แชร์

2 | ผู้ปกครอง

ผู้เขียน: นัวร์เนีย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 20:56:35

        กระทั่งเมื่อวาลีก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เธอตัดสินใจเข้าพักที่หอพักใกล้กับมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าเรื่องนี้ได้ผ่านการปรึกษากับวิรัชและโสภาเรียบร้อยแล้ว

        แม้ครั้งแรกวาลีไม่อยากรบกวน เธอสามารถนั่งรถเมล์ออกจากมูลนิธิตั้งแต่เช้าตรู่ ต่อรถเมล์สองสาย หรือต่อรถเมล์ต่อเรือโดยสารเพื่อเดินทางไปและกลับมหาวิทยาลัยได้ แต่โสภากลัวว่าเด็กน้อยตัวเล็กของเธอจะเหนื่อยเกินไป เนื่องจากในปีแรกมักจะมีกิจกรรมของมหาวิทยาลัยจนถึงตอนเย็น อีกทั้งยังกลัวว่าเด็กสาวจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง

        วาลีจัดการหาหอพักด้วยตัวเอง ซึ่งราคาไม่แพงมากนัก ถึงแม้จะเป็นหอรวมแต่ก็อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย เดินออกจากซอยหลังมหาวิทยาลัยข้ามถนนก็ถึงประตูรั้ว

        “แม่ฉันให้มาดูหอที่เธอพัก”

        แชะ!

        ว่าแล้วเจ้าของร่างสูงโปร่งก็หยิบมือถือมาถ่ายรูปหญิงสาวกับตัวหอพักลวกๆ ตามคำสั่งมารดา ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างไม่ใส่ใจนัก

        วาลีที่ถูกถ่ายรูปโดยที่ไม่ทันตั้งตัวก็อดทำหน้าเหวอไม่ได้ อีกทั้งวันนี้เธอยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยเพราะเป็นวันหยุด จึงใส่แค่เสื้อยืดคอกลมกับกางเกงขาสั้นอยู่ห้อง บทจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไม่ทัน เพราะเขากับเธอดันมาเจอกันระหว่างเอาผ้าลงมาซักที่เครื่องหยอดเหรียญใต้หอ

        “เดินนำขึ้นไปสิ” เสียงทุ้มบอกเธอที่ยืนทำอะไรไม่ถูก

        แม้ไทม์จะเป็นผู้ชายขึ้นห้องพักผู้หญิงแต่ก็คงดูไม่น่าเกลียดมากเท่าไหร่นักในสายตาคนภายนอก เพราะด้วยอายุที่ห่างกันสิบปี ชายวัยใกล้สามสิบคนนี้เลยเหมือนผู้ปกครองเสียมากกว่า

        เรียวขาเล็กเดินนำเขาขึ้นไปตามทางบันไดเพื่อไปยังชั้นที่พักอยู่ แน่นอนว่าหอพักราคาถูกแบบนี้ไม่มีลิฟต์ แต่ชั้นที่เธอพักอยู่ก็ไม่ได้สูงมาก เธออยู่แค่ชั้นสี่เท่านั้นเอง

        แต่ถึงกระนั้นคนตัวสูงที่ไม่ค่อยได้ขึ้นลงบันไดก็รู้สึกเหนื่อยอยู่ไม่น้อย ทันทีที่เขามาถึงห้องพัก วาลีก็รีบกุลีกุจอไปเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อคลายความร้อนให้ลูกชายผู้มีพระคุณ

        ไทม์กวาดสายตาพร้อมกับถ่ายรูปในห้องตามคำสั่งมารดาก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม วาลีเองก็ยื่นขวดน้ำดื่มขนาดเล็กให้คนตัวสูงที่ถือวิสาสะนั่งบนเตียงของเธอโดยไม่ขออนุญาต ร่างน้อยเลยลากเก้าอี้จากโต๊ะอ่านหนังสือนั่งแทน

