เข้าสู่ระบบRrrr~
แล้ววายุก็ผละออกไปเมื่อมีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เขามองหน้าฉันก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่นพลางหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับทันทีโดยไม่ดูด้วยซ้ำว่าปลายสายเป็นใคร "ฮะ ฮัลโหล" ฉันยกมือขึ้นกุมหัวใจตัวเอง ก่อนจะเงยหน้ามองเขาอีกครั้งในตอนที่เขาเอ่ยชื่อปลายสายที่โทรเข้ามา "นีน่า..." ยัยนีน่า! "อะ อื้ม จะรีบไป รอแป่บนะ" เขาพูดกับปลายสายโดยไม่หันมามองฉัน มือของฉันที่กุมหัวใจกำแน่นทันทีเมื่อรู้ว่าเขาจะไปหายัยนั่น รีบไปด้วยนะ แต่ว่า...ฝันไปเถอะ "นี่เธอ..." เมื่อวางสายยัยนีน่าแล้วเขาก็หันกลับมาเล่นงานฉันต่อ "ฉันอยากคุยกับนาย" "ฉันไม่ว่าง" "แต่ถ้านายไม่คุย ฉันก็ไม่ยอมให้นายไปไหนทั้งนั้น กุญแจรถนายอยู่ที่ฉัน อย่าลืม" "ทำไมเธอ..." เขาทำหน้าเหมือนอยากจะด่าฉันเต็มแก่เลย แต่ฉันต้องไม่สนใจสิ "ฉันรู้ว่ามีคนรอนายอยู่ ถ้านายไม่ยอมฉันไม่ปล่อยไปแน่ ให้คนที่รอมันรอจนรากงอกไปเลยเป็นไง" วายุกรอกตา พลางบีบนวดขมับเบาๆ...อยู่ๆก็ปวดหัวขึ้นมาแล้วเหรอ "เออ ก็ได้ แต่แค่แป่บเดียว...เธอทำฉันปวดหัวรู้ไว้ด้วย" "ได้สิ แค่แป่บเดียวก็ยังดี" ฉันยิ้มแก้มปริเมื่อเขายอมคุยกับฉัน ส่วนนึงคงเพราะเขาเห็นฉันเก็บกุญแจรถเขาใส่กระเป๋าแล้วด้วยมั้ง แล้วฉันก็ต้องหุบยิ้มเมื่อเขาพูดขึ้นอีก "เร็วๆ แฟนฉันรออยู่" เหอะ...คำนี้มันเจ็บดีจัง! "มีอะไรจะพูดก็พูดมา" ฉันถอนหายใจอย่างหงุดหงิดเมื่อวายุเร่งเร้าให้ฉันพูดสิ่งที่อยากคุยกับเขาทุกๆวินาที ดูเหมือนเขาจะอยากไปหายัยนีน่ามากจนฉันเริ่มไม่พอใจมากกว่าเดิม "ถ้าไม่พูดก็ลงจากรถไป" เขาเองก็พ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดออกมาเหมือนกันแถมยังจะไล่ฉันลงจากรถด้วย ตอนนี้เราเข้ามาอยู่ในรถของเขาเพราะวายุไม่อยากยืนคุยด้านนอกให้เป็นจุดสนใจคนอื่นๆที่ขับรถเข้าและออกจากที่นี่ จริงๆฉันไม่ได้ลีลาอะไรหรอก ฉันเองก็อยากจะคุยแต่แค่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนก่อนเท่านั้นเอง "อย่ากวนประสาทได้มั้ยวะ" "จำฉันไม่ได้จริงๆเหรอ" ฉันโพล่งออกไปเมื่อเขาขึ้นเสียงใส่ วายุหันมามองหน้าฉันแล้วฉันก็มองหน้าเขา มองเขาด้วยสายตามีความหวังทั้งๆที่มันลิบหรี่เหลือเกิน "ก็บอกว่าจำไม่ได้" แล้วก็เป็นวายุเองที่หันหน้าหนีฉัน เขามองออกไปนอกรถที่ตอนนี้มีนักศึกษาเดินเข้ามาและขับรถออกไปจากที่นี่เหมือนกับคนก่อนๆ "ทำไมต้องแค่นให้ฉันจำด้วย" "เพราะนายไม่ควรลืมฉันไง" "..." หมับ~ "นายลืมฉันไม่ได้ วายุ" "อะไรวะ!" เมื่อฉันพูดกับเขาแต่เขาไม่แม้จะหันมาสนใจกันด้วยซ้ำฉันก็เลยคว้าต้นแขนเขาแล้วดึงให้หันมาหาแต่วายุก็สะบัดแขนออกจากฉัน เขาขึ้นเสียงใส่แล้วจ้องฉันด้วยดวงตาว่างเปล่า "ก็มันลืมไปแล้ว ลืมไปแล้วได้ยินมั้ย" "นายก็พยายามสิ พยายามจำฉันให้ได้" แล้วเราก็เริ่มเถียงกัน "ถ้าฉันอยากจำใครฉันจะทำ แต่ฉันไม่อยากจำเธอ...ฉันไม่ทำ ไม่พยายามอะไรทั้งนั้น!" "ทำไมล่ะ ทำไม?" ฉันเขย่าแขนเขา เสียงของฉันเริ่มสั่นรู้สึกเหมือนกำลังจะร้องไห้ให้ได้เลย หมับ~ "เพราะเธอแม่งร้ายไง เธอทำร้ายฉัน ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ เธอจะให้ฉันจำคนที่ทำร้ายตัวเองเพื่ออะไรวะ" คราวนี้เป็นวายุเองที่คว้าต้นแขนฉันบ้าง เขาเขย่าตัวฉันตามแรงอารมณ์ที่ประทุขึ้นมา เขาจ้องฉันอย่างเดือดดาล "หรือเธอจะชดใช้" เขากดเสียงพูดกับฉัน ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะกลัวท่าทางข่มขู่ของเขาแบบนี้ แต่ฉันไม่... "ถ้าฉันจะชดใช้ล่ะ" ฉันเงยหน้ามองเขา วายุไม่พูดแต่บีบแขนฉันจนเจ็บไปหมด "อย่าให้ฉันต้องพูด" เขากัดฟันด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ฉันรู้ว่าเขากำลังโมโหและปวดหัวด้วย "ถ้าฉันจะทำ..." "ไปโดดให้รถชนดิ เอาให้เป็นแบบฉัน หรือจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยก็ได้!" ปึ้ก~ พอพูดประโยคทิ่มแทงจนฉันหน้าชา เขาก็ผลักฉันจนหลังกระแทกกับรถก่อนที่จะคว้ากระเป๋าสะพายที่วางอยู่บนหน้าขาฉันไปพร้อมกับเดินออกจากรถ "..." ฉันรู้ว่าเขาลงจากรถไปแล้วและหยิบกุญแจออกมาจากกระเป๋าฉันแล้วด้วย แต่คำที่เขาพูดมันทำให้ฉันอึ้งจนไปไม่เป็น พูดแบบนั้น...มันเหมือนไล่ฉันให้ไปตาย! ปึ้ง~ เขากระชากประตูรถฝั่งที่ฉันนั่งอยู่ให้เปิดออกอย่างแรงพร้อมทั้งคว้าต้นแขนฉันอีกครั้งแล้วกระชากให้ลงจากรถของเขา พรึ่บ~ "อะ โอ้ย ฉันเจ็บ!" ฉันที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรเซลงจากรถของเขาทั้งๆที่ยังนั่งอยู่เลย ฉันแทบจะหน้าคะมำลงพื้นแต่เพราะวายุบีบแขนฉันไว้แน่นก็เลยไม่ล้มแต่มันก็เจ็บแขนมากเหมือนกัน "อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก"ตอนพิเศษ _____ 2 ปีต่อมา... "ในที่สุดเราก็เรียนจบกันแล้ววว" ข้าวหอม \/ "นึกว่าจะไม่รอดแล้วนะเนี่ย" ยาหยี [] "มันต้องฉลองนะ แบบชุดใหญ่ไฟกระพริบ" ลูกโซ่ O ฉันมองเพื่อนๆทั้งสามคนแสดงความดีอกดีใจและโล่งใจกันยกใหญ่เมื่อเราทุกคนสอบเสร็จแล้วและเราจบปีสี่รอรับใบปริญญา ฉันเองก็ดีใจนะ ดีใจมากๆเลยล่ะ "นั่งยิ้ม แกไม่มีอะไรจะปลดปล่อยเหรอฟ้า" ยาหยีหันมาถามฉันที่ยืนมองพวกเธอยิ้มๆ ฉันหัวเราะออกมาก่อนจะพูดขึ้น "ยินดีด้วยนะ...