로그인ป้าน้อยจับสังเกตอาการของฟินที่ดูจะโกรธโมโหได้ ‘สงสัยคงเก็บหนี้ไปไม่ได้’ ป้าน้อยคิดในใจ
“จ๊ะ เขาย้ายบ้านไปแล้ว ป้าอยู่ข้างบ้านเขานี่แหละ เขาย้ายกันไปแล้ว”
“อ๋อ เหรอครับ งั้น...งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ฟินพูดแค่นั้นเขาก็เดินขึ้นรถไปแล้วขับออกไปทันที
‘เฮ้อ...ไอ้ศรนะไอ้ศร ตายไปแล้วยังสร้างภาระให้ลูกให้เมีย เฮ้อ...’ ป้าน้อยคิดในใจก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
ฟินขับรถกลับมาที่บ้านพร้อมกับเหล้าเบียร์ที่เขาซื้อมาพลางเดินขึ้นไปบนห้องพักของตัวเอง ฟินเดินเข้าไปในห้องพลางนั่งลงที่พื้นข้างๆเตียงแล้วจัดการเปิดขวดเหล้าออกมาแล้วยกขึ้นดื่มทั้งน้ำตานองหน้า
“ทำไม! ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ทำไม! ทำไม!” ฟินเอ่ยพูดสบถออกมาพลางกำขวดเหล้าไว้แน่นด้วยความรู้สึกเสียใจ
“ผมจะไปตามหาแก้วที่ไหน แก้วอยู่ไหน แม่งเอ๊ย!!” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อพลางยกขวดเหล้าขึ้นดื่ม
“ทำไม ทำไมแก้วต้องทำแบบนี้กับผม ห๊ะ! แก้ว! ไปไหน แก้ว!” ฟินเอ่ยพูดพร่ำเพ้อออกมาเมื่อเริ่มมีอาการมึนเมา
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น
ดอกแก้วกลับมาถึงบ้าน เธอได้โทรศัพท์พูดคุยกับป้าน้อยตั้งแต่ช่วงเที่ยงแล้ว ป้าน้อยได้เล่าให้เธอฟังแล้ว แล้วป้าน้อยก็ได้บอกฟินตามแผนที่เธอบอก เธอกลับมาถึงบ้านก็ไม่เห็นรถของฟินแล้ว เขาคงจะไม่มาอีกแล้ว แล้วเธอก็ได้กล่าวขอบคุณป้าน้อยไปแล้วด้วยที่ช่วยเหลือเธอ ตอนนี้ดอกแก้วกำลังนั่งดูทีวีแล้วกำลังเริ่มมองหางานทำ ตอนนี้แม่ของเธอยังไม่ฟื้นแต่อาการก็ดีขึ้นตามลำดับ เธอฟังจากที่หมอเล่ามา มันทำให้เธอรู้สึกดีใจขึ้นมานิดหน่อยหวังว่าอาการแม่ของเธอจะดีขึ้นอีกเรื่อยๆ
ขณะที่บ้านอัครโสพล
คุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาที่กลับมาจากการทำงานจนมาถึงที่บ้านก็เอ่ยถามป้าสุกถึงฟิน
“สุก วันนี้ฟินเป็นยังไงบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยถาม
“นั่นสิสุก ตาฟินเป็นไง ลงมาทานข้าวบ้างหรือเปล่า” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด
“ก็ ยังไม่ลงมาเลยค่ะ แต่ตอนเช้าเห็นคุณฟินออกไปข้างนอก แต่ตอนกลับมาสุกไม่เห็น เห็นแต่ว่ารถคุณฟินจอดอยู่แล้วเลยคิดว่าคงกลับมาแล้ว” ป้าสุกเอ่ยพูดโดยมีฟ้ากับฝนหลานสาวยืนอยู่ข้างๆ
“งั้นยัยตาทานข้าวไปก่อน เดี๋ยวพี่ขึ้นไปดูตาฟินก่อน”
“ค่ะ คุณพี่”
คุณหญิงชญาดาพูดจบเธอก็เดินขึ้นไปดูลูกชาย คุณหญิงชญาดาเดินมาถึงหน้าห้องลูกชายก็เคาะประตูอยู่สองสามครั้ง
ก็อกๆ ก๊อก
“ฟิน ฟิน! ลูก! ประตูไม่ได้ล็อคนี่” คุณหญิงชญาดาตัดสินใจเปิดประตูเข้าไป เมื่อเปิดประตูเข้าไปคุณหญิงชญาดาก็ต้องรู้สึกตกใจ เพราะภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าคือภาพของลูกชายที่กำลังกินเหล้าเมามายไม่มีสติและมีขวดเหล้าขวดเบียร์วางกองอยู่ที่พื้นเต็มไปหมด
“ฟิน! ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะลูก ห๊ะ!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางรีบเข้าไปประคองลูกชายที่นั่งอยู่ที่พื้น
