Masuk“เฮียไม่น่าไปตกลงกับยัยนั่นเลย” ขึ้นมาบนรถฉันก็บ่นเลย ขอบ่นหน่อยเถอะแล้วนี่จะทำยังไงต่อดี ฉันจะหาทางเทนัดของยัยนั่นด้วยวิธีไหนดีนะ เฮ้อ~
“ทำไม ไม่อยากไปดูสองคนนั้นรักกันรึไง”
ขวับ!
“เฮีย บอกว่าไม่ได้ชอบไง”
“ฮึ ๆ ๆ ไม่ชอบก็ไม่ชอบ”
“...” ที่เงียบไปนี่ไม่ใช่อะไรนะ หงุดหงิดอยู่ น้ำเสียงอีตาเฮียดีแลนนี่ดูไม่เชื่อกันเลยสักนิด ผิดกับตอนที่อยู่ในร้านสะดวกซื้อลิบลับเลย
“เงียบเลยเฮีย แล้วก็เลิกพูดมั่วพริกไม่ได้ชอบเพื่อนสนิทตัวเอง”
“นึกว่าชอบ”
“ไม่ได้ชอบ เฮียหยุดพูดเลยนะไม่งั้นพริกจะโกรธเฮีย"
หมับ~
“เหรอครับ”
ตอนนั้นน้ำเสียงเขาไม่เหมือนตอนนี้เลยนะ ถึงจะเป็นแค่คำพูดสั้น ๆ แค่สองวลีแต่มันไม่มีตรงไหนฟังดูไม่เชื่อสักนิด แถมยัง...พอ ๆ นี่แกคิดอะไรของแกพริกแกง -///-
แกนี่น่าจะอยู่กับปริ๊นซ์มากไป แถมยังอกหักซ้ำ ๆ บ่อย ๆ จนถึงวันหนึ่งที่พอจะมีเวลาได้ใกล้ชิดผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ปริ๊นซ์บ้างแกก็เลยแอบใจเต้นแรงง่ายไปหน่อยสินะ พอเลยพริกแกง ระวังหัวใจนิดนึงเนอะอย่าเผลอใจเต้นแรงไปเรื่อยกับเรื่องง่าย ๆ มันตลก
“เฮียช่วยทำน้ำเสียงให้เหมือนเชื่อหน่อยได้ไหมล่ะ” กลับเข้ามาสนทนากันต่อดีกว่า ตัดเรื่องไร้สาระที่เพิ่งเกิดขึ้นในใจไปเถอะ ก็แค่เผลอหวั่นไหวในวันที่ใจเศร้าหมองแต่อย่างเฮียน่ะไม่มีทางได้เห็นขาอ่อนคนอย่างยัยพริกไทยหรอก ชิส์!
“...” พอฉันบอกก็กลายเป็นเขาที่เงียบไป ทำท่าทางไม่สนใจจะคุยกับฉันแล้วซะงั้น อะไรของเขา
“เฮีย”
“อืม”
“เฮียจะไปเที่ยวตามที่บอกกับยัยนั่นจริง ๆ เหรอ”
“ฉันดูเป็นคนกลับกลอกรึไง”
“ก็ไม่นะคะ” เฮียไม่ดูเป็นคนกลับกรอกเลยสักนิดเพราะบุคลิกเฮียเป็นได้แค่สองอย่างเท่านั้นคือ...เป็นคนหล่อ กับ เป็นคนไม่ดี แหะ ๆ ๆ ^_^!
“อืม” เขาตอบมาแค่นี้แล้วหยิบถุงร้านสะดวกซื้อไปวางบนตักตัวเองแล้วหยิบยาที่เพิ่งซื้อมาขึ้นมาดู
“สรุปว่าเฮียจะไปจริง ๆ เหรอ” ถามอีกครั้งให้แน่ใจก่อนเพราะถ้าถามฉัน ฉันบอกตรง ๆ เลยนะว่าโคตรไม่อยากไป ไม่มีความคิดที่จะอยากไปเลยด้วยซ้ำ พอถามจบเฮียดีแลนก็มองหน้าฉันปุ๊บ
“ถามอะไรหน่อยสิ”
“คะ? ถามอะไร”
“นอกจากยาลดกรดในร้านสะดวกซื้อมียาลดโง่ไหม? เซ้าซี้จังวะ”
OoO!
