LOGIN
ฉันสะดุดล้มตรงลานเกียร์!!
เจ็บหัวเข่าเป็นบ้า!!
ถึงจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เซ่อซ่าถึงขั้นที่จะไปเดินสะดุดขาตัวเองล้มหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่อยู่ห่างไกลจากตึกคณะมนุษยศาสตร์มากโข
แต่เพราะฉันตามยัยโรสเพื่อนรักไปทำธุระที่นั่น
เฮ้อ! แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเซ่อซ่า จะสะดุดล้มได้อย่างไรล่ะ
"แกแกล้งทำเป็นถูกผีผลักก็บอกมาเถอะ"
บัวนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเยียบตรงหน้า ในมือมีทิชชู่เปียกกับพลาสเตอร์ยากำลังจัดการรอยถลอกตรงหัวเข่าข้างขวาให้
"ผีไม่ได้ผลักหรอก แกนั่นแหละวิ่งมาชนฉัน"
"อ้าวเหรอ! โทษที"
ยัยทอมบอมเพื่อนรักทำสีหน้าเหลอหลาก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้ม
"ขอโทษด้วย ตอนนั้นฉันหัวร้อนมาก"
โรสหยิบสมุดมาพัดใบหน้าไล่ความร้อนที่ลงจากหัวลามไปทั้งตัว มีเรื่องกับผู้ชายมันไม่สนุกเป็นทุนเดิม ยิ่งเป็นแก๊งวิศวะลูกเทพหนุ่มฮ็อตปรอทแตกด้วยแล้ว.. ตัวกะเปี๊ยกเท่าหมาพันธุ์พุดเดิลจะเอาอะไรไปสู้ได้
"ช่างเถอะ ฉันไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก"
แต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงดึงขาขึ้นเล็กน้อยเพราะบัวลงน้ำหนักตอนปิดพลาสเตอร์ เห็นอาการของฉันสวนทางกับคำพูดก็หัวเราะชอบใจใหญ่
"ไม่เจ็บๆ แต่สะดุ้ง"
"เดี๋ยวแกก็ได้สะดุ้งบ้าง"
ถึงฉันจะตัวเล็กปุ๊กปิ๊กหน้ามึนและซึนตามที่เพื่อนชอบยัดเยียดให้เป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่สู้คน
"แกเหอะ สะดุ้งก่อนเลย ลืมเหรอว่าเมื่อกี้ไปสะดุดที่ไหนมา"
บัวกลับขึ้นมานั่งบนเก้าอี้ด้านข้าง
ฉันเอียงคอครุ่นคิดตามทำตาปริบๆ
"ลานเกียร์วิศวะไง"
"แล้วแกไม่เห็นยัยพวกนั้นที่เดินสวนกันไปมาเหรอ"
ฉันพยักหน้า
"ก็เดินไปเหมือนพวกเราไง แต่ธุระก็อาจจะไม่ใช่เรื่องเดียวกับโรส"
"แน่นอนว่าไม่ใช่ ยัยพวกนั้นหวังไปเดินสะดุดลานเกียร์ เพื่อจะได้มีแฟนเป็นเด็กวิศวะไง ก็เหมือนเรื่องเกียร์ที่แปลว่าหัวใจนั่นแหละ แกไปสะดุดมา.. แกได้เด็กวิศวะเป็นผัวแน่"
