LOGINดอกแก้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วได้เจอและพูดคุยกับหมอถึงอาการแม่ของเธอ หมอบอกว่าแม่ของเธอมีอาการตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีแต่หมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าอาการแม่ของเธอดีขึ้นจากเมื่อวาน ดอกแก้วได้ฟังหมอพูดแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อดอกแก้วพูดคุยกับหมอเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณหมอแล้วเดินมายืนมองแม่ของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ที่หน้ากระจกเช่นเดิม ดอกแก้วยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอใกล้ๆได้เพราะแม่ของเธอยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูที่เป็นห้องปลอดเชื้อ
“แม่ เมื่อไรแม่จะฟื้นขึ้นมาคุยกับแก้ว แก้วรอแม่อยู่นะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา
‘แก้วเลิกกับฟินแล้วนะ แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว แก้วเหนื่อยจังเลยแม่ แก้วอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาปลอบใจแก้ว แม่รีบตื่นขึ้นมานะ แก้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่อยู่กับแก้ว อยู่กับแก้วให้นานที่สุด’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา
‘ส่วนเรื่องของเธอกับฟินยังไงมันก็จบลงแล้ว แล้วตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วด้วย เธอเองก็เรียนจบแล้วถึงจะยังไม่เป็นทางการ ที่เหลือก็รอผลสอบซึ่งเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็สอบผ่าน เธอก็คงไม่ต้องไปมหาลัยบ่อยๆอีกแล้ว รอแค่ทำเรื่องจบแล้วก็รับปริญญา หวังว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาแล้วสามารถไปงานรับปริญญาของเธอได้’ ดอกแก้วคิดในใจพลางมองไปที่แม่ของเธอแล้วปาดเช็ดน้ำตาทิ้ง
กลับมาที่ฟินที่ตอนนี้เขาอยู่ที่ร้านเหล้าใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย หลังจากที่เขานั่งเศร้าเสียใจจากการที่ถูกดอกแก้วบอกเลิกเขาออกมาจากมหาวิทยาลัยแล้วขับรถไปที่คลินิกที่อยู่ใกล้ๆกันเพื่อเข้ารับการรักษาจากการที่เขาใช้มือชกเข้าไปที่ต้นไม้ทำให้มีเลือดไหลออกมา เขาไปทำแผลที่คลินิกโชคดีที่กระดูกไม่หักแค่มีอาการปวดและมีบาดแผลเท่านั้น เมื่อทำการรักษาที่คลินิกเสร็จฟินก็ขับรถไปนั่งกินเหล้าอยู่ที่ร้านเหล้าใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย ฟินนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียวทั้งน้ำตาพลางนึกตัดพ้ออยู่ในใจ
‘ทำไม ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ทำไมแก้วถึงทิ้งเขา ทำไม เขารักเธอ ตามจีบเธอตั้งแต่ตอนที่เธอเป็นพี่รหัสของเขา เขาตามจีบแก้วมาปีกว่าๆตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ปีหนึ่ง แก้วอยู่ปีสาม จนเธอใจอ่อนยอมคบกับเขา เราคบกันมาได้จนถึงวันนี้ก็สิบเดือน ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แก้วเป็นแฟนเป็นคนรักที่ดีสำหรับเขามาก เธอน่ารักใจดีแล้วก็ซื่อสัตย์กับเขาเสมอมา เขาเองก็ดีกับเธอเขารักและให้เกียรติเธอเสมอมา เขาไม่เคยล่วงเกินเธอเลยเมื่อเธอพูดว่าไม่พร้อม แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ แก้วไม่ใช่ผู้หญิงแบบนี้ แบบที่จะ...จะนอกใจกันได้ ดูภายนอกเธอดูเรียบร้อย ไหนจะนิสัยใจคอของเธอที่เขาก็รู้จักเป็นอย่างดี แล้วทำไมวันนี้ถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเธอถึงทำกับเขาแบบนี้หรือที่ผ่านมาเธอ...เธอสร้างภาพหลอกเขาเหรอ สร้างภาพหลอกเขามาตลอดสองปีที่รู้จักกันเหรอ ทำไมอะ ไม่จริง คนเราจะสร้างภาพหลอกกันได้นานขนาดนั้นเลยเหรอ......’ ฟินคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสันพลางเอามือกุมขมับทั้งน้ำตาก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบขวดเหล้าขึ้นมาดื่มจนหมด
“แม่งเอ๊ย” ฟินเอ่ยสบถออกมาเพราะเขารู้สึกหงุดหงิดที่เหล้าหมดก่อนที่เขาจะหันไปสั่งเหล้ากับเจ้าของร้านเพิ่ม
“พี่! เอาเหล้ามาอีกดิ!”
