ANMELDEN“ทำไม…ไทเกอร์”
เสียงของคุณปู่ทามไทแทบไม่เข้าหูฉันเลย สายตายังคงจดจ้องมองคนมาใหม่ที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจฉันเพิ่มมากขึ้น
‘แต่ในส่วนลึกของความรู้สึกมันกลับรู้สึกแปลกๆ’
“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมพนมมือขึ้นไหว้คุณปู่และป่ะป๊าของฉัน รอยยิ้มของผู้ใหญ่ทั้งสองรวมถึงสายตาบ่งบอกถึงความพึงพอใจ
‘ไม่แปลกใจเลยเพราะไทเกอร์คนนี้เขาหล่อมากๆ’
หน้าตาคมเข้ม คิ้วหนา ตาเฉี่ยว จมูกโด่งพุ่งอย่างกับดาราเกาหลี ริมฝีปากกระจับสวยสีเข้มเป็นธรรมชาติ และสิ่งที่ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาคงไม่พ้นทรงผมอันเดอร์คัทสีดำสนิทนี้ ที่สะกดสายตาให้ทุกคนหันมองจนเหลียวหลัง
ถึงแม้ว่าเขาจะแต่งตัวธรรมดาด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำที่พับแขนขึ้นมาเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์สีเดียวกัน แต่ออร่ากระจุยกระจายมาก แถมตัวยังหอมมากๆ อีกด้วย
ฉันสะบัดหน้าเล็กน้อยเมื่อเผลอจ้องนานเกินไปจนเขาจับได้ เลยแก้เก้อโดยการหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแทนซะเลย
“นั่นแก้วป๊า”
เพล้ง~
มือเล็กชะงัก เสียงของป่ะป๊าเบรกฉันซะหัวทิ่มเลย
“หึๆ เขินเหรอลูก”
“เปล่าสักหน่อย” ฉันก้มหน้างุดตอนที่ป่ะป๊ายื่นหน้าเข้ามากระซิบให้เราได้ยินกันแค่สองคน
“หน้าแบบนี้ถือว่าผ่านมั้ย ปู่เรายังตาถึงหรือเปล่า?”
“ป๊า~ ไม่พูดแล้ว” ฉันเงยหน้าขึ้นไปบิดปากคว่ำใส่ท่านทันที แซวฉันไม่พักเลย
แต่ในขณะที่ฉันกำลังงอนพ่อตัวเองอยู่นั้น สายตาก็เผลอเหลือบไปมองคนฝั่งตรงข้าม ทันได้เห็นร่างสูงโน้มตัวเข้าไปกระซิบบางอย่างกับคุณปู่ทามไทพอดี
“เอ่อทุกคน คือฉันมีเรื่องจะบอกน่ะ” คุณปู่ทามไททำหน้าตาแปลกๆ เหมือนท่านกำลังลำบากใจที่จะพูดยังไงยังงั้น
“มีอะไรว่ามาเลย ว่าแต่หลานแกหล่อมากเลยนะ ครั้งก่อนเห็นแค่ในรูปฉันก็ว่าหล่อมากแล้ว เจอตัวจริงหล่อกว่าเยอะเลย” คุณปู่ฉันเอ่ยชมด้วยความภูมิใจ มีการหันมามองหน้าฉันและเชิดหน้าใส่ด้วย คงกำลังภูมิใจในความตาถึงของตัวเองสินะ
“คืออย่างงี้นะเฟยฉี คนนี้น่ะ…”
“ไอย่ะ! ไม่ต้องพูดมากอะไรหรอก ถามเด็กๆ เลยดีกว่าว่าจะเอายังไง?”
“อิงว่าคุณปู่ฟังก่อนดีกว่ามั้ยคะ” ฉันกลัวความใจร้อนของท่านจะทำฉันลำบากซะจริงๆ
“หลานถูกใจพี่เขามั้ย?”
