หน้าหลัก / วัยรุ่น / Gear Trick วิศวะกลรัก / วิศวะกลรัก :: CHAPTER 9 ไหงเรื่องกลายเป็นแบบนี้ไปได้ [100%]

แชร์

วิศวะกลรัก :: CHAPTER 9 ไหงเรื่องกลายเป็นแบบนี้ไปได้ [100%]

ผู้เขียน: Sweet_Moon
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-29 16:39:48

“อ่า ค่ะๆ” หม้ออยู่ด้านบน โอเคเจอแล้วเป็นแบบหม้อต้มบะหมี่ที่กินได้เลยกับบะหมี่ที่ในลิ้นชักเต็มไปด้วยหลากหลายรสชาติ แต่เดี๋ยวนะ... ห้องพี่เกียร์ก็มีซองบะหมี่เยอะ ทำไมถึงได้ไปเสียเงินกินที่มินิมาร์ทด้วย สงสัยอะไรล่ะปั้นหยา ลืมไปแล้วหรือไงว่าพี่เกียร์ขี้เกียจสุดๆ ขนาดเจ็บข้อมือยังไม่ยอมจะทายาเลย “กี่ห่อดีคะ”

“สาม” สามห่อ! ฉันหันไปมองพี่เกียร์ที่นั่งรอบนเก้าอี้ตรงเคาน์เตอร์บาร์หลังครัว

“กินหมดเหรอคะ” ถึงปากจะถามก็หยิบเลือกรสบะหมี่ที่พี่เกียร์น่าจะชอบออกมา นั่นก็คือหมูสับ ระหว่างต้มน้ำก็เปิดตู้เย็นมองหาของสดที่พอจะเอามาใส่ได้ก็มีหลายอย่างเลยนะ ฉันเลือกหมูสับ ต้นหอมญี่ปุ่นและพริกสดใหญ่สีแดง ตามด้วยไส้กรอกกับไข่ไก่ ยังไงก็ต้องเพิ่มสารอาหารให้ได้เยอะที่สุด “พี่เกียร์มีข้าวปั้นด้วย”

“อือ” พยักหน้ารับพลางกระดกเบียร์ “เคยบอกว่าต้องกินคู่กัน”

“ใช่ค่ะ จะได้ท้องไม่อืด” ว่าจบก็หยิบข้าวปั้นรสไข่หวานและไข่กุ้งออกมาสองอันวางบนเคาน์เตอร์ เสร็จฉันก็ลงมือต้มบะหมี่ให้พี่เกียร์จนส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วครัว พอบะหมี่เริ่มเดือดฉันก็เอาผ้ามาปูตรงหน้าพี่เกียร์และหยิบถ้วยตะเกียบช้อนส่งให้เขา จากนั้นก็ยกหม้อบะหมี่ที่กลิ่นหอมชวนน้ำลายไหลมาวางตรงหน้าเขา “เรียบร้อยค่ะ กินได้”

“นั่ง” ฉันเลิกคิ้วขึ้นมองพี่เกียร์ที่ตบมือลงบนเก้าอี้ข้างกาย ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็ทำตามอย่างว่าง่าย พี่เกียร์ก็ลุกขึ้นไปเปิดตู้เย็นพลางหยิบขวดชาข้าวบาร์เลย์มาให้ เมื่อกี้ไม่ได้สังเกตว่าพี่เกียร์มีของแบบนี้ ทั้งที่เห็นแต่กระป๋องเบียร์เรียงรายหลายกระป๋องเสียมากกว่า ร่างสูงเดินกลับมานั่งที่เดิมดันถ้วย ตะเกียบกับช้อนเซตใหม่ “กินด้วยกัน”

“คะ?! เอ่อ หนู...”

