Masuk“ทำไม…ไทเกอร์”
เสียงของคุณปู่ทามไทแทบไม่เข้าหูฉันเลย สายตายังคงจดจ้องมองคนมาใหม่ที่ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจฉันเพิ่มมากขึ้น
‘แต่ในส่วนลึกของความรู้สึกมันกลับรู้สึกแปลกๆ’
“สวัสดีครับ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมพนมมือขึ้นไหว้คุณปู่และป่ะป๊าของฉัน รอยยิ้มของผู้ใหญ่ทั้งสองรวมถึงสายตาบ่งบอกถึงความพึงพอใจ
‘ไม่แปลกใจเลยเพราะไทเกอร์คนนี้เขาหล่อมากๆ’
หน้าตาคมเข้ม คิ้วหนา ตาเฉี่ยว จมูกโด่งพุ่งอย่างกับดาราเกาหลี ริมฝีปากกระจับสวยสีเข้มเป็นธรรมชาติ และสิ่งที่ทำให้เขาตกเป็นเป้าสายตาคงไม่พ้นทรงผมอันเดอร์คัทสีดำสนิทนี้ ที่สะกดสายตาให้ทุกคนหันมองจนเหลียวหลัง
ถึงแม้ว่าเขาจะแต่งตัวธรรมดาด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำที่พับแขนขึ้นมาเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์สีเดียวกัน แต่ออร่ากระจุยกระจายมาก แถมตัวยังหอมมากๆ อีกด้วย
ฉันสะบัดหน้าเล็กน้อยเมื่อเผลอจ้องนานเกินไปจนเขาจับได้ เลยแก้เก้อโดยการหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแทนซะเลย
“นั่นแก้วป๊า”
เพล้ง~
มือเล็กชะงัก เสียงของป่ะป๊าเบรกฉันซะหัวทิ่มเลย
“หึๆ เขินเหรอลูก”
“เปล่าสักหน่อย” ฉันก้มหน้างุดตอนที่ป่ะป๊ายื่นหน้าเข้ามากระซิบให้เราได้ยินกันแค่สองคน
“หน้าแบบนี้ถือว่าผ่านมั้ย ปู่เรายังตาถึงหรือเปล่า?”
“ป๊า~ ไม่พูดแล้ว” ฉันเงยหน้าขึ้นไปบิดปากคว่ำใส่ท่านทันที แซวฉันไม่พักเลย
แต่ในขณะที่ฉันกำลังงอนพ่อตัวเองอยู่นั้น สายตาก็เผลอเหลือบไปมองคนฝั่งตรงข้าม ทันได้เห็นร่างสูงโน้มตัวเข้าไปกระซิบบางอย่างกับคุณปู่ทามไทพอดี
“เอ่อทุกคน คือฉันมีเรื่องจะบอกน่ะ” คุณปู่ทามไททำหน้าตาแปลกๆ เหมือนท่านกำลังลำบากใจที่จะพูดยังไงยังงั้น
“มีอะไรว่ามาเลย ว่าแต่หลานแกหล่อมากเลยนะ ครั้งก่อนเห็นแค่ในรูปฉันก็ว่าหล่อมากแล้ว เจอตัวจริงหล่อกว่าเยอะเลย” คุณปู่ฉันเอ่ยชมด้วยความภูมิใจ มีการหันมามองหน้าฉันและเชิดหน้าใส่ด้วย คงกำลังภูมิใจในความตาถึงของตัวเองสินะ
“คืออย่างงี้นะเฟยฉี คนนี้น่ะ…”
“ไอย่ะ! ไม่ต้องพูดมากอะไรหรอก ถามเด็กๆ เลยดีกว่าว่าจะเอายังไง?”
“อิงว่าคุณปู่ฟังก่อนดีกว่ามั้ยคะ” ฉันกลัวความใจร้อนของท่านจะทำฉันลำบากซะจริงๆ
“หลานถูกใจพี่เขามั้ย?”
