No Way Home: Abandoned by Death

No Way Home: Abandoned by Death

작가:  vvildlordz최근 업데이트
언어: Thai
goodnovel18goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
9챕터
3조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

ฮอลโลว์ครีก เมืองชายแดนที่กำลังเติบโตจากทางรถไฟ เงินกำลังไหลเข้ามา ผู้คนกำลังสร้างอนาคต และกฎหมายกำลังพยายามรักษาความสงบ ท่ามกลางเมืองที่งดงามด้วยแสงตะวัน แต่ซ่อนเลือด หนี้ การพนัน การทุจริต และความรุนแรงเอาไว้ใต้ฝุ่นดิน บิล เฮย์ส ช่างซ่อมเกวียนวัยสามสิบห้าปี ไม่ใช่มือปืนชื่อดัง ไม่ใช่วีรบุรุษ และไม่เคยคิดอยากเป็นเช่นนั้น เขาเพียงเป็นคนปากเสียที่ชอบบ่น แต่เมื่อเห็นใครกำลังเดือดร้อน เขามักเดินเข้าไปช่วยทั้งที่ตัวเองก็รู้ดีว่าควรอยู่ให้ห่างจากปัญหา จนวันหนึ่ง เกวียนของชายแปลกหน้าพาเขาเข้าไปพัวพันกับการไล่ล่าที่ไม่มีคำอธิบาย และดึงเขาเข้าสู่โลกของเหล่ามือปืน นักล่าเงินรางวัล คนมีอำนาจ และผู้คนที่พร้อมขายความยุติธรรมเพื่อผลประโยชน์ ทว่าบิลมีความลับที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ เมื่อถึงเวลาที่เขาควรตาย...เขาตายจริง ความเจ็บปวดยังคงอยู่ ความตายยังคงเป็นความตาย เพียงแต่ความตายไม่เคยทำให้เขาหายไป ในแดนเถื่อนแห่งนี้ บางคนต่อสู้เพื่อเงิน บางคนเพื่อความแค้น บางคนเพื่อความยุติธรรม และบางคนเพียงหลงใหลในชีวิตยามค่ำคืน ส่วนบิลต้องค้นหาคำตอบว่า หากความตายทอดทิ้งเขา แล้วชีวิตที่เหลืออยู่ของเขาจะมีไว้เพื่ออะไร

더 보기

1화

ตอนที่ 1 — ชายผู้ซ่อมเกวียน

ตอนที่ 1 — ชายผู้ซ่อมเกวียน

ยามเช้าของ ฮอลโลว์ครีก (Hollow Creek) เริ่มต้นขึ้นพร้อมเสียง เกือกม้า กระทบพื้น ถนนดิน และเสียง ล้อเกวียนไม้ (Wooden Wagon Wheel) หมุนผ่านร่องลึกที่เกิดจากฝนเมื่อคืน แสงอาทิตย์สีทองส่องลอดระหว่างอาคารไม้สองฝั่งถนน ขณะที่ควันจาง ๆ จาก โรงตีเหล็ก ลอยเหนือหลังคา กลิ่นกาแฟร้อน กลิ่นม้า และกลิ่นฝุ่นผสมกันจนกลายเป็นกลิ่นประจำของเมืองที่คนในพื้นที่แทบไม่รู้สึกอีกแล้ว

ไกลออกไป เสียงหวูดจาก ทางรถไฟ (Railroad) ดังยาวขึ้นหนึ่งครั้ง รถไฟยังมาไม่ถึงสถานี แต่เสียงนั้นก็มากพอให้คนหลายคนหันไปมอง ฮอลโลว์ครีกเคยเป็นเพียงเมืองชายแดนเล็ก ๆ ที่มีพ่อค้าไม่กี่รายกับคนเลี้ยงปศุสัตว์ผ่านไปมา แต่หลังทางรถไฟเข้ามา ทุกอย่างก็เริ่มเร็วขึ้น เงินไหลเข้ามา งานเพิ่มขึ้น ร้านค้าเปิดใหม่ โรงแรมเต็มบ่อยขึ้น และพร้อมกันนั้นหนี้สิน การพนัน การทะเลาะวิวาท และคนแปลกหน้าที่ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ตรงหัวมุมถนนมีอาคารไม้ชั้นเดียวหลังหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางร้านค้าหลายร้าน เหนือประตูแขวนป้ายว่า ร้านซ่อมเกวียนเฮย์ส (Hayes Wagon & Wheel) บนพื้นหน้าร้านมี ล้อสำรอง พิงกำแพงอยู่หลายวง เพลาเหล็ก ถูกแขวนเรียงไว้ด้านใน และเศษไม้จากการซ่อมถูกกวาดกองไว้ตรงมุมเหมือนเดิมทุกเช้า

ใต้ เกวียนบรรทุกสินค้า คันหนึ่ง บิล เฮย์ส (Bill Hayes) กำลังนอนอยู่ครึ่งตัว เขาถือ ประแจ (Wrench) ในมือข้างหนึ่ง อีกข้างกำลังคลำรอยแตกร้าวใต้เพลา เสื้อเชิ้ตเก่าของเขาเปื้อนน้ำมันจนแทบแยกไม่ออกว่าสีเดิมคืออะไร และเขาดูไม่ได้เดือดร้อนกับมันแม้แต่น้อย

“เสร็จหรือยัง ช่าง”

เสียงเจ้าของเกวียนดังมาจากเหนือศีรษะ

บิลไม่ตอบ

“ช่าง”

ยังเงียบ

“ข้าถามว่า—”

“ถ้าข้าตายอยู่ใต้เกวียน เจ้าจะรู้เอง”

คนด้านบนเงียบไป

บิลหมุนประแจอีกครั้ง ก่อนตอบอย่างใจเย็น “ยังไม่เสร็จ”

