INICIAR SESIÓNหลังจากส่งแขกผู้ใหญ่และคุยงานเสร็จ ภวินท์ถึงได้ไปดึงตัวหลานสาวออกมาจากคู่สนทนาที่มองหญิงสาวอย่างหยาดเยิ้ม จนเขาแทบจะควักลูกตามันออกมาขว้างทิ้ง
ร่างบางเดินตามแรงจูงกึ่งลากของคนตัวโต ที่หน้าขมึงทึงไม่รับแขก แตกต่างจากตอนเริ่มงาน ชายหนุ่มพาเธอก้าวเข้าลิฟต์โดยสาร มือหน้าตบปิดประตูลิฟต์พร้อมกับกดชั้นด้านบนสุด ซึ่งเป็นอาณาจักรส่วนตัวของเขา
“ปล่อยนะ จะพานิ้งไปไหน?” หญิงสาวพยายามแกะมือบางออกจากมือแข็งแรงราวคีบ พร้อมทั้งขืนตัวไว้ แม้ประตูลิฟต์จะปิด แต่เธอก็ยังไม่ละความพยายาม
“กลับ”
“นิ้งยังไม่อยากกลับ กำลังสนุกเลย อาวินอยากกลับก็ไปก่อน นิ้งกลับเองได้” ภวินท์บอกตั้งแต่ต้นว่าคืนนี้ให้เธอค้างที่โรงแรม ดังนั้นถ้าเธออยู่ในงานเลี้ยงต่อก็ไม่ต้องกังวลอะไร จบงานเธอก็สามารถเปิดห้องนอนได้เลย
“เวลาอยู่กับผู้ชายนี่สนุกมากใช่ไหม?” ชายหนุ่มถามเสียงเข้ม เมื่อหญิงสาวยังพยศไม่เลิก
“อาวินใจแคบ นุเขาเป็นเพื่อนนิ้ง เราเรียนด้วยกันมาตั้งแต่ประถมนะคะ”
“เพื่อนประสาอะไร แทบจะจูบกันอยู่แล้ว ทำอะไรช่วยรักษาหน้าอาด้วย”
“นิ้งมั่นใจและบริสุทธิ์ใจว่าไม่ได้ทำอะไรอย่างที่อาวิน กล่าวหา”
“ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงก็กลับ”
ทันทีที่ร่างบางถูกเหวี่ยงเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มก็ตามเข้ามาประชิดจนเธอเสียหลังล้มไปบนเตียงกว้าง จากนั้นทั้งจมูกโด่งและริมฝีปากรุ่มร้อนก็ตามปิดประกบลงมาจนเธอตั้งตัวไม่ทัน
หญิงสาวส่ายหน้าหนี มือบางดันอกกว้างออกจากโมโห ภวินท์ทำกับเธอเหมือนเธอเป็นผู้หญิงร่านใจง่าย นึกจะจับจะกดตรงไหนเขาก็ทำโดยไม่สนใจความรู้สึกเธอ
“ถ้าอาวินทำอะไรนิ้ง นิ้งจะเกลียดอาไปทั้งชีวิต แล้วอย่าคิดว่าเราจะได้เจอกันอีก” หญิงสาวขู่เพื่อหาทางเอาตัวรอด
หลังจากที่ได้เจอกับนับดาว เธอรู้สึกละอายในการกระทำของตัวเอง ไม่อยากถลำลึกในความสัมพันธ์นี้ และจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง หรือต่อ ๆ ไปเป็นอันขาด นับดาวไม่ผิด คนผิดคือเธอที่ใจง่าย ยอมเพราะรัก ยอมเพราะเขามีบุญคุณ
