หน้าหลัก / วัยรุ่น / Jake Lack วิศวะไร้รัก / วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

แชร์

วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

ผู้เขียน: Sweet_Moon
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-29 16:56:20

Jake Lack #12

หลบหน้า

‘น่าสนใจ’

พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”

“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”

“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน

“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”

“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง

“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”

“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”

“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”

“สิบเก้าค่ะ”

“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”

“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”

“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”

“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉันตอบพี่เงินจนเขานิ่งไปแปบหนึ่ง “หวั่นไหวค่ะ”

“จริงอะ”

“ค่ะ เพราะพี่หล่อไงหนูเลยหวั่นไหว”

“แค่นั้น” พยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะตักไอศกรีมกินเดี๋ยวจะละลายกลายเป็นน้ำ มันคงไม่อร่อยแน่ “หึ”

พี่เงินหัวเราะในลำคอจนฉันได้ยิน จำต้องเงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาก็พบว่าเขาอมยิ้มอยู่ “ขำอะไรคะ?”

“น่าสนใจจริงๆ นะเพิร์ล”

“หมายถึงขนมใช่ไหมคะ”

“ไม่” พี่เงินส่ายหน้าและชี้นิ้วมาหาฉัน “หมายถึงเพิร์ล”

“หนูเหรอ” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ตรงไหนคะเนี่ย”

“ทุกตรงเลย”

“พี่พูดเล่นใช่ไหมคะ”

“อยากให้พี่พูดเล่นหรือพูดจริง”

ฉันเม้มริมฝีปากเป็นอันว่าบทสนทนาของเราถูกยุติลงทันทีที่มองไปยังริมทะเล เมื่อมีคนจุดพลุเล่นกันอย่างสนุกสนาน ดวงตาเป็นประกายเมื่อได้มองพลุไฟที่จุดสว่างไสวไปกับท้องทะเลที่มืดสนิท โชคดีแหะที่ได้มาได้จังหวะที่เขาจุดพลุไฟกันพอดี

เมื่ออยู่พัทยากับพี่เงินจนเกือบเที่ยงคืน ย้ำนะ เกือบเที่ยงคืนกว่าจะได้กลับพี่เงินก็นั่งเล่นนอนเล่นคุยกับฉัน ไม่รู้คุยเรื่องอะไรนะ แต่คุยมันไปเรื่อยทั้งถามเรื่องการทำคุกกี้บลาๆ โอเคจะไม่เล่าเพราะกลัวโดนขโมยสูตร พี่เงินก็ขำจนท้องแข็งบอกว่าเขาจะเอาสูตรขนมไปทำอะไรกันไม่เคยคิดจะทำด้วยซ้ำ ถึงยังไงเรื่องพวกนี้ก็ไม่ควรเล่าปะ แต่รู้อะไรไหมได้คุยกับเขาฉันคือได้หัวเราะได้คุยในเรื่องที่อึดอัดใจออกไปได้เยอะพอควร

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ พรุ่งนี้หนูไปที่มหาลัยจะโทรหาพี่นะ”

“โอเค” พี่เงินตอบก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อมองเข้าไปในซอย “แน่ใจนะว่าไม่ให้พี่ไปส่งที่บ้าน”

“ไม่เป็นไร หนูเดินไปเองได้ พี่ไม่เอาเงินค่าน้ำมันจากหนูอะ”

“พี่คิดไม่ลงหรอก เราให้ขนมพี่กินฟรีหลายรอบแล้ว” เทียบกับค่าน้ำมันคงมากกว่าขนมที่ฉันให้เขากินด้วยซ้ำ “เจอกันพรุ่งนี้”

“กลับดีๆ นะพี่”

ลงจากรถพี่เงินฉันก็โบกมือให้กับเขา พอให้หลังรถของพี่เงินขับห่างไปไกล ฉันก็หิ้วของกินเดินกลับมาถึงหน้าบ้านแน่นอนว่ามีเพียงแค่ร่างสูงของใครบางคนที่ยืนเท้าเอวเดินวนไปมาอยู่หน้าบ้าน พอเห็นแบบนั้นก็ย่องไปด้านหลังมัน...