“อีกนานไหม”

“ถ้าถามอีกครั้ง อาจนานขึ้น”

เจ้าของเกวียนถอนหายใจ “ข้าแค่เป็นห่วงของ”

บิลเลื่อนตัวออกมาจากใต้เกวียนแล้วนั่งยอง ๆ เขาใช้มือปัดฝุ่นออกจากแก้ม ก่อนมองเพลา “ข้าก็เป็นห่วงของเจ้า”

ชายคนนั้นสีหน้าดีขึ้นทันที

“ถ้าเจ้าขึ้นเขาด้วยสภาพนี้ เกวียนจะพังตรงทางลง”

“ทำไม”

“เพลาร้าว สลักหลวม ขอบล้อสึก และตรงนี้—” บิลเคาะไม้สองครั้ง “—เริ่มผุ ถ้าล้อหลุด เจ้าจะเสียเกวียน ถ้าม้าตกใจ เจ้าจะเสียม้า ถ้าเกวียนคว่ำตรงหน้าผา เจ้าจะเสียชีวิต”

“หนักขนาดนั้น?”

บิลพยักหน้า

“แน่ใจนะ”

“ไม่”

ชายคนนั้นชะงัก

“ข้าพูดเล่น” บิลตอบ

“เจ้านี่มัน...”

“แต่เรื่องเกวียนข้าพูดจริง”

สุดท้ายลูกค้าก็ยอมจ่ายค่าซ่อมเพิ่มตามที่บิลเรียก เขาเดินจากไปพร้อมสีหน้าคล้ายคนที่เพิ่งโดนปล้นอย่างถูกกฎหมาย

เสียงหัวเราะดังมาจากหลังร้าน

แซมมี่ เฮย์ส (Sammy Hayes) เด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ดปีเดินออกมาพร้อม กล่องตะปู ในมือ เขาไม่ใช่ญาติของบิล นามสกุลเดียวกันก็ไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะเด็กคนนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวเฮย์สแม้แต่น้อย เขาเคยขโมยของจากร้านนี้เมื่อหลายเดือนก่อน และบิลเลือกให้เขาทำงานใช้หนี้แทนการส่งตัวให้นายอำเภอ

ตั้งแต่นั้นมา แซมมี่ก็ได้เรียนรู้ว่า การกวาดพื้นทั้งวันเหนื่อยกว่าการวิ่งหนีตำรวจเสียอีก

“เจ้านี่พูดกับลูกค้าทุกคนแบบนั้นหรือ”

“เฉพาะคนที่ถามมาก”

“แล้วเขายังกลับมาจ่ายเงินด้วย”

“นั่นแปลว่าเขาฉลาดขึ้น”

แซมมี่วางกล่องลง “หรือกลัวเจ้า”

“ข้าไม่ได้ทำหน้าตาน่ากลัวขนาดนั้น”

เด็กหนุ่มมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง “จริง”

บิลหยิบ ค้อนเหล็ก ขึ้นมา

แซมมี่ถอยหลังหนึ่งก้าว “ข้าหมายถึงเจ้าไม่ได้น่ากลัวเลย”

“ดี”

บิลส่งค้อนให้เขา “ไปตอกลิ่มล้อด้านหลัง”

แซมมี่รับของแล้วเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจ

บิลหันกลับมาทำงาน เขาไม่ได้เป็นช่างฝีมือระดับที่ใครจะเล่าต่อกันในร้านเหล้า เขาเพียงมีประสบการณ์มากพอจะรู้ว่าของทุกอย่างมีจุดแตกหักของมัน และคนที่มองเห็นจุดนั้นก่อน ย่อมมีโอกาสรอดมากกว่าคนที่มองไม่เห็น

เสียงระฆังจาก โบสถ์เซนต์ลุค (St. Luke’s Church) ดังขึ้นเป็นครั้งที่เจ็ด

จากถนนด้านนอกมีคนขายขนมปังเข็น รถเข็นสินค้า ผ่านหน้าร้าน คนงานรถไฟเดินมุ่งหน้าไปทางสถานี และหญิงสาวสองคนกำลังต่อราคากับคนขายเนื้อ ขณะที่เด็กส่งหนังสือพิมพ์วิ่งไปตามทางพร้อมตะโกนข่าวประจำวัน

“รถไฟจากแบล็คริดจ์มาถึงคืนนี้!”

“เหมืองเรดสโตนเปิดรับคนงานเพิ่ม!”

“มีคนหายอีกแล้วทางเหนือของเมือง!”

เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา

ปัง!

ปืนพก (Pistol) ดังสนั่นจนทั้งถนนหยุดนิ่ง

ม้าหลายตัวผงะ คนขับเกวียนรีบกระชากสายบังเหียน ผู้หญิงคนหนึ่งดึงเด็กเข้าไปหลบหลังร้านค้า และชายคนหนึ่งที่ถือถุงแป้งถึงกับปล่อยของหล่นลงบนพื้น

บิลก้าวออกจากร้าน

กลางถนนมีชายคนหนึ่งล้มอยู่ เลือดกำลังไหลออกจากเสื้อของเขา อีกไม่กี่ก้าวถัดไป ชายสวมเสื้อคลุมสีเข้มยืนถือปืนอยู่ในมือ ปลายกระบอกยังมีควันจาง ๆ

ไม่มีใครเข้าไปหา

ไม่มีใครแม้แต่จะตะโกน

ไม่นานประตูของ สำนักงานนายอำเภอฮอลโลว์ครีก (Hollow Creek Sheriff’s Office) ก็เปิดออก

เอลิอัส โครว์ (Elias Crowe) เดินออกมา เขาเป็นชายวัยห้าสิบต้น ๆ รูปร่างไม่ใหญ่ แต่มีท่าทางของคนที่ใช้ชีวิตมานานพอจะรู้ว่าการชักปืนเร็วไม่ได้ทำให้ทุกเรื่องจบดีเสมอไป

