บททั้งหมดของ Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก: บทที่ 1 - บทที่ 10

39

PROLOGUE | นางลอย

ยี่สิบสองปีที่แล้ว รถยนต์คันหรูสีดำขับมาจอดยังหน้ามูลนิธิภายใต้การดูแลของตระกูลสิทธิเกรียงไกร สองสามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งลงจากรถด้วยความเร่งรีบ ก่อนจะเดินเข้ามาด้านในอาคารสีขาวฟ้าที่มีลักษณะกึ่งสำนักงานและบ้านพัก โดยมีเจ้าหน้าที่หญิงสามคนยืนคอยอยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว พนักงานทั้งสามรีบยกมือไหว้แสดงความเคารพ ก่อนจะเริ่มเปิดบทสนทนาถึงสาเหตุการติดต่อให้เจ้าของมูลนิธิมาจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยตนเอง “คุณวิรัช คุณโสภา เด็กคนนี้ค่ะ” มลฑณา ผู้ช่วยหัวหน้าสถานสงเคราะห์เด็กแห่งนี้เอ่ยขึ้นด้วยความร้อนใจ พร้อมกับเบี่ยงตัวเผยให้เห็นทารกเพศหญิงในอ้อมอกเจ้าหน้าที่อีกคน “ตายจริง น่าสงสารจังเลยค่ะ อายุน่าจะพอๆ กับยัยหนูของเราด้วย” โสภาพูดกับสามีพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอบริเวณขอบตา มือเรียวยกขึ้นระดับอกเป็นสัญญาณว่าตนจะขออุ้มทารกคนนั้น มลฑณาพยักหน้ายอมส่งให้แต่โดยดี เมื่อคุณผู้หญิงของตระกูลรับเด็กเข้ามาสู่อ้อมอก ก็รู้สึกตื้นตันไม่ต่างจากการได้อุ้มบุตรสาวที่บ้านตนเอง เด็กน้อยในอกเมื่อสัมผัสถึงความนุ่มนิ่มในอ้อมกอด ก็ควานหาเต้านมเพื่อประทังความหิวตามสัญชาตญ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

1 | ยักษ์

หกปีต่อมา ร่างเล็กนุ่มนิ่มในชุดกระโปรงลายสก็อตสีขาวแดงกำลังวิ่งเล่นกับเด็กวัยเดียวกันอย่างสนุกสนาน โดยมีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ คอยดูแลไม่ให้เกิดอันตรายอยู่ห่างๆ เสียงรถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้ามูลนิธิทำให้เด็กๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่หันไปสนใจ ก่อนจะพากันกรูเข้าไปหาบุคคลที่เพิ่งลงมาจากรถ ชายหญิงคู่สามีภรรยาลงจากรถตามด้วยเด็กหนุ่มวัยสิบหกในชุดนักเรียนเอกชนชื่อดังย่านนั้น มูลนิธิเป็นทางผ่านไปโรงเรียนเขา พ่อกับแม่เลยแวะเอาของมาให้คนที่นี่ก่อน “วาลี มาหาแม่มา” โสภานั่งยองๆ กางแขนเป็นสัญญาณให้เด็กน้อยวิ่งโผเข้าสู่อ้อมกอด ขาเล็กป้อมวิ่งเข้าหาเจ้าของมูลนิธิด้วยความคิดถึงจนเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ใหญ่รอบข้าง เจ้าของทั้งสองมักจะมาหาวาลีที่มูลนิธิบ่อยๆ อย่างน้อยก็ทุกเทศกาลสำคัญ “คุงโสภา”ร่างน้อยกอดซุกไออุ่นจากผู้มีพระคุณ ก่อนจะเรียกออกมาเบาๆ ด้วยเสียงไม่ชัดถ้อยชัดคำ เนื่องจากฟันหน้ากับฟันกรามน้ำนมหลุด มือเรียวชูหมวกปีกไหมพรมสีเหลืองที่ตนเองถักออกมา ก่อนจะสวมให้เด็กหญิงได้อย่างพอดี ก่อนจะยื่นถุงขนมที่นำมาด้วย ซึ่งวาลีก็ประกบสองมือเล็กของตนเอง
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