ไอ้...เฮี๊ย!!!
-เวลาต่อมา-
“ขอบคุณนะเฮีย” ฉันขอบคุณเขาด้วยกิริยาท่าทางที่เกือบจะเป็นการขอบคุณส่ง ๆ เพราะเฮียดีแลนชอบด่าฉันเกินไป ถึงฉันจะโง่แต่...โกรธ! โกรธที่ทำอะไรคนที่ด่าตัวเองต่อหน้าไม่ได้เลยเนี่ย!
“อืม เข้าบ้านซะ” ไม่ต้องพูด~ ไม่อยู่นานอยู่แล้วจ้ะพ่อรูปหล่อ เหอะ!
คนอะไรหล่อลากไส้ปากจัญไรลากส้นตีน เอ้ย! ลากดินต่างหากล่ะ แหะ ๆ ๆ ^_^!
“ยัยลูกหมา”
กำลังจะลงรถ เปิดประตูแล้วด้วย หาซ้ายกำลังจะยกส้นตีน เอ้ย! ส้นเท้าขึ้นเพื่อขยับลงไปแตะพื้นเฮียดีแลนก็เรียกซะก่อน
“เอาเลขบัญชีมา”
“...คะ?”
“เอาเลขบัญชีมา” เขาย้ำอีกรอบสายตาที่มองก็กดดันมากสุดท้ายฉันเลยเลือกที่จะไม่เถียงไม่พูดไม่ออกความเห็นเพราะไม่งั้นเฮียดีแลนได้เสิร์ฟคำด่ามาให้อีกแน่ ๆ
“พร้อมเพย์ค่ะ” บอกสั้น ๆ ขอเลขบัญชีก็น่าจะเอาไปใช้โอนเงิน แต่ไม่รู้ว่าจะโอนเรื่องอะไรหรือธุระอะไร รู้แค่ไม่บอกตอนนี้เดี๋ยวอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็ต้องบอกอยู่ดี เพราะฉะนั้นก็บอก ๆ ไปเถอะ
“เบอร์โทรใช่ไหม”
“ค่ะ” ตอบรับปุ๊บเฮียดีแลนคนหล่อของใครก็ไม่รู้ก็เงีบบไป สายตาเอาแต่จ้องหน้าจอ
ติ๊ง!
“...เฮีย! โอนมาทำอะไรเนี่ย!” รู้นะว่าขอเลขบัญชีไปก็ต้องเอาไปโอน แต่แค่ไม่รู้ว่าโอนมาด้วยสาเหตุอะไรและโอนมาทำบ้าอะไรตั้ง...หนึ่งแสน! เห็นแจ้งเตือนเงินเข้าแล้วแทบช็อก!
“เอาเงินไปซื้อเสื้อผ้าเตรียมไปเที่ยวซะช่วงนี้ฉันงานยุ่งคงไม่มีเวลาพาไป”
“เฮีย...ให้เงินไปซื้อเสื้อผ้าเหรอ?” อึ้ง ทึ่ง แต่...ไม่เสียว แหะ ๆ ๆ เอาเป็นว่าอึ้งนั่นล่ะค่ะอยู่ดี ๆ เพื่อนรุ่นพี่ของพี่ชายที่ขอร้องให้ช่วยแกล้งเป็นแฟนปลอม ๆ ไปตบตาและระงับโทษะของเมียเพื่อนสนิทที่ตัวเองแอบชอบมาตั้งแต่ประถมก็โอนเงินมาให้ตั้งหนึ่งแสนเพื่อไปซื้อเสื้อผ้าสำหรับไปเที่ยวเนี่ยนะ? เอาดี ๆ ขนาดคนโง่ไอคิวติดลบเจอแบบนี้ยังต้องคิดเลยนะว่าเขาคิดอะไร
“อืม”
“เฮียจะให้ทำไม ไม่เอา เดี๋ยวโอนคืนตอนนี้เลย เสื้อผ้าพริกเยอะแยะ อีกอย่างไม่ได้อยากไปเที่ยวด้วย มีอะไรก็ใส่ ๆ ไปเถอะ”
“จะทำให้ฉันขายหน้า แล้วก็ให้ผู้หญิงคนนั้นเยาะเย้ยดูถูกที่ฉันไม่มีปัญญาเปย์เธอรึไง” อ้อ เหตุผลที่ให้ไม่ใช่อย่างที่ฉันคิดสินะ โล่งอกไปที
“แต่... / ไปจัดการให้เรียบร้อย ไม่งั้นก็ไปเที่ยวกับสองผัวเมียนั่นคนเดียว”
“เฮีย~”
“เข้าบ้านไป”