“แก้วๆ แก้วอยู่ไหน แม่ แม่เหรอ แม่พาผมไปหาแก้วหน่อย” ฟินเอ่ยพูดขึ้นด้วยอาการมึนเมา
“แก้ว เฮ้ย! เอาเหล้ามาดิ”
“ฟิน! ตั้งสติสิลูก นี่! จะไปคิดถึงมันทำไม แม่อยู่นี่” คุณหญิงชญาดาพยายามประคองลูกชายขึ้นมาที่เตียงแต่ก็ประคองไม่ไหวเพราะลูกชายของเธอตัวใหญ่ตัวโตด้วยความสูงหนึ่งร้อยแปดสิบแปดเซนทำให้คุณหญิงชญาดาต้องตะโกนเรียกคนงานในบ้านให้ขึ้นมาช่วย
เมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกจากคุณหญิงชญาดาทุกคนต่างก็วิ่งขึ้นมาทั้งป้าสุก ฟ้า ฝน รวมถึงคุณหญิงชลิตา ทุกคนต่างช่วยกันประคองพาฟินไปที่เตียงนอนแล้วป้าสุกก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าเช็ดตัวให้ฟินก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนคงเหลือแต่คุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาที่กำลังเดินกลับไปที่ห้องพักของตัวเอง
“นับวันอาการของตาฟินจะยิ่งหนักขึ้น ยิ่งวันนี้เอาเหล้าเอาเบียร์เข้ามากินในบ้าน ไม่รู้ว่าจะเสียใจให้แม่นั่นอะไรกันนักกันหนา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกกลุ้มใจ
“ก็ที่ตาฟินเป็นแบบนี้ก็เพราะคุณพี่ไม่ใช่เหรอคะ เขาคบกันอยู่ดีๆ คุณพี่ไปจับเขาแยกกันทำไม”
“นี่ยัยตา เธอว่าพี่เหรอ พี่ทำเพื่อตาฟินและเพื่อวงศ์ตระกูลของเรานะที่ไม่ต้องไปนับญาติกับผู้หญิงแบบนั้น”
“ทำเพื่อตาฟิน เพื่อวงศ์ตระกูล หรือเพื่อตัวเองคะ แค่คุณพี่ไม่ชอบแม่ดอกแก้วเพราะเอาปมที่ตัวเองเคยเจอมาเป็นบรรทัดฐานแล้วคิดว่าคนอื่นเขาต้องเป็นแบบนั้น แล้วก็เอาทิฐิของตัวเองไปตัดสิน คุณพี่ทำเพื่อตัวเองชัดๆ”
“ยัยตา...นี่กล้าว่าพี่เหรอ”
“ตาไม่ได้ว่า ตาแค่พูดความจริง คุณพี่ทำแบบนี้ถ้าตาฟินเสียใจจนเกิดคิดสั้นขึ้นมาคุณพี่จะทำยังไง คุณพี่มีลูกชายอยู่คนเดียว ตาเองก็มีหลานชายอยู่คนเดียว ทุกอย่างที่เราทำมาธุรกิจที่เราทำไว้ใครจะสานต่อ........”
“หยุดพูดนะยัยตา! ตาฟินไม่มีวันคิดสั้นแบบนั้น พี่รู้จักลูกชายพี่ดี”
“ค่ะ งั้นก็แล้วแต่คุณพี่แล้วกันนะคะ คิดให้ได้นะคะว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิด ตาขอตัว” คุณหญิงชลิตาพูดจบก็เดินกลับห้องพักของตัวเองไป
“ยัยตานี่!” ในขณะที่คุณหญิงชญาดาก็แอบฉุกคิดในสิ่งที่น้องสาวของตัวเองพูด ‘เธอไม่มีวันคิดผิดเธอคิดถูกแล้วทำถูกแล้ว แล้วตาฟินก็ไม่มีวันฆ่าตัวตาย ไม่มีวันคิดสั้นแบบนั้นด้วย ตาฟินก็แค่เสียใจ เดี๋ยวก็หาย แต่ยังไงช่วงนี้เธอก็จะให้คนในบ้านจับตาดูตาฟินไว้ รวมถึงเธอจะให้คนขับรถคอยตามดูตาฟินอยู่ห่างๆด้วยเวลาที่ตาฟินออกไปข้างนอกตามห่างๆไม่ให้ตาฟินรู้ตัวแล้วอึดอัดเพราะตาฟินเป็นคนที่ค่อนข้างชอบความเป็นส่วนตัว แล้วมีอะไรให้โทรมารายงานเธอเพราะเธอต้องไปทำงานทุกวันแต่เธอก็จะพยายามทำงานในช่วงนี้ให้น้อยลงเพื่อดูแลตาฟินให้มากขึ้น’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกหนักใจ
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก







