แชร์

1 | ยักษ์

ผู้เขียน: นัวร์เนีย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 20:55:57

        หกปีต่อมา

        ร่างเล็กนุ่มนิ่มในชุดกระโปรงลายสก็อตสีขาวแดงกำลังวิ่งเล่นกับเด็กวัยเดียวกันอย่างสนุกสนาน โดยมีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ คอยดูแลไม่ให้เกิดอันตรายอยู่ห่างๆ

        เสียงรถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้ามูลนิธิทำให้เด็กๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่หันไปสนใจ ก่อนจะพากันกรูเข้าไปหาบุคคลที่เพิ่งลงมาจากรถ ชายหญิงคู่สามีภรรยาลงจากรถตามด้วยเด็กหนุ่มวัยสิบหกในชุดนักเรียนเอกชนชื่อดังย่านนั้น

        มูลนิธิเป็นทางผ่านไปโรงเรียนเขา พ่อกับแม่เลยแวะเอาของมาให้คนที่นี่ก่อน

        “วาลี มาหาแม่มา” โสภานั่งยองๆ กางแขนเป็นสัญญาณให้เด็กน้อยวิ่งโผเข้าสู่อ้อมกอด

        ขาเล็กป้อมวิ่งเข้าหาเจ้าของมูลนิธิด้วยความคิดถึงจนเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ใหญ่รอบข้าง เจ้าของทั้งสองมักจะมาหาวาลีที่มูลนิธิบ่อยๆ อย่างน้อยก็ทุกเทศกาลสำคัญ

        “คุงโสภา”ร่างน้อยกอดซุกไออุ่นจากผู้มีพระคุณ ก่อนจะเรียกออกมาเบาๆ ด้วยเสียงไม่ชัดถ้อยชัดคำ เนื่องจากฟันหน้ากับฟันกรามน้ำนมหลุด

        มือเรียวชูหมวกปีกไหมพรมสีเหลืองที่ตนเองถักออกมา ก่อนจะสวมให้เด็กหญิงได้อย่างพอดี ก่อนจะยื่นถุงขนมที่นำมาด้วย ซึ่งวาลีก็ประกบสองมือเล็กของตนเองไหว้ขอบคุณ จากนั้นก็ดึงช็อกโกแลตออกมาจากถุงชอปปิงเพียงหนึ่งชิ้น

        วาลีเดินเตาะแตะไปหาเพื่อนวัยเดียวกันที่ยืนหน้าสลอนอยู่ไม่ไกล มือน้อยยื่นถุงทั้งหมดให้เพื่อนไปแบ่งกันกิน และวิ่งกลับมาหาโสภาที่นั่งดูการกระทำน่าเอ็นดูในท่านั่งยอง

        นายหญิงของตระกูลยิ้มด้วยความพึงพอใจที่เด็กน้อยรู้จักแบ่งปันสิ่งของให้คนอื่น ช้อนร่างเล็กของเด็กหญิงขึ้นอุ้มเข้าเอว วาลีซึ่งเพิ่งจะอยู่ในมุมสูงก็สอดส่ายสายตามองบรรยากาศโดยรอบได้กว้างขึ้น พลันตากลมโตหันไปสบตากับร่างสูงวัยสิบหกที่ยืนอยู่ข้างๆ มารดา

        ตากลมจ้องเขาอยู่เช่นนั้นไม่ยอมเปลี่ยนไปมองที่อื่น จนคนถูกมองรู้สึกอึดอัดรำคาญ

        “เธอมองฉันทำไม” เขาถามด้วยความหงุดหงิด

        เขาไม่ชอบเด็กเล็ก เพราะเด็กชอบร้องไห้ น้องสาวเขาที่บ้านก็อายุเท่านี้ วันๆ เอาแต่ร้องไห้เวลาไม่ได้ดั่งใจ

        “ยักษ์...” เด็กตัวเล็กพึมพำออกมาจนคนอุ้มและคนรอบข้างได้ยิน

        นิ้วเล็กชี้ไปที่คนยืนตีหน้ายักษ์อยู่ ใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มออกสีแดง ก่อนที่ปากเล็กจะเริ่มคว่ำลงแล้วก็...