“…เอ่อ” เข้าตัวฉันเฉยเลยทีนี้
“อาอิงฟังปู่นะ” คุณปู่ทามไทเลิกสนใจเพื่อนตัวเอง ท่านมองหน้าฉันด้วยสีหน้าและสายตาที่จริงจังมาก “มีบางอย่างผิดพลาดนิดหน่อย”
“คะ?” ฉันเลิกคิ้วด้วยความงุนงง ตวัดสายตาไปมองคนหน้านิ่งข้างๆ ท่าน ตอนนี้เขาก็ยังคงสีหน้าเรียบเฉยไม่มีความรู้สึกใดๆ
‘มันจะนิ่งเกินไปมั้ยนะ’
“คนนี้ชื่อพี่ไทเกอร์”
“…ค่ะ”
“ไม่ใช่คนที่จะหมั้นกับหนู”
“คะ!”
“ห๊ะ!!”
เราสามคนอุทานขึ้นมาพร้อมกัน โดยเฉพาะคุณปู่กับป่ะป๊าที่เสียงดังจนพนักงานเสิร์ฟสะดุ้งไปด้วย
“แต่ถ้าไม่ติดอะไรจะหมั้นกับคนนี้ก็ได้นะ เขาสองคนเป็นฝาแฝดกันและคนนี้ก็เป็นแฝดพี่ด้วย ฉันไม่ติด”
“แต่ผมติด” เสียงทุ้มของพี่ไทเกอร์ขัดขึ้นทันที เขาดูไม่ชอบใจคำพูดของปู่ตัวเองเอามากๆ
แต่รู้มั้ยตอนที่คุณปู่ทามไทบอกว่าคนนี้ไม่ใช่คนที่จะหมั้นกับฉัน หัวใจฉันมันกลับมาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง ยิ่งตอนที่ท่านบอกว่าเขาสองคนเป็นฝาแฝดกันใจของฉันก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
‘ฝาแฝดที่หมายถึงว่ายังมีอีกคน ที่หน้าตาเป็นแบบนี้’
สัญชาตญาณของฉันไม่ผิดจริงๆ ถึงแม้ว่าพี่ไทเกอร์จะหน้าเหมือนกับพี่คนนั้นของฉันแค่ไหน ความรู้สึกข้างในของฉันก็ยังคงคัดค้าน
“ติดอะไรอีก จะไทเกอร์หรือทิกเกอร์ก็เหมือนกัน…”
“ไม่เหมือน…”
“อิงก็ติดค่ะ” ฉันแย้งขึ้นขัดบทสนทนาของพวกเขาทั้งสอง มันอาจจะดูเสียมารยาทไปหน่อยแต่ฉันจำเป็นต้องทำ ไม่งั้นคงไม่มีวันได้พูดอีก
“หลานติดอะไร?” คุณปู่ขมวดคิ้วถามฉัน รวมถึงป่ะป๊าก็ด้วยที่กำลังมองหน้าฉันด้วยความสงสัย
“ขออิงคุยกับพี่เขาเป็นการส่วนตัวได้มั้ยคะ?” ฉันบอกและสบตากับผู้ใหญ่ทุกคน แม้ว่าตอนนี้จะตื่นเต้นมากจนไม่กล้าสบตากับพี่ไทเกอร์ตรงๆ ก็เถอะ
“…” เพราะเขานิ่งมาก จนฉันเดาไม่ได้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่ เขาจะคิดว่าฉันอยากจะจับเขามั้ยนะ
“อ้อ ได้สิๆ” ฉันยิ้มให้ท่านเมื่อคุณปู่ทามไทอนุญาต ก่อนจะหันไปสบตากับร่างสูงข้างๆ
“…”
“ขอบคุณค่ะ”
“ไปคุยกับน้อง ได้ข้อสรุปยังไงค่อยมาบอกปู่”
“…ครับ”
ตื่นเต้นเป็นบ้าเลย เขาจะหักคอฉันมั้ยเนี่ย
•••••
ฉันเดินนำพี่ไทเกอร์ออกห่างจากพวกผู้ใหญ่ มือเล็กเกาะราวกั้นของชั้นดาดฟ้าและมองลงไปเบื้องล่างที่ตอนนี้การจราจรกำลังติดขัด เสียงของรองเท้าที่กำลังก้าวตามมาทำฉันตื่นเต้นจนลมแทบจับ
“บอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจมารับหมั้นแทนใคร”
“รู้ค่ะ” ฉันรีบหันไปบอกเขาทันทีเมื่อเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมา ฉันไม่ได้อยากมีปัญหากับเขา ไม่อยากทำให้เขาไม่พอใจด้วย
“แล้ว?”
“ไม่รู้ว่าพี่รู้หรือเปล่า หนูชื่ออาอิงนะคะ”
“…?”
