MasukGear Trick #9
ไหงเรื่องกลายเป็นแบบนี้ไปได้
คำว่า ‘หรือจะให้อุ้ม’ ฉุดรั้งฉันให้พยุงตัวยืนเต็มความสูง กอดเสื้อช้อปของพี่เกียร์เอาไว้แน่น สบตากับพี่โฬมและมาหยุดที่คนตัวสูง เขาไม่พูดอะไรกลับเดินนำฉันออกจากห้องวีไอพีไปหน้าตาเฉย
“ตามมันไปครับ”
“หนูต้องทำงานนะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ เชื่อพี่ คุณดลไม่ว่าอะไรหรอก” พี่โฬมวางมือลงบนบ่าฉัน “ไอ้เกียร์กำลังอารมณ์ขึ้น อย่าขัดใจมัน เชื่อพี่นะ”
“ก็ได้ค่ะ”
ฉันก็ไม่ได้อยากจะเชื่อใครทั้งนั้น ทว่าพอเห็นหน้าพี่โฬมแล้วก็คงต้องเชื่อ จึงเดินออกจากห้องวีไอพีตามพี่เกียร์ไปนอกร้าน เอาจริงควรตามไปดีไหมเนี่ย กลัวคุณดลจะว่าไม่ทำงานน่ะสิ คำพูดของพี่โฬมก็เข้ามาในหัว ไม่ตามไปมีหวังฉันต้องซวยหรือเปล่านะ สองเท้าก้าวออกจากผับเห็นแผ่นหลังกว้างไกลๆ ก็พบว่าพี่เกียร์เดินไปที่รถหรูของตัวเอง เขาปลดล็อกรถและเปิดประตูฝั่งคนขับ โน้มตัวไปหยิบอะไรบางอย่าง
“นั่ง” สั่งเสียงดุให้ฉันนั่งบนฝากระโปรงรถ ของข้างกายที่พี่เกียร์หยิบมาคือห่อทิชชูและกล่องพลาสเตอร์ยา พี่เกียร์เดินมาหยุดตรงหน้าฉันดึงมือออกและลอบมองแผลบนหน้าผาก เขาจึงหยิบทิชชูซับเลือดให้ ไม่รู้หรอกนะว่าแผลมันใหญ่หรือเปล่า รู้แค่ว่าเลือดไหลออกมาไม่มากก็เท่านั้น
ความเงียบเข้ามาปกคลุม ฉันไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าเขาตรงๆ จึงหลุบสายตามองหน้าท้องแกร่งซึ่งเสื้อยืดสีขาวแนบลำตัวจนเห็นก้อนซิกแพคเป็นลอนเลย บวกกับลมที่พัดผ่านร่างกายของเราสองคน จากนั้นก็ไล่ต่ำมาถึงสิ่งที่ไม่ควรโฟกัส เพราะความนูนใหญ่ของมันเล่นเอาหน้าฉันร้อนเห่อ จึงเสมองไปทางอื่น บ้าจริงปั้นหยา หลุดโฟกัสจากหน้าท้องพี่เขาลงไปมองตรงนั้นเพื่ออะไรกัน!
“วันนี้ทำไมไม่ทัก” พี่เกียร์เป็นฝ่ายเริ่มพูดก่อนเหรอ ไม่อยากจะเชื่อเลยแหะ
“จะให้หนูทักได้ไง แฟนพี่อยู่ด้วยทั้งคน” บ่นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “หนูไม่กล้าหรอก”
“รู้ได้ไง” น้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยและเดินไปหยิบขวดน้ำมาเทบนทิชชูเพื่อเช็ดหน้าผากให้ฉันต่ออย่างเงียบๆ
“ก็ควงแขนกันขนาดนั้น”
“เหรอ” พี่เกียร์ลากเสียงยาว “มองว่าเป็นแฟน”
“ใช่ค่ะ” ตอบตามความจริง พี่เกียร์ก็เงียบเหมือนเดิม เขาหยิบพลาสเตอร์ยาแบบใสมาแกะและติดบนหน้าผาก จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาเสมอกับฉัน พร้อมสองมือที่ค้ำยันบนกระโปรงรถเพื่อกันไม่ให้ฉันหนีเขาไปไหน
“ไม่ใช่” หากแต่ว่าคำตอบของพี่เกียร์ทำให้ฉันมองสบตากับเขาโดยตรง ลมหายใจอุ่นร้อนที่ปะปนไปด้วยกลิ่นเมนทอลของบุหรี่ที่เขาสูบและแอลกอฮอล์ที่น่าจะชวนให้ปวดหัว กลับทำให้ฉันไม่ได้รู้สึกว่ามันเหม็นเลยแม้แต่นิด “ยังไม่มี”
จะบอกว่าตัวเองยังไม่มีแฟนงั้นสิ โอเคจะเชื่อก็แล้วกัน แต่เรื่องเจ้าชู้ฉันก็ยังยืนยันคำเดิมว่าวิศวะโยธา เจ้าชู้ทุกคน จากเหตุการณ์ที่เห็นในโซนวีไอพีก็พอจะรู้
“เรื่องของพี่ ไม่เกี่ยวกับหนู” เอาเสื้อช้อปของพี่เกียร์วางไว้บนตัก
“สวมมัน” เขาสั่งเสียงเข้มและไล่สายตามามองตรงหน้าอก “เห็นชัด”
“เอ๊ะ?” พอคำพูดของพี่เกียร์เรียกความสนใจให้ต้องหลุบมอง ก็พบว่าเสื้อนักศึกษามันเปียกและแนบกับผิวเนื้อ เห็นบราเซียสีดำห่อหุ้มทรวงอกได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง หน้าอกที่คิดว่ามันไม่ได้ใหญ่โต พอเปียกเหล้าปุ๊บมันดันทำให้รู้สึกว่านมคัพซีของฉันมันใหญ่จริงๆ ด้วย เพิ่งจะสังเกตก็ตอนนี้ “กะ ก็อย่ามองสิคะ”
“ไม่มองได้ไง” เขาเลิกคิ้วพร้อมมุมปากที่ยกขึ้นเล็กน้อย “จะทิ่มหน้าอยู่แล้ว”
“พะ พี่เกียร์”
“สวมแล้วติดกระดุม” สั่งเสร็จก็ขยับไปยืนเต็มความสูง กอดอกมองฉันที่สวมเสื้อช้อปของพี่เกียร์และติดกระดุมทุกเม็ดเพื่อไม่ให้เห็นว่าเสื้อสีขาวมันแนบเนื้อจนโป๊ กลิ่นเสื้อของพี่เกียร์ยังมีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่เลย “หิวบะหมี่”
“หนูไม่ได้ทำงานที่มินิมาร์ทนะคะ”
“เลิกงานกี่โมง?” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก
“ดึกค่ะ” ตอบปัดเขาเพราะฉะนั้นเลิกงานฉันก็ต้องรีบกลับห้องไง “พี่เกียร์ต้มกินเอง ไม่ก็แวะไปที่มินิมาร์ท”
“...”
“หนูจะไปทำงานต่อแล้ว เสื้อเดี๋ยวหนูจะซักมาคืน” พูดจบก็กระโดดลงจากฝากระโปรงรถสุดหรู ยังไม่ทันก้าวเท้าเลยพี่เกียร์ก็รั้งฉันเอาไว้ด้วยประโยคต่อจากนี้
“ไปต้มให้กินหน่อย” คิ้วขมวดเข้าหากัน ฉับพลันก็เห็นไปมองพี่เกียร์ที่เอนสะโพกพิงฝากระโปรงรถ คีบบุหรี่เข้าปากจุดไฟเพื่อสูบนิโคตินเข้าปอดให้ได้เยอะๆ “ที่ห้อง”
“หะ ห้องอะไรคะ?”
“ห้องฉัน”
“!”
“จะรอ”
“หนูไม่...”