2 | ผู้ปกครอง

กระทั่งเมื่อวาลีก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เธอตัดสินใจเข้าพักที่หอพักใกล้กับมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าเรื่องนี้ได้ผ่านการปรึกษากับวิรัชและโสภาเรียบร้อยแล้ว แม้ครั้งแรกวาลีไม่อยากรบกวน เธอสามารถนั่งรถเมล์ออกจากมูลนิธิตั้งแต่เช้าตรู่ ต่อรถเมล์สองสาย หรือต่อรถเมล์ต่อเรือโดยสารเพื่อเดินทางไปและกลับมหาวิทยาลัยได้ แต่โสภากลัวว่าเด็กน้อยตัวเล็กของเธอจะเหนื่อยเกินไป เนื่องจากในปีแรกมักจะมีกิจกรรมของมหาวิทยาลัยจนถึงตอนเย็น อีกทั้งยังกลัวว่าเด็กสาวจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง วาลีจัดการหาหอพักด้วยตัวเอง ซึ่งราคาไม่แพงมากนัก ถึงแม้จะเป็นหอรวมแต่ก็อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย เดินออกจากซอยหลังมหาวิทยาลัยข้ามถนนก็ถึงประตูรั้ว “แม่ฉันให้มาดูหอที่เธอพัก” แชะ! ว่าแล้วเจ้าของร่างสูงโปร่งก็หยิบมือถือมาถ่ายรูปหญิงสาวกับตัวหอพักลวกๆ ตามคำสั่งมารดา ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างไม่ใส่ใจนัก วาลีที่ถูกถ่ายรูปโดยที่ไม่ทันตั้งตัวก็อดทำหน้าเหวอไม่ได้ อีกทั้งวันนี้เธอยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยเพราะเป็นวันหยุด จึงใส่แค่เสื้อยืดคอกลมกับกางเกงขาสั้นอยู่ห้อง บทจะเปลี่ยนเ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

3 | คำชวน

สี่ปีต่อมา วาลีกลายเป็นบัณฑิตสาวป้ายแดง บรรดาเจ้าหน้าที่ในมูลนิธิต่างพากันเอาของขวัญและดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดีในวันรับปริญญาบัตร ไม่ต่างจากโสภาที่วันนี้เดินทางมาพร้อมกับรุ่งอรุณ ลูกสาวคนเล็กของบ้านพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่มามอบให้ด้วยรอยยิ้ม “คุณโสภา คุณเวลา สวัสดีค่ะ” คนตัวเล็กในชุดครุยสีขาวยกมือไหว้ผู้มีพระคุณ ก่อนเอื้อมมือออกไปรับช่อดอกไม้และยืนให้ช่างภาพถ่ายรูปร่วมกัน จากนั้นทุกคนก็พากันไปนั่งที่ม้าหินอ่อนหน้าลานคณะเพื่อพูดคุยแสดงความยินดี โสภามอบของขวัญที่ตั้งใจซื้อมาเพื่อแสดงความยินดีกับสาวน้อยคนเก่ง วาลีที่เห็นดังนั้นก็รีบยกมือไหว้ปลกๆ เป็นการขอบคุณสำหรับความปรารถนาดีที่ได้รับมาตลอด “แกะดูสิลูก” โสภาคะยั้นคะยอกับคนตัวเล็กพลางลูบศีรษะรับไหว้ด้วยความเอ็นดู วาลีโตมาสวยราวกับรูปวาด ผิวพรรณก็เนียนเปล่งปลั่ง ไร้ริ้วรอย จนหลายครั้งเธอก็อดแปลกใจเวลาที่ได้เจอหน้ากันแต่ละครั้งที่มูลนิธิไม่ได้ หากไม่ทราบมาก่อน ว่าเธอเป็นเด็กที่มูลนิธิอุปถัมภ์ คงคิดว่าเป็นลูกสาวคุณหญิงคุณนายที่ไหน มือน้อยแกะของขวัญตามคำสั่งอย่างว่าง่าย และพบว่ามันคือนาฬิกา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

4 | ลำบากใจ

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารวันนี้ไม่ได้แตกต่างจากทุกวัน จะต่างก็มีอยู่สองสิ่ง สิ่งแรก คือ หญิงชราผู้มีศักดิ์เป็นคุณย่าของพลบค่ำและรุ่งอรุณลงมาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วย ซึ่งปกติท่านจะรับประทานอาหารภายในห้องนอนเท่านั้น สิ่งที่สอง คือ มีแขกสาวสวยใบหน้าจิ้มลิ้มมานั่งร่วมรับประทานอาหารด้วยในมื้อนี้ “ตามสบายนะ ไม่ต้องเกรงใจย่า” วาลีที่นั่งติดกับพลบค่ำยกมือไหว้แสดงความขอบคุณในความเอ็นดูที่ได้รับ การที่เธอมานั่งติดกับคนตัวสูงไม่ใช่เรื่องที่เธอจงใจให้เกิดขึ้น เพียงแต่จานชามที่แม่บ้านจัดโต๊ะไว้ตามจำนวนคนเหลือแค่ที่ว่างตรงนี้ให้เธอนั่งได้ เพราะกว่าหญิงสาวจะช่วยแม่บ้านยกอาหารมาวางบนโต๊ะจนครบ ทุกคนในบ้านก็มานั่งประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว รุ่งอรุณจึงจัดแจงให้วาลีไปนั่งข้างพี่ชายเพราะไม่ชอบความจุกจิกของพลบค่ำที่มีต่อตนเอง ระหว่างที่รับประทานอาหาร คุณย่าก็ถามไถ่วาลีและคนครอบครัวจิปาถะเป็นการผ่อนคลายบรรยากาศ นานแล้วที่เจ้าของบ้านไม่ได้ลงมาร่วมโต๊ะอาหารกับคนในครอบครัว จึงไม่แปลกที่จะมีเรื่องคุยวันนี้มากเป็นพิเศษ “หนูวายังไม่มีแฟนเหรอลูก งั้นวิรัช...แกก็แนะนำลูกชา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

5 | ทัศนคติ

ก๊อกๆๆ เสียงเคาะประตูของเวลาทำให้การสนทนาหยุดชะงัก ทุกคนหันไปมองหน้าประตูเป็นตาเดียว ร่างบางในชุดเดรสสายเดี่ยวเซ็กซีสีชมพูเปิดประตูเข้ามาหาผู้ใหญ่พร้อมรอยยิ้มเจื่อน “ยัยวาจะกลับแล้วค่ะ” เมื่อพูดจบก็ดึงแขนเพื่อนที่ยืนอยู่นอกห้องให้เข้ามา “อ้าว ทำไมรีบกลับนักล่ะ” คุณย่าเป็นฝ่ายถาม “คือ....คุณพ่อของคุณแม่จันทร์เสียแล้วค่ะ คุณแม่จันทร์อาจจะไม่ค่อยว่าง วาจะรีบกลับไปช่วยดูแลน้องๆ” ร่างเล็กตอบเสียงเครือ เล่าสิ่งที่เพิ่งได้ยินจากการคุยมือถือเมื่อครู่ให้ฟังจนหมด เธอมักจะเรียกผู้ดูแลมูลนิธิว่าแม่ และเรียกคนอื่นๆ ว่าน้าหรือป้าหรือพี่ตามลำดับ หญิงอาวุโสเอามือทาบอกด้วยความใจหาย ถ้าจำไม่ผิดบิดาของจันทร์จิราอายุเยอะกว่าเจ้าตัวอยู่ห้าปี อีกไม่นานคงถึงคราคนอายุไล่เลี่ยกันอย่างเธอ ไม่มีใครหนีความตายพ้น “ไทม์ ย่าจะฝากเงินไปทำบุญ แล้วก็ฝากถามการจัดงานพ่อจันทร์จิราที ขาดเหลืออะไรมาเอาที่ย่า” คนตัวโตพยักหน้ารับคำสั่งผู้ใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบสมุดเช็คที่ลิ้นชักมาให้หญิงชราที่นั่งพิงเตียงอยู่ จัดการเซ็นเช็คสำหรับใช้จัดงานสวดอภิธร
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

6 | เรื่องบังเอิญ?

หลายวันผ่านไป วาลีคอยอยู่ช่วยงานแม่จันทร์ทั้งที่วัดและมูลนิธิไม่ขาดจนทุกอย่างผ่านไปด้วยความเรียบร้อย คนที่บ้านสิทธิเกรียงไกรเองก็สลับกันมางานทุกวันกระทั่งเสร็จสิ้นพิธีฌาปนกิจ ส่วนใหญ่จะเป็นลูกสาวคนเล็กอย่างรุ่งอรุณที่มาอยู่เป็นเพื่อนวาลีแทบทุกวัน วันนี้ก็เช่นกัน ลูกสาวคนเล็กของตระกูลอยู่ช่วยงานวาลีที่มูลนิธิจนดึกดื่น ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังช่วยกันเก็บเรียงเอกสารสำคัญตามเดือนต่างๆ อยู่นั้น รถคันหรูของพี่ชายก็ขับมาจอดที่หน้าอาคารงานเอกสาร “พี่ไทม์มาแล้ว”เวลาบอกเพื่อน มันเป็นสัญญาณว่าเธอต้องกลับบ้านแล้ว ช่วงหลังๆ คนตัวโตมักจะเป็นคนมารับน้องสาวด้วยตัวเอง เพราะเป็นทางผ่านเวลากลับจากที่ทำงานถึงบ้าน และในตอนเช้าก่อนไปทำงาน เขาก็จะเอาน้องมาทิ้งไว้ที่มูลนิธิ จนกลายเป็นเรื่องคุ้นชินของคนที่นี่ไปเสียแล้ว “พี่ไทม์ ทำไมวันนี้เลิกงานดึกจัง” น้องสาวตัวน้อยถามพี่ชายที่วันนี้มารับดึกกว่าทุกวัน ไม่ทันที่จะตอบคำถาม คนตัวเล็กสองคนก็รีบเอามือปิดจมูกตนเองพร้อมกันอย่างมิได้นัดหมาย “พี่ไปดื่มมาอีกแล้วสินะ” เวลาบ่นพี่ชายตนเองออกมาหน้านิ่วคิ้วขมวด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

7 | ทางผ่าน

เป็นเพราะเมื่อวานเธอเผลอหลับบนรถของเขา แถมยังจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ามานอนที่ห้องตนเองได้อย่างไร กว่าจะรู้สึกตัวตื่น ก็เป็นเวลาที่นาฬิกาปลุกของเธอดังในเช้าตรู่วันถัดมา ปกติวาลีจะสระผมวันเว้นวัน และเมื่อคืนเป็นคิวที่เธอต้องสระผม แต่เพราะผล็อยหลับไปบนรถเขาตั้งแต่เมื่อวานเลยไม่ได้อาบน้ำ กว่าจะได้อาบน้ำก็เป็นเวลาเช้าแล้ว วันนี้เธอเลยรวบผมสูงหางม้าเก็บเรียบร้อยไปก่อน มือเรียวเร่งพิมพ์รายงานสรุปการประชุมเมื่อเช้า ก่อนจะถูกขัดจังหวะด้วยเสียงทุ้มของใครบางคน “คุณวาลี เข้ามาพบผมด้วยครับ” เสียงประธานบริษัทวัยสี่สิบห้าเรียกเธอจากอินเตอร์โฟนไร้สาย ประตูห้องทำงานประธานบริษัทเปิดออก พร้อมกับร่างบางของเลขาคนใหม่เดินเข้ามา เท้าเล็กเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าโต๊ะประธานด้วยความสุภาพ “วันศุกร์หลังเลิกงานคุณว่างไหม พอดีลูกค้าใหม่นัดดินเนอร์ที่โรงแรมแถวเจริญกรุง”เขาถามเธออย่างสุภาพ วาลีระบายยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนก่อนจะตอบรับคำสั่งของเจ้านายอย่างเต็มใจ ถึงแม้วันศุกร์จะเป็นวันสุดท้ายของการทำงานในสัปดาห์ที่เหน็ดเหนื่อย แต่วาลีก็เต็มใจที่จะทำงานให้บริษัท
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-06
อ่านเพิ่มเติม