“ขอเรียกพี่ว่าเฮียได้มั้ยคะ?”
“…?”
“คือหนูอยากให้พี่เป็นพี่ชายค่ะ”
“ไม่มี?”
“ก็มี…แต่ไม่เหมือนกัน” แสดงว่าเขาพอจะรู้เรื่องของครอบครัวฉัน ถึงได้ถามแบบนี้
“ตามใจ”
“ขอบคุณนะคะ” ฉันหลุดยิ้มกว้างเมื่อเขาตอบตกลง อย่างน้อยขั้นตอนแรกของการผูกสัมพันธไมตรีก็สำเร็จแล้ว
“ดีใจขนาดนั้นเลย” เขาเลิกคิ้วถามฉัน แต่บ้าสิ เขาเหมือนพี่คนนั้นของฉันมากๆ เลยนะ ถ้าไม่สังเกตหรือไม่ใส่ใจนี่แยกไม่ออกจริงๆ
แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน เพราะฉันจำได้ จำได้ขึ้นใจเลยล่ะ
พี่ลักยิ้มของฉันน่ะ ^^
“ติ๊งต๊อง”
“อ่าว~” หน้านิ่งๆ เวลาด่ารู้มั้ยว่ามันเจ็บน่ะ
ฉันมีโอกาสเจอพี่ลักยิ้ม…ไม่ใช่สิ เขาคงชื่อพี่ทิกเกอร์ ใช่…เราอยู่โรงเรียนเดียวกัน แต่ฉันได้เจอพี่เขาแค่ไม่กี่ครั้งเอง สงสัยดวงของเราตอนนั้นจะไม่สมพงศ์กันสักเท่าไหร่
และหลังจากนั้นไม่กี่เดือนเขาก็เรียนจบ ตอนนั้นฉันเสียดายมากที่ไม่เคยไปแสดงตัวให้เขาเห็น หรือผูกมิตรอะไรไว้เลย แต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะได้เจอกับเขาอีก แถมการเจอของเราก็มาในฐานะคู่หมั้นเลยด้วย ^^
‘แบบนี้ต้องเรียกว่าพรหมลิขิตแล้ว’
“ที่ดีใจเพราะไม่ต้องหมั้นกับฉัน?”
“ก็…ค่ะ”
“ฉันแย่ขนาดนั้นเลย?”
“ไม่ใช่นะคะ” ฉันรีบโบกมือปฏิเสธทันที เพราะตอนนี้คนตรงหน้าฉันเข้าโหมดจริงจังมาก เขาทำหน้าเข้มเหมือนกำลังไม่พอใจฉันเลย “ไม่ใช่เลยค่ะ”
“ฉันเป็นพี่ชายที่ดีให้ใครไม่ได้หรอกนะ”
“แล้ว กับพี่อีกคน…”
“ไอ้ทิกเกอร์?”
“-///-”
“เคยเจอมัน?”
“อื้อๆๆ”
“เมื่อไหร่?” พี่ไทเกอร์ทำหน้าประหลาดใจมาก เขาคงคิดไม่ถึงว่าฉันจะรู้เรื่องของพี่ทิกเกอร์ คนที่หนีการดูตัววันนี้
“เราเรียนที่เดียวกันค่ะ”
“ทำไมฉันไม่เคยเห็นเธอ”
“หนูก็ไม่เคยเจอเฮียนะ” หรือเห็นก็ไม่รู้ แต่ฉันมั่นใจว่าคนที่เจอหลังจากนั้นก็ยังคงเป็นพี่ทิกเกอร์ อย่างที่บอกว่าพวกเขาเหมือนกันก็จริง แต่ก็ไม่ทั้งหมด
“แล้วรู้ได้ยังไง…ฉันหมายถึงเธอจำพวกฉันได้ยังไง?”
“ความรู้สึกค่ะ รู้แค่ว่าหน้าเหมือนกัน แต่เฮียไม่ใช่คนๆ นั้น”
“มั่ว”
“แน่จริงก็เรียกน้องชายเฮียมาสิ”
“เธอหลอกเจอน้องฉันเหรอ?”
“เฮียหวงน้องเหรอคะ?”
“เหอะ!”
