Share

Episode 4 สร้างเรื่อง

Penulis: PAPER GREY
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-08 17:52:37

ทัศนัยชะงักไปเมื่อได้ยินประโยคนั้นของหญิงสาว เขาไม่รู้ว่าเด็กนี่ไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงได้พูดจาแก่แดดแบบนี้ออกมาได้

“คิกคิก ล้อเล่นค่ะ” ก่อนที่เสียงหัวเราะของกรรณิการ์จะดังขึ้น ร่างเล็กสั่นเทิ้มจากการพยายามกลั้นเสียงขำไว้

ท่าทางของเขาตอนที่เธอพูดประโยคนั้นไป ทำเอาหญิงสาวรู้สึกขบขันไม่น้อย เธอก็แค่อยากรู้ว่าต้องทำยังไงหน้านิ่ง ๆ แสนหยิ่งของเขาถึงจะเปลี่ยนอารมณ์บ้าง

แต่ทัศนัยที่รู้สึกคล้ายถูกปั่นหัวนั้นเริ่มมีสีหน้าแววตาอึมครึมลงไม่น้อย เขาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วผ่อนออกมาช้า ๆ ก่อนจะจ้องใบหน้าเนียนสวยของหญิงสาวตัวป่วนไว้คล้ายกำลังนับหนึ่งถึงสิบในใจ ไม่ให้ลุกขึ้นไปจับตัวผู้หญิงน่ารำคาญคนนี้มาฟาดให้เข็ดหลาบ

“เธอต้องการอะไรกันแน่” เสียงทุ้มเอ่ยอย่างอดกลั้น

วันนี้ทั้งวันเขารู้สึกชีวิตวุ่นวายมากเสียจนน่าปวดหัว แค่เพราะผู้หญิงตัวเล็ก ๆ เพียงคนเดียวที่เพิ่งเจอกันยังไม่ทันถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ และเพราะผู้หญิงคนนี้ตลอดทั้งวันเขาเลยแทบไม่มีสมาธิเรียน คอยพะวงห่วงกลัวว่าแหวนวงสำคัญจะหายไป

แต่ทว่าคำถามนั้นของเขาก็ทำเอาคนตัวเล็กหยุดเสียงหัวเราะลง ดวงตาคู่สวยมองสบนัยน์ตาของรุ่นพี่หนุ่มแล้วคลี่ยิ้มบางออกมา

“พี่ไทม์หักหน้ากรีน ทำกรีนหน้าแตก กรีนก็แค่อยากเอาคืนเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็เท่านั้นเอง” เสียงหวานเอ่ยเรียบเรื่อยแต่ก็จงใจยั่วประสาทเขาไปในตัว

“ทำแบบนั้นไปทำไม” เขาอดสงสัยไม่ได้ กับแค่การที่เขาปฏิเสธเรื่องที่เธอเข้าใจผิด มันทำให้เธอแค้นฝังใจขนาดไหนกันเชียว

“ถ้าอย่างนั้นก็ขอโทษกรีนก่อนสิ กรีนจะได้เลิกยุ่งกับพี่” หญิงสาวเอ่ยอย่างเอาแต่ใจ

นับแต่เกิดมาเธอไม่เคยถูกขัดใจหรือโดนใครปฏิเสธมาก่อน ครั้งนี้มันจึงน่าเจ็บใจมาก เธอถึงต้องมาตามทำตัววุ่นวายใส่เขาอย่างนี้ เพื่อหวังคลายความหงุดหงิดและลบเลือนความอับอายในวันนี้ลง

“เอาแต่ใจ” ทัศนัยต่อว่าคนอ่อนกว่า

การที่เธอจะเอาแต่ใจนั้นมันไม่ได้แปลก แต่การที่เธอกำลังทำตัวเอาแต่ใจกับคนอื่นที่ไม่ใช่ครอบครัว หรือแม้แต่คนสนิท เขาคิดว่ามันค่อนข้างไม่ปกติ