"มาสิ ให้มาเลย ฉันก็อยากได้อยู่"
ท้าทายกลับอย่างไม่เกรงกลัวเพราะรู้ดีว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นด้วยสารร่างที่หาความสวยไม่เจอ แม้กระทั่งไอ้เหาสุนัขบางแก้วที่บ้าน มันยังเลือกปฏิบัติกับฉันเลย
เรียนเสร็จช่วงบ่ายก็แยกย้ายกันกลับ ฉันโดยสารรถแท็กซี่มายังคอนโดมิเนียมที่อาศัยมาร่วมสี่ปี และคาดหวังว่าจะได้อยู่อาศัยไปตลอดจนทำงานหลังเรียนจบ
ฉันเป็นสาวเมืองตรังบ้านมีธุรกิจร้านอาหาร ครอบครัวร่ำรวยมากเลยทีเดียวถึงมีเงินส่งฉันเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยแพงๆ แต่ฉันไม่มีแผนที่จะกลับไปช่วยครอบครัวทำธุรกิจ ที่นั่นมีพ่อแม่ พี่ชายและเมียของเขาก็แน่นเอี๊ยดพื้นที่จนไม่มีที่ว่างให้ฉันไปเบียดเสียด อีกอย่างฉันชอบเมืองหลวงตรงที่มีรถสาธารณะให้ใช้สะดวกสบาย เหตุผลของฉันมีแค่นี้จริงๆ
"คราวหลังอย่าเซ่อซ่า หัวเข่าลายหมด"
นั่งบ่นอยู่ตรงระเบียงห้องไปพร้อมกับการเป่าลมออกจากปากใส่แผลตรงหัวเข่า แม้แต่จะเกาผิวแรงๆ ก็แทบไม่กล้าเพราะกลัวเป็นรอย แต่ดูตอนนี้สิ.. คราวหน้าฉันจะระวังตัวกว่านี้
ครืดๆ นั่งอยู่เพลินๆ มือถือก็ส่งเสียงร้อง มีไม่กี่คนที่จะโทรหาฉันเพราะในชีวิตมีคนเกี่ยวข้องวนเวียนไม่เยอะ
หนึ่งในนั้นคือเทอร์โบ น้องชายวัยสิบสามปีที่กำลังวีดีโอคอลมา
"ว่าไง.." ฉันวางมือถือราบกับพื้นกรอกเสียงเนือยถาม สายตามองจ้องใบหน้าคมแบบฉบับคนใต้ของน้อง
[พี่ทานตะวัน แม่ซื้อไอแพดให้เทอร์ด้วย นี่ๆ เจ๋งไหม"
ไอ้เด็กผิวสีน้ำผึ้งค่อนไปทางเข้มชูไอแพดสีดำรุ่นใหม่ล่าสุดให้ดู
"ทำไมแม่ใจดีนักล่ะ"
[อ้อนเอา]
ฉันหัวเราะ ในอกหนึบๆ ขึ้นมา
"คราวหลังก็อ้อนเอาให้พี่สักเครื่อง ไอโฟนสิบห้างี้"
[แม่บอกว่าพี่ตะวันไม่ต้องใช้หรอก แต่เทอร์ใช้เอาไปเรียน]
"เออๆ อย่าพังตั้งแต่วันแรกแล้วกัน พี่วางนะ จะไปดูหนัง"
เทอร์โบเป็นคนกดวางสายไปเอง หน้าจอดับมืดฉันก็นั่งเท้าคางเหม่อมองดอกไม้ในกระถางตรงหน้า
ก่อนมีเทอร์โบฉันรู้สึกว่าตัวเองเป็นดั่งเจ้าหญิงตัวน้อยๆ ของบ้าน ไม่ต้องร้องขอสิ่งใดเพียงนึกคิดในหัวก็มักจะมาปรากฏตรงหน้าเสมอ แต่พอผลักให้ฉันเป็นลูกคนกลาง..
