LOGINด้านดอกแก้วหลังจากที่เธอคุยโทรศัพท์กับคุณหญิงชญาดาเสร็จเธอก็เดินมาล้มตัวลงนอนที่เตียงนอนพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา
‘เธอร้องไห้ทุกวันทั้งเรื่องแม่ของเธอและก็เรื่องฟิน เรื่องแม่ของเธอคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ ส่วนเรื่องฟินเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างให้เขาไม่มาตามหาเธอที่บ้านอีกไม่งั้นถ้าเขามาตามหาเธอที่บ้านทุกวันเธอคงต้องนั่งตากยุงทุกวันรอจนกว่าเขาจะกลับแล้วค่อยเข้าบ้านเหมือนวันนี้อีกแน่หรือไม่เธอก็อาจจะต้องบังเอิญเจอเขาเข้าสักวันถ้าเขายังมาตามเธอที่บ้านอยู่แบบนี้ เธอต้องคิดถึงแม่ของเธอ แล้วเธอก็ไม่อยากมีปัญหากับแม่ของฟินเพราะเธอเป็นห่วงแม่ของเธอมาก คนร่ำคนรวยมีทั้งเงินมีทั้งอำนาจอย่างแม่ของฟินคงทำได้ทุกอย่าง แล้วอีกอย่างเธอก็ไม่อยากให้ฟินมีปัญหากับแม่ของเขาเพราะเธอด้วย เธอจะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้ฟินมาตามหาเธออีก’ ดอกแก้วนอนคิดอยู่สักครู่.....จนเธอคิดออก
‘พรุ่งนี้เธอจะขอให้ป้าน้อยช่วย ให้ป้าน้อยไปบอกฟินว่าเธอย้ายบ้านไปแล้ว เดี๋ยวเธอจะบอกป้าน้อยไว้ว่าถ้ามีรถทะเบียน กทม107 มาจอดบริเวณหน้าบ้านของเธอซึ่งเป็นรถของฟิน แล้วเธอก็จะบอกลักษณะของฟินให้ป้าน้อยรู้ แล้วให้ป้าน้อยช่วยไปบอกฟินว่าเธอย้ายบ้านไปแล้ว เธอจะบอกกับป้าน้อยว่าฟินเป็นเจ้าหนี้ของพ่อที่มาตามทวงหนี้ จริงๆครอบครัวของเธอไม่ได้มีหนี้สินที่ไหนอีกแล้ว อย่างที่บอกว่าแม่ของเธอใช้หนี้ที่พ่อของเธอก่อหมดแล้ว แต่เธอไม่อยากบอกป้าน้อยว่าฟินเป็นแฟนเพราะไม่อยากจะอธิบายอะไรให้มันยุ่งยากแต่บอกว่าเป็นเจ้าหนี้ของพ่อเพราะป้าน้อยก็เห็นความเป็นไปของครอบครัวเธอมาตลอดอยู่แล้วป้าน้อยจะได้ไม่สงสัยอะไร เอาตามนี้’ ดอกแก้วคิดในใจพลางถอนหายใจออกมาก่อนที่เธอจะปาดน้ำตาทิ้งและหลับตาลงก่อนที่จะเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันไป
ในขณะที่อีกด้านฟินที่กลับมาจากบ้านของดอกแก้วเขาอาบน้ำชำระร่างกายเรียบร้อยแล้วก่อนที่เขาจะมานั่งถอนหายใจอยู่บนเตียงนอนพลางกำลังคิดถึงดอกแก้วแล้วน้ำตาก็ไหลออกมา
ก๊อกๆ
“ฟิน! แม่เองลูกเปิดประตูให้แม่หน่อยแม่เอานมอุ่นๆมาให้”
ฟินได้ยินแบบนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมาก่อนที่จะปาดเช็ดน้ำตาแล้วเดินมาเปิดประตูให้แม่ของเขา
“ผมขออยู่คนเดียวนะครับแม่” ฟินเอ่ยพูดกับแม่ของเขาที่หน้าประตู
“ฟิน นั้นบอกแม่มาก่อนว่าวันนี้ฟินไปไหนมาทั้งวัน ไปหาดอกแก้วมาใช่ไหม”
“ครับ แต่ผมไม่เจอเขา แค่นี้ใช่ไหมที่แม่อยากรู้ ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ก็ได้ลูก งั้นเอานมอุ่นๆไปดื่มนะจะได้หลับสบาย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางยื่นแก้วนมให้ฟิน
“ครับ” ฟินตอบรับพลางยื่นมือไปรับแก้วนมก่อนที่เขาจะปิดประตูห้องแล้วเดินกลับมาที่เตียงนอน
‘ลูกชายของเธอไม่ได้เจอแม่นั่น แสดงว่าแม่นั่นไม่ได้โกหก ดีแล้ว แต่ ตาฟินจะเศร้าแบบนี้ไปอีกนานไหมนี่ เฮ้อ....’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจก่อนที่จะกลับมาที่ห้องพักของตัวเอง