“จะปฏิเสธ” ราวกับรู้ว่าฉันจะพูดอะไร พี่เกียร์จึงดึงหม้อบะหมี่ให้มันมาอยู่ตรงกลางแทนที่มันจะอยู่ตรงหน้าเขา “กินไม่หมด”

“แล้วจะให้หนูต้มทำไมตั้งสามห่อล่ะคะถ้ากินไม่หมด” ขอบ่นคนข้างกายหน่อยเหอะ

“เผื่อเธอ” คำตอบของพี่เกียร์ทำให้ฉันสตั๊นไปทันที ขณะที่มองเขาคีบเส้นบะหมี่ลงถ้วยและตามด้วยการกัดข้าวปั้นมือซ้ายคำโต พอเห็นว่าฉันเอาแต่มองเขาก็หรี่สายตา “เดี๋ยวอืด”

“ค่ะๆ”

สุดท้ายฉันก็ต้องจำใจนั่งกินบะหมี่ที่ต้มเองกับมือไปพร้อมๆ กับพี่เกียร์ เราสองคนนั่งกินกันแบบเงียบมากเลยนะ ไร้การพูดคุย ไร้ซึ่งการสนทนาอะไรก็ตามแต่ ฉันรู้แค่ว่ามันเป็นครั้งแรกที่ได้นั่งกินข้าวกับใครสักคนที่ไม่ใช่คนสนิท แล้วมันเงียบจนฉันได้ยินเพียงเสียงตะเกียบกระทบกับหม้อ เสียงซูดเส้นบะหมี่และเสียงซดน้ำ โดยใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็หมดเกลี้ยง ไม่เว้นแม้แต่น้ำที่พี่เกียร์ยกซดจนเกลี้ยง

“หนูกลับได้เลยไหมคะ”

“เดี๋ยว” อะไรอีกล่ะเนี่ย ฉันยังต้องทำอะไรให้พี่เกียร์กินอีกเหรอ แค่ต้มบะหมี่ก็น่าจะพอแล้วนี่นา “มีของจะให้”

“ของเหรอคะ ไม่ต้องก็ได้นะคะ หนูเกรงใจ” ไม่รู้ว่าของอะไรแต่เกรงใจเอาไว้ก่อน พี่เกียร์ไม่ฟังฉันเลยเขาเดินสวนฉันเข้าไปในห้องนอนส่วนตัว ฉันจึงรีบพาตัวเองมาตะครุบกระเป๋าสะพายเพื่อเตรียมตัวหนีเขา ยืนรอไม่นานร่างสูงก็ออกมาพร้อมของอะไรบางอย่างในมือ เพ่งพินิศของในมือที่ยื่นมา ฉันก็รับมาด้วยสีหน้ามึนงง “กระเป๋าเหรอคะ”

“ไอ้โฬมมันไม่ชอบ”

“อ้าว แล้วให้หนูเหรอ”

“ซื้อมาใหม่” ไม่ได้สนว่าซื้อมาใหม่หรือเก่า ที่สนก็คือเขาให้ฉันเหรอ “เปลี่ยนมาใช้ใบนี้”

“ใบเดิมหนูมันไม่ดีเหรอ” สายตาคมตวัดมองกระเป๋าผ้าของฉันที่ค่อนข้างเยิน พลางถามผ่านสายตา ‘ยังจะถามอีกนะ’ พอได้รับคำตอบก็ยกมือไหว้ขอบคุณและรับมันมาดูเป็นกระเป๋าสะพายข้างสีดำ สกรีนภาษาอังกฤษสีขาวคำว่า Worry less, smile more แปลได้ว่ากังวลให้น้อยลง ยิ้มให้มากขึ้น “ขอบคุณค่ะ”

“เปลี่ยนเลย” พี่เกียร์กอดอกมองฉันให้เปลี่ยนถ่ายของในกระเป๋าใบเดิมใส่ใบใหม่ พอพลิกดูกระเป๋าค่อนข้างใบใหญ่ใส่ของได้เยอะและมีกระเป๋าลับประมาณสองอัน ป้ายราคาทำให้ฉันหยิบมาดูพลางเบิกตากว้าง