เขามองคนตาย แล้วมองคนถือปืน

“ใครเห็นเหตุการณ์”

เงียบ

เอลิอัสหันมองไปทั่วถนน

“ถามอีกครั้ง ใครเห็น”

ชายขายเนื้อก้มหน้าจัดมีด หญิงขายดอกไม้หันไปมองอีกทาง ส่วนคนงานรถไฟสองคนเดินต่อโดยไม่หยุด

นายอำเภอเข้าใจทันที

ไม่มีพยาน

ชายถือปืนจึงยังไม่ผิดในทางกฎหมาย

หรืออย่างน้อยก็ยังไม่มีใครยอมทำให้มันเป็นความผิด

เอลิอัสมองชายคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดว่า “กลับบ้านเสีย”

ชายถือปืนเก็บอาวุธเข้าซองแล้วเดินจากไป

บิลมองตาม

“เมืองนี้มันตลกดี”

แซมมี่มายืนอยู่ข้าง ๆ “ตรงไหน”

“มีคนถูกยิงกลางถนน”

“ข้าก็เห็น”

“แล้วทุกคนก็กลับไปขายของต่อ”

“เจ้าก็กลับไปซ่อมเกวียนต่อ”

บิลนิ่งไป

“ข้าต้องกิน”

แซมมี่พยักหน้า “พวกเขาก็คงต้องกินเหมือนกัน”

บิลหันมามองเด็กหนุ่ม “นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าไม่ชอบคุยกับเด็ก”

“ข้าอายุสิบเจ็ด”

“ยิ่งแล้วใหญ่”

ช่วงสายของวันกลับมาเดินต่ออีกครั้งราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เกวียนจากเหมืองเข้ามาซ่อมเพลา รถม้าจากโรงแรมต้องเปลี่ยนยางล้อไม้ พ่อค้ารายหนึ่งสั่งทำลังสำหรับขนชิ้นส่วนเครื่องจักร และคนขับรถม้าจากทางใต้เข้ามาซื้อน้ำมันสำหรับ ปืนไรเฟิล (Rifle) ของตัวเอง

ที่นี่เป็นเมืองซึ่งทุกคนทำมาหากินด้วยบางอย่าง

คนขายเนื้อหาเงินจากสัตว์ที่คนอื่นเลี้ยง

คนตีเหล็กหาเงินจากโลหะที่คนเหมืองขุด

คนขับรถม้าหาเงินจากระยะทาง

ร้านเหล้าหาเงินจากคนที่อยากลืมว่าเงินของตัวเองกำลังหายไป

และคนอย่างบิลหาเงินจากความพังของทุกคน

ก่อนเที่ยงไม่นาน เกวียนสีดำคันหนึ่งก็หยุดหน้าร้าน

ชายแปลกหน้าลงจากที่นั่ง เขาอายุประมาณสามสิบต้น ๆ เสื้อคลุมเต็มไปด้วยฝุ่น และปลายแขนเสื้อด้านหนึ่งมีคราบเลือดเก่าจาง ๆ

บิลมองเกวียนก่อนมองคน

ด้านข้างมีรูจากกระสุนสองรู

“ซ่อมได้ไหม”

“ได้”

“คืนนี้หรือเปล่า”

“ได้”

ชายคนนั้นมองเขา “เจ้ารับงานเร็วดี”

“เกวียนไม่ได้ถามมาก”

บิลเดินวนรอบคัน ตรวจล้อ ตรวจเพลา และก้มดูรอยกระแทกใต้ท้องเกวียน

“มันไม่ได้เสียธรรมดา”

“ข้ารู้”

“โดนยิง”

ชายแปลกหน้าไม่ตอบ

“ข้าซ่อมให้ได้ แต่ถ้าจะถามว่ารู้ไหมว่าใครยิง ข้าไม่รู้”

ชายคนนั้นเงียบอยู่พักหนึ่ง

“เอวาน รอร์ก (Evan Rourke)”

บิลเงยหน้า “นั่นชื่อเจ้าหรือ”

“ใช่”

“ดี อย่างน้อยเรื่องหนึ่งก็ง่าย”

บิลบอกราคา

เอวานล้วงเงินออกมานับ แต่เงินสดไม่พอ เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนหยิบ นาฬิกาพกสีเงิน (Silver Pocket Watch) ออกจากกระเป๋า

บิลรับมาเปิดฝา

กลไกยังเดิน

ฝาหลังมีรอยสลักเล็ก ๆ

มันเป็นของดี ไม่ใช่ของที่คนธรรมดาจะเอามาจำนำเพื่อซ่อมเกวียนสองรูง่าย ๆ

“เอาไว้ค้ำ”

บิลมองหน้าเขา

“พอไหม”

“พอเกินไป”

เอวานไม่ตอบ

“เจ้ามาจากไหน”

“ทางตะวันตก”

“นั่นกว้างมาก”

“ข้าไม่คิดว่าจะต้องบอกละเอียด”

บิลยักไหล่ “ข้าก็ไม่ได้อยากรู้”

เขาปิดฝานาฬิกาแล้วเก็บไว้ในลิ้นชัก

“มารับตอนค่ำ”

เอวานกำลังจะเดินออกไป แต่หยุดตรงประตู

“ถ้ามีใครถามถึงข้า”

บิลเงยหน้า

“บอกว่าไม่รู้จัก”

บิลมองชายคนนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

“ข้าไม่เคยโกหกลูกค้า”

เอวานนิ่ง

บิลถอนหายใจ “แต่ข้าก็ไม่ได้มีเหตุผลต้องไปเล่าเรื่องของลูกค้าให้ใครฟัง”

เอวานพยักหน้าแล้วเดินจากไป

ทันทีที่เขาลับสายตา แซมมี่ก็เข้ามาใกล้ลิ้นชัก

“เขาเป็นโจรหรือ”

“ไม่รู้”

“นักฆ่า?”

