Masuk'อลิส!!'
สาวสวยในชุดเดรสกระโปรงยาวสีขาว ผมยาวดำสลวยปล่อยยาวไปตามแผ่นหลังขาวเนียน ดวงตาคู่สวยพร้อมกับรอยยิ้มหวานค่อยๆหันมาหาเสียงเรียกที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูก่อนจะพบกับชายหนุ่มหุ่นกำยำในชุดสูทสีขาวกำลังส่งยิ้มให้เธออย่างเป็นมิตร
เขาเดินเข้ามาหาพลางยื่นมือมาสัมผัสใบหน้าสวย นัยน์ตาคมเป็นประกายมองหญิงสาวด้วยความหลงใหลเกี่ยวปอยผมนุ่มขึ้นทัดหูก่อนที่เขาจะโน้มตัวลง
'ตื่นได้แล้ว.... ทุกคนรอเธออยู่นะ'
อรัญสะดุ้งตัวตื่นขึ้นทันทีเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสเย็นๆบริเวณแก้มของเขา นัยน์ตาคมเป็นประกายเอ่อล้นไปด้วยน้ำตาสวมกอดน้องสาวอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานของคนที่รอคอยมานาน พี่ชายที่เข้มแข็งมาโดยตลอดแต่ตอนนี้กลับอ่อนแอให้คนตัวเล็กได้เห็น
"ลิส คิดถึงจังเลย" คนตัวโตว่าพลางยื่นมือไปเช็ดน้ำตาออกจากแก้มนุ่มก่อนจะหันไปรินน้ำใส่แก้วค่อยๆป้อนให้กับน้องสาว
"หิวไหม" เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยถามพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมา หญิงสาวส่ายหน้าเป็นคำตอบดวงตาคู่สวยมองซ้ายขวาเหมือนกำลังหาอะไรหรือมองหาใคร
"ไงเรา!"
เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นเอ่ยทักหญิงสาว อรัญและอลิสสองพี่น้องหันมาส่งยิ้มให้ก่อนที่พี่ชายจะเดินถอยหลังเลี่ยงไปอีกฝั่งให้คุณหมอวาโยได้ตรวจร่างกายของน้องสาวได้อย่างละเอียดแต่ก็อดที่จะแกล้งไม่ได้ยื่นมือไปบีบก้นแน่นๆของอีกฝ่ายอย่างมันเขี้ยว
"รัญ!!!" เสียงทุ้มดุดันพร้อมกับส่งสายตาคาดโทษคนชอบแกล้งแต่คนมึนดันส่งสายตายั่วยวนกลับมาแทนที่จะสลด
"พี่โยกำปากกาแน่นแล้วนะ เดี๋ยวก็โดนแทงเอาหรอก"
"แทงเลย.... เดี๋ยวพี่สวนกลับ"
คำพูดสองแง่สองง่ามเอ่ยแซวพี่ชายอย่างแผ่วเบา คนตัวโตหันไปพูดกับน้องสาวด้วยน้ำเสียงที่สดใสมากขึ้นก่อนจะโน้มตัวลงจุมพิตที่ศีรษะเล็กของเธออย่างแผ่วเบาพลางส่งสายตาเย้ายวนหยอกล้ออีกคนที่กำลังตรวจร่างกายน้องสาว ฝ่ามือเล็กฟาดลงท่อนแขนแกร่งของพี่ชายเบาๆเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะยั่วโมโหคนที่พึ่งเหน็ดเหนื่อยจากการออกเวร
"ลองลุกไหม.....ช้าๆนะ" เสียงทุ้มอ่อนโยนเอ่ยถามพลางปรับเตียงขึ้น หญิงสาวตอบรับเพียงสั้นๆก่อนที่สองชายหนุ่มจะเข้ามาช่วยกันประคองให้อลิสลุกขึ้นนั่งได้ มือหนารีบจัดหมอนให้ตั้งสูงขึ้นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมา
"เดี๋ยวพรุ่งนี้.... พี่จะให้คุณพยาบาลมาเปลี่ยนถุงน้ำเกลือนะ"
"ค่ะพี่โย" คนตัวเล็กตอบรับเบาๆพลางส่งยิ้มให้อีกฝ่าย ชายหนุ่มส่งยิ้มกลับพลางยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กอย่างเอ็นดูก่อนจะค่อยๆปรับระดับของเตียงลง
"พี่รัญ!! อยากกินขนม" เสียงใสออดอ้อนจับมือหนาของพี่ชายเอาไว้แน่นพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอน
"ไม่ได้!! ช่วงนี้เราต้องกินของอ่อนๆ....ห้ามตามใจน้องเด็ดขาด เข้าใจนะรัญ"
คุณหมอวาโยเอ่ยห้ามทันควันเมื่อเห็นอรัญผู้เป็นพี่กำลังจะเอ่ยปากตามใจน้องสาว คนตัวโตพยายามส่งสายอ้อนวอนขอร้องชายหนุ่มแต่ก็ไม่สามารถช่วยน้องได้เมื่ออีกฝ่ายส่งสายตาและสีหน้าที่หนักแน่น
"คร้าบ ไปพักได้แล้ว...เดี๋ยวรัญอยู่กับลิส"
อรัญว่าพลางเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม มือหนาโอบเอวอีกฝ่ายพร้อมกับเกยคางเอาไว้บนไหล่แกร่งของคุณหมอวาโยอย่างออดอ้อน ท่าทีของทั้งคู่สามารถเรียกรอยยิ้มของน้องสาวให้ฉีกยิ้มกว้างได้
"ลิสอยู่คนเดียวได้.....พี่รัญกับพี่โยไปพักเถอะ"
สองหนุ่มช่วยกันประคองหญิงสาวเมื่อเห็นว่าเธอกำลังจะล้มตัวลงนอน มือหนาขยับหมอนใบใหญ่พลางโน้มตัวลงจุมพิตที่ศีรษะเล็กของน้องก่อนจะกระซิบเบาๆข้างหู คนตัวเล็กฉีกยิ้มกว้างบีบมือหนาของพี่ชายเบาๆก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกไปจากห้อง
"ถ้ามีอะไร....เรียกทันที"
"ครับนาย"
ชายชุดดำรับคำเพียงสั้นๆก่อนจะปิดประตูห้องพักของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา มือหนาตบบ่าแกร่งของลูกน้องเมื่ออีกฝ่ายก้มศีรษะให้เป็นการเคารพ เขารอให้เจ้านายทั้งสองเดินลับสายตาไปก่อนที่จะโทรเรียกเพื่อนให้ขึ้นมาเฝ้าหน้าห้องส่วนตัวของเขาจะเข้าไปนั่งเฝ้าคุณหนูในห้องแทน
ห้องพัก นายแพทย์วาโย เตชะกุล
"รัญ!!! นี่มันห้องทำงาน....ไปถอดข้างในห้องนอน"
"แล้วไง!! นี่มันจะตีสามแล้ว...ไม่มีใครเข้ามาหรอกโย"
คนดื้อไม่สนมือหนาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวออกก่อนจะโยนมันลงบนโซฟาตัวใหญ่ คุณหมอวาโยได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจเมื่อไม่สามารถห้ามปราบอะไรได้
"อาบก่อนนะ.....หรือจะอาบพร้อมกัน" น้ำเสียงและสายตาที่ยั่วยวนเอ่ยถามอีกฝ่ายพลางเดินเข้าไปหาใกล้ๆ มือหนากระชากอีกฝ่ายพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของคุณหมอ
"ไปอาบก่อนเลย!! ถ้าอาบพร้อมรัญ.....คืนนี้คงไม่ได้นอน"
ใบหน้าหล่อเจ้าเล่ห์ฉีกยิ้มกว้างอย่างชอบใจเมื่อได้แกล้งอีกฝ่ายได้สำเร็จ มือหนาที่กำลังลูบไล้กล้ามหน้าท้องลอนสวยของคุณหมอถูกหยุดโดยมือใหญ่ วาโยจูงมือคนตัวโตเข้าไปในห้องนอนที่เชื่อมติดกันก่อนที่ตัวเองจะเดินกลับมานั่งทำงานที่โต๊ะ
เวลาผ่านไปได้ไม่นานอรัญก็เดินออกมาพร้อมกับชุดนอนของคุณหมอวาโย มือหนาติดกระดุมเสื้อพลางหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าของอีกฝ่าย นัยน์ตาคมจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แว่นตาก่อนจะยันตัวขึ้นค่อยโน้มตัวเข้าไปหาก่อนจะค่อยๆเกลี่ยปอยผมนุ่มที่หล่นลงมา
"ผลตรวจเป็นยังไงบ้าง"
"อือ! น้องไม่มีอาการแทรกซ้อน...แต่โยอยากให้ลิสอยู่โรงพยาบาลต่ออีกสักสัปดาห์นะ"
"โอเค!!! เอาตามที่โยว่านั่นแหละ" ใบหน้าหล่อฉีกยิ้มกว้างอีกครั้งเมื่อได้เห็นผลตรวจของน้องสาว นัยน์ตาคมเป็นประกายมองอีกคนก่อนจะยันตัวลุกขึ้นเต็มความสูง
"พักผ่อนนะ.....เดี๋ยวรัญไปรอนกับลิส"
"อือ!"
อีกคนตอบรับเพียงสั้นๆพร้อมกับรอยยิ้ม อรัญอดใจไม่ไหวกับรอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของคุณหมอวาโยโน้มตัวลงยื่นมือไปบีบแก้มของอีกฝ่ายอย่างมันเขี้ยวก่อนจะรีบเปิดประตูออกไปจากห้อง
'ไง!!....อลิส!!!'
'คุณ~..... ^ _^'
ฉันฝันเห็นคุณอีกแล้วเหรอเนี่ย....คุณเป็นใครกัน.....ทำไม!!! หล่อจัง ...นี่ฉันกำลังเพ้ออะไรอยู่เนี่ยตื่นได้แล้วอลิส
'อย่าพึ่งไปสิ.... เราพึ่งเจอกันเองนะ.....ผมอยากอยู่กับอลิสนานๆ'
จังหวะนี้ฉันแทบอยากบ้า.....ยิ่งใกล้ยิ่งหล่อ.....ขอร้องอย่าโน้มเข้ามาใกล้ได้ไหม.....กรี๊ดดดด!!
'เขินเหรอ!....หน้าอลิส....แดงมากเลย'
กรี๊ดดดดดด!!!! ตาย ตาย.....เขาจับแก้มของฉันจมูกโด่งๆของเขาจะหอมแก้มฉันอยู่แล้ว......ใจเย็นๆอลิส
'ขอร้อง!! คุณทำแบบนี้....ลิสจะหัวใจวาย'
'อลิสน่ารักจัง.....ผมชอบแก้มแดงๆและรอยยิ้มเขินๆของอลิสนะ'
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ.........ฉันไม่ใช่ผู้หญิงไร้เดียงสาผ่านผู้มาก็แล้วแต่เจอคนรุกหนักขนาดนี้ฉันก็ไม่ไหวเหมือนกันนะ
'ไม่ต้องเขินแล้ว.....เจอกันบ่อยๆเดี๋ยวก็ชิน'
'แล้วคุณชื่ออะไรเหรอ? ลิสยังไม่รู้ชื่อคุณเลย'
'ผมชื่อภูรินทร์'
ชื่อนี้คุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนนะ.....แต่เดี๋ยวนะ!! หน้าตาของคุณภูทำไมคุ้นแบบนี้ล่ะ.....หรือว่า!!?
'คุณภู! บริจาคหัวใจให้ลิสใช่ไหม'
'ครับ! ฝากดูแลหัวใจดวงนี้ของผมด้วยนะ'
ภายในห้องผ่าตัดยังคงเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก บรรยากาศเงียบสงัดได้ยินเพียงแค่เสียงของอุปกรณ์เท่านั้น สีหน้าของคุณหมอและพยาบาลยังคงตึงเครียด เหงื่อเม็ดเล็กเริ่มซึมออกมาเพราะความกดดันโดยเฉพาะวาโย“ความดันตกค่ะ คุณหมอ” น้ำเสียงกังวลของวิสัญญีแพทย์สาวดังขึ้นเมื่อเห็นสัญญาณแจ้งเตือนของเครื่องที่อยู่ตรงหน้า“ยังพอไหว แต่ห้ามให้ต่ำกว่านี้อีกแล้วนะ”“ค่ะ คุณหมอ” เธอรับคำของคุณหมอหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นก่อนจะหันไปเช็คสัญญาณชีพจรด้วยสีหน้าที่เป็นกังวลเพราะมันก็ยังคงต่ำมากเราต้องสู้ไปด้วยกันนะลิส……วาโยเอ่ยกับคนตัวเล็กที่กำลังหลับใหลอยู่บนเตียงผ่าตัด เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างตั้งสติก่อนจะหันไปสังเกตสัญญาณชีพจรของอลิสที่มันเต้นแผ่วเบาผ่านเครื่องออกซิเจนก่อนที่คุณหมอหนุ่มจะรีบลงมือเพราะไม่อยากให้เวลายืดไปมากกว่านี้และเขาต้องทำทุกอย่างให้เร็วมากที่สุด ลิส ~ ......มือหนาปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกอย่างลวกๆ เสียงสะอื้นเอาแต่เพ้อร้องเรียกขอพรให้น้องสาวเพียงคนเดียวปลอดภัย อรัญชายหนุ่มผู้เข้มแข็งมาโดยตลอดเป็นเสาหลักของบ้านตั้งแต่อายุยี่สิบหลังจากที่พ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เขาต้อง
เสียงร้องไห้แทบขาดใจของพี่ชายยังคงโห่ร้องเรียกน้องสาวเพียงคนเดียว ร่างกายอ่อนล้าไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้วก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงเมื่อเห็นชรัณส่ายหน้าเป็นคำตอบอีกครั้งเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่ในอ้อมกอดของวาโยโดยมีภาคินที่นั่งอยู่เคียงข้างตบหลังของเพื่อนเบาๆอย่างปลอบใจคอยลุ้นว่าเมื่อไรจะมีคนเจออลิสแต่ตินภพสักทีก่อนที่ทั้งสามจะมีความหวังอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของเหล่ากู้ภัยและลูกน้องของพวกเขาที่กำลังช่วยกันหาอลิสและตินภพ“นาย! ไอ้ตินกับคุณหนู”น้ำเสียงแตกตื่นดังขึ้นของพัฒพงษ์ทำให้ชายทั้งสามคนมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขารีบลุกขึ้นจากพื้นแทรกตัวกลุ่มคนมากมายเข้าไปยังพื้นที่ค้นหาอีกครั้งโดยภาคินและวาโยก็ยังคงช่วยกันพยุงอรัญเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะไม่ไหวทรุดตัวลงไปอีกเหล่าบรรดากู้ภัยและรถพยาบาลต่างเข้ามาควบคุมสถานการณ์กันอย่างรวดเร็ว อุปกรณ์การแพทย์ถูกเตรียมออกมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งสองคนรวมถึงอรัญ วาโยและภาคินที่วิ่งเข้ามาหาน้องสาวและตินภพด้วยความเป็นห่วงก่อนจะเห็นว่าอลิสหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่ม สภาพของทั้งสองตอนนี้ดูจากภายในแล้วไม่สามารถรอมมาได้แน่ๆแต่ทำไม
ณ.บ้านสุริยกิจ(ว่ายังไงนะ.....แล้วตอนนี้อาทิตย์กับอลิสเจอกันรึยัง) เสียงทุ้มตะคอกถามด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความเป็นห่วง(ยังเลยครับ.......น่าจะเป็นเพราะไอ้ยนหนีไปแจ้งความก็เลยทำให้ไอ้ชนามันสั่งคนมาเก็บพวกเรา) ปลายสายตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนอธิบายสาเหตุถึงปัญหาในครั้งนี้เอาไว้พร้อมโดยต้องให้เจ้านายเอ่ยถามด้วยซ้ำ(ไอ้ชนา!!!!!) มือหนากำโทรศัพท์เอาไว้แน่นสบถออกอย่างสุดกลั้นก่อนที่เขาจะรีบวางสายเมื่อเห็นภรรยาและลูกสาวยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล“มันเกิดอะไรขึ้นคะ คุณ”รำไพเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นเมื่อเธอได้ยินทุกอย่างเกี่ยวกับลูกชายแล้ว น้ำตาใสเอ่อล้นพลางจับมือของลูกสาวที่ยืนอยู่ข้างกายเอาไว้แน่น“ใจเย็นๆก่อนนะ ลูกต้องไม่เป็นไร ...........ภาอยู่กับแม่นะลูกเดี๋ยวพ่อจะไปตามหาพี่เค้าก่อน”ชายวัยกลางคนเดินเข้าไปหาหญิงทั้งสอง มือหนาจับมือเรียวของคุณภรรยาพลางดึงเธอเข้ามากอดเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยฝากเธอไว้กับลูกสาว อาภากรพยักหน้าตอบรับสวมกอดผู้เป็นพ่อแม่เอาไว้แน่นไม่ต่างกันก่อนที่ภาสกรจะแยกตัวออกไปพร้อมกับทศลูกน้องคนสนิทรถสปอร์ตคันหรูขับตีคู่ขึ้นมาเบียดรถคูเป้สีดำสนิทพลางตบไปสูง
ณ.สถานีตำรวจรถตำรวจจำนวนมากเปิดไฟไซเรนดังทั่วไปหมดมุ่งตรงมายังสถานีตำรวจที่ประจำการของสารวัตรหนุ่มอย่างธีระและไม่ได้มีเพียงแค่รถตำรวจเท่านั้นยังมีรถเอสยูวีสีดำสนิทห่อหุ้มไปด้วยโครงเหล็กหนาของหน่อยงานกองปราบเข้ามาควบคุมปิดล้อมบริเวณของบ้านพักตำรวจที่ห่างออกไปจากตัวของสถานีแค่ไม่กี่กิโล“ค้นให้ทั่ว!!!” เสียงทุ้มหนักแน่นทรงพลังของสารวัตรหนุ่มอย่างภานุลูกน้องในสังกัดของท่านรองชรัณถูกรับมอบหมายให้เข้ามาจัดการเก็บการคดีค้าอวัยวะรวมถึงผู้มีส่วนร่วม“แล้วถ้าไม่เจอตัวของสารวัตรธีระ…. พวกเราจะเอายังไงกันดีครับ”“ไม่เจออยู่แล้ว……เอาของทุกอย่างในห้องทำงานกลับไปที่สำนักงานใหญ่ให้หมด” ดวงตาคมตวัดมองลูกน้องยศตำกว่าที่ตั้งคำถามได้แบบไม่ค่อยจะดูใจยิ่งนัก เสียงทุ้มเรียบนิ่งที่ออกคำสั่งมันแฝงไปด้วยความดุดันเสียงฝีเท้าหนักๆวิ่งขึ้นตรงมายังห้องทำงานของสารวัตรธีระ ท่ามกลางสายตาของตำรวจทั้งหลายที่ประจำอยู่ที่นี่มองมาด้วยความแปลกใจก่อนที่ทั้งหมดจะถูกตำรวจเหมือนกันแต่แค่คนละสังกัดไล่ทุกคนให้ออกมาจากตัวอาคารเพราะกลัวว่าจะเข้าไปแทรกแซงการทำงานของหน่วยกองปราบ“มันอะไรกันเนี่ย……. ทำไมมาค้นห้องของสารวัตร ”“สงสั
ณ.บ้านเมธิกิต“ขอบคุณนะคะที่ให้พลอยเข้ามาหา” หญิงสาวว่าพลางยกมือไหว้ผู้มีอายุมากกว่าทั้งสองคนด้วยความเคารพก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ม้าหินอ่อนตรงข้ามกับทั้งสอง“อะไรกัน! คนกันเองทั้งนั้น ว่าแต่หนูพลอยมีเรื่องอะไรด่วนเหรอถึงมาหาแต่เช้าเลย” เสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรก่อนจะหันไปเอ่ยขอบคุณกับสาวใช้ที่เอาน้ำและของว่างมาให้กับพวกเขา“พลอยอยากจะมาแก้ไขในสิ่งที่เคยทำกับภู……หวังว่าหลักฐานพวกนี้จะทำให้คุณอาชนะคดีนะคะ” น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและแฝงไปด้วยความสำนึกผิด ยื่นกระเป๋าเอกสารขนาดกำลังพอดีให้กับทั้งสองพร้อมกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอาการโล่งใจต่างจากอีกสองคน“นี่มัน!? หนูพลอยไปเอามาจากไหน” เธอเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารถามหญิงสาวด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นรายละเอียดด้านใน ไม่ต่างจากสีหน้าของกำพล“ที่ได้มาทั้งหมดนี้......เป็นเพราะภูค่ะ...........พลอยรู้ว่ามันเชื่อยากแต่พลอยพูดความจริงนะคะ”สายตาที่จริงของหญิงสาวทำให้อีกสองคนถึงกับถอนหายใจพลางระบายยิ้มออกมาอย่างพร้อมกัน ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือยังไงดีมันมีหลากหลายความรู้สึกไปหมดสำหรับกำพลและกมลที่เป็นญาติแท้ๆของภูรินทร์ก่อนที่พลอยไพลินจะขอตัวกลับทัน
ณ.คลับXX “ไม่มีทาง!! ยังไงก็กูไม่อนุญาตให้มึงสอบปากคำน้องเด็ดขาด.....อลิสไม่มีทางเข้าไปรู้เห็นกับเหตุการณ์ในวันนั้นแน่ๆ ” สุ้มเสียงเอ่ยคัดค้านหัวชนฝาเมื่ออีกฝ่ายขอความช่วยเหลือให้หญิงสาวเข้าไปเป็นพยานในวันที่แสงชัยหายตัวไปหลังจากได้รับคำบอกเล่าจากรำไพที่มาขอความช่วยเหลือจากอรัณเมื่อช่วงเช้า“แต่ถ้าสิ่งที่คุณรำไพว่ามา.......ก็อาจจะเป็นไปได้ที่น้องจะเห็นเหตุการณ์สิ่งผิดปกติอะไรบ้างแหละ”“กูไม่อยากให้น้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีอะไรทั้งนั้น........แล้วอีกอย่างลิสก็เล่าให้มึงฟังหมดแล้ว.....ก็ไปเขียนสำนวนเองดิว่ะ “ชายหนุ่มยังคงยืนกรานเสียงแข็ง นัยน์ตาคมดุดันตวัดมองชรัณด้วยความโมโหเมื่ออีกฝ่ายยังคงเซ้าซี้ไม่เลิก มือหนาปิดแฟ้มเอกสารอย่างแรงพลางยื่นมันให้กับชิดที่ยืนอยู่ข้างๆ“ก็ถ้าได้เสียงของอลิสด้วย……มันก็น่าเชื่อถือไง” ส่งยิ้มอย่างออดอ้อน กระพริบตาปริๆอ้อนวอนเหมือนเด็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นกูจะเข้าไปด้วย”น้ำเสียงหนักแน่นมากขึ้นแต่ไม่ได้
ณ.โรงพยาบาลพิริยะช่วงบ่ายของวัน ภายในห้องทำงานสีขาวกว้างขวางรายล้อมไปด้วยกระจกบานใหญ่ที่ถูกปกปิดด้วยผ้าม่านใหญ่สีขาวเพราะแสงแดดจากด้านนอก เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่ของห้องนี้หรูหราคุมโทนเข้ากันไปหมดก่อนที่เสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศจะดังขึ้น“ฉันตรวจเช็คกับโรง
ณ.บ้านโชติญกุลแสงไฟสปอร์ตไลท์ส่องที่ถูกติดตั้งไปทั่วบริเวณรอบบ้านมันส่องสว่างจนสนามหญ้าและลานจอดรถบนเนื้อที่กว่าหลายไร่สว่างจ้าซะจนผู้บุกรุกไม่กล้าแม้แต่จะย่างกายเข้ามาแถมทางยาวของรั้วขนาดใหญ่ยังมีชายชุดดำที่ผลัดกันเดินตรวจตราตลอดกันทั้งคืนไม่แม้แต่บริเวณบ้านหลังใหญ่และเร
“พลังเหลือขนาดนั้นเลย”‘แน่นอน! ต้องขอบคุณลิสด้วยนะที่ทำบุญให้ผมทุกเช้า’วิญญาณหนุ่มละสายตาจากโน้ตบุ๊คพลางทิ้งตัวลงหนุนตักของหญิงสาวเมื่อเธอก้าวขึ้นเตียงมานั่งๆข้างกับเขา น้ำเสียงออดอ้อนพร้อมกับยื่นตัวขโมยจูบที่แสนหวานจากเธอก่อนที่อลิสจะผลักตัวของจากภูรินทร์เมื่อเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูดังขึ้นจากหัว
ภายในงานเลี้ยงฉลองครบรอบสี่สิบปีของบริษัทเฟลิกซ์ เหล่าบรรดาแขกที่อยู่ในวงการเดียวกันต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างหนาแน่นแต่ที่พิเศษไปมากกว่านั้น ยังมีนักธุรกิจระดับแถวหน้าของเมืองจีนก็มาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย ทำให้งานในค่ำคืนนี้คึกครื้นเป็นอย่างมากทุกคนต่างเข้ามาแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมทั้งย







