LOGIN"Hindi ko kailangan ng dignidad mo, sweetheart. Ang kailangan ko... ay ang sinapupunan mo." Para iligtas ang kapatid niya sa mga mapanganib na loan shark, pinasok ng desperadong accountant na si Danica Flores ang penthouse ng pinakamayaman at pinakamarahas na CEO sa bansa—si Nathaniel Cervantes. Ang plano? Magnakaw ng isang mahalagang dokumento. Pero ang hindi niya alam, pinapanood siya nito. Sa halip na ipakulong si Danica, nag-alok si Nathaniel ng isang kasunduan—pakakasalan niya ito sa papel kapalit ng kaligtasan ng pamilya nito. Kailangan ng mayabang at supladong CEO ng isang anak na magmamana ng lahat para maprotektahan ang kumpanya niya laban sa mga sakim at mapanganib niyang kamag-anak. Walang takot na pinirmahan ni Danica ang kontrata. Laro lang ang lahat—isang taon, isang anak, tapos ay hiwalayan. Pero paano kung sa pagitan ng mga nakakakilig na pagpapanggap sa harap ng media at mga nakaw na halik sa loob ng kwarto, ang totoong panganib pala ay ang unti-unting pagkahulog ng kanyang loob sa lalaking binalak niyang pagnakawan?
View More“ท่านหมอนางเป็นเช่นไรบ้าง”
“อีกไม่กี่ชั่วยามก็ฟื้น ท่านอย่าได้กังวล”
“ขอบคุณท่านมาก ข้าไม่ส่ง”
“มิบังอาจ มิบังอาจ” คนที่ถูกเรียกว่าหมอยกมือขึ้นประสานกันด้านหน้า ผงกมือขึ้นลงสองสามครั้งท่าทางเคารพทว่าสายตาที่มองมากลับเผยความดูถูกอย่างไม่ปิดบัง
เป็นเพียงบุรุษไร้ประโยชน์ผู้หนึ่ง เขาไม่จำเป็นต้องให้ความเคารพ แต่ที่ยอมมาตรวจอาการสตรีผู้นี้ เพราะเห็นแก่หน้าตระกูลใหญ่ และเงินตอบแทนหนักไม่เบา
ชายหนุ่มเห็นสายตาดูแคลนที่มองมาก็ได้แต่เก็บงำประกายความรู้สึกเอาไว้ มือซึ่งซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกำเข้าหากันแน่น
ใครใช้ให้เขากลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปแล้วเลา จากผู้ที่เคยถูกเรียกว่าความหวังของตระกูล เคยอยู่ในจุดที่มีแต่คนชื่นชม ประจบสอพลอ ร่วงหล่นสู่จุดต่ำสุดกะทันหันยามหมอเอ่ยออกมาว่า ไม่สามารถฝึกปราณต่อไปได้ รวมไปถึงขาทั้งสองข้างที่ไม่อาจรักษาหาย
เขาทำได้เพียงเก็บความรู้สึกไม่ยุติธรรมเอาไว้ในใจ ไม่คิดยอมแพ้ให้กับความฝันวัยเด็กยังคงพยายามหาทางรักษาอยู่เสมอ แต่ความหวังชั่งริบหรี่เหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นหมอเก่งกาจมากแค่ไหน มีชื่อเสียงโด่งดังมากเพียงใด ก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถหาวิธีรักษาขาและเส้นลมปราณที่เสียหายได้เลย
