Beranda / วัยรุ่น / Jake Lack วิศวะไร้รัก / วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

Share

วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

Penulis: Sweet_Moon
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-29 16:55:26

Jake Lack #11

มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา

ชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ

“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”

“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”

พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์ ตื่นเต้นจังแหะ!

พอถึงคิวฉันกับพี่เจคก็เข้ามาข้างในที่เป็นกระจกใสเห็นวิวที่สวยงามรอบทั่วสารทิศ ยามที่ชิงช้าสวรรค์กำลังเคลื่อนตัวขึ้นด้านบน ฉันก็เอามือทาบทับกับกระจกและมองออกไปพลางฉีกยิ้มกว้าง ต่างจากพี่เจคนะที่นั่งตวัดขาไขว่าห้างยกแขนทั้งสองกอดอก ดูเหมือนจ้องจะหลับอยู่ตลอดเวลาเลยแหะ เห็นแบบนั้นจึงลุกขึ้นไปนั่งข้างๆ พี่เจคและเอามือประคองแก้มเขา

“ไม่หลับดิ พี่มองวิวด้วย”

“น่าเบื่อ”

“ตรงไหนอะ พี่ยังไม่ทันได้มองวิวด้วยซ้ำก็บอกว่าเบื่อแล้วเหรอ” ฉันทำหน้าบูดใส่พี่เจคจากนั้นก็จิ้มนิ้วไปด้านข้างกระจกให้พี่เจคหันไปมองแม่น้ำสายสำคัญรวมไปถึงตึกราบ้านช่องที่เปิดไฟให้ความสวยงาม ยิ่งสูงก็ยิ่งสวยบอกได้แค่นี้ “พี่ลองมองก่อนสิ แล้วพี่จะเห็นมุมที่แตกต่างจากที่เคยมอง”

เขาดูเหมือนจะหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ก็ยอมที่จะหันไปมองนะ พอถึงช่วงที่ชิงช้าสวรรค์หยุดหมุนและเราจะอยู่บนสุดพอดีไม่รู้นะว่ามันนานแค่ไหน ทว่าพี่เจคก็จ้องมองมันนานมากจนฉันชะโงกหน้าไปเพื่อหวังดูปฏิกิริยาของเขา ใครจะไปคิดว่าพี่เจคจะหันกลับมาพอดีเป็นเหตุให้ริมฝีปากของเราสองคนเฉียดโดนเล็กน้อย เป็นผลให้ฉันถึงกับตกใจตาเบิกกว้างรีบขยับมานั่งตำแหน่งเดิม เมื่อกี้มันอะไรกันทำไมฉันถึงได้ใจเต้นแรงเสียจนกลัวว่าพี่เจคจะได้ยิน

“ถ่ายรูปให้หนูหน่อยได้ไหม” เพราะมันเงียบเกินไป ฉันจึงควานหามือถือและส่งให้พี่เจค เขารับมันเพื่อถ่ายรูปให้ฉันที่ฉีกยิ้มกว้างชูสองนิ้ว ไม่ได้ตั้งใจจะถ่ายรูปแค่เหตุการณ์เมื่อกี้มันทำเอาฉันทำอะไรไม่ถูกเลยต่างหากเล่า!

“ไปไหนต่อ”

“กลับบ้านไง หนูต้องไปเตรียมตัวทำของขาย” พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแล้ว ไอ้ปูนิ่มเพิ่งจะส่งข้อความมาสั่งแซนวิชด้วย

“พรุ่งนี้ไปสนามแข่งหรือเปล่า”

“ไปค่ะ” ฉันไปตลอดนั่นแหละ แค่วันไหนที่ของหมดหรือทำไม่ทันก็จะไม่ได้ไป แต่ก็จะพยายามทำให้ทัน “อยากให้หนูไปเชียร์เจคแลคติดขอบสนามว่างั้น”

