INICIAR SESIÓN"ดีใจด้วยนะ พี่ฟ้า"
เสียงใสๆดังขึ้นทันทีที่ฉันเดินขึ้นมาที่ชั้นสามของผับ ฉันมองเด็กสาวที่อายุน้อยกว่าฉันสองปีเธอโดดเข้ามาขวางหน้าฉันไว้แล้วยิ้มด้วยใบหน้าสดใสเหมือนเคย "เหมี่ยวไม่ได้มาทำงานหลายวัน เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าพี่ได้เลื่อนขั้นแล้ว ดีใจด้วยจริงๆนะพี่" เธอเขย่ามือฉันแล้วแสดงความดีใจด้วยใบหน้าที่จริงใจ พวกเด็กดริ๊งที่นี่คิดว่าใครที่ได้ทำงานในโซนเฟิร์สคลาสนี้โชคดี แต่ฉันไม่คิดแบบนั้น! "ถ้าเป็นไปได้พี่อยากทำที่เดิม" ฉันถอนหายใจ จนเด็กรุ่นน้องที่มายินดีด้วยขมวดคิ้วถาม "ทำไมล่ะพี่ เด็กเฟิร์สคลาสดีจะตายได้สิทธิพิเศษมีห้องแต่งตัวเป็นของตัวเอง แถมแขกที่มาก็กระเป๋าหนักโครต ทำงานไม่กี่ชั่วโมงได้วันละตั้งเท่าไหร่ไหนจะทิปดีๆอีก สบายจะตาย" "เหรอ" ฉันก็ไม่อยากจะโต้เถียงเธอสักเท่าไหร่ ไอ้ที่เธอพูดมันก็จริงแต่ขนาดเหรียญยังมีสองด้านเลยแล้วนับประสาอะไรกับงานแบบนี้ เด็กนี่คิดแต่ข้อดีแต่ไม่มองข้อเสียที่ก็เพิ่มมากขึ้นด้วย "หนูอยากเลื่อนขั้นบ้างจัง" เธอทำหน้าเพ้อฝัน ฉันส่ายหัวเบาๆ "แล้วน้องสาวเป็นไงบ้าง ดีขึ้นมั้ย" ฉันเปลี่ยนเรื่องถามถึงน้องสาวของเธอ ที่เธอหยุดงานไปหลายวันเพราะน้องสาวเธอเข้าโรงพยาบาล "ก็ตามประสาคนมีโรคประจำตัวแหละ ดูแลตัวเองไม่ดีอาการก็เลยแย่ลง แต่ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว" เหมี่ยวตอบแบบงงๆเพราะเปลี่ยนเรื่องตามฉันแทบไม่ทัน "อืม ดีแล้วล่ะ เราก็ดูแลตัวเองด้วยล่ะ" ฉันพูดพลางโยกหัวเธอเบาๆ "ขอบคุณนะพี่" "พี่ไปแต่งตัวก่อนนะ" ฉันยิ้มบางๆก่อนจะเดินแยกออกมา เดินผ่านโซนวีไอพี่ที่ตอนนี้ยังไม่มีแขกมาเพราะผับยังไม่เปิดตรงไปที่ประตูบานสีชาซึ่งอยู่ด้านในฝั่งตรงข้ามกับทางไปห้องน้ำของโซนนี้พอเปิดประตูเข้าไปจะมีทางเดินเล็กๆสองทาง ซ้ายมือเป็นห้องแต่งตัวรวมขวามือเป็นห้องแต่งตัวแยกของพวกฉัน ครืด~ ฉันเลื่อนบานกระจกสีทึบซึ่งกั้นระหว่างทางเดินอีกชั้นเปิดออกก่อนจะก้มลงมองป้ายกระดาษแผ่นเล็กๆที่ติดอยู่บนกุญแจ บนนั้นระบุเบอร์ห้องไว้อยู่ "ห้อง 2" ฉันพึมพำก่อนจะเงยหน้ามองที่หน้าประตูห้องก่อนจะก้าวเดินไปตรงหน้าห้องที่ระบุเลขสองไว้อย่างชัดเจน ถึงฉันจะเลื่อนขั้นมาเฟิร์สคลาสหลายวันแล้วแต่ฉันเพิ่งจะได้กุญแจห้องแต่งตัวมาวันนี้เอง แกร่ก~ ฉันไขกุญแจเข้าไปในห้องอย่างไม่รอช้า แต่ทว่า... ตึก~ เสียงส้นสูงหลายคู่กระแทกพื้นกระเบื้องของทางเดินแล้วหยุดลงด้านข้างของฉันซึ่งพอเหลือบไปมองก็พบกับผู้หญิงสามคนที่ยืนกอดอกจ้องหน้าฉันอยู่ "ได้เลื่อนขั้นดีใจมั้ย ปลายฟ้า" "..." เสียงทักทายเชิงประชดประชันดังขึ้นใกล้ๆ ฉันไม่ได้ตอบออะไรแค่ดึงลูกกุญแจออกจากลูกบิดประตูที่ไขมันแล้ว "เห็นทำท่าดีอกดีใจกับเด็กนั่นอยู่เมื่อกี้ ฉันก็เลยแวะมาแสดงความยินดีด้วยบ้างน่ะ" ฉันกำลูกกุญแจไว้ในมือ ฉันเป็นคนที่มีตรรกะแปลกๆอยู่อย่างหนึ่ง บอกแล้วว่าฉันเป็นคนมีความอดทนสูง...