“หะ หกพันเลยเหรอคะ!” ตวาดใส่คนตรงหน้ากับราคาที่แพงหูฉีก “พี่เกียร์ซื้อมาทำไมคะ ถ้ารู้ว่าพี่โฬมไม่ชอบ”

“ลืม” ลืมง่ายขนาดนี้เลยเหรอ เงินไม่ใช่น้อยๆ เลยนะ หกพักเชียวนะ ย้ำ! หกพัน

“ตอนจ่ายพี่เกียร์ไม่แบบคิดหน่อยเหรอคะ ว่าพี่โฬมไม่ชอบ”

“ไม่ได้คิด” ใช้เงินได้แบบตามใจตัวเองมาก “เปลี่ยน”

“มันแพงค่ะ หนูรับไว้ไม่ได้”

“อย่าให้ต้องเปลี่ยนเอง” คำขู่ของพี่เกียร์ได้ผล ฉันเม้มริมฝีปากพลางขยับมานั่งคุกเข่าลงบนพื้นพรมด้านล่างและเทของออกจากกระเป๋าผ้าของตัวเอง ซึ่งมีของแค่ไม่กี่อย่างหรอก ดังนั้นพอหมดแล้วก็ย้ายของทั้งหมดลงกระเป๋าใบใหม่ เงยหน้ามองค้อนร่างสูงที่ยืนพิงพนักโซฟากอดอกไปด้วย

“พอใจไหมคะ หนูทำตามแล้ว” เขาไม่พูดอะไร “หนูกลับ...”

พรึบ

“พะ พี่เกียร์ เอามาให้หนูนะ” จู่ๆ พี่เกียร์ก็คว้ากระเป๋าที่เขาให้ไป ทั้งที่ในนั้นมีของของฉันอยู่ด้วย ร่างสูงลุกขึ้นยืนแน่นอนว่าสูงไม่พอยังชูกระเป๋าขึ้นเหนือหัวอีกต่างหาก “พี่เกียร์อย่าทำแบบนี้สิคะ หนูจะกลับห้อง”

“ดึกแล้ว”

“หนูกลับเองได้ พี่เกียร์เอาคืนมานะ เอาคืนมา” ไม่วายก็กระโดดเพื่อหวังคว้ากระเป๋ามา ทำแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าพี่เกียร์ไม่มีท่าทีจะให้มันกลับคืนมา พอฉันไม่ได้โฟกัสเขาสุดท้ายก็เขย่งปลายเท้าเอื้อมมือหวังไปคว้ามัน โดยไม่รู้เลยว่ากำลังเอนตัวไปหาเขาจนสัมผัสได้ถึงร่างกายที่แกร่งกำยำ มือซ้ายวางมือหน้าท้องแกร่งและกระโดดอีกรอบเพื่อคว้ากระเป๋า “พี่เกียร์ วะ ว้าย!”

ตุ้บ

เสียงกรีดร้องของฉันดังสุดเสียงเมื่อเอนตัวไปหาเขาแบบเต็มๆ จนร่างหนาเซล้มลงไปนั่งบนโซฟา แน่นอนว่าพี่เกียร์ไม่ได้ล้มลงไปกองกับพื้น หากแต่ว่าท่าที่ล้มของฉันต่างหากที่เล่นงานให้ดวงหน้าร้อนผะผ่าว ฉันเบิกตากว้างเมื่อใบหน้ากระแทกเข้ากับแผงอกเขา เงยหน้าหวังจะหาเรื่องสุดท้ายเป็นตัวฉันเองที่กลืนคำพูดนั้นลงคอไปเสียหมด

ใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคมกำลังจ้องมองฉันนิ่งๆ ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินบนกลีบปาก เพิ่งเคยได้เห็นหน้าพี่เกียร์ชัดแบบระดับ 4K ก็ตอนนี้ พี่เกียร์เป็นผู้ชายที่หล่อมากแถมหน้าหวานเพราะเขาไว้ผมยาวประบ่า เสี้ยวหนึ่งมีความแบดและความเท่ในตัว ทั้งร่างกายและรอยสัก ถึงกระนั้นความใกล้ชิดแบบนี้กลับทำให้ฉันขยับตัวออกห่างเขายันฝ่ามือลงบนแผงอก ผิวเนื้อของพี่เกียร์อุ่นร้อนเหมือนกับไฟเลย

“พี่เกียร์เลิกแกล้งหนูสักที” ฉันพูดเสียงแผ่วเบาและไม่สบตากับเขาโดยตรง

“ไม่ได้แกล้ง” จะมาบอกว่าที่เป็นแบบนี้เขาไม่ได้แกล้งเหรอ ไม่อยากจะเชื่อหรอก “มันดึก”

“บอกว่าต้มบะหมี่ให้พี่แล้วหนูจะกลับ พี่เกียร์ก็ตกลง”

“ตอนไหน” ยังมาตีหน้ามึนอีกนะ “ไม่ได้พูด”

“พี่เกียร์บอกว่าอือไงคะ”

“เหรอ” เขาเบ้ปากเป็นผลให้ฉันขยับตัวมานั่งข้างเขา นั่งแบบตัวลีบเลยนะ เพราะเมื่อกี้มันทำให้ใจของฉันเต้นแรงมากจนแทบจะระเบิดออกมา พี่เกียร์คงไม่ได้ยินหรอกใช่ไหมว่าหัวใจดวงนี้มันเต้นแรงราวกับกลองรบ “จำไม่ได้”

“ขอกระเป๋าคืนได้ไหมคะ” แบมือไปตรงหน้า หากแต่ว่าพี่เกียร์กลับลุกขึ้นเดินหิ้วกระเป๋าที่มีของฉันอยู่ในนั้นเดินเข้าห้องนอนส่วนตัวไป ไม่วายก็หันมามองด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“มาเอาได้ ก็จะให้กลับ”

*------------------------------------------*

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [100%]

    มาหยุดที่หน้าห้องที่ต้องการจะมาในเวลาที่เร็วจี๋ แบบเวลาเดินเร็วมาก ยืนชั่งใจอยู่นานกว่าจะเอื้อมมือที่สั่นเทาไปกดกริ่งหน้าห้อง หัวใจเต้นตุ่มๆ ต่อมๆ ฉันไม่ได้หวังหรอกนะว่าสิ่งที่ตัวเองคิดกับที่เห็นมันจะสัมพันธ์กัน ขอแค่อย่าให้ฉันต้องเจอกับเรื่องร้ายอะไรอีกเลยได้ไหม แค่นี้ชีวิตของฉันมันก็แย่ไปหมดจนหาทางสว่างไม่เจอแล้ว“ยะ หยา มาได้ไง?”“มีเรื่องจะคุยด้วยน่ะ ขอเข้าไปหน่อยได้ไหม” มุกมองหน้าฉันขณะที่ไล่สายตามองเนินอกมีรอยจ้ำแดงอยู่ประมาณสองสามจุด ฉันเสมองมายังรองเท้าผ้าใบที่สงสัยมาตลอด ตอนนี้ฉันยิ่งมั่นใจเลยว่า...“โทษนะแฟนฉันอยู่ ไม่สะดวกน่ะ” ใบหน้าสวยของเพื่อนที่ต่อหน้าเหมือนหวังดี เป็นเพื่อนที่ดีมาตลอดซีดเผือดเมื่อเห็นว่าฉันไม่ยอมไป แถมยังกัดผนังในปากตัวเองจนเจ็บหนึบและสองมือก็กำหมัดเข้าหากันจนเล็บจิกลงบนผิวเนื้อ“ที่ไม่สะดวกเพราะแฟนเธอ... คือแฟนฉันใช่ไหม”“!”จังหวะที่มุกตกใจฉันก็ดันประตูเข้าไปในห้อง ก้มหน้าลงมองรองเท้าผ้าใบให้ชัดๆ จากนั้นก็เดินตรงไปยังห้องนอนเปิดประตูเข้าไปก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเสื้อผ้าที่พี่ครามใส่เมื่อคืนบอกว่าจะมาเที่ยวกับเพื่อนกระจัดกระจายเกลื่อนห้อง เสียงน้ำในห้อง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 16 จับได้คาหนัง คาเขา [50%]

