تسجيل الدخولดอกแก้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วได้เจอและพูดคุยกับหมอถึงอาการแม่ของเธอ หมอบอกว่าแม่ของเธอมีอาการตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีแต่หมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าอาการแม่ของเธอดีขึ้นจากเมื่อวาน ดอกแก้วได้ฟังหมอพูดแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อดอกแก้วพูดคุยกับหมอเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณหมอแล้วเดินมายืนมองแม่ของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ที่หน้ากระจกเช่นเดิม ดอกแก้วยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอใกล้ๆได้เพราะแม่ของเธอยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูที่เป็นห้องปลอดเชื้อ
“แม่ เมื่อไรแม่จะฟื้นขึ้นมาคุยกับแก้ว แก้วรอแม่อยู่นะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา
‘แก้วเลิกกับฟินแล้วนะ แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว แก้วเหนื่อยจังเลยแม่ แก้วอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาปลอบใจแก้ว แม่รีบตื่นขึ้นมานะ แก้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่อยู่กับแก้ว อยู่กับแก้วให้นานที่สุด’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา
‘ส่วนเรื่องของเธอกับฟินยังไงมันก็จบลงแล้ว แล้วตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วด้วย เธอเองก็เรียนจบแล้วถึงจะยังไม่เป็นทางการ ที่เหลือก็รอผลสอบซึ่งเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็สอบผ่าน เธอก็คงไม่ต้องไปมหาลัยบ่อยๆอีกแล้ว รอแค่ทำเรื่องจบแล้วก็รับปริญญา หวังว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาแล้วสามารถไปงานรับปริญญาของเธอได้’ ดอกแก้วคิดในใจพลางมองไปที่แม่ของเธอแล้วปาดเช็ดน้ำตาทิ้ง
กลับมาที่ฟินที่ตอนนี้เขาอยู่ที่ร้านเหล้าใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย หลังจากที่เขานั่งเศร้าเสียใจจากการที่ถูกดอกแก้วบอกเลิกเขาออกมาจากมหาวิทยาลัยแล้วขับรถไปที่คลินิกที่อยู่ใกล้ๆกันเพื่อเข้ารับการรักษาจากการที่เขาใช้มือชกเข้าไปที่ต้นไม้ทำให้มีเลือดไหลออกมา เขาไปทำแผลที่คลินิกโชคดีที่กระดูกไม่หักแค่มีอาการปวดและมีบาดแผลเท่านั้น เมื่อทำการรักษาที่คลินิกเสร็จฟินก็ขับรถไปนั่งกินเหล้าอยู่ที่ร้านเหล้าใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย ฟินนั่งกินเหล้าอยู่คนเดียวทั้งน้ำตาพลางนึกตัดพ้ออยู่ในใจ
‘ทำไม ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ทำไมแก้วถึงทิ้งเขา ทำไม เขารักเธอ ตามจีบเธอตั้งแต่ตอนที่เธอเป็นพี่รหัสของเขา เขาตามจีบแก้วมาปีกว่าๆตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ปีหนึ่ง แก้วอยู่ปีสาม จนเธอใจอ่อนยอมคบกับเขา เราคบกันมาได้จนถึงวันนี้ก็สิบเดือน ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แก้วเป็นแฟนเป็นคนรักที่ดีสำหรับเขามาก เธอน่ารักใจดีแล้วก็ซื่อสัตย์กับเขาเสมอมา เขาเองก็ดีกับเธอเขารักและให้เกียรติเธอเสมอมา เขาไม่เคยล่วงเกินเธอเลยเมื่อเธอพูดว่าไม่พร้อม แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้ แก้วไม่ใช่ผู้หญิงแบบนี้ แบบที่จะ...จะนอกใจกันได้ ดูภายนอกเธอดูเรียบร้อย ไหนจะนิสัยใจคอของเธอที่เขาก็รู้จักเป็นอย่างดี แล้วทำไมวันนี้ถึงเป็นแบบนี้ ทำไมเธอถึงทำกับเขาแบบนี้หรือที่ผ่านมาเธอ...เธอสร้างภาพหลอกเขาเหรอ สร้างภาพหลอกเขามาตลอดสองปีที่รู้จักกันเหรอ ทำไมอะ ไม่จริง คนเราจะสร้างภาพหลอกกันได้นานขนาดนั้นเลยเหรอ......’ ฟินคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสันพลางเอามือกุมขมับทั้งน้ำตาก่อนที่เขาจะเอื้อมมือไปหยิบขวดเหล้าขึ้นมาดื่มจนหมด
“แม่งเอ๊ย” ฟินเอ่ยสบถออกมาเพราะเขารู้สึกหงุดหงิดที่เหล้าหมดก่อนที่เขาจะหันไปสั่งเหล้ากับเจ้าของร้านเพิ่ม
“พี่! เอาเหล้ามาอีกดิ!”
“พอแล้ว น้องกินไปเยอะแล้วนะ เมามากแล้ว จะกินคนเดียวหมดร้านเลยหรือไง พอแล้ว กลับไปได้แล้วยังเป็นนักศึกษาอยู่เลย” เจ้าของร้านซึ่งเป็นผู้หญิงวัยสามสิบปลายๆเดินเข้ามาหาฟินพลางเอ่ยพูดขึ้น เธอเห็นว่าฟินนั่งกินเหล้ามาสักพักใหญ่ๆแล้ว แล้วก็กินไปเยอะมากแล้วด้วย ควรจะพอได้แล้ว เอาไว้ขายให้คนอื่นบ้าง ‘ใจคอไอ้หนุ่มนี่จะกินเหล้าร้านเธอให้หมดร้านเลยหรือไง’ เจ้าของร้านคิดในใจ
“หุ น่าเบื่อ! ไม่กินแล้วก็ได้” ฟินเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้ววางเงินไว้ที่โต๊ะก่อนที่จะเดินออกจากร้านไป
“กี่โมงแล้ววะ” ฟินเอ่ยพูดพลางเดินโซเซออกจากร้านเหล้าแต่เขาก็ยังพอมีสติ ‘เขาไม่เมาง่ายๆหรอก เมาบ้าเมาบออะไร คอเขาแข็งจะตาย เจ้าของร้านบ้าเอ๊ย’ ฟินคิดในใจ เขาเดินมาที่รถยนต์ของเขาแล้วเปิดประตูขึ้นมานั่งบนรถที่เบาะคนขับพลางมองดูนาฬิกาที่ข้อมือ
“ทุ่มหนึ่ง...เฮ้อ” ฟินเอ่ยพูดพลางหยิบขวดน้ำที่อยู่ในรถขึ้นมาดื่มเพื่อให้แอลกอฮอล์ที่อยู่ในร่างกายเจือจางลง ฟินตั้งสติอยู่สักพัก...ก่อนที่เขาจะขับรถออกไปมุ่งหน้ากลับไปยังที่บ้าน......
ที่บ้านอัครโสพล
คุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาที่กำลังนั่งรอลูกชายและหลานชายอยู่ที่ห้องอาหารเพื่อรอรับประทานอาหารพร้อมกันตามปกติเหมือนเช่นทุกวัน แต่ตอนนี้เป็นเวลาหนึ่งทุ่มกว่าๆแล้วคนเป็นลูกชายและหลานชายอย่างฟินก็ยังกลับไม่ถึงบ้านมันทำให้ทั้งคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตารู้สึกเป็นห่วงลูกชายและหลานชายเป็นอย่างมากโดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาผู้เป็นแม่
“ทำไมตาฟินยังไม่กลับมานะ เฮ้อ...” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดในขณะที่กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร คุณหญิงชญาดานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะโดยมีคุณหญิงชลิตานั่งอยู่ข้างซ้าย ที่นั่งตรงกันข้ามกับคุณหญิงชลิตาคือที่นั่งของฟินแต่ตอนนี้เขายังกลับไม่ถึงบ้าน
“นั่นสิคะคุณพี่ ปกติตาฟินไม่เคยผิดเวลา นี่ก็ทุ่มกว่าๆแล้ว” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด
“เฮ้อ... ฟ้า ไปหยิบกระเป๋าส่วนตัวของฉันที่วางอยู่ในห้องรับแขกมาที โทรศัพท์อยู่ในนั้นฉันจะโทรหาตาฟิน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดกับสาวใช้ในบ้าน
ในบ้านใหญ่หลังนี้มีคนงานอยู่หลายคนแต่คนงานที่ทำงานบ้านในบ้านใหญ่หลังนี้คือ ป้าสุกแม่บ้านใหญ่กับหลานสาววัยสามสิบอีกสองคนชื่อฟ้ากับฝน ส่วนที่เหลือก็เป็นคนสวนและคนขับรถ
“ค่ะคุณหญิง” ฟ้าสาวใช้ในบ้านตอบรับ แต่ก่อนที่ฟ้าจะเดินไปหยิบกระเป๋าส่วนตัวตามคำสั่งของคุณหญิงชญาดาฟินก็กลับมาถึงที่บ้านพอดี ฟ้าเห็นฟินขับรถเข้ามาในบ้านจึงรีบเดินมาบอกคุณหญิงชญาดา
“คุณฟินกลับมาแล้วค่ะ คุณหญิง” ฟ้าเอ่ยพูด
“ดีแล้ว เดี๋ยวฉันไปดูลูกชายก่อน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นจากโต๊ะอาหารแล้วเดินออกไปที่ห้องรับแขกโดยมีคุณหญิงชลิตาเดินตามมาติดๆ
ด้านฟินเขาขับรถเข้ามาจอดที่โรงจอดรถ เมื่อจอดรถเสร็จเขาก็หันไปหยิบเสื้อคุมแล้วเอาเสื้อคุมมาพันมือข้างที่เขาใช้ต่อยต้นไม้ไว้เพราะเขาไม่อยากให้ผู้เป็นแม่ถามและเป็นห่วง ก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาในบ้านแล้วเจอเข้ากับแม่และน้าของเขาที่ห้องรับแขกพอดี
“หวัดดีครับแม่ หวัดดีครับน้าตา” ฟินเอ่ยพูดพลางยกมือไหว้แม่และน้าของเขาด้วยท่าทางอิดโรย
“ฟิน ไปไหนมาลูก ทำไมเพิ่งกลับมา ไปทานข้าวไปลูก แม่กับน้าตารอทานข้าวอยู่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกเป็นห่วงลูกชาย
“ขอโทษครับที่ให้รอ แต่แม่กับน้าตาทานได้เลยครับ ผมไม่หิว ขอตัวก่อนนะครับ” ฟินเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้าก่อนที่เขาจะเดินผ่านแม่และน้าของเขาขึ้นไปข้างบนแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องนอน
“เธอได้กลิ่นเหล้าไหมยัยตา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยถามน้องสาวของตัวเองเมื่อเธอได้กลิ่นเหล้าออกมาจากตัวของลูกชายที่เดินผ่านไป
“ค่ะคุณพี่ ตาฟินกินเหล้ามาแน่ๆ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยความรู้สึกเป็นห่วงหลานชาย
“ใช่ ตาฟินกินเหล้ามาแน่ๆ ตาฟินกินเหล้าเป็นตั้งแต่เมื่อไร แล้วไหนจะหน้าตาที่ดูอิดโรยดูเหนื่อยๆนั่นอีก เป็นอะไร ตาฟินไปทำอะไรมาถึงมีสภาพแบบนั้น หรือว่า....ตาฟินจะโดนแม่ดอกแก้วนั่นบอกเลิกมาถึงดูเศร้าๆแบบนั้น ต้องใช่แน่ๆ หึ แม่นั่นคงจะบอกเลิกตาฟินแล้วแน่ๆ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด
“เฮ้อ...ตาก็คิดว่าคงจะอย่างงั้น สงสารตาฟินคงจะเสียใจมากแน่ๆถึงขั้นไปกินเหล้ามาแบบนี้”
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก






![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