แต่ถ้าวันไหนไม่อยากจะทน ฉันจะไม่ทนเลย! "มายินดี หรือมาถากถาง" และวันนี้ฉันค่อนข้างคิดมากแถมยังนอนไม่ค่อยหลับอีก ก็เลยไม่อยากจะทนถึงได้โต้กลับไป "หยิ่งและไม่เป็นมิตรแบบนี้ผู้จัดการใช้อะไรมองนะทำไมถึงได้เลื่อนขั้นได้ เหอะ!" เพื่อนของผู้หญิงที่กำลังแขวะฉันอยู่พูดขึ้นพร้อมกับแค่นหัวเราะ ส่วนอีกคนก็มองฉันด้วยหางตา "น้ำฟ้า ดีกว่าเยอะแยะเลย" แล้วก็ช่วยกันถากถางฉัน ส่วน'น้ำฟ้า'น่ะคือชื่อของคนที่กอดอกมองฉันหัวจรดเท้าแลดูท่าจะเกลียดขี้หน้าฉันมาก "อิจฉาหรืออะไร ก็พูดมาตรงๆ" ฉันหันไปพูดกับพวกเธอตรงๆ ไม่ได้อยากมีปัญหาหรอก แต่อารมณ์ไม่ค่อยดี "เอะ หรือว่าผู้จัดการเขาเข้าใจผิดหรือเปล่า จากน้ำฟ้าเป็นปลายฟ้าแน่ๆเลย หน้าไม่รับแขกอย่างเธอไม่น่าได้เลื่อนขั้นหรอก" "ไปถามสิ อยากรู้มากก็ไปถาม" ฉันพยักเพยิดให้ พลางพูดขึ้นอีก "ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันจะเข้าห้อง ส่วนพวกเธอน่ะ...ห้องแต่งตัวอยู่ฝั่งนู้น เผื่อลืม" ฉันเลิ่กคิ้วแล้วยิ้มเย้ยเมื่อยัยน้ำฟ้าเบิกตาอย่างโมโห แต่เลือกที่จะเก็บอารมณ์ไว้ "ฉันก็แค่จะมาเตือน" ฉันทำเป็นไม่ใส่ใจอะไรที่ยัยนั่นกระแทกเสียงใส่ ยัยนั่นเลยพูดต่อ "ห้องนี้มีประวัติมาสองครั้งแล้ว เผื่อเธอไม่รู้" จะมาพูดพร่ำแบบนี้เพื่อ? เอาประวัติอะไรนั่นมาขู่ให้ฉันกลัวหรืออะไร? "ใช่ เห็นมาสองรายแล้วพวกที่ได้มาอยู่ห้องนี้อ่ะ พวกนั้นลาออกจากงานเพราะอะไรรู้มั้ย?" "เพราะ...ท้องไง" "..." ท้องเหรอ? "คนก่อนหน้าก็ออกไปเพราะท้อง พี่พลอยที่เพิ่งลาออกไปก็ท้องอีก แถมทั้งสองคนยังท้องไม่มีพ่ออีกต่างหากแหละ" ฉันชะงักกับคำที่เธอพูด พี่พลอยคือคนที่ฉันเข้ามารับหน้าที่แทนเธอ ก่อนหน้าห้องนี้เป็นของเธอและเธอเพิ่งลาออกไป... "ก็เห็นว่าเป็นเด็กเสี่ย หลายคนด้วยน่ะ ทีงี้พอพลาดท้องขึ้นมาใครจะรับผิดชอบล่ะ เป็นแค่นางบำเรอเองพอใช้งานไม่ได้เขาก็เขี่ยทิ้ง แถมงานก็ทำไม่ได้แล้วเพราะท้องป่องแบบนั้นน่ะ" "น่าสมเพชพวกนั้นนะ ว่ามั้ย" ฉันหันไปมองหน้าน้ำฟ้าอีกครั้ง หลายคนที่ทำอาชีพนี้ส่วนใหญ่ทำเพราะปัจจัยเดียวคือเงินก็จริง แต่บางคนมันมีภาระมากมายก่ายกองรออยู่ข้างหน้าอย่างเด็กรุ่นน้องที่มาแสดงความยินดีกับฉันที่หน้าห้องผู้จัดการก็เหมือนกัน เธอทำเพราะต้องการเงินไปรักษาน้องที่ป่วยหนัก มันไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่จะทำเพียงเพราะอยากสบายและความสุขส่วนตัว "อยากมั่วแต่ไม่รู้จักป้องกัน เหอะ" ทำไมถึงได้ดูถูกคนทำงานอาชีพเดียวกันได้นะ! "เธอก็ระวังนะฟ้า เอาเต้าใต่มากๆ...