วันต่อมา
ดอกแก้วตื่นแต่เช้าเพื่อให้ทันเจอป้าน้อยที่มักจะตื่นแต่เช้าเพื่อไปใส่บาตรที่ตลาด เธอเจอป้าน้อยที่ตลาดแล้วจึงพูดคุยถึงสิ่งที่เธอคิดไว้ ให้ป้าน้อยช่วยบอกฟินว่าเธอย้ายบ้านไปแล้วถ้าเขามาหาเธอที่บ้านอีก เธอบอกป้าน้อยว่าถ้ามีรถทะเบียน กทม107 มาจอดที่หน้าบ้านเธอ แล้วเธอก็บอกลักษณะของฟินไปให้ป้าน้อยรู้ ฝากให้ป้าน้อยบอกฟินไปว่าเธอย้ายบ้านไปแล้ว เธอบอกกับป้าน้อยว่าฟินเป็นเจ้าหนี้ของพ่อที่มาตามทวงหนี้ อย่างที่บอกจริงๆครอบครัวของเธอไม่ได้มีหนี้สินที่ไหนอีกแล้วเพราะแม่ของเธอใช้หนี้ที่พ่อของเธอก่อหมดแล้ว แล้วเธอก็บอกกับป้าน้อยว่าจะรีบหาเงินมาคืนเจ้าหนี้ป้าน้อยก็เข้าใจและยินดีช่วยเหลือเธอก่อนที่เธอจะบอกลาป้าน้อยเพื่อไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาลและไปทำงานที่ร้านเบเกอรี่ต่อ
ช่วงสาย เวลา 10:00 นาฬิกา
ฟินมาหาดอกแก้วที่บ้านของเธอเหมือนเดิมแต่เขาก็ต้องรู้สึกผิดหวังที่ไม่เจอเธออีกเช่นกันเพราะประตูหน้าบ้านของเธอล็อค
‘นี่เธอไปไหน หรือยังไม่กลับ อยู่กับไอ้ต้นตั้งแต่เมื่อคืนหรือเปล่า’ ฟินคิดฟุ้งซ่านอย่างหนักพลางเดินกลับมาที่รถของตัวเอง
“แม่งเอ๊ย!” ฟินเอ่ยสบถออกมาพลางทุบกำปั้นลงที่ฝากระโปรงรถด้วยความรู้สึกโมโห
ด้านป้าน้อยที่กลับมาถึงที่บ้านพอดีหลังจากที่ไปใส่บาตรแต่เช้าและซื้อของใช้จำเป็นเข้าบ้าน ป้าน้อยเห็นรถแปลกๆมาจอดที่หน้าบ้านของดอกแก้ว ป้าน้อยจึงเพ่งมองจนเห็นทะเบียนรถและผู้ชายที่มีลักษณะตามที่ดอกแก้วบอก
‘เจ้าหนี้หรือวะ แต่ทำไมเจ้าหนี้ของไอ้ศรดูยังหนุ่มยังแน่นอย่างกับเด็กวัยรุ่นอย่างงั้นนะ ปกติเห็นแต่นักเลงหรือไม่ก็แก่ๆ แต่ดูผู้ชายคนนั้นหน้าตาหล่อเหลาแล้วก็ยังดูหนุ่มๆดูวัยรุ่นอยู่เลย แต่...แก้วมันก็บอกว่าลักษณะเจ้าหนี้ของพ่อมันก็ตัวสูงๆขาวๆแล้วก็หล่อหน้าตาดีๆประมาณนี้แล้วทะเบียนรถก็ตรงตามที่แก้วมันบอกด้วย ก็คงเป็นคนนี้แหละ สงสัยคงจะรุ่นราวคราวเดียวกับแก้ว แต่...นี่เจ้าหนี้พ่อมันจริงๆแน่นะ คงใช่แหละ แล้วดูท่าทางเหมือนกำลังโมโหอะไรสักอย่าง สงสัยคงหาไอ้แก้วไม่เจอ เอาวะช่วยไอ้แก้วมันหน่อย’ ป้าน้อยคิดได้ดังนั้นจึงเดินไปที่หน้าบ้านของตัวเองที่อยู่ข้างๆกับบ้านของดอกแก้วแล้วทำทีท่าเข้าไปพูดคุยกับฟิน
“เอ่อ...พ่อหนุ่มมาหาใครจ๊ะ มีอะไรหรือเปล่า” ป้าน้อยเอ่ยพูด
“อ๋อ..คือ...คือ...” ฟินเอ่ยพูด ‘ลองถามป้าเขาดูก็ได้’ ฟินคิดในใจ
“คือ...ผมมาหาคนบ้านนี้น่ะครับ ที่ชื่อดอกแก้ว”
“อ๋อ บ้านนี้น่ะเหรอ เขาย้ายบ้านไปแล้ว ย้ายไปได้ สองสามวันแล้วล่ะ” ป้าน้อยเอ่ยพูดตามที่ดอกแก้วบอกเพราะคิดว่าฟินเป็นเจ้าหนี้จริงๆ
“ย้าย...ย้ายบ้าน” ฟินเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโมโหปนรู้สึกเสียใจ ‘นี่เธอย้ายบ้านไปแล้วเหรอ ย้ายทำไม ก่อนหน้านี้เธอไม่เห็นเคยบอกเขาเลย หรือเพราะแม่ของเธออยากย้าย หรือเพราะ เธอย้ายไปอยู่กับมัน กับไอ้ต้นเหรอ หึ แล้วแม่เธอล่ะเห็นด้วยเหรอที่ลูกสาวจะย้ายไปอยู่กับผู้ชาย แต่...ก็นะเธอเรียนจบแล้วแม่ของเธอก็คงจะสั่งเธอไม่ได้ หึ สำส่อน’ ฟินคิดในใจด้วยความรู้สึกเสียใจและรู้สึกโมโห
