Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-01-04 20:56:35

กระทั่งเมื่อวาลีก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย เธอตัดสินใจเข้าพักที่หอพักใกล้กับมหาวิทยาลัย แน่นอนว่าเรื่องนี้ได้ผ่านการปรึกษากับวิรัชและโสภาเรียบร้อยแล้ว

แม้ครั้งแรกวาลีไม่อยากรบกวน เธอสามารถนั่งรถเมล์ออกจากมูลนิธิตั้งแต่เช้าตรู่ ต่อรถเมล์สองสาย หรือต่อรถเมล์ต่อเรือโดยสารเพื่อเดินทางไปและกลับมหาวิทยาลัยได้ แต่โสภากลัวว่าเด็กน้อยตัวเล็กของเธอจะเหนื่อยเกินไป เนื่องจากในปีแรกมักจะมีกิจกรรมของมหาวิทยาลัยจนถึงตอนเย็น อีกทั้งยังกลัวว่าเด็กสาวจะเกิดอุบัติเหตุระหว่างการเดินทาง

วาลีจัดการหาหอพักด้วยตัวเอง ซึ่งราคาไม่แพงมากนัก ถึงแม้จะเป็นหอรวมแต่ก็อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย เดินออกจากซอยหลังมหาวิทยาลัยข้ามถนนก็ถึงประตูรั้ว

“แม่ฉันให้มาดูหอที่เธอพัก”

แชะ!

ว่าแล้วเจ้าของร่างสูงโปร่งก็หยิบมือถือมาถ่ายรูปหญิงสาวกับตัวหอพักลวกๆ ตามคำสั่งมารดา ก่อนจะเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างไม่ใส่ใจนัก

วาลีที่ถูกถ่ายรูปโดยที่ไม่ทันตั้งตัวก็อดทำหน้าเหวอไม่ได้ อีกทั้งวันนี้เธอยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยเพราะเป็นวันหยุด จึงใส่แค่เสื้อยืดคอกลมกับกางเกงขาสั้นอยู่ห้อง บทจะเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ไม่ทัน เพราะเขากับเธอดันมาเจอกันระหว่างเอาผ้าลงมาซักที่เครื่องหยอดเหรียญใต้หอ

“เดินนำขึ้นไปสิ” เสียงทุ้มบอกเธอที่ยืนทำอะไรไม่ถูก

แม้ไทม์จะเป็นผู้ชายขึ้นห้องพักผู้หญิงแต่ก็คงดูไม่น่าเกลียดมากเท่าไหร่นักในสายตาคนภายนอก เพราะด้วยอายุที่ห่างกันสิบปี ชายวัยใกล้สามสิบคนนี้เลยเหมือนผู้ปกครองเสียมากกว่า

เรียวขาเล็กเดินนำเขาขึ้นไปตามทางบันไดเพื่อไปยังชั้นที่พักอยู่ แน่นอนว่าหอพักราคาถูกแบบนี้ไม่มีลิฟต์ แต่ชั้นที่เธอพักอยู่ก็ไม่ได้สูงมาก เธออยู่แค่ชั้นสี่เท่านั้นเอง

แต่ถึงกระนั้นคนตัวสูงที่ไม่ค่อยได้ขึ้นลงบันไดก็รู้สึกเหนื่อยอยู่ไม่น้อย ทันทีที่เขามาถึงห้องพัก วาลีก็รีบกุลีกุจอไปเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อคลายความร้อนให้ลูกชายผู้มีพระคุณ

ไทม์กวาดสายตาพร้อมกับถ่ายรูปในห้องตามคำสั่งมารดาก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าตามเดิม วาลีเองก็ยื่นขวดน้ำดื่มขนาดเล็กให้คนตัวสูงที่ถือวิสาสะนั่งบนเตียงของเธอโดยไม่ขออนุญาต ร่างน้อยเลยลากเก้าอี้จากโต๊ะอ่านหนังสือนั่งแทน

“ไม่เล็กไปหน่อยเหรอ” เขาถามเธอหลังจากกวาดตามองจนรอบห้อง

ห้องขนาดเล็กที่มีเตียงนอนห้าฟุตครึ่งวางชิดกำแพงฝั่งประตูห้อง ตรงข้ามกับเตียงมีตู้เสื้อผ้าสูงเกือบสองเมตร มีของวางด้านบนเพื่อประหยัดพื้นที่ ถัดจากตู้เสื้อผ้าก็เป็นโต๊ะอ่านหนังสือ จากนั้นก็เป็นห้องน้ำในตัว ยังดีที่มีระเบียงกว้างราวๆ สองเมตรไว้สำหรับตากผ้า