“...โอเคค่ะ” สุดท้ายฉันก็ต้องตกลงแบบไม่เต็มใจ เพราะจากการคลุกคลีกันฉันก็พอจะรู้ว่าเฮียแกไม่ยอมหรอก ลองได้อ้าปากว่าต้องการแบบไหนเขาต้องได้แบบนั้น
“ถ้างั้นพริกเข้าบ้านแล้วนะเฮีย ขอบคุณมากค่ะ” ฉันขอบคุณแล้วก็ลงจากรถเดินเข้าบ้านทันที
“พริกไทย”
“...คะ” เขาทำฉันชะงักนะเพราะเขาแทบจะไม่เรียกชื่อฉันเลย แถมตอนที่หันกลับไปมองขาก็ทำให้ฉันใจเต้นแรงขึ้นเพราะสายตาที่กำลังมองมา
“อย่าเลือกชุดโป๊”
ตึก!
ตึก ตึก ตึก!
ใจ...ใจเต้นไม่ไหวแล้ว เฮีย...เฮียหวงเหรอ? บ้า...จะเป็นแบบนั้นได้ยังไง ไม่มีทาง ไม่หรอก ไม่...
“อย่าโป๊ ห้ามโป๊เด็ดขาด” เฮียจะย้ำซ้ำอีกรอบทำไม เฮียไม่รู้เหรอว่าทางนี้ใจไม่ดี ถึงจะมีคนที่ชอบแต่ก็หวั่นไหวได้นะเฮีย
“เฮีย... / นมไม่มี เดี๋ยวอายเมียไอ้ห่านั่น”
OoO
“แล้วก็เลือกดี ๆ ล่ะ อย่าให้รสนิยมแย่เหมือนหน้าตาเธอ”
OoO!
ไอ้...เฮี๊ย!!!
#PHRIKTHAI END
#DYLAN TALK
ตื๊ด ตื๊ด~
“...อ่าส์~” ผมมองหน้าจอแล้วถอนหายใจ คิดไว้แล้วว่าโทรยังไงปลายสายก็ไม่รับ ถอนหายใจออกมาช้า ๆ
ติ๊ด!
Dylan : รับสาย อย่าลองดี
ผมโทรหาเจ้าของเบอร์นี้แปดครั้งในระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมาแต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ผมจะส่งข้อความไปหา แต่ครั้งนี้เหมือนที่ผ่านมาว่ะ
ตื๊ด ตื๊ด~
ติ๊ด!
(...ฮัลโหล) รับสายแล้วแต่เงียบอยู่พักใหญ่กว่าจะยอมอ้าปากพูดออกมาทำให้ผมแค่นยิ้มด้วยความหงุดหงิดออกมาทันที
“ฮึ! รับสายได้แล้วสินะ คิดจะหลบหน้ากูเหรอ...ไอ้เหี้ยเติ้ล”
-วันต่อมา-
“พริกไทย”
“อืม มีไรปริ๊นซ์” ปริ๊นซ์เดินมาหา เรียกฉันแล้วก็นั่งเลยฉันก็เลยคุยด้วย โอเคค่ะวันนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ และวันต่อ ๆ ไปจะคุยกับปริ๊นซ์แล้ว ไม่ตึงให้เดินตามเคลียร์ใจอะไรแล้ว คุยกันเหมือนเพื่อน...ปกติทั่วดีกว่า
“เธอคบกับผู้ชายคนนั้นจริง ๆ เหรอ”
“ถามทำไม” ฉันไม่ตอบ ไม่คิดจะตอบ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะฉัน...ไม่อยากโกหกบ่อย ๆ ไง
“อยากรู้ เป็นห่วง ฉันก็พอจะรู้กิติศัพท์ของผู้ชายคนนั้นมา” สายตาปริ๊นซ์ที่มองฉันสื่อความหมายอย่างที่เขาพูดจริง ๆ นั่นแหละ แต่...ไม่อยากให้ห่วงได้ไหม ไม่อยากเจ็บปวดเพราะนายคอยห่วงฉันเหมือนที่ผ่านมาอีกแล้ว เพราะความห่วงใยของนายมันทำให้ฉันถอนตัวออกมาไม่ได้สักครั้งนะปริ๊นซ์ ถ้านายแค่ห่วงแต่ไม่ได้รักก็อย่าห่วงเลย ฉันห่วงตัวเองได้สบายมาก
“อ้อ ขอบคุณนะ”
“แค่นี้?”