เขาไม่เข้าใจตรรกะของเธอเลยจริง ๆ

“ถ้าอย่างนั้นก็รอจนกว่ากรีนจะอารมณ์ดี แล้วอยากคืนแหวนพี่เองแล้วกัน แต่ก็ไม่รู้ว่าตอนไหนนะคะเพราะกรีนอารมณ์เสียบ่อย” ร่างเล็กหยัดกายขึ้นยืนกอดอก มองชายหนุ่มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

เสียงลมหายใจดังกระแทกออกมาแรง ๆ ก่อนที่ร่างสูงจะผุดลุกขึ้นยืน แววตาภายใต้แว่นตาไร้ขอบจ้องมองยังเธอด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ

“น่ารำคาญ” สิ้นคำร่างสูงก็เดินเลี่ยงออกมาทันที

เขาพาตัวเองออกไปจากร้านหนังสือ โดยปล่อยให้หญิงสาวยืนค้างอยู่ที่เดิม

กรรณิการ์หันมองตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มรุ่นพี่ไปด้วยความหัวเสีย สองครั้งแล้วที่เขาหันหลังใส่เธอก่อนแบบนี้

“คอยดูเถอะ ถ้าหลงฉันเมื่อไหร่นะ จะเททันทีเลย!” สองมือเรียวกำแน่น พลางเอ่ยไล่หลังชายหนุ่มไปเสียงดัง จนถูกคนในร้านซึ่งกำลังใช้สมาธิเอ่ยตำหนิ

“รบกวนเบาเสียงลงด้วยค่ะ”

“ขะ ขอโทษค่ะ” กรรณิการ์รีบขอโทษขอโพยลูกค้าในร้าน ก่อนจะเดินฟึดฟัดออกมา

ยิ่งนึกถึงใบหน้าหล่อ ๆ ของเขาเธอก็ยิ่งหงุดหงิด

วันต่อมา...

ระหว่างเรียนคลาสเช้า กรรณิการ์กลับหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูอะไรไปเรื่อย เพราะไม่มีสมาธิจดจ่อกับการเรียนสักเท่าไหร่

หลังจากที่เมื่อวานเจอกับชายหนุ่มในร้านหนังสือ เธอก็ไม่ได้ทักไปกวนเขาอย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะพอกลับถึงเพ้นท์เฮ้าส์ ก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการอาบน้ำและประโคมผิวจนสุดท้ายก็หลับไป

นิ้วเรียวปัดหน้าจอมือถือไปเรื่อย ๆ เลื่อนดูโพสต์ต่าง ๆ ในเพจมหา’ลัยที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มนักศึกษาสายเม้าท์มอย และยามนี้ก็กำลังมีประเด็นร้อนอยู่ ซึ่งประเด็นนั้นก็เป็นเรื่องของเธอเอง

“แค่ทะเลาะกับคนคุยเก่าก็ต้องเอามาลงด้วยหรือไง” เสียงหวานบ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

การเป็นคนดังก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะนามสกุลที่เธอใช้และใบหน้าที่ดูโดดเด่น จึงทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามอง

หากถามว่าเธอชื่นชอบไหม มันก็ชอบแค่บางครั้ง แต่หลาย ๆ ครั้งที่เรื่องส่วนตัวของเธอถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปากมันไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกชอบสักนิด

ติ๊ง!

พลันเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น แชตกลุ่มรวมของมหา’ลัย ซึ่งมีไว้เพื่อพูดคุยเรื่องราวบันเทิงต่าง ๆ

นิ้วเรียวเปิดเข้าไปดูว่าใครส่งอะไรมาก่อน ก่อนที่กรรณิการ์จะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ

X0X : (ส่งรูปภาพ)

GIGI : ใครอ่ะ หล่อเวอร์

XOX : พี่ไทม์หนุ่มนิติ

สมศรี : โห ของดี แต่ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย

กรรณิการ์ไล่สายตาอ่านข้อความที่ถูกส่งมาเรื่อย ๆ ด้วยความสนใจ ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับประโยคหนึ่ง