ป้าน้อยจับสังเกตอาการของฟินที่ดูจะโกรธโมโหได้ ‘สงสัยคงเก็บหนี้ไปไม่ได้’ ป้าน้อยคิดในใจ“จ๊ะ เขาย้ายบ้านไปแล้ว ป้าอยู่ข้างบ้านเขานี่แหละ เขาย้ายกันไปแล้ว”“อ๋อ เหรอครับ งั้น...งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ฟินพูดแค่นั้นเขาก็เดินขึ้นรถไปแล้วขับออกไปทันที‘เฮ้อ...ไอ้ศรนะไอ้ศร ตายไปแล้วยังสร้างภาระให้ลูกให้เมีย เฮ้อ...’ ป้าน้อยคิดในใจก่อนจะเดินเข้าบ้านไปฟินขับรถกลับมาที่บ้านพร้อมกับเหล้าเบียร์ที่เขาซื้อมาพลางเดินขึ้นไปบนห้องพักของตัวเอง ฟินเดินเข้าไปในห้องพลางนั่งลงที่พื้นข้างๆเตียงแล้วจัดการเปิดขวดเหล้าออกมาแล้วยกขึ้นดื่มทั้งน้ำตานองหน้า“ทำไม! ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ทำไม! ทำไม!” ฟินเอ่ยพูดสบถออกมาพลางกำขวดเหล้าไว้แน่นด้วยความรู้สึกเสียใจ“ผมจะไปตามหาแก้วที่ไหน แก้วอยู่ไหน แม่งเอ๊ย!!” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อพลางยกขวดเหล้าขึ้นดื่ม“ทำไม ทำไมแก้วต้องทำแบบนี้กับผม ห๊ะ! แก้ว! ไปไหน แก้ว!” ฟินเอ่ยพูดพร่ำเพ้อออกมาเมื่อเริ่มมีอาการมึนเมาเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็นดอกแก้วกลับมาถึงบ้าน เธอได้โทรศัพท์พูดคุยกับป้าน้อยตั้งแต่ช่วงเที่ยงแล้ว ป้าน้อยได้เล่าให้เธอฟังแล้ว แล้วป้าน้อยก็ได้บอกฟินตามแผนที่เธอบอก เธอกลับมาถ
ด้านดอกแก้วหลังจากที่เธอคุยโทรศัพท์กับคุณหญิงชญาดาเสร็จเธอก็เดินมาล้มตัวลงนอนที่เตียงนอนพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา‘เธอร้องไห้ทุกวันทั้งเรื่องแม่ของเธอและก็เรื่องฟิน เรื่องแม่ของเธอคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ ส่วนเรื่องฟินเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างให้เขาไม่มาตามหาเธอที่บ้านอีกไม่งั้นถ้าเขามาตามหาเธอที่บ้านทุกวันเธอคงต้องนั่งตากยุงทุกวันรอจนกว่าเขาจะกลับแล้วค่อยเข้าบ้านเหมือนวันนี้อีกแน่หรือไม่เธอก็อาจจะต้องบังเอิญเจอเขาเข้าสักวันถ้าเขายังมาตามเธอที่บ้านอยู่แบบนี้ เธอต้องคิดถึงแม่ของเธอ แล้วเธอก็ไม่อยากมีปัญหากับแม่ของฟินเพราะเธอเป็นห่วงแม่ของเธอมาก คนร่ำคนรวยมีทั้งเงินมีทั้งอำนาจอย่างแม่ของฟินคงทำได้ทุกอย่าง แล้วอีกอย่างเธอก็ไม่อยากให้ฟินมีปัญหากับแม่ของเขาเพราะเธอด้วย เธอจะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้ฟินมาตามหาเธออีก’ ดอกแก้วนอนคิดอยู่สักครู่.....จนเธอคิดออก‘พรุ่งนี้เธอจะขอให้ป้าน้อยช่วย ให้ป้าน้อยไปบอกฟินว่าเธอย้ายบ้านไปแล้ว เดี๋ยวเธอจะบอกป้าน้อยไว้ว่าถ้ามีรถทะเบียน กทม107 มาจอดบริเวณหน้าบ้านของเธอซึ่งเป็นรถของฟิน แล้วเธอก็จะบอกลักษณะของฟินให้ป้าน้อยรู้ แล้