“ก็...อื้อ ขอบคุณนะที่เป็นห่วงแต่ไม่มีอะไรหรอก เฮียดีแลนเขาไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร” ฉันพูดจบปริ๊นซ์ก็แค่นยิ้มพร้อมกับมองฉันด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อทันที
“ไม่ได้เลวร้าย? ฮึ! พริกไทยเธอรู้ไหมว่าตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจผู้ชายคนนั้นแต่พอฉันไปสืบเรื่องมันมาผู้ชายนี้มันเสือผู้หญิง ฟันไม่เลือกหน้า ไม่เคยรับผิดชอบใครสักคน ไม่เคยสนใจว่าผู้หญิงคนไหนจะเจ็บปวด มันกำลังหลอกเธอ มันเหี้ยนะพริกไทย”
“อะไรนะ?”
“บอกว่ามันเหี้ยไง” คนตรงหน้าเริ่มเสียงแข็งขึ้นฉันเลยขยับตัวให้นั่งหลังตรงมากขึ้นแล้วค่อยอ้าปากพูด
“ปริ๊นซ์ ขอบคุณนะที่นายเป็นห่วง แต่เราเชื่อหัวใจตัวเองว่าเขาจะดูแลเรามากกว่าทำร้าย เราขอบคุณนายมาก ๆ เลยที่เป็นห่วง แต่ขอร้อง...อย่าด่าแฟนเราให้เราได้ยินแบบนี้อีก”
ฉันลุกแล้วเดินออกมาทันทีต่อให้ปริ๊นซ์จะมองฉันด้วยสายตาไม่พอใจแค่ไหนก็ตาม แต่ฉันว่าในใจฉันน่าจะไม่พอใจยิ่งกว่านะ
“มันเหี้ยนะพริกไทย”
ไม่ต้องมาด่าเฮียดีแลนว่าเหี้ยถ้าไม่เคยรู้จักเขา ถ้าแค่ฟังคนอื่นเล่ามาอย่าด่า เพราะขนาดฉันรู้จักและสัมผัสมาตั้งเยอะฉันยังไม่เคยรู้สึกว่าเขาคนนั้นจะเหี้ย ไม่เหี้ย แล้วก็ไม่เฉียดเลยด้วยซ้ำ!
-หนึ่งอาทิตย์ต่อมา-
“พรุ่งนี้เจอกันนะคะพี่พริกไทย”
“จ้ะ”
“...เหอะ!” เจอกับผีน่ะสิ คำพูดยัยน้องแพมที่พูดกับฉันที่คณะเมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ทำฉันเครียดซ้ำ ๆ ทุกครั้งที่นึกถึง
“เฮ้อ~ แล้วนี่เฮียอยู่ไหน? ให้เงินไปซื้อเสื้อผ้าแล้วหายหน้าไปแบบนี้นี่นะ? พรุ่งนี้จะไปเที่ยวแล้วนะเว้ยเฮีย เฮีย...อย่าเหี้ยได้ไหม ฮื้อ~” แล้วฉันนี่ก็จะเหมือนคนบ้าเข้าไปทุกที นั่งคุยกับรูปโปรไฟล์เขาผ่านโทรศัพท์เนี่ย จะบ้าตายแล้ว ใช่ค่ะพริกไทยคนนี้กำลังจะบ้าตายเพราะสุดหล่ออย่างเฮียดีแลนหายไปสามวันแล้ว หายไปไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ คือยังไม่น่าจะตายเพราะถ้าตายในโซเชียลของเฮียต้องมีคนสนิทมาคอมเม้นท์หรือแท็ก R.I.P แน่นอน
Phrik-thai : เฮีย ตกลงเฮียว่างไปกับพริกไหม
ข้อความที่ส่งไปเมื่อวานถูกเปิดอ่านแล้วตอบกลับด้วยอะไรรู้ไหมคะ ตอบกลับมาด้วยสติ๊กเกอร์กดไลค์สีน้ำเงิน ตกใจมากนะตอนเห็น ตกใจเสร็จก็ห่อเหี่ยวเลยเพราะไม่รู้ว่าคำตอบคืออะไร
ถ้าไม่ไปก็บอกว่าไม่ไปไงเดี๋ยวหาทางปฏิเสธปริ๊นซ์กับยัยน้องแพมนั่นเอง แต่นี่เล่นไม่ตอบอะไรเลย หายไปเลยดื้อ ๆ แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ
ติ๊ด!