    Gear Trick #16จับได้คาหนัง คาเขาดวงตาทอดมองจากฝั่งตรงข้ามที่ห่างไกลจากตรงนี้พอควร ผมโน้มตัวไปข้างหน้าสอดประสานมือของตัวเองเข้าหากัน มองร่างบอบบางที่ทำงานอยู่ในร้านปิ้งย่างด้วยสีหน้าที่หม่นหมอง แลดูไร้ความสุขใดๆ ก็ตามแต่ นี่น่ะเหรอ... ทำให้มันได้ทุกอย่าง ตัวเองก็ต้องมาลำบากทำงานงกๆ ทั้งที่ไอ้ครามมีเงินหลายแสนจากการที่ผมแข่งแพ้ยังจะคบกับมันต่อ... ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาด่าปั้นหยาดี นอกจะซื่อบื้อ ไร้เดียงสาและยังโง่เง่าจนอารมณ์ในอกร้อนรุ่มไปหมด อันที่จริงการกระทำของผมก็โคตรจะบ้า โกรธอยู่ก็ดันมายืนมองอยู่ได้ หากแต่ว่ากำลังจะหมุนตัวกลับห้อง จำต้องมองใครบางคนที่ท่าทางคุ้นๆ เดินมากอดปลอบปั้นหยาผู้หญิงคนนั้น ผมว่าผมเคยเห็นที่ไหนนะ “อ่า... แบบนี้เอง”รอยยิ้มกระตุกขึ้นทันที อันที่จริงผมน่ะเป็นพวกไม่ค่อยจำอะไรให้รกสมอง ถ้าหากเรื่องพวกนั้นไม่ระยำและชาติชั่วจริงๆ ผมเดินล้วงกระเป๋ากางเกงเดินตามหล่อนที่ออกจากร้านปิ้งย่าง เดินตามให้ห่างที่สุดพอที่จะได้ยินหล่อนคุยกับปลายสาย“ทำไมคะ มุกอยากเจอนี่นา... พี่ครามสัญญาแล้วนะ ไม่รู้ล่ะยกเลิกนัดกับหยาเลย ไม่งั้นมุกให้อดทั้งอาทิตย์นะ”นี่เหรอปั้นหยา บุคคลที

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [100%]

    คณะวิศวกรรมศาสตร์ใต้ต้นไม้มุมลับของตึกคณะ เป็นมุมที่ผมมักจะยืนสูบบุหรี่อยู่ตรงนี้ เนื่องจากมีต้นไม้บดบังและมันค่อนข้างปิดบังสายตาของคนภายนอก มีเพียงแค่คนภายในที่เห็นว่าคนข้างนอกทำอะไรหรือกำลังเดินไปไหน ตอนนี้สายตาของผมเอาแต่ลอบมองร่างบอบบางคุ้นตากำลังนั่งอยู่ตรงโต๊ะหินอ่อนนานเกือบครึ่งชั่วโมง ชะโงกหน้ามองหาใครบางคนให้หลังจากเกิดเรื่องผมหายไปจากชีวิตของปั้นหยา แบบหายไปแทบจะไม่อยากเจอหน้า ไม่ไปที่มินิมาร์ทไม่ไปกินเหล้าที่ผับหรืออะไรก็ตามแต่ที่เธอไปในทุกๆ ที่ จนถึงตอนนี้ร่างเล็กไม่ย่อท้อต่อการเจอหน้าผม ปั้นหยามาที่คณะทุกวัน และเป็นทุกครั้งที่ผมไม่ยอมออกมาเจอเธอ มีเพียงแค่ไอ้โฬมที่เป็นฝ่ายปลอบใจคนตัวเล็กเธอดูเครียด ดูไม่สบายใจและดูเหมือนจะร้องไห้ตลอดเวลาที่ไม่เจอผม... สิ่งที่เธอทำมันกัดกินก้อนเนื้อซ้ายจนไม่เหลือชิ้นดี ผมยังคงตั้งคำถามกับปั้นหยาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ว่าทำไมเธอถึงต้องทนคบกับไอ้ครามด้วย คิดว่าเธออาจจะมีเหตุผลมากกว่านั้น สุดท้ายเหตุผลนั้นคืออะไรตอนนี้ผมก็ไม่ได้อยากจะรับรู้มันอีกต่อไปปั้นหยาคุยกับไอ้โฬมสักพักมันก็วางมือบนบ่าเล็กที่พยักหน้า จากนั้นก็ลุกขึ้นกระชับกระเป๋าที่ผมให้เดิ

