LOGINด้านดอกแก้วหลังจากที่เธอคุยโทรศัพท์กับคุณหญิงชญาดาเสร็จเธอก็เดินมาล้มตัวลงนอนที่เตียงนอนพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา
‘เธอร้องไห้ทุกวันทั้งเรื่องแม่ของเธอและก็เรื่องฟิน เรื่องแม่ของเธอคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ ส่วนเรื่องฟินเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างให้เขาไม่มาตามหาเธอที่บ้านอีกไม่งั้นถ้าเขามาตามหาเธอที่บ้านทุกวันเธอคงต้องนั่งตากยุงทุกวันรอจนกว่าเขาจะกลับแล้วค่อยเข้าบ้านเหมือนวันนี้อีกแน่หรือไม่เธอก็อาจจะต้องบังเอิญเจอเขาเข้าสักวันถ้าเขายังมาตามเธอที่บ้านอยู่แบบนี้ เธอต้องคิดถึงแม่ของเธอ แล้วเธอก็ไม่อยากมีปัญหากับแม่ของฟินเพราะเธอเป็นห่วงแม่ของเธอมาก คนร่ำคนรวยมีทั้งเงินมีทั้งอำนาจอย่างแม่ของฟินคงทำได้ทุกอย่าง แล้วอีกอย่างเธอก็ไม่อยากให้ฟินมีปัญหากับแม่ของเขาเพราะเธอด้วย เธอจะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้ฟินมาตามหาเธออีก’ ดอกแก้วนอนคิดอยู่สักครู่.....จนเธอคิดออก
‘พรุ่งนี้เธอจะขอให้ป้าน้อยช่วย ให้ป้าน้อยไปบอกฟินว่าเธอย้ายบ้านไปแล้ว เดี๋ยวเธอจะบอกป้าน้อยไว้ว่าถ้ามีรถทะเบียน กทม107 มาจอดบริเวณหน้าบ้านของเธอซึ่งเป็นรถของฟิน แล้วเธอก็จะบอกลักษณะของฟินให้ป้าน้อยรู้ แล้วให้ป้าน้อยช่วยไปบอกฟินว่าเธอย้ายบ้านไปแล้ว เธอจะบอกกับป้าน้อยว่าฟินเป็นเจ้าหนี้ของพ่อที่มาตามทวงหนี้ จริงๆครอบครัวของเธอไม่ได้มีหนี้สินที่ไหนอีกแล้ว อย่างที่บอกว่าแม่ของเธอใช้หนี้ที่พ่อของเธอก่อหมดแล้ว แต่เธอไม่อยากบอกป้าน้อยว่าฟินเป็นแฟนเพราะไม่อยากจะอธิบายอะไรให้มันยุ่งยากแต่บอกว่าเป็นเจ้าหนี้ของพ่อเพราะป้าน้อยก็เห็นความเป็นไปของครอบครัวเธอมาตลอดอยู่แล้วป้าน้อยจะได้ไม่สงสัยอะไร เอาตามนี้’ ดอกแก้วคิดในใจพลางถอนหายใจออกมาก่อนที่เธอจะปาดน้ำตาทิ้งและหลับตาลงก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันไป
ในขณะที่อีกด้านฟินที่กลับมาจากบ้านของดอกแก้วเขาอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยแล้วก่อนที่เขาจะมานั่งถอนหายใจอยู่บนเตียงนอนพลางกำลังคิดถึงดอกแก้วแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา
ก๊อกๆ
“ฟิน! แม่เองลูกเปิดประตูให้แม่หน่อยแม่เอานมอุ่นๆมาให้”
ฟินได้ยินแบบนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะปาดเช็ดน้ำตาแล้วเดินมาเปิดประตูให้แม่ของเขา
“ผมขออยู่คนเดียวนะครับแม่” ฟินเอ่ยพูดกับแม่ของเขาที่หน้าประตู
“ฟิน นั้นบอกแม่มาก่อนว่าวันนี้ฟินไปไหนมาทั้งวัน ไปหาดอกแก้วมาใช่ไหม”
“ครับ แต่ผมไม่เจอเขา แค่นี้ใช่ไหมที่แม่อยากรู้ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ก็ได้ลูก งั้นเอานมอุ่นๆไปดื่มนะจะได้หลับสบาย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางยื่นแก้วนมให้ฟิน
“ครับ” ฟินตอบรับพลางยื่นมือไปรับแก้วนมก่อนที่เขาจะปิดประตูห้องแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน
‘ลูกชายของเธอไม่ได้เจอแม่นั่น แสดงว่าแม่นั่นไม่ได้โกหก ดีแล้ว แต่ ตาฟินจะเศร้าแบบนี้ไปอีกนานไหมนี่ เฮ้อ....’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจก่อนที่จะกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง
วันต่อมา
ดอกแก้วตื่นแต่เช้าเพื่อให้ทันเจอป้าน้อยที่มักจะตื่นแต่เช้าเพื่อไปใส่บาตรที่ตลาด เธอเจอป้าน้อยที่ตลาดแล้วจึงพูดคุยถึงสิ่งที่เธอคิดไว้ ให้ป้าน้อยช่วยบอกฟินว่าเธอย้ายบ้านไปแล้วถ้าเขามาหาเธอที่บ้านอีก เธอบอกป้าน้อยว่าถ้ามีรถทะเบียน กทม107 มาจอดที่หน้าบ้านเธอ แล้วเธอก็บอกลักษณะของฟินไปให้ป้าน้อยรู้ ฝากให้ป้าน้อยบอกฟินไปว่าเธอย้ายบ้านไปแล้ว เธอบอกกับป้าน้อยว่าฟินเป็นเจ้าหนี้ของพ่อที่มาตามทวงหนี้ อย่างที่บอกจริงๆครอบครัวของเธอไม่ได้มีหนี้สินที่ไหนอีกแล้วเพราะแม่ของเธอใช้หนี้ที่พ่อของเธอก่อหมดแล้ว แล้วเธอก็บอกกับป้าน้อยว่าจะรีบหาเงินมาคืนเจ้าหนี้ป้าน้อยก็เข้าใจและยินดีช่วยเหลือเธอก่อนที่เธอจะบอกลาป้าน้อยเพื่อไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลและไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่ต่อ
ช่วงสาย เวลา 10:00 นาฬิกา
ฟินมาหาดอกแก้วที่บ้านของเธอเหมือนเดิมแต่เขาก็ต้องรู้สึกผิดหวังที่ไม่เจอเธออีกเช่นกันเพราะประตูหน้าบ้านของเธอล็อค
‘นี่เธอไปไหน หรือยังไม่กลับ อยู่กับไอ้ต้นตั้งแต่เมื่อคืนหรือเปล่า’ ฟินคิดฟุ้งซ่านอย่างหนักพลางเดินกลับมาที่รถของตัวเอง
“แม่งเอ๊ย!” ฟินเอ่ยสบถออกมาพลางทุบกำปั้นลงที่ฝากระโปรงรถด้วยความรู้สึกโมโห
ด้านป้าน้อยที่กลับมาถึงที่บ้านพอดีหลังจากที่ไปใส่บาตรแต่เช้าและซื้อของใช้จำเป็นเข้าบ้าน ป้าน้อยเห็นรถแปลกๆมาจอดที่หน้าบ้านของดอกแก้ว ป้าน้อยจึงเพ่งมองจนเห็นทะเบียนรถและผู้ชายที่มีลักษณะตามที่ดอกแก้วบอก
‘เจ้าหนี้หรือวะ แต่ทำไมเจ้าหนี้ของไอ้ศรดูยังหนุ่มยังแน่นอย่างกับเด็กวัยรุ่นอย่างงั้นนะ ปกติเห็นแต่นักเลงหรือไม่ก็แก่ๆ แต่ดูผู้ชายคนนั้นหน้าตาหล่อเหลาแล้วก็ยังดูหนุ่มๆดูวัยรุ่นอยู่เลย แต่...แก้วมันก็บอกว่าลักษณะเจ้าหนี้ของพ่อมันก็ตัวสูงๆขาวๆแล้วก็หล่อหน้าตาดีๆประมาณนี้แล้วทะเบียนรถก็ตรงตามที่แก้วมันบอกด้วย ก็คงเป็นคนนี้แหละ สงสัยคงจะรุ่นราวคราวเดียวกับแก้ว แต่...นี่เจ้าหนี้พ่อมันจริงๆแน่นะ คงใช่แหละ แล้วดูท่าทางเหมือนกำลังโมโหอะไรสักอย่าง สงสัยคงหาไอ้แก้วไม่เจอ เอาวะช่วยไอ้แก้วมันหน่อย’ ป้าน้อยคิดได้ดังนั้นจึงเดินไปที่หน้าบ้านของตัวเองที่อยู่ข้างๆกับบ้านของดอกแก้วแล้วทำทีท่าเข้าไปพูดคุยกับฟิน
“เอ่อ...พ่อหนุ่มมาหาใครจ๊ะ มีอะไรหรือเปล่า” ป้าน้อยเอ่ยพูด
“อ๋อ..คือ...คือ...” ฟินเอ่ยพูด ‘ลองถามป้าเขาดูก็ได้’ ฟินคิดในใจ
“คือ...ผมมาหาคนบ้านนี้น่ะครับ ที่ชื่อดอกแก้ว”
“อ๋อ บ้านนี้น่ะเหรอ เขาย้ายบ้านไปแล้ว ย้ายไปได้ สองสามวันแล้วล่ะ” ป้าน้อยเอ่ยพูดตามที่ดอกแก้วบอกเพราะคิดว่าฟินเป็นเจ้าหนี้จริงๆ
“ย้าย...ย้ายบ้าน” ฟินเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโมโหปนรู้สึกเสียใจ ‘นี่เธอย้ายบ้านไปแล้วเหรอ ย้ายทำไม ก่อนหน้านี้เธอไม่เห็นเคยบอกเขาเลย หรือเพราะแม่ของเธออยากย้าย หรือเพราะ เธอย้ายไปอยู่กับมัน กับไอ้ต้นเหรอ หึ แล้วแม่เธอล่ะเห็นด้วยเหรอที่ลูกสาวจะย้ายไปอยู่กับผู้ชาย แต่...ก็นะเธอเรียนจบแล้วแม่ของเธอก็คงจะสั่งเธอไม่ได้ หึ สำส่อน’ ฟินคิดในใจด้วยความรู้สึกเสียใจและรู้สึกโมโห
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