เป็นอีกครั้งที่พี่เจคเงียบใส่เขาก็เสมองวิวด้านข้าง ส่วนฉันก็มองรูปที่พี่เจคถ่าย... เหอะ ถ่ายแบบขอไปทีสุดๆ ไม่มีปรับแสงให้ฉันเลยนะมืดจนแทบจะไม่เห็นหน้า แสงไฟรอบชิงช้าสวรรค์ก็ไม่ได้ช่วยทำให้ภาพออกมาสวยสักนิด เก็บมือถือลงกระเป๋าสะพายเงยหน้ามองพี่เจค ใบหน้าหล่อเหลาด้านข้างนิ่งราวกับหุ่น หากแต่ว่าแววตาของพี่เจคกลับแลดูสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนคนกำลังมีเรื่องอะไรในใจและคิดไม่ตก ฉันรู้ว่าเป็นแค่คนอื่นสำหรับเขานะ ถึงต่อให้อยากเสือกเรื่องของเขามากแค่ไหน ฉันก็ไม่กล้าที่จะถามออกไป เพราะบางเรื่องถ้าหากคนที่มีปัญหาไม่อยากเล่า ก็ไม่ควรไปเซ้าซี้

สิ่งเดียวที่ทำได้คือการอยู่ข้างๆ เขา เหมือนที่เขาขอฉันเอาไว้เมื่อคืน ฉันรู้ว่าพี่เจคคงจำมันได้กับสิ่งที่ตัวเองพูด เพียงแต่ว่าเขาแค่ไม่อยากพูดถึงมันเสียมากกว่า ฉันเองก็เช่นกันอยากจะถามเขาใจจะขาดว่าที่พูดน่ะเรื่องจริงไหม พอมาเจอหน้ากันความกล้าที่มีก็ถูกกลืนหายไปจนหมด อยากจับมือพี่เจค เขาก็เอามันกอดอกเอาไว้

ดังนั้นความกล้าบ้าบิ่นของฉันมันทวีความรุนแรงมาก ถึงได้ทำในสิ่งที่ผู้หญิงไม่ควรทำ ฉันไม่ใช่กุลสตรีที่นั่งเขินอายถ้าหากต้องทำอะไรแบบนี้ก่อน ฉันไม่ใช่เจ้าหญิง ฉันเป็นเพียงแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่อยากทำให้ผู้ชายคนนี้... ไม่ต้องรู้สึกแย่กับเรื่องราวที่เขาประสบพบเจอหรือคิดมันอยู่ในใจหรอก

จุ๊บ

“!”

“มีอะไรในใจบอกหนูได้นะ” ใบหน้าหล่อเหลาถึงกับหันมามองฉันคอแทบหลุด ความบ้าของตัวเองที่ว่าคือการโน้มไปจูบแก้มสากของเขาอย่างแนบแน่นและผละออกมา รู้สึกถึงใบหน้าของตัวเองที่ร้อนผ่าวเหมือนไฟลุกโชน “หนูพร้อมฟังพี่เจค”

“...”

“ก็พี่ให้หนูอยู่ข้างๆ ไม่ใช่เหรอ” พูดไปก็กัดผนังในปากตัวเองไปด้วย ก่อนจะขยับไปนั่งติดกระจกอีกฝั่งห่างจากพี่เจคไกลพอควร ดวงตาของฉันหลับลงทันทีเมื่อเอาหัวโขกเบาๆ กับความกล้าที่โคตรจะแสนหน้าด้าน ใช่ พี่เจคคงมองว่าฉันเป็นเด็กสาวหน้าด้านแน่นอนที่ไปหอมแก้มเขาแบบนั้นอะ!

“เป็นเด็กยังไง”

“เคยบอกแล้วว่าหนูก็เป็นแบบนี้”

“หมายถึงหอมแก้มผู้ชายก่อน”

“สงสัยผีเข้าสิงหนูอีกแล้วมั้ง ฮ่าๆ” ฉันยกมือเกาศีรษะตัวเองพลางหัวเราะออกมา เป็นมุกที่แป้กอย่างหาที่สุดไม่ได้ไม่ว่า แต่พี่เจคเชื่อไหมบอกเลยว่าเขาไม่คิดจะเชื่อหรอกดูจากสีหน้าของเขาแล้วนะ “เข้าปุ๊บออกปั๊บเลย”

“...”

