เข้าสู่ระบบเหมยลี่กระชับเชือกที่ผูกชุดคลุมสีเทาของเธอแน่นขึ้น ขณะที่สายลมยามค่ำคืนพัดแผ่วผ่านผิวกาย ทำให้เนื้อผ้าบางเบาแนบชิดร่างกายมากขึ้น เธอเดินไปตามทางเดินข้างสระว่ายน้ำ พื้นกระเบื้องเย็นเฉียบใต้ฝ่าเท้า แสงไฟสีอำพันจากโคมรอบสระสะท้อนบนผิวน้ำที่ไหวระริกเป็นลวดลายระยิบระยับ หยวนเฉินยืนอยู่ริมสระว่ายน้ำในมือถือแก้วไวน์แดง บนขอบสระมีขวดไวน์แดงวางอยู่ ในขวดมีน้ำไวน์อยู่ประมาณครึ่งขวด หยวนเฉินชอบดื่มไวน์แดงเป็นที่สุด โดยเฉพาะยี่ห้อนี้เท่านั้น ราคาหลักแสนหยวนเลยทีเดียว และหาซื้อยากมาก แต่หยวนเฉินได้ซื้อมาเป็นลัง และเอามาที่นี่ถึงสี่ลัง เมื่อดูน้ำในสระเหมือนจะลึก แต่สำหรับเขาแล้ว มันกลับสูงเพียงแค่ระดับอก ร่างสูงใหญ่ของเขาดูสงบนิ่ง ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยพลังบางอย่าง ซิกแพคหนาที่เปียกชื้นสะท้อนแสงไฟริบหรี่ ดวงตาคมกริบสบตาเธอราวกับจะอ่านความคิดทุกอย่าง เหมยลี่หยุดยืนริมขอบสระ หัวใจเต้นแรงอย่างไม่มีเหตุผล ความเงียบระหว่างทั้งสองถูกเติมเต็มด้วยเสียงน้ำกระเพื่อมแผ่วเบา และเสียงลมหายใจที่ควบคุมไว้ของเธอเอง เธอกัดริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะสูดลมหายใจลึก เหมยลี่เปลื้องชุดคลุมสีเทาออกจากเรือนร่าง เพราะตั้งแต่เ
เสียงคลื่นกระทบชายหาดดังซัดสาดแผ่วเบา ลมทะเลพัดเอื่อยพากลิ่นเค็มอ่อนๆ ลอยมาตามสายลม เหมยลี่ทอดสายตาผ่านขอบระเบียงไม้ที่ยื่นออกมาจากชั้นสองของบ้านพักหลังใหญ่ ดวงตากลมโตของเธอสะท้อนภาพของผืนน้ำสีเขียวมรกตที่กว้างสุดสายตา แสงแดดอ่อนของยามบ่ายคล้อยตกกระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ คล้ายเพชรเม็ดเล็กนับพันกำลังเต้นระบำไปตามจังหวะของเกลียวคลื่น เธอแตะมือลงบนราวระเบียงไม้สักเนื้อดี พื้นผิวเรียบลื่นให้ความรู้สึกเย็นสบายแม้จะผ่านแดดร้อนมาตลอดวัน ลมอุ่นพัดกระทบผิวกาย สอดแทรกเข้ากับเส้นผมดำขลับที่ถูกรวบไว้ลวกๆ เหมยลี่หลับตาลง สูดกลิ่นหอมอ่อนของเกลือทะเลและดอกลีลาวดีที่ปลูกไว้ตามแนวบ้าน หัวใจเธอเต้นช้าลงราวกับตกอยู่ในภวังค์แห่งความสงบที่คุ้นเคย เป็นความรู้สึกที่เธอไม่ได้สัมผัสมานาน บ้านพักหลังนี้คล้ายพลูวิลล่าหรูหราติดชายหาด ออกแบบสไตล์ร่วมสมัยผสมกลิ่นอายทรอปิคอล โครงสร้างเหล็กทาสีขาวตัดกับหลังคาสีน้ำเงินเข้ม ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสง่างาม ชั้นล่างเป็นห้องโถงกว้างที่ล้อมรอบด้วยผนังกระจก เปิดรับแสงธรรมชาติและวิวทะเลเต็มที่ พื้นไม้ขัดมันสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย เฟอร์นิเจอร์จัดวางอย่างเรียบหรู โซฟาส
เหมยลี่ก้าวเข้ามาในแผนกเลขานุการเป็นวันสุดท้าย ความรู้สึกใจหายอยากมาก และเอ่อล้นในใจของเธอ หลังจากทำงานที่นี่มากว่าปี ได้ร่วมงานกับเลขาหม่าเสี่ยวหยิน จางอวี้ กงซุนน่าหร่าน เจิ้นเสี้ยว เผิงจี้ หย่งรุ่ย และเพื่อนร่วมงานอีกมากมาย แม้จะเป็นเวลาเพียงไม่นาน แต่เธอกลับรู้สึกผูกพันกับที่นี่อย่างอยากมาก เพราะทุกๆ คนในแผนกดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีคำว่าอิจฉา หรือริษยากันแม้แต่น้อย มีแต่เอื้อเฟื้อดูแลซึ่งกันและกันเรื่อยมา การลาออกครั้งนี้ไม่ใช่เพราะจ่างซุนเค่อเพียงคนเดียว แต่เป็นเพราะเธอกำลังจะก้าวไปสู่บทบาทใหม่ของชีวิต คือการแต่งงาน เธอนึกถึงวันที่เธอพาหยวนเฉินไปพบพ่อของเธอไม่กี่วันมานี่ จ่างซุนเค่อแทบจะยิงแสกหน้าเขาต่อหน้าต่อตาของเธอ หากเธอไม่เข้าไปขวางไว้หยวนเฉินคงเหลือแต่ชื่อแน่ๆ พ่อของเธอไม่ชอบหยวนเฉินนั่นเป็นเรื่องตั้งแต่รุ่นปู่ของพวกเขา เมื่อหยวนเฉินเจอหน้าจางอวี้ จางอวี้ไม่ถูกชะตาอย่างยิ่ง แถมหยวนเฉินยังพูดยียวนกวนบาทา เป็นเช่นนี้พ่อของเธอจึงรักหยวนเฉินเข้าไส้ แต่สุดท้ายเพราะเธอยืนกรานจะแต่งงาน พ่อจึงยอมปล่อยเธอไป ถึงแม้ในใจลึกๆ พ่อของเธออยากจะจับเขายัดใส่ถังถ่วงทะเลจีนใต้ไปเลยด้ว
“อึก...อื้อ...อ่า...” เธอร้องครางกระเส่าแผ่วเบาด้วยความเสียวที่หัวนมและมันก็มวนไปถึงในท้อง เธอใช้นิ้วปาดหน้าเค้กอีกครั้ง ลากลงบนหน้าท้องเปลือยเปล่าของเธอมาจนถึงหัวหน่าวไร้แนวขนที่กลีบร่องเพราะเมื่อครู่เธอได้ไปถอนจนหมดแล้วหยวนเฉินลากลิ้นลงบนหน้าท้องเปลือยเปล่าลากครีมเค้กลงมา จนมาถึงกลีบร่องอวบอูม เธอนั่งคุกเข่าบนขาแกร่งทั้งสองข้างของเขา เขายกลำตัวเธอขึ้นพาดเรียวขาบนไหลของเขาทั้งสองข้าง ทำให้เขาลากลิ้นเลียกลีบร่องได้ถนัดยิ่งขึ้น“อืม...อื้อ...อือ...” เธอร้องครางกระเส่าแผ่วเบาด้วยความหวาดเสียว เขาก็ยิ่งดูดยิ่งเลียหนักขึ้น น้ำกามขาวๆ ใสๆ ไหลออกมาให้เขาชิม เหมือนกับว่าเป็นน้ำหวานที่เขาโปรดปราน“โอ...โอ้ว...โอ้ว...ซี๊ด...โอ้ว...อื้อ...อ้อ...อ้อ...อ่า...อร๊าย...โอ้ว...ฟัก...” เธอร้องครางกระเส่าด้วยความเสียวกระสันกลีบร่องของเธอลั่นระริกด้วยความเงี่ยน มือเรียวของเธอจับกำแพงเอาไว้ทั้งสองข้างเพื่อยันตัวเองให้ทรงตัวอยู่บนไหล่ของเขา ถึงเขาจะจับเรียวขาเธอเอาไว้ก็ตามทีเพื่อไม่ให้เธอหงายหลังลงมา“อ๊ะ...อ๊ะ...อ้อ...ฟัก...ฟัก...ฟัก!!!” เธอกรีดร้องครางอย่างสุดเสียง ปล่อยน้ำเงี่ยนพวยพุ่งออกมาใส่ใบหน้าขอ