“นิ้งไม่เคยเกลียดอาหรอก ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมเป็นของอาหรอกใช่ไหม ? อ้อ ! อีกเรื่อง หนี้สินของพ่อนิ้งที่อาตามเคลียร์ให้ หวังว่าคงไม่ลืม” ชายหนุ่มตอบอย่างเป็นต่อ
เรื่องหนี้สินของบิดาเธอ หญิงสาวรู้ดีแก่ใจ คราแรกนึกว่าคนเป็นอาใจดี และเต็มใจช่วยเคลียร์ปัญหาให้
ทว่าเสียงทวงบุญคุณของเขาในวันนี้ ทำให้รู้ว่าตนคิดผิดมาตลอด เขาไม่ได้ช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่นั่นก็ไม่ผิด เพราะคือเงินของเขา และที่สำคัญเขาและเธอไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลยสักนิด เจ้าหนี้มีสิทธิ์ทวงหนี้จากลูกหนี้คือความชอบธรรม แต่ทำไมเธอกลับอยากประชด โดยยกเรื่องสมยอมเขาในคืนนั้นขึ้นมาเชือดเฉือนกลับบ้าง
“ถ้าอย่างนั้นเรื่องระหว่างเรา ถือว่านิ้งใช้ร่างกายของตัวเองใช้หนี้ได้ไหมคะ แม้มันจะทำให้นิ้งเป็นคนเลว เป็นแมวขโมย เป็นชู้กับคนมีคู่หมั้นที่กำลังจะแต่งงาน ไม่ทราบว่าพอใจอาวินไหม ? หรือนิ้งต้องทำยังไงให้หนี้สินที่นิ้งไม่ได้เป็นคนก่อหมดไป และเราจบกันด้วยดี”
“คงไม่ง่ายอย่างที่นิ้งคิดหรอกนะ ที่สำคัญมันไม่พอ เพราะอาต้องการทั้งชีวิตของนิ้ง จะให้อาได้ไหมล่ะ”
“แต่อาวินกำลังจะแต่งงาน จะให้นิ้งอยู่ส่วนไหนในชีวิต เมียน้อยหรือนางบำเรอดีคะ ?” เธอเค้นถามอย่างเจ็บปวด คงไม่มีฐานะไหนเหมาะสมกับเธอเท่านี้อีกแล้ว
“มันเป็นเรื่องของอาที่จะจัดการเอง นิ้งแค่ทำตามคำสั่งของอาก็พอ”
“เอาอย่างนี้ดีไหม ถ้าอาวินอยากได้เงินคืน นิ้งจะหามาให้ แต่ขอร้องปล่อยนิ้งไปเถอะนะคะ นิ้งไหว้ล่ะ” หญิงสาวยกมือขึ้นไหว้ขอร้อง ส่งสายตาอ้อนวอน เผื่อว่าเขาจะใจอ่อน แต่ชายหนุ่มกลับเบือนหน้าหนี
“ไม่” ชายหนุ่มตอบเสียงเย็น สีหน้าเขาก็เย็นชาไม่ต่างกัน
“อาจะยอมแค่ให้นิ้งกลับไปเรียนต่อให้จบเท่านั้น แล้วอาจะเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้เอง” ชายหนุ่มสรุป ยอมถอยออกจากห้องมาอย่างตัดใจเมื่อเห็นแววตาตัดพ้อนั้น นั่นเพราะกลัวว่าตัวเองจะใจอ่อนเสียเอง
เขาไม่มีทางปล่อยพิชชาภาไปจากชีวิตแน่นอน จะว่าเห็นแก่ตัวก็ยอม ...
นับดาวกลั้นใจเมื่อความสากชื้นสัมผัสที่ปลายยอดถันสีชมพูเรื่อของเธอ ปลายเท้าเล็กจิกที่นอนเมื่อความเสียวซ่านค่อยไต่ระดับมากขึ้นมือบางสอดลูบเข้ากับศีรษะทุยระบายความรู้สึกที่กำลังตีตื้นขึ้นมาอีกครั้ง จมูกโด่งและริมฝีปากร้อนชื้นค่อยไล่ลงจนหยุดที่หน้าท้องแบนราบของเธอ นับดาวถอนหายใจเมื่อสัมผัสนั้นถึงดอกไม้งามกลางกายสาวในที่สุด มือใหญ่จับแยกขาเรียวให้กว้างขึ้น ส่งลิ้นสากเข้าทักทายตามรอยแยกของกลีบดอก จนนับดาวแทบนอนไม่ติดที่นอน ในหัวขาวโพลนพร่างพราวเมื่อความรู้สึกสุขสมปะทุ “หื้อ คุณรัณ” หญิงสาวร้องคราง มือบางไขว่คว้าหาสิ่งยึดเพื่อบรรเทาความเสียวซ่าน จนร่างใหญ่เลื่อนขึ้นมาทาบทับร่างบอบบางอีกครั้ง มือสากจับประสานมือเรียวทั้งสองบีบแน่น เมื่อสอดใส่ความแข็งขึงเข้าหาความอุ่นอ่อนนุ่ม ที่บีบรัดทันทีเมื่อเข้าลึกจนสุดลำ ริมฝีปากร้อนบดประกบปากอิ่มเย้ายวนเมื่อเริ่มขยับโยก จากเชื่องช้าค่อยเร่งความถี่เร็วเป็นจังหวะที่สอดประสานลงตัว จนความสุขซ่านประทุปล่อยเป็นน้ำขุ่นขาวภายในตัวของหญิงสาวนับดาวรู้สึกถึงความอุ่นวาบภายในหลังจากร่างสูงใหญ่นอนทาบทับเธอลงมาทั้งตัวเมื่อถึงฝั่งฝันด้วยกันทั้งคู่ หญิงสาวตาโตเมื่อนึก
“คุณรัณคะ ปากเลอะหมดแล้ว พอก่อนค่ะ”ความสวยของเจ้าสาวทำให้ถูกเจ้าบ่าวแอบฉุดเข้ามาขโมยจูบภายในห้องหนึ่ง“เช็ดให้หน่อยสิครับ” ชายหนุ่มยื่นหน้าหล่อ ที่เปอะไปด้วยลิปสีหวานมาตรงหน้า จนนับดาวอดขำไม่ได้ ชายหนุ่มมองหน้าหวานซึ้งที่กระตือรือร้น บรรจงเช็ดคราบสีออกจากปากเขาอย่างแสนรักใคร่ อยากกกกอดไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่ปล่อยไปไหนในที่สุดฝันของเขาก็เป็นจริง แม่นางในวรรณคดีที่เขาได้แต่มองตามเมื่อครั้งอดีต มาบัดนี้ได้นั่งเคียงตั่งรดน้ำสังข์ในชุดไทยแสนสวยอย่างที่เคยเพ้อฝันคนเดียวแล้ว “เสร็จแล้วค่ะ เช็ดให้นับด้วย ต้องไปเติมใหม่อีก อายพี่กบแย่เลย”“อายทำไมครับ ผัวจูบเมีย เป็นเรื่องปกติ ความจริงอยากทำอย่างอื่นด้วย เมื่อไรจะส่งตัวเข้าหอสักทีนะ ผมอยากรักนับ โดนแม่คุณสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้ตั้งเป็นเดือน คิดถึงนับมาก” นับดาวหน้าแดงซ่านด้วยความขัดเขินภารัณเวอร์ชันคลั่งรัก ทำให้เธอมีความสุขเหลือเกิน ความร้ายกาจก่อนหน้านั้นถูกฝังกลบตั้งแต่วันที่รู้ว่าชายหนุ่มก็แอบรักเธอ ไม่ต่างจากเธอที่ตกหลุมรักเขาตั้งแต่วันที่เดินชนกันครั้งแรกเช่นกัน ทว่าการแสดงออกของชายหนุ่มกลับตรงข้ามกับความรู้สึกภายใน จนเธอแทบจะสาปส่ง“นั