        “แงะแง้....ยักษ์จะกินหนู...ยักษ์...จัวยักษ์”

        วาลีร้องไห้จ้ารีบซุกหน้าหนีเข้าอกคนอุ้มเพื่อซ่อนความกลัว เธอเคยเห็นในละครจักรๆ วงศ์ๆ ยามเช้า ยักษ์จะไม่ยิ้ม ตาดุและก็ชอบกินเด็ก ทุกคนในมูลนิธิยิ้มแย้ม สองผู้มีพระคุณก็ยิ้มแย้ม มีแต่คนนี้ที่ไม่ยิ้ม

        คนที่ไม่ยิ้มคือยักษ์...

        “วาลี!” หัวหน้ามูลนิธิเรียกเด็กเสียงเข้ม

        เพราะยักษ์ที่หนูน้อยพูดถึง คือลูกชายคนโตของเจ้าของมูลนิธิ

        “แง้!!!!” เมื่อโดนเรียกเสียงดุ หนูน้อยเลยยิ่งร้องไห้เสียงดัง จนคนไม่ชอบเด็กยกมือขึ้นมาปิดหู

        “ไทม์ เข้าไปรอแม่ที่รถไปลูก” โสภารู้ว่าลูกชายไม่ชอบเสียงเด็กร้อง เลยบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อตัดปัญหา

        “ครับ”

        ร่างสูงเดินกลับไปรอที่รถอย่างไม่ต่อต้าน แต่ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งในรถก็มิวายหันมามองเด็กที่กล้ามาเรียกเขาว่ายักษ์ด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ

        เด็กน้อยซึ่งหันศีรษะมองตามยักษ์ตัวโตที่กำลังเดินเข้ารถตาแป๋ว พลันเห็นสายตาดุดันของไทม์อีกครั้งก็ร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม จนหนุ่มวัยสิบหกจิ๊ปากหนีกลับเข้ารถแทบไม่ทัน

 •────✦❅✦────•

        เวลาผ่านไปจวบจนเด็กน้อยเติบโตเข้าสู่วัยแรกรุ่น ร่างเล็กเด็กสาววัยสิบห้า หลังจากกลับจากโรงเรียนก็เดินเข้ามาที่ห้องทำงานของมูลนิธิ เธอได้ยินจากน้ามลฑณาว่าคนจากบ้านสิทธิเกรียงไกรมาหา

        วาลีคิดว่าคือคุณโสภาที่เธอเคารพรัก ก็รีบเอากระเป๋าไปเก็บ ก่อนจะรีบตรงไปหาผู้มีพระคุณ แต่เมื่อเข้าไปถึงห้องทำงานมูลนิธิก็พบว่าคนที่มาไม่ใช่ทั้งคุณโสภาและคุณวิรัช

        “คุณไทม์”

        คนตัวเล็กทำหน้าตกใจเพราะปกติเขาจะไม่มาที่นี่ หากไม่ได้มาพร้อมครอบครัว

        “แม่ฉันฝากมาให้เธอ”

        มือหนายื่นถุงเสื้อผ้าให้เด็กสาวตรงหน้า มือน้อยยกมือไหว้ขอบคุณและรับถุงมาถือไว้ในมือ

        “ขอบคุณค่ะ”

        เขาพยักหน้ารับ หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว วาลีก้าวเท้าถอยหลังออกไปเล็กน้อยเมื่อเห็นความสูงเต็มตัวของคนตรงหน้า

        เธอกลัวเขาตั้งแต่เด็กและตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่

        อาจจะเพราะว่าเขาไม่ค่อยยิ้มเวลามาที่นี่ คนตัวเล็กเคยแอบเข้าไปส่องเฟซบุ๊กของลูกชายเจ้าของมูลนิธิก็เห็นว่าเขายิ้มแย้มเฮฮากับเพื่อนปกติ ยกเว้นเวลามาที่นี่

