LOGINคำว่า รู้สึกดี กับ คำว่า รัก ความหมายเหมือนกันหรือเปล่านะ "คุณยูเคยรักมะลิบ้างไหมคะ" "ฉันรู้สึกดีกับเธอ" ********* มะลิ เธอคือลูกสาวของแม่บ้านในบ้านของเขา เขา ภรัณยู ผู้เป็นเดือนของมหาวิทยาลัย เขามีคนที่ชอบอยู่แล้ว แต่คนนั้นไม่ใช่เธอ ความสัมพันธ์ต้องห้ามเกิดขึ้นในคืนหนึ่ง แต่สัมพันธ์นั้นยังคงอยู่เรื่อยมา มีแค่เขากับเธอเท่านั้นที่รับรู้ เธอหวังว่าเขาจะรักเธอในสักวัน สักวัน...ที่อาจไม่มีอยู่จริง ------- รักต้องห้ามของลูกชายเจ้านายกับลูกสาวแม่บ้าน ไม่มีนอกใจนอกกาย จบสุขนิยม ขมบ้างช่วงแรก แต่รับรองผ่านไปแล้วเบาหวานจะถามหา
View Moreฉันนั่งบีบมือตัวเองด้วยหัวใจที่ตื่นเต้น ฉันกับเขานั่งตรงหน้าผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
“ผมรักมะลิจริง ๆ นะครับ พ่อกับแม่ให้เราแต่งงานกันเถอะ” เสียงของเขาทำให้ฉันน้ำตารื้น ไม่คิดว่าเขาจะทำอย่างที่พูด ในเมื่อได้เกินเลยกันแล้ว เขาก็ยินดีจะรับผิดชอบ
“คุณยู!” มองใบหน้าหล่อเหลาด้วยความปลาบปลื้มใจ เขาคือผู้ชายแสนดีที่ฉันหลงรักมานานแสนนาน ตั้งแต่จำความได้ ฉันก็รักผู้ชายคนนี้ไปทั้งหัวใจ
เมื่อหัวใจเป็นของเขาแล้ว ไม่ยากเลยที่ร่างกายจะเป็นของเขาด้วย แค่เพียงเขาสัมผัสแตะต้อง ฉันก็อ่อนระทวยและยอมเป็นของเขา
“จะแต่งงานกับเด็กในบ้านได้อย่างไรกันยู” เสียงทรงพลังของคุณดา หรือคุณปรีญาดา ผู้เป็นแม่ของเขาเอ่ยขัด ฉันน้ำตารื้นเพราะความเสียใจ ‘เด็กในบ้าน’ ‘คนใช้’ ไม่ว่าจะคำไหน สำหรับคนที่เกิดมาพร้อมตำแหน่งที่ไม่อยากรับอย่างฉันก็จำใจรับอยู่ดี
“แต่ผมรักมะลิจริง ๆ”
เขายังคงจับมือฉันแน่นอย่างเคย ความรู้สึกตื้นตันใจไม่เคยเกิดขึ้นแบบนี้มาก่อน เขาไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าเท่านี้มาก่อน ดีเหลือเกิน
“ยู แม่รับไม่ได้หรอกนะ จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ยูจะเอาลูกคนใช้มาทำเมีย แม่รับไม่ได้หรอก” เสียงของคุณท่านทำฉันน้ำตารื้น ตลอดเวลาที่ทำเหมือนเอ็นดู ความจริงแล้วลึก ๆ คุณท่านก็ไม่เคยมองฉันเท่าเทียมกับพวกท่านเลยสักนิด
หน้าตายังสำคัญกับคนระดับท่านอยู่ดี
“แต่ผมกับมะลิรักกัน ถ้าแม่ไม่เห็นด้วย เราสองคนจะไปอยู่ข้างนอก” มือฉันสั่นเทา ไม่คิดว่าเขาจะทำเพื่อฉันถึงขนาดนี้
“คุณยู”
“พี่รักมะลิ”
“มะลิก็รักคุณยูค่ะ”
“มะลิ”
“มะลิ! มะลิ! ตื่นได้แล้วลูก” เสียงเรียกของแม่ทำฉันตกใจตื่น นี่ฉันฝันไปใช่ไหม ฝันไปสินะ