“แล้วทำไมเฮียได้มาแทนล่ะ”
“แพ้พนันมัน” เขาบอกและหันหน้าหนีทันที คงเสียหน้ามากสินะ หึๆๆ ศักดิ์ศรีพวกผู้ชายนี่น่า~~~
“เขาคงไม่อยากหมั้นกับหนูจริงๆ” เห้อออ~ แค่คิดก็เศร้าแล้วอ่ะ ฉันไม่เข้าตาพี่ทิกเกอร์เลยเหรอ หรือครั้งแรกที่เราเจอกันเขาก็ไม่คิดจะจดจำเด็กน้อยตาดำๆ คนนั้นอีกเลย ตอนนั้นฉันออกจะน่าสงสารนะ โดนทิ้งให้นั่งรอรถอยู่คนเดียวน่ะ
ใจร้ายชะมัดเลย
“แล้วเธออยากหมั้นกับคนที่ไม่รู้จักหรือไง”
กึก!
‘เป็นคำถามที่ทำให้โลกจินตนาการของฉันดับวูบเลยล่ะ’
แต่ก็จริงของเขา ฉันไม่ได้อยากหมั้นตั้งแต่แรก แต่พอรู้ว่าเป็นใครจู่ๆ ใจก็ยินดีซะงั้น ฉันใจง่ายไปมั้ยนะ แล้วถ้าพี่ทิกเกอร์รู้เขาจะคิดว่าฉันอยากจะจับเขาหรือเปล่า
บทสนทนาของสองพ่อลูกทำให้อาอิงต้องแอบขำอยู่คนเดียว คิดในใจว่าลูกใครก็เหมือนคนนั่นแหละ เลี้ยงมาเองกับมือจะให้เหมือนใครไปได้ล่ะร่างบางลุกขึ้นไปจัดการเทนมใส่ขวดให้ลูกสาวที่ยังชอบดื่มจากขวดมากกว่าจากกล่อง ก่อนจะหันมองตามเมื่อเห็นทั้งสองเดินออกมาจากห้องน้ำโดยลูกสาวเธอเดินหน้าบึ้งนำมาก่อนดวงตากลมโตสบตากับสามีหนุ่มและเผยยิ้มกว้างส่งให้ไป แต่ทิกเกอร์กลับส่ายหน้าน้อยๆ และกดตามองก้อนกลมที่สูงแค่เพียงต้นขาของเขา ‘อยากเตะให้กลิ้งจริงๆ’“นมค่ะคนสวย”“ขอบจุนก่ะ” สองมือพนมขึ้นเป็นพุ่มระดับหน้าอก ก่อนจะยื่นมือไปรับขวดนมจากผู้เป็นแม่ที่ส่งมาให้ “แม่แม่ขา~ ขออีกก่ะ”“หือ? เอาอะไรคะ?”“นมก่ะ”“นม?”“ให้ป่ะป๊าด้วยก่ะ”“…” สองสามีภรรยามองหน้ากันทันที ก่อนอาอิงจะหลุดขำออกมาเมื่อเข้าใจความหมายที่ลูกสาวเธอพูด ส่วนคนโดนพาดพิงยืนเท้าสะเอวส่งสายตาไปมองก้อนกลมที่ผลิตออกมาเองกับมือด้วยความมันเขี้ยวเมื่อเห็นว่าแม่เอาแต่ขำ เด็กเล็กวัยสองขวบก็คาบขวดนมของตัวเองไว้ในปาก ก่อนจะเดินไปหยิบอีกกล่องมายื่นให้ผู้เป็นพ่อเองซะเลย“จินนมกันก่ะ~”ไงล่ะ อยากแย่งกันดีนัก เอาไปแบ่งกันกินซะเลยจะได้จบๆ“น่ารักจัง” อาอิงขำไม่หยุด รี
เวลาที่ลูกหลับนั่นคือเวลาล้ำค่าที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ได้ใช้ร่วมกันจริงๆ ทิกเกอร์อุ้มลูกสาววัยซนลงนอนบนเตียงคิงไซส์ชิดติดกำแพง เพราะผิงอันนอนดิ้นมากพื้นที่แค่นี้ไม่รู้ว่าจะพอให้เจ้าก้อนเกลือกกลิ้งหรือเปล่าเสร็จก็ก้มลงหอมแก้มกรุ่นแป้งเด็กด้วยความรักและมันเขี้ยว จนอาอิงที่กอดอกพิงกรอบประตูห้องน้ำมองมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ทิกเกอร์อ่อนโยนทั้งกับเธอและลูกเสมอ เวลาที่เขาแสดงความรักเสน่ห์ที่เปล่งประกายออกมาจากตัวเขามันน่ามองจนละสายตาออกไม่ได้“เรียบร้อยดีนะคะ” เสียงหวานเอ่ยถามเมื่อสามีหน้าหล่อเดินยิ้มกรุ้มกริ่มเข้ามาหา ก่อนที่วงแขนแข็งแรงจะตวัดเข้ามาเกี่ยวเอวบางรั้งให้เข้าไปแนบชิด“เรียบร้อยครับ เหลือแค่เมียแล้ว” ทิกเกอร์เอ่ยออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงแนบหน้าผากลงกับหน้าผากเล็กของภรรยาสาวคนสวย “เวลานี้เป็นของป่ะป๊าแล้วใช่มั้ยคะ?”