LOGINเวลาผ่านไปพักใหญ่...
ฟ้าที่รีบบึ่งรถตามมาด้วยความร้อนใจ ยืนหอบเหนื่อยพิงขอบประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ เขามองพี่สาวฝาแฝดที่สภาพดูไม่จืดอยู่ห่าง ๆ
“ชมพู... พี่แน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วพี่เก่งจะชอบ”
ฟ้าถามขึ้นขณะมองดูพี่สาวกำลังง่วนกับการแกะกล่องน้ำหอมแบรนด์เนมและขนของใช้ผู้ชายเข้าบ้าน
“ฉันไม่ได้ทำเพื่อให้เขาชอบ แต่ฉันทำเพื่อให้เขาอยู่ได้อย่างสบายใจ”
ชมพูตอบเสียงเรียบขณะกำลังแกะกล่องน้ำหอมแบรนด์เนมกลิ่นประจำตัวกฤษฏ์
“ผมว่าพี่เลิกยุ่งกับเขาเถอะ พี่เก่งตอนนี้น่ากลัวจะตาย
พี่ก้องยังบอกเลยว่าตอนไปเยี่ยมที่คุก แววตาพี่เก่งเหมือนคนไม่มีหัวใจแล้ว”“คนไม่มีหัวใจน่ะแหละดี... เพราะฉันจะใส่หัวใจดวงใหม่เข้าไปให้เขาเอง ฟ้าไม่ต้องยุ่ง เรื่องนี้พี่ฉันจัดการเอง”
ฟ้าได้แต่ถอนหายใจ เขารู้ดีว่าถ้าชมพูปักใจเจ็บหรือปักใจรักอะไรแล้ว ไม่มีทางที่ใครจะห้ามได้
“เออ ๆ ตามใจพี่เถอะ แต่อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ
ถ้าอสูรกายมันตื่นขึ้นมาจริง ๆ ... พี่นั่นแหละจะเจ็บเป็นคนแรก”เขาหันหลังแล้วเดินกลับไป
ชมพูยิ้มรับคำเตือนนั้นด้วยความทะนง
“อสูรกายก็น่าตื่นเต้นดีออก... ฉันเบื่อพวกเจ้าชายเต็มทีแล้วล่ะ!”
ชมพูเดินไปที่โต๊ะหัวเตียง จัดวางขวดน้ำหอมแบรนด์โปรดของกฤษฏ์ที่เธออุตส่าห์ไปกว้านซื้อมาจากเคาน์เตอร์แบรนด์
เพราะรู้ว่าขวดเก่าคงเสื่อมสภาพไปแล้ว เธอตั้งมันไว้ในตำแหน่งเดิมเป๊ะ ๆ ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าไม้บานใหญ่ที่ส่งกลิ่นจาง ๆ ของ ไม้หอมภายในนั้นมีเสื้อผ้าแบรนด์เนมแขวนอยู่อย่างเป็นระเบียบ ชมพูเอื้อมมือไปคว้าเสื้อสูทสีเข้มตัวหนึ่งที่เขาเคยใส่ในวันเปิดตัวละครเรื่องสุดท้ายมาแนบแก้ม กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มจาง ๆ ที่ผสมกับกลิ่นอายบุรุษเพศอันเป็นเอกลักษณ์ของกฤษฏ์ยังคงหลงเหลืออยู่
บางเบาเธอซุกใบหน้าลงไปสูดดมความทรงจำที่เธอโหยหาอย่างลึกซึ้ง หลับตาพริ้มรับสัมผัสสาก ๆ ของเนื้อผ้าที่เธอจินตนาการไปเองว่าเป็นอ้อมกอดของเขา
“พี่เก่งกำลังจะกลับมาหาชมพูแล้ว...”
