LOGINเช้าวันต่อมาหมอมาตรวจอาการของยัยหนูพร้อมรัก หมอบอกว่าตอนนี้พร้อมรักพ้นขีดอันตราย คำว่าพ้นขีดอันตรายของหมอทำให้คนเป็นแม่ใจชื้นขึ้นมาบ้าง แม้จะต้องเจาะเลือดเช็กอาการอยู่เรื่อย ๆ ก็เถอะ
“เดี๋ยวเค้ามาอยู่เป็นเพื่อนแกนะ” ดาวเหนือพูดพลางนั่งปอกส้มใส่กล่องเตรียมแช่ไว้ในตู้เย็น เผื่อว่ายัยหนูพร้อมรักดีขึ้นจะได้กินง่าย ๆ พร้อมรักชอบกินส้มมาก ไม่สิ รายนี้ชอบกินหลายอย่างเลย
“ไม่เอา แกท้องอยู่จะมาอยู่โรงพยาบาลได้ยังไง”
“อยู่ได้ เค้าเป็นห่วงแกกับหลาน อยากอยู่เป็นเพื่อนแก ดูสิหน้าแกโทรมหมดแล้ว เค้าอยากอยู่ข้าง ๆ”
“ไม่เป็นไร เค้าอยู่ได้ เค้าเข้มแข็งนะ”
“เข้มแข็งอะไร ข้าวก็ไม่ค่อยกิน อีกหน่อยคงได้นอนเตียงข้างลูก” เฮียฌอห์ณที่ช่วยเฮียไฟดูรายการอาหารงานแต่งหันมาพูด เขาอึดอัดที่แม่ของลูกไม่ยอมกินข้าว กินก็กินนิดเดียว พูดมากก็ไม่ได้
“นั่นปากเหรอคะ” ดาวเหนือหันไปว่าเฮียฌอห์ณหนึ่งทีแล้วจึงหันมาถามกิ๊บด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “จริงเหรอแก แกไม่กินข้าวจริงเหรอ”
“เค้ากิน แกอย่าไปเชื่อเฮียฌอห์ณ แกก็รู้ว่าเขาเชื่ออะไรไม่ได้”
“ถึงรู้ว่าเฮียฌอห์ณเชื่อถือไม่ได้ แต่ว่าสีหน้าแกก็ฟ้องนะ ถ้าแกกินอะไรไม่ได้แบบนี้ เค้าเป็นห่วงนะ เดี๋ยวแกไม่สบายอีกคนจะทำยังไง ใครจะดูแลแก” พูดเหน็บเฮียฌอห์ณไปหนึ่งทีที่ไม่สนใจกิ๊บเพื่อนของดาว
“เค้าสัญญาว่าจะกิน”
“จริงนะ”
“อืม สัญญา แกก็รู้ว่าเค้าไม่ใช่คนผิดสัญญา”
“อื้ม เค้ารู้อยู่แล้วว่าแกเป็นคนรักษาสัญญา ไม่ใช่คนพูดอะไรก็เชื่อถือไม่ได้ พูดเหมือนผายลม”
ดาวเหนือไม่ค่อยชอบหน้าเฮียฌอห์ณเพราะเฮียฌอห์ณเคยทำกิ๊บเสียใจ ตอนที่กิ๊บรู้ว่าตัวเองท้อง คนแรกที่กิ๊บบอกคือดาวเหนือ ดาวเหนือที่ฝึกงานอยู่เลิกงานก็รีบมาหาเพื่อน ทั้งสองคนไปบ้านเฮียฌอห์ณด้วยกัน หวังจะบอกเฮียว่ากิ๊บท้อง ทว่าไปถึงกิ๊บกลับเจอเฮียอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง อายุรุ่น ๆ เฮีย เฮียรีบแนะนำกิ๊บให้ผู้หญิงคนนั้นรู้จักว่า ‘เด็กแถวบ้าน’ เขาพูดประมาณว่าดาวเหนือมาหาเฮียไฟ เขาบอกว่าเฮียไฟกลับไปแล้ว พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็ทำเป็นไม่รู้จักกิ๊บ แล้วยังแนะนำผู้หญิงคนนั้นว่า ‘นี่มาร์แฟนของเฮีย’
ในตอนนั้นเป็นดาวเหนือที่ลากกิ๊บออกมาจากประตูบ้านเฮียฌอห์ณ ลากกิ๊บที่ไม่มีสติมาที่บ้านเฮียไฟ หวังให้เฮียไฟช่วย แต่แล้วเฮียไฟก็ช่วยอะไรไม่ได้
สิ่งที่เฮียฌอห์ณเคยทำกับกิ๊บมันเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็เหี้ย แต่ก็นั่นแหละ มันผ่านไปแล้ว ถ้ากิ๊บยังจมอยู่กับเรื่องในอดีตก็จะก้าวไปข้างหน้าไม่ได้ ถ้ามีแค่กิ๊บมันก็ไม่เท่าไหร่ ทว่ามียัยหนูพร้อมรัก พร้อมรักเติบโตขึ้นทุกวัน พร้อมรักต้องการความรักความเอาใจใส่ ฉะนั้นกิ๊บจะจมอยู่กับความทุกข์ไม่ได้
ที่พูดมาทั้งหมดไม่ได้บอกว่าจะรักกันนะ เขาน่ะไม่ได้รักเธอ เราสองคนเป็นสามีภรรยาแค่ในนามเท่านั้น ตั้งแต่ที่จบความสัมพันธ์กระทั่งมาแต่งงานกันเราไม่เคยมีอะไรกันเลย มีคืนแต่งงานที่เหมือนจะเกิดขึ้น แต่กิ๊บไม่ให้ความร่วมมือทุกอย่างจึงจบลงแบบต่างคนต่างนอน
ยัยหนูพร้อมรักอยู่ที่โรงพยาบาลสองอาทิตยก็ได้กลับบ้าน กลับมาดื้อเหมือนเดิม ลูกสาววัยสองขวบครึ่งซนมาก กินเก่งมาก กินทุกอย่างที่ขวางหน้า อ่อ จะว่ากินทุกอย่างก็ไม่ได้ สิ่งที่พร้อมรักไม่กินคือปูกุ้งหมึก ลูกสาวบอกว่ามันน่ากลัว ก็เลยไม่กิน แต่เดาว่าถ้าโตมากกว่านี้น่าจะกิน ของอร่อยมีเหรอพร้อมรักจะพลาด
“แม่กิ๊บขาหนูหิว” แล้วตอนนี้ก็กำลังมายืนข้าง ๆ พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ตื่นเช้ามาก็หิวเลย ตื่นเป็นหิว ทว่าลูกกินได้เป็นอะไรที่ดีมากสำหรับคนเป็นแม่เลยนะ ถ้าลูกกินไม่ได้แม่ก็กินไม่ได้เหมือนกัน
สรุปแล้วการที่ลูกกินได้เป็นเรื่องดี
“หนูหิวเหรอคะ กินอะไรดีคะ”
“หมูมัน หนูอยากกินหมูมัน”
“หมูมันเหรอคะ”
“ช่าย ถูกต้อง เยี่ยม”
“งั้นไปค่ะ แม่ทำหมูมันให้กินนะคะ”
“โอเคค่า”
โอเคค่าแล้วก็ต้องมาทำข้าวคลุกหมูปิ้งนมสดให้ลูกสาวสิ ต้องเป็นหมูปิ้งนมสดนะ เพราะว่ามีมันหมูผสมกับเนื้อ ถ้าซื้อหมูปิ้งร้านที่หมักเองแล้วปิ้งขายลูกสาวจะชอบมาก ชอบรูดมันหมูกินแล้วไม่กินเนื้อจ้า ลูกสาวบอกว่า ‘หมูมันอร่อย’
จ้าอร่อยจ้า สองขวบครึ่งน้ำหนัก 30 กิโลกรัมแล้ว ไปเดินตามตลาดคนก็ชอบจับแก้มจับแขน ยัยหนูพร้อมรักที่ฟันหน้าหายหมดเพราะชอบกินขนมหวานก็ฉีกยิ้มหวานโชว์เหงือกไปสิ บางทีอารมณ์ดีก็โบกมือบ๊ายบายทั่วตลาด รู้จักเขาไปหมดเลย ไปเรียนศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก็เป็นขวัญใจเพื่อน ๆ เพราะพกขนมไปกินตลอด ไม่ขี้หวงด้วยนะ แบ่งเพื่อนกินทุกคน วันไหนไม่ไปเรียนครูบอกเพื่อนถามถึงเพียบ
“แม่กิ๊บขา พร้อมหาพ่อ” หลังจากเริ่มกินข้าวไปได้ครึ่งถ้วย ท้องเริ่มนิ่งก็เริ่มนึกถึงพ่อที่หายไป เฮียฌอห์ณเขาไปร้านเกม เด็กในร้านโทรมาบอกว่าคอมพัง เขาก็เลยต้องไปซ่อม
