Se connecterตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่หน้ากระจกผมกำลังใส่เสื้อและจะติดกระดุมแต่ผมก็ชะงักเมื่อสายตาผมทอดมองเงาตัวเองในกระจก บนร่างกายของผมมีสิ่งหนึ่งที่มำให้ผมชะงักทุกครั้งเมื่อมองเห็นมัน
รอยสักภาษาอังกฤษแบบนี้... ผมอ่านรอยสักเล็กๆที่เขียนพาดกับเหนืออกด้านซ้ายของผมทุกครั้งที่เห็นมัน มันเป็นประโยคสั้นๆประโยคหนึ่งเหมือนจะเป็นคำที่มีความหมาย ผมไม่รู้ว่ามันมาอยู่บนตัวผมได้ยังไงรู้แค่ว่าวันหนึ่งที่ผมตื่นขึ้นมาผมก็เห็นมันแล้ว... ฟลุ่บ~ จู่ๆก็มีคนกอดผมจากทางด้านหลังทำให้ผมหลุดจากภวังค์นั้นมาได้ ผมมองใบหน้าของคนด้านหลังที่เอียงใบหน้ามามองผมผ่านจากกระจกบานนั้นเช่นกัน เธอยิ้มให้ผมก่อนจะเลื่อนฝ่ามือด้านซ้ายขึ้นมาวางไว้ที่แผ่นอกตรงตำแหน่งที่มีรอยสักนั่นและบิดบังมันจนหมด "ฉันแต่งตัวเสร็จแล้วนะ...วายุ^^" 'วายุ'คือชื่อของผม ส่วนผู้หญิงที่กอดผมอยู่เธอชื่อ'นีน่า'เป็นแฟนของผมเอง ผมยิ้มบางๆให้เธอ นีน่าเลื่อนมือมาติดกระดุมเสื้อของผมให้จนหมดก่อนจะจับแขนผมหมุนตัวให้หันกลับไปหาเธอ "สวยมั้ย" เธอถามผมเมื่อหันไปหาจนเรายืนประจันหน้ากันพร้อมกับถามผมถึงการแต่งตัวของเธอ ผมเลื่อนสายตามองสำรวจเธอก่อนจะตอบออกไป "อื้ม สวย" "นายก็หล่อมาก งั้นเราไปกันได้แล้วนะ^^" เธอยิ้มหวานพูดชมผมกลับอย่างพอใจพร้อมกับขยับเสื้อผ้าของผมให้เข้าที่เรียบร้อยก่อนจะสอดมือคล้องแขนผมแล้วดึงให้เดินตามออกจากห้องไปในที่สุด... หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงเราสองคนก็เดินทางมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งผมมองเข้าไปในรั้วของโรงเรียนเอกชนชื่อดังด้วยสายตานิ่งๆ ผมเคยเรียนที่นี่ผมจำได้ลางๆมันแค่มีความคุ้นเคยบางอย่างเกิดขึ้นมาในความคิด นีน่าก็เคยเรียนที่นี่เธอบอกว่าเราคบกันตั้งแต่สมัยเรียนและวันนี้เธอกำลังพาผมมาที่งานเลี้ยงรุ่นเพื่อเปิดหูเปิดตาบ้าง ตึก ตึก ตึก~ ผมเดินตามนีน่าเข้ามาในงานนี้ ผู้คนมากมายในงานล้วนแต่เคยเรียนที่นี่ทั้งนั้นบางคนก็รู้จักบางคนก็ไม่รู้จักแล้วบางคนผมก็จำไม่ได้ ผมมันเป็นแบบนั้นมาได้สักระยะหนึ่งแล้วล่ะ "อ้าวนีน่า วายุ" ผู้หญิงคนนี้ก็เหมือนกันที่ผมจำเธอไม่ได้แต่เธอเข้ามาทักทายเราสองคนและดูเหมือนเธอจะสนิทกับนีน่าพอสมควรเพราะทั้งสองคนโผเข้ากอดกันทันที "ฉันนึกว่าจะไม่มากันซะแล้ว" "มาสิพี่ นี่บินมาจากเกาหลีเลยนะ" นีน่าพูดบอก ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งจะไปเยี่ยมครอบครัวที่อยู่ที่นั่นแล้วก็เพิ่งกลับมาที่ประเทศไทย "ไงวายุ จำพี่ได้มั้ย" ผู้หญิงคนนั้นหันมาให้ความสนใจกับผมเธอทักทายผมพร้อมกับถามผมเหมือนที่หลายๆคนเคยถามและผมก็ตอบเหมือนเดิมคือรอยยิ้มบางๆพร้อมกับดวงตาว่างเปล่า ผมจำเธอไม่ได้หรอก "กะแล้วว่าต้องจำไม่ได้ ก็นะพี่ไม่เคยโผล่ไปให้เจอเลยนิเนอะ" นั่นแหละ สองปีที่ผ่านมาถามว่าผมจำอะไรได้บ้างมั้ย