“ไม่ใช่หนูนะ ผีเข้าแล้วสั่งให้หอมน่ะ” หน้าด้านเข้าไว้เลยเพิร์ล ต่อให้พี่เจคไม่เชื่อก็หน้าด้านเขาไว้! “สงสัยผีโรคจิตแน่เลย ปกติหนูไม่เคยหน้าด้านหอมแก้มผู้ชายก่อนเลยนะพี่เจค”

“หึ” คนตรงหน้าขำออกมาเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นพลางส่ายหน้าไปมา

“เชื่อหนูเถอะ ไม่ใช่หนู”

“ถ้างั้น...” พี่เจคเว้นวรรคคำพูด ก่อนจะขยับตัวเข้ามาใกล้ฉันแบบแค่เพียงกระเถิบเดียวนะ ฉันตกใจยกมือดันแผงอกแกร่งของเขาเอาไว้ จะบอกว่าแผงอกแน่นมาก! “ผีคงเข้าสิงพี่ต่อ”

“คะ”

จุ๊บ

“อ๊ะ!” สะดุ้งตกใจดวงตาแทบจะถลนออกจากเบ้า เมื่อใบหน้าหล่อเอียงองศาและกดริมฝีปากลงบนแก้มของฉันทันที ความอุ่นร้อนจากริมฝีปากแดงคล้ำของพี่เจคยังคงติดบนแก้มไม่จางหายไปไหน ทันทีที่เขาผละจูบออกฉันก็ยกมือทาบทับแก้มตัวเอง จดจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทยิ่งไปกว่านั้นลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินบนกลีบปากเองก็เล่นงานฉันจนตัวเกร็งไปทั้งตัว “พะ... พี่เจค”

“ผีไปแล้ว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผีตัวนี้ ร้ายจริงๆ”

ไม่หรอก ไม่ใช่ผีที่ร้าย... พี่เจคต่างหาก! พี่เจคร้ายยิ่งกว่าผีอีกทุกคน

เหม่อลอย~

“เฮ้ยเพิร์ล แกเหม่ออะไรวะเนี่ย!” ถึงกับหลุดจากภวังค์จิต หันไปมองตาลที่เอามือทุบโต๊ะหินอ่อนและสะบัดมือไปมา

“ฉัน...”

“เกิดอะไรขึ้นกับแก ฉันเรียกแกหลายรอบแล้วนะ” ถึงกับส่ายหน้าไปมาเพราะตื่นเช้ามาวันนี้ฉันเหม่อลอยเหมือนคนไม่อยู่กับตัวเลยนะ หลังจากเกิดเรื่องบนชิงช้าสวรรค์ฉันกับพี่เจคก็ไร้การพูดคุยกันเหมือนเดิม ราวกับเรื่องหอมแก้มกันไปมาไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทำให้ตอนมาเรียนฉันเดินเลยคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่จะไปส่งแซนวิชให้กับไอ้ปูนิ่ม แน่นอนว่ามันถึงกับโทรตามว่าฉันอยู่ที่ไหน ใช่ ฉันหลงไปอยู่คณะศิลปกรรมศาสตร์ท้ายมหาลัย ต้องวิ่งกลับมาอีกจนเหนื่อยหอบ

มาตอนนี้ตาลเพื่อนรักก็ยักไหล่ไหวพยายามถามหาสาเหตุว่าฉันเป็นบ้าอะไร ทั้งที่ไม่เคยเหม่อลอยมาก่อน หนำซ้ำฉันยังนอนไม่หลับทั้งคืนติดต่อกันเป็นคืนที่สอง

“โอ๊ย!”