“พอแล้ว น้องกินไปเยอะแล้วนะ เมามากแล้ว จะกินคนเดียวหมดร้านเลยหรือไง พอแล้ว กลับไปได้แล้วยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย” เจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้หญิงวัยสามสิบปลายๆเดินเข้ามาหาฟินพลางเอ่ยพูดขึ้น เธอเห็นว่าฟินนั่งกินเหล้ามาสักพักใหญ่ๆแล้ว แล้วก็กินไปเยอะมากแล้วด้วย ควรจะพอได้แล้ว เอาไว้ขายให้คนอื่นบ้าง ‘ใจคอไอ้หนุ่มนี่จะกินเหล้าร้านเธอให้หมดร้านเลยหรือไง’ เจ้าของร้านคิดในใจ
“หุ น่าเบื่อ! ไม่กินแล้วก็ได้” ฟินเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้ววางเงินไว้ที่โต๊ะก่อนที่จะเดินออกจากร้านไป
“กี่โมงแล้ววะ” ฟินเอ่ยพูดพลางเดินโซเซออกจากร้านเหล้าแต่เขาก็ยังพอมีสติ ‘เขาไม่เมาง่ายๆหรอก เมาบ้าเมาบออะไร คอเขาแข็งจะตาย เจ้าของร้านบ้าเอ๊ย’ ฟินคิดในใจ เขาเดินมาที่รถยนต์ของเขาแล้วเปิดประตูขึ้นมานั่งบนรถที่เบาะคนขับพลางมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ
“ทุ่มหนึ่ง...เฮ้อ” ฟินเอ่ยพูดพลางหยิบขวดน้ำที่อยู่ในรถขึ้นมาดื่มเพื่อให้แอลกอฮอล์ที่อยู่ในร่างกายเจือจางลง ฟินตั้งสติอยู่สักพัก...ก่อนที่เขาจะขับรถออกไปมุ่งหน้ากลับไปยังที่บ้าน......
ที่บ้านอัครโสพล
คุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาที่กำลังนั่งรอลูกชายและหลานชายอยู่ที่ห้องอาหารเพื่อรอรับประทานอาหารพร้อมกันตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน แต่ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าๆแล้วคนเป็นลูกชายและหลานชายอย่างฟินก็ยังกลับไม่ถึงบ้านมันทำให้ทั้งคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตารู้สึกเป็นห่วงลูกชายและหลานชายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาผู้เป็นแม่
“ทำไมตาฟินยังไม่กลับมานะ เฮ้อ...” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดในขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร คุณหญิงชญาดานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะโดยมีคุณหญิงชลิตานั่งอยู่ข้างซ้าย ที่นั่งตรงกันข้ามกับคุณหญิงชลิตาคือที่นั่งของฟินแต่ตอนนี้เขายังกลับไม่ถึงบ้าน
“นั่นสิคะคุณพี่ ปกติตาฟินไม่เคยผิดเวลา นี่ก็ทุ่มกว่าๆแล้ว” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด
“เฮ้อ... ฟ้า ไปหยิบกระเป๋าส่วนตัวของฉันที่วางอยู่ในห้องรับแขกมาที โทรศัพท์อยู่ในนั้นฉันจะโทรหาตาฟิน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดกับสาวใช้ในบ้าน
ในบ้านใหญ่หลังนี้มีคนงานอยู่หลายคนแต่คนงานที่ทำงานบ้านในบ้านใหญ่หลังนี้คือ ป้าสุกแม่บ้านใหญ่กับหลานสาววัยสามสิบอีกสองคนชื่อฟ้ากับฝน ส่วนที่เหลือก็เป็นคนสวนและคนขับรถ
“ค่ะคุณหญิง” ฟ้าสาวใช้ในบ้านตอบรับ แต่ก่อนที่ฟ้าจะเดินไปหยิบกระเป๋าส่วนตัวตามคำสั่งของคุณหญิงชญาดาฟินก็กลับมาถึงที่บ้านพอดี ฟ้าเห็นฟินขับรถเข้ามาในบ้านจึงรีบเดินมาบอกคุณหญิงชญาดา
“คุณฟินกลับมาแล้วค่ะ คุณหญิง” ฟ้าเอ่ยพูด
“ดีแล้ว เดี๋ยวฉันไปดูลูกชายก่อน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินออกไปที่ห้องรับแขกโดยมีคุณหญิงชลิตาเดินตามมาติดๆ
ด้านฟินเขาขับรถเข้ามาจอดที่โรงจอดรถ เมื่อจอดรถเสร็จเขาก็หันไปหยิบเสื้อคุมแล้วเอาเสื้อคุมมาพันมือข้างที่เขาใช้ต่อยต้นไม้ไว้เพราะเขาไม่อยากให้ผู้เป็นแม่ถามและเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในบ้านแล้วเจอเข้ากับแม่และน้าของเขาที่ห้องรับแขกพอดี
