กลับลงไปทันที บุษยาล้มตัวลงนอนที่โซฟาด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายทังใจ พลันคิดไปว่าจะไปหาเงินจากไหนหลักล้านได้ทัน และนอกจากค่ารักษาคุณแม่แล้วบุษยาเองก็ต้องเป็นเสาหลักของครบครัวด้วย คนตัวเล็กกวาดสายตาไปรอบๆห้อง พลันถอนหายใจและลุกขึ้นไปอาบน้ำ ระหว่างที่อาบน้ำผ่อนครายบุษยาก็คิดหาทางออกได้ บุษยาออกจากห้องแล้วก็โพสต์ประกาศขายคอนโดใจกลางเมือง2ห้องนอน 2 ห้องน้ำในราคา 10 ล้านบาทในเวปไซต์ และสื่อโซเชียลทันที “คุณพ่อคะบัวขอโทษนะคะที่รักษาของขวัญชิ้นสุดท้ายที่คุณพ่อให้ไว้ไม่ได้” เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นบุษยาต้องรีบลุกไปเตรียมตัวไปทำงานแม้ว่าจะได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมง เมื่อวานก็ลางานครึ่งวันแล้ววันนี้ลาอีกก็แค่จะน่าเกลียดไป เธอเองก็พึ่งทำงานได้เพียง 1 เดือนเอง บุษยาเดินเข้าลิฟต์เพื่อที่จะเดินทางไปขึ้นรถไฟฟ้า ในระว่างเดินเธอก็หยิบมือถือขึ้นมาดูว่าจะมีคนสนใจคอนโดที่โพสต์ขายไปเมื่อคืนหรือยังนะ แต่ข่าวที่ขึ้นตามสื่อโซเชียลเช้านี้คือรถไฟฟ้าขัดข้องทำให้ผู้โดยสารยืนรอใช้บริการเต็มจนล้นจากสถานี พลันคิดในใจ สงสัยต้องไปรถแท็กซี่แล้วมั้งเนี่ย แต่ประหยัดที่ทำงานก็ไม่ไกลน

  • (First love) กลลวง ทวงรัก   10. แผนการ

    @โรงพยาบาลบุษยากึ่งวิ่งกึ่งเดินด้วยความรีบร้อน พอได้รับโทรศัพท์จากแม่นมว่า คุณแม่ของเธอมีอาการเวียนหัว และเป็นลมหมดสติถูกตัวนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้บ้าน และโรงพยาบาลก็ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลในกรุงเทพฯที่รักษาตัวอยู่คือโรงพยาบาลที่พ่อของหมอรุทเพื่อนชายคนสนิทเป็นผู้อำนวยการและหมอเจ้าของไข้แม่ของบุษยาด้วย“รุทคุณแม่บัว ฮึกๆ เป็นอะไรมากไหมทำไมคุณแม่อาการเป็นแบบนี้ล่ะ” บุษยาถามด้วยอาการสะอื้นที่สุดจะกลั้นความเป็นห่วงแม่ไม่ได้ จนสะอื้นร้องไห้ออกมาก“ไม่ต้องห่วงนะบัว พ่อเรากำลังตรวจอยู่นะใจเย็น ๆ มาถึงโรงพยาบาลแล้ว พ่อเราเป็นอาจารย์หมอเลยนะ บัวอย่างกังวลเลยน่า” หมอหนุ่มปลอบใจพลางโอบกอดลูบหลังด้วยความห่วง เวลาผ่านไปเป็นเวลา นานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่สำหรับคนที่รอด้วยความห่วงใยมันช่างยาวนาน พอประตูห้องฉุกเฉินเปิดออกบุษยาก็รีบลุกขึ้นเดินไปหาคุณหมอ“คุณลุงหมอคะ คุณแม่เป็นยังไงบ้างคะ”“ไปที่ห้องลุงดีกว่า” พร้อมกับสีหน้าที่เป็นกังวล เมื่อทั้งสามคนอยู่ในห้องประจำตำแหน่งของคุณลุงหมอ ที่เป็นส่วนตัว “อาการของคุณแม่หนูบัวค่อนข้างน่าเป็นห่วง ร่างกายอ่อนแอมาก จากที่ลุงประเมินสุขภาพคนไข้แล้วไม่สามารถให้คีโมได้อีก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status