تسجيل الدخولเอี๊ยดดดดดด รถคันหรูถูกเหยียบเบรกกะทันหันจนเกิดเสียงเบียดเสียดระหว่างถนนกับยางรถขึ้นเสียงดัง แต่ถึงกระนั้นรอบ ๆ นี้กลับไม่มีใครอยู่เลย
รถหรูคันหนึ่งพุ่งชนเข้ากับจักรยานของวันเดย์อย่างจัง จนตัวของเขากระเด็นลอยห่างออกจากจุดเกิดเหตุไปหลายเมตร ทั้ง ๆ ที่ในมหาวิทยาลัยก็มีกฎอยู่ชัดเจนว่าให้ขับรถช้า ๆ แต่ดูเหมือนทางนั้นจะไม่สนใจอะไรเลยสักนิด
“ขับรถภาษาอะไร นี่มันในเขตมหาวิทยาลัยนะ จะรีบไปตายห่าที่ไหน” วันเดย์บ่นพลางก้มหน้าสำรวจร่างกายตัวเองว่ายังอยู่ดีครบ 32 ประการไหม
แต่ที่สำคัญนอกจากจะไม่ปฏิบัติตามกฎของมหาวิทยาลัยแล้ว จะเอ่ยปากขอโทษสักคำก็ไม่มี แถมการรับผิดชอบของเด็กอินเตอร์นั่นยังเป็นการแสดงความรับผิดชอบที่แย่ที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมาเลย
“พี่เป็นอะไรมากไหมครับ ต้องไปหาหมอไหม ผมจะได้ให้เงินไป พอดีผมมีเรียนเช้า ผมรีบ” แค่ประโยคนี้ประโยคเดียววันเดย์ถึงกับช็อกตาตั้งแล้ว ไม่คิดว่าจะมีคนแบบนี้อยู่บนโลก คนที่เอะอะเอาเงินฟาดหน้าแล้วเรื่องก็จบเนี่ย
ความรับผิดชอบภายนอกก็เรื่องหนึ่ง แต่อย่างแรกคนที่ทำผิดควรพูดว่าขอโทษก่อน ไม่ใช่มาถึงก็จะโยนเงินให้แบบนี้ เขาเกลียดที่สุด
“เดี๋ยวนะ นี่คือวิธีแสดงความรับผิดชอบของนายงั้นเหรอ”
“ก็ถ้าไม่รับผิดชอบด้วยการจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ พี่จะให้ผมรับผิดชอบอะไรครับ” วันเดย์ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ที่อีกฝ่ายพูดเหมือนลืมเอาสมองมาด้วย
“ก็ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่ควรมีสำนึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดแล้วขอโทษก็พอ” เพราะรู้ว่าพูดอะไรไปก็ไร้ประโยชน์ วันเดย์เหลือบตามองหน้ารุ่นน้องคนนั้น ก่อนจะลุกไปลากเศษซากจักรยานออกมา โดยไม่สนใจเสียงเรียกเขาที่ดังตามหลัง ภาวนาขออย่าได้เจอกันอีกเลย
“หาอะไรของมึงไอ้เดย์” เพื่อนผมเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าผมค้นกระเป๊าอยู่หลายรอบ
“ไม่รู้กระเป๊าสตางค์กูหายไปไหน สงสัยหล่นแถวถนนในมอเมื่อเช้าแน่เลย ซวยฉิบหาย”
“เออมึง หอมึงที่จะถูกทุบกูได้ข่าวมาว่าลูกชายเขาเรียนที่นี่นะ เหมือนจะอยู่ปีสามแต่ว่าเป็นนักศึกษาภาคอินเตอร์”
“แล้วไง มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับกูเหรอ กูไม่ได้อยากรู้”
ลำพังแค่เรื่องเจ็บตัววันเดย์ก็หงุดหงิดมากพอแล้ว นี่ยังต้องมาเครียดกระเป๊าเงินหายอีก แค่นี้เขาก็ไม่อยากจะสนใจอะไรอีกแล้ว ใครเป็นใครเขาเองไม่อยากรับรู้แล้ว