        “ไม่เล็กไปหน่อยเหรอ” เขาถามเธอหลังจากกวาดตามองจนรอบห้อง

        ห้องขนาดเล็กที่มีเตียงนอนห้าฟุตครึ่งวางชิดกำแพงฝั่งประตูห้อง ตรงข้ามกับเตียงมีตู้เสื้อผ้าสูงเกือบสองเมตร มีของวางด้านบนเพื่อประหยัดพื้นที่ ถัดจากตู้เสื้อผ้าก็เป็นโต๊ะอ่านหนังสือ จากนั้นก็เป็นห้องน้ำในตัว ยังดีที่มีระเบียงกว้างราวๆ สองเมตรไว้สำหรับตากผ้า

        แทบจะไม่เหลือที่ให้เดิน

        “ไม่เล็กหรอกค่ะ วาอยู่คนเดียว”

        เขาพยักหน้ารับฟัง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้สนใจว่าเธออยู่ได้หรือไม่ได้ เพราะวาลีเป็นคนเลือกหอพักด้วยตัวเอง เขาแค่ถามเผื่อแม่ของเขาจะถามขึ้นมาภายหลังได้เห็นสภาพห้องที่เล็กกระจิ๋วเมื่อเทียบกับคอนโดที่เขาอยู่

        “มานั่งนี่”

        วาลีรู้สึกกระอักกระอ่วนใจในคราแรกที่ได้ยินคำสั่งให้เดินไปนั่งร่วมเตียงกับผู้ชาย แต่พอเห็นว่าไทม์หยิบถุงสีแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกงก็เข้าใจถึงเจตนาได้ ว่ามารดาของเขาคงฝากของขวัญวันเข้ามหาวิทยาลัยมาให้เธอ

        แต่ถุงกำมะหยี่สีแดงแบบนั้นมัน...

        “เอ่อ อันนี้วาไม่รับได้ไหมคะ”เธอกล่าวน้ำเสียงเบาออกมาอย่างเกรงใจ

        “รับๆ ไปเถอะ ไม่ได้แพงขนาดนั้นหรอก ถ้าเธอไม่รับ แม่ก็ต้องให้ฉันขับรถเอามาให้เธอใหม่อยู่ดี”

        คนตัวเล็กกดใบหน้าลงรับทราบ นี่น่าจะเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่เขาคุยกับเธอ ซอยเข้าหอของเธอเป็นซอยแคบ เขาอาจจะไม่ชอบขับรถคันหรูตัวเองเข้ามา เพราะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

        วาลีเดินไปนั่งข้างเขาด้วยอาการประหม่า สองมือน้อยกำขยุ้มชายเสื้อยืดตนเองแน่น มองมือหนาของอีกฝ่ายหยิบสร้อยทองหนึ่งสลึงจี้รูปดาวขึ้นมา ก่อนจะปลดตะขอออกเพื่อใส่ให้คนที่เหมือนกับเป็นลูกรักอีกคนของมารดา

        แต่เนื่องจากเธอหันหน้าให้เขาแทนที่จะหันหลัง เขาเลยต้องใช้วงแขนอ้อมตัวเธอในท่าโอบ ใช้ทั้งสองมือเพื่อสวมสร้อยให้ ไทม์โน้มตัวลงเพื่อหาช่องติดตะขอสร้อยจนปลายจมูกคมชิดกับเรือนผมหนาของหญิงสาวตรงหน้า

        ศีรษะมนกำลังจะเงยขึ้น หลังจากรับรู้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดศีรษะตนเอง แต่ไม่ทันที่จะได้ทำเช่นนั้น มือหนาคนตัวสูงก็กดศีรษะเธอลงไม่ให้เงยขึ้น เพราะหากคนตัวเล็กเงยขึ้นมา ปากหรือจมูกเธออาจจะชนกับหน้าเขา

        เขาไม่ชอบความรู้สึกอึดอัดนั้น

        เมื่อติดตะขอสร้อยให้วาลีเรียบร้อย ไทม์ก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเธอสวมสร้อยไว้เหมือนอย่างเคย ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมจะกลับ คนตัวเล็กเห็นเขาจะกลับก็ลุกขึ้นเพื่อจะไปส่ง แต่เขายกมือห้ามไว้ก่อน

        “ไม่เป็นไร มีอะไรก็ไปทำเถอะ”

        พูดจบคนอายุมากกว่าก็เดินออกไป โดยที่ไม่รอให้เธอลาดังเช่นทุกครั้ง

        ปัง!

        หลังจากไทม์กลับไปแล้ว วาลีก็ล้มตัวลงนอนกับเตียงด้วยความรู้สึกคลายความอึดอัด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ วาลีกับพ่อแม่ของเขาก็รักกันดีราวกับเป็นลูกสาวจริงๆ กับน้องสาวของเขาที่อายุเท่ากันเธอก็สนิท คุยกันดีทุกครั้งที่เจอกันในมูลนิธิ

        จะมีก็แต่กับเขา ที่คนตัวเล็กรู้สึกอึดอัดใจทุกครั้งเมื่อต้องอยู่ด้วยกันลำพัง

        อาจจะเป็นช่องว่างระหว่างวัย

        หรือความแตกต่างทางเพศ...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   SPECIAL PART

    หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวสิทธิเกรียงไกรก็มีสมาชิกใหม่ถือกำเนิดขึ้นเป็นสีสันของคนในบ้าน เด็กชายวงศ์วรัณ สิทธิเกรียงไกรหรือน้องเทมป์ ชื่อจริงถูกตั้งโดยคุณย่าผู้เป็นที่เคารพของคนในตระกูล ซึ่งวงศ์วรัณนั้นมีความหมายว่า ผู้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ทุกคนที่ได้ฟังครั้งแรกต่างชื่นชอบเพราะเหมาะสมและยิ่งใหญ่ สมกับการทายาทรุ่นที่สี่คนแรกของครอบครัว ส่วนชื่อเล่นนั้น ภรรยาคนสวยเป็นคนตั้ง โดยให้มีความหมายเดียวกับชื่อเล่นบิดา คงไม่ต้องอธิบายว่าลูกชายคนแรกของพลบค่ำจะเป็นที่รักแก่คนในครอบครัวขนาดไหน เรียกได้ว่าหากวันไหนพลบค่ำและวาลีต้องเข้าไปประชุมที่บริษัท วิรัชกับโสภาจะพากันมาเคาะประตูห้องนอนรับหลานชายไปเลี้ยงตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น จากนั้นจึงอุ้มหลานชายวัยสี่เดือนเศษไปรับประทานมื้อเช้าเป็นเพื่อนคุณย่าทวด ซึ่งท่านเองก็แข็งแรงดีขึ้นทันตานับตั้งแต่ทราบข่าวว่าวาลีตั้งครรภ์ลูกคนแรก ก๊อกๆๆ “ตาไทม์ ตาไทม์ แม่มารับหลาน” เสียงของโสภาดังมาจากหน้าห้องนอนสลับกับเสียงเคาะประตูไม่หยุด ปลุกให้ลูกชายที่เพิ่งได้หลับพักผ่อนงัวเงียลุกขึ้นมาเปิดประตู

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   EPILOGUE | One Percentage

    ‘วันนี้วันอะไรคะ...’ พลบค่ำจำได้ดี ว่านี่คือหนึ่งในคำต้องห้ามที่เพื่อนทั้งสามคนเคยบอกเอาไว้ หากถูกเมียถาม นั่นหมายถึงว่าวันนี้ต้องเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง เช่น จับมือกันครั้งแรก เดตกันครั้งแรก วันครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่ใช่วันเกิดของภรรยาเป็นอย่างแรก ส่วนวันครบรอบวันแต่งงานยิ่งแล้วใหญ่ เนื่องจากเพิ่งแต่งงานยังไม่ถึงปีด้วยซ้ำ “พี่ไทม์~ ไม่รู้เหรอคะ?” การถูกถามซ้ำยิ่งทำให้เขาลุกลี้ลุกลน พูดตามตรงคือนึกไม่ออก แต่ก็รู้ว่าหากยอมรับออกไปตามตรงก็เสี่ยงตาย “อ่า...” “คะ?” ใบหน้าสวยพอดีกับรูปร่างเอียงคอรอคำตอบอย่างน่ารัก คนถูกมองด้วยความรักใจอ่อนยวบ สุดท้ายจึงอ้อมแอ้มยอมรับกับภรรยาออกมาเสียงแผ่ว “พี่ไม่ทราบครับ น้องวาบอกพี่ได้ไหมว่าวันนี้วันอะไร” พลบค่ำยกมือขึ้นประคองแผ่นหลังเนียน ซึ่งสวมเพียงชุดนอนตัวบางสีชมพูกับเสื้อคลุมผ้าซาตินสีเดียวกันเอาไว้ กลัวว่าเธอจะร้องไห้ตัวสั่นตัวโยนเพราะสามีจำวันสำคัญไม่ได้ ทว่าคนที่นั่งคร่อมหันหน้าเข้าหากันกลับหัวเราะคิกคัก จากนั้นจึงโน้มตัวลงมาซ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 36 | ครอบครัว

    วาลีได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในอีกหลายวันถัดมา ตั้งใจว่าจะไปเก็บของเพื่อย้ายเข้าบ้านใหญ่ตามคำสั่งของแม่สามีก็พบว่าสามีให้สาวใช้ที่คฤหาสน์มาจัดการให้หมดแล้ว ทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้นในเขตบ้านสิทธิเกรียงไกร คุณหญิงย่าผู้เป็นอาวุโสของบ้านก็เดินออกมารับด้วยตนเองพร้อมกับโสภาและรุ่งอรุณ “น้องวา ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูก” ท่านเดินช้าๆ เข้ามาสวมกอดคนตัวเล็ก ซึ่งวาลีก็ย่อตัวลงสวมกอดตอบด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ “ต่อไปอยู่บ้านเราที่นี่แหละ ปลอดภัย ไม่มีใครทำอะไรหนูได้” วาลียิ้มรับคำพูดน้ำ ก่อนจะประนมมือไหว้ขอบคุณหลังจากผละออกจากอ้อมกอดอบอุ่น “ขอบคุณค่ะคุณย่า ช่วงนี้วายังไม่ได้กลับไปทำงาน มีอะไรเรียกใช้วาได้เลยนะคะ” คำพูดคำจาน่ารักเรียกความเอ็นดูจากคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี ก่อนที่ผู้อาวุโสของบ้านจะตอบกลับด้วยอารมณ์ขัน “โอ๊ย~ บ้านนี้แม่บ้านเยอะแยะ หนูวาพักผ่อนเถอะ อย่าขยันกว่าเจ้าเวนักเลย” “คุณย่าอะ!!” รุ่งอรุณแหวลั่น เมื่อถูกท่านพาดพิงอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว นั่นทำให้ทุกคนในบ้านหัวเราะออกมากับท่าทางดิ้นดีดงอแงของเธอ “

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 35 | เด็กดี II

    โสภากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามโถงทางเดินด้วยความร้อนใจ รุ่งอรุณที่หอบตะกร้าอาหารวิ่งตามมาติดๆ แทบจะเดินไม่ทันฝีเท้าของมารดาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจได้ว่าแม่กำลังเป็นห่วงวาลีมาก กลางดึกเมื่อคืนหลังจากโสภาจับสังเกตได้ว่ารถตู้ครอบครัวหายไปหนึ่งคันก็จัดการเค้นสอบรายบุคคลจนสามีเป็นฝ่ายอ้อมแอ้มบอกออกมาว่าลูกชายเอาไปใช้ และเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟังจนเป็นลมล้มพับไปหนึ่งรอบ ประตูห้องพักถูกเปิดออกกว้างเต็มแรงที่มี เห็นลูกสะใภ้นอนห้อยสายน้ำเกลือหลับปุ๋ยอยู่ ข้างเตียงมีลูกชายตัวดีนอนฟุบหลับเช่นเดียวกัน ผลัวะ! กระเป๋าหนังแบรนด์เนมฟาดลงกลางหลังลูกชายเต็มแรงจนคนถูกตีสะดุ้ง พอหันมามองว่าใครเป็นคนทำร้าย พลบค่ำก็ตาแทบถลน “มะ แม่!!!” “ยังจำได้ว่าฉันเป็นแม่ใช่ไหมไอ้ไทม์!!” ผลัวะ! ฟาดฝ่ามือกลางแผ่นหลังหนาซ้ำลงไปอีกรอบด้วยความโมโห คนตัวสูงมุ่ยหน้าแต่ไม่กล้าเถียงออกมาสักคำ ก็ทำตัวไม่ดี ถูกแม่ตีก็สมควรแล้ว “พี่ไทม์เป็นบ้าหรือไง ถึงได้หายัยวาคนเดียวน่ะ” รุ่งอรุณออกปากด่าผสมโรงเข้าไปด้วย “หาคนเดียวที