Phrik-thai : เฮีย ว่างคุยไหมคะ
ฉันตัดสินใจส่งข้อความไปอีกครั้ง อยากถามให้รู้ว่าสรุปจะไปหรือไม่ไปเพราะนี่มันสามทุ่มแล้วแต่เขาไม่หือไม่อือเลย
ติ๊ง!
ส่ง ส่งข้อความมาแล้ว! ครั้งนี้ตอบเร็วด้วยนะทั้งที่เตรียมใจไว้แล้วว่าอาจจะตอบช้าเป็นชั่วโมง หรืออาจจะส่งแค่สติ๊กเกอร์กดไลค์มาเหมือนเดิมจนถึงขั้นเตรียมใจว่าเขาอาจจะไม่ตอบหลับเลยด้วยซ้ำ แต่ครั้งนี้เขาตอบ~ ตอบเร็วด้วยน้า~ ^^
ไหนดูซิว่าเฮียดีแลนสุดหล่อของพริกไทย มะ...ไม่ใช่ คือ ตื่นเต้นเพลินไปหน่อยเลยเผลอคิดอะไรง่าย ๆ คล้องจอง ๆ ไปน่ะ ความจริงจะคิดว่า เฮียดีแลนสุดหล่อตอบกลับมาว่ายังไงต่างหาก จริง ๆ นะคะ แค่นั้นจริง ๆ
-///-
Dylan : ยุ่งอยู่
“...” ฉันนั่งจ้องข้อความของเขาแล้วอยากจะสาปส่ง เฮียแม่ง...
ไม่ไปก็บอกดี ๆ สิวะ แค่บอกว่าไม่ว่างไปแล้วก็ได้นะจะได้ปฏิเสธสองคนนั้นไปแต่นี่ดันทำแบบนี้ คนอะไรแกล้งทำเป็นใจดีแบบอึน ๆ แล้วตัดจบได้...ใจร้ายชะมัด
-หนึ่งปีต่อมา-“แม่ง”“...คะ?” ฉันที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงเก้าอี้เงยหน้ามองฝั่งตรงข้ามแล้วเอ่ยออกมาเบา ๆ ด้วยความสงสัยว่าฝั่งตรงข้ามเป็นอะไร“หงุดหงิด”“หงุดหงิดอะไรคะ”“ฮึ!”“เอ้า! พริกถามเฮียดี ๆ นะหงุดหงิดหนักกว่าเดิมทำไม”“...”“เป็นอะไร ตอบ”“...”“จะตอบไหมเฮียดีล” ฉันจ้องเขม็ง รู้ว่าเขาหงุดหงิดแต่ไม่กลัว หงุดหงิดอะไรก็ต้องบอกกันสินี่อะไรตื่นมากำลังจะกินข้าวเช้าด้วยกันอยู่ดี ๆ ก็สบถคำหยาบซะงั้น“เราก็น่าจะรู้ว่าพี่หงุดหงิดอะไร” เฮียดีแลนวางช้อนลงทำท่างอแงเหมือนจะไม่กินข้าวซะดื้อ ๆ“ก็หม่าม๊าเขาบอกฤกษ์ที่เฮียจะแต่งมันไม่ได้”“ฤกษ์? ฮึ! ฤกษ์อะไร ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เพราะฤกษ์” เสียงสุดหล่อไม่เอ็นจอยสุด ๆ ไปเลยค่ะ“อีกแค่หกเดือนเองค่ะ เฮียก็รอหน่อยสิ”“แค่? เราใช้คำว่าแค่เหรอพริกไทย”“อาฮะ” ฉันพยักหน้ารับง่าย ๆ เพราะคิดแบบนั้นจริง ๆ“แม่ง...รักกันจังเลยนะแม่ผัวกับลูกสะใภ้”“เอ้า! อะไรของเฮียเนี่ย”“ฮึ!” เฮียดีแลนแค่นเสียงแล้วยกแก้วกาแฟขึ้นดื่ม ดื่มเสร็จก็เมินฉันด้วยการหันไปมองที่ระเบียงซะงั้น“เฮียดีล อย่ามางอนพริกแบบนี้นะ”“เธอไม่อยากแต่งเร็วก็เรื่องของเธอสิวะยัยลูกหมา แต่พี่อยากแต่งเร็ว ๆ