“ไม่รู้”

“หนีหนี้?”

“เป็นไปได้”

แซมมี่มองหน้าเขา “แล้วเจ้าจะซ่อมให้?”

บิลหยิบประแจขึ้นมา “ข้าเป็นช่าง ไม่ใช่ผู้พิพากษา”

“แต่ถ้ามีคนตามมายิงที่ร้าน?”

บิลตอบโดยไม่หันกลับมา “งั้นข้าจะคิดค่าซ่อมเพิ่ม”

บ่ายแก่ รถไฟขบวนใหญ่แล่นเข้ามาที่ สถานีรถไฟฮอลโลว์ครีก (Hollow Creek Station) เสียงเหล็กบดรางดังยาวพร้อมกลุ่มควันดำ ผู้โดยสารหลายสิบคนทยอยลงจากขบวน ทั้งคนหางาน พ่อค้า นักพนัน คนหนีหนี้ คนเดินทาง และคนที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะลงหลักปักฐานที่ไหน

ในกลุ่มนั้นมีเด็กสาวกำลังลากกระเป๋าใบเก่า ชายสูงอายุถือกล่องเครื่องมือ หญิงแต่งตัวดีสองคนกำลังพูดถึงโรงแรม และชายหนุ่มคนหนึ่งเอาแต่เงยหน้ามองอาคารธนาคารเหมือนกำลังคำนวณว่าเมืองนี้มีเงินอยู่เท่าไร

ฮอลโลว์ครีกกำลังขยายตัว

และเมื่อเมืองขยาย ความโลภก็มักขยายตาม

บิลไม่สนใจเรื่องนั้น

จนกระทั่งเสียงปืนดังขึ้น

ปัง!

คราวนี้มาจากชานชาลา

แซมมี่ที่อยู่หน้าร้านหันมองตามเสียงจากระยะไกล

บิลวางค้อนลง

“อย่าไป”

“ข้ายังไม่ได้พูดอะไร”

“หน้าเจ้าพูด”

บิลคว้า เข็มขัดปืน (Gun Belt) กับปืนพกขึ้นมา สะพายเสื้อคลุมแล้วเดินออกจากร้าน

“เจ้าจะไปช่วยใครอีก?”

“ข้าจะไปดูว่ามีใครยิงเกวียนพังหรือเปล่า”

“ที่สถานีนะหรือ”

“ปืนยิงอะไรพังก็ได้”

บิลเดินจากไปก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันหัวเราะ

เมื่อเขามาถึงสถานี ผู้คนกำลังแตกฮือ

เอวานกำลังวิ่งผ่านชานชาลา

ในมือของเขามี ห่อเอกสารสีดำ แนบอยู่กับอก และด้านหลังมีชายสามคนกำลังไล่ตาม ชายคนหนึ่งถือไรเฟิล อีกสองคนถือปืนพก พวกมันไม่ได้ตะโกนขอให้เอวานหยุด แต่ตะโกนชื่อเขาเพียงครั้งเดียว

“เอวาน!”

นั่นพอให้บิลรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การปล้นธรรมดา

เอวานหันกลับมายิงหนึ่งนัด

กระสุนพลาด

มันเจาะเข้า เสาไม้ เหนือศีรษะบิล เศษไม้กระเด็นโดนแก้มเขาจนเป็นแผล

บิลรีบหมอบหลัง ลังสินค้า (Cargo Crate)

เขาไม่ยิงตอบ

เขามอง

มองทางหนี

มองตำแหน่งของคนร้าย

มอง รถเข็นสัมภาระ สองคัน

มอง ม้า ฝ ที่ถูกผูกอยู่ใกล้คลังสินค้า

มอง เชือก ที่ยังวางอยู่บนพื้นจากการขนของ

เขาเห็นทุกอย่างในเวลาไม่กี่วินาที

ชายที่ถือไรเฟิลก้าวเข้ามา

บิลคว้าเชือก

ดึงมันผ่านล้อรถเข็น

แล้วกระชากเต็มแรง

รถเข็นพลิกด้านข้าง ลังสินค้าสองใบหล่นลงมา คนถือไรเฟิลเสียหลักไปหนึ่งจังหวะ

หนึ่งจังหวะนั้นเพียงพอ

บิลพุ่งออกจากที่กำบัง

ชายอีกคนชัก มีด (Knife) ออกมา

บิลยกแขนรับ คมมีดเฉือนเสื้อและบาดท่อนแขน เขากัดฟันแล้วสวนหมัดเข้าที่กรามของอีกฝ่ายเต็มแรง

หมัดแรกทำให้ชายคนนั้นเซ

หมัดที่สองทำให้เขาล้ม

แต่ชายคนที่สามเข้ามาจากด้านข้าง บิลหันไม่ทัน ถูกกระแทกเข้าชายโครงจนลมหายใจหายไปครึ่งหนึ่ง เขาถอยสองก้าวแล้วใช้ไหล่กระแทกอีกฝ่ายเข้ากับเสาไม้ ก่อนเตะข้อเท้าจนเสียหลัก

ไม่มีใครชนะอย่างสวยงาม

ไม่มีการต่อสู้เหมือนในโรงละคร

มีเพียงความเจ็บ ความตกใจ เสียงหายใจ และความพยายามไม่ให้ตัวเองเป็นคนที่นอนอยู่บนพื้น

เอวานใช้ช่วงเวลานั้นวิ่งหนี

“เฮ้!”

บิลตะโกนตาม

เอวานหันกลับมา

“ขอบใจ!”

“ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า!”

เอวานกลับหันไปวิ่งต่อ

บิลสบถเบา ๆ

เสียงปืนดังอีกนัด กระสุนเฉียดหมวกของเขาไป บิลก้มหลบหลังลังสินค้าแล้วมองตรอกด้านหลังสถานี

เอวานหายเข้าไปแล้ว

ชายสองคนที่เหลือกำลังจะตามไป

บิลยกปืนพกขึ้นเป็นครั้งแรก

มือของเขานิ่ง แต่ยังไม่มั่นคง

เขารู้วิธียิง

แต่เขาไม่ใช่มือปืน

และเขารู้ดีว่าคนที่คิดว่าตัวเองยิงแม่น มักตายเพราะคิดแบบนั้น

เขาจึงไม่ยิง

เขาคว้าลังไม้ที่วางอยู่ข้างตัวแล้วผลักมันลงพื้นขวางทาง ก่อนวิ่งเข้าไปในตรอกแทน

“ให้ตายสิวะ...”

เขาไม่รู้ว่าเอวานมีอะไรอยู่ในห่อ

ไม่รู้ว่าชายสามคนนั้นทำงานให้ใคร

ไม่รู้ว่าการตามเข้าไปจะทำให้เรื่องเลวร้ายขึ้นแค่ไหน

แต่ตอนนี้เขารู้เพียงอย่างเดียว

เขาเริ่มเข้าไปยุ่งแล้ว

และในฮอลโลว์ครีก การเข้าไปยุ่งกับเรื่องของคนอื่นไม่เคยจบลงแค่เรื่องของคนนั้น

บิลวิ่งหายไปในตรอก ทิ้งเสียงสถานีไว้เบื้องหลัง

รถไฟยังคงส่งเสียง

ร้านค้ายังคงเปิด

ผู้คนยังคงซื้อขาย

และศพจากเหตุการณ์ตอนเช้าก็ยังไม่ได้ถูกฝัง

เมืองยังคงเดินต่อไป

เหมือนทุกวัน

เพียงแต่สำหรับบิล เฮย์ส วันนี้ไม่เหมือนวันอื่นอีกแล้ว

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
9 챕터
ตอนที่ 1 — ชายผู้ซ่อมเกวียน
ตอนที่ 1 — ชายผู้ซ่อมเกวียน ยามเช้าของ ฮอลโลว์ครีก (Hollow Creek) เริ่มต้นขึ้นพร้อมเสียง เกือกม้า กระทบพื้น ถนนดิน และเสียง ล้อเกวียนไม้ (Wooden Wagon Wheel) หมุนผ่านร่องลึกที่เกิดจากฝนเมื่อคืน แสงอาทิตย์สีทองส่องลอดระหว่างอาคารไม้สองฝั่งถนน ขณะที่ควันจาง ๆ จาก โรงตีเหล็ก ลอยเหนือหลังคา กลิ่นกาแฟร้อน กลิ่นม้า และกลิ่นฝุ่นผสมกันจนกลายเป็นกลิ่นประจำของเมืองที่คนในพื้นที่แทบไม่รู้สึกอีกแล้ว ไกลออกไป เสียงหวูดจาก ทางรถไฟ (Railroad) ดังยาวขึ้นหนึ่งครั้ง รถไฟยังมาไม่ถึงสถานี แต่เสียงนั้นก็มากพอให้คนหลายคนหันไปมอง ฮอลโลว์ครีกเคยเป็นเพียงเมืองชายแดนเล็ก ๆ ที่มีพ่อค้าไม่กี่รายกับคนเลี้ยงปศุสัตว์ผ่านไปมา แต่หลังทางรถไฟเข้ามา ทุกอย่างก็เริ่มเร็วขึ้น เงินไหลเข้ามา งานเพิ่มขึ้น ร้านค้าเปิดใหม่ โรงแรมเต็มบ่อยขึ้น และพร้อมกันนั้นหนี้สิน การพนัน การทะเลาะวิวาท และคนแปลกหน้าที่ไม่มีใครรู้ว่ามาจากไหนก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน ตรงหัวมุมถนนมีอาคารไม้ชั้นเดียวหลังหนึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางร้านค้าหลายร้าน เหนือประตูแขวนป้ายว่า ร้านซ่อมเกวียนเฮย์ส (Hayes Wagon & Wheel) บนพื้นหน้าร้านมี ล้อสำรอง พิงกำแพงอยู่หลายวง
last update최신 업데이트 : 2026-09-28
더 보기
ตอนที่ 2 — คนที่กำลังหนี
ตอนที่ 2 — คนที่กำลังหนี บิลวิ่งเข้าไปในตรอกด้านหลังสถานีโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังตามหาอะไร เขารู้เพียงว่าฝีเท้าของเอวานยังอยู่ข้างหน้า และเสียงรองเท้าของชายอีกสองคนกำลังไล่ตามมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ กลิ่นน้ำเสียจากรางระบายน้ำผสมกับกลิ่นควันถ่านหินจากรถไฟจนแสบจมูก อาคารไม้สองข้างเบียดกันแน่นจนแสงแดดส่องลงมาได้เพียงเป็นเส้นแคบ ๆ บนพื้นดิน และตรงปลายตรอกนั้นเอง บิลเห็นชายที่เขาเพิ่งช่วยโดยไม่ได้ตั้งใจปีนข้ามรั้วเตี้ยเข้าไปในลานหลังร้านค้าแห่งหนึ่ง “ถ้าข้าจับเจ้าได้...” เสียงชายด้านหลังดังขึ้น