ชายหนุ่มเงียบปากทำทีเป็นไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น เก็บซ่อนความรู้สึกมากมายเอาไว้ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉย ทั้งเจ็บใจ โกรธแค้น เกลียดชัง
บุรุษใบหน้าหล่อเหลาใช้สองมือผลักรถเข็นมาข้างเตียง มองดูภรรยาซึ่งแต่งเข้ามาเพียงหนึ่งคืนก็เกิดเป็นลมไม่ได้สติ ภรรยาผู้นี้ได้มาเพราะหมอดูบอกกล่าวว่าเขาต้องแต่งภรรยาและย้ายออกจากตระกูลมิเช่นนั้นจะเกิดเรื่องร้ายแรงส่งผลต่อความ ก้าวหน้าของคนในตระกูล
มิหนำซ้ำยังเป็นสตรีที่ไม่รู้ที่มาที่ไป เป็นสตรีซึ่งถูกพบอยู่กลางป่าตามคำบอกเล่าของหมอดู ในใจหานลั่วอี้รู้สึกเช่นไรหาได้มีใครเข้าใจ
บุรุษหนุ่มพิศมองใบหน้างดงามหมดจนภายใต้ร่างกายซูบผอมด้วยสายตาลุ่มลึก ชีวิตหานลั่วอี้ในยามนี้ไร้สิ่งที่เป็นของตนอย่างแท้จริง จึงได้แต่หวังว่าภรรยาที่ไม่ต้องการตบแต่งยามฟื้นขึ้นมาจะทำดีต่อกันสักนิด อย่างน้อยในบรรดาสิ่งของมากมายที่ถูกยึดคืนยังมีภรรยาผู้เป็นของเขาอย่างแท้จริง ทั้งยังคาดหวังในส่วนลึกว่าสตรีตรงหน้าจะไม่ใช่คนของสตรีผู้นั้น
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปกี่ชั่วยาม หานลั่วอี้ยังคงนั่งอยู่ตำแหน่งเดิม เท้าศอกบนที่วางแขน วางคางบนหลังมือหลับตาพักผ่อน
คนหลับสนิทตลอดครึ่งวันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาแล้ว หญิงสาวกะพริบตาไล่ความขุ่นมัว หลังสายตาคมชัดสิ่งที่เข้ามาเป็นอย่างแรกคือเพดานห้องไม่คุ้นเคย คนบนเตียงขยับศีรษะมองซ้ายขวา ภายในห้องตกแต่งเรียบง่ายมีหน้าต่างบานหนึ่ง ตู้หลังหนึ่ง โต๊ะตัวหนึ่ง เก้าอี้สอง และเตียงที่นางนอนอยู่ สภาพห้องเป็นห้องกลางเก่ากลางใหม่ไม่ได้งดงามสะอาดสะอ้าน
พอขยับตัวลุกขึ้นร่างกายก็คล้ายไม่มีแรง คนบนเตียงจึงยกมือขึ้นมาดู เห็นว่าเป็นมือผอมแห้งคู่หนึ่งหนังแทบหุ้มกระดูก
สิ่งแรกที่เข้ามาในหัวคือ มือใคร? สตรีบนเตียงคิ้วลองขยับมือซ้ายขวา มือตรงหน้าก็ขยับตาม
นี่มือฉันเหรอ? นั่นคือเสียงในความคิดของเธอ
หญิงสาวมองสำรวจห้องอีกครั้งที่แท้เพดานที่เห็นกลับไม่ใช่เพดานแต่เป็นหลังคาเตียง
เจ้าของร่างผอมแห้งพยุงตัวลุกขึ้น การขยับตัวเล็กน้อยส่งผลให้คนบนรถเข็นรู้สึกตัว หานลั่วอี้ลืมตาขึ้นไม่กล่าวอะไร มองสำรวจการเคลื่อนไหวภรรยาเงียบ ๆ
คนบนเตียงลุกขึ้นนั่งได้แล้ว แต่ก่อนสายตาจะพลันเหลือบไปเห็นใครอีกคนในห้อง ความทรงจำสายหนึ่งพลันแล่นผ่านสมองให้รู้สึกปวดแปลบ
มือผอมแห้งยกขึ้นจับหัวใบหน้าบิดเบี้ยว เม็ดเหงื่อผุดผายตามใบหน้า