“จะคุยอะไรกับพี่พูดมาเลย แต่ไม่ต้องอยากได้คำตอบที่เราถามนะ คำตอบที่รู้อยู่แล้วจะถามทำไมวะยัยลูกหมา”“ฮ่า ๆ ๆ โอเคค่ะ ถ้างั้นพริกพูดเรื่องที่พริกอยากพูดเลยนะ”“อื้ม ว่ามาพี่รอฟังอยู่”“พริก...จะไม่แต่งงานกับเฮียนะ”“...”“เฮีย...” ฉันเรียกเขาเบา ๆ เพราะหลังจากได้ยินคำพูดประโยคก่อนหน้านี้จากฉันเฮียดีแลนก็นิ่งทันที“คือ?”“ก็... / อธิบายให้ชัดหน่อยที่บอกว่าจะไม่แต่งงานกับพี่เหตุผลมันคืออะไร” พูดได้แค่วลีเดียวเขาก็พูดแทรก แต่ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่เข้าใจน้ำเสียงเขากลับไม่ได้มีความหงุดหงิดหรือโมโหฉันเลยแม้แต่นิดเดียว“พริก...ไม่พร้อมแต่งงานกับเฮียค่ะ พริกกับพี่เติ้ลยังติดหนี้เฮียอยู่ ตอนนี้พริกคิดแค่เรื่องเดียวคืออยากใช้หนี้เฮียให้หมดก่อนแล้วค่อยคิดเรื่องอื่น แต่พริกก็ไม่รู้ว่าวันไหนที่เราสองคนพี่น้องจะใช้หนี้หมดเลยคิดว่า...คงจะไม่แต่งงานกับเฮียดีกว่า” คำอธิบายของฉันทำให้เขาระบายรอยยิ้มอบอุ่นออกมาบาง ๆ แต่ถึงจะแค่บาง ๆ ฉันกลับอบอุ่นไปถึงขั้วหัวใจ“จะทิ้งพี่รึไง” เฮียดีแลนถามพร้อมกับใช้หลังมือไล้แก้มฉันเบา ๆ ทำเอาฉันใจเต้นไม่เป็นจังหวะได้ง่าย ๆ“เปล่า พริก
“ขอบคุณนะคะ” ฉันเอ่ยคำขอบคุณสุดหล่อของฉันทันทีที่เขาเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน“เปลี่ยนเป็นจุ๊บแก้มสักหนึ่งครั้งได้ไหม”“คะ?” ฉันเปล่งคำนี้ออกมาสั้น ๆ ด้วยความแปลกใจ ขอจุ๊บแก้มนี่นะ? แต่พอเห็นฉันดูงง ๆ คนตรงหน้าก็ระบายรอยยิ้มบาง ๆ ที่ดูอ่อนโยนมากมาให้ แต่ความจริงตั้งแต่เกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นรอยยิ้มของคนตรงหน้าก็ดูอ่อนโยนมากแบบนี้เสมอนะ เมื่อก่อนก็อ่อนโยนอยู่แล้วล่ะแต่ตอนนี้อ่อนโยนมากขึ้น เหมือนเขายิ้มเพื่อส่งความอบอุ่นมาให้ฉัน เหมือนเขาใช้รอยยิ้มเป็นสื่อกลางเพื่อบอกให้ฉันรู้อยู่เสมอว่าเขาจะอยู่ข้าง ๆ เป็นที่พักพิงให้ตลอดไปไม่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรร้ายแรงแค่ไหนก็ตาม“อยากจุ๊บแก้มเรา ได้ไหม”“ต้องขอด้วยเหรอคะ” ไม่ได้อ่อยนะแต่ระดับเฮียจะจุ๊บแก้มเมียนี่ต้องขอด้วยเหรอ? ถามจริง?