เข้าสู่ระบบ“เอ๊ะ”
“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”
“...”
“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่ง
เขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้
“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”
“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”
“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”
ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่บอกว่ารู้จักกับเขาดีพอกับฉันที่ไม่รู้จักเขาเลย มันต่างกันเห็นไหมล่ะ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าหล่อนเป็นใคร ช่างเถอะ ไม่เห็นต้องแคร์เลยนี่นา
“เขามีเหตุผล”
“...”
“และเหตุผลนั้นก็คือฉัน”
“มันก็เรื่องของเธอกับเขา ไม่เกี่ยวกับฉัน โอเค”
อยากจะพูดอะไรก็พูดไปเถอะ ฉันไม่อยากจะเสวนาและยกมือโบกปัด ราวกับยิ่งพูดก็ยิ่งไม่เข้าใจถึงสถานะของเธอกับพี่เจค จะเป็นอะไรกันก็ช่างอย่ามาดึงฉันเข้าไปเกี่ยวอีกก็พอ ฉันเกลียดผู้ชายเจ้าชู้ ฉันไม่ชอบผู้ชายประเภทจับปลาสองมือ ดังนั้นถ้าหากพี่เจคเป็นแบบนั้นจริง... ฉันขออยู่ห่างจากเขาทันทีอย่างไม่รีรอ
มาถึงมหาลัยด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างขุ่นมัว ตอนแรกอารมณ์ก็ดีหรอกนะที่พี่เงินสั่งของ พอเจอผู้หญิงคนนั้นปุ๊บอารมณ์ก็บูดจนไอ้ปูนิ่มเอ่ยทักว่าฉันเป็นอะไร ก็นะเป็นคนเนี่ยล่ะ แค่เป็นคนที่ถูกสะกิดต่อมอารมณ์ก็เท่านั้น
“น้องเพลิน” ก่อนจะเดินออกจากคณะวิศวะ สายตาก็เหลือบไปมองโต๊ะหินอ่อนตรงบึงหน้าคณะ น้ำเสียงแหบพร่าคุ้นหูเอ่ยทักและใบหน้าหล่อเหลาที่เต็มไปด้วยความสดใสของพี่โฬมทำให้ฉันทำได้เพียงส่งยิ้มแบบขอไปที “ทำไมหนูทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ ทะเลาะกับไอ้โคอาล่าเหรอ”
“โคอาล่า?” พี่โฬมหมายถึงหมีโคอาล่าปะ “หนูคุยกับหมีไม่เป็นนะคะ”
“พี่ก็เห็นหนูคุยได้อยู่นะ”
“คะ” อะไรของพี่โฬม ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งสับสน
“เพื่อนพี่ไง ไอ้หมีโคอาล่าที่นอนแม่งทั้งวันน่ะ” ถึงบางอ้อเลยทีนี้ว่าพี่โฬมหมายถึงใคร
“เปล่านี่คะ หนูจะไปทะเลาะกับพี่เจคได้ไง” ตอบพี่โฬมพลางทำหน้าบูดบึ้งใส่เขาที่ทำไมต้องยิ้มใส่ฉันแบบนั้นด้วย
“หนูมีแซนวิชขายอีกปะ พี่หิวแล้วอะ”
“มีค่ะ แล้วพี่นินิวไม่มาเหรอคะ” พี่โฬมเดินนำฉันไปยังโต๊ะหินอ่อนและบอกว่าพี่นินิวเข้าคลาสเรียนอยู่ตอนนี้ ฉันวางถุงผ้าลงบนโต๊ะและเอาแซนวิชออกจากกระเป๋าให้พี่โฬมเลือก จังหวะนั้นร่างสูงของผู้ชายที่มัดผมรวบไว้กลางศีรษะก็เดินกอดคอผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา
“ไอ้เกียร์มาพอดี กินแซนวิชของน้องเพลินปะ”
“อือ” พี่เกียร์พยักหน้ารับ ส่วนฉันก็สบตากับนักศึกษาสาวที่พี่เกียร์ควง เธอมีใบหน้าจิ้มลิ้มตัวเล็กและน่ารักมากๆ ไม่ต้องเดาอะไรให้มากเลยดูจากการที่พี่เกียร์นั่งบนเก้าอี้และดึงข้อมือหญิงสาวให้นั่งบนตัก ความสัมพันธ์ก็คือแฟนกันแน่นอนร้อยเปอร์เซ็น!