XOX : เห็นว่าพี่เขาจะมาช่วยสอนตอนเสรีด้วย คลาสจารย์ปราโมทย์

เธออ่านทวนข้อความนั้นอยู่สองสามครั้งก่อนจะปิดหน้าจอมือถือลง แล้วหันไปสะกิดเรียกเพื่อนทั้งสองคนซึ่งนั่งประกบอยู่ทั้งสองข้าง

“พวกแก” เสียงหวานกระซิบเอ่ยเบา ๆ เพราะตอนนี้อาจารย์กำลังบรรยายอยู่

“มีอะไร” เป็นลลิตาที่ถามขึ้นก่อน ในขณะที่เพื่อนชายเพียงคนเดียวในกลุ่มยังคงตั้งใจฟังบรรยายอย่างใจจดใจจ่อ

“ย้ายเซคเสรีกัน”

“อะไรของแกเนี่ย จะย้ายทำไม”

“นั่นสิ วิชาที่ลงเทอมนี้ก็ดีอยู่แล้ว จะย้ายทำไม” คุณากรที่ได้ยินก็หันมาท้วงถามด้วยความไม่เข้าใจ

“เถอะน่า ย้ายเป็นเพื่อนฉันหน่อยสิ นะ ๆ” คนถูกถามยังคงคะยั้นคะยอต่อ

ทำเอาสองเพื่อนสนิทต่างหันมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ เพิ่งเปิดเทอมมาได้ไม่กี่วัน ยัยตัวแสบประจำกลุ่มก็สร้างเรื่องอีกแล้ว

และต่อให้ปฏิเสธไปสุดท้ายก็โดนลากไปลงทะเบียนย้ายคลาสอยู่ดี เพราะทันทีที่เลิกคลาส กรรณิการ์ก็รีบพาเพื่อนสนิททั้งสองคนไปทำเรื่องโดยไม่แม้แต่จะฟังเสียงบ่นของเพื่อนที่ทักท้วงตลอดทั้งทาง

ก่อนจะถึงเวลาพักเที่ยง เมื่อจัดการเรื่องราวสุดแสนจะวุ่นวายที่มีต้นเหตุมาจากยัยตัวแสบประจำกลุ่มเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนก็พากันมาพักทานอาหารเที่ยงที่โรงอาหารรวมใกล้กับตึกคณะ

“เอาไงดีอ่ะ มัวแต่ไปทำเรื่องย้ายคลาสจนลงมาช้าเลยเนี่ย ไม่มีที่นั่งแล้ว” ระหว่างที่กำลังมองหาที่นั่ง ลลิตาก็บ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดเล็กน้อย

เพราะโต๊ะที่ว่างนั้นแทบไม่มีเหลือแล้ว เนื่องจากยามนี้นักศึกษาส่วนใหญ่กำลังพักทานอาหารกันอยู่ ซึ่งทุนเดิมพวกเธอก็ไม่ได้ชื่นชอบพื้นที่ที่แออัดไปด้วยผู้คนอยู่แล้ว ทำให้ทั้งคุณากรและลลิตาต่างมีสีหน้าอึดอัดอย่างเห็นได้ชัด

กรรณิการ์มองท่าทางของทั้งสองคนแล้วก็แอบรู้สึกผิดอยู่บ้าง เธอกวาดสายตามองหาเผื่อว่าจะเจอโต๊ะว่าง

แล้วสายตาก็ดันไปหยุดอยู่ที่โต๊ะของกลุ่มทัศนัยเข้าพอดี หญิงสาวไม่รอช้าคว้าข้อมือของเพื่อนทั้งสองแล้วเดินตรงเข้าไปหาพวกเขาทันที

“ขอโทษนะคะ พวกเราขอนั่งด้วยได้ไหมคะ?” ใบหน้าสวยแจกจ่ายรอยยิ้มกว้างให้กับชายหนุ่มทั้งสาม ซึ่งกำลังนั่งทานอาหารอยู่