“…เอ่อ” เข้าตัวฉันเฉยเลยทีนี้
“อาอิงฟังปู่นะ” คุณปู่ทามไทเลิกสนใจเพื่อนตัวเอง ท่านมองหน้าฉันด้วยสีหน้าและสายตาที่จริงจังมาก “มีบางอย่างผิดพลาดนิดหน่อย”
“คะ?” ฉันเลิกคิ้วด้วยความงุนงง ตวัดสายตาไปมองคนหน้านิ่งข้างๆ ท่าน ตอนนี้เขาก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยไม่มีความรู้สึกใดๆ
‘มันจะนิ่งเกินไปมั้ยนะ’
“คนนี้ชื่อพี่ไทเกอร์”
“…ค่ะ”
“ไม่ใช่คนที่จะหมั้นกับหนู”
“คะ!”
“ห๊ะ!!”
เราสามคนอุทานขึ้นมาพร้อมกัน โดยเฉพาะคุณปู่กับป่ะป๊าที่เสียงดังจนพนักงานเสิร์ฟสะดุ้งไปด้วย
“แต่ถ้าไม่ติดอะไรจะหมั้นกับคนนี้ก็ได้นะ เขาสองคนเป็นฝาแฝดกันและคนนี้ก็เป็นแฝดพี่ด้วย ฉันไม่ติด”
“แต่ผมติด” เสียงทุ้มของพี่ไทเกอร์ขัดขึ้นทันที เขาดูไม่ชอบใจคำพูดของปู่ตัวเองเอามากๆ
แต่รู้มั้ยตอนที่คุณปู่ทามไทบอกว่าคนนี้ไม่ใช่คนที่จะหมั้นกับฉัน หัวใจฉันมันกลับมาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ยิ่งตอนที่ท่านบอกว่าเขาสองคนเป็นฝาแฝดกันใจของฉันก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
‘ฝาแฝดที่หมายถึงว่ายังมีอีกคน ที่หน้าตาเป็นแบบนี้’
สัญชาตญาณของฉันไม่ผิดจริงๆ ถึงแม้ว่าพี่ไทเกอร์จะหน้าเหมือนกับพี่คนนั้นของฉันแค่ไหน ความรู้สึกข้างในของฉันก็ยังคงคัดค้าน
“ติดอะไรอีก จะไทเกอร์หรือทิกเกอร์ก็เหมือนกัน…”
“ไม่เหมือน…”
“อิงก็ติดค่ะ” ฉันแย้งขึ้นขัดบทสนทนาของพวกเขาทั้งสอง มันอาจจะดูเสียมารยาทไปหน่อยแต่ฉันจำเป็นต้องทำ ไม่งั้นคงไม่มีวันได้พูดอีก
“หลานติดอะไร?” คุณปู่ขมวดคิ้วถามฉัน รวมถึงป่ะป๊าก็ด้วยที่กำลังมองหน้าฉันด้วยความสงสัย
“ขออิงคุยกับพี่เขาเป็นการส่วนตัวได้มั้ยคะ?” ฉันบอกและสบตากับผู้ใหญ่ทุกคน แม้ว่าตอนนี้จะตื่นเต้นมากจนไม่กล้าสบตากับพี่ไทเกอร์ตรงๆ ก็เถอะ
“…” เพราะเขานิ่งมาก จนฉันเดาไม่ได้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาจะคิดว่าฉันอยากจะจับเขามั้ยนะ
“อ้อ ได้สิๆ” ฉันยิ้มให้ท่านเมื่อคุณปู่ทามไทอนุญาต ก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงข้างๆ
“…”
“ขอบคุณค่ะ”
“ไปคุยกับน้อง ได้ข้อสรุปยังไงค่อยมาบอกปู่”
“…ครับ”
ตื่นเต้นเป็นบ้าเลย เขาจะหักคอฉันมั้ยเนี่ย
•••••
ฉันเดินนำพี่ไทเกอร์ออกห่างจากพวกผู้ใหญ่ มือเล็กเกาะราวกั้นของชั้นดาดฟ้าและมองลงไปเบื้องล่างที่ตอนนี้การจราจรกำลังติดขัด เสียงของรองเท้าที่กำลังก้าวตามมาทำฉันตื่นเต้นจนลมแทบจับ
“บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจมารับหมั้นแทนใคร”
“รู้ค่ะ” ฉันรีบหันไปบอกเขาทันทีเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมา ฉันไม่ได้อยากมีปัญหากับเขา ไม่อยากทำให้เขาไม่พอใจด้วย
“แล้ว?”