บิลหันกลับไปมองเพียงแวบเดียว ชายคนหนึ่งกำลังยกปืนขึ้น เขาไม่รอให้มันเล็งเสร็จ จึงคว้า ถังไม้ ที่วางอยู่ข้างกำแพงแล้วเตะเข้าไปเต็มแรง ถังกลิ้งขวางทาง กระแทกข้อเท้าของอีกฝ่ายจนเสียหลัก กระสุนจึงพุ่งทะลุชายคาแทนที่จะเจาะหลังเขา บิลไม่เสียเวลาอยู่ดูผลงาน เขาหันกลับแล้วปีนรั้วตามเอวานไปทันที อีกด้านของรั้วเป็นลานหลังร้านขายอาหารแห้ง ชายสองคนกำลังขนถุงแป้งลงจากเกวียน พวกเขามองบิลที่กระโดดลงมาอย่างตกใจ ก่อนมองชายที่กำลังปีนตามเข้ามา “อย่ามองข้าแบบนั้น” บิลพูดพลางชี้ไปทางประตู “ข้าแค่กำลังเดินผ่า
last update최신 업데이트 : 2026-09-28
더 보기
ตอนที่ 3 — มื้อค่ำที่มีคนตามฆ่า
ตอนที่ 3 — มื้อค่ำที่มีคนตามฆ่า เสียงพูดคุยในเดอะ รัสเต็ด สเปอร์ค่อย ๆ เบาลงทีละโต๊ะ เมื่อชายแปลกหน้าหยุดอยู่กลางร้าน มือข้างหนึ่งวางใกล้เอวในตำแหน่งเดียวกับคนที่คุ้นเคยกับปืนมากกว่าการใช้มือเปล่า เขาแต่งตัวสะอาดเกินกว่าจะเป็นคนงานที่เพิ่งลงจากรถไฟ และรองเท้าของเขาแทบไม่มีฝุ่นติดอยู่เลย ทั้งที่ถนนของฮอลโลว์ครีกไม่เคยปรานีรองเท้าคู่ไหน ชายคนนั้นกวาดสายตาไปทั่วร้านก่อนหยุดตรงเอวาน “ข้ากำลังตามหาชายคนหนึ่ง” เขาพูด “ชื่อเอวาน รอร์ก” เอวานยังคงนั่งอยู่ แต่ไหล่ของเขาเกร็งขึ้นเล็กน้อย บิลเห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นจึงรู้ว่าคนตรงหน้าไม่จำเป็นต้องถามชื่อซ้ำ เรด คอลลินส์ยืนอยู่หลังเคาน์เตอร์ มือยังถือแก้วที่กำลังเช็ดอยู่ สีหน้าของเธอไม่เปลี่ยน แต่ผ้าในมือหยุดนิ่งไปแล้ว ชายคนนั้นก้าวเข้ามาอีกสองก้าว “เอกสารที่เขาขโมยไปเป็นทรัพย์สินของบริษัท ข้าต้องการเอาคืน และถ้าเขายอมมาดี ๆ เรื่องนี้ก็จบ” บิลวางส้อมลงอย่างช้า ๆ “พูดเหมือนเจ้ามีสิทธิ์จับคนเอง” ชายคนนั้นหันมามองเขาเป็นครั้งแรก “ข้าไม่ได้มาคุยกับเจ้า” บิลพยักหน้า “ดี เพราะข้าก็กำลังกินข้าว” ชายคนนั้นมองบาดแผลบนแขนของบิล แล้วเลื่อนสายตาไปยังปืนที
last update최신 업데이트 : 2026-09-28
더 보기
ตอนที่ 4 — บ้านที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป
ตอนที่ 4 — บ้านที่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ร้านซ่อมเกวียนเฮย์ส (Hayes Wagon & Wheel) ตั้งอยู่ปลายถนนสายหนึ่งของฮอลโลว์ครีก ท่ามกลางบ้านไม้ ร้านค้า และโกดังสินค้าที่กำลังปิดประตูรับค่ำคืน บิล เฮย์ส (Bill Hayes) กับเอวาน รอร์ก (Evan Rourke) ไม่ได้เดินตรงกลับร้านทันที ทั้งคู่หยุดอยู่หลังอาคารฝั่งตรงข้ามเพื่อมองดูความมืดที่แผ่คลุมหน้าร้าน บิลมองหน้าต่างชั้นบนของห้องพักตัวเอง ก่อนมองประตูโรงซ่อมที่ปิดสนิท “แซมมี่บอกว่ามีสามคน” เอวานกระซิบ “ใช่” บิลตอบ “แต่ตอนนี้เหลือสอง” เอวานขมวดคิ้ว “เจ้ารู้ได้อย่างไร” บิลไม่ตอบทันที เขามองถนนอีกด้านที่มีรถม้าผ่านไปช้า ๆ แล้วจึงพูดว่า “ถ้าใครสามคนเข้าไปค้นร้านของข้า พวกมันต้องมีคนเฝ้าหน้าร้านอย่างน้อยหนึ่งคน” เขาชี้ไปยังมุมอาคาร “แต่ถ้ามีคนเฝ้าอยู่ตรงนั้น เขาจะไม่มีเหตุผลต้องยืนหลบเงาเสา เพราะจากตรงนั้นมองเห็นประตูหน้าชัดที่สุด” เอวานมองตามแล้วเริ่มเข้าใจ “เจ้าคิดว่าพวกมันกำลังกลัวคนอื่นเห็น?” บิลส่ายหน้า “ไม่ พวกมันกำลังกลัวคนของพวกมันเอง” เขาเดินออกจากที่กำบังช้า ๆ ก่อนเปลี่ยนเส้นทางไปยังด้านข้างของร้าน ตรงนั้นมีช่องแคบระหว่างกำแพงร้านกับโกดังเก่าที่กว
last update최신 업데이트 : 2026-09-28
더 보기
