เข้าสู่ระบบ“พอได้แล้ว!”
เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับแรงกระชากที่ข้อมือบาง ภาคิน คว้าขวดไวน์ราคาแพงระยับออกจากมือเล็กได้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะหกเลอะเทอะพื้นไปมากกว่านี้ เขาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาคาดโทษ ทั้งขนมที่หกเกลื่อนพื้นและสภาพของ ‘ยัยตัวแสบ’ ที่อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำตัวโคร่งของเขาที่หลุดลุ่ยจนแทบจะปิดอะไรไม่มิด ลัลนาที่กำลังเมาได้ที่ เงยหน้ามองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตฉ่ำวาวไปด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ เธอหัวเราะคิกคักพลางยื่นมือไปลูบไล้แผงอกกว้างของเขาอย่างย่ามใจ “ว้าววว... พี่คนไทยหนิ มาซะเหมือนจริงเลยนะเนี่ย...” เธอพึมพำเสียงหวาน พลางลุกขยับกายเข้าหาเขาอย่างไม่เกรงกลัว ภาคินถึงกับยืนนิ่งเกร็งไปทั้งตัว เมื่อร่างนุ่มนิ่มที่ซ่อนอยู่ใต้ชุดคลุมบางเบาเบียดกระแซะเข้ามาจนเขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากครีมอาบน้ำ ผสมกับกลิ่นไวน์จางๆ จากลมหายใจของเธอ “ไหนขอดูใกล้ๆ ซิ... ว้าวววว ในฝันตัวยังหอมขนาดนี้เลยเหรอ เอ้...! แล้วปากล่ะ หวานไหมนะ ไหนมาลองชิมหน่อยซิ” ไม่พูดเปล่า ลัลนาเขย่งปลายเท้าขึ้นแล้วใช้มือทั้งสองข้างโน้มคอชายหนุ่มลงมา ก่อนจะประทับริมฝีปากนุ่มลงบนปากหยักของภาคินอย่างจู่โจม! สัมผัสที่ไร้เดียงสาแต่เร่าร้อนเพราะฤทธิ์น้ำเมาทำเอาภาคินถึงกับตาพร่า เขาพยายามจะผลักเธอออกในตอนแรก แต่พอลิ้นเล็กๆ เริ่มรุกล้ำเข้ามาอย่างเก้ๆ กังๆ สัญชาตญาณดิบในกายเขาก็พุ่งปรี๊ดจนทะลุปรอท ความอดทนที่พยายามสร้างมาตลอดทางจากสนามบินพังทลายลงสิ้นเชิง ภาคินครางฮึ่มในลำคอ ก่อนจะปล่อยขวดไวน์ทิ้งลงบนโซฟาอย่างไม่ใยดี แล้วรวบเอวบางเข้ามากอดรัดจนร่างของทั้งคู่แทบจะหลอมละลาย เขาบดจูบตอบกลับไปอย่างหนักหน่วงและชั้นเชิงเหนือกว่า จนคนตัวเล็กถึงกับครางประท้วงในลำคอเพราะแทบจะหายใจไม่ทัน “โห่... ฝันหวานซะด้วย มาซะเหมือนจริงเลย!...” ภาคินถอนริมฝีปากออกมาเพียงนิดเดียวเพื่อกระซิบชิดใบหูที่แดงก่ำของเธอ “และดูเหมือนว่า... คืนนี้พี่คงต้องลงโทษเด็กดื้อที่แอบกินไวน์พี่จนหมดขวดซะหน่อยแล้ว!” เขาวาดวงแขนอุ้มร่างบางขึ้นในท่าเจ้าสาว ก่อนจะสาวเท้าตรงไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ “ในเมื่ออยากชิมนัก... พี่ก็จะจัดให้จนจำฝันนี้ไปไม่ลืมเลย!” ลัลนาไม่ได้ขัดขืน เธอซุกหน้าลงกับอกแกร่งพลางหัวเราะร่าด้วยความชอบใจ โดยไม่รู้เลยว่า ‘บทลงโทษ’ ของภาคินในคืนนี้นั้น... จะรุนแรงและยาวนานกว่าคืนที่ผ่านมาหลายเท่าตัว! ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากวิวเมืองสิงคโปร์ที่ลอดผ่านกระจกเข้ามา ภาคินในลุคที่ปราศจากแว่นสายตานั้นดูอันตรายกว่าเดิมหลายเท่า ดวงตาคมกริบฉายแววความต้องการบางอย่างจากคนตรงหน้าที่กำลังโชว์ความเซ็กซี่ให้เขาเห็นในตอนนี้ “ในฝัน... พี่ดุจังเลยค่ะ” ลัลนาพึมพำพลางหัวเราะคิกคัก มือบางซนๆ เลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาออกทีละเม็ดอย่างย่ามใจ “ดุแบบนี้... จะทำอะไรหนูเหรอคะ! ขอแบบไม่ซ้ำกันน๊าาาา” ภาคินขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน แรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นไว้ขาดผึง เขาพลิกตัวกดร่างนุ่มนิ่มลงกับเตียงกว้างทันที ชุดคลุมอาบน้ำตัวโคร่งที่เธอใส่ไว้หลุดลุ่ยจนเผยให้เห็นผิวขาวเนียนละเอียดภายใต้แสงไฟสลัว “พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่าซน...” ภาคินกระซิบเสียงต่ำพลางก้มลงสูดดมความหอมที่ซอกคอขาว กลิ่นไวน์จางๆ ผสมกับกลิ่นกายสาวทำเอาเขาแทบคลั่ง “ในเมื่อดื้อนัก... ก็เตรียมรับบทลงโทษที่ไม่ได้นอนทั้งคืนได้เลย” ลัลนาในโหมดเมากลับไม่กลัวเกรง เธอวาดแขนโอบรอบคอเขาพลางโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบชิดริมฝีปาก “ลงโทษหนักๆ เลยนะพี่... หนูชอบ” คำท้าทายนั้นเหมือนจุดระเบิด ภาคินบดจูบลงไปอย่างรุนแรงและร้อนแรงกว่าครั้งไหนๆ มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าอย่างเร่าร้อน คืนนี้เขาไม่มีความอ่อนโยนเหมือนครั้งแรก มีเพียงความปรารถนาที่อยากครอบครองและลงโทษเด็กแสบตรงหน้านี้ “อื้อออ... พี่อ่ะ...” ภาคินคว้ากระเป๋าเดินทางของเธอที่วางแหมะอยู่ข้างเตียง ก่อนจะรื้อเอา “กล่องถุงยางหลากไซส์” ที่เธอซื้อมาออกมา เขาเหยียดยิ้มร้ายพลางชูมันขึ้นต่อหน้าคนเมา “กล่องพวกนี้... ซื้อมาเตรียมไว้ใช้กับไอ้นั่น! แต่น่าเสียดายนะ... เพราะคนที่ได้ใช้มันคือพี่...!” เขาแกะกล่องไซส์ใหญ่ที่สุดออกมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะจัดการสวมใส่ท่ามกลางสายตาหยาดเยิ้มของลัลนา “ฮือ...ให้หนูช่วยมั้ยคะ” คนที่เมายังหัวเราะคิกคักสายตาปรือกวาดมองดูคนที่กำลังสวมเกาะป้องกัน “แก่แดด แก่ลมเหลือเกินนะ!” เขาไม่รอช้า พลิกตัวกลับขึ้นมาทับร่างบางแล้วบดจูบกระชากวิญญาณ มือหนาบีบเค้นอกอวบจนล้นง่ามนิ้ว ลิ้นร้อนลากไล้จากลำคอลงมาดูดดึงยอดอกอย่างตะกรุมตะกราม <จ๊วบ! จ๊วบ!