ตั้งแต่มีลูกคำพูดคำจาก็เปลี่ยนไป เขามักจะใช้เสียงสองเสียงสามกับลูกสาว และใช้คำพูดน่ารักให้เหมาะกับเด็กผู้หญิง จนตอนนี้ติดปากจนเอามาพูดกับเมียแล้วด้วย“ป่ะป๊าอยากได้อะไรคะ?” อาอิงเอียงคอถาม ท่อนแขนเรียวกอดรอบเอวสอบไว้หลวมๆสายตาแพรวพราวของคนตัวสูงทำให้ใบหน้าสวยหวานเห่อร
“เด็กๆ กินข้าวกันลูก” เปอร์เซียเอ่ยเรียกเมื่อทุกอย่างเตรียมเสร็จอาอิงจูงมือสองสาวเข้ามาร่วมวง ก่อนจะจับให้ทั้งสองนั่งติดกัน ใบหน้าที่ละม้ายคล้ายกันเพราะมีพ่อที่เป็นฝาแฝด หากไม่รู้อาจจะมองว่าสาวน้อยทั้งสองเป็นพี่น้องแท้ๆ กันเลย“อังนี้ของผิอัง~” ผิงอันสร้างอาณาเขตให้ตัวเอง ใช้ช้อนส้อมจิ้มเนื้อกุ้งที่ทิกเกอร์แกะให้เข้าใส่ปากอย่างชำนาญ เรื่องกินไว้ใจได้เลย“อังนี้ของชีเนียร์” นิ้วมือป้อมๆ ของซีเนียร์ก็หยิบไส้กรอกเข้าใส่ปากตัวเองด้วยเช่นกันก่อนที่เด็กตัวกลมทั้งสองจะหันไปสบตาและหลุดเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากกันออกมาด้วยความสนุก“เธียเตอร์อร่อยมั้ยลูก อาไม่เห็นได้ยินเสียงเราเลย” อาอิงยิ้มถามหลานชายของสามี ที่ตั้งแต่มาถึงเธอยังไม่ได้ยินหลานพูดเลยสักคำ“อารมณ์บ่จอยสักเท่าไหร่ โดนซีเนียร์แกล้งตั้งแต่อยู่บนรถ” เปอร์เซียตอบแทน มือเรียวเล็กเสยผมด้านหน้าให้ลูกชายเล็กน้อยเมื่อตอนนี้มันเริ่มยาวจนทิ่มตาคนขี้หงุดหงิดแล้ว “กลับไปมามี๊พาไปตัดนะครับ”“คับ”สองครอบครัวนั่งทานมื้อเย็นกันท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นลงเรื่อยๆ เสร็จจากของคาวก็ต่อกันด้วยของหวาน เด็กๆ ทั้งสามพากันย่างมาร์ชเมลโล่และนั่งกินด้วยกัน และตอน
หลายปีต่อมาหลังทริปฮันนีมูนเมื่อสามปีก่อน อาอิงก็ได้ให้กำเนิดลูกสาวตัวน้อยๆ มาหนึ่งคน เธอชื่อว่าน้อง ‘ผิงอัน’ ตุ๊บ!ผิงอันที่ในภาษาจีนแปลว่าปลอดภัย แต่ตอนนี้ลูกสาวเธอกำลังกลายเป็นผู้ประสบภัยเพราะล้มลุกคลุกคลานประมาณสามรอบเห็นจะได้ตุ๊บ!!