“รอตรงนี้” มัดมือชกกันนี่นา! ใครบอกว่าจะไปต้มบะหมี่ให้เขากินที่ห้องกันล่ะ “หนี โดน”
“พี่เกียร์”
“ตามนั้น”
ไม่แยแสและไม่ได้สนใจว่าฉันจะปฏิเสธหรืออะไรเลยสักนิด พี่เกียร์ก็ผูกมัดฉันด้วยคำว่า ‘รอ’ อยากจะบ้าตาย ทำไมต้องมาเจอกันที่นี่ด้วย เดินหน้ามุ่ยกลับเข้ามาในผับทำงานตามเดิม คุณดลเห็นฉันก็ตกใจเล็กน้อย จึงไม่ได้บอกอะไรออกไปแค่บอกว่าเสื้อเลอะแล้วพี่ที่รู้จักให้มาสวม ดังนั้นฉันก็เลยทำงานของตัวเองต่อโดยไม่ได้ขึ้นไปชั้นวีไอพีอีก
02.40 น.
“เงินค่าจ้างของหนู”
“ขอบคุณนะคะคุณดล” ยกมือไหว้ขอบคุณและรับเงินจำนวนพันห้ามาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ถ้าคนขาดอีก เรียกหนูได้เลยนะคะ ติดต่อหนูที่เบอร์ที่ให้ไปได้เลยค่ะ”
“ฉันจะลองคุยกับเจ้าของนะ เรื่องรับหนูเข้าประจำ ถ้าหนูอยากทำ”
“อยากค่ะ!” ที่ที่ได้เงินเยอะขนาดนี้ มีเหรอว่าฉันจะไม่อยากทำ ต้องหาเงินให้ได้เร็วที่สุดนี่นา
“หนูเป็นเด็กดีมาก ไว้จะติดต่อกลับไปนะ” คุณดลยิ้มอ่อนโยน ฉันก็เอาเงินยัดใส่กระเป๋าผ้า จากนั้นก็ร่ำลาพี่ๆ ในผับ ไปมาลาไหว้นี่คือมารยาทที่ฉันมีติดตัวมาเสมอ ต้องทำตัวให้น่ารักเข้าไว้ทุกคนจะได้เอ็นดูฉันยังไงล่ะ พอออกจากหลังร้านเรียบร้อยกำลังจะเดินเพื่อหารถเมล์นั่งกลับ
แต่ว่า... ก็ต้องเห็นร่างสูงที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงรถของตัวเอง ใช่ ตอนนี้ผับน่ะไม่มีรถคันไหนจอดอยู่เลย ยกเว้นก็แต่รถของเขาและเจ้าของรถที่ยังยืนเป็นสิงห์รมควัน
“ดึกขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะยังรอ” หมดหนทางที่จะหลีกหนีแล้วปั้นหยา ฉันจึงเดินคอตกไปหาพี่เกียร์ เขาเหมือนรู้ว่ามีคนเดินมาหยุดด้านหลังจึงหันมามองฉันพลางทิ้งก้นกรองบุหรี่ลงพื้น โอ้โห สูบเยอะมากเลยก้นกรองเป็นสิบๆ สูบเก่งมากจนฉันคิดว่าปอดเขาจะต้องมีปัญหาเข้าสักวัน
“มาแล้ว”
“พี่เกียร์ควรกลับไปนอนได้แล้วนะคะ ไม่เห็นต้องมารอหนูเลย”
“อยากกินบะหมี่” อยากกินก็ต้มเองสิ! ฉันได้แต่ก่นบ่นเขาในใจนะ ยุ่งยากอะไรกับฉันนักหนาก็ไม่รู้
“ก็ได้ หนูต้มให้เสร็จ หนูกลับทันทีเลยนะคะ” ไม่สนอะไรทั้งนั้นอะ ฉันกลัวแค่ว่าพี่เกียร์จะหลอกล่อฉันไปทำมิดีมิร้ายน่ะสิ ยิ่งคำพูดของตองป้วนเปี้ยนอยู่ในหูซ้ายและหูขวา ฉันก็ยิ่งไม่ค่อยอยากจะไว้ใจสักเท่าไหร่ ถ้าหากพี่เกียร์อยากกินฉันจริง มันก็น่ากลัวนะแต่ถ้าเขาไม่ได้คิดอะไร เพราะสภาพฉันไม่ได้อยู่ในโหมดที่น่ากิน น่าฟัดด้วยซ้ำ
ผู้หญิงที่เขาควงนะสวยระดับ หันมาดูฉันดิ ก็แค่เด็กจนๆ คนหนึ่งที่ทำงาน ทำงานและทำงาน หน้าตาก็ไม่ได้สวย หุ่นก็ไม่ได้ดี ไม่มีอะไรดีเลย พี่เกียร์คงไม่ได้พิศวาสจนคิดจะปล้ำหรอกมั้ง เขาคงไม่ตาบอดพอที่จะมองเห็นว่าฉันสวยหรอก
“อือ”
พี่เกียร์ตอบแบบขอไปที จนฉันทำปากงอง้ำ เปิดประตูก็ต้องเบิกตากว้างกับขนาดในรถที่กว้าง ถึงจะมีแค่สองที่นั่งทว่าเพียงแค่เห็นเบาะนั่งฉันก็ตาลุกวาวเลย เป็นบุญก้นงามๆ นะที่ได้นั่งรถแพงขนาดนี้ แถมพอพี่เกียร์กดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ แอร์ก็ตีเข้าหน้า กลิ่นหอมจากน้ำหอมในรถ หน้าจอขนาดเล็กถูกนิ้วมือเรียวกดปุ่มอะไรสักอย่าง กระทั่งเพลงสากลดังขึ้นเบาๆ
“คาดเข็มขัด” พยักหน้ารับพลางดึงสายเข็มขัดนิรภัยคาดและเสียบลงที่ตัวล็อกเป็นอันเสร็จ
“รถพี่เกียร์สวยมากเลยค่ะ ราคาคงแพงมากเลยสินะคะ” พูดพลางกวาดตาไปรอบๆ ขณะที่รถเคลื่อนตัวออกจากผับ ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับมา ฉันก็นั่งตัวลีบเอามือจิกกันบนกระโปรงพลีท เพราะพี่เกียร์ค่อนข้างเหยียบคันเร่งแบบมิดมาก มันเร็วมาก แต่น่าแปลกนะที่ต่อให้พี่เกียร์ขับรถเร็วมากแคไหน ฉันกลับไม่มีท่าทีจะเมารถเลยแม้แต่นิด “หนูขอเลือกเพลงฟังได้ไหม”
“อือ” ตอบแค่นั้นพี่เกียร์เสมองฉันที่ชะโงกหน้าไปมองจอว่าควรกดปุ่มไหน “เลือกเพลงตรงนี้”
“อ่า ขอบคุณค่ะ” ไล่ดูเพลงที่พี่เกียร์เปิดฟังบ่อยๆ “พี่เกียร์ชอบเพลงอะไรเหรอคะ”
“Dancing In The Flames” คำตอบของพี่เกียร์ทำให้ฉันมาหยุดที่เพลงของ The Weekend
“งั้นหนูฟังเพลงที่พี่เกียร์ชอบดีกว่า” กดปุ่มเล่นเรียบร้อย ดนตรีขึ้นศีรษะฉันก็โยกเองเล็กน้อย ดนตรีดีจังไหนจะเพลงก็เพราะอีกต่างหาก เหมาะกับผู้ชายเทสดีอย่างพี่เกียร์ละนะ “ยกให้เป็นเพลงโปรดเลยหรือเปล่าคะ”
“มั้ง” เห็นเปิดฟังบ่อยมากเพราะมันขึ้นมาอันดับหนึ่งเลยนี่นา พี่เกียร์บังคับพวงมาลัยรถเพียงมือเดียวและเอาศอกขวายันขอบกระจกเอนใบหน้าพิงกับฝ่ามือ
“ที่หนูยอมมาต้มบะหมี่ให้พี่เกียร์ เพราะวันนี้พี่เกียร์ช่วยหนูไว้นะ ไม่งั้นหนูไม่มาหรอก”
“...” เขายังคงเงียบ ฉันจึงหลุบสายตามองเสื้อช้อปที่ยังสวมอยู่ไม่ได้ถอดออก
“ถึงพี่เกียร์จะไม่ได้ตั้งใจมาช่วยหนูก็เถอะ หนูก็ต้องตอบแทนบุญคุณ”
“หึ”
เอ๊ะ? เสียงหัวเราะและมุมปากที่ยกขึ้น อย่าบอกนะว่าพี่เกียร์กำลังยิ้มพร้อมขำในลำคอด้วยเหรอ นับเป็นครั้งที่สองหรือเปล่า ไม่สิ รอบนั้นพี่เกียร์ยิ้ม ไม่ได้หัวเราะเหมือนตอนนี้ไง ฉันเม้มริมฝีปากตัวเองขณะเอนศีรษะพิงเบาะเสมองวิวกระจกข้างกาย เงาสะท้อนทำให้เห็นว่าตัวเองก็... ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเช่นกัน
คอนโดหรูติดริมน้ำของพี่เกียร์ พอก้าวเท้ามาในห้องของเขาปุ๊บ ต้องบอกเลยนะว่า มันโคตรจะกว้าง โคตรจะหรูหรา! ดวงตาของฉันเบิกกว้างไม่พอ ปากยังอ้างค้างเมื่อพี่เกียร์เปิดไฟทุกดวงและตรงกลางจะเป็นโซฟาสีครีมแบบวงกลาม มีโคมไฟวงกลมห้อยระย้าจากด้านบน รอบทิศของห้องเป็นกระจกทั้งหมด มีเพียงผ้าม่านเปิดทิ้งไว้ให้เห็นวิวของแม่น้ำสายสำคัญ
โซนครัวก็คือกว้างกว่าห้องที่ฉันอยู่ประมาณสิบเท่า มีเคาน์เตอร์บาร์ขนาดกว้างหินอ่อนสีดำประดับโคมไฟด้านบน คือครัวห้องเขาจะออกแนวสไตล์ยุโรปเลย ฉันถึงกับวางกระเป๋าผ้าบนโซฟาและเดินไปเกาะกระจกเพื่อมองวิวที่สูงชะลูดเฉียดฟ้าคงเป็นไปได้
“บะหมี่”
“แหะ หนูลืมไปเลย รอแปบนะคะ” หันไปมองร่างสูงที่จับชายเสื้อยืดสีขาวจากนั้นก็ถอดมันออกจากเรือนร่างต่อหน้าต่อตาฉัน ตาแทบจะถลนออกมาเมื่อเห็นเรือนร่างของพี่เกียร์ที่แข็งแกร่งและกำยำไปทุกสัดส่วน รอยสักตรงเอวซ้ายตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวเขียนที่มองยังไงก็มองไม่ออก มันตวัดแบบแปลกมากไปถึงด้านหลัง
“ครัวอยู่นั่น” พี่เกียร์เดินนำฉันไปยังครัว เขาเปิดตู้เย็นขนาดยักษ์หยิบเบียร์ออกมาหนึ่งกระป๋อง ฉันกวาดสายตามองหาอุปกรณ์พลางยกมือเกาศีรษะตัวเอง พี่เกียร์ดูเหมือนจะรู้ว่าฉันงงก็ชี้นิ้วไปยังด้านบน “หม้อต้ม บะหมี่ลิ้นชัก”
[50%]
*------------------------------------------------------*
“ฟังพี่นะน้องปั้นหยา” พี่โฬมดึงสติฉันพลางยิ้มกริ่ม “มันไม่ดีหรอก หนูเชื่อพี่”“หนูอยากได้เงินนี่นา”“ต้องได้มาแบบที่ไม่ใช่เรื่องแบบนี้สิครับ พี่น่ะไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงิน แต่พอดีพี่มันเหี้ย โกงเรื่องพนันทุกอย่างก็แค่นั้น” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมทำให้ฉันเม้มริมฝีปาก พยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ “โดนคนมันท้าทายก็จัดให้สักหน่อย สุดท้ายพอพี่ได้ พี่ก็ลบเว็บทิ้ง จบ”“...”“อย่างหนูมันจะไม่ได้แค่ก้อนเดียวจบ คนเรามีความโลภอยู่ในตัวกันทุกคน อยู่ที่ว่าจะโลภมากหรือน้อย” คำสอนของพี่โฬมเกี่ยวกับเรื่องนี้ทำให้ฉันตระหนักขึ้นมาได้ว่าต่อให้อยากได้เงินแค่ไหน ไม่ควรทำเรื่องที่ทุจริตแบบนี้ “ที่ไอ้เกียร์มันห้าม มันแค่ไม่อยากให้หนูหลงทางผิดก็เท่านั้น เข้าใจมันหน่อยนะ”“ค่ะ”“มันเป็นพวกพูดไม่ค่อยเข้าใจ หนูคงรู้” ใช่ รู้ดีเลยล่ะ บางคำพูดของพี่เกียร์ถึงทำให้ฉันจับใจความได้ยากแบบสุดๆ “เชื่อมันเถอะครับ ทุกอย่างที่มันพูดมา มีเหตุผลไม่ใช่ไม่มี”พยักหน้ารับ มันก็คงถูกเหมือนที่พี่โฬมพูด ทุกคำพูดของพี่เกียร์ถึงจะเข้าใจได้ยาก แต่มันก็มีเหตุผลซ่อนอยู่ในนั้นโดยที่ฉันเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ จนต้องเจาะมันให้ลึกที่สุด“ไอ้เก
“แม่ง!”“มึงไม่เห็นหรือไง”“เห็น”“จะให้ปล่อย” ไม่รู้ว่าบทสนทนาเป็นไปในรูปแบบไหน ทว่าพอฉันเดินกลับมาที่เดิมพี่โฬมก็ฉีกยิ้มกว้างลุกขึ้นรับถาดจากมือฉันไป ทั้งที่เมื่อกี้ดูเหมือนจะทะเลาะกับพี่เกียร์อยู่เลย“โห น่ากินมากเลยครับ ซื้อมาเยอะขนาดนี้แทนที่จะชวนกูสักคำ ไม่มี”“ไม่ได้อยากกินกับมึง” เค้นเสียงแข็งใส่พี่โฬม จากนั้นฉันก็นั่งประจำที่เช็ดมือเรียบร้อยก็เตรียมแกะกุ้งให้กับพี่เกียร์ เมื่อได้ฉันก็วางบนจานให้เขาก่อนสองตัว “ไม่ต้องแกะ”“เอ๋? หนูจะแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคไงคะ”“ให้มันแกะเอง”“ขี้หวง” พี่โฬมเบ้ปากใส่พี่เกียร์ ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่เลยแหะ เป็นเพราะพี่โฬมกับพี่เจคมาหรือเปล่า“หนูขอแกะให้พี่โฬมกับพี่เจคนะคะ ไหนๆ มือก็เลอะแล้ว” ขอคนตรงหน้าที่คีบเนื้อวัวจิ้มน้ำจิ้มกินด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“จ่ายเงินกูมาด้วย”“น้องปั้นหยาก็กิน มึงไม่คิดบ้างอะ กับเพื่อนนี่เอาทุกดอกแล้วบอกเพื่อนกันนะ” ดูเหมือนคนข้างกายฉันจะโวยวายเสียยกใหญ่ “ใช่สิ กูมันไม่สำคัญกับมึงแล้วไง มีน้องปั้นหยาอยู่ด้วยทั้งคน เหอะ”“เป็นตัวเมีย” สนามรบในหม้อสุกี้ยังไม่จบไม่สิ้นสินะ ดูเหมือนจะมีแค่พี่เกียร์กับพี่โฬมที่จ้องหน้า
Gear Trick #13ก็อยากเป็นเราสองคนมาถึงซุปเปอร์มาเก็ตใกล้กับคอนโดของพี่เกียร์ เป็นแค่ชั้นเดียวทว่าพื้นที่คือกว้างมากเลยนะ ใช้เวลาเดินแค่ไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ ฉันเข็นรถเข้ามาอันดับแรกเลยก็คือต้องดูพวกเนื้อสัตว์ก่อน ผักในตู้เย็นก็พอได้อยู่ซื้อไปเพิ่มอีกสักนิดก็น่าจะโอเค“เนื้อวัวด้วยไหมคะ”“อือ” ชูแพคเนื้อวัวให้พี่เกียร์ เขาพยักหน้ารับ ไหงกลายเป็นว่าพี่เกียร์เข็นรถเดินตามฉันไปทุกซอกทุกมุม“พี่เกียร์จ่ายนะคะ หนูจ่ายไม่ไหวแน่”“ลืมเอาเงินมา”“พี่เกียร์ พูดจริงเหรอคะ” ฉันถึงห่อเหี่ยวทันทีที่หยิบกุ้งสดขึ้นมา พอเห็นมุมปากยกขึ้นก็หรี่ตามอง “แกล้งหนูอีกแล้ว ทำไมชอบแกล้งหนูจัง”“อยากน่าแกล้ง” จะบอกว่าตัวฉันเองทำให้เขาอยากแกล้งมากขึ้นว่างั้นสิ ก็ไม่ได้ทำให้ตัวให้น่าแกล้งสักหน่อย พี่เกียร์ชอบใส่ร้ายกันตลอดนั่นแหละ“หนูขนไปเผื่อตุนไว้ให้พี่เกียร์ต้มใส่บะหมี่กินเองนะคะ”“ขนไปก็เท่านั้น” เขาบ่นพลางกวาดตามองไปทั่วโซนอาหารทะเล “ทำไม่เป็น”“หัดทำสิคะ หนูสอน”“ขี้เกียจ” เกลียดคำว่าขี้เกียจของเขาซะจริง ฉันเลือกของได้ครบตามที่ต้องการใช้เวลาไม่นานรถเข็นก็มีของสดเพียบ จากนั้นก็เดินนำพี่เกียร์ไปยังล็อกน้ำจิ้ม
“อ๋อ” ทำไมต้องลากเสียงยาวและไม่กล้าบอกไปตรงๆ ล่ะปั้นหยา “แฟนหนูน่ะค่ะ”“...” ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยเรียบนิ่งอยู่แล้ว ตอนนี้กลับนิ่งกว่าเดิม จนฉันสัมผัสได้ถึงรังสีบางอย่างจากตัวพี่เกียร์ เป็นรังสีความเย็นที่แผ่ปกคลุมมาเผื่อฉันด้วย ทั้งที่นั่งหน้าร้านอากาศกำลังอุ่นพอดี“หนูไม่ได้บอก เพราะพี่ไม่เคยถามหนู” เหมือนถูกสายตาคมจ้องมองมาแทบจะฉีกร่างฉันให้กระจุยกระจาย“มันทำสินะ”“เมื่อวานเราทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะค่ะ เขาเมาก็เลย...” พี่เกียร์หรี่สายตามองฉันพลางกัดฟันกรอด “หนูไม่เป็นอะไรค่ะ มันเป็นครั้งแรกด้วย”“อยากให้มีรอบสอง”“ไม่ใช่นะคะ” มันไม่มีรอบสองแน่ ถ้าหากเรื่องปลายฟ้าจบลง ฉันกับพี่ครามก็จบเช่นเดียวกัน “มันพูดยากน่ะค่ะที่จะต้องพูดออกไป”ว่าฉันกับพี่ครามเราคบกัน มันมีเหตุผลของฉันอยู่ในนั้นประมาณ 95% อีก 5% คือเขาเป็นที่พึ่งให้ในตอนแรกๆ พอเมื่อวานแผงฤทธิ์ก็เลยคิดใหม่ทั้งหมด เอาเป็นว่า 100% ที่คบกับเขาเพราะผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆพอเห็นสีหน้าพี่เกียร์นิ่งจนเหมือนหุ่น ฉันก็พยายามทำให้บรรยากาศสำหรับเรามันดีขึ้น “ไว้หนูพร้อมหนูจะบอก”“...”“ถึงตอนนั้นพี่เกียร์จะรอฟังหนูไหม” ไม่ได้อยากจะขอร้อง เห
