INICIAR SESIÓN'ฟ้าอยู่ที่นั่นจริงๆเหรอ'
'ค่ะ' 'ฟ้า...' '^_^ ฉันกดปิดหน้าจอโทรศัพท์เมื่อส่งสัญลักษณ์แทนรอยยิ้มไปให้พี่ครามแล้ว เมื่อกี้เราแชทกันและฉันบอกว่าฉันอยู่ที่มหาวิทยาลัยของวายุอีกครั้ง พี่ครามเหมือนจะขัดฉันฉันก็เลยต้องตัดบทก่อนเพราะที่นี่เป็นที่เดียวที่ฉันคิดว่าจะเจอเขาโดยไม่มียัยนีน่า วันนี้ฉันเลือกมาอยู่ในลานจอดรถของคณะเขาแทนที่จะรอเขาที่หน้าตึกคณะเพราะฉันรำคาญสายตาที่มองมาหาแล้วอีกอย่าง...ยังไงเขาก็ต้องมาที่นี่และฉันจำรถเขาได้แม่นเลยล่ะ ฉันยืนพิงผนังปูนตรงหน้าฉันเป็นรถของเขาพอดี ฉันยกนาฬิกาขึ้นดูเวลาเพราะมายืนดักรอวายุได้สักพักแล้ว น่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้... ตึก ตึก ตึก~ ไม่นานฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามาเรื่อยๆ หัวใจของฉันเต้นตึกตักทุกครั้งที่ได้ยินเสียงมันและภาวนาขอให้เป็นเขาสักที เพราะก่อนหน้านี้ก็มีมาหลายคนแล้วแต่ไม่ใช่เขาสักทีแถมพวกนั้นยังมองฉันแปลกๆด้วย ก็แล้วแต่...ไม่ได้แคร์อยู่แล้ว สวบ~ "เจอกัน บาย" ฉันสะดุ้งเล็กน้อยเพราะกำลังลุ้นอยู่แต่ว่าดันมีเสียงพูดขึ้นใกล้ๆ พอหันไปมองก็เห็นว่าร่างสูงโปร่งของวายุเดินผ่านฉันไปที่รถของเขาโดยไม่ทันสังเกตุ เขาเอ่ยลาเพื่อนที่เดินมาด้วยกันแล้วกำลังปลดล็อกรถ "เออ ไอ้ยุ..." แต่แล้วเพื่อนของเขาก็หันกลับมาเหมือนต้องการจะพูดอะไรสักอย่างกับเขาแต่ก็ต้องชะงักเมื่อเหลือบมาเห็นฉันที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา และนั่นทำให้วายุชะงักแล้วหันมามองทางฉันด้วย "เธอ..." เขาขมวดคิ้วทันทีที่เห็นหน้าฉัน ฉันยิ้มแห้งๆให้เขาเมื่อถูกมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเอาซะเลย พยายามทำใจไว้แล้ว แต่พอเจอเข้าจริงๆมันก็... "ใครวะ เพื่อนมึงเหรอ" เพื่อนของเขาเปลี่ยนเรื่องที่จะพูดทันที เขาเดินเข้ามาหาวายุหยุดอยู่ที่ฝั่งตรงข้ามแล้วเท้าแขนกับหลังคารถมองฉันด้วยดวงตาหวานแหวว "สวยจัง" "เมื่อกี้มึงมีอะไร" วายุไม่ใส่ใจคำพูดของเพื่อนแล้วก็ไม่สนใจฉันด้วย เขาหันไปเค้นเอาคำตอบจากเพื่อนของเขา "ก็แค่จะถามว่ามึงจะมาได้แน่ๆนะ คืนนี้" เพื่อนของเขาตอบแต่ยังไม่ละสายตาไปจากฉัน ก๊อก ก๊อก~ "คุยกับกู มองหน้ากู" วายุเคาะหลังคารถของเขาสองทีเพื่อเรียกสายตาเพื่อนให้หันไปโฟกัสที่เขา "เออๆ ไปได้ใช่ป้ะ กูจะได้คอนเฟิร์ม" เพื่อนของเขาจำใจหันไปมองวายุแต่แค่พูดจบเขาก็เหลือบมามองฉันอีก "อืม" วายุตอบส่งๆ พลางเปิดประตูรถ ฉันที่ยืนอยู่ตรงนี้แต่ดันไม่ได้อยู่ในสายตาเขารีบถลาเข้าไปหาเขาทันที สวบ~ วายุหันมามองฉันแล้วขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม "ว่าแต่ มึงจะไม่แนะนำเพื่อนมึงให้กูรู้จักบ้างเหรอ" เพื่อนของเขาพยักเพยิดมาทางฉัน วายุเหลือบมองฉันด้วยหางตาก่อนจะส่ายหน้าอีกครั้ง "บอกว่าไม่ใช่เพื่อนกู" "อ้าว ก็เห็น..." "เขาจำฉันไม่ได้หรอก" ฉันพูดขัดขึ้น เพื่อนของเขาอ้าปากค้างและเริ่มงง "ฉันกำลังจะทำให้เขาจำฉันได้ค่ะ" "อ่าาา" ผู้ชายคนนั้นสตั้นไปแล้ว เขาเกาหัวแกร่กๆแต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น "เห้ย แม่โทรตาม ชิบหายสายไปสามนาทีแล้ว กูไปก่อนนะ" เขาหลุบตาลงมองหน้าจอมือถือก่อนจะทำตาเหลือกแล้วมองนาฬิกาข้อมือจากนั้นก็แทบพุ่งออกจากตรงนี้ เขาเงยหน้ามาบอกลาแบบขอไปทีแล้วหันหลังวิ่งออกไปพลางกดรับโทรศัพท์ไปด้วย ฉันกับวายุมองเขาที่รีบเข้าไปในรถตัวเองแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว "ไอ้ขี้หลีเอ้ย" วายุส่ายหัวพลางบ่นพึมพำ ก่อนจะชะงักอีกครั้งแล้วหันมามองฉันเหมือนลืมตัวว่ามีฉันยืนอยู่ตรงนี้ พอเห็นว่าฉันยิ้มให้เขาก็ชักสีหน้าใส่ก่อนจะทิ้งตัวนั่งบนเบาะรถแล้วปิดประตูทันที หมับ~ แต่คราวนี้ฉันไม่ยอม "อะไรของเธอนักหนา!" เพราะฉันจับประตูรถของเขาไว้ก่อน วายุกระแทกเสียงใส่ทันทีที่ถูกฉันขวางไม่ให้ไปไหน "ฉันมาคุยกับนาย" ฉันบอกพลางดันประตูไว้ "โรคจิต" เขาด่าฉัน เมื่อก่อนเขาไม่เป็นแบบนี้เขาไม่เคยว่าฉันด้วยซ้ำ ฉันไม่คิดว่าเขาความจำเสื่อมแล้วจะหยาบคายแบบนี้ อย่างน้อยๆก็น่าจะมีความรู้สึกอะไรหลงเหลืออยู่บ้างสิ แต่นี่มันไม่ใช่! "ใช่ โรคจิต แล้วถ้านายไม่ยอมคุยกับฉัน ฉันก็จะตามนายอยู่แบบนี้แหละ" และฉันก็เริ่มจะโมโหเมื่อคิดว่ายัยนีน่าคงเอาความคิดแย่ๆเกี่ยวกับฉันใส่สมองเขาแน่ไม่งั้นเขาไม่มองฉันแบบนี้หรอก ฉันก็เลยพูดออกไปแบบนั้น "ไม่ บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าฉันไม่อยากเจอเธอ" เขาพูดพลางออกแรงดึงประตูปิดแต่ฉันก็ต้านไว้พอเห็นว่าเริ่มสู้แรงเขาไม่ได้ก็เลยเอาตัวเองมายืนบังประตูไว้เลย "เห้ย เธอ!" วายุคงโมโหมาก เขาหันมาตวาดใส่ฉันด้วยใบหน้าดุดัน แต่ฉันไม่กลัวหรอกฉันจ้องหน้าเขาก่อนที่หางตาจะเหลือบไปเห็นกุญแจรถที่เสียบไว้เพื่อเตรียมสตาร์ทรถ หมับ~ "เห้ย" ฉันก็อาศัยจังหวะที่เขาเผลอเอื้อมไปดึงกุญแจรถของเขาออกมากำไว้ในมืออย่างรวดเร็ว วายุหันมาคว้ากุญแจรถที่ฉันทันทีแต่ฉันไหวตัวทันเลยถอยหลังหนีออกมาก่อน "เอาสิ อยากกลับก็กลับไปเลย" ไม่มีกุญแจจะกลับยังไง