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [70%]

    : GEAR TALK :เพล้ง!“มึงโกรธที่มึงแพ้ครั้งแรกในชีวิต” เสียงของไอ้โฬมดึงสติของผมที่โยนขวดเหล้ากระทบกับกำแพง จนแตกละเอียด ทว่าความโกรธคุกรุ่นอีก เมื่อได้ฟังคำพูดต่อจากนี้ “หรือเพราะรู้ว่าน้องปั้นหยาเป็นแฟนกับไอ้คราม”โครม!“พอเลยไอ้เวร ของพี่กูฉิบหายหมดแล้ว”ผมไม่ฟังเสียงของไอ้โฬม ยกโต๊ะในห้องวีไอพีจนล้มระเนระนาดกระจัดกระจายเหมือนห้องโดนทำลายข้าวของ ใช่ ด้วยฝีมือและอารมณ์โกรธจนยับยั้งชั่งใจมันเอาไว้ไม่อยู่ ลมหายใจหอบถี่ยามนึกไปถึงภาพของปั้นหยาที่กลายมาทำงานเป็นเรซควีนข้างสนามแข่ง แถมยังหยิบธงสีแดงมาโบกทำให้ผมพ่ายแพ้ในการแข่งรถเป็นครั้งแรกในชีวิต ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมาผมชนะในการแข่งแบบ Circuit มาตลอดเด็กคนนั้นทำให้ผมแพ้... แพ้ราบคาบ ไม่เว้นแม้แต่เห็นเธออยู่กับใครบางคนที่ผมเกลียดมันเข้าไส้‘หนูของพี่ทำได้ดีมากจริงๆ’‘ปั้นหยา แฟนกูเองล่ะ’คำพูดของมัน สีหน้าที่เย้ยหยันของมันและทุกอากัปกิริยาที่แสดงออกมา ทำให้ผมโกรธจนระงับสติของตัวเองไม่ได้ ผมโกรธปั้นหยาไปแล้วเรียบร้อย ไม่ใช่แค่เพราะเธอโบกธงผิด เธอตั้งใจ... จะให้ผมคิดยังไงกันล่ะ เธอต้องการให้แฟนหนุ่มชนะพนันด้วยการโบกธงให้ผมแพ้ ไม่อย่าง

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 15 โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยน [30%]