“แฮร่! ทำอะไรอะ”

“ทำไมกลับช้าแบบนี้วะ” ไอ้ตังตกใจแต่ไม่วายก็ตะคอกใส่ฉันที่ชูของกินวางไว้บนแคร่ ยายนวลคงนอนแล้วสินะถึงให้ไอ้ตังมารอฉัน “ใครมาส่ง”

“อยากรู้ปะ” ฉันทำเป็นเล่นลิ้นจนไอ้ตังถอนหายใจ “หายงอนก่อนดิ”

“ฉันไม่ได้งอน”

“แล้ววันนั้นเดินหนีฉันทำไม”

“ช่างเรื่องนั้นเถอะ ฉันลืมมันไปหมดละ” บอกแล้วว่าไอ้ตังมันงอนฉันได้ไม่นานหรอก “ตกลงใครมาส่ง เจคแลค”

“ไม่ใช่” พอชื่อนี้ผุดขึ้นมาก็พาให้อารมณ์เสียแบบสุดๆ “ซิลเวอร์”

“เฮ้ย! ดีๆ อย่ามาตลกนะเพิร์ล”

“เรื่องจริง” พอพูดถึงซิลเวอร์ปุ๊บ ไอ้ตังก็รีบเสนอหน้าทันทีและนั่งฟังฉันอย่างใจจดใจจ่อ “พรุ่งนี้ไปปะละ”

“ไปดิ แนะนำให้รู้จักด้วยนะเว้ย ฉันปลื้มซิลเวอร์”

“เออ รู้แล้ว เลิกเขย่าสักที!” ขอบคุณซิลเวอร์ที่ทำให้ไอ้ตังเลิกงอนฉันเป็นเด็ก “ดึกแล้ว จะนอน”

“ทีหลังจะกลับดึกโทรบอกด้วยรู้ปะ”

ฉันกับไอ้ตังเข้ามาในบ้านและล็อกประตูเรียบร้อย มองยายนวลที่นอนหลับไปแล้วเรียบร้อย จึงแยกย้ายกับไอ้ตังเข้าห้องส่วนตัว พอทำธุระส่วนตัวอาบน้ำเรียบร้อยก็มานั่งที่โต๊ะทำงานเพื่อทำรายงานที่ค้างไว้อยู่ หากแต่ว่าฉันเขียนรายงานไปไม่เท่าไหร่ภาพนั้นก็วิ่งแล่นเข้ามาในหัวอีกแล้ว

“ออกไปจากหัวสักทีได้ไหม” ยกมือกุมศีรษะตัวเอง ทำไมกัน... ภาพที่ผู้หญิงคนนั้นกอดพี่เจคถึงไม่หายไปสักที ฉันไม่อยากจะนึกถึงมันด้วยซ้ำ เพราะเขาจะกอดกับใครมันก็สิทธิ์ของเขานี่นา ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันเลยนี่นา ปากกับใจก็บอกว่าไม่เกี่ยว ไหงเอาแต่นึกถึงมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้ล่ะเพิร์ล

Rrr

เสียงมือถือดังขึ้นขัดจังหวะ ฉันเสมองหน้าจอมือถือที่วางอยู่ P’JAKELACK ปลายสายเป็นชื่อของคนที่ทำให้ฉันเอาแต่จำภาพที่ไม่ควรจำด้วยซ้ำ รอจนปลายสายวางไปและโทรมาเป็นครั้งที่สอง พอฉันไม่รับก็ไม่ได้โทรย้ำถี่ซึ่งพอจะรู้ว่าพี่เจคจะโทรแค่สองรอบเท่านั้นถ้าหากไม่รับเขาก็จะไม่โทรถี่

ติ๊ง~

P’JAKE : มาหาที่คณะด้วย

“ไม่ไป มีไรมะ!” ตะคอกใส่ข้อความที่เด้งมาและคว่ำหน้าลง จะขอไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นล่ะ ฉันไม่พร้อมเจอหน้าพี่เจค บอกแค่นี้ว่าไม่พร้อมจะเจอหน้าเขาหรืออยากคุยอะไรทั้งนั้น