“บังเอิญว่ากูขี้เสือกละดันอยากรู้ว่าคนรวยเขาหน้าตาเป็นยังไง กูก็เลยไปหาข้อมูลมา แต่ถ้ามึงได้เห็นนะ อย่าช็อกละกัน”
“กูจะช็อกทำไม เขามี 3 หัวหรือไง”
“ไอ้เวร หยุดกวนตีน แล้วมาดูรูปนี้ก่อนอย่าเพิ่งปากดี”
“อาทิตนัย สิริโชคอำนาจ ชื่อเล่นออกัส ไอ้น้องอินเตอร์คนนั้นนี่หว่า” วันเดย์ถึงกับนิ่งช็อกพูดไม่ออก ทันทีที่เขาอ่านชื่อแล้วดูรูปโปรไฟล์ที่เพื่อนยื่นให้ ปรากฏว่ามันก็คือคนคนเดียวกับที่ทำเขาซวยแล้วซวยอีกนั่นเอง
คนเราสามารถไม่ชอบขี้หน้าคนคนหนึ่งไปได้มากแค่ไหนวันเดย์เองก็อยากรู้ เพราะจากที่รู้สึกไม่ชอบขี้หน้ารุ่นน้องคนนั้นอยู่แล้ว พอได้มารู้ว่ามันเป็นใคร เขาก็ยิ่งไม่ชอบมากขึ้นไปอีก
สรุปวันนั้นทั้งวันเขาเลยตัดสินใจที่จะโดดเรียน เพื่อไปสงบสติอารมณ์ไม่ให้ฟุ้งซ่าน แต่นับว่าเป็นโชคดีที่มีเพื่อนที่ดี เพราะพอหมดคาบพวกเพื่อน ๆ พากันขนการบ้าน เนื้อหาที่เรียนวันนี้และเอกสารที่อาจารย์ฝากเอามาให้เขาที่ข้างตึกบริหาร ซึ่งเป็นสถานที่รวมตัวประจำของกลุ่มเขาเอง
แต่ความสบายใจมักจะอยู่กับวันเดย์คนนี้ได้ไม่นาน เมื่อเพื่อนตัวดีของเขา กำลังพูดถึงชื่อคนที่ไม่อยากจะเจอมากที่สุด และตอนนี้คนคนนั้นก็กำลังเดินตรงมาทางที่เขานั่งอยู่ พอเพื่อน ๆ ของเขาเห็นว่าเป็นใครก็รีบเข้าไปรับหน้าเอาไว้ให้
“ว่าไงไอ้น้องภาคอินเตอร์ มาหาพวกพี่มีอะไรครับ” วันเดย์ทำเป็นมองไม่เห็นอีกฝ่ายด้วยการเสียบหูฟังแล้วก้มเขียนเอกสารที่อาจารย์ฝากเพื่อนเอามาให้ นีโอเพื่อนสนิทเขาจึงเอ่ยถามออกัสแทน
“เออ ผมมาหา นายวันเวฬา ดำรงธรรม ครับ” ออกัสตอบกลับนีโอ
“อ่อ มาหาไอ้เดย์นี่เอง ไอ้เดย์ ไอ้วันเดย์โว้ย!!” นีโอเรียกชื่อเพื่อนเสียงดัง
“…” วันเดย์เงยหน้าขึ้นมองนีโอเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรตอบไป
“ไอ้น้องอินเตอร์มาหามึงอีกแล้ว ไหนว่าจบเรื่องแล้ว รอบนี้มากับน้องไข่มุกดาวคณะคนสวยด้วย เพิ่งเคยเจอตัวเป็น ๆ สวยฉิบ” นีโอถามวันเดย์ก่อนจะหันไปมองไข่มุกที่ยืนหลบหลังออกัส
“พวกมึงก็เบา ๆ น้องเขาเป็นผู้หญิง” วันเดย์เอ่ยปรามนีโอ ด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่สายตาว่างเปล่ากลับจ้องหน้าออกัสอย่างไม่วางตา
“ว่าไงน้องภาคอินเตอร์ มาหาพี่มีอะไรครับ”
Special By “Oneday”อันที่จริงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันไม่ได้มีอะไรเลยด้วยซ้ำ แต่วันเดย์แค่รู้สึกสนุกกับการได้ปั่นประสาทคุณหนูของเขาเล่น ๆ ก็เท่านั้นเองอย่างเช่นเรื่องของไข่มุก ตอนแรกวันเดย์ก็หลงคิดว่าเธอกับออกัสเป็นแฟนกัน แต่พอมารู้ทีหลังว่าจริง ๆ แล้วทั้งสองเป็นแค่เพื่อนสนิทกันเท่านั้นเรื่องที่ออกัสสงสัย จริง ๆ คือเมื่อวานไข่มุกเธอโพสต์รูปภาพอะไรสักอย่างในอินสตาแกรม ซึ่งวันเดย์เองก็ไม่ได้ติดตามอะไรเธอ ก็เลยไม่รู้ว่าเธอลงรูปอะไรไป แต่รูปนั้นมันทำให้เจ้านายสุดที่รักของเขา ตามมาซักไซ้ราวกับเขาเป็นนักโทษพอตอบกลับไปคราวนี้ออกัสก็นิ่งเงียบไปเลย ไม่เห็นปากเก่งเหมือนตอนแรก ตลอดชีวิตของคุณหนูคงจะอยู่ท่ามกลางคนรุมล้อมที่คอยตามใจ อยากได้อะไรก็ต้องได้ ไม่เคยต้องเรียนรู้คำว่าผิดหวัง มันก็เลยทำให้ออกัสรู้สึกไม่โอเค ที่จู่ ๆ มีใครคนหนึ่งลุกขึ้นมาต่อต้าน ไม่ทำตามที่เขาต้องการมันก็ตลกดีแทนที่ออกัสจะไล่วันเดย์ออกเหมือนคนอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่พอใจ แต่กลับไปตามตัวเขากลับมาด้วยตัวเอง และที่บ้าไปกว่านั้นคือเขาดันยอมกลับมานะสิ“ผมขอบอกพี่อีกครั้งเลยนะ ว่า...อย่าแม้แต่จะคิดหรือมายุ่งว
วันรุ่งขึ้นออกัสตื่นนอนก่อนจะบิดขี้เกียจเล็กน้อย แต่ไม่ยอมลุกออกจากเตียง ก่อนจะนึกได้ว่าเช้านี้ต้องเอาคำตอบกับคนขับรถให้ได้ เขาจึงรีบดีดตัวลุกจากเตียงจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย พอออกมาหน้าบ้านก็เจอหน้าคนที่ต้องการถามพอดี ก่อนจะเดินขึ้นรถที่สตาร์ตเครื่องรออยู่“เมื่อวานเพื่อนผมแวะไปหาพี่ที่ร้านเหรอครับ ผมเห็นเธอถ่ายรูปลงโซเชียล” ออกัสเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ออกมาจากบ้านได้สักพักแล้ว วันเดย์ทำหน้างงกับคำถามเขา ก่อนจะนึกอะไรสักอย่าง“หมายถึงไข่มุกเหรอ ก็ใช่นะ เห็นเขาบอกว่าไปซื้อของกับที่บ้าน ก็เลยแวะหาไอศกรีมกินแล้วบังเอิญเจอผมทำงานอยู่พอดี”“โลกกลมดีเนอะ” ออกัสพูดลอย ๆ ออกไป“กลมสิ ดูอย่างเราสิ แค่นี้ก็เป็นคำตอบละ ว่าโลกมันกลมจนหน้าหงุดหงิดขนาดไหน ไปถึงแล้วรีบ ๆ ลงไปได้แล้ว คนอื่นเขามีเรียนนะครับ ไม่ได้ว่าง”แทนที่จะได้คำตอบ สุดท้ายออกัสกลับถูกคนขับรถไล่ลงจากรถของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ที่น่าโมโหคือเขายอมเดินลงมาอย่าง งง ๆกว่าจะนึกขึ้นได้วันเดย์ก็ขับรถไปจอดแล้วส่วนคนที่ทิ้งระเบิดใส่เขาไว้ได้เดินย้อนกลับไปที่อาคารเรียนภาคไทยเรียบร้อยแล้ว ฝากไว้ก่อนเถอะ ออกัสได้แต่เก็บค