เธอพึมพำกับเสื้อสูท แววตาเต็มไปด้วยความลุ่มหลงที่สลักลึกจนเกินจะเยียวยา
สามปีก่อน ตอนที่เธอเพิ่งกลับมาจากอเมริกาใหม่ ๆ เธอเคยแอบหยิบกุญแจสำรองจากก้องภพ แล้วไขกุญแจเข้าไปหาเขาในห้องนี้ หวังจะใช้เสน่ห์และความสาวเข้าหาพี่ชายข้างบ้านที่กำลังโด่งดังเป็นพลุแตก
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาในตอนนั้นคือสายตาเกรี้ยวกราดรังเกียจ และคำตวาดไล่ตะเพิดที่ดังลั่นห้อง กฤษฏ์ด่าเธอสาดเสียเทเสียจนเธอร้องไห้แทบขาดใจ แต่อย่างว่า... ยิ่งเขาผลักไส เธอก็ยิ่งอยากเอาชนะ
“คราวนี้มันจะไม่เหมือนเดิม พี่ไม่มีใครเหลือแล้วนะพี่เก่ง พ่อแม่ก็ทิ้งพี่ เพื่อนในวงการก็รุมประณามพี่ แฟนคลับก็หายหัวไปหมด... มีแค่ชมพูคนนี้แหละที่จะอยู่ข้างพี่”
ชมพูปรายตามองเตียงกว้างที่ตอนนี้ปูด้วยผ้าปูที่นอน
ผืนใหม่เอี่ยมสีเทาเข้มที่เธอเพิ่งเปลี่ยนให้ด้วยมือตัวเอง รอยยิ้ม ร้ายกาจแต่น่ารักในแบบฉบับของเด็กเอาแต่ใจผุดขึ้นที่มุมปากเธอนึกถึงคำพูดของฟ้าที่ชอบล้อเธอว่า ‘พี่มันยัยแม่มดในคราบเจ้าหญิงชัด ๆ’
“ใช่... ฉันจะเป็นแม่มดที่ปรุงยาเสน่ห์ให้พี่เก่งเอง”
เสียงข้อความจากโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
[Fah: ชมพู! พี่เก่งลงจากรถพี่ก้องกลางสี่แยกอโศก! พี่ก้องบอกว่ามันทิ้งเงินแสนลอยเกลื่อนถนนแล้วเดินหายไปเลย]
ชมพูอ่านข้อความนั้นแล้วนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ เธอไม่แปลกใจเลยที่กฤษฏ์จะทำแบบนั้น ผู้ชายอย่างกฤษฏ์ อรัญเดชานนท์ ต่อให้ตกต่ำแค่ไหน ศักดิ์ศรีที่
กินไม่ได้นั่นแหละคือสิ่งที่เขากอดไว้แน่นที่สุด“เดินไปเถอะพี่เก่ง... เหนื่อยเมื่อไหร่ พี่ก็ต้องกลับมาที่นี่”
เธอมั่นใจ เพราะคอนโดนี้คือทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว
ที่เป็นชื่อของกฤษฏ์โดยตรง และเป็นที่ซุกหัวนอนที่เดียวที่เขาเหลืออยู่ ชมพูทรุดตัวลงนั่งบนเตียงที่เธอจะเข้าไปร่วมเป็นเจ้าของต่อให้ในหัวใจของเขาจะมีแต่ยัยเฌอริลิณญ์หน้าจืดนั่น... ต่อให้เขาจะเคยด่าว่าเธอสารพัด... แต่ในโลกที่ไร้เงาให้ซ่อนตัวใบนี้ ห้องนอนห้องนี้จะมีเพียงกฤษฏ์และชมพูเท่านั้น
เธอล้มตัวลงนอนบนหมอนของเขา สูดกลิ่นที่เธอมโนขึ้นมาเองว่าคือกลิ่นของเขา แววตาที่เคยวาววับกลับดูว่างเปล่าและดำมืดไม่ต่างจากคนที่เพิ่งออกจากคุก
“ชมพูจะทำให้พี่ลืมผู้หญิงคนนั้นให้ได้... ต่อให้ต้องใช้
ทั้งชีวิตชมพูก็จะทำ”เธอนอนรออยู่ตรงนั้น รอคอยเสียงฝีเท้าที่แสนคุ้นเคย
รอคอยที่จะเริ่มเกมรักครั้งใหม่ที่เธอเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า เพราะในวันที่เขาไม่เหลืออะไร... คำว่า ‘บุญคุณ’ และ ‘ความใกล้ชิด’ คืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุดที่เธอจะใช้พันธนาการเขาไว้ตลอดไป!“ดีแล้ว...” เขาพึมพำออกมาทั้งน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า คำว่า ‘ดีแล้ว’ ของเขาเป็นคำโกหกที่เจ็บปวดที่สุด กฤษฏ์เพิ่งเข้าใจซึ้งถึงความจริงที่ว่า โลกใบนี้ไม่ต้องการเขาเลย จักรวาลนี้ไม่จำเป็นต้องมีดาวเคราะห์ที่มืดมิดและพังทลายอย่างเขาเพื่อให้ระบบสุริยะของคนอื่นยังคงทำงานต่อไปได้ เขาคือความว่างเปล่าที่ไม่มีใครคิดถึง ไม่มีใครรอคอย และไม่มีที่ให้ยืนอีกต่อไป “หึ ๆ... ฮ่า ๆ ๆ” เสียงหัวเราะแห้งแล้งหลุดออกมาจากลำคอ ก่อนจะดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง กฤษฏ์หัวเราะเยาะในความน่าสมเพชของตัวเอง เขาก็แค่เศษขยะที่ถูกกวาดทิ้งไป เพื่อให้เจ้าของบ้านอยู่อย่างมีความสุขมากขึ้นเท่านั้นเอง เขาก้มลงมองรูปครอบครัวในโทรศัพท์อีกครั้ง แสงสีขาวจ้าจากหน้าจอสะท้อนหยดน้ำใส ๆ ที่ร่วงหล่นลงกระทบตรงตำแหน่งใบหน้าที่กำลังยิ้มอย่างมีความสุขของเฌอริลิณญ์พอดี หยดน้ำตาของเขาบดบังรอยยิ้มของเธอจนบิดเบี้ยว กฤษฏ์สะอื้นไห้ออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน ท่ามกลางห้องที่สว่างไสวที่สุดและหรูหราที่สุด เขากลับพบว่าตัวเองกำลังหลงทางอยู่ในจักรวาลที่มืดมิด และหนา
รองเท้าผ้าใบเปื้อนฝุ่นหนาเตอะเหยียบย่ำลงบนพรมทางเดินหน้าห้องชุดระดับพรีเมียมของคอนโดมิเนียมหรูใจกลางสุขุมวิท กลิ่นอายความรวยที่โชยมาจากน้ำหอมปรับอากาศส่วนกลางและเครื่องปรับอากาศที่เย็นฉ่ำจนเยียบเย็น กลับยิ่งทำให้กฤษฏ์รู้สึกเหมือนปอดของเขาพยายามปฏิเสธกำแพงอากาศเหล่านี้ เขาเดินลากฝีเท้าที่หนักอึ้งผ่านพื้นหินอ่อน ความเงียบของโถงทางเดินกดทับความรู้สึกของเขาจนหูอื้อ กฤษฏ์รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นสิ่งแปลกปลอม เป็นเชื้อโรคที่หลุดรอดเข้ามาในสถานที่ที่สะอาดสะอ้านเกินไป หน้าประตูห้องที่คุ้นเคย มือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะกลอนประตูดิจิทัล กฤษฏ์ชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นเหงื่อและกลิ่นคาวของโลกเบื้องหลังกำแพงสูงยังดูเหมือนจะซึมลึกอยู่ ในรูขุมขน เขาคาดหวังจะเปิดประตูเข้าไปเจอความมืดมิด กลิ่นอับของห้องที่ถูกปิดตายมานานกว่าสองปี ฝุ่นที่หนาพอจะใช้นิ้วเขียนชื่อตัวเองลงไปได้ และความว่างเปล่าที่คู่ควรกับคนขี้คุกอย่างเขา แกร็ก... ทันทีที่สแกนลายนิ้วมือผ่าน ประตูก็เหวี่ยงเปิดออกอย่างง่ายดาย แต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาทำให
เวลาผ่านไปพักใหญ่...ฟ้าที่รีบบึ่งรถตามมาด้วยความร้อนใจ ยืนหอบเหนื่อยพิงขอบประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ เขามองพี่สาวฝาแฝดที่สภาพดูไม่จืดอยู่ห่าง ๆ“ชมพู... พี่แน่ใจนะว่าทำแบบนี้แล้วพี่เก่งจะชอบ”ฟ้าถามขึ้นขณะมองดูพี่สาวกำลังง่วนกับการแกะกล่องน้ำหอมแบรนด์เนมและขนของใช้ผู้ชายเข้าบ้าน“ฉันไม่ได้ทำเพื่อให้เขาชอบ แต่ฉันทำเพื่อให้เขาอยู่ได้อย่างสบายใจ”ชมพูตอบเสียงเรียบขณะกำลังแกะกล่องน้ำหอมแบรนด์เนมกลิ่นประจำตัวกฤษฏ์“ผมว่าพี่เลิกยุ่งกับเขาเถอะ พี่เก่งตอนนี้น่ากลัวจะตาย พี่ก้องยังบอกเลยว่าตอนไปเยี่ยมที่คุก แววตาพี่เก่งเหมือนคนไม่มีหัวใจแล้ว”“คนไม่มีหัวใจน่ะแหละดี... เพราะฉันจะใส่หัวใจดวงใหม่เข้าไปให้เขาเอง ฟ้าไม่ต้องยุ่ง เรื่องนี้พี่ฉันจัดการเอง”ฟ้าได้แต่ถอนหายใจ เขารู้ดีว่าถ้าชมพูปักใจเจ็บหรือปักใจรักอะไรแล้ว ไม่มีทางที่ใครจะห้ามได้“เออ ๆ ตามใจพี่เถอะ แต่อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ ถ้าอสูรกายมันตื่นขึ้นมาจริง ๆ ... พี่นั่นแหละจะเจ็บเป็นคนแรก”เขาหันหลังแล้วเดินกลับไปชมพูยิ้มรับคำเตือนนั้นด้วยความทะนง“อสูรกายก็น่าตื่นเต้นดีออก... ฉันเบื่อพวกเจ้าชายเต็มทีแล้วล่ะ!”ชมพูเดินไปที่โต๊ะหัวเตียง จั
เสียงแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันอินสตาแกรมบนหน้าจอสมาร์ตโฟนเครื่องหรูดังรัวติดกันเป็นจังหวะ ยอดไลก์รูปภาพล่าสุดที่เธอเพิ่งโพสต์ไปพุ่งทะลุหลักแสนในเวลาไม่ถึงชั่วโมง ‘ชมพู’ หรือ ชมพู ศิริวารีวงศ์ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟากำมะหยี่ในโซนวีไอพีของคาเฟ่หรูใจกลางเมืองที่ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน เธออยู่ในชุดเดรสแบรนด์เนมสีนู้ดรัดรูปที่ขับเน้นส่วนโค้งเว้าอย่างจงใจ ปลายนิ้วเรียวที่เคลือบเล็บเจลสีแดงสดเลื่อนหน้าจอเช็กฟีดแบ็กด้วยสายตาพึงพอใจฉากหน้าของเธอคืออินฟลูเอนเซอร์สาวอิมพอร์ตจากเมืองนอกที่ใคร ๆ ต่างอิจฉา ทุกโพสต์คือความเพียบพร้อม ชีวิตที่ดูแพงไปเสียทุกตารางนิ้วคือสินค้าที่เธอขายให้โลกโซเชียลได้รับชมทว่าความสนใจในตัวเลขกลวงเปล่าเหล่านั้นมลายหายไปในพริบตา เมื่อหน้าจอเปลี่ยนเป็นสายเรียกเข้าจาก ‘ฟ้า’ น้องชายฝาแฝดของเธอ“มีอะไร ฉันยุ่งอยู่” ชมพูกรอกเสียงลงไปอย่างเสียไม่ได้ขณะปัดปอยผมสลวย[ชมพู! ข่าวใหญ่!] ปลายสายกระหืดกระหอบจนเสียงหลง[พี่ก้องขับรถออกไปรับไอ้พี่เก่งที่เรือนจำแล้วนะ]มือที่ถือโทรศัพท์ของชมพูสั่นสะท้านขึ้นมาเสียดื้อ ๆ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับสูบฉีดเลือดอย่างบ้าคลั่งจนหูอื้อสอง
