Se connecter*อพาร์ตเมนท์
"หลังจากที่ฟ้าหายไปประมาณอาทิตย์กว่าๆมันกก็ขับรถชน หมอบอกว่าหัวของมันได้รับความกระทบกระเทือนเลยทำให้ความจำเสื่อมชั่วคราวและความทรงจำช่วงหนึ่งอาจหายไป..." ฉันกัดปากตัวเองอยู่อย่างนั้น ในหัวยังคงมีคำพูดของพี่ครามวนไปมาซ้ำๆถึงเรื่องที่วายุความจำเสื่อม ความทรงจำที่หายไปคือตั้งแต่ช่วงเวลาสามสี่ปีก่อนที่เขาจะเริ่มรู้จักและคบกับฉัน นั่นหมายถึงในความทรงจำที่เหลืออยู่ของเขา...ไม่มีฉัน! "แล้วเรื่องของเขากับนีน่าล่ะคะ?" ฉันถามออกมามือของฉันกำแน่นเตรียมรับฟังคำตอบจากปากพี่คราม พี่ครามถอนหายใจหนักกว่าเก่าก่อนจะพูดขึ้น "ตั้งแต่ที่มันเข้าโรงพยาบาล นีน่าเป็นคนดูแลมันทุกอย่าง พี่ไม่รู้ว่านีน่าพูดอะไรกับมันบ้างแต่มันดูเชื่อใจแล้วมันกับนีน่าก็บอกว่าคบกัน ทางบ้านของมันก็ดูสนับสนุนเพราะเห็นที่นีน่าดูแลช่วยเหลือมันดีมาตลอด" "แต่พวกพี่ก็รู้ว่าวายุไม่ได้รักนีน่า แต่ทำไม..." "พี่ก็รู้ แต่นั่นมันก่อนที่ไอ้ยุจะความจำเสื่อม แล้วอีกอย่าง..." พี่ครามหยุดคำพูดไว้แล้วเหลือบมองหน้าฉัน "พูดเถอะค่ะ" "พวกพี่เห็นมันมีความสุข พวกพี่เห็นรอยยิ้มของมันทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มันแทบเป็นบ้าให้ได้ พวกพี่เป็นเพื่อนมัน...ก็เลยอยากเห็นมันมีความสุข" ฉันเงียบไปทันทีที่พี่ครามพูดความรู้สึกออกมา ฉันรับรู้และเข้าใจที่พวกพี่เขาไม่คิดจะเล่าอะไรเกี่ยวกับเราและปล่อยให้วายุคบกับนีน่าในที่สุด แต่ตอนนี้ฉันกลับมาแล้วและฉันจะต้องทำให้วายุจำฉันได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็ตาม "แล้วต้องทำยังไง ต้องเริ่มจากตรงไหน..." ฉันหลุบตาลงมองฝ่ามือตัวเองพลางพึมพำ ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ในรถพี่ครามเขาอาสามาส่งฉันที่อพาร์ตเมนท์ที่ฉันพักอยู่พร้อมกับที่เราคุยเรื่องที่ตกลงกันไว้ เหมือนอย่างที่คาดไว้ฉันเล่าเรื่องของฉันให้เขาฟังและเขาเห็นใจฉันมากฉันไม่ได้ร้องไห้คร่ำครวญแต่แค่น้ำตาไหลออกมาพยายามเก็บความรู้สึกเจ็บปวดไว้ ฉันไม่อยากให้เขามองด้วยความสงสารเวทนา พี่ครามมักดีกับฉันเสมออันนี้ฉันรู้ดี "มันไม่ง่ายเลยนะฟ้า รู้ใช่มั้ย" พี่ครามพูดสายตาเขาทอดมองไปที่ตัวอาคารของอพาร์ตเมนท์แห่งนี้นิ่งๆ "แต่เขาจำทุกคนได้ เขาก็ต้องจำฟ้าได้ ฟ้าเชื่ออย่างนั้น" ฉันพูด ถึงจะรู้ว่ายากก็เถอะ ก็เขาดูต่อต้านฉันซะขนาดนั้นแต่พอภาพของเขากับนีน่าที่เอาแต่ออดอ้อนคลอเคลียเขาในผับนั่น เธอจงใจทำให้ฉันเห็นแน่ๆและฉันคิดว่ามันไม่ยุติธรรมกับฉันเลย คิดดูสิว่าเพื่อนที่สนิทที่สุดอย่างนีน่าหักหลังฉัน ฉันติดต่อเธอไม่ได้ตั้งแต่ที่ฉันหายไปเธอเป็นคนเดียวที่ฉันน่าจะติดต่อได้ ฉันไว้ใจเธอมากที่สุดแต่มันไม่ใช่แบบนั้นและฉันคิดว่าเธอจงใจเพราะมันทุกช่องทางที่ปิดกั้นฉัน มันสมควรแล้วเหรอที่คนทรยศอย่างนั้นจะได้รับความสุข! "พี่ครามทำยังไง เขาถึงจำพี่ได้คะ?" ฉันหันไปถามพี่คราม พี่ครามละสายตาจากตัวอาคารมามองหน้าฉันด้วยสายตาเหมือนยอมแพ้ในความดื้อของฉัน "พี่...ก็ไปหามันบ่อยๆ แล้วก็เอารูปหรืออะไรก็ได้ไปให้มันดู พามันไปในที่ๆเคยไปด้วยกัน เล่าเรื่องราวเก่าๆให้ฟังบ้าง อะไรทำนองเนี้ยแหละ" มันไม่ง่ายเลยจริงๆ... "แต่ถ้าฟ้าจะทำ...ยากหน่อยนะ เพราะมันตัวติดกับนีน่าตลอด" ถึงปากเขาจะพูดอย่างนั้นแต่สายตาเขากลับสื่อออกมาว่าไม่เห็นด้วยกับความคิดของฉัน แล้วไงล่ะ?ก็บอกแล้วว่าเขาเป็นของฉันและฉันไม่ให้ใคร "ฟ้าจะเอาอย่างนั้นจริงๆเหรอ" ในที่สุดเขาก็คิดที่จะห้ามฉัน แต่ฉันกลับตอบกลับเขาไปในแบบที่เขาไม่ต้องการ "ฟ้ากลับมาเพื่อทวงเขาคืน" ฉันพูดพลางยิ้มบางๆให้พี่คราม "ขอบคุณนะคะพี่คราม" จากนั้นก็เปิดประตูลงจากรถของเขาทันที พี่ครามเปิดกระจกฝั่งข้างคนขับแล้วเรียกฉันก่อนที่ฉันจะเดินจากไป "ฟ้า..." "..." ฉันหันไปมองเขาแต่ไม่ได้พูดอะไร "พี่คงห้ามไม่ได้สินะ" "ขับรถกลับดีๆนะคะ" ฉันยกยิ้มให้เขาอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในตัวอาคารทันที ฉันมันนิสัยเสียแบบนี้แหละ เมื่อก่อนอยากได้อะไรก็ต้องได้ มีเงินท่วมหัวอยากได้อะไรก็เอาเงินฟาดเข้าไป ซื้อมาให้หมดทุกอย่างที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางค์ กระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่งเพื่อน แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรแล้วก็ยังไม่เจียม เท่าที่มีเหลือจะใช้ยื้อวายุกลับมาได้ก็มีแค่หัวใจเท่านั้นแหละ...ลองสักตั้งจะเป็นไรไปตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