5 ปีก่อน“อุ๊ย / เฮ้ย !” “ขอโทษครับ / ขอโทษค่ะ” ในมุมอับของประตูที่เชื่อมต่อไปยังสวนของบ้านหลังใหญ่ เป็นจุดที่ทำให้สองร่างชนปะทะกัน หนึ่งนั้นสูงใหญ่แข็งแรง ทว่าอีกหนึ่งกลับบอบบางอ้อนแอ้น เลยทำให้คนที่ด้อยกว่าทางกายภาพ เซถลาเกือบวัดพื้น ถ้าไม่ได้มือแกร่งที่ดึงไว้ทันควัน นับดาวคงหงายหลังไม่เป็นท่าหญิงสาวช้อนสายตามองคนที่ทั้งช่วย และชนโครมเข้ากับตน ดวงตากลมโตที่ในวันนี้ถูกแต่งแต้มอย่างงดงามอ่อนหวานแฝงด้วยความตื่นหนกเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อครู่แต่คนช่วยกลับตาพร่าไปชั่วครู่ อกข้างซ้ายเต้นรัว อย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน ตลอดอายุ 30 ปี ที่เป็นเสือผู้หญิง และเปลี่ยนแฟนเป็นว่าเล่น กลับถูกสะกดงันราวต้องมนต์ดวงหน้าเรียวหวานซึ้ง ประกอบด้วยดวงตากลมโต จมูกนิดทว่าปลายรั้น กับริมฝีปากเต็มอิ่มที่ถูกเคลือบด้วยลิปสติกสีหวาน ศีรษะทุยสวยเกล้าเก็บผมเรียบตึงด้วยปิ่นปักผมสวยงาม เข้ากับต่างหูลายเดียวกันหญิงสาวสวมชุดไทยห่มสไบแบบไทยจักรีสีชมพูอ่อน เปิดบ่าข้างหนึ่งเผยให้เห็นบ่าไหล่ และแขนกลมกลึงบอบบาง ดูอ่อนหวานน่าทะนุถนอมไปทั้งเนื้อทั้งตัว ทำเอาคนที่เจอแต่สาวสวยแบบแซ่บถึงกับตะลึงงัน นั่นเพราะภารัณไม่เคยมีสเป
นับดาวจ้องภาพตัวเองตาเขม็ง นี่มันรูปเธอเมื่อห้าปีก่อน เป็นรูปงานหมั้นที่มีเป็นร้อยรูป นอกจากนั้นยังมีรูปอื่น ๆ หลายสถานที่ หลายช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งบางช่วงเวลาเธอยังจำไม่ได้เลยว่าไปที่ไหน ทำอะไรบ้าง แต่มันกลับเป็นภาพที่อยู่ในเครื่องแล็ปท็อปของภารัณ และแปลกที่ไม่มีภาพหวาดเสียวระหว่างเขาและเธออย่างที่นึกกลัว ทุกภาพในนี้มีเพียงความสวยงาม สดใสของเธอทั้งสิ้น ขนาดตัวเธอเองยังสัมผัสได้ถึงทุกห้วงความสุขที่ผ่านมาที่ฉายชัดออกจากภาพถ่าย แล้วภารัณไปเอาภาพพวกนี้มาจากไหน ?หญิงสาวขออนุญาตใช้แล็ปท็อปของเขา เพื่อส่งอีเมลแจ้งความคืบหน้าของงานที่ภารัณว่าจ้าง เพราะไม่ได้พกของตัวเองมา ชายหนุ่มใจดีอนุญาตให้เธอใช้งานได้ แต่กลับเป็นเธอที่เสียมารยาทเปิดดูข้อมูลของเขา แค่เห็นชื่อไฟล์ว่า 'เธอคือดวงดาว' มือบางพลันกดเข้าไปดูด้วยความอยากรู้ว่าคืออะไร “แอบดูข้อมูลคนอื่นแบบนี้ นิสัยไม่ดีรู้ไหม ?” เสียงห้าวข้างหูบอบบาง พร้อมกับวงแขนกว้างที่ถือวิสาสะโอบกอดร่างเธอไว้ ไม่พอเท่านั้น ปลายจมูกโด่งยังกดลงบนแก้มนุ่ม และมีทีท่าว่าจะไถลมาที่ปากอิ่มของเธอ นับดาวรีบตะครุบมือและดันตัวออกจาก แต่ติดเก้าอี้และเรือนร่างแกร่งที่ขวาง
นับดาวผินหน้าเรียวออกด้านซ้าย มองทิวทัศน์ที่รถเคลื่อนผ่าน ไม่อยากมองคนข้าง ๆ ที่ขับรถผิวปากอย่างอารมณ์ดี แค่คิดถึงเรื่องเมื่อคืน เธอก็ร้อนวูบไปทั้งหน้า เพราะมันเลยเถิดอีกแล้ว เธอไม่น่าปล่อยตัวไปใจกับเขาเลยหลังจากที่ปล่อยกายใจไปกับสัมผัสและรสจูบไปชั่วครู่ ชายหนุ่มพาเธอออกมาจากคลับเลาจน์ทั้งที่ยังไม่ครบชั่วโมงอย่างที่ตกลงกันไว้ และเป็นเธอเองที่ยินยอมพร้อมใจเดินเข้าไปในห้องพักที่ไม่ใช่ห้องของตน ยอมตามใจให้เขาแทบทุกอย่าง จากนั้นก็มานั่งเจ็บใจตัวเองอยู่อย่างนี้กว่าชั่วโมงรถ SUV คันหรู ก็จอดนิ่งตามพิกัดที่ชายหนุ่มตั้งไว้ คิ้วเรียวของนับดาวชนกันเมื่อมองรอบตัว มือบางรีบเปิดประตูก้าวลงจากรถ กวาดตามองขุนเขาตระหง่านซับซ้อนอันแสนคุ้นสายตา“ตรงนี้ที่ดินของคุณเหรอคะ ?”“ใช่ เพิ่งซื้อมาไม่นานนี่เอง เจ้าของที่ดินคนเก่าบอกว่า ตอนกลางคืนที่นี่จะเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้า สวยมาก แต่ผมก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนกัน คืนนี้ว่าจะเปิดที่พักใกล้ ๆ แถวนี้นอน ช่วงดึกจะขับรถออกมาดูอีกรอบ”“คุณซื้อที่ผืนนี้จากคุณพ่อฉันใช่ไหมคะ” นับดาวกลั้นใจถาม แม้พอรู้คำตอบอยู่แล้ว เพราะมีช่วงหนึ่งที่ภารัณและบิดาเธอนัดเจอกันบ่อย ๆ ส่วนหน
“เชิญคุณนับดาว เข้ามาในห้องก่อนครับ ยืนตรงนั้นคุยไม่สะดวก” นับดาวที่กำลังจะโวยวายต้องชะงัก มองอีกฝ่ายอย่างกังขา ว่าเขาจะมาไม้ไหน ทว่าใบหน้าเย็นชาราบเรียบกลับไม่แสดงอะไร จนดูเหมือนไม่ใช่ภารัณคนเดิม หรือเขายุติเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกับเธอแล้ว รักษาสัญญา รักษาคำพูดอย่างนั้นเหรอ ? หญิงสาวจึงยอมเดินตามร่างสูงมาหยุดบริเวณโซนของห้องรับแขกที่แยกออกมา แต่ชายหนุ่มตรงไปที่บาร์เครื่องดื่ม เพื่อรินน้ำสีเข้มลงในแก้ว“ดื่มอะไรดีครับ ไวน์มั้ย ?”“ไม่ค่ะ ขอน้ำเปล่าก็แล้วกัน” ชายหนุ่มรินของตัวเองเรียบร้อยก็คว้าแก้ว พร้อมขวดน้ำดื่มมาวางให้ตรงโต๊ะกลางด้านหน้าเธอ “พอดีเลขาผมต้องไปติดต่องานอื่นที่เชียงใหม่ ผมเลยต้องมาที่นี่แทน”“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ด้วยยังไม่แน่ใจกับท่าทีของเขา“ที่เรียกมาก็เพราะอยากคุยงานคร่าว ๆ ก่อน” ชายหนุ่มยกแก้วเหล้าขึ้นมาจิบ พร้อมกับเอนร่างหนาพิงพนักโซฟาอย่างผ่อนคลาย“ค่ะ ว่ามาเลย ไม่ทราบว่าคุณคิดออกหรือยังคะ ว่าต้องการคอนเซ็ปต์แบบไหน”“เอาจริงนะ ผมก็ยังไม่เคยเห็นพื้นที่จริงเหมือนกัน แล้วก็ยังคิดไม่ออกว่าอยากให้ออกมาเป็นแบบไหน”“ถ้าอย่างนั้นเราไปดูหน้างานก่อนก็ได้ค่ะ ค่อยว่ากันอี