นับหนึ่งถึงสิบมาสามรอบแล้ว จนสุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหวลุกไปคว้าตัวเด็กน้อยมากอดไว้ด้วยความหวงแหน“เจ็บมั้ยคะ?” เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมทั้งยกมือขึ้นลูบเข่ากลมๆ ของลูกสาวไปด้วย“ไม่เจะ~” เด็กน้อยผมหน้าม้าเต่อที่มัดแกละสองข้างส่ายหน้าตอบ พร้อมทั้งดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาจะออกจากอ้อมกอดคุณแม่ “ป่อยยยย~”“ถ้าล้มอีกคุณแม่จะดุแล้วนะคะ” ความเป็นแม่แค่เห็นลูกล้มหัวใจก็ร่วงไปถึงตาตุ่ม ถึงใครจะบอกให้เธอปล่อยลูกให้เจ็บบ้าง แต่เธอก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดีส่วนป่ะป๊าน้องน่ะเหรอ นอนหนุนแขนมองอยู่ข้างๆ เธอนี่แหละ เรื่องปล่อยให้ลูกเจ็บตัวนี่เขาใจเย็นเป็นที่สุด แต่ถ้าหากเรื่องไหนเป็นอุบัติเหตุทิกเกอร์ก็จะเป็นคนแรกที่วิ่งเข้าหาลูกเหมือนกัน“วิ่งๆ” เสียงเล็กๆ ตอบกลับมาแบบไม่สลด และเหตุที่เจ้าก้อนกลมล้มหลายรอบก็เพราะว่าตอนนี้กำลังวิ่งเล่นอยู่บนสนามหญ้าที่เป็นเนินเขา พื้นที่เลยเป็นทางลาดชัน
ทริปทะเลใต้ร่างบางที่อยู่ในชุดกางเกงขาสั้นและเสื้อยืดสีดำวิ่งถลาลงทะเลอย่างกับเด็กน้อยเพิ่งเคยมาครั้งแรก ทำให้ร่างสูงที่เดินตามอยู่ด้านหลังเผยยิ้มกว้างออกมาด้วยความเอ็นดู“เฮียมาเร็ว” อาอิงยืนกวักมือเรียกคนที่แต่งกายเหมือนกันกับเธอ ในเมื่อตกลงกันไม่ได้เรื่องชุดที่จะใส่ ผลที่ออกมาก็เลยเป็นอย่างที่เห็น กางเกงขาสั้นสองตัวร้อยกับเสื้อยืดตัวละร้อยห้าสิบ“เล่นเหอะ เฮียรอตรงนี้” แดดในช่วงบ่ายแก่ๆ ยังคงร้อน แต่ก็ไม่ได้ร้อนจัดจนทำให้ผิวอ่อนๆ ของอาอิงแสบ เขาถึงได้ปล่อยให้เธอวิ่งเล่นแบบนี้ได้“มาเล่นด้วยกันสิคะ” เหมือนว่าเธอจะไม่ยอม อาอิงวิ่งกลับมาบนฝั่งและลากร่างสูงพาเขาวิ่งลงทะเลไปด้วยกัน “มาด้วยกันก็ต้องเล่นด้วยกันสิคะ”“ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ”“หนูก็โตแล้ว”“โตแต่นมสิ”“อย่าทะลึ่งนะ!” ร่างบางเท้าสะเอวมองหน้าดุใส่เขา แต่คนโดนดุไม่ได้สลดเลยแม้แต่น้อย ทิกเกอร์ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีโชว์ลักยิ้มทรงเสน่ห์ที่สองข้างแก้ม ก่อนจะฉวยโอกาสตอนที่เธอเผลอจับร่างบางขึ้นพาดบ่า และเหวี่ยงลงทะเลทันทีตู้มมม!!!“กรี๊ดดด!!!” อาอิงกรีดร้องดังลั่นด้วยความตกใจ ตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ก็ชี้หน้าด่าเขาอีกรอบ “ไอ้เฮียบ้า!!!”คำ
เวลาผ่านไปไวอย่างกับโกหก ตอนนี้ฉันกับเฮียทิกเกอร์ก็ผ่านพิธีหมั้นหมายกันอย่างเป็นทางการแล้ว สองครอบครัวเจอหน้ากันบ่อยขึ้นและไปมาหาสู่กันตลอด คุณแม่ทั้งสองก็จ้องจะเล่นเฮียทิกเกอร์จริงๆ อย่างที่เขากังวล‘เราต้องดูแลน้องให้ดีๆ อาอิงเหมือนเด็กน้อยที่พร้อมจะถูกเรารังแกได้ตลอด’นั่นคือคำพูดของคุณแม่น้ำชาที่ทำเอาเฮียทิกเกอร์ถึงกับกุมขมับ เพราะนับวันท่านจะยิ่งรักและเอ็นดูฉันมากขึ้น จนบางครั้งหลงลืมลูกชายตัวเองไปชั่วขณะ‘จำคำสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ได้ใช่มั้ย อย่าให้น้องเป็นเหมือนแม่’และนี่ก็คือคำพูดของคุณแม่ฉัน สิ่งที่ท่านย้ำเฮียทิกเกอร์เป็นประจำก็คือให้มีฉันแค่เพียงคนเดียวนึกถึงวันนั้นแล้วฉันก็เผลอยิ้มออกมา ทุกคนเอาแต่สั่งให้เฮียทิกเกอร์เป็นแบบนั้นเป็นแบบนี้ จนลืมคิดไปว่าอีกคนที่ต้องสั่งก็คือฉัน วันนั้นฉันก็เลยโพร่งขึ้นไปเองโดยที่ไม่ต้องมีใครบอก‘หนูจะรักเฮียทิกเกอร์คนเดียว จะมีแค่เฮียทิกเกอร์คนเดียว จะไม่รังแกและจะไม่ทำให้เฮียทิกเกอร์เสียใจ’เขาปราบปลื้มจนน้ำตาไหลเลยล่ะ ^^“เสร็จละ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาจนฉันหลุดออกจากภวังค์ความคิดเฮียทิกเกอร์โชว์สิ่งประดิษฐ์ที่เขาตั้งใจนั่งทำอยู่ร่วมชั่วโมง ใน
มหาวิทยาลัย SKPนี่สินะช่วงเวลาแห่งความสุขที่ต้องเก็บเกี่ยว นักศึกษาละลานตาหลากหลายอารมณ์ มีทั้งคนที่ดูตั้งใจมาเรียน บางคนก็เหมือนมาเดินแฟชั่นโชว์ หรือบางคนมาเพื่อจุดประสงค์อย่างอื่น เช่น หาแฟนจึกๆๆขวับ!“แฮ่!!”“อ๊ะ!! ทำไรเนี่ยมะนาว!!” ฉันสะดุ้งโหยงเมื่อหันไปตามแรงจิ้มแล้วเจอเพื่อนสนิทของตัวเองแ
ปลายนิ้วเรียวยาวคีบบุหรี่จรดขึ้นไปที่ริมฝีปาก ก่อนจะสูบเอาสารนิโคตินเข้าไปจนแก้มตอบ ควันสีเทาลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศและค่อยๆ จางหายไปกับสายลมยามพลบค่ำ มือหนาอีกข้างยกโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูแนบใบหูเมื่อต่อสายหาน้องชายฝาแฝดได้แล้ว(มีอะไร?) เสียงทุ้มที่เล็ดลอดออกมาดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ซึ่งเขาพอจะรู้
หลายวันต่อมา‘หายไปไหนวะ’อาการกระสับกระส่ายเกิดขึ้นกับผมมาหลายวันแล้ว ไม่ใช่ไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร‘เพราะยัยเตี้ยหายหน้าหายตาไปน่ะสิ’Line : AhhIng คนหล่อ : ทำไรอยู่?ผมทักแชทไปหาเธอหลายวันแล้ว นอกจากเธอจะไม่ตอบกลับมา เธอก็ยังไม่เปิดอ่านอีกด้วย ไม่รู้โกรธอะไรผมอีกหรือว่าเพราะเรื่องวันนั้น
“ห๊าาา!!!” เพื่อนสองคนอุทานขึ้นมาพร้อมกัน เมื่อฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ตอนนี้พวกเราเลิกเรียนแล้วล่ะ ไม่มีคาบต่อเพราะอาจารย์ยกคลาสช่วงบ่าย ฉันคันปากอยากเล่ามาตั้งแต่เช้า เพิ่งจะมีโอกาสเอาตอนนี้“กะ…แกจะมีคู่หมั้นแล้วเหรอ?” มะนาวยกมือขึ้นทาบอก ท่าทางที่ดูโอเว่อร์ทำฉันหลุดขำพรืดออกมาโชคดีที่ร้านน้

![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