ความทรงจำของใครบางคนแล่นเข้ามาในหัว เป็นความทรงจำขาดหายไม่ชัดเจนราวกับว่ามีใครบางคนปิดกั้นความทรงจำที่เหลือเอาไว้
ภาพเหตุการณ์มากมายหายไปหมดแล้วพร้อมกับความเจ็บปวดที่ทุเลาลง
ลมหายใจหอบหนักของหญิงสาวกลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นาน ตอนนี้เองถึงพอเข้าใจได้ราง ๆ ว่า สถานที่ที่เธออยู่ไม่เหมือนเดิม รวมไปถึงในห้องมีใครอีกคนอยู่
ดวงตาฉ่ำน้ำแดงเรื่อใบหน้าแดงก่ำมองสบเข้ากับดวงตาสีรัติกาลลุ่มลึก เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ ในความทรงจำซึ่งวาบผ่านเมื่อสักครู่บอกกับเธอว่าเขาคือ สามี ที่พึ่งตบแต่งกันได้ยังไม่ถึงหนึ่งวันดี
หากไม่ใช่เพราะว่ามีผ้าม่านบดบังเตียงเอาไว้ครึ่งหนึ่ง หญิงสาวคงรู้ตัวเร็วกว่านี้
“ทะ...ท่าน” น้ำเสียงแหบพร่าลำคอแห้งผาก หานลั่วอี้เห็นว่าภรรยายกมือขึ้นจับลำคอจึงเลื่อนรถเข็นไปเทน้ำให้ดื่ม
หญิงสาวมองนิ่งรับถ้วยน้ำในมือมากระดกลงคออึกใหญ่ ยื่นไปให้อีกฝ่ายอีกครั้ง คล้ายเข้าใจความนัย เขาจึงเทน้ำใส่ถ้วยให้อีกครึ่ง พอดื่มน้ำเข้าไปมากพอควรร่างกายก็คล้ายมีแรงขึ้นมาเล็กน้อย ลำคอไม่รู้สึกเจ็บเท่าตอนแรก
เจ้าของร่างมีชื่อว่า เยว่ฉี ชั่งน่าแปลกที่ชื่อของนางเหมือนชื่อของเธอในชาติก่อน เจ้าของร่างเป็นสตรีไม่ทราบที่มา ไม่รู้ว่าครอบครัวเป็นใคร
ในความทรงจำเมื่อสักครู่มีเพียงช่วงเวลาก่อนจะมาแต่งงานกับชายหนุ่มและความรู้เกี่ยวกับโลกนี้เพียงเล็กน้อย
พ่อแม่เป็นใครแล้วทำไมถึงถูกขายให้พ่อค้าทาสชีวิตก่อนหน้านั้นล้วนไม่อยู่ในความทรงจำ
ใช่ เยว่ฉีเป็นสตรีที่ถูกขายเป็นทาสก่อนจะถูกลูกค้าเงินหนาผู้ลึกลับซื้อมา จากนั้นนำไปทิ้งไว้กลางป่า ตอนถูกนำไปทิ้งเยว่ฉีถูกปิดตามัดมืออยู่ตลอด จวบจนถึงที่หมายคนเหล่านั้นถึงได้ปล่อยตัวนางเป็นอิสระ ก่อนจากไปยังข่มขู่ทั้งยังบอกว่าห้ามขยับไปไหนไม่เช่นนั้นจะฆ่าทิ้งเสีย แต่สุดท้ายเยว่ฉีก็เสียชีวิตลงหลังจบงานแต่งได้ไม่นาน
เยว่ฉีไม่ทราบแน่ชัดว่าเหตุใดคนคนนั้นถึงได้ไปซื้อนาง ก่อนจะถูกพาตัวให้มาแต่งงานกับชายหนุ่มตรงหน้า แถมท่าทีของผู้คนในวันแต่งงานยังเปี่ยมไปด้วยความยินดีระคนดูถูก
ตอนที่ฟื้นขึ้นมายังคงสับสนว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับตัวเอง ก่อนหน้าจะตื่นขึ้นมาเธอกำลังเดินทางกลับบ้านพร้อมลูกชิ้นปิ้งในมือ ทว่าต่อมาก็มีสุนัขตัวสูงประมาณหัวเข่าตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาเห่าเธอเสียงดังลั่น
หญิงสาวสะดุ้งตกใจทำไม้ลูกชิ้นหล่นลงพื้น หงายหลังหัวกระแทกพื้น
คงไม่ได้ตายด้วยเหตุการณ์นั้นหรอกใช่ไหม?