เมื่อได้ยินเสียงของเธอพวกเขาก็ต่างเงยหน้าขึ้นมามองแล้วยิ้มตอบ จะมีก็แต่คนหน้านิ่งประจำกลุ่มที่ทำเพียงปรายตามองมาแล้วก้มหน้าลงไปทานอาหารต่อ

“ได้สิครับน้องกรีน นั่งได้เลยครับ ไอ้ไทม์มึงย้ายมานั่งกับพวกกูดิ ให้น้องเขานั่งด้วย” พชรซึ่งเป็นบุคคลที่อัธยาศัยดีที่สุดในบรรดาชายหนุ่มทั้งสามเอ่ยขึ้น ก่อนจะหันไปเรียกทัศนัยให้ย้ายที่มานั่งกับเขาและศุภวิชญ์

เพื่อที่จะได้ให้กลุ่มของกรรณิการ์นั่งฝั่งตรงข้ามได้ทั้งสามคน แต่ดูเหมือนเพื่อนจอมนิ่งของเขานั้นไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นง่าย ๆ

เพราะเจ้าตัวยังเอาแต่นั่งกินข้าวอยู่เงียบ ๆ ไม่ยอมกระดิกตัวไปไหนเลยสักนิด จนพชรเริ่มมีสีหน้าลำบากใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ สงสัยพี่ไทม์เขาอยากนั่งกับกรีน นิคแกไปนั่งกับพวกพี่เขาเถอะ” คนตัวเล็กว่าพร้อมทั้งเดินเข้ามาหย่อนกายลงนั่งข้างร่างสูงของทัศนัย

ใบหน้าสวยหันมองคนข้างกายซึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้วส่งยิ้มกว้างไปให้ แต่คนพี่ก็ยังคงไม่หันมามองเธอสักนิด แถมยังขยับตัวไปนั่งจนสุดขอบเก้าอี้อีก

กรรณิการ์เห็นแบบนั้นก็ขยับตามเข้าไปจนสะโพกแนบชิดกับชายหนุ่ม เมื่อนั้นคนโตกว่าจึงขมวดคิ้วมุ่นแล้วหันกลับมามองอย่างไม่เข้าใจ

“แกจะไปนั่งเบียดพี่เขาทำไมล่ะ ขยับมาหาฉันนี่” ลลิตาเอ่ยท้วงเมื่อเห็นการกระทำของเพื่อน

ดูท่าแล้วยัยตัวแสบนี่เตรียมจะสร้างเรื่องอีกอย่างแน่นอน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 12 ตัววุ่นวาย

    ผ่านมาหลายวันหลังจากวันที่เกิดเหตุการณ์ผีผลักในรถของทัศนัย พอวันต่อมาเขาก็ไม่ได้เข้ามาที่มหา’ลัยทำให้ไม่ได้เจอหน้าหญิงสาว เพราะปีสี่ไม่ค่อยมีการเรียนการสอนมากเท่าไหร่ ส่วนมากจะเน้นให้นักศึกษาได้วางแผนทำวิจัย หรือบางคณะก็อ่านหนังสือติวเข้มเตรียมสอบ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่ค่อยได้เจอกับคนน้องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ก็มีบ่อยครั้งที่หญิงสาวส่งข้อความมาหา ถามไถ่ไปเรื่อยตามประสาของเธอ ถ้าจะมีสิ่งที่แปลกไปก็คงเป็นตัวเขาที่เริ่มตอบข้อความเธอบ่อยขึ้น ไม่ได้รู้สึกรำคาญเวลาถูกคนน้องหยอกล้อ หรือแกล้งหยอดคำหวานหรือส่งมุกจีบมาให้ พอเธอเลิกก่อกวน และพูดจาน่ารักกับเขาบ่อยขึ้น ทัศนัยก็รู้สึกว่าเนื้อแท้ของคนตัวเล็กไม่ได้แย่นัก กรรณิการ์เป็นผู้หญิงร่าเริง คุยเก่งและบางครั้งก็ชอบอ้อนแบบไม่รู้ตัว ถึงแม้จะพิมพ์คุยกันในแมสเสจเป็นส่วนใหญ่ แต่เขาก็พอจะจับสังเกตได้ เหมือนอย่างตอนนี้ที่คนน้องมานั่งอยู่กับเขาที่ใต้ตึกคณะนิติศาสตร์ ซึ่งวันนี้เขาเข้ามหา’ลัยมาเพื่อพูดคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาและจัดการเอกสารที่ช่วยอาจารย์สอนเล็กน้อย “แล้วพี่ไทม์จะกลับตอนไหนเหรอ” เสียงหวานของกรรณิการ์เอ่ยถามคนพี่ เนื่องจ

