LOGIN: GEAR TALK :
เพล้ง!
“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”
โครม!
“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”
ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอด
เด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้
‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’
‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’
คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่างนั้นไอ้ครามมันจะพูดออกมาด้วยท่าทางยียวนกวนประสาทผมได้ไง
“สบายใจยังไอ้เวร” คนที่แลดูไม่ทุกข์อะไรเลย ทั้งที่เพิ่งจะแพ้พนันครั้งแรกในชีวิต มันกลับไม่สะทกสะท้านด้วยเงินจำนวนที่ลงไปเกือบสองแสน “กูยังไม่ทุกข์ร้อน มึงก็สงบหน่อย มึงโหมดนี้กูรับมือไม่ได้นะ”
“...” ผมเงียบและเตะขวดเบียร์กระแทกกับกำแพงจนแตกละเอียดอีกรอบ
“ไอ้เจครับมือมึงได้ ส่วนกูได้คืนแน่เพราะไอ้เจคดริฟต์ชนะ” มันชูมือถือให้ดูว่าไอ้เจคดริฟต์ชนะ มันไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยสักนิดเพราะได้ทุนคืน มันเป็นผมเองต่างหากที่ระงับอารมณ์โกรธเอาไว้ไม่ได้ ดีแค่ไหนที่เดินกลับมาก่อน ไม่อย่างนั้นผมเองก็ไม่รู้ว่าจะเผลอทำอะไรปั้นหยาไปบ้าง “ใจเย็น น้องปั้นหยาเพิ่งเคยเป็นเรซควีน อาจจะมีผิดพลาดบ้าง”
ได้แต่ส่ายหน้าและยิ้มเยาะในใจ ตวัดสายตามองไอ้โฬมที่นั่งตวัดขาไขว่ห้างจิบเหล้าสบายๆ ทั้งที่โต๊ะวางเหล้าเละเทะ เหมือนมันกำลังดื่มเหล้าท่ามกลางห้องที่สภาพพังเละ
“กูไม่เชื่อ” ความเชื่อใจที่มีให้ปั้นหยาตอนนี้เหมือนเหลือแค่ 0 “ถ้าแฟนเป็นคนอื่น ก็จะเชื่อ”
“ไอ้เกียร์ มึงรู้จักน้องมาหลายเดือนแล้วนะ อะไรทำให้มึงไม่เชื่อใจน้องขนาดนั้น”
“มันพูด” เว้นจังหวะการหายใจ “บอกหยาทำได้ดี”
“หือ?”
“ใช่ ร่วมมือกันทำให้กูแพ้” กัดฟันกรอดสบตากับไอ้โฬมทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก “ต่อจากนี้อย่าพูดชื่อนี้ให้กูได้ยินอีก”
“ใจเย็นมึง น้องซื่อมากเลยนะ ถ้าจะโดนไอ้เหี้ยครามปั่นหัวก็ไม่แปลก” ปักใจเชื่อไปแล้ว มันไม่มีอะไรมีเปลี่ยนใจของผมได้หรอกนะ ต่อให้ปั้นหยาอยากจะอธิบายมากแค่ไหน ผมก็ยังคงโกรธเรื่องที่เธอเป็นต้นเหตุทำให้ผมต้องแพ้ หนำซ้ำแฟนที่คบก็คือไอ้คนจัญไรที่จ้องจะเอาชนะผมทุกหนทาง
‘I am always by your side’ (ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)
เป็นเพียงแค่คำพูดที่ไม่ได้ออกมาจากใช่ไหม คำพูดนั้นมันเป็นเพียงแค่ลมปากสินะปั้นหยา นี่คือเหตุผลของเธอใช่ไหมที่ไม่บอกว่าใครคือแฟนของเธอ ไม่บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอบ้าง เหตุผลนี้คือเธออยากให้ฉันแพ้และให้แฟนของเธอชนะพนัน ฉันเข้าใจถูกใช่ไหม ปั้นหยา...