“อะไรของแก” ตาลเอ่ยถามฉันที่กดหน้าลงบนโต๊ะหินอ่อนและเอาหน้าผากโขกเบาๆ

“เพิร์ลมันเป็นบ้าอะไร เอาหน้าผากโขกโต๊ะเพื่อ?”

“ไม่รู้ดิ นายมาแล้วก็ถามเพื่อนสุดที่เลิฟเองก็แล้วกัน ฉันถามปากจะฉีกมันก็ไม่ตอบเนี่ย” เสียงของเมืองเหนือเอ่ยทักก่อนจะเอามือรองหน้าผากฉันและดันขึ้นจนหน้าหงาย ไม่ได้เรียกว่าดันนะเรียกว่าผลักดีกว่ามั้ง คอแทบหลุด!

“เมืองเหนือ รถฉันใกล้เสร็จยังอะ”

“น่าจะพรุ่งนี้นะ”

“งั้นวันนี้ไปส่งที่สนามหน่อยดิ” เปลี่ยนเรื่องดีกว่า ไม่งั้นโดนเพื่อนซักไซ้มีหวังฉันหลุดปากแน่ว่าถูกพี่เจค วิศวะโยธาสุดฮอตหอมแก้มบนชิงช้าสวรรค์และอ้างว่าถูกผีเข้า

“ไหวเหรอ สีหน้าเธอดูแย่มากเลยนะเพิร์ล” เมืองเหนือถามพลางเอานิ้ววาดดวงหน้าฉัน “ไม่ได้นอนเลยเหรอวะ”

“อือ นอนไม่หลับมาสองคืนละ”

“มีปัญหาอะไรที่บ้านหรือเปล่า” คำถามนี้เป็นของตาล ใช่ ที่บ้านก็ส่วนหนึ่งนั่นแหละคือไอ้ตังมันไม่คุยกับฉัน มันงอนฉันเรื่องพี่เจคอะ ไม่รู้ว่ามันงอนด้วยเหตุผลอะไร ดังนั้นก็เลยช่างมันละ อยากจะงอนอะไรก็ตามสบายเลยไม่ง้อหรอก!

“ไม่เชิงอะ” ตอบเพื่อนแบบขอไปที ตั้งสติหน่อยดิเพิร์ล

“งั้นก็เข้าคลาสสิครับ นั่งรอฤกษ์กันอยู่หรือไง”

เมืองเหนือเป็นฝ่ายกระดิกนิ้วเรียกเราสองคน ตาลมองหน้าฉันพลางกอดคอเดินเข้าคลาสไป แน่นอนว่าขนาดเข้าคลาสเรียนฉันก็เรียนไม่รู้เรื่องเลยทุกคน อยากจะบ้าตายของจริง สมองเอาแต่ประมวลภาพที่เราสองคนนั่งชิงช้าสวรรค์ ภาพที่ฉันหอมแก้มพี่เจคและพี่เจคก็หอมแก้มฉัน

รู้ไหมว่านัยน์ตาสีดำสนิทยามจ้องมองมา ริมฝีปากแดงคล้ำที่ร้อนระอุ ใบหน้าหล่อเหลาที่เข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจากน้ำหอมหรือแม้แต่กลิ่นของบุหรี่มันยังคงติดอยู่ตรงจมูกฉันไม่ยอมจางหายไปด้วยซ้ำ ที่บอกว่าเป็นหมาน้อยของพี่เจคหรือฉันกำลังจะกลายร่างเป็นหมาจริงๆ เพราะกลิ่นของพี่เจคมันติดจมูกฉันจนแยกแยะออกอะ

ไม่กล้าสู้หน้าพี่เจคเลยเอาจริง!