ตอนที่ 5 — รายชื่อของคนที่ต้องหายไป
ตอนที่ 5 — รายชื่อของคนที่ต้องหายไป รุ่งเช้าฮอลโลว์ครีกตื่นขึ้นพร้อมข่าวลือเรื่องชายสองคนที่ถูกมัดไว้ในร้านซ่อมเกวียนเฮย์ส แต่ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันเข้ามาทำอะไร และไม่มีใครรู้ว่าทำไมบิล เฮย์สจึงไม่ยอมส่งพวกมันให้ตำรวจตั้งแต่เมื่อคืน ข่าวลือไหลผ่านเมืองเร็วกว่ารถไฟเที่ยวเช้า คนขายของพูดกับลูกค้า คนขนของพูดกับคนเลี้ยงม้า และคนที่ไม่รู้เรื่องเลยสักอย่างกลับเป็นคนที่เล่าเรื่องได้ละเอียดที่สุด บิลไม่ได้สนใจเรื่องพวกนั้น เขาสนใจเพียงกระดาษหนึ่งแผ่นที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานกับชายสองคนที่ตอนนี้ถูกพาออกจากร้านไปแล้วโดยนายอำเภอเอลิอัส โครว์ เพราะอย่างน้อยในทางกฎหมาย การบุกเข้าไปในร้านคนอื่นพร้อมอาวุธก็ยังเป็นความผิดที่ชัดเจนกว่าความผิดทั้งหมดที่อยู่ในกระดาษ “เจ้าคิดว่าพวกมันจะพูดไหม” แซมมี่ถามขณะถือถังน้ำเข้ามาในร้าน บิลกำลังเปลี่ยนไม้กระดานที่โดนกระสุนเมื่อคืน เขาตอกตะปูลงไปหนึ่งครั้งก่อนตอบ “ไม่” “แล้วจะจับมันไว้ทำไม” “เพราะคนที่เงียบก็ยังใช้เป็นตัวเตือนคนอื่นได้” แซมมี่ไม่เข้าใจ บิลจึงพยักหน้าไปทางประตู “ถ้ามีใครคิดจะเข้ามายุ่งกับร้านเราอีก เขาจะเห็นว่าที่นี่ไม่ได
last update최신 업데이트 : 2026-10-01
더 보기
ตอนที่ 6 — ห้าคนกับประตูบานเดียว
ตอนที่ 6 — ห้าคนกับประตูบานเดียว “ต่อแถว” คำของบิลลอยผ่านประตูไม้ไปสู่ความมืด แล้วไม่มีใครหัวเราะ แม้แต่แซมมี่ เฮย์สที่ยืนอยู่ข้างหลังเขายังเม้มปากแน่น เสียงม้าห้าตัวขยับเท้าบนพื้นดินอยู่หน้าร้าน ชายคนหนึ่งกระแอมเบา ๆ ก่อนตอบกลับมา “ข้าให้โอกาสเจ้าแล้ว บิล เฮย์ส” บิลพิงไหล่กับประตูอย่างใจเย็น “นั่นคงเป็นปัญหาของเจ้า ข้าไม่เคยขอ” จากปลายถนนมีแสงตะเกียงอีกสองดวงกำลังเคลื่อนเข้ามา แต่บิลยังไม่หันไปมอง เขาจำได้ว่าเสียงล้อรถเข็นของใครดังขึ้นตรงหัวมุมและรู้ทันทีว่า เมืองนี้กำลังตื่นมาดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับชายที่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นอีกครั้ง เสียงจากหน้าประตูดังขึ้น “เราไม่ได้ต้องการฆ่าเจ้า” บิลตอบ “คนที่เริ่มด้วยคำนี้มักยิงก่อนเสมอ” ชายด้านนอกหัวเราะหึ “เจ้าเป็นช่างซ่อมเกวียน ไม่ใช่นักปืน” “จริง” บิลพูด “เพราะฉะนั้นพวกเจ้าห้าคนยิ่งควรกลับไป ข้ารู้เรื่องล้อเพียงนิดเดียว แต่รู้ดีว่าของที่รับน้ำหนักเกินจะพังตรงไหน” ไม่มีคำตอบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเสียงอีกคนดังขึ้น “บอกเอวานออกมา แล้วเราจะไม่แตะเด็ก” แซมมี่สะดุ้ง แต่บิลกลับนิ่ง “เจ้าเพิ่งทำพลาด” เขาพูด “อะไร” “เจ้
last update최신 업데이트 : 2026-10-02
더 보기
ตอนที่ 7 — คนที่อยู่ในรายชื่อ
ตอนที่ 7 — คนที่อยู่ในรายชื่อ รุ่งเช้าหลังจากคืนที่ร้านซ่อมเกวียนเกือบกลายเป็นสนามยิงปืน บิล เฮย์ส ตื่นขึ้นบนเก้าอี้ตัวเดิมที่โต๊ะทำงานของตัวเองเพราะเขาจำไม่ได้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไร ไหล่ข้างหนึ่งปวดจนยกแขนแทบไม่ขึ้น ซี่โครงเจ็บทุกครั้งที่หายใจ และแผลตรงคิ้วยังมีเลือดแห้งติดอยู่ แต่สิ่งแรกที่เขามองไม่ใช่บาดแผล กลับเป็นประตูร้านที่พังไปครึ่งหนึ่ง เขานั่งมองมันอยู่นานก่อนพูดกับตัวเองว่า “อย่างน้อยกำแพงยังอยู่” เสียงหนึ่งดังจากข้างนอกทันที “เพราะถ้ามันพังด้วย