ระวังจะท้องไม่มีพ่อ" "อย่ามาเห่าแถวนี้ได้มั้ย รำคาญ" ฉันคิดว่าพวกนี้คงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเรื่องปากแบบนี้ฉันก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน เมื่อก่อนนิสัยฉันเสียจะตายบางคนโดนแขวะจนร้องไห้ก็มี เพียงฉันไม่ได้ขุดนิสัยแบบนั้นออกมาใช้เท่านั้นเอง แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่แน่ อารมณ์ไม่ดีบอกเลย "นี่แกว่าใครเห่า!" "ไม่รู้สิ แต่ที่รู้ๆฉันไม่ได้เห่าแล้วกัน" ฉันทำลอยหน้าลอยตาพลางตวัดสายตาจ้องหน้าน้ำฟ้าอีกครั้ง เธอกำมือแน่นเหมือนพยายามบังคับไม่ให้ตัวเองกระโจนเข้ามากระชากหัวฉันตบตอนนี้ให้ได้ ฉันไม่สนใจเธอพลางหันหน้ามาทางประตูเพื่อจะเข้าห้อง หมับ~ "คิดว่าอยู่เฟิร์สคลาสแล้วเบ่งได้เหรอ" แต่ยัยนั่นกัดฟันพลางกระชากแขนฉันที่กำลังจะเปิดประตูห้องให้หันไปหาเธออีกครั้ง "แล้วมีปัญหาอะไรป้ะ" ผลัก~ บอกแล้วว่าอารมณ์ไม่ดี ฉันสะบัดแขนออกจากเธออย่างแรงพลางผลักไหล่เธอจนเซถอยหลังไป ยัยพวกนั้นทำหน้าไม่เชื่อที่เห็นฉันโต้กลับ ปกติฉันจะนิ่งไง "แก...!" "น้ำฟ้า แกอย่า" ยัยน้ำฟ้าตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาหาฉันอยู่แล้วถ้าไม่ถูกเพื่อนอีกสองคนรั้งไว้แล้วกระซิบอะไรบางอย่างกับเธอ ทำให้เธอสงบลงเล็กน้อย ก็คงไม่พ้นเรื่องกฏของพนักงานที่นี่นั้นแหละ "ฉันก็เห็นว่าเธอเอาเต้าใต่ใครต่อใครมาตั้งเยอะแยะแต่ก็ยังไม่ได้ขยับไปไหนสักที" "อี..." น้ำฟ้าโมโหกับคำพูดของฉันเธอจะเข้ามาตบฉันให้ได้แต่ถูกเพื่อนอีกสองคนดึงไว้ "เอาเวลาเตือนคนอื่น เตือนตัวเองดีกว่านะน้ำฟ้า" "ปากดีเหรอมึงห๊ะ!" น้ำฟ้าเตะขาใส่ฉันแต่มันไม่โดนเพราะเธอถูกเพื่อนดึงไว้ไกลอยู่ ฉันหลุบตาลงมองขาเธอก่อนจะเงยหน้ามากระตุกยิ้มให้ "ไม่รู้ว่าไม่เร้าใจหรือไม่เด็ดพอ แต่ก็เอาเถอะระวังไว้หน่อยนะเพราะฉันว่าเธอต้องใช้ลีลาแบบนี้อีกนาน...ระวังจะป่องก่อนจะได้เลื่อนขึ้นมายืนเทียบฉันล่ะ" ปึ้ง~ พูดจบฉันก็เดินเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูใส่พวกนั้นทันที ปัง ปัง ปัง~ "ออกมา อีฟ้า มึงออกมาให้กูตบเดี๋ยวนี้นะ!" แล้วก็ได้ยินเสียงเตะประตูอย่างแรงพร้อมกับเสียงโวยวายของยัยน้ำฟ้ากับเพื่อนๆ ฉันพ่นลมหายใจระบายอารมณ์ออกมาก่อนจะไม่สนใจเสียงนั่นแล้วกวาดตามองรอบๆห้องแต่งตัวอย่างสำรวจ ฉันไม่ดีใจเลยสักนิด ไม่ดีใจเลย --ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







