Home / วัยรุ่น / Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน / ตอนที่ 12 สาวน้อยชุบแป้งทอด

Share

ตอนที่ 12 สาวน้อยชุบแป้งทอด

last update Last Updated: 2025-12-12 13:33:42

ตึ้ง ~ ตึ้ง ~

“ป๊อบ ! เสร็จยังลูก กานต์มารอหน้าบ้านแล้วนะ”

“เสร็จแล้วแม่ หนูจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ”

สาวน้อยเยื้องย่างลากกายเล็กลงมาจากชั้นสองของบ้าน ด้วยชุดนักเรียนเอี่ยมอ่อง พร้อมกลิ่นละอองน้ำหอม และเครื่องประทินผิวกายกลิ่นฟุ้งทั่วบ้าน

“แค่ไปโรงเรียนต้องขนาดนี้ไหมเนี่ย” แม่ยืนเท้าสะเอวซ้ายเอียงคอ มองดูลูกสาวที่ค่อย ๆ เยื้องย่างลงบันได พร้อมส่องกระจกบานเล็กในมือ

“แล้ววววววววววว” สาวน้อยเบ้ปากกึ่งยิ้มเบา ๆ เอียงคอรับปฏิกิริยาของผู้เป็นแม่ ที่ได้แต่ยืนยิ้มปริ่มหัวเราะอยู่ผ่านหน้า

“เร็วเข้า หนูกานต์มารอนานแล้ว”

“เข้าใจแล้วค่ะแม่” สาวน้อยนั่งกับพื้นกระเบื้องเย็น สวมใส่รองเท้านักเรียนสีขาวตรงชั้นต่างระดับหน้าบ้าน ก่อนที่จะลุกเข้ามาในบ้านทั้งที่ใส่รองเท้าแล้ว มือเล็กคว้าหยิบนมจืดสองกล่องชิดกัน ที่แม่วางเอาไว้ให้แล้วเดินออกไป

“ไปแล้วนะแม่” พูดจบเธอก็วิ่งแจ้นพ้นตัวบ้าน เหลือเพียงแม่ที่ยืนส่ายหน้าอมยิ้มในความเป็นลูกสาวของเธอ

“กานต์รอนานไหม ? ” สาวน้อยเอ่ยถามหนุ่มน้อย ที่ยืนจับสายกระเป๋าบนบ่ากรีดตัวยืดตรงอยู่ตรงหน้า

“ไม่นาน กานต์ก็เพิ่งมาถึงเมื่อกี้นี้เอง” หนุ่มน้อยยิ้มรับ พร้อมเม็ดเหงื่อที่ไหลเอือบทั่วลำคอ

“เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวไม่ทันแถว” สาวน้อยคว้ามือหนุ่มน้อย มุ่งหน้าออกจากหน้าบ้าน พร้อมยื่นกล่องนมให้

หนุ่มน้อยยิ้มให้ พร้อมรับอย่างเต็มใจทั้งที่เพิ่งดื่มมาแก้วใหญ่

“ขอบคุณนะ”

“อื้อ” สาวน้อยจิ้มหลอดดูด พลางเดินไปพร้อมกัน

ทั้งสองเดินเคียงคู่กันจากบ้าน ที่ห่างมาประมาณหนึ่งกิโลนิด ๆ จนถึงจุดหมาย นั่นคือหน้าโรงเรียน

“ไม่ชินเลยเนอะ” สาวน้อยเอ่ยพลางหันมองหน้าหนุ่มน้อย ที่ก้าวช้า ๆ เยื้องอยู่ข้างหลังใกล้ ๆ