Gear Trick #12เขาเป็นความสบายใจถึงแบบนั้นเมื่อคืนฉันเผลอนอนหลับในห้องน้ำ ดีนะที่ไม่ขาดใจตายซะก่อนเพราะเปิดหน้าต่างบานเล็กให้ลมเข้า พี่ครามยังนอนไม่ตื่นอยู่บนเตียง พอเขาหลับแบบนี้ฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวสวมเสื้อยืดสีน้ำเงินคอวีใหญ่กว่าตัวเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์ทรงกระบอกสีเข้ม ผมเผ้าก็ไม่ได้มัดด้วยจึงปล่อยสยายเหน็บข้างใบหูฉันนั่งตวัดขาไขว่ห้างที่หน้าร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ก้มหน้าอ่านในหนังสือในมือ เป็นหนังสือเกี่ยวกับการฮีลใจ ใช่ มันไม่ได้ฮีลใจได้ดีสักเท่าไหร่ อย่างน้อยก็ทำให้ลืมเรื่องเมื่อคืนไปได้ข้าง บนโต๊ะมีแก้วโกโก้เย็นกับจานเค้กที่ถูกตักกินไปแค่คำเดียวผละใบหน้าจากหน้าหนังสือหยิบแก้วโกโก้ขึ้นดื่ม ฉับพลันก็มีร่างสูงสวมกางเกงยีนส์สีซีดและเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนถึงข้อศอกทิ้งตัวลงนั่งเก้าอี้ข้างฉัน ทันทีที่เห็นใบหน้าหล่อเหลาซึ่งมัดผมรวบเป็นมวย ด้านหน้าปล่อยเส้นผมลงมาและด้านบนมีแว่นกันแดดสีดำเหน็บบนศีรษะ รู้อะไรไหม... แค่เห็นหน้าเขา เรื่องเมื่อคืนก็ตีวุ่นเข้ามาอีกครั้ง“พี่เกียร์” เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มาได้ยังไงคะ รู้ได้ไงว่าหนูอยู่ที่นี่”“ผ่านมา” ชี้นิ้วไปยังรถจากัวร์ที่จอดอยู่ริม
คำหยาบคายถูกขุดขึ้นมา คนๆ นี้ไม่ใช่คนที่บอกรักฉันมาตลอด ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่พลังบวกให้กับฉันและไม่ใช่แม้แต่คนที่เคยใช้คำหวานเพื่อปลอบใจ เป็นที่พึ่งเดียวให้กับฉัน ตอนนี้เขาเหมือนปีศาจร้ายที่พร้อมจะทำลายฉัน หากยังคงดื้อดึงและยืนยันที่จะไม่เลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่เกียร์ ใช่ เขาไม่ได้คิด พี่เกียร์ไม่ผิดทำไมฉันจะต้องทำตามพี่ครามด้วย“ปล่อยหนูนะ หนูเจ็บ”“เดี๋ยวนี้กล้าขึ้นเสียงกับกูเหรอปั้นหยา!”ตุ้บร่างของฉันถูกเหวี่ยงไปนอนฟุบลงบนเตียง ยังไม่ทันได้ลุกขึ้นนั่งดี พี่ครามก็ตามมาขึ้นคร่อมจนฉันเบิกตากว้างพลางส่ายหน้าไปมา เขาตรึงข้อมือฉันไว้เหนือหัว ฉับพลันก็โน้มใบหน้าลงมาซุกไซ้ลำคอจนฉันรู้สึกขยะแขยงเจียนบ้า“ฮึก ปล่อยหนูนะ”“ถ้ายังไม่รับปากกูว่าจะเลิกยุ่งกับมัน เตรียมตัวตายคาเตียงได้เลย” ฉันไม่รู้ว่าที่พี่ครามเป็นแบบนี้เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือเป็นเพราะนี่... คือธาตุแท้ของผู้ชายที่ตีหน้าแสนดีกับฉัน พอกลายร่างก็เปลี่ยนไปจนไม่ใช่คนๆ เดิมที่ฉันรู้จัก “บอกมาว่าจะเลิกยุ่งกับมัน!”“มะ ไม่ หนูไม่เลิก”“ได้ งั้นมึงก็อย่าหวังว่ากูจะปล่อยให้แม่งสุขสบายกับมันแน่” ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้พลางบีบปลายคางฉันจนเจ็บแ