ลูกคนกลางมักอาภัพที่เคยได้ยินมากลับพบว่ามันคือเรื่องจริง จู่ๆ เวทมนตร์ในการเสกสิ่งของก็หายไป พร้อมๆ กับความสำคัญที่ถูกลดทอน
ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชินแล้วหน่า ไม่ใช่ครั้งแรกเสียหน่อย
มือถือข้างตัวถูกหยิบขึ้นมาอีกครั้ง ฉันกลับเข้ามาในห้องปิดประตูระเบียงล็อกแน่นหนา ปิดไฟให้เหลือเพียงแสงจากโคมไฟแล้วทิ้งตัวลงนอนพิงหัวเตียง ดวงตาจดจ้องมองดูคลิปวีดีโอที่ฉันเสียเงินสมัครสมาชิกสองร้อยเก้าสิบเก้าบาทตลอดชีพ ภาพในวีดีโอเน้นไปด้วยสีเนื้อของผิวเนื้อมนุษย์เคล้าหยาดเหงื่อที่กำลังเสียดสีกันบนเตียงนอน สรีระของฝ่ายชายปลุกเร้าเลือดลมในร่างกายและช่วยให้หลั่งสารบางอย่างออกมาได้ดี ท่วงท่าของพวกเขาทำช่องท้องของฉันวูบโหวง เสียงที่หลุดออกมาจากลำโพงกระตุ้นให้ขนในกายลุกชัน
และเมื่อคลิปวีดีโอจบลง ฉันก็พบว่าความรู้สึกอัดแน่นอยู่ในอกก่อนนี้มลายหายไปแล้ว น่ามหัศจรรย์จริงๆ
"วันนี้กูไปธุระก่อน เจอกันดึกๆ"เสร็จกิจที่มหาวิทยาลัย ผมโบกมือลาเพื่อน เร่งรีบเดินไปยังรถและคนที่ตะโกนมาคือโชน"รีบไปตีหม้อไงวะ""เดี๋ยวกูจะกลับไปตีหัวมึง""แล้วมึงจะรีบไปไหน" เจไดเข้ามากอดคอผม สองขาก้าวเดินพร้อมกัน"ไปขายรถแล้วก็ไปเอาคันใหม่""เปลี่ยนรถอย่างกับเปลี่ยนถุงยาง ไม่รักมันบ้างไงวะ""ยังไม่เจอที่ใช่ว่ะ ถ้าใช่เมื่อไหร่กูจะรักแล้วก็ไม่เปลี่ยนแน่นอน เจอกันค่ำๆ เพื่อน"ยกมือบอกลาเพื่อนแล้วขับขี่รถปอร์เช่สีดำที่เป็นเจ้าของมันมาเกือบปีไปยังบ้านของรุ่นน้องในคณะที่จีบจะซื้อต่อรถคันนี้มานานร่วมสองเดือน เห็นมันยอมให้ราคาดีผมเลยใจอ่อนขาย แล้วที่เจไดพูดก็ออกจะเว่อร์เกินไปหน่อยเรื่องเปลี่ยนรถ สามปีผมเพิ่งจะเปลี่ยนไปสองคันเอง สู้เปลี่ยนถุงยางอนามัยไม่ได้สักนิดฝ่าฟันรถติดมาจอดเทียบหน้าบ้านหลังใหญ่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งเวลาห้าโมง ชินรุ่นน้องยืนอยู่กับพ่อของมันที่หน้าบ้านเพื่อรอเทสต์รถก่อนการตกลงซื้อขายกันเป็นปกติ"พี่แทน อย่างแจ่ม"ไอ้ตัวกะเปี๊ยกยกนิ้วโป้งแล้วเข้าไปลูบไล้ฝ่ามือกับกระโปรงรถ เอาไปนอนกอดได้ผมว่าไอ้ชินคงทำ ระหว่างนี้ผมก็มองไปรอบๆ นึกอยากสูบบุหรี่แต่สถานที่ไม่เอื้ออำนวย แถมผู้ให
เสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือปลุกฉันให้ตื่นขึ้นมานั่งงงอยู่บนเตียงนอน กระพริบตาปริบๆ อยู่หลายครั้งก่อนจะเอี้ยวตัวไปคว้ามันจากในกระเป๋าสะพายที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมา หยิบมันออกมากดปิดเสียง"ฮ้าว! ทำไมเช้าแล้วเนี่ย ไม่ใช่นั่งอยู่ที่ผับหรอกเหรอ"ภาพจำสุดท้ายคือนิริณเต้นท่าทเวิร์คให้ดู ฉันจำได้แค่นี้จริงๆ ไม่รู้ว่ากลับห้องมาด้วยวิธีไหนช่างเถอะ! ชุดนักศึกษายังอยู่ครบ รองเท้าผ้าใบคาอยู่ที่เท้าหนึ่งข้าง กางเกงในก็ยังอยู่ ฉันมั่นใจว่าปลอดภัยดีฉันขยับมานั่งปลายเตียงนอน หยิบมือถือมากดหน้าจอให้สว่างวาบอีกครั้งแล้วมองภาพวอลเปเปอร์ที่ตั้งเป็นรูปชาอึนอูดาราเกาหลีที่ฉันชื่นชอบ เรียกกำลังใจกำลังกายด้วยความหล่อเหลาของเขา และเพราะเขาเลยนะ ฉันถึงตั้งสเปคผู้ชายสูงดิ่งเฮ้อ! ถอนหายใจอีกหนแล้วโยนมือถือทิ้ง ตั้งสูงดิ่งไปก็เท่านั้น ผู้ชายหน้าตาธรรมดายังไม่เฉียดมาใกล้ฉันสักคน"กลิ่นหอมจัง"จู่ๆ ก็มีกลิ่นน้ำหอมลอยมาเตะจมูก ฉันขยับจมูกสูดดมหากินจนพบว่ามันคือกลิ่น..เสื้อฮู้ดสีดำตัวใหญ่"ลืมคืนเจ้าของ ป่านนี้แช่งชักหักกระดูกแล้วมั้ง"ฉันรีบถอดเสื้อตัวใหญ่ออกแล้วเอามาสะบัดไล่กลิ่นตัวฉันที่อาจเผลอติดไป แล้วเอามันไปแขวน
เสียงเพลงช้าในช่วงแรกของการเปิดให้บริการดังคลอเคลียไปกับความคิดของแทนคุณที่จ้องมองหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้าเขาคุ้นหน้าเธอ ชื่อทานตะวันก็คุ้น และคงคุ้นเพราะเมื่อไม่กี่วันก่อนก็เพิ่งเจอะเจอกันตรงลานจอดรถของคณะวิศวกรรมศาสตร์ วันนั้นเพื่อนของเธอมีปัญหากับเพื่อนของเขานิดหน่อย"รอนานจนมึนหัว"เขายังไม่ทันได้หย่อนคำตอบในความคิด เธอคนนั้นก็โพล่งพูดขึ้นพยักหน้าหงึกๆ ไม่แค่นั้นยังทำตาปรือและหน้ามึนหยิบเฟรนด์ฟรายเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆแทนคุณย่นคิ้ว ไม่กี่วินาทีก็คลายลง คิดได้ว่าควรตอบให้จบๆ ไปเสีย"ก็ปกติ"เธอเลิกคิ้วคล้ายกับสงสัยในคำตอบ และปากยังคาบเฟรนด์ฟรายอยู่"ปกติ..สวยหรือไม่สวยล่ะคะพี่แทนคุณ" นิริณสงสัย"เด็กการโรงแรมมีใครไม่สวยบ้างล่ะครับ""นั่นไง พี่แทนบอกว่าพี่ตะวันสวย"ชูครีมรีบแปลให้อีกต่อ"เหรอ ขอบใจที่ชมนะ"แทนคุณเค้นหัวเราะ ไม่ใช่ขำสาวๆ แต่ขำตัวเองว่าทำไมเขาจะต้องมาตอบคำถามบ้าบออะไรแบบนี้เพียงเพราะเห็นชูครีมเป็นแฟนรุ่นพี่แล้วดูเธอ.. ยินดีกับคำชมบ้างไหมนั่นถึงได้ทำหน้ามึนเคี้ยวเฟรนด์ฟรายไม่หยุด"หมดภารกิจ พี่ขอตัวนะครับ""ขอบคุณค่ะพี่"สามสาวรุ่นน้องโบกมือลา แทนคุณก็กลับลงมาทำงานด้านล่าง
ไม่ห่างจากคอนโดมิเนียมมีตลาดนัดกลางคืนยอดฮิต หลังจากกลับจากมหาวิทยาลัยฉันมักแวะมาเดินเล่นเสมอ วันนี้ก็ด้วยที่อยากหิ้วของกินขึ้นไปตุนในตู้เย็นเสียหน่อยเลยมาเดินเล่นก่อนขึ้นคอนโดมิเนียมฉันใช้ชีวิตคนเดียวค่อนข้างเก่ง เหตุผลเหมือนเดิมคือความชินชาที่สั่งสม แม้บางครั้งจะมีเพื่อนคอยกระเตงกันไปไหนมาไหนสามคนก็ตาม แต่พอแยกย้ายกัน ฉันก็ไม่ได้รู้สึกเหงา"พี่ทานตะวันคนงาม"น้ำเสียงคุ้นหูแกมหยอกเย้าดังขึ้นด้านหลังในขณะที่ฉันกำลังต่อคิวซื้อเคบับ ไม่ทันหันมองนิริณรุ่นน้องก็โผล่ใบหน้ามายิ้มแป้น"ไง เถลไถลเหรอ" ฉันทักน้องกลับ"เถลไถลก่อนไปตี้"'ตี้' ที่ย่อมาจาก 'ปาร์ตี้' ฉันมองการแต่งตัวของน้อง"แกยังอยู่ในชุดนักศึกษา จะไปตี้ที่ไหน หรือที่นั่นเขาให้เข้าได้""K Night เข้าได้ทุกชุดค่ะ ไปด้วยกันไหมคะ แก้ตัวรอบก่อน"รอบก่อนก็คือไม่กี่วันก่อน ฉัน โรสและบัว นัดหมายกับรุ่นน้องสามคนไปดื่มที่ผับ K Night แต่ดันมีเหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้นในนั้น ปาร์ตี้ของเราเลยชะงักเปลี่ยนเป็นร้านข้าวต้ม"มีนักร้องมาหรือเปล่า"จะไปไหนทำอะไรก็ต้องดูเหตุจูงใจ สิ่งนี้จูงใจกว่าของมึนเมาเป็นไหนๆ"มีทุกคืนแหละพี่ แต่อยู่ที่ว่าดังไม่ดัง
ฉันสะดุดล้มตรงลานเกียร์!!เจ็บหัวเข่าเป็นบ้า!!ถึงจะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เซ่อซ่าถึงขั้นที่จะไปเดินสะดุดขาตัวเองล้มหน้าตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่อยู่ห่างไกลจากตึกคณะมนุษยศาสตร์มากโขแต่เพราะฉันตามยัยโรสเพื่อนรักไปทำธุระที่นั่นเฮ้อ! แต่ถ้าไม่ใช่เพราะเซ่อซ่า จะสะดุดล้มได้อย่างไรล่ะ"แกแกล้งทำเป็นถูกผีผลักก็บอกมาเถอะ"บัวนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นกระเบื้องเย็นเยียบตรงหน้า ในมือมีทิชชู่เปียกกับพลาสเตอร์ยากำลังจัดการรอยถลอกตรงหัวเข่าข้างขวาให้"ผีไม่ได้ผลักหรอก แกนั่นแหละวิ่งมาชนฉัน""อ้าวเหรอ! โทษที"ยัยทอมบอมเพื่อนรักทำสีหน้าเหลอหลาก่อนเปลี่ยนเป็นยิ้ม"ขอโทษด้วย ตอนนั้นฉันหัวร้อนมาก"โรสหยิบสมุดมาพัดใบหน้าไล่ความร้อนที่ลงจากหัวลามไปทั้งตัว มีเรื่องกับผู้ชายมันไม่สนุกเป็นทุนเดิม ยิ่งเป็นแก๊งวิศวะลูกเทพหนุ่มฮ็อตปรอทแตกด้วยแล้ว.. ตัวกะเปี๊ยกเท่าหมาพันธุ์พุดเดิลจะเอาอะไรไปสู้ได้"ช่างเถอะ ฉันไม่เจ็บเท่าไหร่หรอก"แต่ก็ต้องสะดุ้งโหยงดึงขาขึ้นเล็กน้อยเพราะบัวลงน้ำหนักตอนปิดพลาสเตอร์ เห็นอาการของฉันสวนทางกับคำพูดก็หัวเราะชอบใจใหญ่"ไม่เจ็บๆ แต่สะดุ้ง""เดี๋ยวแกก็ได้สะดุ้งบ้าง"ถึงฉันจะตัวเล็ก