        เขาอาจจะไม่ชอบที่นี่ หรือไม่...ก็อาจจะไม่ชอบเธอ

        “ฉันกลับก่อน”

        ไทม์พูดเพียงแค่นั้นก็เดินผ่านเธอไป

•────✦❅✦────•

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   SPECIAL PART

    หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวสิทธิเกรียงไกรก็มีสมาชิกใหม่ถือกำเนิดขึ้นเป็นสีสันของคนในบ้าน เด็กชายวงศ์วรัณ สิทธิเกรียงไกรหรือน้องเทมป์ ชื่อจริงถูกตั้งโดยคุณย่าผู้เป็นที่เคารพของคนในตระกูล ซึ่งวงศ์วรัณนั้นมีความหมายว่า ผู้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ทุกคนที่ได้ฟังครั้งแรกต่างชื่นชอบเพราะเหมาะสมและยิ่งใหญ่ สมกับการทายาทรุ่นที่สี่คนแรกของครอบครัว ส่วนชื่อเล่นนั้น ภรรยาคนสวยเป็นคนตั้ง โดยให้มีความหมายเดียวกับชื่อเล่นบิดา คงไม่ต้องอธิบายว่าลูกชายคนแรกของพลบค่ำจะเป็นที่รักแก่คนในครอบครัวขนาดไหน เรียกได้ว่าหากวันไหนพลบค่ำและวาลีต้องเข้าไปประชุมที่บริษัท วิรัชกับโสภาจะพากันมาเคาะประตูห้องนอนรับหลานชายไปเลี้ยงตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น จากนั้นจึงอุ้มหลานชายวัยสี่เดือนเศษไปรับประทานมื้อเช้าเป็นเพื่อนคุณย่าทวด ซึ่งท่านเองก็แข็งแรงดีขึ้นทันตานับตั้งแต่ทราบข่าวว่าวาลีตั้งครรภ์ลูกคนแรก ก๊อกๆๆ “ตาไทม์ ตาไทม์ แม่มารับหลาน” เสียงของโสภาดังมาจากหน้าห้องนอนสลับกับเสียงเคาะประตูไม่หยุด ปลุกให้ลูกชายที่เพิ่งได้หลับพักผ่อนงัวเงียลุกขึ้นมาเปิดประตู

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   EPILOGUE | One Percentage

    ‘วันนี้วันอะไรคะ...’ พลบค่ำจำได้ดี ว่านี่คือหนึ่งในคำต้องห้ามที่เพื่อนทั้งสามคนเคยบอกเอาไว้ หากถูกเมียถาม นั่นหมายถึงว่าวันนี้ต้องเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง เช่น จับมือกันครั้งแรก เดตกันครั้งแรก วันครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่ใช่วันเกิดของภรรยาเป็นอย่างแรก ส่วนวันครบรอบวันแต่งงานยิ่งแล้วใหญ่ เนื่องจากเพิ่งแต่งงานยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ “พี่ไทม์~ ไม่รู้เหรอคะ?” การถูกถามซ้ำยิ่งทำให้เขาลุกลี้ลุกลน พูดตามตรงคือนึกไม่ออก แต่ก็รู้ว่าหากยอมรับออกไปตามตรงก็เสี่ยงตาย “อ่า...” “คะ?” ใบหน้าสวยพอดีกับรูปร่างเอียงคอรอคำตอบอย่างน่ารัก คนถูกมองด้วยความรักใจอ่อนยวบ สุดท้ายจึงอ้อมแอ้มยอมรับกับภรรยาออกมาเสียงแผ่ว “พี่ไม่ทราบครับ น้องวาบอกพี่ได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร” พลบค่ำยกมือขึ้นประคองแผ่นหลังเนียน ซึ่งสวมเพียงชุดนอนตัวบางสีชมพูกับเสื้อคลุมผ้าซาตินสีเดียวกันเอาไว้ กลัวว่าเธอจะร้องไห้ตัวสั่นตัวโยนเพราะสามีจำวันสำคัญไม่ได้ ทว่าคนที่นั่งคร่อมหันหน้าเข้าหากันกลับหัวเราะคิกคัก จากนั้นจึงโน้มตัวลงมาซ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 36 | ครอบครัว