> “อื้อออ... พี่...” ภาคินไม่ปล่อยให้เธอตั้งตัว เขาจับขาเรียวแยกออกกว้างแล้วกดหัวหยักที่ขยายใหญ่จนคับตึงเข้าหาช่องทางรักที่ยังคงฟิตแน่นรวดเดียวจนสุดทาง! <กึก!> “อ๊ะ อ๊ายยยย!” ลัลนาหวีดร้องด้วยความเจ็บจี๊ดปนเสียวซ่าน ความคับแน่นบีบรัดตัวตนของเขาจนภาคินถึงกับหน้าเหยเก “อ้าาาา! แน่นชิบ!” เขาดันตัวตนที่แข็งขืนเข้าไปในรูรักที่คับแน่นอย่างยากลำบาก “อึก! อ๊ะ...จะ เจ็บ! พี่หนูเจ็บอ่ะ!” ก่อนจะค่อยๆ ถอนออกมาจนสุดแล้วกระแทกเข้าไปจนมิดด้าม จนร่องรักเริ่มมีน้ำใส่หล่อลื่น สะโพกหนาสอบเข้าไปด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักแน่น “อ้าาา! ฮึ๊... จะบ้าตาย แน่นอะไรขนาดนี้!” เอวแกร่งเริ่มเร่งจังหวะโหมสะโพกกระแทกใส่ไม่ยั้ง จังหวะรักที่ดิบเถื่อนทำให้เขาคุมตัวเองไม่อยู่ ความแน่นตึงที่บีบรัดทำเอาเขาถึงฝั่งฝันอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน ภาคินคำรามลั่นพลางปลดปล่อยน้ำรักเต็มถุงยางจนเกือบปริแตก“ชิ!... พี่ไม่รอหนูเหรอ...” ลัลนาพึมพำทั้งที่ยังเมา ภาคินขบกรามแน่น “หึ... เมื่อกี้แค่ล้างเครื่อง คราวนี้ของจริง!” เขาจัดการเปลี่ยนเครื่องป้องกันชิ้นใหม่ทันที ครั้งนี้เขาเล้าโลมเธออย่างหนักหน่วง ร่างแกร่งลื่นลงลากเลียตามเรือนร่างที่หอมสะอาด ลิ้นร้อนลากเลียจนมาถึงจุดเสียวสุด ลิ้นสากซุกซนตวัดดูดเลียจุดอ่อนไหวของเธออย่างลืมรังเกียจว่าเป็นแค่คนแปลกหน้า คนที่โดนลุกบิดเร้า สองมือจิกผ้าปูที่นอนจนยับย่น <แผล็บ! แจ๊ะแจ๊ะ!> เมื่อน้ำหวานไหลเยิ้มชโลมไปทั่ว ภาคินก็จับเธอตั้งท่าคลานเข่าแล้วกระแทกตัวตนเข้าหาจากด้านหลังอย่างรุนแรง <ตั๊บ! ตั๊บ! ตั๊บ!> “อ๊ะ! อ๊ะ! พี่... แรงไป... อ๊างงง!” เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่นห้อง ภาคินสวนสะโพกเข้าใส่เน้นๆ ทุกดอก ลำโค่นชนเข้ากับผนังมดลูกจนร่างเล็กสั่นคลอน แรงกระแทกที่รัวเร็วทำให้ลัลนาเกร็งกระตุกเสร็จสมไปก่อนรอบหนึ่ง “หึ๊! เสร็จแล้วเหรอ!”ร่างสูงกระชากร่างบางเข้าหาตัวก่อนจะประทับริมฝีปากลงไปอย่างอดใจไม่ไหว กลีบปากหนาบดขยี้ริมฝีปากเล็กอย่างเร่าร้อนและหิวกระหาย ลิ้นอุ่นสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน นัวเนียกันอย่างดูดดื่มจนขอบปากเลอะเปรอะไปด้วยหยาดน้ำแห่งความปรารถนา “อื้ม...!” ฝ่ามือหนาโอบหมับเข้าที่เอวบางที่กำลังบิดเร้า บีบคลึงสะโพกงามอย่างจงใจ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาขย้ำหน้าอกอวบอิ่มทั้งสองข้างอย่างหนักหน่วงผ่านเนื้อผ้า “อึก...! อื้อ~” ลัลนาก็ไม่ยอมถอย เธอสู้กลับอย่างเต็มที่พยายามเล้าโลมเพื่อจะแกล้งให้ภาคินทรมาน หญิงสาวก้มลงจูบซับไปที่ซอกคอของเขา พร้อมกับเป่าลมหายใจอุ่น ๆ รดทั่วต้นคอแกร่ง... ยิ่งเธอรุกเร้ามากเท่าไหร่ อารมณ์ของเขายิ่งพุ่งพล่านมากขึ้นเท่านั้น ภายใต้กางเกงที่ตึงเปรี๊ยะของภาคินปวดหนึบ บางอย่างกำลังดันขึ้นมาอย่างแข็งขืนจนลัลนารู้สึกได้ถึงความใหญ่โต มือเรียวเล็กตัดสินใจเลื่อนลงสัมผัสเข้าไปใต้กางเกง สัมผัสถึงความร้อนรุ่มและขนาดที่โอฬาร เธอค่อย ๆ ลูบไล้บีบนวดอย่างเบามือ ทำเอาเขาทนไม่ไหวจนต้องผละริมฝีปากออกอย่างเร่งรีบเพื่อสูดอากาศ “เอาใหญ่แล้วนะ... ใจกล้าขึ้นนะเรา เด็กดื้อ... หึ~!” ดวงตาคมกริบจ้องเธอด้วยไ
ก่อนจะมุ่งหน้าไปล่ารางวัลใหญ่ในคาสิโน ภาคินพาเดินลัดเลาะเลียบอ่าวมาริน่ามาจนถึงแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง Merlion สิงโตพ่นน้ำตัวมหึมาที่กำลังทำหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างขยันขันแข็งบรรยากาศรอบๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่พยายามหามุมกล้องประหลาดๆ ลัลนายืนมองนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่พยายามอ้าปากกว้างเพื่อทำมุมให้เหมือนน้ำที่พ่นออกมาตกลงในปากพอดี บางคนก็ยกมือทำท่ารับน้ำเหมือนกำลังสระผม บ้างก็ป้องมือเหมือนรองน้ำดื่ม“พี่คินดูนั้นสิคะ ทำไปได้ยังไงเนี่ย ตลกจังเลย” ลัลนาหัวเราะคิกคักพลางส่ายหน้า “ลัลไม่มีทางทำแบบนั้นแน่นอนค่ะพี่คิน มันดูตลกเกินไป ถ่ายรูปทั้งทีขอแบบสวยๆ ปกติดีกว่า ท่าแปลกๆ แบบนั้นลัลไม่เอาด้วยหรอกนะคะ เสียลุคหมด”“จริงเหรอครับ? พี่ว่าก็น่ารักดีออกนะ” ภาคินเลิกคิ้ว ยิ้มกริ่มอย่างรู้ทัน“ไม่แน่นอนค่ะ! พี่คินเตรียมกดชัตเตอร์เลยนะ ลัลจะยืนโพสต์สวยๆ ตรงนี้แหละ”ลัลนาจัดแจงจัดระเบียบชุดให้เข้าที่ ยืนทิ้งสะโพกโปรยยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กล้องของภาคินไปได้ 2-3 รูป เขาก้มลงดูรูปในมือถือเพื่อเช็กความคมชัดอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที เขาก็ต้องชะงักกึกพร้อมกับนัยน์ตาที่เบิกกว้างภาพตรงหน้าค
ฉากต่อจากตอนที่ 3 ที่ลัลนาเข้าคาสิโนไม่ได้เพราะอายุ ยังไม่ถึงเกณฑ์ ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนสิงคโปร์ ณ Gardens by the Bay อาณาจักรแห่งพฤกษาสู่โลกอนาคต ลัลนาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า ลัลนาเดินก้มหน้าปล่อยให้หยาดน้ำตาหยดลงบนพื้นทางเดินปูนเลียบอ่าวมาลิน่าเบย์ทีละหยด