ภาพผู้หญิงคนนั้นที่วิ่งกอดเขายังติดตาฉันอยู่เลย ฉันหงุดหงิดมาก! หงุดหงิดจนทำรายงานไม่ได้ จำต้องทิ้งตัวลงนอนบนเตียง นอนมองเพดานอยู่นานจะเผลอหลับไปและใช่ นับเป็นคืนแรกที่ฉันข่มตาหลับได้สักที แม้จะฝันเรื่องที่ไม่ควรฝันก็ตาม

SILVER : คณะวิศวะพี่เลยคณะบริหารธุรกิจมาไม่ไกล เพิร์ลเข้ามาได้เลยนะ พี่ยืนรอที่หน้าป้ายคณะ

Pearl : โอเคพี่ หนูกำลังเข้าไปนะ

ส่งข้อความหาพี่เงินในช่วงเก้าโมงเช้า เพราะฉันมีเรียนตอนสิบเอ็ดโมง ดังนั้นการมาก่อนเผื่อเวลาไปมหาลัยของตัวเองด้วยไง ฉันถามรปภ.ที่อยู่หน้ามหาลัยเขาก็บอกว่าคณะวิศวะไปทางไหน ซึ่งเอาให้มั่นใจเลยไงว่าจะไม่หลง พี่เงินบอกแค่เลยคณะบริหารธุรกิจ แต่ไม่ได้บอกว่ามันอยู่โซนไหนหรือควรเข้าไปประมาณกี่ช่วงตึก ดังนั้นพอรปภ. บอกอย่างละเอียดฉันก็ยกมือไหว้ขอบคุณ

กระชับถุงผ้าที่อยู่ในมือซึ่งตื่นแต่เช้ามืดมาทำแซนวิชที่พี่เงินสั่ง รวมไปถึงของไอ้ปูนิ่มด้วย โชคดีหน่อยนะที่ไอ้ตังตื่นมาช่วยฉันหลังจากเลิกงอนตุ้บป่องเป็นที่เรียบร้อย ทีนี้เหรอก็กระซ่านอยากจะเจอกับซิลเวอร์แล้วไง ฉันเดินเท้าผ่านคณะอื่นกว่าจะมาถึงคณะวิศวะซึ่งมีป้ายขนาดยักษ์ติดตัวเบ้อเร่อ เห็นร่างสูงคุ้นตาสวมเสื้อช้อปสีกรมท่าคีบบุหรี่กับกลุ่มเพื่อนของเขาประมาณสามสี่คน

โอ้โห... ทำไมเด็กวิศวะถึงได้ดูหล่อ ดูดีและดูเท่กันขนาดนี้นะ เห็นกลุ่มพี่เจคมาว่าหล่อแล้ว มาเจอกลุ่มพี่เงินไปไม่ได้ต่างจากกลุ่มพี่เจคเลยให้ตายสิ บางคนยืนพิงป้ายหน้าคณะบางคนนั่งยองๆ ไถมือถือ ส่วนพี่เงินก็ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงขณะทิ้งกรองบุหรี่ลงบนพื้นปูนตัวหนอนที่จัดเรียงเป็นทางเดินเข้าคณะ

“มาแล้วเหรอ”

“ค่ะ” หลุดจากภวังค์เพราะเอาแต่มองความหล่อของพี่เงินและผองเพื่อน ฉันก็ฉีกยิ้มกว้างเดินมาหยุดตรงหน้าเขาพลางส่งถุงผ้าให้กับพี่เงิน “หนูทำมาห้ากล่องนะคะ แถมบราวนี่กรอบให้พี่เงินลองชิมด้วย”

“โห ขอบใจมากนะเพิร์ล พวกมึงลอง”

“น่ารักไม่เบาเลยนะเนี่ย ไปหามาจากไหนวะไอ้เงิน”

“หาเหี้ยอะไร น้องเขาขายแซนวิชกับคุกกี้ที่สนามแข่ง”

“อ๋อ” เพื่อนพี่เงินเอ่ยปากชมว่าฉันน่ารักเหรอเนี่ย เขินจนแก้มร้อนเลยอะ ปกติไม่เคยมีใครชมว่าน่ารักก็มักจะชมตัวเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อเรียกความมั่นใจ “แซนวิชก็น่ากิน ส่วนคนทำก็น่ากิน”

“ยายหนูทำนะ พี่อยากกินยายหนูเหรอ?”