ออกัสละความสนใจจากคนขับรถก่อนจะจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อย แล้วก็เดินไปที่บ้านใหญ่ เพื่อรอเวลาทานข้าวเย็นระหว่างที่ออกัสนั่งเล่นอยู่ในห้องรับแขก ก็นึกขึ้นมาได้เกี่ยวกับเรื่องของวันเดย์ที่พึ่งแยกกันไป เขาอยากรู้เหมือนกันว่าจะสามารถหาข้อมูลนักศึกษาในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยได้ไหมไม่รอช้าออกัสยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมา แล้วเข้าเว็บมหาลัยในทันทีและนี่คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาเปิดเข้ามาดูเว็บบอร์ดนี้เลยก็ว่าได้ เขาจัดการพิมพ์ชื่อของวันเดย์ที่จำมาตอนเอากระเป๊าเงินไปคืนเข้าไปในช่องค้นหานั้นทันที ก่อนจะกดค้นหา ข้อมูลของพี่มันก็เด้งขึ้นมายาวเหยียดจนต้องเลื่อนลงไปอ่าน‘นายวันเวฬา ดำรงธรรมมา’‘นักเรียนทุนดีเด่น’‘นักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย’‘ประธานชมรมดนตรีสากล’‘ประธานสโมสรนักศึกษาของมหาวิทยาลัย’‘รูปใบประกาศนียบัตร รูปถ้วยและเหรียญรางวัลจากการแข่งขันต่าง ๆ ตั้งแต่งานวิชาการจนถึงกีฬาของมหาวิทยาลัย’ออกัสนั่งมองตำแหน่งและรางวัลของคนขับรถเขาจากมือถืออย่างอึ้ง ๆ ที่เป็นแค่คนธรรมดา แต่กลับมีตำแหน่งหน้าที่ในมหาวิทยาลัยมากมายขนาดนี้ นี่คงเป็นเหตุผลที่ใ
ออกัสแอบนึกหมั่นไส้ในใจที่คนด้านข้างคุยกับวายุเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเลย เพราะปกติไม่เคยเห็นจะพูดดี ๆ กับเขาแบบนี้บ้างเลย“เออ ขอโทษนะคะ พี่เดย์ใช่ไหมคะ” จู่ ๆ ก็มีนักศึกษาหญิงเดินเข้ามาระหว่างบทสนทนาวายุกับวันเดย์“ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่า” วันเดย์ตอบกลับ“ขอถ่ายรูปหน่อยได้ไหมคะ” เสียงบุคคลไม่ได้รับเชิญทำเอาออกัสต้องเด้งตัวขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ต้องเป็นคนดังขนาดไหน ถึงได้มีนักศึกษาเดินมาขอถ่ายรูปด้วยแบบนี้ที่สำคัญที่นี่เป็นฝั่งภาคอินเตอร์ ซึ่งมันน้อยมากที่เด็กอินเตอร์จะรู้จักนักศึกษาภาคไทยสำหรับมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ขนาดนี้การที่คนคนหนึ่งจะเป็นที่รู้จักได้ทั้งสองภาคต้องเป็นคนดังในมหาวิทยาลัยมากพอสมควร อย่างเช่น เป็นดาวเดือน แบบไข่มุกหรือพวกนามสกุลดัง ๆ แบบออกัสแต่นี่ คนตรงหน้าออกัสคือคนขับรถ และครอบครัวของวันเดย์ก็ทำงานที่บ้านผมอีกด้วย ซึ่งสามารถตัดเรื่องนามสกุลดังออกไปได้เลย อีกข้อที่น่าเป็นไปได้คือเดือนมหาวิทยาลัย แต่ดูท่าทางเขาคงไม่ใช่คนที่ชอบทำกิจกรรมอะไรแบบนั้นแน่ ๆ แค่เห็นสีหน้าตอนที่สาว ๆ มาขอถ่ายรูปก็พอเดาได้“มีสาวมาขอถ่ายรูปด้วย พี่คนดังหรือเป
