Home / วัยรุ่น / Gear Trick วิศวะกลรัก / วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [100%]

Share

วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [100%]

Author: Sweet_Moon
last update Last Updated: 2026-01-09 11:51:13

“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”

“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”

“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม

“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”

“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย

“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)

พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)

“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)

“หึ”

“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบายใจและไม่ย่อท้อต่อมันก็พอ พี่เกียร์ขยับตัวเล็กน้อย เดินสาวเท้ามาหยุดตรงหน้าฉัน มือขวากดมายังท้ายทอยฉันให้เซไปด้านหน้าเล็กน้อย

สัมผัสจากริมฝีปากอุ่นร้อนที่ทาบทับบนหน้าผาก เล่นเอาหัวใจดวงนี้เต้นแรงไม่หยุด ยิ่งไปกว่านั้นพอพี่เกียร์ผละจูบออกจากหน้าผากเขาก็โน้มใบหน้ามากระซิบที่ข้างใบหู ด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและคนฟังอย่างฉันแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น “Thank” (ขอบใจ)

“...” กระพริบตาถี่รัวกับประโยคถัดมา

“If I win, I want a prize.” (ถ้าฉันชนะ ฉันจะมาขอรางวัล)

“อะ เอ่อ”

“Promise” (สัญญา)

ไม่สัญญงสัญญาอะไรทั้งนั้น! เขาคิดเองเออเองอะ พอพูดจบก็เดินหนีฉันไปเลย ทิ้งฉันไว้กับความร้อนรุ่มจากใบหน้าและมาถึงหัวใจที่มันเต้นแรงจนต้องยกมือทาบทับมัน ตึกตัก ตึกตัก จะมาขอสัญญากันแบบนี้ มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอพี่เกียร์!

สนามแข่งรถเถื่อน ณ พัทยา

ที่เก่าและเวลาไม่เดิม... ตอนนี้ฉันกับเจ๊นัตตี้กำลังแต่งหน้าให้กับพี่ๆ เรซควีนหรือพริตตี้สาวคนสุดท้ายประจำสนามประมาณห้าคนที่แต่ละคนจะอยู่ข้างสนามแต่ละการแข่งขันไป ตอนนี้ดูเหมือนว่าสามคนทยอยออกไปทำงานของตัวเองเรียบร้อยแล้วล่ะ วันนี้ฉันตั้งใจช่วยเจ๊นัตตี้แบบสุดๆ เลยนะ จะพยายามไม่วอกแวกกับเสียงโห่ร้องเชียร์รถแข่งเด็ดขาด ห้ามหลุดโฟกัสนะปั้นหยา!

“ฉิบหายแล้วไงพี่เต้”

“มีอะไรวะ แหกปากทำไม” ไม่ได้ใส่ใจบุคคลที่ตะโกนแหกปากลั่นในโถงห้องสำหรับไว้ให้พี่ๆ เรซควีนพักหรือเปลี่ยนชุดกัน ตอนนี้ฉันแต่งหน้าให้พวกเธอเรียบร้อย กำลังเก็บอุปกรณ์ ส่วนเจ๊นัตตี้ก็ขอตัวลุกไปเข้าห้องน้ำแปบ อั้นมานานจนแต่งหน้าให้พี่ๆ เรซควีนเดินออกไปยังสนามตอนค่ำของวัน “พริตตี้โบกธงแข่ง Circuit โดนตำรวจล็อกล้ออะดิ”

“ฉิบหาย มาทันปะเนี่ย!”