“ฮึ ๆ ๆ ขอสิ เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาสวีทกันนี่ พี่จะจุ๊บเราสุ่มสี่สุ่มห้าได้ยังไง เกิดพี่เข้าไปจุ๊บแต่เรากำลังรู้สึกไม่โอเคกับเรื่องอะไรสักเรื่องพี่ว่ามันคงไม่ดี” เขา...น่ารักจัง พอได้ฟังเหตุผลของการที่เขาเอ่ยปากขอจุ๊บแก้มฉันก็เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้งว่าเขารู้สึกยังไงเลยรีบส่งรอยยิ้มน่ารัก ๆ กลับไปให้“จะอยู่ในอารมณ์ไหนแก้มพ
“กินอีกไหมลูกเดี๋ยวให้เฮียดีลปอกให้”“ไม่แล้วค่ะหม่าม๊า หนูอิ่มแล้วค่ะ” ^^ ฉันปฏิเสธพร้อมกับส่งยิ้มให้คนถาม“แต่ม๊าว่าหนูพริกกินน้อยไปนะลูก” สีหน้าเป็นห่วงของหม่าม๊าทำให้ฉันอมยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรมากกว่านี้ ฉันกินน้อยจริง ๆ นั่นล่ะแต่กินมากกว่านี้ไม่ไหวแล้วเพราะเท่าที่กินเข้าไปก็ฝืนสุด ๆ“พริกไทยเพิ่งเจอเรื่องเครียดมานะครับหม่าม๊าเลยกินได้น้อย แต่เดี๋ยวหายเครียดก็กินเยอะเอง หม่าม๊าไม่ต้องห่วงนะครับถึงตอนนั้นร้องจะกินจนลูกชายหม่าม๊าป้อนไม่ไหวแน่นอน” เฮียดีแลนที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ช่วยพูดกึ่งแซวฉัน“โอเคจ้ะ ถ้างั้นก็หายเครียดไวไวนะลูกนะ เรื่องมันผ่านไปแล้วอย่าเก็บมาคิดจนทำร้ายตัวเองเด็ดขาด” ท่านปลอบโยนพร้อมกับเอามือลูบหัว สายตาของหม่าม๊าเต็มไปด้วยความห่วงใย ที่สำคัญท่านมาเยี่ยมเร็วมาก หลังจากที่ฉันฟื้นได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงหม่าม๊าก็มาถึงที่นี่แล้ว ตอนที่ท่านเข้ามาในห้องท่าทางท่านร้อนรนมาก ฉันสัมผัสได้ทุกความรัก ความห่วงใยจากผู้ใหญ่วัยกลางคนตรงหน้าที่มีให้เด็กผู้หญิงธรรมดา ๆ อย่างฉันน้ำตาถึงได้คลอออกมาไงคะ“ค่ะหม่าม๊า” ฉันยิ้มรับ อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีเกิดขึ้นกับแกนะพริกไทยเพราะต่อ
“หุบปากซะไอ้เหี้ย!”“เธอนั่นล่ะที่ต้องหุบปากถ้าไม่อยากให้คลิปหลุด!”“ไง! มึงจะฆ่ากูเลยไหม? กูรู้ว่าในห้องนี้มีปืน ไปเอามายิงกูเลยถ้ามึงคิดว่าคลิปที่กูเอากับเมียมึงมันจะไม่... / มันไม่มีคลิปอะไรทั้งนั้นล่ะ! ถ้าจะมีก็คงมีแค่ฉันที่เลิกโง่แล้วส่งคนอย่างแกไปลงนรก!”ขวับ!“...แพม!”“...