    วาลีได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในอีกหลายวันถัดมา ตั้งใจว่าจะไปเก็บของเพื่อย้ายเข้าบ้านใหญ่ตามคำสั่งของแม่สามีก็พบว่าสามีให้สาวใช้ที่คฤหาสน์มาจัดการให้หมดแล้ว ทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้นในเขตบ้านสิทธิเกรียงไกร คุณหญิงย่าผู้เป็นอาวุโสของบ้านก็เดินออกมารับด้วยตนเองพร้อมกับโสภาและรุ่งอรุณ “น้องวา ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก” ท่านเดินช้าๆ เข้ามาสวมกอดคนตัวเล็ก ซึ่งวาลีก็ย่อตัวลงสวมกอดตอบด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ “ต่อไปอยู่บ้านเราที่นี่แหละ ปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรหนูได้” วาลียิ้มรับคำพูดน้ำ ก่อนจะประนมมือไหว้ขอบคุณหลังจากผละออกจากอ้อมกอดอบอุ่น “ขอบคุณค่ะคุณย่า ช่วงนี้วายังไม่ได้กลับไปทำงาน มีอะไรเรียกใช้วาได้เลยนะคะ” คำพูดคำจาน่ารักเรียกความเอ็นดูจากคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ก่อนที่ผู้อาวุโสของบ้านจะตอบกลับด้วยอารมณ์ขัน “โอ๊ย~ บ้านนี้แม่บ้านเยอะแยะ หนูวาพักผ่อนเถอะ อย่าขยันกว่าเจ้าเวนักเลย” “คุณย่าอะ!!” รุ่งอรุณแหวลั่น เมื่อถูกท่านพาดพิงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว นั่นทำให้ทุกคนในบ้านหัวเราะออกมากับท่าทางดิ้นดีดงอแงของเธอ “

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 35 | เด็กดี II

    โสภากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามโถงทางเดินด้วยความร้อนใจ รุ่งอรุณที่หอบตะกร้าอาหารวิ่งตามมาติดๆ แทบจะเดินไม่ทันฝีเท้าของมารดาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจได้ว่าแม่กำลังเป็นห่วงวาลีมาก กลางดึกเมื่อคืนหลังจากโสภาจับสังเกตได้ว่ารถตู้ครอบครัวหายไปหนึ่งคันก็จัดการเค้นสอบรายบุคคลจนสามีเป็นฝ่ายอ้อมแอ้มบอกออกมาว่าลูกชายเอาไปใช้ และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังจนเป็นลมล้มพับไปหนึ่งรอบ ประตูห้องพักถูกเปิดออกกว้างเต็มแรงที่มี เห็นลูกสะใภ้นอนห้อยสายน้ำเกลือหลับปุ๋ยอยู่ ข้างเตียงมีลูกชายตัวดีนอนฟุบหลับเช่นเดียวกัน ผลัวะ! กระเป๋าหนังแบรนด์เนมฟาดลงกลางหลังลูกชายเต็มแรงจนคนถูกตีสะดุ้ง พอหันมามองว่าใครเป็นคนทำร้าย พลบค่ำก็ตาแทบถลน “มะ แม่!!!” “ยังจำได้ว่าฉันเป็นแม่ใช่ไหมไอ้ไทม์!!” ผลัวะ! ฟาดฝ่ามือกลางแผ่นหลังหนาซ้ำลงไปอีกรอบด้วยความโมโห คนตัวสูงมุ่ยหน้าแต่ไม่กล้าเถียงออกมาสักคำ ก็ทำตัวไม่ดี ถูกแม่ตีก็สมควรแล้ว “พี่ไทม์เป็นบ้าหรือไง ถึงได้หายัยวาคนเดียวน่ะ” รุ่งอรุณออกปากด่าผสมโรงเข้าไปด้วย “หาคนเดียวที