สองเท้าคู่เล็กบัดนี้ก้าวไปอย่างไร้จุดหมาย ความเจ็บปวดจากการถูกคนรักหักหลังทิ้งไว้ในเมืองที่เธอไม่รู้จักใคร ไม่รู้จะไปที่ไหน ทำให้โลกทั้งใบของเธอกลายเป็นสีเทาหม่น แม้รอบกายจะเต็มไปด้วยแสงสีของเมืองหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกก็ตาม ภาคินเดินตามหลังร่างเล็กนั้นมาเงียบๆ เว้นระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้เธอกดดัน แต่สายตาคมกริบไม่เคยละไปจากแผ่นหลังที่สั่นเทานั้นเลย เขารู้ดีว่าความรู้สึกพังทลายมันเป็นอย่างไร และในฐานะคนที่ "ตั้งใจ" จะมาที่นี่อยู่แล้ว (แม้จะเป็นการโกหกหน้าตายเพื่อไม่ให้เธอเกรงใจก็ตาม) เขาก็ไม่อาจปล่อยให้ยัยลูกแมวหลงทางตัวนี้เดินตกลงไปในอ่าวมาลิน่าเสียก่อน “จะเดินไปจนถึงสนามบินเลยไหมครับ?” เสียงทุ้มเปรยขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นว่าเธอเดินมาไกลพอสมควรแล้ว ลัลนาชะงักฝีเท้า สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบใช้หลังมือเช็ดหน้าเช็ดตา “
ท่ามกลางเสียงกลองสันทนาการที่ดังระงมไปทั่วคณะ ลัลนาเฟรชชี่สาวปีหนึ่งสภาพดูไม่จืด ใบหน้าที่เคยจิ้มลิ้มบัดนี้ถูกแต่งแต้มด้วยแป้งฝุ่นผสมน้ำขยี้จนด่างดวง ลิปสติกสีแดงเถือกถูกขีดเขียนจนเลยขอบปาก แถมผมทรงน้ำพุที่พี่ระเบียบมัดให้ก็ยุ่งเหยิงจนดูเหมือนสายไฟพันกัน ความล้าและอาการปวดเบาทำให้เธอรีบก้มหน้าก้มตาเดินเข้าห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ทันสังเกตป้ายหน้าประตู “ว้ายยยย! ไอ้! โรคจิต!” เสียงแหลมเล็กแผดก้องทำเอาภาคิน รุ่นพี่ปีสี่ที่กำลังยืนทำธุระส่วนตัวอย่างสงบถึงกับสะดุ้งสุดตัวจนเกือบเสียหลัก เขาหันขวับมามองผู้บุกรุกด้วยความตกใจพอๆ กัน “เฮ้ยยย! น้องเข้ามาได้ไงเนี๊ยะ!” ภาคินโวยวายพร้อมรีบจัดการเสื้อผ้าตัวเองให้เข้าที่ “แกสิ เข้ามาได้ไง! ช่วยด้วยๆ มีโรคจิตอยู่ในห้องน้ำ!” ลัลนาโวยวายกลับทั้งที่ตัวเองยืนอยู่หน้าโถฉี่ชายแท้ๆ เธอไม่ฟังอีร้าค่าอีรม เตรียมจะป่าวประกาศให้โลกกู้ “เฮ้ยยย! น้องเงียบๆ บ้าไปแล้วเหรอ!” ด้วยความกลัวว่าคนข้างนอกจะเข้าใจผิด ภาคินจึงรีบถลาเข้าไปหาหวังจะระงับเหตุ แต่ด้วยความรีบร้อน มือหนาที่เพิ่งจะกุมท่อนซุงจัดระเบียบร่างกายเมื่อครู่ กลับพุ่งตรงไปแปะเข้าที่ปากเล็กๆ ขอ
