LOGINGear Trick #15
โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน
ฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอด
ชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว
“หนูจริงเหรอเนี่ย”
“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”
“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”
“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”
“ครับพี่เต้”
คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้นเพราะมีการแข่งขันแบบ Pit อยู่ซึ่งฉันไม่แน่ใจเห็นว่ารถสามารเข้ามาเทียบเพื่อซ่อมรถหรือเปลี่ยนยางได้ พี่ผู้ชายคนนี้ชื่อว่าพี่โน้ตอธิบายว่าบนโต๊ะมีธงแบบไหนบ้าง ซึ่งจำได้ว่าธงจะมีหมายเลขติดอยู่ การแข่งขันแบบ Circuit เป็นการแข่งขันแบบทางเรียบ แข่งทั้งหมด 4 รอบ สังเกตว่ารถวนถึงโค้งและกำลังจะวิ่งเข้าเส้นชัย ให้หยิบธงตัวเลขขึ้นไป เพื่อให้นักแข่งได้เห็นว่ากี่รอบ ทว่ารอบสุดท้ายจะต้องหยิบธงสีเขียวที่หมายถึงซิ่งให้สุดแรงเกิดไปเลย
“เข้าใจนะน้องปั้นหยา”
“ค่ะ” มันง่ายจริงด้วย ดังนั้นฉันจึงไล่มองธงที่จัดเรียงให้ได้หยิบง่ายขึ้น หันไปมองเจ๊นัตตี้ที่ยืนกอดอกมองฉันพลางกำลังคอลกับใครสักคน พอเห็นว่าคอลหาพวกเจ๊ๆ กับปลายฟ้า ก็ทำให้ฉันอายแทบมุดดินหนีเลย หลังจากการแข่งแบบ Pit พี่เรซควีนก็ส่งธงให้กับสตาฟที่เดินผ่านหลังฉันไป มีธงสีดำ แดงและเหลืองส้ม จะไม่เหมือนกับที่ฉันต้องยกโบกสินะ
‘อะแฮ่ม เลดี้แอนด์เจนเทินแมน สำหรับการแข่งขันรอบต่อไป พบกับการแข่งขันทางเรียบโดยมีนัมเบอร์วันสุดฮอตเตรียมประจำตำแหน่งเป็นที่เรียบร้อย วันนี้มีการเข้าแข่งขันทั้งหมด 5 คัน ใครเชียร์ใคร เดิมพันใครก็ขอให้ได้รับชัยชนะนะครับผม’
นัมเบอร์วันเหรอ? พอได้ยินชื่อฉันก็มองรถของนัมเบอร์วันที่เป็นสีดำต่างจากคราวก่อน ตอนนี้รถทั้งห้าคันกำลังประจำตำแหน่ง มีเรซควีนหุ่นเอ็กซ์แต่งตัวเซ็กซี่มากเดินนวยนาดไปหยุดข้างหน้า พร้อมถือธงหลายตารางหมากรุกสีขาวดำ
‘การแข่งขันทางเรียบแค่ 4 รอบเท่านั้น มาดูกันว่านัมเบอร์วันจะสามารถรักษาชัยชนะได้อีกหรือไม่ เอาล่ะ พร้อมแล้วช่วยกับนับ 1... 2... 3 Let Go!’