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 11 เสียอาการ

    รู้ตัวอีกทีเธอก็ขึ้นมานั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับ โดยมีสารถีเป็นชายหนุ่มรุ่นพี่สุดเย็นชาเสียแล้ว กรรณิการ์ลอบมองซีกหน้าด้านข้างของคนพี่ซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับถนนเบื้องหน้า โดยตรงไปตามเส้นทางที่จะไปเพ้นท์เฮ้าส์ของเธอ ความคิดที่เคยอยากแกล้งเขาเพื่อเอาคืนที่ถูกปฏิเสธในวันแรกนั้น ตอนนี้มันแทบจะเลือนหายไปจากสมองของเธอหมดแล้ว ไม่แน่ใจว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ที่หัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงเวลาอยู่ใกล้เขา มันอาจจะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นานนี้เอง คงเป็นวันที่เธอถูกดักทำร้ายล่ะมั้ง... แต่ไม่ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ในตอนนี้เธอก็ไม่กล้าพอที่จะคิดเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์นี้ เธอไม่รู้ว่าเขาคิดยังไงในตอนนี้ เพราะอย่างนั้นจึงยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์ได้ พอมาคิด ๆ ดู หากเธอเป็นฝ่ายที่ถูกตามก่อกวน ถูกแกล้งหรือยั่วโมโห แต่วันดีคืนดีอีกฝ่ายกลับมาทำท่าทางเหมือนตกหลุมรักเธอ มันก็คงพิลึกไม่น้อย แต่เรื่องแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนสวยอย่างเธอหรอก คนหล่อมีเยอะ แต่คนหล่อที่ตรงเทสเธอน่ะมันไม่ได้มีให้เจอบ่อย ช่วยไม่ได้ที่เขาอยากเกิดมาหล่อเอง “ถึงแล้ว” เสียงทุ้มที่ดังขึ้นช่วยเรียกสติของคนที่กำลังเหม่อลอยให้กล