รุ่งเช้า“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เดย์”“กองไว้แถวนั้นแหละ เชิญขึ้นรถ” วันเดย์ตอบออกัสด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“วันนี้ผมอารมณ์ดี จะไม่ถือคำพูดพี่ก็แล้วกัน” ออกัสยิ้มออกมาอย่างผู้ชนะเพราะพอออกัสตื่นเช้าขึ้นมาก็เจอกับวันเดย์ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าข้อเสนอของเขา ทำให้คนตรงหน้าตัดสินใจได้ง่ายมากแค่ไหน“แล้วพี่ก็ไปลาออกงานพาร์ตไทม์ได้แล้วนะครับ แค่มาเป็นคนขับรถให้ผมอย่างเดียวก็พอแล้ว”“ไม่ออก เวลามันไม่ได้ชนกัน” วันเดย์รีบตอบกลับทันที“ทำไมพี่ถึงดื้อจัง มีงานสบาย ๆ ทำอย่างเดียวไม่ชอบ ชอบลำบากหรือไงครับ” ออกัสเลยบ่นให้อีกฝ่าย เพราะแค่มาขับรถให้เขาเงินเดือนก็มาพอแล้ว ยังจะต้องวิ่งไปทำงานข้างนอกอีกทำไม“มันเรียกว่าความรับผิดชอบ รู้จักไหม แต่ดูหน้าคงคิดว่าไม่รู้จัก ถ้างั้นมีหน้าที่แค่นั่งรถไปมหาวิทยาลัยก็นั่งไปเถอะ แล้วหยุดพล่ามด้วย รำคาญ” แล้วตลอดทางผมสองคนไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลยต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน วันเดย์ไม่สามารถเลือกทางอื่นได้เลย เพราะนั่นหมายความว่าพี่เอกคนขับรถอีกคนต้องมาเดือดร้อนด้วย และพี่เขาก็คงไม่อยากให้เป็นแบบนั้นจึงยอมมาขับรถส่งคุณหนูแบบเขาให้มันจบ ๆ ไประหว
“พ่อหมายถึง ลูกชายบ้านสิริโชคอำนาจเหรอครับ”“ใช่ เจ้านายพ่อเขาอยากได้คนขับรถให้ลูกชาย พ่อว่าก็ดีนะ เดย์จะได้พักที่นี่เลย ประหยัดค่าหอด้วย ได้ทำงานไปด้วยลูก ลูกชายเขาก็เรียนอยู่ที่เดียวกับเดย์เท่ากับประหยัดเรื่องค่าเดินทางไปอีก เดย์ว่าไงลูก” พ่อของเขาร่ายออกมายาว“…ได้ครับพ่อ” วันเดย์เงียบไปพักใหญ่ในการตัดสินใจ ก่อนจะตอบตกลงไป ไม่ใช่ว่าเขาอยากไปทำงานที่นั่น แต่เขาแค่อยากช่วยลดภาระพ่อกับแม่ก็เท่านั้นเพราะอย่างที่พ่อบอกกับเขาว่าทั้งค่าที่พักเดือนละหลายพัน ไหนจะค่าเดินทางอีกเดือนละหลายร้อยบาท ถ้าหากเขาสามารถลดค่าใช้จ่ายตรงนั้นไปได้คงจะช่วยพ่อกับแม่ได้อีกเยอะวันเดย์มานั่งเช็กตารางเรียนของตัวเองดู มันก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะปีสี่เขามีเรียนแค่ไม่กี่ตัว ส่วนใหญ่อาจารย์จะให้ทำวิจัยกับโปรเจกต์จบมากกว่า เวลาไม่ชนกันด้วย เขาจึงรับงานนี้ได้สบาย ว่าแต่เจ้านายของเขาเถอะ จะรู้หรือยังว่าคนขับรถคนใหม่เป็นใครแล้วนี่ผ่านมาแค่ 2 วันกับงานคนขับรถ แต่เป็นสองวันที่วันเดย์ต้องใช้ความอดทนมากถึงมากที่สุด ตั้งแต่เกิดมาเลยก็ว่าได้ทั้งเรื่องที่ออกัสให้วันเดย์ไปเดินถือของเป็นสิบ ๆ ถุง ไหน