“มีอะไรหรือเปล่าแม่”
“แม่จะไปวัดกับคุณท่าน มะลิอยู่บ้านนะ” ฉันพยักหน้ารับกับคำพูดของแม่
เมื่อแม่ออกจากห้องไปแล้ว ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัว เผื่อว่า ‘เขา’ จะเรียกใช้ ไม่นานข้อความก็ถูกส่งเข้ามือถือ ฉันยิ้มกับข้อความนั้น
เวลานี้เพิ่งจะตีห้ากว่า ๆ ฉันเดินจากเรือนคนใช้ไปยังตึกใหญ่ และขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน เปิดประตูบานคุ้นเคยอย่างเบามือ เมื่อปิดประตูแล้วไม่ลืมที่จะล็อกให้เรียบร้อย
ห้องนอนขนาดใหญ่ ตกแต่งห้องด้วยสีโทนดำเทา บ่งบอกถึงความเป็นผู้ชาย ของสะสมราคาแพงตามสไตล์ผู้ชาย เดินอีกไม่กี่ก้าวฉันก็จะเห็นเตียงใหญ่ที่มีเขานั่งรออยู่แล้ว
หน้าอกเปลือยเปล่า เต็มไปด้วยมัดกล้ามแน่น ทุกครั้งที่ได้เห็นทำให้หัวใจของฉันสั่นไหว
“มาเร็ว วันนี้ฉันต้องรีบไปคณะ” คณะที่เขาหมายถึงคือคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่เขาเรียนอยู่ และฉันกำลังจะได้เข้าเรียนในอีกไม่กี่เดือน
ฉันเดินไปหยุดข้างเตียง ถอดเสื้อยืดสีดำตัวโคร่งและกางเกงขาสั้นของตนเองออกกองไว้กับพื้น เหลือเพียงชั้นในสองชิ้นบนเรือนกาย
เพื่อให้เขาเป็นคนถอดอย่างที่เขาชอบทำ
“มานั่งบนนี้” บนนี้ที่เขาว่าคือตักแกร่งที่ไม่มีอะไรปกปิดความเป็นชาย ฉันปีนขึ้นไปนั่งบนตักอย่างว่าง่าย ถูไถสัดส่วนความเป็นหญิงกับส่วนความเป็นชายของเขา
“เดี๋ยวนี้มะลิของพี่เก่งจัง” เขาชม ฉันยิ้มให้เขา มอบจูบแสนหวานอย่างที่เขาเคยสอน ท่อนล่างก็ส่ายร่อนบดเบียดเข้าหาเขาอย่างร้อนเร่า แม้จะมีเนื้อผ้าบางเบาของแพนตี้ตัวน้อย แต่ความชุ่มฉ่ำของเราสองก็ยังเปรอะเปื้อนและร้อนผ่าว
“อื้อ...คุณยู” ฉันร้องครางเมื่อส่วนปลายของความแข็งขืนทิ่มแทงส่วยปลายกระจิริดความเป็นสาว ความเสียวซ่านวิ่งผ่านทุกรูขุมขน
“เสียวเหรอ” เขาถามเมื่อไล้ปลายลิ้นลงมาจากลาดไหล่ เต้าทรวงถูกปล่อยจากการโอบอุ้มของบราเซียร์ เขาไล้ปลายลิ้นหยอกล้อกับยอดถันสีสด
“อื้อ” ความเสียวซ่านยิ่งทำให้ฉันขนลุกไปทั้งร่าง แอ่นกายเข้าหาให้เขาได้เชยชิม
เมื่อถูกรุกเร้าทั้งมือและปลายลิ้น ฉันไม่อาจอดกลั้นความซ่านสยิวได้เลย ต้องบดเบียดกลีบเนื้อเข้าหาเขาอย่างอดใจไม่ไหว มือบางของฉันอยากจะเบี่ยงเนื้อผ้าบางให้พ้นทางเพื่อหาความสุขกับสิ่งที่ร่างกายต้องการ
“ใจเย็น ๆ เดี๋ยวพี่ทำ” เขากระซิบบอกพึมพำทั้ง ๆ ที่ริมฝีปากก็ยังวนเวียนอยู่บริเวณเต้าทรวง
“อื้อ ไม่ไหว” ฉันร้องครางออกมาอย่างไม่อาจห้ามตัวเอง เขาปลุกเร้าและสร้างความหฤหรรษ์ให้ฉันด้วยการบดเบียดและเสียดสี
“กล้วยยังไม่สุกแน่เลยแข็งเชียว” คนนิสัยไม่ดี ใครกันละที่ทำให้กล้วยนิ่ม ๆ กลายเป็นกล้วยไม่สุกแข็งขนาดนี้ “ถึงไม่สุกแต่อร่อยนะครับ โดยเฉพาะน้ำนมกล้วย” ผมเอนหลังพิงกับหัวเตียง มองคนที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจากกล้วยของผม “น้ำนมกล้วย” คนตาลุกวาว นั่งอยู่กลางหว่างขาผม มือเธอยังลูบไล้ไม่หยุด “กางเกงไม่ดีเลยดูสิปิดไม่มิด” ผมจับเจ้าน้องชายสุดกร่างของผมให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลายของหัวเห็ดพ้นขอบกางเกงในออกมา “ไม่มิดจริงด้วย” เธอลูบไล้ส่วนปลายเล่น “ถอดมัน” ผมสั่งคนที่นั่งคุกเข่า เธอถอดเจ้ากางเกงลายกล้วยสุดน่ารักออก “อื้ม ฟาดหน้าเลย” จังหวะนี้ผมควรขำดีไหม ท่อนลำของผมเมื่อไร้การปกปิดของกางเกงตัวจ้อย เจ้ากร่างก็ฟาดหน้าคนที่ยื่นหน้ามาใกล้เกินเหตุ “ตั้งใจก็บอกมา เร็วเหลือเวลาอีกแค่ยี่สิบห้านาที” ผมบอกคนเอาแต่เล่น เริ่มเอาจริงได้แล้ว “อื้ม...” ผมสอดมือเข้าในชุดสายเดี่ยวของคนที่โนบราเพราะต้องการยั่วผมแต่เช้า เขี่ยตรงปลายของยอดอก ยอดถันแข็งเป็นไตสู้มือ “ซี้ด...” ผมต้องสูดปากเมื่อเธออ้าอมและกลืนกินส่วนปลาย ใช้ลิ้นร้ายไล่วนปล
หลังจากนั้นไม่นานฉันก็ไม่ได้ยินเธอบ่นเรื่องนั้นอีกเลย พี่ไธม์กระซิบว่าเพราะผู้ช่วยของพี่ไธม์ทั้งหล่อ ทั้งเด็ก คงถูกใจคุณหมอเฟย์หรือเปล่า อันนี้ฉันก็ไม่แน่ใจนัก แต่ก็เห็นทั้งสองมาด้วยกันบ่อย ๆ ตอนที่แวะมาหาฉันที่บ้าน ถ้าไม่มีมูลหมาคงไม่ขี้แหละ ไว้สบโอกาสฉันจะแอบถามดูแล้วจะมาเล่านะคะ ส่วนบุญกับพี่หมอเบย์คู่นั้นเรื่องราวของทั้งสองก็น่าสนใจนะ แต่ฉันไม่เล่าหรอก บุญบอกอย่าบอกใคร ทีตัวเองชอบคุยเรื่องคนอื่น แต่เรื่องตัวเองไม่ยอมบอกใคร สายน้ำกับหมอธาร์ คู่นั้นเหรอ เรียกว่าคู่น้ำตาลเรียกพี่ อะไรจะหวานเวอร์ มีคนเคยถามว่าฉันแยกออกได้ใช่ไหมคนไหนหมอธาร์หมอไธม์ จะบอกว่าฉันจำผิดแค่ครั้งนั้นนั่นแหละ หลังจากนั้นฉันสามารถแยกสองคนนี้ออกอย่างชัดเจน ยิ่งได้รู้จักยิ่งแยกออก บางทีฉันก็แอบคิดนะ ทำไมหมอธาร์ดูนุ่มละมุนละไม ส่วนหมอไธม์นั้นแสบซ่าและปากจัด แต่พอมาคิดอีกที ถ้าหมอไธม์เป็นเหมือนหมอธาร์ฉันคงไม่ชอบ เพราะเราสองคนคงเข้ากันไม่ได้เลย บางครั้งฉันมองสายน้ำกับหมอธาร์คุยกันฉันยังแอบเลี่ยนในความหวานน่ารักของทั้งคู่ คนหนึ่งอบอุ่นอีกคนนุ่มนิ่ม
ไลน์กลุ่ม : พยายามสวย คนสวยชื่อกล้วย : ได้ชื่อลูกแล้ว คุณปู่ตั้งให้ Aing_Star : ชื่อไรแกคนสวยชื่อกล้วย : ธิติ กับ ธีภพ น้องธิ กับ น้องธี เข้ากับชื่อพ่อชื่อแม่ Aing_Star : ชื่อไฮโซมากแก น้อยแต่มาก แปลว่าอะไรคนสวยชื่อกล้วย : ผู้มีปัญญา ชื่อเพราะความหมายดีจัง ความหมายเหมือนชื่อฉันเลย SaiNam : คุณปู่บอกว่า มีลูกโง่แล้ว อยากมีหลานเป็นผู้มีปัญญา Aing_Star : 55555 โอย กูขำ ปู่ช็อตฟีลมากมึงคนสวยชื่อกล้วย : ฉันเพิ่งรู้นะเนี่ย พี่ไธม์ไม่เห็นเล่าให้ฟังเลย SaiNam : คุณย่าแอบบอกฉัน สองแฝดนั่นไม่รู้หรอก Aing_Star : คุณแม่ศิตา ก็คือแม่ศิตา ช็อตฟีลยิ่งกว่าคนสวยชื่อกล้วย : ตื่นเต้น ใกล้คลอดแล้วอะแก SaiNam : ไม่ต้องตื่นเต้น ไม่เจ็บ คนสวยชื่อกล้วย : จริงอะ ไม่เชื่อหรอก ตอนที่แกเจ็บท้องคลอด ฉันอยู่ด้วย SaiNam : เออลืมเลย ตื่นเต้นเหมือนกันนะเนี่ย ใครจะคิดว่าเราสองคนจะกลายเป็นญาติกัน คนสวยชื่อกล้วย : นั่นสิ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราสองคนจะได้ใช้นามสกุลเดียวกัน Aing_Star : มีเหลือสักคนไหม กูอยาก
“อย่าบอกนะว่าฉัน” คนฟังชี้เข้าหาตัวเอง “ก็ใช่นะสิ ไม่อย่างนั้นฉันจะถ่อมาถึงระยองเหรอ” คุณหมอสาวขึ้นเสียงอย่างเสียอารมณ์ เล่ามาตั้งนานยายคนนี้ยังไม่เข้าใจอีก “นี่มาขอโทษหรือจะมาหาเรื่องเนี่ย” คนท้องเองก็ใช่ว่าจะมีอารมณ์รับฟังเรื่องอะไรที่ไร้สาระขนาดนี้ “มาขอโทษ อะนี่” คนมาขอโทษวางกล่องสีแดงขนาดเท่าฝ่ามือ ตรงหน้าธีริศรา “อะไร” คนท้องยังมองกล่องนั้นอย่างสงสัย ไม่กล้าเปิดดูกลัวว่าคุณหมอคนนี้จะมีแผนร้าย “ทองรับขวัญหลานและแทนคำขอโทษ ทองจริงย่ะไม่ต้องทำหน้าแบบนั้น หนักตั้งห้าบาท” อืม...นี่คงเป็นการขอโทษจากคนรวย เอาทองฟาดหัว “ฉันเป็นเมียหมอไธม์” คนเป็นเมียหมอไธม์บอกหมอสาวเจ้าของทองตรงหน้า อีกฝ่ายขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ รู้อยู่แล้วไหมว่าเป็นเมียหมอไธม์จะบอกทำไม “แล้ว?” “ฉันท้องลูกแฝด” “แล้ว?” “ถ้าเธอจะขอโทษ ห้าบาทน้อยไปสิ ต้องอย่างน้อยสิบบาท ผัวฉันทำกำไรเข้ากระเป๋าเธอเดือนหนึ่งตั้งเท่าไหร่ ทองแค่ห้าบาทเนี่ยน้อยไปนะ” เมียหมอไธม์กอดอกแล้วก็มองหน้าคนตรงหน้า อยากได้ผัวก็ยากหน่อยนะ เอาสิ เคยตบอีกล้ว






reviews