น้องแพม?” ฉันเองก็ตกใจที่ได้เห็นบุคคลที่สี่ไม่ต่างจากปริ๊นซ์ แต่ฉันแค่ไม่ได้ตกใจเท่าปริ๊นซ์ที่ตอนนี้แสดงอาการหน้าตื่นจนเห็นได้ชัดแพมหรือยัยน้องแพม อดีตแฟนของปริ๊นซ์ที่อยู่ ๆ ก็หายไปจากมหาวิทยาลัยชนิดที่ไม่มีใครได้ข่าวคราวเลยสักคน มีข่าวลือว่าซิ่วไปเรียนที่อื่นเพราะเลิกกับปริ๊นซ์เข้าหูอยู่บ้างแต่ฉันก็ไม่ได้ตามหาความจริงเพราะอยู่ในช่วงที่กำลังอินเลิฟกับเฮียดีแลนอีกอย่างก็ไม่รู้จะไปสนใจเรื่องของคนที่เขาไม่ชอบเราไปเพื่ออะไรด้วย แต่วันนี้แพมกลับปรากฏตัวที่นี่ ในคอนโดของคนรักฉันที่สำคัญยังเพิ่งโผล่ออกมาจากห้องนอนเล็กที่เฮียดีแลนเคยให้ฉันไปอยู่ตั้งแต่แรกที่มาอยู่ที่นี่ด้วยนี่มันอะไรกัน?“ไง ตกใจเหรอคะพี่ปริ๊นซ์ ไม่สิ ตกใจเหรอ...ไอ้สารเลว” แพมจ้องปริ๊นซ์แล้วเดินออกมาจากห้องนั้นช้า ๆ ออกมาพร้อมกับสิ่งที่ทำให้ฉันขาสั
แอด~ประตูคอนโดถูกปริ๊นซ์ผลักเข้าไปให้เปิดออก ภายในห้องไม่ได้สว่างจ้าแต่ก็มีแสงสว่างเพราะไฟถูกเปิดไว้ เห็นไฟแค่นี้ฉันก็รู้แล้วว่าเจ้าของห้องอยู่ในนี้ ถ้าอยู่คนเดียวเฮียดีแลนไม่เปิดไฟทั่วห้องอยู่แล้วฉันรู้“เอามือออกไปปริ๊นซ์” ฉันบอกปริ๊นซ์ที่ลงน้ำหนักมือมาที่เอวฉันมากขึ้นเบา ๆ แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุสินะฉันลืมไป“ฮึ ๆ ๆ แค่กอดไอ้ห่านั่นไม่ขาดใจตายหรอก”“...” ฉันไม่ต่อปากต่อคำ เลือกที่จะเงียบเพราะไม่อยากพูดให้มันกลายเป็นการยั่วยุให้ปริ๊นซ์อยากเอาชนะมากขึ้น บอกตรง ๆ นะคะว่ากลัวเฮียดีแลนเป็นฆาตกรเร็ว ๆ นี้มาก และฉันมั่นใจว่าตอนนี้คนของฉันเขาคงรู้แล้วว่าห้องเขามีคนเข้ามาแต่เขาแค่ยังไม่ออกมาแสดงตัวก็เท่านั้น“เข้าไปสิ” ปริ๊นซ์ดันเอวฉันเบา ๆ ฉันเลยเดินเข้ามาในห้องตามคำสั่ง ใจก็เริ่มเต้นรัวเพราะไม่อยากให้คนรักของตัวเองรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้หมับ!“...” ฉันตั้งใจจะเดินให้เร็วเพื่อออกห่างจากปริ๊นซ์ แต่ก้าวขาได้สองก้าวปริ๊นซ์ก็ตามมากอดเอวเอาไว้ทำให้ฉันนิ่งไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกรังเกียจรังเกียจ ขยะแขยง อยากอาเจียน แค่ยืนใกล้ ๆ ก็แทบจะไม่อยากหายใจใช้อากาศร่วมแล้วแต่นี่ปริ๊นซ์มาสัมผัสร่างกายมัน