พอลืมตาขึ้นมาก็อยู่ในร่างไม่คุ้นเคยกับความทรงจำแปลกประหลาด
หากไม่ใช่ว่าสิ่งที่สัมผัสได้เหมือนจริงไม่คล้ายฝัน อีกทั้งบุรุษตรงหน้ายังตรงตามสิ่งที่ได้เห็น เธอคงไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะเข้ามาสวมร่างผู้อื่นเหมือนในนิยายหลาย ๆ เรื่อง
“ประหลาดสุด ๆ”
“เจ้ากล่าวอันใด” ทั้งที่เป็นเพียงการพึมพำแผ่วเบาแต่สำหรับผู้ฝึกปราณเช่นหานลั่วอี้กับได้ยินชัดทุกประโยค เพียงไม่แน่ใจว่าที่นางพูดหมายถึงสิ่งใด
“ท่านคือสามีข้า?” เยว่ฉีไม่ตอบแต่เลือกที่จะถามเพื่อยืนยันสิ่งที่กำลังเผชิญ
“เจ้าสับสน? เราทั้งคู่เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกันแล้วย่อมถือเป็นสามีภรรยา”น้ำเสียงยามเอ่ยประโยคนี้ราบเรียบไม่ต่างจากพูดเรื่องทั่วไป เขาพูดพร้อมกับจ้องมองนาง แววตาหญิงสาวตรงหน้าแปลกไป หานลั่วอี้สัมผัสได้ว่านางแปลกไปไม่เหมือนเดิม
สตรีที่พบเมื่อวานมักจะชอบก้มหน้าไม่ยอมสบตา แววตาหวาดกลัวเลื่อนลอย แผ่นหลังงองุ้ม ตัวสั่นอยู่ตลอด ต่างจากแววตาที่สบกับเขาตอนนี้ แม้จะมีความสับสนซ่อนอยู่แต่ก็เปล่งประกายสดใส เด็ดเดี่ยว
เยว่ฉีทำความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเรื่องที่กำลังเผชิญอยู่ ถึงจะยังสับสนอยู่บ้างแต่ถึงยังไงก็ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว อีกทั้งชั่วชีวิตที่เหลือเธออาจจะไม่มีโอกาสกลับโลกเดิมได้อีก
ในเมื่อแต่งงานกันแล้วก็เท่ากับว่าชายหนุ่มคือคนในครอบครัว ตลอดชีวิตที่ผ่านมาในอดีต เธอสูญเสียครอบครัวไปตั้งแต่ยังเด็ก พอมีคนให้เรียกว่าครอบครัวก็อดรู้สึกคันยุบยิบในใจไม่ได้
หวังว่าบุรุษผู้นี้จะใจดีกับนาง
ถึงเขาจะขาไม่สมบูรณ์เยว่ฉีก็ไม่คิดทิ้งขว้าง ยินดีดูแลด้วยความเต็มใจ
บุรุษที่ในอนาคตจะกลายเป็นครอบครัวและเพื่อนเพียงคนเดียวของนางในโลกใบนี้ เพราะดูจากความทรงจำแล้ว คนในบ้านหลังนี้ไม่ได้ต้อนรับเจ้าของร่างเสียเท่าไหร่
“ยินดีที่ได้รู้จัก ข้าหวังว่าเราทั้งคู่จะมีแต่ความใจดีให้แก่กัน” หานลั่วอี้เลิกคิ้วมองมือซึ่งยื่นมาตรงหน้า ดวงตาสีรัติกาลมีประกายความรู้สึกวาบผ่าน
มองสำรวจใบหน้างดงามซูบผอมก็เห็นเพียงความจริงใจ เขาเองก็หวังเช่นเดียวกับนาง หวังว่านางจะไม่ใช่คนของผู้อื่น
บุรุษหนุ่มชั่งใจเพียงชั่วครู่ก่อนจะยื่นมือออกไป ในเมื่อนางยื่นไมตรีมาให้เขาก็อยากจะลองเชื่อในไมตรีของนาง
“หากเจ้าดีต่อข้า ข้าก็จะดีต่อเจ้า ถึงอย่างไรเจ้าก็ได้ชื่อว่าภรรยาข้าแล้ว ข้าอาจจะไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าได้ในหลาย ๆ เรื่อง แต่ข้าก็จะพยายามเท่าที่สามารถทำได้”
ในน้ำเสียงแน่วแน่มีความหวั่นไหวเคลือบอยู่จาง ๆ เยว่ฉีเข้าใจในคำพูดของบุรุษตรงหน้าทันที สายตาที่มองนางเต็มไปด้วยความจริงใจไร้การหลอกลวง
เขาหมายถึงขาที่ไม่สามารถเดินเหินได้สะดวกอาจจะทำทั้งสองคนลำบาก แต่เยว่ฉีก็หาได้ใส่ใจมากเท่าที่ควร ขอเพียงเขาดีกับนาง ไม่คิดเอารัดเอาเปรียบ หักหลัง ไม่ว่าจะลำบากเพียงใดเยว่ฉีล้วนทนได้
นางไม่เชื่อว่าชีวิตคนเราจะลำบากไปตลอด
“ท่านไว้ใจข้าได้” สองมือประสานกันแน่น คล้ายคำสัญญาว่าจะไม่ทิ้งกันไปไหน
เยว่ฉีไม่มีทางทราบได้ว่า ในอนาคตอันใกล้ เพราะความเชื่อใจที่มีให้กันตั้งแต่ต้นจะนำมาซึ่งความสัมพันธ์อันยากจะตัดขาด
DANICA FLORES POVHindi ako masyadong nakatulog. Paano ba naman, sa tuwing ipipikit ko ang mga mata ko, nararamdaman ko pa rin ang bigat ng katawan ni Nathaniel sa ibabaw ko at ang mariing lapat ng mga labi niya. Napahawak ako sa sarili kong bibig habang nakatitig sa kisame. Business transaction, Danica. Trabaho lang 'yon, paalala ko sa sarili ko.Lumingon ako sa tabi ko. Wala na si Nathaniel sa kama, pero amoy tabako at mint pa rin ang unan niya. Bumangon ako at dahan-dahang naglakad patungo sa banyo para maghilamos. Pagtingin ko sa salamin, medyo namumugto pa ang mga mata ko. Ang daming nangyari sa loob lang ng dalawang araw. Mula sa pagiging gipit na accountant, ngayon ay nakatali na ako sa pinakamakapangyarihang CEO sa bansa—at kasama ko siya sa isang laro na buhay at kamatayan ang nakataya.Pagkababa ko sa engrandeng dining room, ang sunod-sunod na katok sa pinto at ang pamilyar na boses mula sa sala ang bumasag sa katahimikan ng umaga."Nasaan ang bago mong manika, Nathaniel? H
DANICA FLORES POV "Diyan ka sa sahig." Tinitigan ko si Nathaniel habang inilalapag niya ang unan sa malawak na gray carpet sa gilid ng engkantadong king-sized bed. Kakalabas ko lang ng banyo pagkatapos magpalit ng oversized na t-shirt na hiningi ko sa maid. "Wow. Napaka-gentleman mo naman, Mr. Cervantes," sagot ko, sabay krus ng mga braso ko. "Ako na nga itong duguan ang tuhod kanina, ako pa ang patutulugin mo sa matigas na sahig?" "Sabi sa kontrata, mag-asawa tayo sa harap ng publiko. Walang nakasulat na kailangan kitang patuluyin sa kama ko," seryoso niyang sabi habang tinatanggal ang kanyang relo at isinasabit ang business suit sa hanger. "At mas malinis ang carpet na 'yan kaysa sa sahig ng dati mong apartment, Flores." Ang yabang talaga ng lalaking 'to. Napakagat-labi na lang ako. Totoo naman ang sinabi niya, pero nakakainis pa rin ang paraan ng pagsasalita niya. Parang bawat salita, may kasamang panlalait. Lalapit na sana ako para kunin ang unan nang biglang umalingaw
DANICA FLORES POVSakit sa ulo. Iyon agad ang sumalubong sa akin paggising ko pa lang bago mag-alas-sais ng umaga. May nakalatag na agad na malalaking paper bags sa paanan ng kama kung saan ako pinatulog ni Nathaniel semgabi pagkatapos ng pirmahan. Pagkabukas ko, puro branded na damit, sapatos, at kung anong klase ng kolorete ang nandoon."Ano 'to, gagawin akong manika?" bulong ko sa sarili ko habang tinitingnan 'yong beige na tweed dress na may gintong butones.Wala pang isang oras, bumaba na ako sa dining area. Nandoon na si Nathaniel. Naka-business suit na siya, maayos ang buhok, at seryosong nagbabasa ng tablet habang may hawak na tasa ng kape. Tumingin siya sa akin mula ulo hanggang paa nang marinig ang tunog ng suot kong mababang heels.Bahagyang lumambot ang linya ng panga niya, pero saglit lang 'yon bago bumalik ang nakasanayan niyang blangkong mukha. "Bagay sa'yo. At least ngayon, hindi ka na mukhang magnanakaw na galing sa eskinita."Hila ko ang upuan sa tapat niya nang med