เพื่อนรัก" "จ้าาา" ทั้งสามคนตอบรับออกมาพร้อมกันก่อนที่เราจะกอดกัน จากนั้นก็เดินไปนั่งที่โต๊ะม้าหินประจำที่พวกเรามักจะมานั่งรวมตัวกันที่นี่ จากนั้นพวกเราก็เอาขนมอบกรอบมานั่งกินและคุยเล่นกัน พวกเราสอบเสร็จแล้วก็จริงแต่ก็ตกลงกันว่าจะนั่งอยู่ที่มหาวิทยาลัยจนกว่าจะปิด เพราะวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราจะเป็นนักศึกษาและได้อยู่ที่นี่ ต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะต้องแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตัวเอง โตขึ้นไปอีกคนละก้าวแล้ว... 16.15 น. หลังจากเรานั่งคุยกันสนุกสนานเฮฮาได้ประมาณช่วงสี่โมงเย็นกว่าๆ พี่ตะวันแฟนของลูกโซ่ก็โผล่มา เขาเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอ ฟลุ่บ~
ตอนจบ .......... *Paradise Pub กึก~ ฉันชะงักเมื่อเดินออกมาจากห้องแต่งตัวแล้วมีใครคนหนึ่งดักหน้าไว้ "พี่ฟ้า" "ไงเหมี่ยว" ฉันยิ้มให้เด็กสาวรุ่นน้องอย่างเป็นมิตร น้องคนนี้นิสัยดีนะ "พี่ลาออกจริงเหรอ" "อืม ออกแล้วล่ะ" ฉันตอบ เพราะฉันตกลงกับวายุเรื่องนี้แล้ว ฉันตัดสินใจลาออกและจะไปทำงานที่ร้านกาแฟกับพวกเขาเพราะฉันไม่อยากให้เขาลำบากใจ ฉันเข้าใจว่าไม่มีแฟนคนไหนทนได้ที่เห็นแฟนตัวเองถูกคนอื่นลวนลามทุกวัน และรู้ว่าวายุขี้หึงมาก ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตามมาเฝ้าฉันทุกวัน เรียกฉันมานั่งดริ๊งกับเขาทุกวัน ซึ่งมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย "อย่างนี้เหมี่ยวก็คงคิดถึงพี่มากเลย" ฉันวางมือลงบนหัวเธอ "ตามพี่ไปมั้ยล่ะ พี่ไปทำงานที่ร้านกาแฟกับแฟนพี่" ฉันชวนน้องจากใจนะ ฉันมองถึงอนาคตของเธอ เธอเด็กกว่าฉันและถ้าเธอไม่ต้องทำงานในสถานที่แบบนี้ ฉันคิดว่าเธอน่าจะมีทางที่ดีกว่า "ถึงมันจะได้เงินน้อยกว่าที่นี่อ่ะนะ แต่มันก็มีทิปจากลูกค้าเล็กๆน้อยๆ อีกอย่างทำเป็นพาร์ทไทม์ก็ได้ มีเวลาว่างให้ไปหางานอื่นทำได้ แต่อาจจะเหนื่อยกว่าทำที่นี่หน่อยนะ ลองเปลี่ยนดูมั้ย?" ฉันเข้าใจว่าเธอต้องใช้เงินเยอะ เงิ
"ยุ เปิดลิ้นชักหยิบที่คาดผมมาให้แม่หน่อยจ่ะ" แม่บอกผม ทำให้ผมละสายตาจากทั้งสองคนหันไปเปิดลิ้นชักที่อยู่ใกล้ตัว ครืด~ "อันไหนครับ" ผมถาม เพราะภายในลิ้นชักมีที่คาดผมหลายอันมากแถมยังมีโบว์ผูกผม กิ๊บหนีบผมแล้วก็เครื่องประดับอื่นๆ "อันนั้นจ่ะ" แม่ละสายตาจากเส้นผมลอนของปลายฟ้าขึ้นมามองไปที่ลิ้นชักก่อนจะชี้มือบอกผม ผมหยิบมันขึ้นมาส่งให้แม่เงียบๆ แม่รับที่คาดผมไปใส่ให้ปลายฟ้าก่อนจะใช้มือจัดทรงผมเธออีกครั้ง "เอาล่ะ เสร็จแล้ว" ก็อก ก็อก ก็อก~ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แม่บ้านมาเคาะประตูห้องของแม่พอดี "คุณนายคะ มีแขกมาแล้วค่ะ" คนด้านนอกพูดเข้ามา "อ่า เพื่อนแม่มาแล้ว เดี๋ยวแม่ลงไปก่อนนะ" แม่พูดก่อนจะเดินออกไปทันที ทิ้งให้ผมอยู่กับปลายฟ้า หมับ~ "จะไปไหน" ผมคว้าแขนเธอไว้เพราะปลายฟ้าลุกขึ้นยืนและทำเหมือนจะเดินตามแม่ออกไป "ก็ลงไปข้างล่างไง" เธอหันมาตอบผมด้วยสีหน้าปกติมาก "นายก็น่าจะลงไปได้แล้วนะ" "ยังไม่ลง มาคุยกันก่อนเลย" ฟลุ่บ~ ผมรั้งเธอไว้พลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงของแม่แล้วดึงปลายฟ้าให้มายืนใกล้ๆ "เธอกับแม่...เล่นอะไรกัน" ผมงงนะ งงมากด้วย ก่อนหน
หลังจากอาบน้ำเสร็จฉันก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยการนุ่งผ้าขนหนูผืนเดียวอย่างช่วยไม่ได้อีกนั่นแหละ ฉันกำเสื้อผ้าไว้ในมือเพราะแม่ของวายุบอกว่าไม่ให้ฉันใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สวบ~ ฉันหยุดชะงักเมื่อก้าวพ้นประตูห้องน้ำและแม่ของเขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวมและมองมาทางฉัน "เสื้อผ้าของเธอ" ท่านบอกพลางพยักเพยิดหน้าไปที่ชุดเดรสสีครีมที่แขวนอยู่ตรงหน้าตู้ ฉันมองตามก่อนจะเดินไปใกล้ๆมัน "..." ฉันไล่สายตามองชุดเดรสชุดนั้น เป็นชุดใหม่เลยล่ะ ชุดสวยด้วย เปนเดรสกระโปรงเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย ชุดดูหรูและน่ารักดี ฉันไม่ได้ใส่ชุดแบบนี้มานานแล้วล่ะ "เอาไปใส่สิ เธอจะรอให้ชุดมันลอยมาสวมที่ตัวเธอเองหรือไง" "อ่า ขะ ขอบคุณค่ะ" เมื่อถูกย้ำว่าฉันไม่ได้หูฝาด ฉันก็รีบหยิบชุดนั้นมาและเดินกลับเข้าไปในห้องน้ำและใส่มัน ชุดมันพอดีกับตัวฉันเลยล่ะ สวบ~ ฉันเดินกลับออกมาอีกครั้งด้วยชุดเดรสนั่น แม่ของวายุมองฉันก่อนจะปรากฏรอยยิ้มบางๆออกมาให้ฉันเห็น ถึงจะแค่แว่บเดียว "ใส่พอดีเลยนะ" ท่านพูด ฉันหลุบตาลงมองตัวเอง แต่คำพูดต่อมาของท่านทำให้ฉันชะงัก... "มันเป็นชุดที่ฉันซื้อให้ลูกสาวฉัน" กึก~ ลูกสาว...วายุเป็
ฉันมาทำอะไรที่นี่? ฉันถามตัวเองในใจอย่างงงๆพลางหยุดเดินและสอดส่ายสายตามองหาคนที่ฉันจะมาหา วันนี้ฉันใส่ชุดที่ค่อนข้างเรียบร้อยเลยแหละ คือเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ขายาว มองหาไม่นานฉันก็เจอผู้ชายคนหนึ่งยืนโบกมือและยิ้มกว้างอยู่ไม่ไกลพร้อมกับผู้หญิงคนหนึ่ง ฟู่ววว~ ฉันสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆและพ่นออกมาเพื่อรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาสองคนนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรง กึก~ "สวัสดีค่ะ..." เมื่อหยุดยืนตรงหน้าทั้งสองคน ฉันก็ยกมือขึ้นไหว้ผู้หญิงที่อายุรุ่นราวน่าจะแก่กว่าแม่ของฉันสักหน่อย ท่านยกมือขึ้นรับไหว้ตามมารยาท สวบ~ เพียงแค่รับไหว้ฉันแล้วท่านก็หันหลังเดินนำไป ฉันมองตามแผ่นหลังจนมีคนกระซิบข้างหู "แต่งตัวแบบนี้ก็น่ารักนะ" "ในวัดนะ..." ฉันง้างมือจะตีเขาพลางพูดตำหนิท่าทางของเขา แต่ก็ต้องชะงักกลางอากาศเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแม่ของผู้ชายคนนี้หันกลับมา "ไปสิ ยืนรออะไรกันอยู่" ท่านพูดก่อนจะเดินออกไปอีกครั้ง ใบหน้าที่เรียบนิ่งทำให้ฉันหน้าเสียไปเลยล่ะ หมับ~ "ยุ นี่วัด" ฉันหันไปปรามคนข้างๆอีกครั้งที่ประสานมือเข้ากับมือฉัน ใช่แล้วล่ะเขาคือวายุและผู้หญิงคนนั้นก็ค
พรึ่บ~ ฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเพราะรู้สึกถึงการสัมผัสแผ่วเบาบริเวณเส้นผม เมื่อปรือตาขึ้นมาก็เห็นว่าฉันนอนตะแคงและวายุกำลังนั่งมองฉันพร้อมกับลูบผมฉันไปด้วย ฉันถึงดีดตัวลุกขึ้น "ตื่นแล้วเหรอ" เขาชะงักมือจากฉันและฉันเพิ่งสังเกตุว่าเขาเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ ดูท่าทางน่าจะตื่นและอาบน้ำนานแล้ว "หิวมั้ย" เขายิ้มให้ฉันพลางลุกขึ้นยืน "เดี๋ยวทำอะไรให้กินนะ" แต่เขาไม่ได้ฟังคำตอบฉัน เขาหมุนตัวจะเดินออกไปแต่ก็ชะงักแล้วหันกลับมาพร้อมกับโน้มตัวลงมาแล้วจูบริมฝีปากฉันจนฉันที่ไม่ทันตั้งตัวผงะไป "นี่..." "ขอบคุณที่นอนเป็นเพื่อนนะ^^" เขายิ้มกว้างให้ฉันอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปเลย ฉันอ้าปากค้างเพราะต่อว่าเขาไม่ออก เมื่อประตูปิดลงฉันก็ถอนหายใจพลางกวาดตามองไปรอบห้องเขา เห็นวายุแขวนเสื้อยืดและกางเกงของเขาไว้ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแต่ฉันก็เลือกที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปด้านนอก เคร้ง~ เสียงของอะไรบางอย่างตกลงกระแทกพื้นดังมาจากห้องครัวทำให้ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในนั้น "ฉันไม่หิว" ฉันหยุดยืนที่หน้าห้องพลางมองเขา เห็นวายุก้มลงเก็บกะละมังที่ทำจากแสตนเลสขึ้นมาจากพื้น เขาหันกลับมามองฉัน "หืม นี่ม