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าลอดผ่านร่องไม้ของตัวบ้านไม้เก่าแก่ เสียงไก่ขันประสานกับเสียงนกกระจิบดังก้องไปทั่วสวนมะม่วง ภายในมุ้งสีขาวสะอาดที่แกว่งไกวตามลมโชย สองร่างยังคงนอนตระกองกอดกันอย่างแนบชิด ลัลนาซุกใบหน้าหวานอยู่กับแผงอกอุ่น ขณะที่ภาคินโอบรัดเธอไว้ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ความสุขตรงหน้าจะเลือนหายไป “อะแฮ่ม!!!” เสียงกระแอมไอที่จงใจให้ดังสนิทมาจากหน้าประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ ทำเอาลัลนาสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกเตียง เธอรีบดีดตัวลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าและผมเผ้าที่ยุ่งเหยิงด้วยใบหน้าแดงก่ำไปถึงคอ “พ่อ! / คุณพ่อ!” สองเสียงอุทานออกมาพร้อมกัน พ่อของลัลนายืนกอดอกพิงกรอบประตู มองดู “คุณชายจากเมืองกรุง” ที่พยายามลุกขึ้นมานั่งในท่าที่สำรวมที่สุดทั้งที่ยังอยู่ในมุ้งสีหวาน ภาคินรีบลงจากเตียงมานั่งพับเพียบกับพื้นไม้ทันที “หลับสบายดีไหมล่ะคุณภาคิน! ห้องแขกที่แม่เขาจัดไว้ให้มันนอนลำบากจนต้องย้ายมานอนมุ้งเดียวกับลูกสาวผมเลยรึไง!” พ่อถามเสียงเรียบ แต่แววตาไม่ได้มีความโกรธจัดอย่างที่ลัลนากลัว “ผมขอโทษครับคุณพ่อ... คือเมื่อคืนผมไข้ขึ้น ลัลนาเลยช่วยดูแลผมครับ” ภาคินตอบตะกุกตะกัก ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยมาดมั่นบ
บรรยากาศยามเย็นที่บ้านสวนบางคล้าช่างเงียบสงบ พ่อกับแม่พากันออกไปดูหน้าดินที่ท้ายสวน ทิ้งให้ ภาคินและลัลนา อยู่ด้วยกันตามลำพัง ภาคินที่เพิ่งฟื้นไข้ขยับตัวลุกขึ้นด้วยท่าทางอ่อนแรง นัยน์ตาคมกริบจ้องมองมือตัวเองที่ถูกพันแผลไว้จนหนาเตอะ ก่อนจะหันไปหาคนตัวเล็กที่กำลังง่วนกับการเตรียมผ้าเช็ดตัวให้เขา “ลัล... พี่อยากอาบน้ำ” ภาคินอ้อนเสียงแผ่ว “แต่ดูมือพี่สิ... โดนน้ำไม่ได้เลย แผลมันจะอักเสบ” ลัลนาหันมามอง “ก็เช็ดตัวไปก่อนสิคะ พรุ่งนี้ค่อยอาบ” “ไม่ได้ครับ พี่ขุดดินมาทั้งวัน ตัวเหนียวไปหมดแล้ว...” ภาคินก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นกายจางๆ “ช่วยพี่หน่อยนะ... สระผมให้พี่ด้วย พี่ก้มเองไม่ได้จริงๆ” ณ ห้องน้ำกึ่งเอาท์ดอร์ริมสวน ลัลนาใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อเห็นภาคินเดินออกมาโดยมีเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว พันหมิ่นเหม่รอบเอวสอบ ผิวพรรณของเขาที่เคยเห็นว่าขาวจัด บัดนี้กลับดูขาวอมชมพูยิ่งขึ้นเพราะฤทธิ์ไข้ที่ยังหลงเหลือและแดดที่เพิ่งเผาไปเมื่อกลางวัน หยดน้ำที่เกาะอยู่ตามแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อกำยำพอดิบพอดีทำให้เขาดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ “นั่งลงที่ม้านั่งนี่ค่ะ ลัลจะสระผมให้ก่อน” เธอสั่งเสียงสั