“อื้อ” หนุ่มน้อยตอบกลับสั้นห้วน

ทั้งคู่เดินต่อเข้ามาในโรงเรียน พร้อมเหล่าผู้คนที่สวนไปมาอย่างหนาตา กลุ่มดาวท็อปโรงเรียนกับม้าหินอ่อนหน้าสวนน้ำตก เป็นที่ประจำที่ทุกเช้าจะเจอพวกเขาเปล่งประกายความเป็นดาวอยู่ตลอด สนามฟุตซอลเต็มไปด้วยนักเรียนที่เปียกโชกเหงื่อในยามแดดอ่อน กลุ่มนักเรียนห้องพิเศษรวบรวมสมุดขึ้นไปส่งการบ้าน เหล่าขาโจ๋ที่เพียงแต่มาถึงโรงเรียน ก็เกาะกลุ่มนั่งเบาะมอไซด์ที่โรงรถหน้าโรงเรียน รอให้ครูฝ่ายปกครองมาไล่ ส่วนน้องมอหนึ่งกับพี่มอสี่ที่เข้ามาใหม่ ก็ยังคงงง ๆ กับเช้าวันแรก ได้เพียงนั่งรอเวลาเข้าแถวแล้วเข้าห้องเรียน นี่สินะชีวิตนักเรียนมัธยมที่แท้จริง

หนุ่มน้อยมองชะเง้อหากลุ่มเพื่อนห้องตัวเอง ที่น่าจะอยู่จุดไหนสักจุดในโรงเรียน

“กานต์ !”

“ห๊ะ ? ว่าไงป๊อบ”

“ไปโรงอาหารกันไหม ?”

“เอ่อ --- กานต์กินข้าวมาแล้วอะดิ ป๊อบยังไม่กินเหรอ”

“ยังเลย ป๊อบรีบ กลัวไม่ทันกานต์”

“นะ ๆ พาป๊อบไปหน่อยนะ ป๊อบหิว ~”

“เอิ่ม ... แต่ ...”

“น๊า นะ ไปเป็นเพื่อนป๊อบหน่อย”

“อืมมม ... ก็ได้” หนุ่มน้อยยังคงไม่ล้มเลิกการมองหาเพื่อนร่วมห้อง ก่อนมือนุ่มเล็กจะคว้าข้อมือเขาดึงกระชากลิ่วปลิวไปข้างหน้า

ยังไม่ทันที่จะได้นั่งลงเก้าอี้เหล็กที่เชื่อมยึดไว้เรียงยาวตามแนว เสียงเพลงมาร์ชของโรงเรียนก็ดังขึ้น เป็นเครื่องบ่งบอกว่า ใกล้ถึงเวลาของการรวมพลของนักเรียนทั้งหมดที่หน้าเสาธง

“ป๊อบ ! กานต์ว่าเราต้องไปแล้วแหละ” หนุ่มน้อยดึงข้อมือออกจากมือนุ่มที่จับ

“อื้อ งั้นไปเข้าแถวกัน” สาวน้อยมองเข้าไปในโรงอาหาร ที่ผู้คนที่นั่งอยู่ลุกพรวดตามเสียงเพลง เริ่มทยอยเดินออกมา

เพียงเวลาสามนาทีที่เพลงมาร์ชโรงเรียนบรรเลง บริเวณหน้าเสาธงท่ามกลางแดดอ่อน ที่เหมือนจะรู้ว่า เมื่อถึงเวลาเข้าแถวจะต้องเปลี่ยนเป็นโหมดแดงจ้า

เพลงมาร์ชโรงเรียนไม่ทันจะได้จบ บริเวณหน้าเสาธงก็เต็มไปด้วยเหล่านักเรียนนับพันคน ที่เดินมองหาจุดประจำที่เคยยืน แต่สำหรับนักเรียนใหม่ที่ยังไม่รู้จุดที่ต้องยืน ยังคงยืนอยู่ขอบของสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ ที่มีเสาสูงของชมรมรักบี้ตั้งขนานให้เห็นเด่นชัด

“ป๊อบหยุดก่อน --- จะไปไหน ?” หนุ่มน้อยเอ่ยตามหลังสาวน้อย ที่กำลังเดินมุ่งหน้าอย่างมั่นใจ