“ไม่รู้ว่าพี่รู้หรือเปล่า หนูชื่ออาอิงนะคะ”
“…?”
“ขอเรียกพี่ว่าเฮียได้มั้ยคะ?”
“…?”
“คือหนูอยากให้พี่เป็นพี่ชายค่ะ”
“ไม่มี?”
“ก็มี…แต่ไม่เหมือนกัน” แสดงว่าเขาพอจะรู้เรื่องของครอบครัวฉัน ถึงได้ถามแบบนี้
“ตามใจ”
“ขอบคุณนะคะ” ฉันหลุดยิ้มกว้างเมื่อเขาตอบตกลง อย่างน้อยขั้นตอนแรกของการผูกสัมพันธไมตรีก็สำเร็จแล้ว
“ดีใจขนาดนั้นเลย” เขาเลิกคิ้วถามฉัน แต่บ้าสิ เขาเหมือนพี่คนนั้นของฉันมากๆ เลยนะ ถ้าไม่สังเกตหรือไม่ใส่ใจนี่แยกไม่ออกจริงๆ
แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน เพราะฉันจำได้ จำได้ขึ้นใจเลยล่ะ
พี่ลักยิ้มของฉันน่ะ ^^
“ติ๊งต๊อง”
“อ่าว~” หน้านิ่งๆ เวลาด่ารู้มั้ยว่ามันเจ็บน่ะ
ฉันมีโอกาสเจอพี่ลักยิ้ม…ไม่ใช่สิ เขาคงชื่อพี่ทิกเกอร์ ใช่…เราอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ฉันได้เจอพี่เขาแค่ไม่กี่ครั้งเอง สงสัยดวงของเราตอนนั้นจะไม่สมพงศ์กันสักเท่าไหร่
และหลังจากนั้นไม่กี่เดือนเขาก็เรียนจบ ตอนนั้นฉันเสียดายมากที่ไม่เคยไปแสดงตัวให้เขาเห็น หรือผูกมิตรอะไรไว้เลย แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เจอกับเขาอีก แถมการเจอของเราก็มาในฐานะคู่หมั้นเลยด้วย ^^
‘แบบนี้ต้องเรียกว่าพรหมลิขิตแล้ว’
“ที่ดีใจเพราะไม่ต้องหมั้นกับฉัน?”
“ก็…ค่ะ”
“ฉันแย่ขนาดนั้นเลย?”
“ไม่ใช่นะคะ” ฉันรีบโบกมือปฏิเสธทันที เพราะตอนนี้คนตรงหน้าฉันเข้าโหมดจริงจังมาก เขาทำหน้าเข้มเหมือนกำลังไม่พอใจฉันเลย “ไม่ใช่เลยค่ะ”
“ฉันเป็นพี่ชายที่ดีให้ใครไม่ได้หรอกนะ”
“แล้ว กับพี่อีกคน…”
“ไอ้ทิกเกอร์?”
“-///-”
“เคยเจอมัน?”
“อื้อๆๆ”
“เมื่อไหร่?” พี่ไทเกอร์ทำหน้าประหลาดใจมาก เขาคงคิดไม่ถึงว่าฉันจะรู้เรื่องของพี่ทิกเกอร์ คนที่หนีการดูตัววันนี้
“เราเรียนที่เดียวกันค่ะ”
“ทำไมฉันไม่เคยเห็นเธอ”
“หนูก็ไม่เคยเจอเฮียนะ” หรือเห็นก็ไม่รู้ แต่ฉันมั่นใจว่าคนที่เจอหลังจากนั้นก็ยังคงเป็นพี่ทิกเกอร์ อย่างที่บอกว่าพวกเขาเหมือนกันก็จริง แต่ก็ไม่ทั้งหมด
“แล้วรู้ได้ยังไง…ฉันหมายถึงเธอจำพวกฉันได้ยังไง?”
“ความรู้สึกค่ะ รู้แค่ว่าหน้าเหมือนกัน แต่เฮียไม่ใช่คนๆ นั้น”
“มั่ว”
“แน่จริงก็เรียกน้องชายเฮียมาสิ”
“เธอหลอกเจอน้องฉันเหรอ?”
“เฮียหวงน้องเหรอคะ?”
“เหอะ!”
“แล้วทำไมเฮียได้มาแทนล่ะ”
“แพ้พนันมัน” เขาบอกและหันหน้าหนีทันที คงเสียหน้ามากสินะ หึๆๆ ศักดิ์ศรีพวกผู้ชายนี่น่า~~~
“เขาคงไม่อยากหมั้นกับหนูจริงๆ” เห้อออ~ แค่คิดก็เศร้าแล้วอ่ะ ฉันไม่เข้าตาพี่ทิกเกอร์เลยเหรอ หรือครั้งแรกที่เราเจอกันเขาก็ไม่คิดจะจดจำเด็กน้อยตาดำๆ คนนั้นอีกเลย ตอนนั้นฉันออกจะน่าสงสารนะ โดนทิ้งให้นั่งรอรถอยู่คนเดียวน่ะ
ใจร้ายชะมัดเลย
“แล้วเธออยากหมั้นกับคนที่ไม่รู้จักหรือไง”
กึก!
‘เป็นคำถามที่ทำให้โลกจินตนาการของฉันดับวูบเลยล่ะ’
แต่ก็จริงของเขา ฉันไม่ได้อยากหมั้นตั้งแต่แรก แต่พอรู้ว่าเป็นใครจู่ๆ ใจก็ยินดีซะงั้น ฉันใจง่ายไปมั้ยนะ แล้วถ้าพี่ทิกเกอร์รู้เขาจะคิดว่าฉันอยากจะจับเขาหรือเปล่า
คงเป็นอีกวันที่ฉันตื่นเต้นที่สุดวันนี้ฉันตื่นตั้งแต่แปดโมงเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอกกับพี่ทิกเกอร์ ตั้งแต่เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ใช้เวลาเลือกชุดอยู่เกือบชั่วโมง มาวันนี้ก็ต้องคัดอีกรอบเพราะฉันอยากให้การเจอกันของเรามันน่าประทับใจทุกครั้งฉันแต่งหน้าอ่อนๆ ตามแบบสไตล์ของตัวเอง เน้นตรงหน้าแก้มให้เห็นสีชมพูระเรื่อกับริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปกลอสให้มันวาวน่ารัก และวันนี้ฉันก็เลือกมัดผมขึ้นเป็นหางม้าและลอนส่วนปลายให้ดูมีวอลุ่ม หน้าม้าซีทรูยิ่งทำให้ใบหน้าของฉันละมุนยิ่งขึ้น“เหมือนเด็กสามขวบเลยจริงๆ”ชุดที่ฉันเลือกใส่คือชุดเดรสแขนกุดสีขาวความยาวเหนือเข่าและกระโปรงก็ฟูเล็กน้อยด้วย เกิดมาขาสั้นเลยต้องใส่ส้นสูงเพ่ือเพิ่มความมั่นใจหันมองนาฬิกาอีกทีตอนนี้ก็ 11:45 เข้าไปแล้ว พี่ทิกเกอร์บอกว่าห้ามสาย แต่ฉันใช้เวลาตั้งแต่เช้าก็เกือบเสร็จไม่ทัน ‘นี่ฉันคงไม่เตรียมตัวเยอะเกินไปหรอกนะ’สองอาทิตย์แล้วที่ฉันได้เจอกับพี่ทิกเกอร์อีกครั้งหลังจากจบโรงเรียนมัธยมมา และนี่ก็เป็นครั้งที่สามที่เราได้เจอและได้พูดคุยกัน ไม่รู้ว่าเขาจะจำฉันได้บ้างมั้ย แต่สำหรับฉันทุกๆ วันความรู้สึกที่มีต่อพี่เขามันกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อ
‘ทำไมต้องตั้งใจขนาดนั้นวะ ก็แค่กำไลกากๆ’เห็นแล้วโคตรจะหงุดหงิด อากาศก็ร้อนฉิบหาย ดวงอาทิตย์อยู่กลางกบาลกูละมั้ง“เสร็จแล้ววว”เสียงเล็กๆ ดังแทรกอารมณ์ขุ่นมัวของผมขึ้นมา พอหันไปมองก็เห็นรอยยิ้มกว้างจนตาหยีของยัยจอมจุ้น ไม่รู้จะดีใจอะไรนักหนา ลูบอยู่นั่นแหละไม่จูบมันเลยล่ะจุ๊บ~“เฮียไทเกอร์ต้องชอบแน่ๆ เพราะหนูตั้งใจทำสุดฝีมือเลย”‘กูจะบ้าตาย’“เสร็จแล้วก็กลับ” ผมเอ่ยบอกและขยับตัวลุกขึ้น คว้าแก้วน้ำที่เหลืออยู่เล็กน้อยมากินต่อ ไม่มีมันผมคงหงุดหงิดมากกว่านี้เพราะขาดน้ำตาล“เฮียไทเกอร์ว่างวันไหนนะ จะได้เอาไปให้”“เอามา ฉันเอาไปให้มันเอง”“จะดีเหรอคะ?”“เออ เธอหามันไม่เจอหรอก”“แต่หนูโทร…”“มันไม่ว่าง”“อ่า…ก็ได้ค่ะ พี่อย่าลืมนะคะ บอกว่าหนูฝากมาให้ตั้งใจทำสุดฝีมือเลยด้วย”“เออๆ”“พูดไม่เพราะเลย”“บ่นอะไร กลับได้แล้ว”“ค่าาา~”พลั่ก!“อุ๊ย!”“ประชดเหรอ?”“เปล่าสักหน่อย”ทำตัวโคตรน่าหมั่นไส้ พอโดนจับได้ก็แบะปากคว่ำอย่างกับเด็กสามขวบ เหอะ!‘กูไม่เอาหรอกพี่สะใภ้แบบนี้’@คอนโดทิกเกอร์ กำไลกากๆ ที่ยัยเด็กนั้นทำตอนนี้อยู่ในกำมือของผมแล้ว กำลังคิดอยู่ว่าจะเอามันไปทิ้งที่ไหนดีไม่ให้เหลือหลักฐาน“
10:25 AMฉันนั่งพนมมือไหว้โทรศัพท์ของตัวเอง ภาวนาว่าขอให้แผนการสำเร็จเพราะตอนนี้ฉันต้องทักไปชวนพี่ทิกเกอร์แล้วLine : พี่ทิกเกอร์ AhhIng : พี่ทิกเกอร์คะวันนี้เป็นเช้าวันหยุด ฉันไม่รู้ว่าพี่เขาจะตื่นหรือยัง ไม่รู้ว่าจะไปรบกวนวันพักผ่อนของเขามั้ย ส่งไปแค่ข้อความสั้นๆ หากว่าเขาว่างเขาก็คงตอบกลับมาเองแต่ขอให้ตอบกลับมาเร็วๆ เถอะ ตอนนี้ฉันตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดโซฟาแล้วเนี่ยติ๊ง~“โอ๊ะ!” แค่ได้ยินเสียงข้อความดังขึ้นมา ฉันก็รีบคว้ามาเปิดดู และก็เป็นพี่ทิกเกอร์จริงๆ ด้วย “กรี๊ดดด~~~”P’Tigger : ว่า?ถึงจะเป็นแค่คำสั้นๆ แต่แค่นั้นหัวใจฉันก็ทำงานหนักแล้ว ใบหน้าร้อนผ่าว ร่างกายตื่นตัว แบบนี้สินะการนั่งรอข้อความของคนที่เราแอบชอบ ผ่านมาตั้งหลายปีฉันยังรู้สึกชอบพี่เขาอยู่แล้ว แถมตอนนี้ยังรู้สึกมากว่าเดิมอีกด้วยAhhIng : อาทิตย์หน้าพี่ว่างวันไหนคะถามกลับไปแล้วก็มานั่งลุ้นอีกว่าพี่เขาจะตอบกลับมาตอนไหน จะตอบว่าอะไร จนตอนนี้ฉันไถลตัวลงมานั่งบนพื้นพรมแล้วP’Tigger : ทำไมAhhIng : ไปเลือกของขวัญเป็นเพื่อนหนูได้มั้ยคะ?คงเป็นคำถามที่ตื่นเต้นและลุ้นระทึกที่สุด นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันจะได้ออกเดตแถมยังเป็นคน
“บอกแค่ว่าไม่อยากหมั้น” ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองหรือเปล่า พี่ทิกเกอร์ขบกรามแน่นจนสันกรามเด่นนูนขึ้นมา ซึ่งสายตาของเขายังคงวางอยู่บนใบหน้าของฉัน“จะเป็นอะไรมั้ยถ้าหนูจะขอคอนแทคจากพี่ หนูอยากรู้เรื่องของเฮียไทเกอร์ค่ะ”“…”“พี่จะช่วยหนูมั้ยคะ?” ฉันถามและใช้ท่าประจำกายของตัวเองคือเอียงคอน้อยๆ รอคำตอบจากปากคนตัวสูง“…เอาไลน์เธอมา” เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูสีดำสนิทไร้เคสป้องกันใดๆ ออกมาจากกระเป๋ากางเกง ฉันก็รีบหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาบ้างและเปิดคิวอาร์โค้ดให้พี่ทิกเกอร์สแกน“เพิ่มเพื่อนเลยค่ะ” ฉันเอ่ยบอกด้วยความตื่นเต้นแถมยังหลุดยิ้มกว้าง ไม่พอยังลืมตัวขยับไปยืนใกล้เขาและก้มมองโทรศัพท์ในมือหนา เพื่อดูว่าเขากดเพิ่มเพื่อนฉันหรือยัง “ส่งสติกเกอร์ให้หนูด้วย”“วุ่นวาย”“แงะ~” พอโดนว่าก็รีบเงยหน้าขึ้นไปแบะปากใส่เขาเหมือนกำลังงอแง แต่กลายเป็นว่าฉันได้เห็นรอยยิ้มแรกของเขาซะงั้น เพราะพี่ทิกเกอร์เขาหลุดยิ้มจนข้างแก้มบุ๋มลงไป แต่เพียงแค่เสี้ยววินาทีเขาก็รีบปรับสีหน้าและใช้ไหล่กระแทกฉันให้ถอยห่าง“อย่าเยอะ”“งั้นถ้าหนูอยากรู้ความเคลื่อนไหวของเฮียไทเกอร์ หนูทักหาพี่นะคะ
“ห๊าาา!!!” เพื่อนสองคนอุทานขึ้นมาพร้อมกัน เมื่อฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ตอนนี้พวกเราเลิกเรียนแล้วล่ะ ไม่มีคาบต่อเพราะอาจารย์ยกคลาสช่วงบ่าย ฉันคันปากอยากเล่ามาตั้งแต่เช้า เพิ่งจะมีโอกาสเอาตอนนี้“กะ…แกจะมีคู่หมั้นแล้วเหรอ?” มะนาวยกมือขึ้นทาบอก ท่าทางที่ดูโอเว่อร์ทำฉันหลุดขำพรืดออกมาโชคดีที่ร้านน้ำแข็งใสที่เรานั่งอยู่คนไม่เยอะ ไม่งั้นคงเรียกความสนใจได้ไม่น้อยกับเสียงเพื่อนทั้งสอง -_-“แกไม่ปฏิเสธเหรออาอิง” ส่วนเพลงขวัญหน้าตาดูจะซีเรียสมาก ฉันรู้เพราะเพื่อนคนนี้หวงเหมือนฉันเป็นลูกที่มันคลอดออกมา“ตอนแรกตั้งใจจะปฏิเสธนั่นแหละ”“แต่เพราะเป็นหมอนั่นแกเลยยอมรับ ง่ายไปมั้ย?” ฉันมีเพื่อนสนิทแค่สองคน ไม่แปลกที่เรื่องของคนที่ฉันชอบมะนาวกับเพลงขวัญจะรู้ นึกถึงตอนนั้นมะนาวยังแอบเอาของขวัญที่ฉันเตรียมไว้ไปใส่ในล็อกเกอร์ของพี่ทิกเกอร์อยู่เลย แค่คิดฉันก็เขินแล้ว -///-“งื้อออ~~ อย่าด่ากันสิ”“ฉันหมายถึงแกยอมรับง่ายไปมั้ย” มะนาวกรอกตามองบนใส่ฉันทันที นึกว่าเพื่อนจะด่าว่าฉันใจง่ายซะแล้ว ถึงมันจะจริงก็เถอะนะ ^^“ลองดูก็ไม่เสียหาย ฉันคุยกับคุณปู่กับป่ะป๊าแล้วด้วย ว่าถ้าเราสองคนเข้ากันไม่ได้พวกท่านต้อง
“แล้วเธออยากหมั้นกับคนที่ไม่รู้จักหรือไง”“หนูจำเป็น” ฉันตอบไม่เต็มเสียงและหันหน้าหลบสายตาเขา“ยังไง?”“เฮียรู้ใช่มั้ยว่าครอบครัวหนูไม่ค่อยเหมือนใคร”“พอรู้ แต่ไม่มาก” รู้มากรู้น้อยไม่สำคัญหรอก อย่างน้อยเขาก็รู้ มันก็ไม่ใช่ความลับที่จะบอกใครไม่ได้ แต่หากว่าพูดกับคนที่ไม่รู้เลยเขาคงคิดว่าฉันกุเรื่องขึ้นมาแน่ๆ“นั่นล่ะค่ะ ป่ะป๊ามีเมียสองคน ลูกชายคนโตของท่านเป็นลูกที่เกิดกับเมียอีกคน แม่ของหนูถึงจะเป็นเมียหลวงแต่กลับไม่มีลูกชายที่จะสืบทอดวงตระกูลได้” ฉันมองตาเขาตลอดตอนที่พูด พยายามสื่อให้รู้ว่าฉันไม่คิดจะโกหกเขาแม้แต่น้อย‘และฉันรู้ว่าเฮียไทเกอร์ฉลาดและมองคนออกแน่นอน’“...”“ที่หนูยอมรับหมั้น เฮียอาจจะคิดว่าหนูเห็นแก่ตัวก็ได้ เพราะมันเหมือนบ้านหนู...ไปจับน้องชายของเฮีย” ฉันเว้นวรรคเล็กน้อยกับประโยคนั้น แต่ปฏิกิริยาของเขายังคงนิ่งเฉย งั้นฉันจะคิดว่าเขาเชื่อและตั้งใจฟังฉันอยู่ละกัน“...”“แต่หนูไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะ หนูไม่ได้คิดที่จะพึ่งพาบ้านของเฮียเลย”“อือ” คงเป็นเสียงแรกที่ออกมาจากปากของเขาตั้งแต่ฉันเริ่มอธิบาย อย่างน้อยเขาก็รับรู้แล้วละนะ“และก็เรื่องที่หนูทำ เฮียจะเชื่อมั้ยไม่รู้นะคะ







