تسجيل الدخول“นี่ยัยตา เสียใจเดี๋ยวตาฟินก็หาย ไม่กี่วันหรอก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด ถึงแม้ลึกๆเธอจะแอบรู้สึกตกใจอยู่เหมือนกันที่ลูกชายของเธอดื่มเหล้ามาแบบนั้น ‘นี่ตาฟินเสียใจเรื่องแม่นั่นขนาดนี้เลยเหรอ แต่...ก็คงจะเสียใจไม่กี่วันหรอกมั้ง’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกมั่นใจ
“แต่คุณพี่...”
“พอยัยตา เดี๋ยวพี่จะโทรไปถามแม่นั่นเพื่อความชัวร์เอง” คุณหญิงชญาดาเดินไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าส่วนตัวซึ่งวางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกเพื่อโทรศัพท์ไปหาดอกแก้ว ‘เธอสืบประวัติของแม่ดอกแก้วนั่นมาหมดแล้วทำไมแค่เบอร์โทรศัพท์ของแม่นั่นเธอจะไม่รู้’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางกดโทรศัพท์โทรออกไปหาดอกแก้วในขณะที่คุณหญิงชลิตาก็ได้แต่ส่ายหัวให้กับพี่สาวของตัวเองและรู้สึกเห็นใจหลานชายของตัวเองที่ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ก่อนที่คุณหญิงชลิตาจะเดินกลับไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร
ด้านดอกแก้วที่กลับมาจากโรงพยาบาลหลังจากที่ไปเยี่ยมแม่จนตอนนี้เธอกลับมาถึงที่บ้าน ตอนนี้เธอกำลังจะเตรียมตัวเพื่อไปอาบน้ำชำระร่างกายแต่จู่ๆเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น
“เบอร์ใคร” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่เธอจะกดรับโทรศัพท์
“ฮัลโหล” ดอกแก้วกรอกเสียงพูดลงไป
“บอกเลิกลูกชายฉันแล้วใช่ไหม”
“นั่น...”
“ฉันเอง คุณหญิงชญาดา”
“อ้อ...”
“นี่เธอบอกเลิกลูกชายฉันแล้วใช่ไหม”
“ค่ะ”
‘ว่าแล้ว ตาฟินถึงมีสภาพแบบนั้น’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
“ดีจ๊ะ แล้วอย่าลืมตัดการติดต่อกับลูกชายฉันทุกช่องทางนะจ๊ะ บล็อคทุกอย่างให้หมด แล้วอย่ามาเจอลูกชายฉันอีก ยังไงเธอเองก็เรียนจบแล้ว ก็จบกันแต่เพียงเท่านี้นะ แล้วฉันรับรองว่าแม่ของเธอจะได้รับการรักษาอย่างดีที่สุด”
ดอกแก้วได้ฟังแบบนั้นเธอก็กลืนก้อนสะอื้นลงไปในลำคออย่างยากลำบากก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบกลับไป
“ค่ะ”
“ดีมากจ๊ะสาวน้อย งั้นแค่นี้นะ”
“ค่ะ สวัสดีค่ะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางวางสายโทรศัพท์จากคุณหญิงชญาดาแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลออกมาหยดลงใส่โทรศัพท์
“จบกันแต่เพียงเท่านี้นะฟิน แก้ว แก้วขอโทษ” ดอกแก้วเอ่ยพูดพลางตัดสินใจบล็อคเบอร์บล็อคไลน์ของฟินและตัดการติดต่อกับฟินทุกช่องทางไม่ว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์
‘เธอต้องคิดถึงแม่ คิดถึงอนาคต...อนาคตของเธอ ต้องหางานทำหลังจากเรียนจบเพื่อเก็บเงินไว้เป็นค่าใช้จ่ายภายในบ้าน จะมามัวแต่นั่งเสียใจอยู่ไม่ได้’ ดอกแก้วคิดได้ดังนั้นเธอจึงปาดน้ำตาทิ้ง
“มันไม่มีทางอื่นแล้ว ต้องมูฟออนเท่านั้น ในเมื่อเธอเลือกแล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดพึมพำให้กำลังใจตัวเองก่อนที่เธอจะเดินเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายแล้วเตรียมตัวเข้านอน