“ไม่น่าทันพี่ ตอนนี้ยังไม่ได้ออกเดินทางเลย” ดูเหมือนจะมีพี่เรซควีนอีกคนเหรอที่มาไม่ทันน่ะ ไม่ได้อยากจะฟังนะ หูมันดันได้ยินไปเองนี่นา “จ้างพริตตี้มาแค่คนละสนามแข่งนะ พอจบงานพวกเธอก็ต้องไปทำงานกันต่อ”

“แม่งเอ๋ย สำคัญด้วยนะแข่ง Circuit รอบนี้มีแต่คนมาลงกันเยอะ” ความหัวเสียของผู้จัดแลดูไม่สบอารมณ์จริงๆ ถึงจะเป็นสนามแข่งเถื่อนก็เถอะนะ คนเยอะอย่างกับมด “กูจะไปหาสาวที่ไหนมายืนชั่วคราววะเนี่ย”

“หรือจะให้ผมไปถามพริตตี้ที่เหลือก่อนว่าเธอพอจะสละเวลาสักแปบ... พี่เต้”

ฉันเก็บอุปกรณ์เรียบร้อย รอเจ๊นัตตี้กลับมาจะได้ไปกินอาหารทะเลก่อนกลับ กะว่าวันนี้จะนอนกับปลายฟ้าฉันไม่อยากเจอหน้าพี่ครามในระยะนี้ ถึงเขาจะโทรมาตามฉันทุกวันก็เถอะนะ เรื่องวันนั้นยังไม่ลืมเลือนไปจากใจ แถมเจ๊นัตตี้เห็นรอยก็ถามว่าฉันไปโดนอะไรมา โกหกว่าล้ม เจ๊เชื่อไหม? เจ๊เชื่อสนิทใจ แค่ไม่อยากทำให้เจ๊ต้องเป็นกังวลแค่นั้นเอง

“หนู”

“คะ?” ตกใจเล็กน้อยที่มีผู้ชายร่างท้วมใส่แว่นสีดำมาสะกิดไหล่ จนฉันรีบลุกขึ้นยืนถอยห่างไปไกล ตกใจหมด

“ไม่ต้องกลัว ฉันเป็นพิธีกรสนามแข่งนี้” พยักหน้ารับ แล้วมาบอกเพื่อ “หนูเป็นใครเนี่ย”

“หนูมากับเจ๊นัตตี้ค่ะ มาแต่งหน้าให้พี่ๆ เรซควีน” ผู้ชายคนนี้ได้ฟังก็มองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า ทำให้ฉันไล่มองตัวเองบ้าง ไม่มีตรงไหนที่แต่งตัวโป๊เลยนะ ฉันสวมกางเกงยีนส์และเสื้อยืดสีขาวแค่นั้นเอง

“พี่เต้ ไม่เด็กไปเหรอ”

“หนูอายุเท่าไหร่”

“สะ สิบเก้าค่ะ” ทำไมถามว่าไม่เด็กไปเหรอ นี่พวกเขาคิดจะทำมิดีมิร้ายฉันใช่ไหมอะ! เสมองขวดสเปรย์ฉีดผมบนโต๊ะมาถือไว้ป้องกันตัว “จะทำอะไรหนูคะ ทำไมมองแบบนั้น”

“หนูใจเย็นนะ ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรหนู แค่... ฉันจะจ้างหนู”

“จ้าง?”

“สามพัน” เอาเงินมาล่อกันแบบนี้ คนหน้าเงินอย่างฉันจะทำอะไรได้นอกจากวางขวดสเปรย์ฉีดผมลงที่เดิม ฉีกยิ้มกว้างให้กับชายร่างท้วมที่ชื่อเต้

“ทำอะไรคะ หนูทำได้หมดเลยนะ” อยู่ดีไม่ว่าดีก็ได้เงินตั้งสามพันแหน่ะ วันนี้ได้จากเจ๊นัตตี้ด้วย รวมๆ แล้วหลายพันอยู่นะเนี่ย “ให้หนูล้างห้องน้ำ ขัดพื้น ทำความสะอาดอัฒจันทร์ได้หมดเลยนะคะ หนูทำได้แน่นอน”

“โธ่หนู งานแบบนั้นมันหนักเกินไป” เขาฉีกยิ้มพลางไล่สายตามองฉันตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าอีกครั้ง “มาเป็นเรซควีนโบกธงสนามสุดท้ายให้หน่อยสิ”

“ห๊า!? อะ อะไรนะคะ” หูฉันไม่ได้แว่วไปเองใช่ปะ ฉันได้ยินไม่ผิดใช่ไหมที่เขาจะให้เงินค่าจ้างสามพันด้วยการให้ฉันไปเป็นเรซควีนโบกธงข้างสนามเนี่ยนะ “นะ หนูทำไม่เป็นนะคะ อีกอย่างหนูไม่สวยด้วย หุ่นก็ไม่ได้ดี เตี้ยอีกต่างหาก”

“แค่แปบเดียวเอง ช่วยฉันหน่อยนะหนู”

“เดี๋ยวพี่บอกเองว่าธงไหนควรโบกไม่ควรโบก” ผู้ชายอีกคนแทรกพูดขึ้นจนฉันทำหน้าเหยเกแบบ เฮ้ย อย่างฉันเนี่ยนะจะไปเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง “ช่วยพี่เต้เขาหน่อยนะน้อง ไม่งั้นพี่เพิ่มเงินให้อีกสองพัน เป็นห้าพันเลยเอ๊า! ขาดตัว”

“คือว่าหนู...” เงินห้าพันไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ ทำงานทั้งอาทิตย์ยังไม่ได้ขนาดนี้ ถึงมันจะแค่แปบเดียว แต่ฉันกลัวทำอะไรเปิ่นๆ เซ่อซ่าน่ะสิ ก็รู้อยู่ฉันชอบเป็นคนที่ไร้ตัวตนไม่ชอบทำตัวให้เป็นจุดสนใจสักเท่าไหร่

“ไปกันปั้นหยา ฉันหิวละ เอ๊ะ?” เจ๊นัตตี้เดินเข้ามาหลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ “มีอะไรกันอะ”

“คุณคือพี่สาวของหนูคนนี้ใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะคุณเต้” ดูเหมือนเจ๊นัตตี้กับคุณเต้จะรู้จักกันสินะ เขากวักมือเรียกเจ๊ออกไปคุยนอกห้อง ส่วนฉันก็คือใจหนึ่งนะเห็นหน้าเงินแล้วอยากได้จนน้ำลายไหล อีกใจก็คือกลัวไปหมด กลัวจนมือที่กุมเข้าหากันชื้นไปด้วยเหงื่อ

“หล่อนเอายังไง เงินห้าพัน โบกธงแปบเดียว”

“หนูกลัวทำไม่ดีนี่นาเจ๊ ถึงจะหิวเงิน แต่ไม่อยากเสี่ยงเลยค่ะ” เจ๊นัตตี้กลับมาคุยกับฉันอีกรอบ คุณเต้กับพี่อีกคนรอฟังคำตอบคล้ายกับว่ากำลังกดดันฉัน

“ลองดู เดี๋ยวสตาฟคนนั้นจะบอกเรื่องธงให้”

“...” ฉันทำหน้าบูดใส่เจ๊นัตตี้

“เอางี้ ฉันจะยืนมองหล่อนไม่ให้คลาดสายตาเลย โอเคไหม” อย่างน้อยมีเจ๊นัตตี้คอยมองอยู่ ฉันก็คงจะไม่ตื่นเต้นมากไปใช่ไหม เงินห้าพันเชียวนะ ห้าพัน! ท่องไว้ปั้นหยา เงินแบบนี้ไม่ได้มีเข้ามาบ่อยๆ

“ก็ได้ค่ะ”

“ดีมาก หล่อนตัดสินใจได้ดีมาก”

“หนูไม่เอาชุดโป๊นะ หนูอาย” บอกเจ๊นัตตี้ที่กำลังเดินไปคุยกับคุณเต้ ดูเหมือนจะเข้าใจดีและยื่นชุดมาให้

“มา แต่งหน้ากัน มีเวลาแค่ครึ่งชั่วโมงแข่งแบบ Circuit จะเริ่ม”

เอาก็เอาปั้นหยา! ท่องเอาไว้เงินห้าพัน เงินห้าพัน เงินห้าพัน...

*------------------------------------------------------*

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [100%]

    มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [50%]

    Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [100%]

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [70%]

    : GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [30%]

    Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [100%]

    “มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status