แทบจะไม่เหลือที่ให้เดิน

“ไม่เล็กหรอกค่ะ วาอยู่คนเดียว”

เขาพยักหน้ารับฟัง จริงๆ แล้วก็ไม่ได้สนใจว่าเธออยู่ได้หรือไม่ได้ เพราะวาลีเป็นคนเลือกหอพักด้วยตัวเอง เขาแค่ถามเผื่อแม่ของเขาจะถามขึ้นมาภายหลังได้เห็นสภาพห้องที่เล็กกระจิ๋วเมื่อเทียบกับคอนโดที่เขาอยู่

“มานั่งนี่”

วาลีรู้สึกกระอักกระอ่วนใจในคราแรกที่ได้ยินคำสั่งให้เดินไปนั่งร่วมเตียงกับผู้ชาย แต่พอเห็นว่าไทม์หยิบถุงสีแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกงก็เข้าใจถึงเจตนาได้ ว่ามารดาของเขาคงฝากของขวัญวันเข้ามหาวิทยาลัยมาให้เธอ

แต่ถุงกำมะหยี่สีแดงแบบนั้นมัน...

“เอ่อ อันนี้วาไม่รับได้ไหมคะ”เธอกล่าวน้ำเสียงเบาออกมาอย่างเกรงใจ

“รับๆ ไปเถอะ ไม่ได้แพงขนาดนั้นหรอก ถ้าเธอไม่รับ แม่ก็ต้องให้ฉันขับรถเอามาให้เธอใหม่อยู่ดี”

คนตัวเล็กกดใบหน้าลงรับทราบ นี่น่าจะเป็นประโยคที่ยาวที่สุดที่เขาคุยกับเธอ ซอยเข้าหอของเธอเป็นซอยแคบ เขาอาจจะไม่ชอบขับรถคันหรูตัวเองเข้ามา เพราะเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ

วาลีเดินไปนั่งข้างเขาด้วยอาการประหม่า สองมือน้อยกำขยุ้มชายเสื้อยืดตนเองแน่น มองมือหนาของอีกฝ่ายหยิบสร้อยทองหนึ่งสลึงจี้รูปดาวขึ้นมา ก่อนจะปลดตะขอออกเพื่อใส่ให้คนที่เหมือนกับเป็นลูกรักอีกคนของมารดา

แต่เนื่องจากเธอหันหน้าให้เขาแทนที่จะหันหลัง เขาเลยต้องใช้วงแขนอ้อมตัวเธอในท่าโอบ ใช้ทั้งสองมือเพื่อสวมสร้อยให้ ไทม์โน้มตัวลงเพื่อหาช่องติดตะขอสร้อยจนปลายจมูกคมชิดกับเรือนผมหนาของหญิงสาวตรงหน้า

ศีรษะมนกำลังจะเงยขึ้น หลังจากรับรู้ถึงลมหายใจร้อนที่เป่ารดศีรษะตนเอง แต่ไม่ทันที่จะได้ทำเช่นนั้น มือหนาคนตัวสูงก็กดศีรษะเธอลงไม่ให้เงยขึ้น เพราะหากคนตัวเล็กเงยขึ้นมา ปากหรือจมูกเธออาจจะชนกับหน้าเขา

เขาไม่ชอบความรู้สึกอึดอัดนั้น

เมื่อติดตะขอสร้อยให้วาลีเรียบร้อย ไทม์ก็หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเธอสวมสร้อยไว้เหมือนอย่างเคย ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมจะกลับ คนตัวเล็กเห็นเขาจะกลับก็ลุกขึ้นเพื่อจะไปส่ง แต่เขายกมือห้ามไว้ก่อน

“ไม่เป็นไร มีอะไรก็ไปทำเถอะ”

พูดจบคนอายุมากกว่าก็เดินออกไป โดยที่ไม่รอให้เธอลาดังเช่นทุกครั้ง

ปัง!

