LOGINเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็น
เวลา 18:00 นาฬิกา
ดอกแก้วเดินทางกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอเดินอยู่บริเวณหน้าปากซอยหลังจากที่เมื่อเช้าเธอตื่นแต่เช้าไปโรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมแม่ของเธอแล้วช่วงบ่ายเธอก็ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านเบเกอรี่ที่เธอเคยทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยทำขนมแล้วเลิกทำไปเพราะเธอรู้สึกเป็นห่วงแม่และเพราะเธอมาเป็นลูกมือของแม่ช่วยแม่ทำขนมขายแต่ตอนนี้เธอกลับไปทำงานพาร์ทไทม์อีกครั้งแล้วเพราะเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่ชื่อกิ๊ฟโทรศัพท์มาตามเธอไปทำงานเมื่อคืนเพราะขาดคน
‘เธอเองก็ว่างอยู่พอดีระหว่างที่รอวุฒิการศึกษาหลังจากเรียนจบเพื่อหางานทำ เธอก็คงจะทำงานที่ร้านเบเกอรี่ของพี่กิ๊ฟไปก่อน ร้านเบเกอรี่ปิดประมาณสี่โมงครึ่งเธอก็เลยได้แวะไปที่โรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมแม่ของเธออีกครั้ง ตอนนี้แม่ของเธอก็ยังไม่ฟื้นอาการก็ยังทรงๆค่อนไปทางดีขึ้น หวังว่าแม่จะฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน’ ดอกแก้วคิดในใจพลางเดินเข้ามาในซอยบ้านเรื่อยๆก่อนที่เธอจะมองไปเห็นรถของฟินที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านของเธอ เธอเห็นแบบนั้นจึงตัดสินใจรีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นตอนนี้เธอกับฟินอยู่ห่างกันแค่หนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น
‘นี่ฟินตามเธอมาถึงที่บ้านเลยเหรอ เฮ้อ...เขาคงโทรหาเธอไม่ได้เพราะเธอลบเบอร์บล็อคเบอร์แล้วก็ตัดการติดต่อทุกช่องทางกับเขาแล้วตั้งแต่เมื่อวานที่เธอบอกเลิกเขาแล้วแม่เขาโทรมาช่วงหัวค่ำ แล้วเมื่อวานที่เธอบอกเลิกเขา เขาก็น่าจะเข้าใจแล้วนี่ เฮ้อ...แล้วเธอจะทำยังไงดี คงต้องรออยู่ตรงนี้ให้เขากลับไปก่อน’ ดอกแก้วคิดในใจ
ด้านฟินที่ตอนนี้เขารอดอกแก้วอยู่ที่หน้าบ้านของเธอตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว
“เฮ้อ...แก้วไปไหน ทำไมยังไม่กลับบ้านหรือไปกับไอ้ต้นมัน แม่งเอ๊ย!” ฟินเอ่ยพูดพลางทุบกำปั้นเข้าที่พวกมาลัยรถด้วยความรู้สึกโมโหแต่เขาก็ยังคงยืนยันที่จะรอดอกแก้วอยู่แบบนั้น........