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 10 แอบใส่ใจ

    ภายในร้านชาบูหม้อไฟซึ่งอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมฟุ้งของน้ำซุปหลากหลายรสชาติ กรรณิการ์สั่งเนื้อเซ็ตใหญ่มาพร้อมกับกุ้งถาดใหญ่อีกสองถาดโดยมีทัศนัยนั่งมองอยู่อีกฝั่งของโต๊ะ หลังจากที่หยอกล้อชายหนุ่มรุ่นพี่จนพอใจแล้ว เธอก็ชวนเขามานั่งกินหม่าล่าหม้อไฟด้วยกัน ซึ่งก็ได้ถามคนพี่ก่อนแล้วว่าเขาสามารถกินเผ็ดได้ไหม และด้านทัศนัยเองก็ยืนยันว่ากินได้ เธอจึงพาเขามาที่ร้านประจำของตัวเอง “ทำไมสีมันดูจัดขนาดนี้” หัวคิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อเห็นว่าน้ำซุปในหม้อหม่าล่าสีดูจัดจ้านจนเขารู้สึกแสบท้องทั้งที่ยังไม่ได้ลงมือทานเลยด้วยซ้ำ “หม่าล่าก็แบบนี้แหละค่ะ แต่ถ้าพี่ไม่ชอบก็มีอีกฝั่งเป็นทงคัตสึไงคะ” กรรณิการ์มองคนพี่พลางพยักเพยิดหน้าให้เขามองอีกฝั่ง ซึ่งเป็นน้ำซุปทงคัตสึรสชาติกลมกล่อมเหมาะกับคนที่ไม่ชอบทานเผ็ด “กินเผ็ดแบบนี้ไม่กลัวแสบท้องหรือไง” เขาถามด้วยความสงสัย สีของมันดูน่าจะเผ็ดมากแถมน้ำมันยังเยอะอีกด้วย เพราะด้วยภาพลักษณ์ของหญิงสาวที่ดูเป็นคุณหนู แม้จะไม่ได้น่ารักน่าทะนุถนอมขนาดนั้น แต่เขาก็อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่าเธอจะกินเผ็ดขนาดนี้ได้ยังไง “แค่นี้สบายมาก ถึงหนูจะเป็นลูกครึ่งฝรั่งเศสแต่เรื่องกินเผ็ดหนูได้เ

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 9 ปากแข็ง

    นับว่าในยังเป็นโชคดีที่เหตุการณ์รุนแรงนั่นเกิดขึ้นในช่วงเย็นวันศุกร์ ทำให้กรรณิการ์ไม่ต้องแต่งหน้าโบกรองพื้นหนา ๆ กลบเพื่อไปเรียน หรือพยายามหลบเลี่ยงสายตาของใคร เรื่องที่เธอถูกดักตบเมื่อวานถูกจัดการให้เงียบที่สุดโดยฝีมือบอดี้การ์ดของพี่ชาย ซึ่งเธอแอบขู่ฝ่ายนั้นไปว่าหากเรื่องนี้แพร่งพรายไปถึงหูคนในครอบครัวเธอเมื่อไหร่ ได้เจอคุณหนูกรีนเวอร์ชั่นนางมารอย่างแน่นอน คงต้องขอบคุณวีรกรรมต่าง ๆ ที่เธอได้สร้างสรรค์ไว้ เพราะเพียงแค่ขู่ไปเท่านั้น บรรดาบอดี้การ์ดที่คอยดูแลเธอก็รับคำเป็นอย่างดี กรรณิการ์กลับมาที่เพ้นท์เฮ้าส์เมื่อวานในช่วงบ่ายแก่ แล้วก็ต้องพบกับความแปลกใจที่ได้เห็นว่าคุณากร เพื่อนสนิทหนุ่มของเธอนั้นถูกพี่สาวเธอพาเข้ามาวัดตัวที่นี่ ดูท่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้คงไม่ธรรมดา ว่ากันตามตรงเธอเองก็พอจะเดาออกจากการกระทำของเพื่อนสนิทตัวเองอยู่บ้าง คุณากรดูสนใจพี่สาวของเธอมาตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่งแล้ว เพียงแต่ตอนนั้นคิดว่าคุณากรคงแค่ชอบเพราะพี่เธอสวย แต่ตอนนี้เธอคิดว่าคงไม่ใช่แค่นั้นแล้วล่ะ ติ๊ง! Ttime : หายดีแล้ว? กรรณิการ์หยิบมือถือขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ถูกส่งเข้ามา แล้วตอบกลับอีกฝ่าย