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 34 | รู้สึกผิด

    วิรัชไม่รอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ท่านเปิดอีกอีเมลที่วาลีส่งเข้ามาในวันเดียวกันกับวันที่ถูกปราการพาตัวไป เวลาในการส่งคือเที่ยงครึ่ง นั่นหมายถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอจะถูกปราการหลอกให้ออกจากบริษัทไปพร้อมกัน ไฟล์ถูกเข้ารหัสล็อกเป็นอย่างดี มีรหัสผ่านส่งเข้าอีเมลตามหลังแยกต่างหาก พลบค่ำเปิดไฟล์ดูทีละหน้าอย่างตั้งใจ เด็กดีของเขาทุ่มเทหาหลักฐานการทุจริตของปราการมาได้หลายร้อยหน้า มีภาพประกอบและข้อมูลอ้างอิงเสร็จสรรพ สามารถส่งต่อให้ทีมกฎหมายไปจัดการต่อได้เลย อันนี้หรือเปล่าที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำทุกวัน... “พ่อไปเรียกตำรวจให้” วิรัชอาสาเปิดประตูออกไปตามเจ้าหน้าที่ เพราะสภาพลูกชายตอนนี้ตาแดงก่ำจนเก็บอาการตนเองต่อไม่ไหว เขาสงสัยความรู้สึกของภรรยาตนเองได้อย่างไร พลบค่ำรู้สึกว่าตัวเองโคตรงี่เง่าที่ทะเลาะกันด้วยเรื่องแค่นั้น เรื่องยาคุมแผงเดียว! ประตูถูกเปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ได้มีเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินตามบิดาเข้ามา ผู้หญิงที่เขาคุ้นหน้าเดินร้องไห้เข้ามาพร้อมกับเด็กผู้ชายที่ตนเองเคยเจอ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   CAP 33 | จับกุม

    ปราการกำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอโน้ตบุ๊ก หน้าจอสีขาวมีเอกสารที่จะถูกยื่นขอลาออกสิ้นเดือนนี้ เหตุผลในการลาออกคือออกไปหาประสบการณ์ใหม่ แน่นอนว่าปราการยื่นสมัครไปหลายบริษัท เงินเดือนก็เรียกสูงขึ้นยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ตามมาตรฐาน เหลือบมองมุมขวาล่างของจอ อีกไม่ถึงสิบนาทีก็ได้เวลาเลิกงาน ลุกไปเข้าห้องน้ำสักรอบแล้วค่อยกลับมาเก็บของกลับบ้านดีกว่า... กริ๊งงงง~!! เพียงแค่ลุกขึ้นยืนโทรศัพท์ประจำโต๊ะก็แผดเสียงเรียกเอาไว้ จำได้ว่านั้นคือเบอร์ต่อของโต๊ะตุ๊กตาเลขาของบอส จึงคว้ามารับอย่างไม่คิดมาก “ครับตุ๊กตา” เขาเรียกปลายสายด้วยน้ำเสียงสนิทสนม เพราะชอบให้ความเป็นกันเองกับคนในที่ทำงาน เวลารู้ข่าววงในก็รู้ก่อนคนอื่น เผื่อเป็นเรื่องของตนเองจะได้ไหวตัวทัน (เอกสารที่พี่กานจะให้บอสเซ็นได้เอามาฝากตุ๊กหรือยังคะ? พอดีตุ๊กหาไม่เจอเลย) “เอ๊ะ! พี่เอาไปวางบนโต๊ะให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วนี่ ตุ๊กทำหายหรือเปล่า?” ปราการหงุดหงิดจนเผลอพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดีให้ปลายสายได้ยิน ก่อนจะนึกขึ้นมาได้แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงให้กลับมาใจดีตามเดิม “ไม่เป็นไร เดี๋ย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status