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็นเวลา 18:00 นาฬิกาดอกแก้วเดินทางกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอเดินอยู่บริเวณหน้าปากซอยหลังจากที่เมื่อเช้าเธอตื่นแต่เช้าไปโรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมแม่ของเธอแล้วช่วงบ่ายเธอก็ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านเบเกอรี่ที่เธอเคยทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยทำขนมแล้วเลิกทำไปเพราะเธอรู้สึกเป็นห่วงแม่และเพราะเธอมาเป็นลูกมือของแม่ช่วยแม่ทำขนมขายแต่ตอนนี้เธอกลับไปทำงานพาร์ทไทม์อีกครั้งแล้วเพราะเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่ชื่อกิ๊ฟโทรศัพท์มาตามเธอไปทำงานเมื่อคืนเพราะขาดคน‘เธอเองก็ว่างอยู่พอดีระหว่างที่รอวุฒิการศึกษาหลังจากเรียนจบเพื่อหางานทำ เธอก็คงจะทำงานที่ร้านเบเกอรี่ของพี่กิ๊ฟไปก่อน ร้านเบเกอรี่ปิดประมาณสี่โมงครึ่งเธอก็เลยได้แวะไปที่โรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมแม่ของเธออีกครั้ง ตอนนี้แม่ของเธอก็ยังไม่ฟื้นอาการก็ยังทรงๆค่อนไปทางดีขึ้น หวังว่าแม่จะฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน’ ดอกแก้วคิดในใจพลางเดินเข้ามาในซอยบ้านเรื่อยๆก่อนที่เธอจะมองไปเห็นรถของฟินที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านของเธอ เธอเห็นแบบนั้นจึงตัดสินใจรีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นตอนนี้เธอกับฟินอยู่ห่างกันแค่หนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น‘นี่ฟินตามเธอมา
“ไม่ ไม่ครับแม่ ไม่จริง แก้วไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจะไปคุยกับแก้วให้รู้เรื่อง ผมจะไปหาเขา” ฟินเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนจากเตียงแล้วกำลังจะเดินไปที่ประตู แต่เขาเดินซวนเซไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปที่พื้นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย“ตาฟิน! ตาฟินลูก!” คุณหญิงชญาดาอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อเห็นลูกชายล้มลงจึงรีบเข้าไปประคอง“ฟิน ไปไม่ไหวหรอกลูก ลูกเมาขนาดนี้จะไปได้ยังไง แม่ไม่ให้ไป อะไรจะขนาดนี้นะตาฟิน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดเชิงตำหนิลูกชาย“ไม่ครับแม่ ผมจะไปหาแก้ว แก้ว! แก้ว! อยู่ไหน แก้วอยู่ไหน! แก้ว....” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับใหลแล้วสลบไป“ฟิน ฟิน! หลับไปแล้ว ฟ้า ฝน สุก มาช่วยฉันพาตาฟินไปนอนหน่อยเร็ว!!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยตะโกนเรียกคนงานในบ้าน ทั้งป้าสุกแม่บ้านใหญ่และสาวใช้อีกสองคน ทั้งหมดรีบวิ่งขึ้นมาข้างบนรวมถึงคุณหญิงชลิตาด้วย ทุกคนช่วยกันพยุงพาฟินไปนอนที่เตียง แล้วป้าสุกก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ฟินก่อนที่จะปล่อยให้ฟินได้พักผ่อนแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องพักของตัวเองคุณหญิงชญาดากลับมาที่ห้องพักของเธอแล้วเดินมานั่งที่เตียงนอนพลางครุ่นคิดอย่า