เวลาผ่านไปสองชั่วโมง
ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มแล้วดอกแก้วก็ยังคงนั่งหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่เช่นเดิมพลางใช้มือตบยุงไปด้วย
‘เฮ้อ...เมื่อไรฟินจะกลับไปสักทีนะ เธอเองก็เสียใจกับเรื่องของเธอและเขาเหมือนกันแต่เมื่อเธอตัดสินใจแล้วเธอเลือกแล้วมันก็ต้องเป็นแบบนี้ เพื่อแม่ของเธอ’ ดอกแก้วคิดในใจพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา ในขณะที่ฟินตอนนี้เขาเองก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยและรู้สึกหิวเพราะเขายังไม่ได้กินอะไรเลยตั้งแต่เมื่อเช้าในขณะที่แม่ของเขาก็โทรมาหาเขาเป็นระยะๆแต่เขาก็ไม่รับสาย
‘แก้วยังไม่กลับมาอีก นี่จะอยู่กับไอ้ต้นมันทั้งวันทั้งคืนเลยหรือไงวะ ทีกับเขาทำเป็นหวงเนื้อหวงตัวทีอย่างนี้ก็ไปอยู่กับมันดึกๆดื่นๆ หึ’ ฟินคิดในใจด้วยความรู้สึกโมโหก่อนที่เขาจะเหยียบคันเร่งแล้วขับรถออกไป
ขณะที่ดอกแก้วที่แอบอยู่ที่หลังต้นไม้ใหญ่เธอเห็นว่ารถของฟินขับออกไปแล้วเธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งอกแล้วจึงรีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับเข้าบ้านไป
ส่วนฟินเขาแวะไปกินข้าวที่ร้านอาหารข้างทางถึงเขาจะกินไม่ค่อยลงแต่ก็ต้องกินเพราะร่างกายมันประท้วงแล้วเขาก็แวะดื่มเหล้านิดหน่อยก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าขับรถกลับไปยังที่บ้าน
เวลาผ่านไปสักพัก ฟินก็ขับรถกลับมาถึงที่บ้าน เขาจอดรถเสร็จเขาก็เดินผ่านไปที่ห้องอาหารเพื่อเดินขึ้นห้องในขณะที่แม่และน้าของเขากำลังนั่งรออยู่ที่ห้องอาหารเพื่อรอทานข้าวกับเขา
“ฟิน ไปไหนมา แม่โทรไปทำไมไม่รับโทรศัพท์แม่ แม่กับน้าตารอทานข้าวอยู่ ชักจะเหลวไหลใหญ่แล้ว” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดเชิงตำหนิลูกชาย ‘ลูกชายของเธอชักจะเอาใหญ่แล้ว คงจะไปตามเฝ้าแม่ดอกแก้วมาแน่ๆ ไม่รู้ว่าลูกชายของเธอจะอาลัยอาวรณ์แม่นั่นอะไรกันนักกันหนา ไม่รู้จะเสียใจอะไรกับแม่นั่นนักหนาสภาพลูกชายเธอตอนนี้ดูไม่ได้เลย แถมยังไปกินเหล้ามาอีกเพราะว่าเธอได้กลิ่นเหล้าจากตัวลูกชายของเธอ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
“ผม...ผมขอโทษครับ แม่กับน้าตาทานข้าวได้เลย ผมทานแล้ว แล้วทีหลังไม่ต้องรอผมถ้าหิวก็ทานไปก่อนได้เลย ผมขอตัวก่อนนะครับ” ฟินพูดจบเขาก็เดินขึ้นไปบนห้องพักทันที
“ฟิน ฟิน! ฟิน!! เฮ้อ...” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดตะโกนเรียกฟินที่เดินผ่านเธอไปพลางจะเดินตามฟินไป แต่คุณหญิงชลิตาเดินมาดึงแขนห้ามไว้ซะก่อน
“คุณพี่ คุณพี่ ปล่อยให้ตาฟินอยู่คนเดียวเถอะค่ะ นะ หลานคงกำลังเสียใจให้เวลาเขาหน่อย” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดห้ามพี่สาว
“แล้วจะเสียใจอะไรกันนักกันหนาแค่ผู้หญิงบ้านๆจนๆคนเดียวมันมีดีอะไรนักหนา เดี๋ยวพี่จะโทรไปหาแม่นั่น ไปกำชับอีกทีว่าห้ามเจอตาฟินอีก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าส่วนตัวแล้วเดินไปที่มุมห้องแล้วโทรศัพท์ออกไปหาดอกแก้ว
“เฮ้อ...คุณพี่นะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดพลางกลับไปนั่งที่โต๊ะอาหาร
คุณหญิงชญาดายืนโทรศัพท์หาดอกแก้วอยู่ที่มุมห้องอาหาร ในขณะที่ดอกแก้วที่เพิ่งจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเธอได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอดังขึ้นจึงรีบเดินมาแล้วกดรับสายโดยไม่ทันได้ดูว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา
“ฮัลโหล”
“ฮัลโหล นี่ฉันเองคุณหญิงชญาดา”
“ค่ะ”
“วันนี้ตาฟินไปหาเธอหรือเปล่า เธอ...เธอไม่ได้เจอลูกชายฉันใช่ไหม ฉันเห็นเขาเพิ่งกลับบ้าน ถามว่าไปไหนมาเขาก็ไม่บอก”
“ค่ะ วันนี้ฟินเขามาหาหนูที่บ้าน”
“แล้วเธอได้ไปเจอเขาไหม ห๊ะ! เจอลูกชายฉันหรือเปล่า นี่เธอกล้าขัดคำสั่ง.....”
“ไม่ค่ะ หนูไม่ได้ไปเจอฟิน หนูกลับมาแล้วเห็นรถของฟินจอดอยู่หน้าบ้าน หนูก็เลยแอบอยู่รอจนฟินเขาขับรถออกไป หนูถึงค่อยเข้าบ้าน ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูรักษาสัญญาแน่นอน”
“แน่นะ”
“ค่ะ ถ้าคุณป้าไม่เชื่อจะไปถามฟินดูก็ได้”
“ดี ลูกชายของฉันคงจะไปตามเฝ้าตามเจอเธออีก หลบไว้ให้ดีล่ะ อย่าแม้แต่คิดจะกลับมาหาหรือกลับมาเจอลูกชายของฉัน หายสาบสูญไปจากชีวิตลูกชายของฉันซะ ห้ามเจอห้ามติดต่อกับลูกชายฉันอีก เข้าใจไหม แล้วถ้าเธอไม่เชื่อฟัง ฉันจะจัดการกับเธอขั้นเด็ดขาดโดยเฉพาะแม่ของเธอ”
“ค่ะ ไม่ต้องห่วง” ดอกแก้วเอ่ยพูดทั้งน้ำตา
“อ้อ แล้วนี่เธอนอกใจลูกชายฉันเหรอ เธอนอกใจตาฟินใช่ไหม ตาฟินพูดให้ฉันฟังว่าเธอทิ้งเขาเธอนอกใจเขา ไวไฟดีนี่หรือจริงๆแล้วเธอก็คบกับผู้ชายคนอื่นซ้อนกับลูกชายของฉัน ทุเรศ สกปรก ว่าแล้วฉันดูคนไม่ผิดจริงๆ”
“ไม่ใช่นะคะ หนูไม่เคยทำแบบนั้นแล้วก็ไม่ใช่คนแบบนั้นด้วย หนูแค่ให้เพื่อนช่วยแกล้งมาเป็นแฟน ฟินเขาจะได้ยอมเลิกกับหนูอีกอย่างเผื่อว่าเขาจะตัดใจจากหนูได้ไวๆ”
“อ๋อเหรอ ก็ดี งั้นแค่นี้นะ” คุณหญิงชญาดาพูดจบก็วางสายไปพลางคิดในใจ ‘เป็นอย่างงี้ก็ดี แม่นี่ก็คิดแผนเข้าท่าที่บอกเลิกลูกชายของเธอด้วยวิธีแบบนี้ แต่ขนาดว่าแม่นี่ทำขนาดนี้แล้ว ตาฟินยังทำเหมือนจะตัดใจจากแม่นี่ไม่ได้ ยังคงเสียใจกินเหล้าแล้วยังไปตามแม่นี่ที่บ้านอีก เฮ้อ...’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางเดินกลับมานั่งทานข้าวที่โต๊ะอาหาร เธอคิดว่าเธอจะทานข้าวก่อนแล้วค่อยขึ้นไปดูลูกชายก่อนที่จะเข้านอน
ป้าน้อยจับสังเกตอาการของฟินที่ดูจะโกรธโมโหได้ ‘สงสัยคงเก็บหนี้ไปไม่ได้’ ป้าน้อยคิดในใจ“จ๊ะ เขาย้ายบ้านไปแล้ว ป้าอยู่ข้างบ้านเขานี่แหละ เขาย้ายกันไปแล้ว”“อ๋อ เหรอครับ งั้น...งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” ฟินพูดแค่นั้นเขาก็เดินขึ้นรถไปแล้วขับออกไปทันที‘เฮ้อ...ไอ้ศรนะไอ้ศร ตายไปแล้วยังสร้างภาระให้ลูกให้เมีย เฮ้อ...’ ป้าน้อยคิดในใจก่อนจะเดินเข้าบ้านไปฟินขับรถกลับมาที่บ้านพร้อมกับเหล้าเบียร์ที่เขาซื้อมาพลางเดินขึ้นไปบนห้องพักของตัวเอง ฟินเดินเข้าไปในห้องพลางนั่งลงที่พื้นข้างๆเตียงแล้วจัดการเปิดขวดเหล้าออกมาแล้วยกขึ้นดื่มทั้งน้ำตานองหน้า“ทำไม! ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ ทำไม! ทำไม!” ฟินเอ่ยพูดสบถออกมาพลางกำขวดเหล้าไว้แน่นด้วยความรู้สึกเสียใจ“ผมจะไปตามหาแก้วที่ไหน แก้วอยู่ไหน แม่งเอ๊ย!!” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อพลางยกขวดเหล้าขึ้นดื่ม“ทำไม ทำไมแก้วต้องทำแบบนี้กับผม ห๊ะ! แก้ว! ไปไหน แก้ว!” ฟินเอ่ยพูดพร่ำเพ้อออกมาเมื่อเริ่มมีอาการมึนเมาเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็นดอกแก้วกลับมาถึงบ้าน เธอได้โทรศัพท์พูดคุยกับป้าน้อยตั้งแต่ช่วงเที่ยงแล้ว ป้าน้อยได้เล่าให้เธอฟังแล้ว แล้วป้าน้อยก็ได้บอกฟินตามแผนที่เธอบอก เธอกลับมาถ
ด้านดอกแก้วหลังจากที่เธอคุยโทรศัพท์กับคุณหญิงชญาดาเสร็จเธอก็เดินมาล้มตัวลงนอนที่เตียงนอนพลางคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา‘เธอร้องไห้ทุกวันทั้งเรื่องแม่ของเธอและก็เรื่องฟิน เรื่องแม่ของเธอคงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหมอ ส่วนเรื่องฟินเธอคงต้องทำอะไรสักอย่างให้เขาไม่มาตามหาเธอที่บ้านอีกไม่งั้นถ้าเขามาตามหาเธอที่บ้านทุกวันเธอคงต้องนั่งตากยุงทุกวันรอจนกว่าเขาจะกลับแล้วค่อยเข้าบ้านเหมือนวันนี้อีกแน่หรือไม่เธอก็อาจจะต้องบังเอิญเจอเขาเข้าสักวันถ้าเขายังมาตามเธอที่บ้านอยู่แบบนี้ เธอต้องคิดถึงแม่ของเธอ แล้วเธอก็ไม่อยากมีปัญหากับแม่ของฟินเพราะเธอเป็นห่วงแม่ของเธอมาก คนร่ำคนรวยมีทั้งเงินมีทั้งอำนาจอย่างแม่ของฟินคงทำได้ทุกอย่าง แล้วอีกอย่างเธอก็ไม่อยากให้ฟินมีปัญหากับแม่ของเขาเพราะเธอด้วย เธอจะทำยังไงดีเพื่อไม่ให้ฟินมาตามหาเธออีก’ ดอกแก้วนอนคิดอยู่สักครู่.....จนเธอคิดออก‘พรุ่งนี้เธอจะขอให้ป้าน้อยช่วย ให้ป้าน้อยไปบอกฟินว่าเธอย้ายบ้านไปแล้ว เดี๋ยวเธอจะบอกป้าน้อยไว้ว่าถ้ามีรถทะเบียน กทม107 มาจอดบริเวณหน้าบ้านของเธอซึ่งเป็นรถของฟิน แล้วเธอก็จะบอกลักษณะของฟินให้ป้าน้อยรู้ แล้
เวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็นเวลา 18:00 นาฬิกาดอกแก้วเดินทางกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอเดินอยู่บริเวณหน้าปากซอยหลังจากที่เมื่อเช้าเธอตื่นแต่เช้าไปโรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมแม่ของเธอแล้วช่วงบ่ายเธอก็ไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านเบเกอรี่ที่เธอเคยทำงานอยู่ในตำแหน่งผู้ช่วยทำขนมแล้วเลิกทำไปเพราะเธอรู้สึกเป็นห่วงแม่และเพราะเธอมาเป็นลูกมือของแม่ช่วยแม่ทำขนมขายแต่ตอนนี้เธอกลับไปทำงานพาร์ทไทม์อีกครั้งแล้วเพราะเจ้าของร้านเบเกอรี่ที่ชื่อกิ๊ฟโทรศัพท์มาตามเธอไปทำงานเมื่อคืนเพราะขาดคน‘เธอเองก็ว่างอยู่พอดีระหว่างที่รอวุฒิการศึกษาหลังจากเรียนจบเพื่อหางานทำ เธอก็คงจะทำงานที่ร้านเบเกอรี่ของพี่กิ๊ฟไปก่อน ร้านเบเกอรี่ปิดประมาณสี่โมงครึ่งเธอก็เลยได้แวะไปที่โรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมแม่ของเธออีกครั้ง ตอนนี้แม่ของเธอก็ยังไม่ฟื้นอาการก็ยังทรงๆค่อนไปทางดีขึ้น หวังว่าแม่จะฟื้นขึ้นมาในเร็ววัน’ ดอกแก้วคิดในใจพลางเดินเข้ามาในซอยบ้านเรื่อยๆก่อนที่เธอจะมองไปเห็นรถของฟินที่จอดอยู่บริเวณหน้าบ้านของเธอ เธอเห็นแบบนั้นจึงตัดสินใจรีบวิ่งเข้าไปหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่บริเวณนั้นตอนนี้เธอกับฟินอยู่ห่างกันแค่หนึ่งร้อยเมตรเท่านั้น‘นี่ฟินตามเธอมา
“ไม่ ไม่ครับแม่ ไม่จริง แก้วไม่ใช่คนแบบนั้น ผมจะไปคุยกับแก้วให้รู้เรื่อง ผมจะไปหาเขา” ฟินเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนจากเตียงแล้วกำลังจะเดินไปที่ประตู แต่เขาเดินซวนเซไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มลงไปที่พื้นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกาย“ตาฟิน! ตาฟินลูก!” คุณหญิงชญาดาอุทานออกมาด้วยความรู้สึกตกใจเมื่อเห็นลูกชายล้มลงจึงรีบเข้าไปประคอง“ฟิน ไปไม่ไหวหรอกลูก ลูกเมาขนาดนี้จะไปได้ยังไง แม่ไม่ให้ไป อะไรจะขนาดนี้นะตาฟิน” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดเชิงตำหนิลูกชาย“ไม่ครับแม่ ผมจะไปหาแก้ว แก้ว! แก้ว! อยู่ไหน แก้วอยู่ไหน! แก้ว....” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาก่อนที่เขาจะค่อยๆหลับใหลแล้วสลบไป“ฟิน ฟิน! หลับไปแล้ว ฟ้า ฝน สุก มาช่วยฉันพาตาฟินไปนอนหน่อยเร็ว!!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยตะโกนเรียกคนงานในบ้าน ทั้งป้าสุกแม่บ้านใหญ่และสาวใช้อีกสองคน ทั้งหมดรีบวิ่งขึ้นมาข้างบนรวมถึงคุณหญิงชลิตาด้วย ทุกคนช่วยกันพยุงพาฟินไปนอนที่เตียง แล้วป้าสุกก็จัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ฟินก่อนที่จะปล่อยให้ฟินได้พักผ่อนแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องพักของตัวเองคุณหญิงชญาดากลับมาที่ห้องพักของเธอแล้วเดินมานั่งที่เตียงนอนพลางครุ่นคิดอย่า
“นี่ยัยตา เสียใจเดี๋ยวตาฟินก็หาย ไม่กี่วันหรอก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด ถึงแม้ลึกๆเธอจะแอบรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายของเธอดื่มเหล้ามาแบบนั้น ‘นี่ตาฟินเสียใจเรื่องแม่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ แต่...ก็คงจะเสียใจไม่กี่วันหรอกมั้ง’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกมั่นใจ“แต่คุณพี่...”“พอยัยตา เดี๋ยวพี่จะโทรไปถามแม่นั่นเพื่อความชัวร์เอง” คุณหญิงชญาดาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าส่วนตัวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกเพื่อโทรศัพท์ไปหาดอกแก้ว ‘เธอสืบประวัติของแม่ดอกแก้วนั่นมาหมดแล้วทำไมแค่เบอร์โทรศัพท์ของแม่นั่นเธอจะไม่รู้’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางกดโทรศัพท์โทรออกไปหาดอกแก้วในขณะที่คุณหญิงชลิตาก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับพี่สาวของตัวเองและรู้สึกเห็นใจหลานชายของตัวเองที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนที่คุณหญิงชลิตาจะเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะอาหารด้านดอกแก้วที่กลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่จนตอนนี้เธอกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอกำลังจะเตรียมตัวเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายแต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น“เบอร์ใคร” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่เธอจะกดรับโทรศัพท์“ฮัลโหล” ดอกแก้วกรอกเสียงพูดลงไป“บอ
ดอกแก้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาลแล้วได้เจอและพูดคุยกับหมอถึงอาการแม่ของเธอ หมอบอกว่าแม่ของเธอมีอาการตอบสนองต่อการรักษาเป็นอย่างดีแต่หมอยังไม่สามารถตอบได้ว่าแม่ของเธอจะฟื้นขึ้นมาเมื่อไร แต่โดยรวมแล้วถือว่าอาการแม่ของเธอดีขึ้นจากเมื่อวาน ดอกแก้วได้ฟังหมอพูดแบบนั้นเธอก็รู้สึกใจชื้นขึ้นมานิดหน่อย เมื่อดอกแก้วพูดคุยกับหมอเสร็จเธอก็กล่าวขอบคุณหมอแล้วเดินมายืนมองแม่ของเธอที่นอนรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูอยู่ที่หน้ากระจกเช่นเดิม ดอกแก้วยังไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมแม่ของเธอใกล้ๆได้เพราะแม่ของเธอยังคงต้องอยู่ในห้องไอซียูที่เป็นห้องปลอดเชื้อ“แม่ เมื่อไรแม่จะฟื้นขึ้นมาคุยกับแก้ว แก้วรอแม่อยู่นะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดตัดพ้อพลางน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา‘แก้วเลิกกับฟินแล้วนะ แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอเขาแล้ว แก้วเหนื่อยจังเลยแม่ แก้วอยากให้แม่ตื่นขึ้นมาปลอบใจแก้ว แม่รีบตื่นขึ้นมานะ แก้วจะทำทุกอย่างเพื่อให้แม่อยู่กับแก้ว อยู่กับแก้วให้นานที่สุด’ ดอกแก้วคิดในใจทั้งน้ำตา‘ส่วนเรื่องของเธอกับฟินยังไงมันก็จบลงแล้ว แล้วตอนนี้ก็ปิดเทอมแล้วด้วย เธอเองก็เรียนจบแล้วถึงจะยังไม่เป็นทางการ ที่เหลือก็รอผลสอบซึ่งเธอมั่นใจว่ายังไงเธอก็สอบผ่