“หวัดดีครับแม่ หวัดดีครับน้าตา” ฟินเอ่ยพูดพลางยกมือไหว้แม่และน้าของเขาด้วยท่าทางอิดโรย
“ฟิน ไปไหนมาลูก ทำไมเพิ่งกลับมา ไปทานข้าวไปลูก แม่กับน้าตารอทานข้าวอยู่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกเป็นห่วงลูกชาย
“ขอโทษครับที่ให้รอ แต่แม่กับน้าตาทานได้เลยครับ ผมไม่หิว ขอตัวก่อนนะครับ” ฟินเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าก่อนที่เขาจะเดินผ่านแม่และน้าของเขาขึ้นไปข้างบนแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องนอน
“เธอได้กลิ่นเหล้าไหมยัยตา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยถามน้องสาวของตัวเองเมื่อเธอได้กลิ่นเหล้าออกมาจากตัวของลูกชายที่เดินผ่านไป
“ค่ะคุณพี่ ตาฟินกินเหล้ามาแน่ๆ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกเป็นห่วงหลานชาย
“ใช่ ตาฟินกินเหล้ามาแน่ๆ ตาฟินกินเหล้าเป็นตั้งแต่เมื่อไร แล้วไหนจะหน้าตาที่ดูอิดโรยดูเหนื่อยๆนั่นอีก เป็นอะไร ตาฟินไปทำอะไรมาถึงมีสภาพแบบนั้น หรือว่า....ตาฟินจะโดนแม่ดอกแก้วนั่นบอกเลิกมาถึงดูเศร้าๆแบบนั้น ต้องใช่แน่ๆ หึ แม่นั่นคงจะบอกเลิกตาฟินแล้วแน่ๆ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด
“เฮ้อ...ตาก็คิดว่าคงจะอย่างงั้น สงสารตาฟินคงจะเสียใจมากแน่ๆถึงขั้นไปกินเหล้ามาแบบนี้”
“ไม่ ไม่ครับแม่ ไม่จริง แก้วไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจะไปคุยกับแก้วให้รู้เรื่อง ผมจะไปหาเขา” ฟินเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนจากเตียงแล้วกำลังจะเดินไปที่ประตู แต่เขาเดินซวนเซไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปที่พื้นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย“ตาฟิน! ตาฟินลูก!” คุณหญิงชญาดาอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อเห็นลูกชายล้มลงจึงรีบเข้าไปประคอง“ฟิน ไปไม่ไหวหรอกลูก ลูกเมาขนาดนี้จะไปได้ยังไง แม่ไม่ให้ไป อะไรจะขนาดนี้นะตาฟิน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดเชิงตำหนิลูกชาย“ไม่ครับแม่ ผมจะไปหาแก้ว แก้ว! แก้ว! อยู่ไหน แก้วอยู่ไหน! แก้ว....” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับใหลแล้วสลบไป“ฟิน ฟิน! หลับไปแล้ว ฟ้า ฝน สุก มาช่วยฉันพาตาฟินไปนอนหน่อยเร็ว!!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยตะโกนเรียกคนงานในบ้าน ทั้งป้าสุกแม่บ้านใหญ่และสาวใช้อีกสองคน ทั้งหมดรีบวิ่งขึ้นมาข้างบนรวมถึงคุณหญิงชลิตาด้วย ทุกคนช่วยกันพยุงพาฟินไปนอนที่เตียง แล้วป้าสุกก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ฟินก่อนที่จะปล่อยให้ฟินได้พักผ่อนแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องพักของตัวเองคุณหญิงชญาดากลับมาที่ห้องพักของเธอแล้วเดินมานั่งที่เตียงนอนพลางครุ่นคิดอย่า
“นี่ยัยตา เสียใจเดี๋ยวตาฟินก็หาย ไม่กี่วันหรอก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด ถึงแม้ลึกๆเธอจะแอบรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายของเธอดื่มเหล้ามาแบบนั้น ‘นี่ตาฟินเสียใจเรื่องแม่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ แต่...ก็คงจะเสียใจไม่กี่วันหรอกมั้ง’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกมั่นใจ“แต่คุณพี่...”“พอยัยตา เดี๋ยวพี่จะโทรไปถามแม่นั่นเพื่อความชัวร์เอง” คุณหญิงชญาดาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าส่วนตัวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกเพื่อโทรศัพท์ไปหาดอกแก้ว ‘เธอสืบประวัติของแม่ดอกแก้วนั่นมาหมดแล้วทำไมแค่เบอร์โทรศัพท์ของแม่นั่นเธอจะไม่รู้’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางกดโทรศัพท์โทรออกไปหาดอกแก้วในขณะที่คุณหญิงชลิตาก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับพี่สาวของตัวเองและรู้สึกเห็นใจหลานชายของตัวเองที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนที่คุณหญิงชลิตาจะเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารด้านดอกแก้วที่กลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่จนตอนนี้เธอกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอกำลังจะเตรียมตัวเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายแต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น“เบอร์ใคร” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่เธอจะกดรับโทรศัพท์“ฮัลโหล” ดอกแก้วกรอกเสียงพูดลงไป“บอ
ดอกแก้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วได้เจอและพูดคุยกับหมอถึงอาการแม่ของเธอ หมอบอกว่าแม่ของเธอมีอาการตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีแต่หมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าอาการแม่ของเธอดีขึ้นจากเมื่อวาน ดอกแก้วได้ฟังหมอพูดแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อดอกแก้วพูดคุยกับหมอเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณหมอแล้วเดินมายืนมองแม่ของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ที่หน้ากระจกเช่นเดิม ดอกแก้วยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอใกล้ๆได้เพราะแม่ของเธอยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูที่เป็นห้องปลอดเชื้อ“แม่ เมื่อไรแม่จะฟื้นขึ้นมาคุยกับแก้ว แก้วรอแม่อยู่นะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา‘แก้วเลิกกับฟินแล้วนะ แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว แก้วเหนื่อยจังเลยแม่ แก้วอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาปลอบใจแก้ว แม่รีบตื่นขึ้นมานะ แก้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่อยู่กับแก้ว อยู่กับแก้วให้นานที่สุด’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา‘ส่วนเรื่องของเธอกับฟินยังไงมันก็จบลงแล้ว แล้วตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วด้วย เธอเองก็เรียนจบแล้วถึงจะยังไม่เป็นทางการ ที่เหลือก็รอผลสอบซึ่งเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็สอบผ่
“ปล่อย! ปล่อยฉัน! ฟิน คนที่ฉันคบอยู่มาแล้ว คุณอยากรู้เหตุผลไม่ใช่เหรอ นี่ไงเหตุผลที่ฉันต้องเลิกกับคุณ นอกจากที่ฉันจะไม่ได้รักคุณแล้ว ฉันก็มีคนที่ฉันคบอยู่แล้วด้วย คนที่ดีกว่าคุณ ปล่อย!” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางพยายามผลักฟินออก ในขณะที่ต้นเขาก็เดินเข้ามาแล้วช่วยดึงดอกแก้วออกมาจากฟินจนสามารถดึงดอกแก้วออกมาได้ ตอนนี้ต้นกับดอกแก้วยืนอยู่ข้างๆกัน ในขณะที่ฟินเขามองหน้าดอกแก้วกับต้นสลับกันพลางลุกขึ้นยืนจากพื้น“เหอะ ที่แท้ก็มึงนี่เอง” ฟินเอ่ยพูดออกมาทั้งน้ำตาพลางชี้หน้าต้นด้วยความรู้สึกไม่พอใจ ‘เขาเคยเห็นหน้ามันอยู่สองสามครั้งที่คณะมันเป็นรุ่นพี่ปีสามแล้วเขาก็พอจะรู้ว่ามันรู้จักกับแก้ว นี่...สองคนนี้...’ ฟินคิดในใจ“แก้ว แก้วคบกับมันจริงๆเหรอ ห๊ะ!”“ใช่!” ดอกแก้วเอ่ยตอบ“คบตั้งแต่เมื่อไร! ห๊ะ!” ฟินเอ่ยถามกลับไปด้วยความรู้สึกเดือดจัด ‘อย่างที่บอกเขาเคยเห็นหน้ามัน เขาพอจะจำมันได้มันชื่อต้นเป็นรุ่นพี่อยู่ปีสามเขาเคยเดินสวนกับมันสองสามครั้งแล้วก็รู้ว่ามันรู้จักกับแก้วเพราะเคยเห็นว่ามันกับแก้วทักทายกันไม่คิดเลยว่ามันกับแก้วจะแอบคบกันแบบนี้’ ฟินคิดในใจ“ฉัน..ฉัน ฉัน...” ดอกแก้วพูดไม่ออกเธอไม่รู้ว่าจะตอบ
วันต่อมา ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดปทุมธานี16:20 นาทีด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถของมหาวิทยาลัยเวลานี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน ทุกคนต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกันหมดหลังจากที่วันนี้เป็นวันสอบวันสุดท้ายก่อนที่จะปิดเทอม ฟินมายืนรอดอกแก้วตามที่ได้นัดหมายกันไว้อยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ใหญ่ด้านหลังตึกบริเวณลานจอดรถได้สักครู่ก่อนที่เขาจะเห็นดอกแก้วเดินมา ฟินโบกมือให้ดอกแก้วด้วยรอยยิ้มก่อนที่ดอกแก้วจะเดินเข้ามาหาเขา“แก้ว เป็นไงบ้าง วันนี้ผมไม่ได้เจอแก้วไม่ได้ทานข้าวกับแก้วเลย ข้อสอบยากไหม คงเหนื่อยแย่ใช่ไหม ดูทำหน้าเข้าสิ” ฟินเอ่ยพูดทักทายพลางถามสารทุกข์สุกดิบทั่วไปแล้วจับมือของดอกแก้วไว้ด้วยรอยยิ้ม ‘สงสัยแก้วคงจะเหนื่อยมากดูจากสีหน้าท่าทางของแก้วแล้วดูเหนื่อยๆเพลียๆคงอ่านหนังสือสอบหนักแล้วข้อสอบก็คงจะยากมากแน่ๆ’ ฟินคิดในใจ“เดี๋ยวช่วงปิดเทอม ผมจะพาแก้วไปเที่ยวพักผ่อนนะเพราะแก้วเรียนจบแล้ว แก้วก็คงต้องเริ่มหางานทำ ผมว่าเก่งๆอย่างแก้วคงหางานได้ไม่ยากหรือแก้วจะไปทำงานที่บริษัทของครอบครัวผมไหม ถ้าอยากไปทำงานบริษัทของครอบครัวผมเดี๋ยวผมจัดการให้ งั้นเอางี้ ก่อนที่แก้วจะเริ่มทำงานเราไปเที่ยวพักผ่อนกันก่อ
“ก็นี่แหละแตงกวา ฉันอยากให้แกกับต้นช่วย โดยเฉพาะต้น คือ..พรุ่งนี้ฉันตัดสินใจจะไปบอกเลิกฟินทำตามข้อเสนอของแม่เขา แต่...ฉันกลัวว่าถ้าจู่ๆฉันไปบอกเลิกฟิน ฟินเขาจะไม่ยอมเพราะฉันก็ไม่รู้ว่าฉันจะให้เหตุผลในการบอกเลิกกับฟินว่าอะไร ฉันกลัวว่าเขาจะไม่ยอมเลิก ฉันเลยคิดว่าจะให้ต้นแกล้งมาเป็นแฟนฉันแล้วบอกเลิกเขา ถ้าฟินเห็นว่าฉันมีคนอื่นเขาคงจะยอมเลิกกับฉันไปเอง” ดอกแก้วเอ่ยพูด“เฮ้ย! แก้ว แกจะเอาอย่างนี้จริงๆเหรอ คือฉันไม่ได้หวงแฟนฉันหรอกนะ แต่แกแน่ใจแล้วเหรอแก้ว มันไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ” แตงกวาเอ่ยพูดด้วยความเป็นห่วงเพื่อนสาว“ฉัน...ฉันแน่ใจ ฉันคิดมาดีแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดด้วยความมั่นใจ“เฮ้อ...เออ งั้น...แกลองคุยกับต้นเองนะ เฮ้อ...” แตงกวาเอ่ยพูด ‘เธอไม่ค่อยเห็นด้วยกับวิธีการของเพื่อนสาวสักเท่าไรเพราะเธอคิดว่าความสัมพันธ์ของแก้วกับฟินกำลังไปได้ดี มันไม่ควรจะต้องมาจบลงแบบนี้เลย เฮ้อ...แต่เธอก็ต้องเคารพการตัดสินใจของแก้วเพราะมันก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วมั้ง แต่ก็คงต้องถามต้นแฟนหนุ่มของเธอที่พัฒนาจากรุ่นน้องมาเป็นแฟนด้วย’ แตงกวาคิดในใจ“อะต้น แก้วมันมีเรื่องให้ช่วย ลองคุยดู” แตงกวาเอ่ยพูดพลางยื่นโทร