“นี่น้องปั้นหยา เมียไอ้เกียร์ครับ”
“สวัสดี”
“สวัสดีค่ะ เราปั้นหยา”
“หนูสองคนน่าจะรุ่นเดียวกันนะ อายุสิบเก้า” พี่โฬมพูด ฉันกับปั้นหยาพยักหน้าเป็นอันว่าเราสองคนรุ่นราวคราวเดียวกัน แต่ปั้นหยาจะเรียนคณะอักษรฯ ส่วนฉันเรียนบริหารธุรกิจ
“เราเพิร์ลนะ”
“เพลิน” พี่เกียร์ตอบแฟนสาว “ไม่ใช่เพิร์ล”
“เพิร์ลค่ะ พวกพี่น่ะเรียกตามพี่เจคกันอะ!” เมื่อไหร่จะเรียกชื่อฉันถูกกันสักที ไหนตอบดิ “เราเพิร์ลนะปั้นหยา”
“โอเค เราเรียกเธอถูก” ปั้นหยาฉีกยิ้มและหยิบแซนวิชไปให้พี่เกียร์ดูว่าเขาจะกินอันไหน
“ไอ้เจคยังไม่มาเหรอวะ”
“อือ” คุยกับพี่เกียร์ก็เหมือนคุยกับพี่เจคนั่นแหละ พูดน้อยพอๆ กันเลย แต่น่าแปลกคือเวลาคุยกับแฟนสาวเขากลับคุยกับปั้นหยาด้วยประโยคยาวๆ และน่ารักมากเลยด้วยซ้ำ “เห็นบอกเมื่อคืนปวดหัว”
“อ้าว จะมาเรียนไหวปะวะ” ปวดหัวเหรอ... “ไม่มีใครดูด้วย ตัวคนเดียวก็งี้”
“คงไปแข่งไม่ได้”
“มันกินไรยังวะ กูโทรถามแปบ” ฉันลอบมองใบหน้าของพี่โฬมที่ต่อสายหาพี่เจค ทว่ากลับไม่มีคนรับ “ไม่ใช่ตายห่าขึ้นอืดกลางคอนโดหรอกนะ”
“พี่โฬมทำไมพูดแบบนั้นล่ะคะ” ปั้นหยาทำหน้าไม่ดี แลยิ่งพี่โฬมพูดแบบนี้ฉันก็ยิ่งอดเป็นห่วงไม่ได้ทั้งที่ต้องโกรธเขาปะ เรื่องที่ให้สาวที่ไหนก็ไม่รู้กอดที่สนาม หนำซ้ำวันนี้ก็มีสาวมาตอกย้ำเรื่องระหว่างเขากับเธออีก
“มึงไปดูมันดิ วันนี้กูไม่ว่างต้องพานินิวไปกินข้าวกับครอบครัว”
“กูก็ไม่ว่างต้องพาหยาไปหาปลายฟ้า” เป็นเพื่อนที่รักกันดีเหลือเกินนะ! เกี่ยงกันไปมาเก่งเวอร์ เกิดพี่เจคตายขึ้นอืดจริงๆ พวกเขาจะรู้สึกผิดบ้างหรือเปล่าเนี่ย “เพลินไป”
“ทะ ทำไมต้องหนูด้วยคะ หนูไม่ได้เป็นอะไรกับพี่เจคสักหน่อย”
“ก็เหลือหนูคนเดียวนะที่สนิทกับมัน”
“คงไม่มั้งคะ” ฉันตอบพี่โฬมพลางมองค้อนเขา “เมื่อวานยังเห็นมีผู้หญิงวิ่งไปกอดอยู่เลย”
“หือ?” พี่โฬมมองหน้าพี่เกียร์ ก่อนจะส่ายหน้าไปมา “เป็นไปไม่ได้หรอกครับ อย่างไอ้เจคเนี่ยนะ”
“เป็นไปแล้วค่ะ หนูเห็นกับตาตัวเอง” เอานิ้วจิ้มลูกตาถ้าทะลุได้คงทะลุไปแล้ว “ให้ตายคาห้องนั่นแหละดี สมน้ำหน้า”
“อ่า กูเข้าใจละไอ้เกียร์ ฮ่าๆ” ฉันขมวดคิ้วที่พี่โฬมระเบิดหัวเราะขึ้นมา พร้อมเอามือกุมหน้าท้องตัวเอง ไม่ต่างอะไรจากพี่เกียร์ชายผู้เย็นชายังมีรอยยิ้มตรงมุมปาก ฉันกับปั้นหยาสบตากับงุนงงกับการกระทำของพี่ทั้งสองคน มีอะไรน่าขำก่อน