บ่ายสองโมงครึ่งกิ๊บออกไปรับลูกสาวพร้อมกับซื้อข้าวเที่ยงให้เฮียฌอห์ณ ตั้งแต่เช้าเขากินแค่ข้าวต้มหนึ่งถ้วย ไม่ได้กินเยอะก็เพราะค่อนข้างมึนหัว แวะซื้อข้าวแล้วก็ซื้อขนมให้ลูกสาว รายนี้ได้ของกินก็ถูกใจใหญ่เลย มาถึงออฟฟิศตาก็นั่งแกะขนมและของเล่น“เฮียกินข้าวก่อน”“ยังไม่เสร็จเลย”“ไม่หิวข้าวเหรอ”“ขี้เกียจล้างมือ ค่อยกินรอบเดียว”“แปลว่าหิว”“หิว เมื่อเช้ากินข้าวมาหน่อยเดียว”“…”“ซื้อข้าวปั้นในเว่นมากินรองท้องก่อนไหม”“มือเลอะ”“แค่อ้าปาก”“เอาครับ” รีบเอาอย่างไวเลยสิ นี่มันโอกาสที่ไม่ได้มีมาบ่อย ๆ“รอก่อนนะคะ เดินกลับไปที่ออฟฟิศก่อน”“ครับ” หันมายิ้มให้แม่ของลูกหนึ่งที แต่ว่าเธอไม่ยิ้มตอบนี่สิ เดินหน้านิ่งกลับไปทางออฟฟิศซะงั้น ก็น่าจะยิ้มให้กันบ้าง หน้าบึ้งไปจะได้อะไรเล่าสองนาทีต่อมากิ๊บเดินกลับมาพร้อมข้าวห่อสาหร่ายแล้วก็น้ำอัดลมเย็น ๆ หนึ่งขวด เฮียฌอห์ณเขาชอบกินน้ำอัดลม“มาค่ะ อ้าปาก” นั่งยองข้าง ๆ แล้วก็ยื่นข้าวห่อสาหร่ายไข่กุ้งที่ปากเฮียฌอห์ณ เฮียแอบยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากกัดข้าวปั้นครึ่งอัน “แล้วดูหน้าเลอะอีกแล้ว เดี๋ยวลูกเจอก็หอมแก้มกันอีก”“เหงื่อไหล เช็ดไปเช็ดมาก็เลยดำ ” พู
“ถ้าอยากก็ไปหาที่ปลดปล่อย อย่ามายุ่งกับกิ๊บกิ๊บไม่ใช่ตัวแทนของใคร”“ตัวแทนอะไร” เขาพลิกตัวขึ้นคร่อม“ปล่อยกิ๊บ อย่ายุ่ง…อื้อ” ริมฝีปากเล็กถูกประกบด้วยกลีบปากของคนเมา เขาพยายามดันลิ้นเข้ามาในปากเล็กจนสำเร็จสองมือกดแขนคนตัวเล็กไม่ให้ขยับ ลิ้นก็พยายามเกี่ยวลิ้นเล็กไปมาเมื่อรู้ตัวว่าไร้แรงสู้ไหวกิ๊บจึงปล่อยตัวไร้เรี่ยวแรง จากนั้นก็เริ่มร้องไห้ สู้ไม่ได้จะทำอะไรได้นอกจากร้องไห้ให้อีกคนรู้สึกตัว ทว่าคนเมามีเหรอจะรู้ตัว ยิ่งเธอนิ่งยิ่งดีเพราะเขาจะได้ไม่ต้องออกแรงต่อจากนั้นไม่ถึงห้านาทีเขาก็สอดใส่ตัวตนเข้ามาในร่องคับแคบของอีกฝ่าย พยายามป้อนจูบแต่เธอไม่จูบตอบเขาจึงเปลี่ยนมาจูบไซ้ที่ลำคอแทน เขาเริ่มขยับสะโพกดันแท่งเอ็นเข้า ออก เข้า ออกด้วยความเนิบนาบเพื่อกระตุ้นให้อีกคนมีอารมณ์ร่วม แล้วไม่นานเธอที่ไม่ได้ตายด้านก็เกิดอารมณ์จากการเล้าโลมด้วยความใจเย็นมือเล็กยกขึ้นกดที่หัวเพื่อให้เขาดูดที่หน้าอกอยู่อย่างนั้นอย่าเพิ่งผงกหัวขึ้น ขณะเดียวกันเอวก็ขยับถี่ ๆเห็นว่าเธอมีอารมณ์ร่วมเขาก็ดูดอกอวบอิ่มจนเธอพอใจแล้วจึงขยับขึ้นมาป้อนจูบเร่าร้อนแล้วค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นจูบที่คุ้นเคย ภายในห้องนอนเกิดเสียงเนื้อก
“ช่วงนี้มึงเป็นอะไรวะ หน้าเหมือนคนขี้ไม่ออก” เฮียไฟมองเพื่อนรักที่มานั่งดื่มหน้าบ้านเขา ตั้งแต่กลับมาจากฮันนีมูนก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวที่ไหน ถ้าอยากปาร์ตี้กับเพื่อนก็ให้เพื่อนมากินเหล้าที่บ้านเพราะไม่อยากให้ดาวเหนือออกจากบ้านดึกดื่น กลัวพักผ่อนไม่เพียงพอเป็นอันตรายกับลูกในท้อง คนเห่อลูกเห่อเมียก็อาการประมาณนี้“มันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก ก็แค่เดี๋ยวนี้มีคนมาเกาะแกะแม่ของลูกมัน” เฮียทูผู้ชายที่รักความโสดเป็นชีวิตจิตใจเอ่ยด้วยใบหน้ามีความสุข ไอ้คนที่พูดตลอดว่าไม่รักทีตอนนี้จะเป็นจะตายเพราะมีคนมาสนใจเมีย“ใครวะ”“น้องชายไอ้โฟมอะ”“อ้อ เฟิร์สอะเหรอ มันก็เป็นคนดีนะ หล่อด้วย ดูเหมาะสมกับกิ๊บ”“เหมาะสมอะไร กูที่เป็นผัวนั่งอยู่ตรงนี้คนอื่นจะมาเหมาะสมได้ยังไง”“มึงหวงหรือมึงหึง”“มึงถามผิดแล้วไอ้ถา มึงต้องถามมันว่ามึงรักน้องกิ๊บเหรอ”“อะ งั้นกูถามใหม่ มึงรักน้องกิ๊บเหรอไอ้ฌอห์ณ”“...” ไม่มีคำตอบจากปากคนปากหนักตลอดสองอาทิตย์มานี้นับตั้งแต่เฮียฌอห์ณไปส่งกิ๊บที่วิทยาลัย พากิ๊บไปซื้อกระโปรงใหม่ ดูเหมือนว่ากิ๊บจะมีผู้ชายเข้ามาในชีวิต ดูเหมือนว่ากิ๊บจะคุยกับไอ้คนนั้นทุกวัน จับโทรศัพท์ก็บ่อย ไม่รู้จะจับท
“ทำไมกิ๊บต้องเป็นแฟนกับเฟิร์ส” เพิ่งรู้จักชื่อเขาวันนี้เอง รู้จักแบบไม่ได้อยากรู้จักด้วย ไหงถูกมองว่าเป็นแฟน“วันนั้นจะกลับบ้านกับมันนี่”“วันไหน?”เฮียฌอห์ณหันหน้ามามองแวบหนึ่ง หันไปมองถนนต่อแล้วพูดเสียงเรียบ “งานแต่งไอ้ไฟ”“แปลว่าวันนั้นเฟิร์สมาส่งกิ๊บที่บ้านเหรอคะ”“...” คำถามของเธอทำให้เฮียฌอห์ณหันมามองแล้วก็ไม่พูดอะไร แต่สายตาของเขามันแสดงชัดเจนว่าไม่พอใจ“กิ๊บจำเรื่องวันนั้นไม่ได้จริง ๆ จะเปิดดูกล้องก็ไม่มี เฮียจะมาทำเป็นโมโหกิ๊บทำไม กิ๊บทำอะไรผิด” แล้วมีสิทธิ์อะไรมาโมโห“...ช่างมันเถอะ”ทำไมวันนี้ได้ยินคำว่าช่างมันบ่อยนักล่ะ แล้วทำไมเฮียฌอห์ณต้องมาหงุดหงิดใส่เธอด้วย เขามีสิทธิ์อะไรมาไม่พอใจเธอ “ทำไมลูกไม่มาด้วยคะ”“ลูกหลับ อยู่กับปู่ย่า”“อ่อ แล้วนี่จะไปไหน” เฮียไม่ได้ยูเทิร์นรถกลับบ้าน“เข้าเมือง”“ไปทำอะไรคะ กิ๊บคิดถึงลูก อยากกอดลูกแล้ว”“ซื้อของ”“ทำไมไม่บอกก่อน กิ๊บจะได้นั่งรถกลับเอง”“นั่งรถไอ้นั่นกลับอะนะ”“นั่งรถประจำทาง แล้วนี่เฮียเป็นอะไร ทำไมมาหงุดหงิดใส่กิ๊บ ใช่เรื่องเหรอ”“…” เฮียฌอห์ณหันมาชักสีหน้าแล้วก็หันไปขับรถต่อเธอพูดอะไรผิด เขาเป็นบ้าอะไรของเขาเฮียฌอห์ณขับร
“เธอนี่มันเป็นขี้เมาที่จำอะไรไม่ได้เลยเนอะ”“...” ทั้งชีวิตกิ๊บเมาแค่ครั้งเดียวคือในงานแต่งเพื่อน ถึงจะจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ก็มั่นใจว่าไม่รู้จักผู้ชายคนนี้ ที่งานแต่งของดาวเหนือใบหน้าผู้ชายคนนี้ไม่มีในความทรงจำ เขาน่าจะลองเชิงเธอมากกว่า คิดว่าทรงเธอเหมือนคนชอบเที่ยวกลางคืน กินเหล้าเมาใครหิ้วไปไหนก็ไปสินะ“เธอแม่งทำฉันโดนต่อยฟรีแล้วยังมาปั้นหน้านิ่งอีก ถามจริงเพิ่งเคยกินเหล้าเหรอถึงได้จำอะไรไม่ได้ขนาดนั้น”“นายพูดเรื่องอะไร” เธอนี่นะทำคนถูกต่อย บ้า จะมีเรื่องแบบนั้นที่ไหน“เฮ้อ...”“ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด”“ที่งานแต่งเฮียไฟไง”“นายรู้จักเฮียไฟได้ไง” อ้าว เค้าลางเริ่มมาแล้วสิ“ใครบ้างไม่รู้จักเฮียไฟ”“แล้วยังไง ทำไมถึงบอกว่าฉันทำให้นายโดนต่อย”“ถ้าเธอจะจำไม่ได้ก็ช่างมันเถอะ”“อืม” ช่างมันก็ช่างมัน ไม่ซักไซ้อยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องสนใจ ไม่น่าจะใช่เรื่องสำคัญอะไร“เธอรู้ชื่อฉันไหม”“ไม่อะ ทำไมต้องรู้”“ก็เป็นเพื่อนกันไง ฉันชื่อเฟิร์ส”“อื้ม” ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนด้วยสักหน่อย ที่มาเรียนเพราะอยากได้วุฒิที่สูงขึ้นหน่อยเผื่อพ่อจะภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้บ้าง“ในเมื่อเรารู้จักกันแล้ว เลิกเรียนไ
หลังจากงานแต่งของดาวเหนือผ่านพ้นไปเฮียไฟก็พาดาวเหนือไปฮันนีมูนที่พังงาเป็นเวลาสองอาทิตย์ ตั้งแต่คืนกินเลี้ยงคืนนั้นก็ยังไม่ได้เจอเพื่อนอีกเลย นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว คิดถึงดาวเหนือนะ ถ้าดาวเหนืออยู่บ้านก็จะมาเล่นที่บ้านกิ๊บบ่อย ๆ พอเพื่อนไม่อยู่ก็รู้สึกเหงา พร้อมรักก็เริ่มถามหาอาดาววันนี้เป็นวันอาทิตย์ที่กิ๊บต้องไปเรียน อาทิตย์ก่อนไม่ได้ไปเพราะติดงานแต่งดาว“อะไรคะ” กำลังจะเดินออกจากบ้าน แต่เฮียฌอห์ณเขายื่นมือมาขวางด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง“กุญแจรถ”“…”“เดี๋ยวเฮียไปส่ง”“หนูไปเที่ยว” ลูกสาวที่อยู่ในอ้อมกอดพ่อเอ่ยด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“ค่ะ ไปค่ะ” แม้จะงงกับเหตุการณ์ที่เฮียอาสาไปส่ง แต่ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของลูกทำให้แม่กิ๊บไม่ปฏิเสธครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่เฮียฌอห์ณไปส่ง ปกติเขาจะเป็นคนดูลูกหรือไม่ก็พาลูกไปเล่นที่ร้านขายเครื่องมือ ให้ย่าบัวช่วยดู“กระโปรงมันหดเหรอ” คือประโยคคำถามเมื่อกิ๊บเข้ามานั่งในรถที่เบาะหลัง ลูกสาวนั่งคาร์ซีทเบาะหน้า“ทำไมมันหดคะ” ผ้าชนิดนี้มันไม่ใช่ผ้าที่จะหดได้“ไม่รู้สิ ดูมันสั้นดี เหมือนคนไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้า เดี๋ยวขากลับพาแวะซื้อ” ที่เขาพูดมามันคือคำชมใช่ไหมห