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 8 หนุ่มซึน

    เพราะเกรงว่าหากกลับไปที่เพ้นท์เฮ้าส์ในสภาพนี้แล้ว อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาได้หากพี่สาวอย่างกุลนิภาเห็นว่าน้องสาวคนเล็กของบ้านมีสภาพเหมือนพึ่งไปฟัดกับหมามาจากไหนสักที่ แน่นอนว่าหากพี่สาวรู้ พี่ชายเธอก็ต้องได้รู้ เกิดเรื่องเข้าหูเกรย์สันเมื่อไหร่ เธอไม่อาจรับรองความปลอดภัยให้ใครได้เลยจริง ๆ เพื่อไม่ให้เรื่องราวมันน่าปวดหัวไปมากกว่านี้ กรรณิการ์จึงขอให้รุ่นพี่หนุ่มมาส่งที่หอของลลิตาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมากนัก ระหว่างทางภายในรถถูกปกคลุมด้วยความเงียบ หญิงสาวแอบชำเลืองมองคนที่กำลังขับรถอยู่เป็นระยะ เธอรู้สึกขอบคุณเขาสำหรับเรื่องในครั้งนี้มากจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็แอบรู้สึกละอายใจกับการกระทำของตนเองไปด้วย จะไม่ให้รู้สึกแบบนั้นได้ยังไง ในเมื่อเธอไปก่อกวนตามแกล้งทำตัววุ่นวายใส่เขาตั้งมากมายขนาดนั้น แต่คนพี่กลับไม่คิดปล่อยผ่านตอนที่เห็นเธอโดนทำร้าย แถมยังอาสามาส่งกันอีก แม้จะเป็นลูกคุณหนูที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ แต่เธอก็ไม่ใช่คนที่เอาแต่ใจจนไม่สนสี่สนแปดขนาดนั้น ทุกครั้งที่กลั่นแกล้งเขาเธอก็พยายามไม่ให้มันเลยเถิดมากเกินไป ส่วนเรื่องแหวนเธอไม่ได้ตั้งใจจะเก็บไว้นานนัก แค่คิ

  • LIVELY ENGINEER | วิศวะภัยความมั่น   Episode 7 เพื่อนรัก

    ตกเย็นหลังจากเลิกเรียนในคลาสสุดท้ายแล้ว กุลนิภาพี่สาวคนกลางของเธอก็ส่งข้อความมาบอกว่าจะเข้ามารับ เพราะเจ้าตัวมาทำธุระแถวนี้พอดี โดยคุณากรก็ขอติดรถไปด้วยกัน ความจริงแล้วเธอสามารถขอให้บิดาออกรถให้ได้หรือจะเรียกคนขับรถจากบ้านใหญ่มาคอยรับส่งก็สามารถทำได้ แต่เพราะอยากใช้ชีวิตแบบเรื่อยเปื่อยตามใจตัวเอง เธอจึงปฏิเสธที่จะซื้อรถส่วนตัวหรือใช้รถของครอบครัว ขณะกำลังนั่งเล่นมือถืออยู่บนรถโดยมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ กลบความเงียบภายในรถนั้น ดวงตาคู่สวยพลันเหลือบขึ้นมองถนนเบื้องหน้าเพราะเริ่มมึนหัว แต่เรื่องบังเอิญก็ช่างเกิดได้ถูกจังหวะตรงเวลาเสียเหลือเกิน “เจ๊ เดี๋ยวจอดให้หนูลงข้างหน้านี้หน่อยค่ะ” เสียงหวานโพล่งขึ้นเมื่อรถกำลังจะเคลื่อนผ่านจุดหมายไป “จะไปเถลไถลที่ไหนอีกล่ะตัวแสบ” แม้จะปากบ่นอยู่บ้าง แต่กุลนิภาก็ตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทางให้ในทันที “แค่ไปช้อปปิ้งเอง เอาเป็นว่าจะรีบกลับนะ” จบคำเบนซ์ลีย์คันหรูก็จอดนิ่งสนิท กรรณิการ์จึงหันมามองหน้าพี่สาวแล้วพูดต่ออีกประโยคว่า “ฝากเจ๊ไปส่งนิคด้วยนะ บ๊ายบาย” เนื่องจากคุณากรเองก็รู้จักมักคุ้นกับพี่สาวของเธออยู่พอสมควร เธอจึงคิดว่าคงไม่เป็นไรที่จะ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status