“เอ็งไม่รอไอ้ตังก่อนเรอะเพลิน” หลังเลิกเรียนฉันก็กลับมาทำแซนวิชและแพคคุกกี้ แน่นอนว่าใกล้เวลาจะได้ไปสนามแล้วดังนั้นเมืองเหนือส่งข้อความมาบอกว่ากำลังจะถึงฉันก็เลยเอาของใส่ตะกร้า

“ช่วงนี้ไอ้ตังมันติดซ้อมนี่นายาย หนูไปขายคนเดียวได้ ไม่ต้องห่วงนะ” ฉีกยิ้มให้กับยายนวลที่ขมวดคิ้วมองฉัน ยายนวลคงจะมีสงสัยบ้างนะที่ฉันกับไอ้ตังดูตึงๆ ใส่กัน

“เอ็งสองคนทะเลาะอะไรกันหรือเปล่า”

“เปล่ายาย” ปฏิเสธเสียงแข็งพลางยิ้มแห้ง “แค่งอนกันเฉยๆ”

“เฮ้อ เอ็งสองคนนี่นะ อยู่ด้วยกันมาตั้งนานยังจะทะเลาะกันเหมือนเด็กไปได้” หนูก็ไม่ได้ตั้งใจจะทะเลาะกับมันหรอกนะยาย แต่ไอ้ตังมันเป็นอะไรของมันก็ไม่รู้ เรื่องพี่เจคซึ่งพี่เขาก็ไม่ได้ทำอะไร มีแต่ฉันเนี่ยนะทำเวรทำกรรมไว้กับเขา

“เดี๋ยวก็ดีกันยาย ไอ้ตังมันโกรธหนูไม่นานหรอก”

“งั้นก็ไปดีมาดีล่ะ รถใกล้เสร็จยัง”

“เมืองเหนือบอกพรุ่งนี้ เดี๋ยวหนูให้เพื่อนรอรับ ไม่ต้องห่วงนะยาย” อันที่จริงตั้งใจจะให้เมืองเหนือไปส่งและจะอ้อนให้พี่เจคมาส่งเนี่ยล่ะ ถึงจะเขินเรื่องที่เขาหอมแก้มแต่ตอนนี้ฉันมีรถจะขับรถกลับ ฉะนั้นที่พึ่งเดียวก็คือพี่เจคแลคคนเดียว

สนามแข่งรถเถื่อนพัทยา เวลา 21.05 น.

เพื่อนมาส่งฉันที่สนามแข่งตั้งแต่ทุ่มกว่า ฉันก็มาทั้งชุดนักศึกษาและเดินขายของคนเดียววันนี้ ใช้เวลาไม่นานก็ขายเกือบจะหมดแล้วล่ะ จึงมีเวลายืนดูการแข่งขันรถแบบทางเรียบซึ่งนัมเบอร์วันที่เก่งที่สุดในการแข่งขันทางเรียบก็เป็นฝ่ายชนะไป ส่วนพี่เจคเหรอยังไม่เห็นเลยสงสัยคงไปหาที่นอนก่อนที่จะถึงคิวตัวเองแข่ง

“เพิร์ล”

“พี่... เงิน” เกือบหลับแต่กลับมาได้ของแท้ ฉันบังอาจลืมชื่อพี่เงินสุดหล่อและแสนเท่คนนี้ไปได้ยังไงกัน พอเห็นพี่เงินอยู่ในชุดแข่งสีกรมท่าฉันก็เสมองมายังหมวกกันน็อกที่เขาถืออยู่ “ซิลเวอร์”

“โค้ดเนมพี่ตอนลงแข่งน่ะ”

“ซะ ซิลเวอร์!” ชี้หน้าพี่เงินที่ตกใจกับเสียงตะโกนของฉัน บ้าน่า ไอ้ตังดีใจขี้หดตดหายแน่ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยด้วยซ้ำว่าพี่เงินคือซิลเวอร์ที่ไอ้ตังชอบนักชอบหนา “ไม่อยากจะเชื่อ น้องหนูติ่งซิลเวอร์สุดๆ”

“โห ดีใจนะเนี่ย”

[50%]

*-------------------------------------------------*

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [100%]

    “เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

    Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [100%]

    “หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

    Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [100%]

    อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [50%]

    Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status