เสียงเครื่องยนต์เร่งออกทำความเร็วจนลมตีเข้าหน้าฉัน ทันทีที่เห็นจอว่านัมเบอร์วันกำลังนำอยู่ ฉันก็ผุดยิ้มขึ้นไม่รู้หรอกนะว่าทำไมถึงได้ฝังใจกับนัมเบอร์วัน แต่วันนั้นจำได้ดีการมาเชียร์ครั้งแรกในชีวิต ฉันดันโฟกัสแค่เขานี่นา ไม่รู้ว่าหญิงหรือชายนะที่ขับ ให้เดาจากที่ได้ยินพิธีกรประกาศชื่อว่าการิน น่าจะเป็นผู้ชายด้วยซ้ำ ขอสมัครเป็นแฟนคลับเขาได้ไหมเนี่ย
ฉันหลุดโฟกัสนอกจอก่อนเพราะเห็นรถเลี้ยวมาถึงโค้งที่พี่โน้ตบอก จึงเดินไปหยิบธงตัวเลขหนึ่งมาโบกเพื่อให้คนขับได้เห็น ปกติเขาจะไม่ค่อยโฟกัสอะไรเลยนอกเสียจากการเหยียบคันเร่ง ฉันทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ถึงจะตื่นเต้นจนมือชื้นไปด้วยเหงื่อ เสียงโห่ร้องตะโกนเชียร์นัมเบอร์วันก็ดังกึกก้องไปทั่ว
‘ห้ามโบกผิดเด็ดขาด ที่นี่สนามแข่งเถื่อน ไม่สนว่าจะโบกธงผิดหรือถูก การตัดสินจะตัดสินเฉพาะรถที่เข้าเส้นชัย’
คำพูดของพี่โน้ตดังก้องเข้ามาในสมอง นี่คือสิ่งที่ฉันกังวล... พอธงรอบที่ 3 ถูกโบกเรียบร้อยฉันก็ยืนโฟกัสหน้าจอ เห็นว่านัมเบอร์วันกำลังตีโค้งแซงคันหมายเลข 4 ขึ้นมา อีกนิดเดียวเท่านั้น สูสีกันจนใจของฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ พอเห็นว่านัมเบอร์วันแซงขึ้นมาได้และกำลังเลี้ยวโค้ง ฉันก็ยืนเอามือกุมไว้ตรงหน้าอกภาวนาให้เขาชนะด้วยเถอะ
“ปั้นหยา ธง! หยิบธง” เสียงของเจ๊นัตตี้เรียกสติฉันให้หันกลับไปมอง จึงรีบกึ่งวิ่งกึ่งเดินไปคว้าธงมาไว้โดยไม่ทันได้มอง กระทั่งฉันโบกธงขึ้น นัมเบอร์วันจากที่เหยียบคันเร่งแค่ขับผ่านฉันไปก็เข้าเส้นชัยได้ เขากลับชะลอรถขึ้นมาเสียดื้อๆ “ฉิบหาย ปั้นหยา...”
บรื้น!
‘โอ้มายก๊อด... ไม่น่าเชื่อครับผม คันที่เข้าเส้นชัยเป็นคันแรกได้แก่นัมเบอร์โฟร์! นัมเบอร์วันถูกล้มสถิติไม่แพ้ใครมาสามปีเรียบร้อย บราโว่! คิระ Winner’
ดวงตาของฉันแทบจะถลนออกจากเบ้า เมื่อมองมือที่สั่นเทาของตัวเองก็รับรู้ได้ทันทีว่าฉันทำผิดพลาดมหันต์ ธงที่ควรจะเป็นสีเขียว ตอนนี้มันกลับกลายเป็นสีแดงขึ้นมาได้ยังไงก็ไม่รู้ สีแดงหมายถึงให้ยุติการวิ่งเข้าเส้นชัย สีแดงที่หมายถึง... ทำให้นัมเบอร์วันต้องพ่ายแพ้ทั้งที่เขาไม่แพ้ใครมาสามปีติด
ฉันทำพัง! พังจนย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี ขณะที่รถของนัมเบอร์วันจอดเทียบท่าและลงจากรถด้วยท่าทางที่ฉุนเฉียว หมวกกันน็อกสีขาวถูกถอดออกตามด้วยการดึงโม่งสีขาว และพอเห็นเส้นผมสีดำสนิทปล่อยสยาย ดวงตาคมคู่นั้นที่แดงก่ำราวกับโกรธเสียจนอยากจะฆ่าฉันให้ตายคามือ
บัดนี้... ได้รู้แล้วว่านัมเบอร์วันที่ฉันเชียร์เขาตั้งแต่ครั้งแรกที่มาเหยียบที่นี่ อยากจะสมัครเป็นแฟนคลับของเขาและภาวนาให้เขาชนะติดต่อกัน เขาก็คือบุคคลที่ฉันไม่คิดไม่ฝันว่าจะเจอกัน
“พะ พี่เกียร์” น้ำเสียงของฉันเอื้อนเอ่ยแผ่วเบา ธงสีแดงในมือร่วงหล่นบนพื้น “หนู...”