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 34 | รู้สึกผิด

    วิรัชไม่รอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ท่านเปิดอีกอีเมลที่วาลีส่งเข้ามาในวันเดียวกันกับวันที่ถูกปราการพาตัวไป เวลาในการส่งคือเที่ยงครึ่ง นั่นหมายถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอจะถูกปราการหลอกให้ออกจากบริษัทไปพร้อมกัน ไฟล์ถูกเข้ารหัสล็อกเป็นอย่างดี มีรหัสผ่านส่งเข้าอีเมลตามหลังแยกต่างหาก พลบค่ำเปิดไฟล์ดูทีละหน้าอย่างตั้งใจ เด็กดีของเขาทุ่มเทหาหลักฐานการทุจริตของปราการมาได้หลายร้อยหน้า มีภาพประกอบและข้อมูลอ้างอิงเสร็จสรรพ สามารถส่งต่อให้ทีมกฎหมายไปจัดการต่อได้เลย อันนี้หรือเปล่าที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำทุกวัน... “พ่อไปเรียกตำรวจให้” วิรัชอาสาเปิดประตูออกไปตามเจ้าหน้าที่ เพราะสภาพลูกชายตอนนี้ตาแดงก่ำจนเก็บอาการตนเองต่อไม่ไหว เขาสงสัยความรู้สึกของภรรยาตนเองได้อย่างไร พลบค่ำรู้สึกว่าตัวเองโคตรงี่เง่าที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องแค่นั้น เรื่องยาคุมแผงเดียว! ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินตามบิดาเข้ามา ผู้หญิงที่เขาคุ้นหน้าเดินร้องไห้เข้ามาพร้อมกับเด็กผู้ชายที่ตนเองเคยเจอ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 33 | จับกุม

    ปราการกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊ก หน้าจอสีขาวมีเอกสารที่จะถูกยื่นขอลาออกสิ้นเดือนนี้ เหตุผลในการลาออกคือออกไปหาประสบการณ์ใหม่ แน่นอนว่าปราการยื่นสมัครไปหลายบริษัท เงินเดือนก็เรียกสูงขึ้นยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ตามมาตรฐาน เหลือบมองมุมขวาล่างของจอ อีกไม่ถึงสิบนาทีก็ได้เวลาเลิกงาน ลุกไปเข้าห้องน้ำสักรอบแล้วค่อยกลับมาเก็บของกลับบ้านดีกว่า... กริ๊งงงง~!! เพียงแค่ลุกขึ้นยืนโทรศัพท์ประจำโต๊ะก็แผดเสียงเรียกเอาไว้ จำได้ว่านั้นคือเบอร์ต่อของโต๊ะตุ๊กตาเลขาของบอส จึงคว้ามารับอย่างไม่คิดมาก “ครับตุ๊กตา” เขาเรียกปลายสายด้วยน้ำเสียงสนิทสนม เพราะชอบให้ความเป็นกันเองกับคนในที่ทำงาน เวลารู้ข่าววงในก็รู้ก่อนคนอื่น เผื่อเป็นเรื่องของตนเองจะได้ไหวตัวทัน (เอกสารที่พี่กานจะให้บอสเซ็นได้เอามาฝากตุ๊กหรือยังคะ? พอดีตุ๊กหาไม่เจอเลย) “เอ๊ะ! พี่เอาไปวางบนโต๊ะให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่ ตุ๊กทำหายหรือเปล่า?” ปราการหงุดหงิดจนเผลอพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดีให้ปลายสายได้ยิน ก่อนจะนึกขึ้นมาได้แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงให้กลับมาใจดีตามเดิม “ไม่เป็นไร เดี๋ย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status