สาวน้อยหยุดชะงักหันกลับตอบคำถาม

“ไปเข้าแถวไง กานต์ไม่ไปเข้าแถวเหรอ”

“ป๊อบรู้เหรอว่าเข้าตรงไหน ?” สาวน้อยเหลือกตาไปมา คล้ายจะถูกกระตุ้นด้วยคำถามของหนุ่มน้อย

“เอ่ออออ ไม่ ... รู้ ฮ่า ๆ” สาวน้อยหัวเราะขบเบาออกมาด้วยสีหน้าเขิน ๆ

“รอฟังเขาประกาศกัน” หนุ่มน้อยเดินเข้ามาเทียบข้างสาวน้อย ที่ยืนดูคนที่รู้จุดของตัวเองเข้าแถวทีละห้อง

‘สำหรับมอหนึ่ง จุดที่ยืนเข้าแถวจะเป็นด้านหน้าสุดฝั่งขวามองจากเสาธง และมอสี่จุดที่ยืนเข้าแถวจะเป็นหลังน้องมอหนึ่ง มอต้นด้านหน้า มอปลายอยู่ด้านหลังค่ะ’ เสียงประกาศหวานใสพุ่งผ่านลำโพงรอบโรงเรียน ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเจนไมค์ของประธานนักเรียนสาวสวยชื่อ ‘พี่แจน’

“งั้นหนึ่งทับหนึ่งก็อยู่ตรงนี้อะดิ --- แล้วหนึ่งทับแปดล่ะ” สาวน้อยพร่ำบ่น พร้อมชี้นิ้วไปที่ขอบฟุตบาท

“นั่นไงเพื่อนห้องกานต์ --- ป๊อบ กานต์ไปเข้าแถวก่อนนะ” สิ้นเสียงเอ่ยบอก หนุ่มน้อยก็โบกมือทักทายเพื่อนใหม่ ที่เหมือนจะคุ้นหน้า แล้ววิ่งแจ้นไปที่ขอบฟุตบาท ที่สาวน้อยชี้ไว้เมื่อครู่

สาวน้อยคว้ามือตาม แต่ก็ไม่ทัน เห็นเพียงแผ่นหลังคุ้นตาที่วิ่งผ่านเบื้องหน้าไป

“แล้ว... ป๊อบล่ะ ...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 52 ภารกิจ ... 2

    1 เดือนผ่านไป ถึงช่วงเวลาที่เหล่านักเรียนรอคอยที่สุดของปี การฝึกซ้อมที่แสนหนักเพื่อให้เป็นหนึ่ง การต่อสู้ฟาดฟันด้วยศักดิ์ศรีจากรุ่นสู่รุ่น การปะทะคารมของคนที่เคยรักกันกลมเกลียวในห้องเดียวกัน เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด การแบ่งสันปันส่วนงบประมาณที่แย่งกันปานจะตัดขาดเผาผี รวมไปถึง การเก็บความลับต่าง ๆ ให้มิดชิดที่สุด และป้องกันการสืบข่าวจากคู่แข่ง แม้ว่าจะสนิทกันมากแค่ไหนก็ตาม ความลับนั้นจะถูกปิดผนึกไว้อย่างดี นั่นคือกลิ่นอายของมหกรรมกีฬาภายในโรงเรียนที่ยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วยศักดิ์ศรี หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า “กีฬาสี” “พร้อมกันยัง ต่อไปคู่เราแล้วนะ” เสียงทุ้มหนาเอ่ยขึ้นพร้อมกางระเบียบโปรแกรมขึ้นดู กลางวงล้อมของนักกีฬาที่กำลังนั่งยืดวอร์มร่างกาย “พร้อมครับพี่ฟ้า” “ขาดเหลืออะไรบอกพี่ได้เลยนะ พี่ต้องดูแลนักกีฬาเต็มที่อยู่แล้ว” ร่างสูงบางยิ้มส่งกำลังใจ ก่อนจะหันมาถามหนุ่มน้อยที่ตั้งใจยืดอยู่ด้านข้าง “ไงน้องกานต์ ฝีมือพัฒนาขึ้นเยอะเลยนะ” “ก็เพราะพี่นั่นแหละที่ให้ผมลงชื่อในวันนั้น” “ฮ่า ๆ พี่ขอ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 51 ภารกิจ ...

    “ไม่ใช่ใช่ไหม”เธอทำหน้าเหยเก แล้วจู่ ๆ สิ่งที่เธอเกลียดที่สุด คือการที่สมองบ้า ๆ ของเธออยากจะรู้อยากเห็นขึ้นมา ทั้งที่เธอไม่อยากจะทำแบบนั้นเลยสักนิด เธอค่อย ๆ หันกลับหลังตามที่สมองของเธอสั่ง เธอมองแผงหน้าท้องตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมองหน้า สิ่งที่เธอเห็นทำเธอพูดไม่ออก ใบหน้าขาวโพลน ที่มีไฟส่องเสยคาง เห็นเงาตกกระทบใบหน้า ภาพที่เธอเห็นทำเธอนิ่งช็อกอีกครั้ง ก่อนจะกรีดร้องดังลั่นตึก“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด ~”ร่างเล็กกรีดร้องสุดเสียง ทรุดตัวนั่งยองก้มหัวกอดเข่า มือเล็กยกพนมมือไหว้ ร่างกายสั่นไปทั้งตัวพร้อมเสียงสวดมนต์ที่ไม่เป็นคำมือใหญ่เย็นยะเยือก วางทาบหัวไหล่สั่นเทาของเธอ “นักเรียน ๆ นี่ครูเอง” เสียงทุ้มหนาที่เธอเอะ เหมือนจะคุ้นเคย เรียกสติของเธอกลับมาได้นิดหนึ่ง เธอหยุดสวดมนต์ภาษาต่างดาว แล้วค่อย ๆ เงยหน้ามองไฟที่ส่องมาที่เธอ “ครูเอง” “ครูวิท” สาวน้อยเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงที่โล่งใจ “ลุกขึ้นก่อน ๆ” ครูหนุ่มค่อย ๆ ประคองร่างสั่นเบาของเธอ พาเธอเดินลงมาหน้าตึกที่มีไฟส่องสว่าง “ไปอยู่อะไรตรงนั้นดึก ๆ ดื่น ๆ” ทันทีท

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 50 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ 2

    หนุ่มน้อยซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ กลับบ้านอย่างสบายใจ โดยที่ไม่รู้เลยว่า มีคนที่กำลังหลับใหลท่องนิทราอย่างไม่รู้ตัวอยู่คนเดียว โดดเดี่ยว ลำพัง ท่ามกลางความมืดมิด และเงียบสงัด จนเวลาล่วงมาถึงสองทุ่ม แม่ที่นั่งรอสาวน้อยกลับบ้าน หยิบโทรศัพท์โทรหา แต่ก็ไม่ติด นั่นเป็นเรื่องปกติของเธอที่มักจะปล่อยให้โทรศัพท์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อย ๆ กระนั้นแม่ก็ไม่เคยจะคุ้นชินได้เลย ใจแม่เริ่มหวิวกังวลนิด ๆ ด้วยที่สาวน้อยเริ่มที่จะเป็นสาว อะไรที่ไม่เคยได้ห่วง ก็พลันห่วงขึ้นมาอย่างผลักออกไปไม่ได้ แม่นั่งครุ่นคิดตัดสินใจอยู่สักครู่ ก่อนจะหยิบกุญแจรถ มุ่งไปยังบ้านของหนุ่มน้อย ที่เธอบอกว่าเธอจะรอกลับพร้อมเขา “หนูกานต์ ๆ” เสียงตะโกนเรียกจากหน้าบ้าน พลางเสียงกริ่งแทรกซ้อนไม่หยุด จนเจ้าของบ้านต้องรีบเดินออกมาดู“ว่าไงยัยแก้ว แกมีอะไร … ทำไมทำหน้าตกใจอะไรขนาดนั้น”“หนูกานต์อยู่ในบ้านไหม ?”“อยู่ --- กำลังอาบน้ำน่ะ แกมีไร”“แล้วหนูป๊อบล่ะ” แม่ของสาวน้อยพยายามชะโงกหน้า มองหาลูกสาวในบ้านผ่านกระจกใสบ้านใหญ่“ไม่เห็นหนูป๊อบนะ” แม่หนุ่มน้อยตอบกลับด้วยเสียงเรียบ“ก็ยัยป