    Gear Trick #15โบกธงผิด ชีวิตเปลี่ยนฉันยืนมองตัวเองในกระจกหลังจากที่เจ๊นัตตี้แปลงโฉมจากลูกเป็ดขี้เหร่ให้กลายเป็นเรซควีนข้างสนามได้สวยราวกับนางฟ้า เจ๊นัตตี้ถึงกับปรบมือภูมิใจในตัวของฉันมาก ผมสีดำถูกดัดลอนปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง แต่งหน้าแบบจัดเต็มมากๆ แทบจะไม่เชื่อเลยว่านี่คือปั้นหยา เด็กสาวไร้ตัวตนที่พยายามทำมาตลอดชุดเรซควีนที่ได้มาเป็นแบบเสื้อกล้ามเอวลอยรัดหน้าอกคัพซีของฉันได้เด่นชัด เพิ่งจะเข้าใจคำพูดของเจ๊เป๊กกี้ว่าคัพซีน่ะใหญ่ ใช่ ใหญ่กว่าตัวฉันมาก เพราะฉันตัวเล็กทั้งแขนและขา กระโปรงตัดสีน้ำเงินขาวสั้นอวดเรียวขายาว สวมรองเท้าบูทยาวถึงเข่าสีขาว“หนูจริงเหรอเนี่ย”“ฉันบอกหล่อนแล้วไงว่าหล่อนน่ะน่ารัก หล่อนก็เอาแต่บอกว่าตัวเองไม่สวย”“เป็นพริตตี้ข้างสนามที่น่ารักที่สุดเลยนะพี่เต้”“นั่นดิ น่ารักเป็นบ้า” คุณเต้เอ่ยชมฉัน มันอายทุกครั้งเวลามีคนชมนะ ฉันได้แต่เม้มปากตัวเองก็เพราะว่าเงินห้าพันปะถึงทำให้ฉันต้องกลายมาเป็นเรซควีนจำเป็นเนี่ย “ไปกัน เดี๋ยวมึงบอกน้องเขาด้วยนะเรื่องธง”“ครับพี่เต้”คุณเต้เดินจากไปและให้พี่ผู้ชายคนนี้เดินนำฉันกับเจ๊นัตตี้ออกไปยังนอกสนาม เวลานี้เสียงเชียร์กำลังดังขึ้

  • Gear Trick วิศวะกลรัก    วิศวะกลรัก :: CHAPTER 14 I want a prize. [100%]

    “มีประโยคอะไรพูดให้กำลังใจบ้าง”“อืม” คำถามของพี่เกียร์ทำให้ฉันกลอกตาขึ้นบนพลางเม้มปาก ประโยคฮีลใจงั้นเหรอ? หรือให้กำลังใจ พี่เกียร์ต้องการกำลังใจใช่ไหม “ให้หนูพูดเหรอ”“ไม่งั้นจะถามทำไม” ยังจะมาทำหน้านิ่งใส่อีกนะ พี่เกียร์หยิบซองบุหรี่มาเคาะๆ หากแต่ว่าเหมือนบุหรี่จะหมดเขาก็เลยโยนมันทิ้งถังขยะ กลับมาจดจ้องมองฉันตามเดิม“พี่เกียร์อยากได้กำลังใจแบบไหนเหรอคะ หนูจะได้คิดประโยคถูก”“การแข่งขัน” แข่งขันเหรอ... เอาเป็นอะไรดีนะ สมองฉันก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่มากมายขนาดนั้นไง แต่จำได้ว่าหนังสือฮีลใจที่อ่านร้านคาเฟ่ตอนนั้นก่อนที่พี่เกียร์จะมา มีประโยคหนึ่งที่ฉันจำได้แม่นเลย“Don’t worry too much.” (อย่ากังวลมากเกินไป) “I’m sure you can do it.” (ฉันมั่นใจว่าคุณทำมันได้)พี่เกียร์ได้ฟังถึงกับยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยและต่อประโยคภาษาอังกฤษกับฉัน “sure” (แน่ใจ)“Yes, I am always by your side” (ใช่ค่ะ ฉันอยู่ข้างคุณเสมอ)“หึ”“Come on” (สู้ๆ) ฉีกยิ้มให้กับพี่เกียร์พร้อมชูกำปั้นให้เขา ไม่รู้หรอกนะว่าคำพูดของฉันมันจะเพียงพอเป็นกำลังใจให้กับเขาได้ต่อสู้หรือลงแข่งขันอะไรก็ตามแต่ หวังว่ามันจะพอทำให้พี่เกียร์สบา

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status