“นี่งานที่มาทำ” เขาเค้นเสียงแข็งใส่ฉัน พี่เกียร์ตอนนี้ต่างจากตอนที่อยู่กับฉันโดยสิ้นเชิง พี่เกียร์เหมือนกับตอนนั้นไม่มีผิด ตอนที่จุดไฟแช็กจะเผาผมผู้หญิงคนนั้นที่ผับ LC “เธอทำให้ฉันแพ้”
“พี่เกียร์ หนูไม่ได้ตั้งใจ”
“ปั้นหยา!”
แต่แล้วเรื่องก็ยิ่งกลับตาลปัตร ฉันยังไม่ทันได้อธิบายอะไรเลย จู่ๆ พี่ครามที่กระโดดลงจากอัฒจันทร์ก็วิ่งตรงมากอดฉันพลางกดจมูกลงบนแก้มอย่างมันเขี้ยว
“หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ” พี่ครามแสยะยิ้มพลางมองหน้าพี่เกียร์ราวกับเยาะเย้ย “ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ”
“...”
“ขอบใจนะที่มึงแพ้” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่เกียร์แลดูนิ่งกว่าปกติ นิ่งจนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่ออกมาจากตัวของเขา ฉันส่ายหน้าไปมาเพื่อให้เขาได้ฟังฉันก่อน สุดท้ายพี่เกียร์กลับเดินสวนฉันไปและเขวี้ยงหมวกกันน็อกลงบนพื้นจนแตกละเอียดท่ามกลางสตาฟและนักแข่งคนอื่น
“พี่เกียร์ รอหนูก่อน”
“จะไปไหนปั้นหยา” พี่ครามฉุดรั้งฉันเอาไว้ “อยู่กับพี่”
“พี่ครามมาที่นี่ได้ยังไง!” ตอนนั้นฉันไม่ได้ตาฝาดสินะ พี่ครามโกหกฉันหลายอย่างมาก
“มากับเพื่อน พี่เองก็อยากมาผ่อนคลายบ้าง หนูไม่กลับห้องเลย” เขาบ่นฉัน แต่ฉันผิดเหรอที่ไม่กลับห้องมันเพราะอะไรกันล่ะ ถ้าไม่ใช่เพราะเขาทำอะไรกับฉัน “ไปเปลี่ยนชุด พี่จะพาหนูไปกินข้าว”
“หนูมากับเจ๊นัตตี้”
“เฮ้อ โอเคไว้หนูใจเย็นแล้วเราค่อยมาคุยกัน”
ดูเหมือนเขาจะยอมแพ้ ไม่วายก็เดินมากดจูบลงบนศีรษะ ฉันจึงวิ่งหาเจ๊นัตตี้แน่นอนว่าเจ๊บอกว่าไม่ให้โทษตัวเอง เรื่องนี้จะมีใครผิดก็คือสตาฟก่อนหน้านั้นรีบพาพริตตี้อีกคนออกไปจนวางธงลงบนโต๊ะที่ฉันต้องไปหยิบ ฉันเข้ามาเปลี่ยนชุดเป็นของตัวเอง จากนั้นก็วิ่งออกมาถามหาพี่เกียร์กับสตาฟ พอเขาบอกว่าพี่เกียร์ออกไปแล้วฉันก็เลยวิ่งออกไปตรงลานจอดรถ เห็นรถจากัวร์กำลังขับไป จึงไม่รีรอที่จะใส่เกียร์หมาวิ่งไปหยุดยั้ง
“พี่เกียร์!” ตะโกนแหกปากลั่น แลดูเหมือนว่าพี่เกียร์จะไม่สนใจเขาเหยียบคันเร่งขับออกไปอย่างรวดเร็วจนท้ายรถลาลับจากไปไกลสุดตา “หนูขอโทษ”
ฉันไม่ได้อยากให้มันเป็นแบบนี้... ฉันไม่น่าเห็นแก่เงินห้าพันเลย เพราะความเห็นแก่เงินของตัวเองถึงทำให้พี่เกียร์ต้องพ่ายแพ้ในวันนี้ ฮึก เอาแต่พร่ำเพ้อขอโทษเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า พี่เกียร์คงเกลียดฉันแล้วแน่ๆ
[30%]
*---------------------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา