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 49 เลยได้กลายผู้ประสบภัยโดยตั้งใจ

    “กูไปรอซ้อมก่อนนะมึง” ร่างเล็กเดินออกมาจากห้องน้ำหญิง ที่มีเพื่อนสาวยืนรออยู่ข้างหน้า มากับชุดที่พร้อมจะลงสนาม กางเกงขาสั้น และเสื้อกีฬาผ้ามันรัดรูป เผยร่างเล็กที่เห็นกล้ามเนื้อแน่น ๆ “เออ ๆ ตั้งใจซ้อมล่ะ” “มึงไม่ไปนั่งรอข้างสนามกับกูเหรอ” “ไม่อะ กูจะไปแอบดูบนตึก 3 ไปข้างขนามไก่ก็ตื่นดิ”“มึงหลบดี ๆ นะ อย่าให้พี่สแตนด์ตามหามึงเจอล่ะ” เพื่อนสาวเดินแยก โบกมือไปมาสองสาวเดินแยกออกจากกัน เธอแยกเดินอ้อมไปหลังตึก 3 ส่วนเพื่อนสาวของเธอแยกไปยังสนาม เธอนั่งรอเฝ้ามองดูผู้คนที่ค่อย ๆ มายังสนามทีละคน ๆ รวมไปถึงพี่กล้าที่ก็มาซ้อมเหมือนกัน เธอได้แต่อมยิ้มเบา ๆ ความในใจที่เคยหนักอึ้ง มันได้สะสาง จากแต่ก่อนที่ไม่อยากแม้จะเห็นหน้า แต่ตอนนี้เธอกลับเป็นฝ่ายนั่งมองอย่างไม่รู้สึกเคอะเขินแต่อย่างใด “มันก็ไม่แย่นะ” เธอเอ่ยเบากับตัวเอง จนหนุ่มน้อยย่างเข้าสนามพร้อมกระเป๋าประจำตัว วางบนไม้หินอ่อนข้าง ๆ สายตาของเธอจ้องมองเขม็ง ราวกับเสือโหยที่จ้องจะเข้าขย้ำเหยื่อพร้อมกัดกินเหยื่อนั้นในคำเดียว “ใครที่มันบังอาจมายุ่งกั

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 48 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ 2

    เธอครุ่นคิดอยู่นาน จนเสียงเดินรอบข้างเงียบสงบลงเพราะเริ่มเรียนในคาบสุดท้ายแล้ว เธอได้แต่คิดอยู่คนเดียวอย่างลำพัง โดยไม่สนใจที่จะเข้าเรียนคาบสุดท้าย สาวน้อยตัดสินใจลุกพรวดขึ้น ในหัวของเธอตอนนี้คือต้องการพูดคุยกับพี่เขา ถึงจะยังไง ก็ต้องได้อธิบาย ก่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันอีก เธอไม่รู้ว่าชั่วโมงนี้เขาเรียนวิชาอะไร แต่สิ่งที่นึกขึ้นได้คือห้องชมรม ด้วยสิ่งที่เธอรู้คือ พวกพี่ ๆ กลุ่มพี่กล้ารวมถึงพี่กล้า มักจะเอากระเป๋าเรียน หรือของสำคัญไว้ในตู้ล็อกเกอร์ในห้องชมรม เธอคิดได้แค่ว่า เขียนข้อความขอโทษและอธิบายหยอดเข้าไว้ในล็อกเกอร์ก็ดี เพราะตั้งแต่วันนั้นช่องทางการติดต่อต่าง ๆ ที่เคยคุยกัน พี่เขาลบออกจนหมดเกลี้ยง รวมถึงถ้าจะให้พูดต่อหน้ามันก็คงพูดอะไรได้ไม่ดีเท่ากับการที่เธอจะเขียนเธอค่อย ๆ เดินหลบตามกำแพงตึกต่าง ๆ จากตึกสังคม ลอดมุดหลบมุมตึกอังกฤษ จนมาโผล่ตึกวิทย์ฯ แต่การที่จะเดินเข้าไปโต้ง ๆ ก็คงจะเป็นเป้าสายตาจนเกินไป เธอนึกขึ้นได้ว่า หน้าต่างบานในสุดของห้องมักจะไม่ได้ล็อกกลอนไว้ เนื่องจากกลุ่มพี่ ๆ มักจะแอบเข้าไปเล่นไพ่กันในคาบว่าง เธอค่อย ๆ ย่องก้มตัวต่ำเ

  • Promise me สัญญานะ ว่าจะแต่งงานกัน   ตอนที่ 47 ใครมันบังอาจมาดึงหนวดเสือ

    สิ้นเสียงบรรเลงเพลงจบ นั่นหมายถึงช่วงเวลาของการเข้าแถวในช่วงเช้าที่แสนจะวุ่นวายในวันธรรมดา สาวน้อยเดินยิ้มร่าด้วยท่าทางกระโดดโลดเต้นดั่งกวางน้อยที่เห็นหญ้าเขียวหวาน วิ่งเข้ามาแทรกกลางแถวที่มีเพื่อนสาวคนสนิทอยู่ข้างหน้า ด้วยนาน ๆ ทีมาเข้าแถวได้ทันเวลา หนำซ้ำวันนี้การบ้านทุกวิชาก็เสร็จพร้อมที่จะส่งเป็นที่เรียบร้อย จึงไม่แปลกใจที่เธอจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ “มาแล้วจ้าเจสซี่เพื่อนรัก” มือเล็กวางทาบแผ่นหลังเพื่อนสาวที่ยืนตบแป้งอยู่ข้างหน้า“หล่อนดูอารมณ์ดีนะคะ” หน้าสีสองโทนหันกลับมาทักทาย จนเธอแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่“ไม่ต้องมองด้วยสีหน้าแบบนั้นค่ะ วันนี้งานเร่ง”“ยังไม่ได้ว่าอะไรเลยค่า สวยออก เทรนด์ใหม่มาแรง เดี๋ยวคนอื่น ๆ เห็นก็จะแต่งตาม เชื่อสิ”“ตอแหล ดูออก”เสียงเจื้อยแจ้วพูดคุย หยอกล้อกันระหว่างจัดแถว“เออเดี๋ยวมึงได้ฟังในสิ่งที่กูจะบอก มึงจะเลิกอารมณ์ดี”“ให้กูอารมณ์ดีจนเข้าแถวเสร็จเถอะนะ”“โอเค เลิกแถวแล้วกูจะบอก”สองร่างเล็กเดินเคียงกัน ยื่นสมุดการบ้านให้หัวหน้าห้องที่ยืนรอรวบรวมพร้อมจะส่ง เสร็จสรรพก็รุดนั่งลงบนโต๊ะม้าหินอ่อนตัวประจำ“ว่ามาค่ะ เรื่องที่จะทำให้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status