Se connecterผมเดินมาที่สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมันน่าจะเป็นสวนหย่อมด้านข้างโรงเรียนและมันดูสงบกว่าในงานมาก จริงๆแล้วผมไม่ได้จะเข้าห้องน้ำหรอกผมแค่ปวดหัวนิดๆก็เลยขอตัวออกมาอยากจะอยู่เงียบๆสักหน่อยเผื่อจะดีขึ้น
ฟลุ่บ~ ผมทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งใกล้ๆแปลงดอกไม้ก่อนจะเอนหลังพิงพนักของมันแล้วหลับตาลงสูดอากาศบริสุทธิ์และกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ในแปลง "อย่ามายุ่งกับฉัน!" แต่ผมก็ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงแว่วมา เสียงนั้นเงียบไปเมื่อผมเริ่มมองหาจนผมเกือบคิดว่าหูแว่วไปเองถ้ามันไม่ดังแว่วมาอีก "บอกว่าอย่าไง!" "แหม หยิ่งจังนะทีตอนนั้นไม่เห็นหยิ่งเลย" "ปล่อย!" ฟลุ่บ~ ผมผลุดลุกขึ้นเมื่อได้ยินเสียงที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาด มันเป็นเสียงเหมือนผู้หญิงกับผู้ชายกำลังเถียงหรือทะเลาะกันซึ่งดังมาจากมุมอาคารมืดๆไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่ เสียงผู้หญิงนั่น มันคุ้น...คุ้นจนผมต้องก้าวขายาวๆไปตามเสียงทันที "หรือต้องให้ทิปเหรอถึงจะแตะตัวได้" "บอกให้ปล่อย!" "ไม่ปล่อย อยากไปก็ดิ้นให้หลุดเองดิ" "ได้..." ปึ้ก~ "อะ โอ้ยยย!" พลั่ก~ "ว้าย" ในหูของผมยังคงได้ยินเสียงโต้เถียงกันอยู่ตลอดเวลาขณะที่ผมก้าวฉับๆเข้าไป เมื่อเดินมาใกล้และสายตามองเห็นแผ่นหลังของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายตัวสูงอีกคน ดูเหมือนเธอจะกำลังดิ้นรนออกจากอ้อมกอดนั้นจนกระทั่งเธอกระทืบส้นรองเท้าแหลมๆลงบนฝ่าเท้ามันและถูกผู้ชายคนนั้นผลักออกอย่างแรงจนเธอเซมาทางด้านหลังซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ผมเข้าไปถึงตัวเธอและรับร่างบางที่หงายหลังล้มลงมาได้ทันท่วงที ฟลุ่บ~ ฉันเกลียดผู้ชายประเภทนี้ที่สุด ผู้ชายที่มองผู้หญิงแค่เปลือกนอกและมีความคิดตื้นๆ ฉันเกลียดคำพูดของผู้ชายทุกคนที่เรียกชื่อฉันด้วยคำหวานๆ เกลียดผู้ชายทุกคนที่ฉันต้องทำตามใจพวกเขาและยื่นเงินให้เมื่อฉันทำถูกใจ เกลียดสายตาที่มองลวนลามฉันในทุกสัดส่วนที่มองได้ ฉันเกลียด!แต่ในขณะเดียวกันฉันก็ต้องทำ...ทำเพื่อความอยู่รอด แต่การที่ฉันจำใจทำอาชีพแบบนั้นถึงมันจะได้เงินเยอะก็จริงแต่มันก็ทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงไร้ยางอายและง่ายสำหรับพวกผู้ชายประเภทนั้น กระทั่งตอนที่ฉันไม่ได้อยู่ในเวลางานฉันก็ยังถูกกระทำแบบนั้นอยู่ "บอกให้ปล่อย!" ฉันกระชากข้อมือออกจากมือหนาที่กำไว้แน่น ผู้ชายคนนี้คือรุ่นพี่ที่โรงเรียนเขามาร่วมงานเลี้ยงรุ่นเหมือนกับฉันแต่พอเจอฉันเขากลับเข้ามาหาเรื่องลวนลาม คงเพราะความคิดตื้นๆที่คิดว่าจะทำแบบนี้กับฉันได้ แน่นอนว่าเขาเคยทำแต่นั่นมันก็ตอนที่ฉันทำงานเป็นเด็กนั่งดริ้งอยู่ที่ผับแห่งหนึ่ง ครั้งนั้นฉันไปเป็นเด็กนั่นดริ้งให้กับเพื่อนของเขาเพราะอยู่กลุ่มเดียวกันเขาก็เลยได้ร่วมวงดื่มเหล้ากับเพื่อนด้วยเพื่อนของเขาลวนลามฉันแต่ฉันก็ปัดป้องเท่าที่จะทำได้ รู้มั้ยว่าหลังจากที่เลิกงานทุกครั้งฉันต้องกลับมาอาบน้ำตั้งหลายรอบพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาเพราะเกลียดในโชคชะตาของตัวเอง! "ไม่ปล่อย อยากไปก็ดิ้นให้หลุดเองดิ" เขาพูดบอกฉันพร้อมกับรวบตัวฉันไว้ยิ่งเขารัดแน่นฉันก็ยิ่งรู้สึกแย่ เขาด่าว่าฉันหยิ่ง...ก็ยอมรับว่าหยิ่งถ้าไม่ใช่หน้าที่ฉันก็ไม่มีทางให้ผู้ชายประเภทนี้แตะต้องตัวแน่ๆ "ได้..." ฉันกัดฟันพูดอย่างโมโห ฉันมาที่นี่ไม่ได้จะมาให้เขาทำแบบนี้กับฉันนะ ฉันจ้องหน้าเขาก่อนจะยกขาข้างหนึ่งขึ้นเมื่อดิ้นจนเหนื่อยแต่ไม่หลุดสุดท้ายฉันก็เลยกระทืบส้นรองเท้าแหลมๆลงไปบนฝ่าเท้าของเขาเต็มแรงจนเจ้าตัวสะดุ้งโหยงโอดโอยด้วยความเจ็บพร้อมกับผลักฉันออกจากอ้อมแขนเขาในทันที "ว้าย" และเพราะฉันไม่ทันตั้งตัวฉันถึงเซไปด้านหลังแย่กว่านั้นคือส้นรองเท้าของฉันดันตกลงไปในร่องดินทำให้ฉันหงายหลังลงไปในที่สุด แต่ทว่า... ร่างของฉันก็ยังไม่กระแทกพื้นหรอกเพราะเหมือนมีคนมารับตัวฉันไว้ได้ทัน ฉันค่อยๆลืมตาที่หลับปี๋ลงเมื่อกี้ขึ้นมาก็เห็นว่ามีคนรับฉันไว้จากทางด้านหลังจริงๆก่อนจะดันให้ฉันยืนขึ้นและตั้งตัวได้ "ขอบคุณ..." เสียงของฉันขาดหายไปเมื่อฉันหันไปทางด้านหลังเพื่อที่จะขอบคุณเขาที่เข้ามาช่วยพยุงไว้ได้ทันแต่เมื่อดวงตาของฉันสบเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่ฉันจำมันได้ดีใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ได้คมเข้มแต่ออกไปทางหวานด้วยซ้ำจมูกโด่งรับกับคิ้วเข้มๆและริมฝีปากสีธรรมชาติเรือนผมสีดำสนิท มองดูภายนอกเขาแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเลย...ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