หลังจากไทม์กลับไปแล้ว วาลีก็ล้มตัวลงนอนกับเตียงด้วยความรู้สึกคลายความอึดอัด ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอ วาลีกับพ่อแม่ของเขาก็รักกันดีราวกับเป็นลูกสาวจริงๆ กับน้องสาวของเขาที่อายุเท่ากันเธอก็สนิท คุยกันดีทุกครั้งที่เจอกันในมูลนิธิ

จะมีก็แต่กับเขา ที่คนตัวเล็กรู้สึกอึดอัดใจทุกครั้งเมื่อต้องอยู่ด้วยกันลำพัง

อาจจะเป็นช่องว่างระหว่างวัย

หรือความแตกต่างทางเพศ...
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 56

    หนึ่งปีต่อมา ครอบครัวสิทธิเกรียงไกรก็มีสมาชิกใหม่ถือกำเนิดขึ้นเป็นสีสันของคนในบ้าน เด็กชายวงศ์วรัณ สิทธิเกรียงไกรหรือน้องเทมป์ ชื่อจริงถูกตั้งโดยคุณย่าผู้เป็นที่เคารพของคนในตระกูล ซึ่งวงศ์วรัณนั้นมีความหมายว่า ผู้เป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ทุกคนที่ได้ฟังครั้งแรกต่างชื่นชอบเพราะเหมา

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 55

    ‘วันนี้วันอะไรคะ...’ พลบค่ำจำได้ดี ว่านี่คือหนึ่งในคำต้องห้ามที่เพื่อนทั้งสามคนเคยบอกเอาไว้ หากถูกเมียถาม นั่นหมายถึงว่าวันนี้ต้องเป็นวันสำคัญอะไรสักอย่าง เช่น จับมือกันครั้งแรก เดตกันครั้งแรก วันครบรอบวันแต่งงาน เป็นต้น ชายหนุ่มมั่นใจว่าไม่ใช่วันเกิดของภรรยาเป็นอย่างแรก ส่วนวันครบ

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 54

    “อาหารที่น้องวาตักให้อร่อยมากเลยครับ” “เพราะฉันทำย่ะ ไม่ใช่เมียแกตักให้” และสงครามกลางโต๊ะอาหารก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง... เป็นครั้งแรกที่วาลีได้เห็นคฤหาสน์สิทธิเกรียงไกรยามค่ำคืน คนตัวเล็กเพิ่งทราบว่าลานน้ำพุหน้าทางเข้าบ้านในตอนกลางคืนจะแปรเปลี่ยนเป็นสีรุ้งสวยงาม แถมสวนสไตล

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 53

    วาลีได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ในอีกหลายวันถัดมา ตั้งใจว่าจะไปเก็บของเพื่อย้ายเข้าบ้านใหญ่ตามคำสั่งของแม่สามีก็พบว่าสามีให้สาวใช้ที่คฤหาสน์มาจัดการให้หมดแล้ว ทันทีที่เท้าแตะลงบนพื้นในเขตบ้านสิทธิเกรียงไกร คุณหญิงย่าผู้เป็นอาวุโสของบ้านก็เดินออกมารับด้วยตนเองพร้อมกับโสภาและรุ่งอรุณ “

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 52

    โสภากึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามโถงทางเดินด้วยความร้อนใจ รุ่งอรุณที่หอบตะกร้าอาหารวิ่งตามมาติดๆ แทบจะเดินไม่ทันฝีเท้าของมารดาด้วยซ้ำ แต่เข้าใจได้ว่าแม่กำลังเป็นห่วงวาลีมาก กลางดึกเมื่อคืนหลังจากโสภาจับสังเกตได้ว่ารถตู้ครอบครัวหายไปหนึ่งคันก็จัดการเค้นสอบรายบุคคลจนสามีเป็นฝ่ายอ้อมแอ้มบอกออกมาว่าลู

  • Marriage Proposal วิวาห์ร้ายสุดท้ายก็รัก   บทที่ 51

    วิรัชไม่รอให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ ท่านเปิดอีกอีเมลที่วาลีส่งเข้ามาในวันเดียวกันกับวันที่ถูกปราการพาตัวไป เวลาในการส่งคือเที่ยงครึ่ง นั่นหมายถึงไม่เกินหนึ่งชั่วโมงก่อนที่เธอจะถูกปราการหลอกให้ออกจากบริษัทไปพร้อมกัน ไฟล์ถูกเข้ารหัสล็อกเป็นอย่างดี มีรหัสผ่านส่งเข้าอีเมลตามหลังแยกต่างหาก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status