“นี่ยัยตา เสียใจเดี๋ยวตาฟินก็หาย ไม่กี่วันหรอก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด ถึงแม้ลึกๆเธอจะแอบรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายของเธอดื่มเหล้ามาแบบนั้น ‘นี่ตาฟินเสียใจเรื่องแม่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ แต่...ก็คงจะเสียใจไม่กี่วันหรอกมั้ง’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกมั่นใจ“แต่คุณพี่...”“พอยัยตา เดี๋ยวพี่จะโทรไปถามแม่นั่นเพื่อความชัวร์เอง” คุณหญิงชญาดาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าส่วนตัวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกเพื่อโทรศัพท์ไปหาดอกแก้ว ‘เธอสืบประวัติของแม่ดอกแก้วนั่นมาหมดแล้วทำไมแค่เบอร์โทรศัพท์ของแม่นั่นเธอจะไม่รู้’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางกดโทรศัพท์โทรออกไปหาดอกแก้วในขณะที่คุณหญิงชลิตาก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับพี่สาวของตัวเองและรู้สึกเห็นใจหลานชายของตัวเองที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนที่คุณหญิงชลิตาจะเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารด้านดอกแก้วที่กลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่จนตอนนี้เธอกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอกำลังจะเตรียมตัวเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายแต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น“เบอร์ใคร” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่เธอจะกดรับโทรศัพท์“ฮัลโหล” ดอกแก้วกรอกเสียงพูดลงไป“บอ
ดอกแก้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วได้เจอและพูดคุยกับหมอถึงอาการแม่ของเธอ หมอบอกว่าแม่ของเธอมีอาการตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีแต่หมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าอาการแม่ของเธอดีขึ้นจากเมื่อวาน ดอกแก้วได้ฟังหมอพูดแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อดอกแก้วพูดคุยกับหมอเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณหมอแล้วเดินมายืนมองแม่ของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ที่หน้ากระจกเช่นเดิม ดอกแก้วยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอใกล้ๆได้เพราะแม่ของเธอยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูที่เป็นห้องปลอดเชื้อ“แม่ เมื่อไรแม่จะฟื้นขึ้นมาคุยกับแก้ว แก้วรอแม่อยู่นะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา‘แก้วเลิกกับฟินแล้วนะ แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว แก้วเหนื่อยจังเลยแม่ แก้วอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาปลอบใจแก้ว แม่รีบตื่นขึ้นมานะ แก้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่อยู่กับแก้ว อยู่กับแก้วให้นานที่สุด’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา‘ส่วนเรื่องของเธอกับฟินยังไงมันก็จบลงแล้ว แล้วตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วด้วย เธอเองก็เรียนจบแล้วถึงจะยังไม่เป็นทางการ ที่เหลือก็รอผลสอบซึ่งเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็สอบผ่