“ฮ่าๆ ต่อปากต่อคำเก่งซะด้วย” ชี้หน้าฉันพลางขบขัน แหงสิ มาลองต่อปากต่อคำกับฉันซะก่อนบอกเลยว่าฉันปากแซ่บมากเลยนะต่อให้เป็นรุ่นพี่ก็เถอะ ฉันย่นจมูกใส่เพื่อนพี่เงินเขาก็เลยหันมาส่งยิ้มให้กับฉัน

“อย่าถือสาเพื่อนพี่เลยนะ มันชอบแซวน่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้ากินแซนวิชอร่อยแล้วอุดหนุน หนูจะไม่ถือสา”

“ขี้งกอีกต่างหาก” เขาต่อว่าฉัน ไม่ติดว่าหล่อนะบอกเลยหน้าแหกไปแล้ว พี่เงินห้ามปรามด้วยการยื่นเงินให้กับฉันเป็นธนบัตรสีม่วง ฉันจึงก้มหน้าจะทอนเงินให้หากแต่ว่าพี่เงินกลับเอื้อมมือมาแตะหลังมือฉันเบาๆ

“ไม่ต้องทอน”

“แต่ว่ามันแค่ร้อยห้าสิบบาทเองนะคะ”

“เอาไปเถอะ” พอพี่เงินไม่รับเงินทอน ฉันก็เลยยกมือไหว้ขอบคุณเขา ได้กำไรมาหลายร้อยเลยนะเนี่ย “พี่ลองคุยกับพี่ที่รู้จักแล้วนะ ยังไงถ้าได้เรื่องพี่ติดต่อกลับไป”

“ขอบคุณค่ะ” นอกจากอุดหนุนแซนวิชยังจะช่วยเรื่องเอาของไปวางขายที่ร้านเพื่อนเขาอีก “อร่อยไม่อร่อยรีเควสหนูมาได้เลยนะพี่เงิน ขอความจริงไม่เอาโกหกด้วย”

“โอเคครับพี่จะบอก”

“ถ้างั้นหนูไปก่อนนะ”

ฉันโบกมือให้กับพี่เงินและเสมองเพื่อนของพี่เงินที่อมยิ้มมองฉันราวกับต้องการจะแกล้งแซวอีก เหอะ น่าโมโหนักนะรุ่นพี่บ้าคนนี้น่ะ หมุนตัวเดินออกจากคณะวิศวะยิ้มร่าเพราะพี่เงินไม่รับเงินทอนจากฉันด้วย วันนี้จะกินอะไรดีนะเพิร์ล กำไรหลายร้อยเลย

ปึก

“ขอโทษค่ะ / ขอโทษค่ะ” ทั้งฉันและผู้หญิงอีกคนต่างพากันขอโทษขอโพยที่บังเอิญเดินชนกัน อาจจะเพราะฉันไม่มองทางก็เลยค้อมศีรษะให้เธอ กำลังจะก้าวเดินต่อไปหากแต่ว่าเธอคนนั้นก็เอ่ยทัก

“เดี๋ยวก่อนค่ะ” ฉันเอี้ยวหน้าไปมองผู้หญิงคนหนึ่งที่สวมชุดนักศึกษาอย่างเป็นระเบียบ แม้แต่เพื่อนของเธอสองคนก็ยังคงดูดีเป็นลูกคุณหนูราวกับผ้าพับไว้ ไม่พอนะยังดูเหมือนกับเจ้าหญิงที่สง่างามแม้กระทั่งกิริยามารยาทก็ตาม

“มีอะไรหรือเปล่า” เพราะไม่รู้ว่าเธอเรียกฉันเอาไว้ทำไม แต่พอเห็นฉันเอ่ยทักกลับเธอก็ขมวดคิ้วอย่างมึนงง “เธอ”

“ถ้าจำไม่ผิด เธอเป็นคนรู้ใจของพี่เจค”

[50%]

*-----------------------------------------------------*

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [100%]

    “เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 12 หลบหน้า [50%]

    Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [100%]

    “หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 11 มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขา [50%]

    Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [100%]

    อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา

  • Jake Lack วิศวะไร้รัก   วิศวะไร้รัก :: CHAPTER 10 เรื่องจริง ไม่ใช่ฝัน [50%]

    Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status