8 | เหตุด่วน

หลังจากทำตามที่เขาบอกเรียบร้อยและกำลังจะยื่นมือถือคืน มือถือในมือก็สั่นขึ้นจนคนถือสะดุ้งหน่อยๆ เธอรีบส่งมันให้เขาทันทีแต่มือหนากลับดันมันคืนให้เธอ “ขับรถอยู่ ไม่รับ” เขาบอกด้วยเสียงนิ่งพร้อมกับจ้องไปยังถนน วาลีถือวิสาสะเหลือบสายตาดูชื่อคนที่โทรมา ก่อนจะบอกเขาไปอีกรอบด้วยความร้อนรน “คุณโสภาโทรมาค่ะ” “รับเลย” “...” “รับสิ เผื่อมีเรื่องสำคัญ” นิ้วเรียวสไลด์รับสายอย่างเสียไม่ได้ ทั้งๆ ที่ในใจก็อดไม่ได้จะต่อว่าเขาที่ผลักภาระมาให้เธอจัดการ ถ้าสำคัญทำไมเขาไม่รับเองล่ะ (ไทม์ลูก!!) ทันทีที่รับสาย ปลายสายก็เรียกเจ้าของมือถือด้วยความตื่นตระหนก วาลีสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกรอกเสียงกลับไป “คุณโสภา วาลีเองค่ะ” (อ้าว! นี่แม่ลนจนโทรผิดเหรอเนี่ย…เอ๊ะ! ไม่ผิดนี่ ทำไมอยู่ด้วยกัน) ปลายสายถามกลับมา หลังจากเงียบไปสักพัก ซึ่งท่านน่าจะมองจอเช็กจนแน่ใจแล้ว ว่าเบอร์ที่โทรออกคือเบอร์ลูกชายตนเอง “พอดีคุณไทม์เจอวาที่ข้างทางค่ะ เลยรับขึ้นรถมาด้วย” เธอตอบกลับไปผ่านๆ โดยไม่ลงรายละเอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-06
อ่านเพิ่มเติม

9 | คับขัน

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่อากาศสดใส ตั้งแต่วาลีเริ่มเข้าทำงาน เธอก็ภาวนาทุกวันว่าขออย่าให้ฝนตกในวันที่ต้องเดินทางมาทำงาน และคิดว่าทุกคนที่ต้องออกไปทำงานก็คงคิดไม่ต่างจากเธอ คนตัวเล็กแต่งตัวสวยและเป็นทางการกว่าทุกวัน เดรสสีดำยาวคลุมเข่าพอดีทำให้เธอดูสวยเรียบหรู เหมาะแก่การไปพบปะลูกค้าเพื่อคุยธุรกิจ เจ้านายก็สั่งให้ตรวจทานเอกสารสัญญาซ้ำแล้วซ้ำเล่า รวมถึงส่งไปให้แผนกกฎหมายตรวจซ้ำอีก แสดงว่าวันนี้ต้องเป็นการเซ็นสัญญางานใหญ่งานหนึ่งของบริษัท ยิ่งประธานบริษัทเห็นเธอที่วันนี้แต่งตัวสวยแล้วยิ่งชื่นชม ว่าเธอรู้จักกาลเทศะ จึงเป็นวันที่ดีของการทำงานสำหรับวาลีอีกหนึ่งวัน “คุณวา ผมออกไปข้างนอกแป๊บนะ เดี๋ยวกลับมาใกล้ๆ เลิกงาน” ประธานหนุ่มวัยกลางคนกล่าวกับเธอในฐานะเลขา ก่อนจะเดินตรงไปยังลิฟต์โดยสาร ทันทีที่ประธานไม่อยู่ในออฟฟิศ สิ่งที่เธอต้องทำคือการคอยดึงสายที่โทรหาประธานโดยตรงและจดโน้ตสำคัญเอาไว้ ซึ่งวาลีก็ทำได้เป็นอย่างดี “น้องวา วันนี้สวยจังเลยครับ” รุ่นพี่ที่ทำงานเดินเข้ามาทักพร้อมกับแฟ้มสีดำ “ขอบคุณค่ะพี่ตาว” หญิงสาวรับแฟ้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-06
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status