“พี่หัวเราะอะไร” ในที่สุดก็เอ่ยถามพี่โฬมที่ยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเล็กน้อย “มีอะไรน่าตลกคะ”
“ตลกหนูไง” ชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง ฉันไปทำอะไรให้เขาตลกก่อนวะ “นี่หนูหึงไอ้เจค เลยพาลโกรธมันกะปล่อยให้มันเน่าตายคาห้องเลยเหรอ ใจร้ายชะมัด”
“นะ หนูเปล่าหึงพี่เจคนะ!” ตวาดใส่พี่โฬมที่ยังคงหัวเราะชอบใจ บ้าหรือไงมาคิดว่าฉันหึงพี่เจคเนี่ยนะ แค่... เออใช่ แค่อะไรอะ ฉันไม่มีสิทธิ์โกรธเขาด้วยซ้ำ แต่ก็ดันรู้สึกแบบนั้นแถมยังไม่อยากเจอหน้าเขาด้วย
“เด็กแก่นคนนั้นหายไปไหนล่ะเนี่ย น้องเพลิน”
“หนูไม่ได้หึงพี่เจค พี่อย่ามามั่ว”
“อาการออกชัดเจน”
ตามด้วยพี่เกียร์ที่ยังคงยกยิ้มมุมปากราวกับว่าฉันได้ทำผิดพลาดมหันต์คือแสดงอาการที่ไม่พึงพอใจออกไป หลังจากที่ยังโกรธพี่เจคไม่หายเรื่องที่เห็นผู้หญิงวิ่งเข้ากอดเขา พี่โฬมหยุดหัวเราะเพราะเห็นสายตาไม่พอใจของฉัน คิดว่าเขาจะกลัวเหรอบอกเลยว่าไม่ พี่โฬมยังคงกลั้นขำและหยิบปากกาหมึกสีดำที่มันกลิ้งออกจากกระเป๋าผ้าตอนเอากล่องแซนวิชออกมา พี่โฬมใช้ปากคาบปลอกปากกาจากนั้นก็ดึงข้อมือขวาฉันและขีดๆ เขียนๆ อะไรบางอย่างลงไป
“ไอ้เจคอยู่คอนโดเดียวกับพี่ ชั้น 30 ห้อง 3001 ถนน xx ชื่อคอนโด...” พี่โฬมพูดจบก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาจรดปากกาลงบนข้อมือฉันเรียบร้อย “เข้าไปหนูก็บอกว่าชื่อเพลินมาหาไอ้เจค นิติก็อนุญาตให้ขึ้นได้ เพราะเดี๋ยวพี่โทรไปสั่ง”
“ใครบอกว่าหนูจะไป”
“พี่เชื่อ” ใบหน้าหล่อเหลาของพี่โฬมฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์และเอาตูดปากกาจิ้มลงบนข้อมือฉัน “ว่าหนูต้องไปดูแลมัน คิก”
เกลียดพี่โฬมชะมัด! เป็นคู่หมั้นกับพี่นินิวแสนดีของฉันได้ยังไงกัน พี่โฬมคนเจ้าเล่ห์
“เดี๋ยวมันตาย แล้วหนูจะเสียใจนะที่ไม่ได้ดูแลมัน”
“พี่โฬมไม่พูดแบบนี้สิคะ เดี๋ยวพี่เจคเป็นอะไรขึ้นมาจริงๆ” ปั้นหยาเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะสมทบหรอก ดูจากสีหน้าแล้วปั้นหยาจริงจังอยู่นะที่พูดถึงเรื่องตายๆ แต่ดูพี่โฬมกับพี่เกียร์ดิ คิดว่าเป็นเรื่องเล่นไปได้
“จ่ายค่าแซนวิชหนูมาเลย หนูจะไปเรียนแล้ว”
“หึงโหดอยู่นะเนี่ย ว่ามะไอ้เกียร์”
“อือ”
“ก็บอกว่าไม่ได้หึงไงคะ!”
*---------------------------------------------------*
“เอ๊ะ”“ไม่สิ คนรู้ใจแบบปลอมๆ” พอหล่อนทักมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่ เดี๋ยวนะ หน้าตาแบบนี้คุ้นจริงหากแต่ว่าฉันเจอคนมามากหน้าหลายตาไงก็เลยไม่ค่อยจะจำหน้าใครได้เสียเท่าไหร่ “ฉันไม่รู้ว่าเธอเป็นอะไรกับพี่เจค”“...”“แต่พี่เจคไม่มีทางดึงใครให้มาเป็นคนรู้ใจได้ง่ายขนาดนั้นหรอก” แลดูคำพูดเหมือนจะไม่มีอะไรนะ แต่มันมีไงทุกคน สัมผัสได้ถึงน้ำเสียงที่ลงท้ายแบบห้วนๆ ต่างจากกิริยาท่าทางที่เป็นคุณหนูผู้เพียบพร้อม ไม่ใช่คนนี้ที่กอดพี่เจคที่สนามแข่งเขามีผู้หญิงกี่คนกันแน่? ไม่อยากจะเชื่อว่าพี่เจคที่แสนเย็นชาคนนั้นจะเจ้าชู้ขนาดนี้“แล้วมาบอกฉันทำไม” คนยิ่งโกรธเขาเรื่องสนามแข่งอยู่ มาโยนไม้สุ่มไฟให้ลุกโชนอีกฉันก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเป็นกอง “ถึงยังไงพี่เจคก็พูดออกจากปากเองไม่ใช่เหรอว่าฉันเป็นคนรู้ใจของเขา”“เธอไม่รู้จักพี่เจคดีพอ”“ใช่” ฉันไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ชอบใจที่เธอมากล่าวหาฉันราวกับตัวฉันไม่มีค่าพอให้พี่เจคดึงมาเป็นคนรู้ใจ ทั้งที่เรื่องตอนนั้นเขาพูดเองฉันไม่ได้รู้เรื่องสักหน่อย “แต่ล่าสุดพี่เจคขอให้ฉันอยู่ข้างๆ เขาแล้วล่ะ”ใบหน้าสวยหวานราวกับเจ้าหญิงถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย คนที่
Jake Lack #12หลบหน้า‘น่าสนใจ’พี่เงินพูดคำๆ นี้ เล่นเอาฉันถึงกับไปไม่เป็นเลยดิ อะไรที่ว่าน่าสนใจกันนะ “พี่หมายถึงอะไรเหรอ”“อ่า พี่กำลังหมายถึงว่าเอาขนมไปวางตามร้านน่ะ”“ค่ะ” ยกมือเกาศีรษะตัวเองและตักไอศกรีมกิน อย่างพี่เงินเนี่ยนะจะมาสนใจฉัน หล่อ รวยขนาดนี้จะมาสนใจผู้หญิงที่โคตรจะธรรมดาอย่างฉันทำไมกัน“ไม่มีใครมาจีบเพิร์ลบ้างเหรอ”“ไม่นะคะ” ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยมีใครมาจีบฉันเลย อาจจะเพราะฉันไม่สนใจเรื่องพวกนี้และเอาแต่คิดเรื่องค้าขาย โฟกัสแค่เงินเป็นหลักละมั้ง“แล้วคนที่ชอบล่ะ ไม่มีบ้างเหรอ มันต้องมีบ้างสิ”“คนที่ชอบเหรอ...” ฉันทำหน้านึกคิดจู่ๆ ใบหน้าของใครบางคนก็แวบเข้ามาจนฉันถึงกับนิ่งไป พลางสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อให้หลุดโฟกัส จะบ้าหรือไงไปคิดถึงหน้าผู้ชายใจร้ายคนนั้นทำไมกันล่ะเพิร์ล! “หนูไม่มีใครหรอกค่ะ”“อายุเท่าไหร่แล้วเราน่ะ”“สิบเก้าค่ะ”“บ้าน่า เด็กสาวรุ่นเพิร์ลพี่ควงมานับไม่ถ้วน จะไม่มีเลยเหรอคนที่ชอบน่ะ”“ค่ะ ไม่มี” ก็บอกอยู่ว่าไม่มีก็คือไม่มีดิ พี่เงินจะคาดคั้นฉันเพื่อ?! “หนูคงตายด้านเรื่องผู้ชายมั้ง”“ถึงว่าอยู่ใกล้พี่ เพิร์ลไม่เห็นหวั่นไหว”“ใครบอกพี่ว่าหนูไม่หวั่นไหว” ฉั
“หนูไม่รู้เลยว่าพี่เงินจะเป็นซิลเวอร์ คิดว่าพี่แข่งแบบปกติด้วยซ้ำ”“ก็นะ พี่แข่งได้หลายประเภท แต่ที่ชอบคือแบบดริฟต์มากกว่า” เสียดายมาก! ซิลเวอร์ควรชนะเจคแลคบ้าง ไม่สิ มันจะมีอยู่หลายครั้งนะที่ซิลเวอร์ชนะเจคแลคน่ะ เหมือนคล้ายสลับๆ กันขึ้นอันดับหนึ่งมากกว่า“ไม่เตรียมตัวเหรอคะ”“อีกยี่สิบนาที พอดีพี่หิวน่ะเห็นเพิร์ลก็เลยแวะมาทัก”“งั้นพี่...” ก้มหน้าลงมองตะกร้าก็พบว่าแซนวิชมันหมดเหลือแค่ซองคุกกี้แค่ไม่กี่ซอง “เอาคุกกี้ไปกินรองท้องก่อนสิ”“จะดีเหรอ”“ดีสิคะ” ฉันฉีกยิ้มกว้างและยื่นซองคุกกี้โอ๊ตมีลให้พี่เงินสองอัน “เป็นคุกกี้โอ๊ตมีล เนื้อสัมผัสมันจะหนึบๆ หน่อยนะ หนูใส่ผลไม้แห้งกับอัลมอนล์ไปด้วย”“เท่าไหร่ รอบนี้พี่ขอจ่ายเงินนะ ไม่เอาฟรี”“แต่หนูอยากให้ เพราะได้รู้ว่าพี่คือซิลเวอร์” จะได้เอาเรื่องนี้ไปคุยโม้กับไอ้ตังให้มันหายงอนฉันสักที “รอบหน้าหนูค่อยคิดเงิน”“โอเค” เขาพยักหน้ารับพลางแกะคุกกี้กินพลางชูนิ้วโป้งให้เชิงบอกว่ามันอร่อย“คุกกี้มีพลังงานเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดตที่ดีสำหรับเพิ่มพลังงานในเวลาที่ต้องการได้ เพราะงั้นพี่กินคุกกี้หนูจะได้มีแรงแข่งไงคะ”“ความรู้แน่นมาก” เป็นไงฉันน่ะมันเก่
Jake Lack #11มีสิทธิ์อะไรไปโกรธเขาชิงช้าสวรรค์ที่นั่งรถเมล์ผ่านประจำแต่ไม่เคยได้เหยียบย่างเข้ามา มีบริเวณพื้นที่กว้างขวางและติดริมแม่น้ำสายสำคัญ หนำซ้ำยามพลบค่ำไฟที่ตกแต่งรอบๆ หรือบนชิงช้าสวรรค์ก็สวยงามมาก พอเห็นคนที่รอต่อคิวกันฉันก็ห่อเหี่ยวใจทันที เพราะคนค่อนข้างเยอะจนฉันทำปากงอง้ำ“คนเยอะอะ จะได้นั่งกี่โมงก็ไม่รู้” ด้วยเพราะเป็นวันหยุด กว่าพี่เจคจะวนหาที่จอดรถได้ก็เกือบสิบนาทีเชียวนะ “พี่เจคไปนั่งตรงนั้นก่อนก็ได้นะ หนูไปต่อคิวซื้อตั๋วก่อน”“ไม่เป็นไร” พี่เจคตอบ “ไปด้วยกัน”พูดจบเขาก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เดินนำฉันไปต่อคิว พอเห็นว่าฉันยืนเอ๋ออยู่ก็พยักหน้าให้มายืนต่อคิวด้วยกัน ฉันพาพี่เจคมาทรมานหรือเปล่าเนี่ย ความสูงของพี่เจคทำให้คนรอบข้างต้องหันกลับมามองเขากันใหญ่ ไม่ใช่แค่ความสูง ความหล่อเองก็เช่นกัน สาวน้อยสาวใหญ่บางคนมองพี่เจคแล้วก็เอามือปิดปากกรี๊ด แถมยังซุบซิบกันหากแต่ว่าคนข้างกายฉันกลับไม่สนใจอะไรทั้งนั้น นอกจากรอต่อคิวซื้อตั๋วที่รอประมาณสิบนาทีก็มาถึงคิวเราสองคน ตอนแรกฉันจะควักเงินจ่ายเองก็ไม่ทันพี่เจค เขาออกเงินให้เสร็จสัพกระทั่งเดินนำฉันขึ้นบันไดมารอขึ้นชิงช้าสวรรค์
อธิบายออกไปด้วยเหตุและผล หวังว่าจะทำให้เด็กอย่างมันเข้าใจว่าปัญหาที่เกิดขึ้นฉันเป็นคนก่อ ฉันก็ต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง “เรื่องที่เกิดขึ้นมันเกิดจากอารมณ์ของฉันล้วนๆ ไม่ได้เกี่ยวกับพี่เจคเลย”“เธอรู้ใช่ปะเพิร์ล หวั่นไหวน่ะได้” มันกำลังจะพูดถึงอะไรกันแน่ ยิ่งพูดฉันก็ยิ่งไม่เข้าใจ “แต่เธอกับเขา ไม่เหมาะกัน”“จะให้บอกอีกกี่ร้อยครั้งว่าฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่เจค”“เขาอาจจะมีคนที่ชอบหรือคนรักแล้วก็ได้ ผู้ชายที่หล่อ รวยขนาดนั้นคิดว่าจะโสดให้เธอหวั่นไหวหรือไง”“ก็ช่างเขาสิ เขาจะโสด ไม่โสดมันเกี่ยวอะไรกับฉัน” อันที่จริงพี่เจคจะมีใครหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับฉันอยู่แล้ว ที่ฉันทำอยู่ตอนนี้คือชดใช้ค่าซ่อมกระจกที่ตัวเองเป็นคนทำต่างหาก พี่เจคอาจจะกำลังสอนให้ฉันรู้จักรับผิดชอบกับสิ่งที่ตัวเองทำ ถ้าหากวันนั้นฉันไม่ขับรถหนีมันอาจจะเคลียร์จบตั้งแต่ตอนนั้น แต่ด้วยความโง่เง่าของฉันไงเรื่องถึงได้บานปลายมาถึงตอนนี้ “แล้วแกเป็นอะไร จะวีนฉันเพื่อ?”“ฉันอิ่มแล้ว” ไอ้ตังลุกขึ้นยืนหยิบกระเป๋าเป้สะพายบ่า “กินกันสองคน คงจะดีกว่า”“ตัง”เรียกชื่อร่างสูงเสียงแผ่วเบาขณะไอ้ตังเดินออกจากร้านไป ฉันได้แต่สับสนและงุนงงกับเหตุกา
Jake Lack #10เรื่องจริง ไม่ใช่ฝันพรึ่บ‘อยู่ข้างๆ พี่ ได้ไหม’“เรื่องจริงหรือความฝันกันแน่วะเพิร์ล”ฉันกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่งจากเตียงนอน สลัดผ้านวมที่นอนคลุมโปงและมองไปรอบห้อง พลางยกมือตบแก้มตัวเองสองทีก็พบว่าคำพูดของพี่เจคยังคงวนเวียนในหัวสมอง เวลานี้ตีสามกว่าแล้ว ฉันยังข่มตานอนไม่หลับเลยให้ตายสิ!“คนบ้า พูดจาอะไรก็ไม่รู้”ให้หลังจากพี่เจคพูดคำนั้น เราสองคนก็แทบจะไม่พูดอะไรเลยจนพี่เจคพาฉันไปกินข้าวและพามาส่งที่หน้าปากซอยเข้าบ้าน ฉันเองก็อึ้งและอึ้ง จนกลายเป็นคนหูหนวกตาบอดขึ้นมาทันที พอเจอยายนวลกับไอ้ตังที่พอเห็นฉันก็บ่นยับว่าทำไมกลับช้าบลาๆ ก็นะไม่มีเวลาจะเถียงมันกลับ กลายเป็นว่าเหมือนชีวิตหยุดสตั๊นไปแปบหนึ่งกว่าจะชาร์จพลังกลับมาได้ จนถึงตอนนี้ข่มตาก็ยังไม่หลับเลยเอี้ยวตัวเปิดโคมไฟลิ้นชักหัวเตียง สายตาเหลือบไปเห็นกล่องบุหรี่ที่ฉันยังบ้าเก็บของเขามาทั้งที่ควรทิ้งมันไปได้แล้วใช่ปะ พอเห็นแบบนี้พอจะโยนทิ้งถังขยะมันก็ทิ้งไม่ลงอะ จำต้องเปิดลิ้นชักและโยนมันใส่เข้าไปแทน“เจอกันอีก คงต้องถามให้ชัดๆ ไปเลยว่าที่พูดจริงหรือแค่กำลังอ่อนไหว”ใช่ พี่เจคอาจจะกำลังอ่อนแอหรืออ่อนไหวจากคำพูดของป้าปาก