อยากจะรู้นัก หึ "ฉันไม่ได้มีเวลามาเล่นตลกกับเธอ เอาคืนมา" วายุลุกออกจากเบาะรถ พุ่งเข้ามาหาพลางจะแย่งกุญแจคืนไปแต่ฉันก็ถอยหลังหนี "อะไรของเธอนักหนาวะ เอากุญแจมา!" "อยากได้ก็มาเอาเองสิ" ฉันพูดพลางทำหน้าล้อเลียนเขา นึกแปลกใจนิดหน่อยที่เขาดูไม่ปวดหัวเมื่อเห็นหน้าฉันและฉันคิดว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี...มันน่าจะเป็นอย่างนั้น วายุกัดฟัน เขาพุ่งเข้ามาหาฉันอีกครั้งพลางจะแย่งกุญแจที่ฉันกำแน่นแล้วเอามือข้างนั้นซ้อนไว้ด้านหลัง ฉันเอี้ยวตัวหลบเขาแและเขาก็ไม่ละความพยายามที่จะแย่งมันคืน ปึ้ก~ "อ๊ะ!" ฉันร้องออกมาเพราะว่าวายุคว้าไหล่ฉันไว้ก่อนจะดันไปทางด้านหลัง ตอนแรกฉันคิดว่าตัวเองจะหงายหลังแต่จริงๆแล้วเขาดันฉันให้ไปกระแทกกับผนังปูนด้านหลังเท่านั้น มันไม่ได้เจ็บมากหรอกแต่มันตกใจ ฉันขืนตัวเพื่อจะดันตัวเองออกมาแต่วายุก็กดไหล่ฉันไว้แรงขึ้น "เอาคืนมา" เขาหลุบตามองฉันพลางพูดเสียงเข้ม ฉันหลุบตาลงมองมือของเขาที่หงายอยู่ตรงหน้าเพื่อรอให้ฉันคืนกุญแจให้ ก่อนจะกำกุญแจไว้แน่นกว่าเดิมแล้วกระชับมันไว้ที่ด้านหลัง ฉันเงยหน้าจ้องตากับเขา ไม่คืนง่ายๆหรอก "เหอะ ได้..." วายุแค่นหัวเราะพลางพ่นลมหายใจใส่หน้าฉัน เขาคงรู้ว่ายังไงฉันก็ไม่คืน เขาพยักหน้าพลางใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างไม่ชอบใจก่อนจะถือวิสาสะใช้มืออีกข้างเอื้อมมาที่ด้านหลังของฉัน "นี่ อย่านะ" ฉันขืนตัวเองอีกครั้งพลางขยับมือข้างนั้นหลบมือเขาเป็นพัลวัล "ไม่คืนดีๆเอง ถ้าฉันจับโดนอะไรก็อย่ามาโวยแล้วกัน" เสียงของเขาดังอยู่ใกล้ๆเพราะเขาตัวสูงกว่าและเขาก้มลงมาเพื่อมองว่าฉันเอามือหลบไปทางไหน "เอาคืนมาสักทีดิวะ" "ไม่ ฉันไม่..." เสียงของฉันหายไปเมื่อวายุใช้มือข้างที่เคยกดไหล่ฉันไว้เลื่อนลงมารวบเอวฉันแล้วดึงเข้าหาตัวเขาเพื่อเป็นการล็อกไม่ให้ฉันดิ้นหนีเพราะฉันกำลังจะหลุดจากวงล้อมของเขา วายุกำลังวุ่นกับการยื้อแย่งเลยไม่ได้สนใจอะไรแต่ฉันนี่สิ... "..." "..." แล้วเขาก็เหมือนเพิ่งรู้ตัว เขาชะงักเมื่อฉันหยุดดิ้นไปดื้อๆพลางหันมามองฉันแต่ไม่รู้ว่าเรายื้อกันไปมาในอีท่าไหน ในตอนที่เขาหันมา...ริมฝีปากเราเลยสัมผัสกัน "..." "..." เราสองคนเงียบ นัยน์ตาของเราจ้องมองกัน ฉันรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวแถมหัวใจก็เต้นรัวเร็วไปหมด ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก~ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