ข้าจะไม่ช่วยซ่อมให้” บิลหันไปเห็นมาร์ธา “เรด” คอลลินส์ยืนถือถุงอาหารอยู่หน้าร้าน พร้อมสีหน้าของคนที่เห็นชายเจ็บแต่ยังไม่รู้จักหัดพัก เรดเดินเข้ามาวางถุงบนโต๊ะแล้วมองรอบร้าน “เมื่อคืนข้ากลับไปนอนตอนตีสาม วันนี้เจ้าทำให้ข้าต้องตื่นแต่เช้าอีกแล้ว” บิลมองอาหาร “มีอะไรบ้าง” “ซุป ขนมปัง และยา” “ยาอะไร” “ยาของคลารา” “งั้นเอาไว้ยา ข้ากินก่อน” เรดมองเขาอย่างเอือมระอา “ข้ารู้ว่าเจ้าจะพูดแบบนี้” แล้วหยิบถ้วยซุปยื่นให้ “กินก่อน พูดทีหลัง” บิลรับมาแต่ยังไม่ทันได้แตะช้อน ประตูหน้าร้านที่เหลืออยู่ก็เปิดออกอีกครั้ง คลารา วิทมอร์ (Clara Whitmore)
last update최신 업데이트 : 2026-10-09
더 보기
ตอนที่ 8 — คนที่ถูกเลือก
ตอนที่ 8 — คนที่ถูกเลือก บิล เฮย์สวิ่งกลับฮอลโลว์ครีกโดยไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งเร็วแค่ไหน เขาเพียงรู้ว่าร่างกายกำลังพยายามพาเขากลับไปยังร้านให้ทันก่อนที่สิ่งเลวร้ายจะเกิดขึ้น และทุกครั้งที่ความเจ็บจากซี่โครงแล่นขึ้นมา เขาก็ยิ่งโกรธตัวเองที่ไม่ได้เห็นสัญญาณนั้นตั้งแต่แรก ถนนสายหลักเต็มไปด้วยผู้คนของเมืองที่กำลังเริ่มงานในตอนเช้า แต่เมื่อพวกเขาเห็นสีหน้าของบิล หลายคนก็หยุดมองโดยไม่กล้าถาม เขาวิ่งผ่านร้านมิลเลอร์ ร้านตีเหล็ก และโรงแรมโดยแทบไม่ชะลอ จนกระทั่งมาถึงหน้าร้านซ่อมเกวียนเฮย์ส ประตูที่เมื่อคืนยังถูกปิดแน่นกลับเปิดอ้าอยู่ และเชือกที่บิลใช้คล้องประตูไว้ถูกตัดขาดอย่างเรียบร้อย “แซมมี่!” ไม่มีเสียงตอบ บิลผลักประตูเข้าไป เครื่องมือทุกอย่างยังอยู่ที่เดิม แต่เก้าอี้ตัวที่แซมมี่ชอบนั่งถูกล้มอยู่ข้างโต๊ะทำงาน ใกล้ ๆ กันมีแก้วน้ำแตก และบนพื้นมีรอยรองเท้าสองคู่ลากผ่านฝุ่นไปยังประตูด้านหลัง บิลคุกเข่าลงโดยไม่สนใจความปวดที่ซี่โครง เขาแตะรอยบนพื้นอย่างระมัดระวังแล้วมองไปยังเศษไม้ที่แตกอยู่ตรงขอบประตู “ไม่ได้ถูกลากออกไปทันที” เขาพึมพำ เอวาน รอร์กที่วิ่งตามมาถึงหอบจนแทบพูดไม่ออก “เจ้ารู้ได้อย่าง
last update최신 업데이트 : 2026-10-09
더 보기
ตอนที่ 9 — เหยื่อล่อที่ชื่อแซมมี่
ตอนที่ 9 — เหยื่อล่อที่ชื่อแซมมี่ บิล เฮย์สไม่รอให้ใครอนุญาต เขาคว้าเชือกที่อยู่ท้ายรถม้าแล้วกระโดดลงจากริมตลิ่งทันที น้ำเย็นจัดกระแทกหน้าอกจนลมหายใจแทบขาดห้วง แต่เขายังกำเชือกไว้แน่นและพยายามว่ายตัดกระแสน้ำไปยังเรือสินค้าที่กำลังล่องห่างออกไป เอวาน รอร์กตะโกนห้ามจากฝั่ง แต่บิลไม่หันกลับ เพราะบนท้ายเรือมีแซมมี่ เฮย์สนั่งถูกมัดอยู่กับเสา และเด็กคนนั้นกำลังมองเขาด้วยสีหน้าที่ทั้งกลัวทั้งไม่เข้าใจว่าทำไมชายที่บอกให้เขาอยู่ในร้านเมื่อเช้าถึงกำลังว่ายน้ำไล่เรืออยู่กลางแม่น้ำ ขณะเดียวกันบนเนินฝั่งตรงข้าม ชายถือปืนยาวยังยืนดูอยู่โดยไม่ยิงซ้ำ ราวกับเพียงต้องการให้แน่ใจว่าบิลเห็นสิ่งที่พวกมันตั้งใจให้เห็น “เจ้าอยากให้ข้าตามไปใช่ไหม” บิลพึมพำกับตัวเอง “งั้นก็ตามนั้น” เชือกยาวถูกผูกเข้ากับห่วงเหล็กใต้รถม้าอีกด้านหนึ่ง โจ เมอร์เซอร์กำบังเหียนไว้แน่น ขณะที่แซม เทอร์เนอร์ลงไปช่วยดึงเชือกจากริมตลิ่ง บิลไม่ได้คิดจะว่ายไปให้ถึงเรือด้วยแรงของตัวเอง เขาเพียงอาศัยกระแสน้ำพาเข้าใกล้แล้วใช้เชือกเป็นตัวประคอง เมื่อระยะห่างเหลือไม่กี่วา เขาก็รวบแรงทั้งหมดเหวี่ยงเชือกขึ้นไปเกี่ยวเสากระโดงท้ายเรือ เชือกพันห
last update최신 업데이트 : 2026-10-09
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status