ด้านคุณหญิงชญาดาเมื่อวางสายจากดอกแก้วแล้วเธอก็เดินออกมาจากห้องรับแขกด้วยรอยยิ้ม เธอเดินผ่านไปยังห้องอาหารเพื่อขึ้นไปข้างบน เธอตั้งใจจะขึ้นไปดูลูกชายของเธอสักหน่อย
“คุณพี่ไม่ทานข้าวก่อนเหรอคะ” คุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเอ่ยพูดขึ้นเมื่อเห็นพี่สาวของตัวเองกำลังจะเดินผ่านขึ้นไปข้างบน
“ไม่ล่ะ เธอทานเลยยัยตา พี่จะขึ้นไปดูตาฟินสักหน่อย” คุณหญิงชญาดาหันมาตอบน้องสาวก่อนที่จะเดินขึ้นไปข้างบน
คุณหญิงชลิตาจึงสั่งให้ป้าสุกตักข้าวแล้วนั่งทานข้าวคนเดียวเพราะถึงเธอจะรู้สึกเป็นห่วงหลานชายแต่ตอนนี้เธอรู้สึกหิวเต็มที
ในขณะที่อีกด้านฟินที่ขึ้นมาบนห้องพักของเขา ตอนนี้เขากำลังนั่งร้องไห้อยู่ที่ปลายเตียงพลางมองดูรูปคู่ระหว่างเขากับดอกแก้วที่อยู่ในโทรศัพท์มือถือ
“ทำไม ทำไมแก้วต้องทำกับผมแบบนี้ กลับมาหาผมได้ไหม” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาทั้งน้ำตาพลางกำโทรศัพท์มือถือไว้แน่นก่อนที่เขาจะตัดสินใจโทรหาดอกแก้ว
‘ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก’
“โธ่เว้ย!” ฟินเอ่ยพูดสบถออกมาพลางปาโทรศัพท์มือถือลงไปที่พื้นเป็นจังหวะเดียวกับที่คุณหญิงชญาดาเปิดประตูเข้ามาในห้องของเขาพอดี คุณหญิงชญาดาเห็นเหตุการณ์ที่ลูกชายของตนปาโทรศัพท์มือถือลงไปที่พื้น
“ฟิน ทำไมทำแบบนี้ล่ะลูก แล้วนั่นมือของลูกไปโดนอะไรมาทำไมพันผ้าก๊อตแบบนั้น” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางเดินเข้ามานั่งลงที่ปลายเตียงข้างๆลูกชาย
“มือ มือผม ช่างมันเถอะครับแม่ ผม...ผม...ผม ผมโทรหาแก้วไม่ติด ทำไม ทำไมผมโทรหาแก้วไม่ติดล่ะครับแม่” ฟินเอ่ยพูดตัดพ้อออกมาทั้งน้ำตานองหน้า เขาร้องไห้ตัวสั่นออกมาอย่างหนัก
“ฟิน...” คุณหญิงชญาดาแอบอึ้งไปกับท่าทางของลูกชายเพราะเธอไม่เคยเห็นลูกชายของเธอเป็นแบบนี้มาก่อน ‘นี่ลูกชายของเธออาการหนักขนาดนี้เลยเหรอ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางโอบไหล่ลูกชายเข้ามาไว้ในอ้อมกอด
“ไม่เป็นไรนะลูก ไม่เป็นไรนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกอดลูกชายไว้ในอ้อมกอดแน่น
ในขณะที่ฟินเขาก็ร้องไห้ฟูมฟายออกมาอย่างหนักก่อนที่เขาจะทรุดตัวลงนอนหนุนตักแม่ของเขาพลางเอ่ยพูดตัดพ้อพร่ำเพ้อออกมา
“แม่ครับ แก้วเขาทิ้งผมไปแล้ว ทำไมแก้วเขาถึงทิ้งผม ผมไม่ดีตรงไหน ผมรักเขา ผมทุ่มเททั้งใจให้เขาทุกอย่างดูแลเขาแล้วผมพลาดตรงไหน ผมพลาดตรงไหนอะแม่ ผมผิดอะไร ทำไมเขาถึงทิ้งผม ทำไมเขาต้องบอกเลิกผม ทำไม ผมอยากพาเขามาเจอแม่มาเจอน้าตา แม่คงไม่มีโอกาสได้เจอแก้วแล้ว” ‘เขารักแก้วมาก ถึงแก้วจะไม่ใช่แฟนคนแรกของเขาเพราะก่อนหน้านั้นเขาก็มีแฟนมีป๊อปปี้เลิฟมาบ้าง แต่แก้วก็เป็นแฟนที่เขารักและจริงจังด้วยมากที่สุดเป็นแฟนคนแรกที่เขาอยากจะพามาเจอกับครอบครัว แต่เขาคงไม่มีโอกาสนั้นแล้วใช่ไหม’ ฟินคิดในใจทั้งน้ำตา
“ไม่เป็นไรลูก ฟิน ลูกไม่ได้พลาดตรงไหน ลูกของแม่มีดีทุกอย่าง ทั้งรูปร่างหน้าตาฐานะ....”