มันก็จำได้นะแต่จำได้แค่คนใกล้ตัวและสถานที่ที่เคยไปหรือไม่ก็จำได้เป็นช่วงๆเท่านั้นอย่างอื่นมันก็แค่เลือนลาง ตอนนี้ความจำของผมยังอยู่ในช่วงฟื้นฟูคนที่ผมจำได้จริงๆก็คือพ่อกับแม่ นีน่า แล้วก็เพื่อนสนิทอีกสี่ห้าคนที่โผล่มาให้ผมเห็นหน้าบ่อยๆและมีสิ่งของอะไรบางอย่างที่เป็นเครื่องยืนยันและทบทวนว่าผมรู้จักพวกเขา แค่นั้น "นี่พี่ลิลลี่ รุ่นพี่ที่สนิทของฉันเองน่ะ" นีน่าแนะนำเธอให้ผมรู้จักอีกครั้ง ผมพยักหน้าสองสามทีให้ "อา อืม" "เออนี่นีน่า เธอไปเกาหลีตั้งเกือบเดือนฉันมีเรื่องอะไรจะบอกเธอด้วยแหละ" "อะไรอ่ะพี่" "ก็..." พี่ลิลลี่อะไรนั่นหยุดคำพูดไว้เมื่อเหลือบตามามองผมเธอดึงนีน่าเข้าไปใกล้พร้อมกับคุยอะไรกันสักอย่างที่ผมคิดว่าผมไม่น่าจะเกี่ยวด้วย "เอ่อ วายุนายหิวมั้ย" จากนั้นนีน่าก็หันมาหาผมเธอถามว่าผมหิวมั้ยแต่ผมก็ยังไม่ทันได้ตอบอะไรออกไปหรอกเธอก็พูดเองเออเองหมด "ฉันว่าเดี๋ยวฉันไปหาอะไรให้นายกินดีกว่า รอตรงนี้นะ" "อืม ขอบใจ" เมื่อเธอเสนอมาอย่างนั้นผมก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรผมพยักหน้าให้เธอ นีน่ากับพี่ลิลลี่พากันเดินแยกออกไปผมมองตามก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบๆงาน พรึ่บ~ "โดนทิ้งเหรอวะเพื่อน" จู่ๆก็มีคนเดินมากอดคอผมจากทางด้านหลังผมหันไปมองเพราะตกใจนิดหน่อยก็เห็นว่าเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทของผมเองที่เข้ามาทัก "ทำหน้ามึนๆ จำพวกกูได้มั้ย?" เมื่อเห็นว่าผมมองพวกมันด้วยสายตาราบเรียบมันก็เริ่มหน้าเหวอ พร้อมกับถามเตือนความจำผมจนผมผลักหัวมันไปแล้วตอบชื่อพวกมันเรียงตัว "ไอ้คราม ไอ้เต ไอ้นาย" "เอ้า ก็จำได้นิ" "เออ จำได้สิ" "ว่าแต่ มึงมากับใครวะทำไมมายืนอยู่คนเดียว" เตถามผม "นีน่า แต่ตอนนี้ไปตักอาหาร" "เออดีละ" ครามพูดขึ้นบ้าง มันแสดงสีหน้าออกมาเหมือนพอใจที่นีน่าไม่ได้อยู่ตรงนี้จนถูกสายตาของไอ้เตกับไอ้นายที่กระแอมไอออกมาและมันต้องพูดขึ้นใหม่ "หมายถึงว่า...แกจะได้ไม่ต้องไปตักเองไง อยู่คุยกับพวกฉันดีกว่าว่ะ" มันหัวเราะแหะพลางตบบ่าผมเบาๆ ผมก็ไม่ได้พูดอะไรหรอกแค่พยักหน้าผ่านๆไปเท่านั้น จริงๆผมเริ่มรู้สึกเซ็งนิดหน่อยด้วยล่ะ หลังจากนั้นพวกเราก็คุยเล่นกันไปเรื่อยๆบางครั้งก็มีคนเข้ามาทักและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน บางครั้งก็พูดถึงเรื่องอดีตที่เคยเรียนอยู่ที่นี่มันก็เลยทำให้ผมเซ็งเข้าไปใหญ่เพราะผมจำไม่ได้แต่บางครั้งก็เหมือนมีภาพเลือนลางแว่บเข้ามาบ้างจนผมเริ่มรู้สึกไม่ดี ผมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนพวกเพื่อนๆหันมา "ไปไหนวะ ตามนีน่าอ่อ?" ครามหันมาถามผมมันคงคิดว่าผมจะไปตามหานีน่าเพราะเธอยังไม่เดินกลับมาหาผมแต่ผมส่ายหัว "ไปห้องน้ำน่ะ" ผมพูดตอบก่อนจะเดินออกมาเลยโดยไม่ได้ฟังเสียงของครามที่พูดตามหลังมาตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