หยวนเฉินพาเหมยลี่กลับมายังบ้านแทนที่จะไปที่บริษัทในยามบ่าย เพราะหลังจากออกจากร้านดอกไม้ก็เกือบสามโมงเย็นแล้ว และการเลิกงานก็ต้องเป็นสี่โมงเย็น หยวนเฉินจึงตัดสินใจกลับมาที่บ้าน แต่แทนที่จะขึ้นไปที่ห้องนอน เขากลับต้องรับสายทางไกลจากลูกค้าคนสำคัญในยุโรปเธอจึงเลือกเดินมาที่ห้องนอนเพียงลำพัง เธอเห็นว่าในห้องแต่งตัวมีชุดเดรสสีชมพูโอรส ชิ้นในเป็นผ้าฝ้าย ส่วนชั้นนอกเป็นผ้าซีทรูสีโอลด์โรสอ่อนที่ตกแต่งด้วยกลิสเตอร์ ชุดมีดีไซน์คอถ่วง ปาดไหล่ทั้งสองข้าง ด้านหน้าสั้นเพียงสองคืบ ส่วนด้านหลังยาวลากพื้นประมาณครึ่งเมตร เพิ่มความสง่างามและโดดเด่นให้กับผู้สวมใส่ ชุดนี้แขวนไว้อยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้าของเธอเหมยลี่เผยรอยยิ้มก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำในทันทีเพื่ออาบน้ำ ก่อนที่เธอจะเข้าห้องน้ำโทรศัพท์ของเธอดังขึ้น เธอจึงเปิดข้อความดู เห็นว่า...‘ผมรอคุณอยู่ที่สระว่ายน้ำ’เหมยลี่เผยรอยยิ้ม แล้วก้าวเดินเข้าไปในห้องน้ำในทันทีเหมยลี่ก้าวเดินลงมาชั้นล่างของบ้าน เธอเห็นว่ากระจกที่เธอเดินผ่านทุกวัน ตรงนั้นเป็นสระว่ายน้ำในร่ม เปิดซันรูฟให้เห็นบรรยากาศภายนอกบ้านที่หิมะตกไม่หยุดตั้งแต่ยามเย็น เพราะนี้ใกล้สิ้นปีแล้วทำให้
เธอปรือตามองนาฬิกาตรงเพดานตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว ลำตัวของเธอโยกไปตามแรงกระแทกของเขา เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสติหลุดไปตอนไหน มารู้ตัวอีกทีก็ตอนนี้แล้ว ห้าโมงเย็นของวันใหม่หรือ หรือว่าวันที่สองหรือวันที่สามกันแน่ เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่นั้นถูกฉีกขาดและโยนทิ้งไปที่ข้างเตียงกระจัดกระจายไม่มีชิ้นดีหยวนเฉินก็ยังคงกระแทกดุ้นใส่ในท่าเดิมไม่เปลี่ยน เธอยังคงนอนคว่ำอยู่บนเตียง“พอได้แล้ว!!!” เธอพูดด้วยน้ำเสียงดุดัน เขาดันดุ้นเข้าสุดออกสุดลำไม่ถอยออกไปทั้งหมดกระแทกกระทั้นทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งเรือนร่างน้ำกามของเธอที่หลั่งไหลออกมาก็พวยพุ่งใส่ที่นอนจนเจิ่งนองไปด้วยน้ำเงี่ยน ที่หลั่งไหลจนเปียกแฉะ หยวนเฉินไม่มีท่าทีจะหยุดแต่อย่างใด ทั้งที่เขาเสร็จไม่รู้จักกี่ครั้งแล้วเหมยลี่คิดว่าไม่เธอก็เขาคงได้ตายกันไปข้างหนึ่งแน่ๆ เพราะหยวนเฉินดื่มเหล้าติดต่อกันประมาณเจ็ดแปดขวดแล้ว ไม่รวมกับเมื่อตอนที่เธอตื่นมาครั้งแรกที่มาโผล่ในห้องนอนนี้เธอต้องคิดหาคำพูดที่โน้มน้าวใจให้เขาหยุดชะ“หยวนเฉิน ฉันขอโทษนะ ที่ไม่ได้บอกเรื่องพ่อของฉันกับคุณ” เธอเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงกระเส่าแผ่วเบา เขายัดดุ้นเข้าไปทั้งลำและกระแทกใส่อย่างหนักห