ความเงียบโรยตัวลงมาครอบคลุมอีกครั้ง จนกระทั่งรถแล่นเข้าสู่เขตตัวเมืองที่การจราจรเริ่มติดขัด ก้องภพชำเลืองมองคนข้าง ๆ ก่อนจะตัดสินใจเอื้อมมือไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลปึกหนาจากคอนโซลกลาง แล้วยื่นส่งให้กฤษฏ์“นี่เงินสำหรับหนึ่งเดือนแรก เอาไว้ใช้ตั้งตัวก่อนนะ”ก้องภพพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ในความรู้สึกของกฤษฏ์ มันกลับแฝงไปด้วยความเวทนาที่กรีดลึกลงไปในอีโก้ที่บอบช้ำของเขากฤษฏ์ก้มมองซองเงินที่หนาเตอะในมือพี่ชาย แววตาคมกริบที่เคยสุกสกาว และเต็มไปด้วยความมั่นใจในฐานะพระเอกแถวหน้า บัดนี้ว่างเปล่าและดำมืดราวกับหลุมดำ เขาไม่แม้แต่จะยื่นมือออกไปรับซองนั้น ปล่อยให้ก้องภพถือมันค้างไว้อย่างนั้น“พ่อกับแม่ล่ะ”คำถามสั้น ๆ แต่หนักอึ้งหลุดออกจากริมฝีปากที่แห้งผากของกฤษฏ์ก้องภพชะงักไปครู่หนึ่ง มือที่ถือซองเงินสั่นไหวเล็กน้อย เขาวางซองเงินไว้บนตักของกฤษฏ์ แล้วลอบถอนหายใจยาว แววตาของก้องภพเต็มไปด้วยความลำบากใจ“ท่านยังไม่พร้อมเห็นหน้าแกตอนนี้นะเก่ง”ก้องภพพยายามเลือกใช้คำพูดที่ถนอมน้ำใจที่สุด“แกก็รู้... ว่าข่าวเรื่องของแกกับเด็กคนนั้น... มันส่งผลกระทบวงกว้างแค่ไหน ข่าวฉาวหน้าหนึ่งเป็นเดือน ๆ มันทำให
เสียงบานประตูเหล็กทึบตอกหมุดแน่นหนาของเรือนจำพิเศษเลื่อนเปิดออกช้า ๆ เสียงกลไกฝืดเคืองเสียดสีกันดังก้องกังวานไปทั่วบริเวณ มันคือเสียงที่นักโทษทุกคนเฝ้ารอคอย ทว่าสำหรับ ‘กฤษฏ์ อรัญเดชานนท์’ หรือ ‘เก่ง’ อดีตพระเอกซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของเมืองไทย มันกลับเป็นเพียงเสียงสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนผ่านจากนรกขุมหนึ่ง ไปสู่นรกอีกขุมหนึ่งที่กว้างใหญ่กว่าเดิมเท่านั้นแสงแดดจ้ายามบ่ายของกรุงเทพมหานครสาดกระทบลงมาอย่างไม่ปรานี กฤษฏ์หรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อปรับจูนวิสัยทัศน์ที่คุ้นชินกับความมืดมิดและแสงไฟสลัวมาตลอดสองปีเต็มใบหน้าคมคายที่เคยหล่อเหลาไร้ที่ติ บัดนี้ซูบตอบลงไปอย่างเห็นได้ชัด สันกรามคมกริบเด่นชัดขึ้นใต้กรอบหน้า เส้นผมที่เคยถูกจัดแต่งทรงอย่างดีโดยช่างผมระดับประเทศ ถูกตัดสั้นเกรียนและเพิ่งจะเริ่มยาวระต้นคอ ผิวพรรณที่เคยได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถันตอนนี้กลับกร้านแดด และกระด้างขึ้นเขากระชับกระเป๋าสัมภาระใบย่อมในมือแน่น สูดลมหายใจเอาความร้อนระอุและควันไอเสียของถนนเข้าปอด รสชาติของอิสรภาพไม่ได้หอมหวานอย่างที่เขียนไว้ในบทละครที่เขาเคยท่องจำเลยสักนิด สำหรับเขา... มันคือการถูกผลักออกมายืนเปลือยเปล่าบ