DANICA FLORES POV Tumalikod ako. Iniwan ko si Nathaniel na mag-isang nakatayo sa tabi ng mesa niya habang bitbit ang nakakarindeng katahimikan ng opisina niya. Bahala na. Hindi ko kayang sikmurain na ibenta ang sarili ko sa ganoong klaseng lalaki. Lumabas ako ng mansyon, mabilis ang mga hakbang pababa sa mahabang sementadong daan patungo sa gate. Malaya naman akong nakalabas dahil walang utos ang amo nilang harangin ako. Marahil alam niyang babalik din ako. At tama siya. Hindi pa ako nakakalayo sa subdivision, sa isang madilim na eskinita malapit sa sakayan ng jeep, may pumaradang itim na van sa tapat ko. Bumaba ang tatlong lalaki. Sila 'yong mga naningil sa akin noong isang gabi—mga tauhan ng bumbay at loan shark na pinagkautangan ni Ramil gamit ang pirma ko. "Akala mo ba matatakasan mo kami, Danica?" Sabi ng nasa gitna, sabay hablot sa braso ko. Sumubsob ako sa semento nang itulak niya ako. Gulanit ang tuhod ng pantalon ko, naramdaman ko agad ang hapdi ng gasgas na may kasamang
DANICA FLORES POV Nanatili akong nakatayo sa tapat ng pader, habang dahan-dahang naglakad si Nathaniel papunta sa pinto. Sinundan ko lang siya ng tingin. Ang tangkad niya talaga, at kahit nakatalikod, kitang-kita sa kilos niya na sanay siyang sinusunod ng lahat. "Sumunod ka sa akin," maikling
DANICA FLORES POV Malamig. Iyon ang una kong naramdaman pagkagising ko. Ang huling naalala ko, gumagapang ako sa hallway ng penthouse na 'to habang nakatago sa jacket ko ang isang maliit na velvet pouch. Pero ngayon, nakahiga na ako sa isang napakalambot na kama, at amoy na amoy sa kwarto ang pa












Maligayang pagdating sa aming mundo ng katha - Goodnovel. Kung gusto mo ang nobelang ito o ikaw ay isang idealista,nais tuklasin ang isang perpektong mundo, at gusto mo ring maging isang manunulat ng nobela online upang kumita, maaari kang sumali sa aming pamilya upang magbasa o lumikha ng iba't ibang uri ng mga libro, tulad ng romance novel, epic reading, werewolf novel, fantasy novel, history novel at iba pa. Kung ikaw ay isang mambabasa, ang mga magandang nobela ay maaaring mapili dito. Kung ikaw ay isang may-akda, maaari kang makakuha ng higit na inspirasyon mula sa iba para makalikha ng mas makikinang na mga gawa, at higit pa, ang iyong mga gawa sa aming platform ay mas maraming pansin at makakakuha ng higit na paghanga mula sa mga mambabasa.