เหมือนกับสมองของผมถูกทุบด้วยค้อนหนักๆ สับสนและมึนงง ตอนลงจากรถเห็นว่าเป็นเธอความโกรธที่มีจะทวีรุนแรงน้อยลง ถ้าหากไม่รู้ว่าไอ้ครามคือแฟนของเธอ ทำไมต้องไปคบกับคนอย่างมัน มีดีอะไรถึงทำให้เธอหลงคำหวานมันมากขนาดนั้น ทั้งที่มันทำร้ายเธอ ทั้งที่มันไม่ได้ต่างจากแมงดาตัวผู้ ผมเข้าใจก็วันนี้เอง ที่ปั้นหยาทนทำงานอย่างหนัก ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงินมา ก็เพื่อปรนเปรนไอ้ครามนี่เอง
ผมรู้สึกเหมือนตัวเองถูกหักหลังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปั้นหยาทำกับผมได้ยังไงกัน เธอทำมันเพียงเพราะไม่อยากเลิกกับไอ้คราม ถึงขนาดยอมถูกผมโกรธ ถูกผมเกลียด เธอยอมมันทำไม
“รักมันเหรอ?” พึมพำออกมา “ทำไม...”
“น้องยังเด็ก น้องไม่รู้ว่าความรักมันเป็นยังไง” ไอ้โฬมพูดแทรกขึ้นมา “น้องคงโดนไอ้ครามกล่อมประสาท อาจจะมีเรื่องที่ทำให้น้องต้องทนคบกับมันก็ได้”
“ต่อให้พูดยังไง กูก็คงไม่เชื่อ”
“ไอ้เกียร์”
“ความเชื่อใจที่มีต่อหยา มันจบแล้ว” ตวัดสายตาที่โกรธจนแทบคลั่งไปหาเพื่อนสนิท “เธอเป็นของมัน”
“...”
“และกูไม่กินของเหลือไอ้คราม” พูดจบผมก็เดินออกจากห้องวีไอพี โดยมีเสียงไอ้โฬมตะโกนตามหลัง
“มึงคิดเอง” ชะงักเท้าก่อนจะได้ก้าวออกไป “เชื่อที่เห็น ไม่คิดจะฟังน้องบ้าง แบบนี้มันแฟร์กับน้องปั้นหยาเหรอ”
“ที่ปั้นหยาทำ แฟร์กับกูมาก” มองค้อนไอ้โฬมมันก็ดูเหมือนจะไม่อยากพูดอะไรเยอะ มุมนี้ของผมแม้แต่ไอ้โฬมก็เอาไม่อยู่ มีเพียงคนเดียวก็คือไอ้เจค มันจะเอาผมอยู่ได้ยังไง อีกด้านของผมไอ้เจคไม่ได้ห้ามหรือพูดอะไร แค่นอนให้ผมโมโหและเหนื่อยไปเองต่างหาก “เธอเป็นต้นเหตุให้กูแพ้ในสนามครั้งแรก”
“ไม่เห็นจะเป็นอะไร มึงจะเอาสถิติไปแดกหรือไง ไอ้เจคยังไม่เห็นจะแคร์”
“แพ้ไม่ว่า”
“เพราะมีไอ้ครามอยู่ในเหตุผลนั้น” ไอ้โฬมคิดแทนผมไปหมดซะทุกอย่าง และมันถูกต้อง ผมจะไม่โกรธปั้นหยามากขนาดนี้ อาจจะมีลงโทษบ้างที่กล้าดียังไงไปแต่งตัวโป๊อยู่ข้างสนามเพราะเงินแค่ไม่กี่พัน “มึงจะไม่หายโกรธน้องก็ได้นะไอ้เกียร์”
“...” นิ้วมือกดลงบนขอบบานประตูแน่น
“สิ่งเดียวที่มึงควรมี คือเชื่อใจน้อง” บอกแล้วไงความเชื่อใจหมดไปแล้วเพราะรู้ว่าเธอคบกับไอ้คราม
“ไอ้สารเลวนั้น นอกใจหยา”
“ห๊า! จะ จริงอะ”
พูดได้เท่านี้ ผมก็ปิดประตูห้องวีไอพีอย่างแรง ลงบันไดเพื่อขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บใจและเสียความรู้สึก ผมไม่เคยรู้สึกหน่วงตรงอกด้านซ้ายมาก่อนในชีวิต กระทั่งเติบโตมา ปั้นหยา... เธอจำไว้เลย คนอย่างฉันถ้าได้ใจดีก็ดีจนใจหาย
อย่าให้ฉันร้าย... เพราะถ้าร้าย เธอจะได้เห็นด้านนี้ที่เธอไม่เคยเห็นหรือสัมผัสมันมาก่อนในชีวิต
[70%]
*--------------------------------------------------------------*
มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง
Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที
คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ
: GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง
Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้
“มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา







