LOGIN“คุณชายเล็กเมื่อเติบโตขึ้นก็มาล้างอันดับด้วยคะแนนที่สูงกว่าทั้งหมด”
“ผมไม่ได้รู้สึกว่าการเป็นหนึ่งในสิบแข็งแกร่งหรอกครับ พอดีเห็นอะไรแบบนี้อยู่ทุกวัน ผมปลงกับอันดับเหล่านี้ไปหมดแล้ว”
ชินภัทรตอบพลางถอนหายใจด้วยความห่อเหี่ยว สมัยก่อนยังไร้เดียงสานัก คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าพี่น้องในบ้าน แปลว่าแข็งแกร่งที่สุด เมื่อออกมาโลกภายนอกถึงรู้ว่ายังมีผู้แข็งแกร่งกว่ามากมาย
“บางเรื่องคุณดูโตกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก สมแล้วที่ได้รับการสั่งสอนมาจากตระกูลภูทนินทร์ แต่สรุปแล้วคือไปบ้านฉันสักหนึ่งปีนะ ตกลงไหม”
“ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเอาเปรียบคุณ ทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียนอบรมและค่าจ้างบอดี้การ์ด ผมจะเป็นคนออกให้ทั้งหมด มีอะไรขัดข้องตรงไหน” บีระพัฒน์ถามกึ่งบังคับเพราะมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนจึงอยากได้อีกคนมาไว้ข้างกาย
ถือเป็นการทดสอบว่าอีกคนมีความรู้ ความเข้าใจต่อโลกภายนอกมากแค่ไหน บางครั้งการรู้แต่ภายในอย่างเดียว อาจไม่ส่งผลลัพธ์ที่ดีนัก
อยากลองท้าทายขีดจำกัดของคนตรงหน้า
“ไปร้านอาหารแล้วพูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวเถอะครับ ผมคิดว่าที่นี่คงไม่สะดวกเท่าไหร่ แล้วผมจะพิจารณาเองว่าจะตอบรับข้อเสนอของคุณหรือเปล่า”
ชินภัทรตอบกลับแบบแบ่งรับแบ่งสู้ เพราะฝ่ายที่ร้อนรนจนอยากได้ตัวไม่ใช่เขาสักหน่อย
ณ ร้านกาแฟภายในมหาวิทยาลัย
บีระพัฒน์ตัดสินใจเช่าสถานที่ประชุมขนาดเล็กในร้านกาแฟแทนร้านอาหาร เพราะเขายังไม่รู้สึกหิวสักเท่าไหร่ แต่เหมือนฝ่ายตรงข้ามจะสั่งข้าวปลาอาหาร รวมถึงของหวานเสร็จสรรพ ไม่ได้ถามเลยสักนิดว่าเขาหิวหรือไม่
ถึงจะรู้ว่าชาติตระกูลเป็นแบบไหนก็ไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย ถือว่ามีความมั่นใจอยู่พอสมควร รวมถึงรู้ว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไร และจะไม่มีใครกล้าลงโทษอย่างเปิดเผย
ในเวลานี้ บรรดาลูกหลานในตระกูลรับใช้นายของฝั่งเอกชน มีเพียงบุตรคนโตตระกูลภูทนินทร์ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเสมือนเป็นเจ้าตระกูลก่อนวัยอันควร
ใครที่กล้าหาเรื่องเด็กที่ได้รับการสนับสนุน ถือเป็นการไม่ให้เกียรติหนึ่งในตระกูลใหญ่ฝ่ายเอกชนอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่มีการหนุนหลังอย่างยิ่งใหญ่
ความสามารถเฉพาะตัวก็ไม่น้อยหน้าเช่นกัน
“จะมองผมทำไมครับ ถ้าคุณอยากกินอะไรก็สั่งสิ พวกเราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นสักหน่อย ค่าใช้จ่ายพวกนี้ผมเป็นคนออกเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับคุณครับ”
“อย่าเห็นว่าผมเด็กกว่าคุณแล้วจะยอมรับข้อเสนอโดยไม่ไตร่ตรองหรอกนะ แถมการยื่นไมตรีจิตรอย่างไม่คิดอะไรก็ไม่ใช่แนวคิดของผมด้วย”
“ถึงตอนนี้ผมจะตัวคนเดียวแต่ไม่กลัวคุณที่ยกบอดี้การ์ดมาหลายคนหรอกนะ อย่ามาทำให้ผมรู้ว่าในใจของคุณคิดอะไรเลยครับ คิดจนดังออกมาทางสีหน้าแล้ว”
“ในกระดานจัดอันดับความเฉลียวฉลาด ผมรู้นะครับว่ารายชื่อของคุณอยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่ใช่ระดับสูงแถมยังไม่ได้เข้าขั้นอัจฉริยะด้วย”
“ควรมีใครสักคนเตือนคุณหน่อยนะ ว่าเวลาอยู่ต่อหน้าพวกอัจฉริยะอย่าแสดงสีหน้า ท่าทางอะไรแบบนี้ออกมา ถึงไม่พูดออกไปแต่กลุ่มคนเหล่านี้เขารู้ว่าคุณคิดอะไร”
ชินภัทรรู้สึกไม่พอใจตั้งแต่แรกที่จะมาพาตัวเขาไปอยู่บ้านเพื่อเลี้ยงดูยังกับเหมือนเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว แถมยังพูดจาเหมือนตัวเองใหญ่โตมากมาย
ตอนแรกพยายามทำเป็นไม่สนใจเพราะเห็นแก่ภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาจากเจ้านายตนเองเท่านั้น
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ ไม่มีความเกรงใจกันบ้างหรือไง ยังไงฉันก็อายุมากกว่านายตั้งสองปีนะ ทำตัวยังกับไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนมา”
บีระพัฒน์โวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ เพราะยังไงอีกฝ่ายก็อายุน้อยกว่า กล้าพูดแบบนี้กับตนได้ยังไง ไม่มีใครความเกรงใจกันเลยสักนิด
ดูจากบัตรนักเรียนที่ใช้สมัครสอบก็รู้ว่ามาจากสถาบันเดียวกัน จะไม่ไว้หน้ากันบ้าง ทำไมพูดแบบนี้ต่อหน้าบอดี้การ์ด
เขาพยายามใช้น้ำเสียง ท่าทาง สายตาอย่างเต็มที่ ทำให้เรื่องราวใหญ่โตเข้าไปอีก อยากรู้ว่าจะถูกต่อต้านยังไง หากไม่ผ่านการทดสอบนี้
หวังพึ่งพาเขาไปก็ไร้ความหมาย หากไม่มีเขี้ยวเล็บที่แหลมคมพอจะต่อกรกับขั้วอำนาจอื่น
“แถมท่านยังเริ่มทำงานนี้มาตั้งแต่อายุสิบเจ็ด จนตอนนี้อายุยี่สิบแล้ว ไม่ขาดตกบกพร่องเลยสักอย่าง ทำได้ดีกว่าตอนอยู่ในมือของคุณชายใหญ่อีก” “ผมจะโทรถามให้ตอนนี้เลยครับ” ชินภัทรอธิบายอย่างละเอียดพลางกดมือถือโทรหาเจ้านายทันที ไม่ได้รอฟังคำพูดของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เพราะเจ้าตัวรู้ดีว่าคำพูดของรุ่นพี่ร่วมสถาบันไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ทั้งนั้น มีเพียงคำตอบของผู้เป็นนายต่างหากถึงจะเอ่ยปากได้ถูกต้อง ตรู๊ด... ตรู๊ด... (นภัทร ภูทนินทร์) “ฮัลโหลครับ คุณชายเล็ก ผมมีเรื่องจะเรียนให้ทราบ ไม่ทราบว่าท่านสะดวกหรือไม่กับการถูกจ้างงานสอนการดูแลจัดการคฤหาสน์หลังใหญ่”&n
“กูว่าแล้วไง” ชินภัทรพูดพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย แต่ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เพราะปกติคนนอกไม่เข้าใจพวกเราอยู่แล้ว บทสนทนาที่มีเพียงสองคนเข้าใจเท่านั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบีระพัฒน์กุมขมับด้วยความปวดหัว ณ ห้องทำงานของชินภัทร “มาหาผมมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” ชินภัทรถามพลางอ่านเอกสารต่อไปโดยไม่ได้หันไปมองเลยสักนิด เพราะในบ้านหลังนี้คนที่จะก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูก่อนมีไม่กี่คนหรอก นอกจากเจ้าของบ้านหรือนายจ้างชั่วคราวที่มีสัญญาเป็นปีอย่างบีระพัฒน์ วรวงศ์หรอก จากการมาอยู่อาศัยร่วมเดือน ผลงานล่าสุดคือการกวาดล้างหนอนบ่อนไส้ที่อยู่ใกล้ตัวภายในคฤหาสน์ไปได้ ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะจบ
ชินภัทรตอบกลับพลางยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ เพราะไม่ว่าเมื่อไหร่ที่จินเจตเริ่มเปิดสงครามน้ำลาย เขาเองก็พร้อมสู้รบเสมอ ยังไงเพื่อนอีกสองคนก็ไม่คิดจะเข้าร่วมสังเวียนแต่แรก “ตามตัวเจอแล้วไอ้เวร รีบกลับกันเร็วมีเรื่องต้องกลับไปรายงาน” จินเจตวิ่งพรวดพราดเข้ามาด้วยความรีบร้อน “ไม่ต้องรีบร้อน บอกไอ้คุณกับไอ้เจตว่าไม่ต้องทำ ทุกอย่างฉันจัดการหมดแล้ว” ชินภัทรบอกพลางตบไหล่เพื่อนสนิทให้ใจเย็นลงด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “จริงดิ พวกเราไม่ต้องอดตาหลับขับตานอนแล้วใช่ไหม” “จริงแท้แน่นอน เรื่องงานใครจะมาหลอกมึง จะโง่ก็ให้มันพอประมาณได้ป่ะ” “แหมพอฉลาดกว่ากูเข้าหน่อยทำเป็นอวดเชียวนะมึง อย่าถึงทีมึงโง่บ้างแล้วกัน”
เพราะข้อมูลที่อ่านมาก่อนสอบนั้นเป็นเพียงการคาดเดา และความเป็นไปได้ถึงสี่ครอบครัวที่กำลังมีภัย บุคคลตรงหน้าคือเป้าหมายคนปัจจุบันที่มีความเสี่ยงมากที่สุดในตอนนี้ แบบนี้คงไม่ต้องไปสืบหาที่ไหน เพราะภารกิจอยู่ตรงหน้าแล้วไงล่ะ “ไม่ทราบว่าพอจะช่วยฉันได้หรือเปล่า” บีระพัฒน์เห็นอีกฝ่ายเงียบไปหลายนาทีจึงเกิดความร้อนใจ เลยพยายามถามอีกครั้งเพื่อต้องการคำตอบ กลืนศักดิ์ศรีของราชวงศ์เศษเสี้ยวอันน้อยนิดไปหมดสิ้น ตอนนี้หน้าตามันจะไปสำคัญอะไร หากไม่มีชีวิตอยู่ เกียรติยศมันก็ไม่มีความจำเป็นหรอก “เอาเป็นว่าผมจะช่วยคุณแล้วกันครับ ในฐานะพี่น้องร่วมสถาบันเดียวกัน แต่ว่าเรื่องค่าใช้จ่ายคงจะสูงกว่าที่คิด เพราะเรื่องนี้มันใหญ่เกินกว่าที่ผมจะโอบไว้”&nb
“ผมได้รับการอบรมสั่งสอนมาจากตระกูลอุดรภาคและจากตระกูลภูทนินทร์มาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องให้คนจากฝั่งภาครัฐยื่นมือเข้ามาสอดหรอก” “จะเห่าใส่ใครก็ช่วยแหกตาดูหน่อยเถอะ ว่าอีกฝ่ายเขาทำอะไรได้บ้าง เอาแต่ปากดีแบบนี้ระวังจะโดนตัดลิ้นนะครับ ไหนบอกว่ามีหน่วยข่าวกรองที่แม่นยำไง” “คงรู้ใช่ไหมว่าลำพังบอดี้การ์ดแค่ห้าคนตรงหน้า ไม่สามารถปกป้องคุณจากผมได้เลยสักนิด แค่ขยับนิดเดียวน่าจะตายกันหมดแล้ว” “บอกเจตนาที่แท้จริงของคุณออกมาซะ ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วไล่อัดให้น่วมทุกคน อย่างไรเสียตระกูลของผมสูงส่งกว่าตระกูลธรรมดาทั่วไปของคุณแน่นอน” ชินภัทรตัดสินใจพลิกสถานการณ์กลับมาด้วยการฟาดทางฝีปากไม่ยั้งมือเลยสักนิด จะต่อว่าเขายังไงก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่การมาด่ามารดา คุณชาย
“คุณชายเล็กเมื่อเติบโตขึ้นก็มาล้างอันดับด้วยคะแนนที่สูงกว่าทั้งหมด” “ผมไม่ได้รู้สึกว่าการเป็นหนึ่งในสิบแข็งแกร่งหรอกครับ พอดีเห็นอะไรแบบนี้อยู่ทุกวัน ผมปลงกับอันดับเหล่านี้ไปหมดแล้ว” ชินภัทรตอบพลางถอนหายใจด้วยความห่อเหี่ยว สมัยก่อนยังไร้เดียงสานัก คิดว่าตัวเองแข็งแกร่งกว่าพี่น้องในบ้าน แปลว่าแข็งแกร่งที่สุด เมื่อออกมาโลกภายนอกถึงรู้ว่ายังมีผู้แข็งแกร่งกว่ามากมาย “บางเรื่องคุณดูโตกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก สมแล้วที่ได้รับการสั่งสอนมาจากตระกูลภูทนินทร์ แต่สรุปแล้วคือไปบ้านฉันสักหนึ่งปีนะ ตกลงไหม” “ไม่ต้องห่วงว่าผมจะเอาเปรียบคุณ ทั้งค่าใช้จ่ายในการเรียนอบรมและค่าจ้างบอดี้การ์ด ผมจะเป็นคนออกให้ทั้งหมด มีอะไรขัดข้องตรงไหน” บีระพัฒน์ถามกึ่งบังคับเพราะมีเ