“ผมมีดีทุกอย่างแล้วทำไมเขาถึงทิ้งผมล่ะครับ ทำไมครับแม่ ทำไมเขาถึงทิ้งผมไปกับไอ้นั่น มันมีอะไรดีกว่าผม ผมรักเขา แล้วทำไมเขาถึงบอกเลิกผม ทำไมเขาถึงนอกใจผม นอกใจผม!! นอกใจผมได้ยังไง!!!” ฟินเอ่ยพูดพรั่งพรูออกมาทั้งน้ำตาด้วยความโกรธเกรี้ยวบวกกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขาพลางเงยหน้าขึ้นมาจากตักของแม่มานั่งข้างๆแม่ของเขาแล้วมองหน้าแม่ของเขาอย่างต้องการคำตอบ
“นอกใจ แฟนของลูกนอกใจลูกเหรอ”
“ครับแม่”
‘นี่แม่ดอกแก้วนั่นนอกใจลูกชายเธอเหรอ ไวไฟขนาดนั้นเชียว แต่ก็ดี หึ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
“งั้นผู้หญิงคนนั้นก็ไม่คู่ควรกับลูกของแม่ ผู้หญิงคนนั้นต่างหากที่พลาดที่ไม่ดีไม่มีความซื่อสัตย์ ลูกจะไปแคร์ผู้หญิงแบบนั้นทำไม ช่างเถอะนะลูก อย่าไปอาลัยอาวรณ์ผู้หญิงหลายใจแบบนั้นเลย ผู้หญิงแบบนั้นไม่มีค่าพอให้ลูกของแม่ต้องมานั่งเสียเวลาเสียใจแบบนี้ คงจะมั่วไม่เลือก สำส่อน แล้วก็คงจะคบซ้อนแน่ๆ” คุณหญิงชญาดาได้ทีเอ่ยพูดให้ร้ายดอกแก้วให้ลูกชายของเธอฟัง
ที่โรงพยาบาลหลังจากที่ดอกแก้วฝากครรภ์เรียบร้อยแล้วเธอกับฟินก็ออกมาพูดคุยกับคุณหญิงชญาดาและคุณหญิงชลิตาที่นั่งรออยู่ด้านนอก“เดี๋ยวแม่กับน้าต้องไปเข้าประชุมแล้วนะ” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“อ้าว...ผมว่าจะชวนแม่กับน้าตาไปทานข้าวฉลองด้วยกัน”“เอาไว้วันหลังก็ได้ลูก วันเสาร์อาทิตย์ก็ได้ แล้ววันเสาร์อาทิตย์ก็กลับบ้านไปทานข้าวกับแม่และน้าเหมือนเดิมด้วยนะ ไม่ใช่มีเมียแล้วลืมแม่กับน้า พาเมียไปด้วยก็ได้จะได้รู้จักกันมากขึ้น” คุณหญิงชญาดาพูด“ครับแม่ ผมไม่ลืมแม่กับน้าตาหรอกครับ”“เธอก็เหมือนกัน ดอกแก้ว ฝากท้องแล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ทานข้าวให้ตรงเวลา เดินเหินอะไรก็ระมัดระวัง แล้วเดี๋ยวฉันจะให้สาวใช้ที่บ้านไปอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่ตาฟินไปทำงานคอยทำงานบ้านให้ด้วย แล้วถ้าฉันว่างฉันจะไปหา” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ขอบคุณค่ะ คุณป้า” ดอกแก้วเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มอย่างไม่เรื่องมาก“แหมคุณพี่ ไม่ค่อยเป็นห่วงลูกสะใภ้เลยนะคะ” คุณหญิงชลิตาเอ่ยแซวคุณหญิงชญาดา“ฉันเป็นห่วงหลานฉันต่างหาก”“เหรอคะ ปากแข็งนะคะคุณพี่” คุณหญิงชลิตารู้ดีว่าพี่สาวของเธอเริ่มจะใจอ่อนเปิดใจให้ดอกแก้วบ้างแล้ว“นี่ยัยตา อย่ามาแซวพี่ ไปประชุมกัน
วันต่อมาคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาเดินทางมาที่บ้านพงษ์วานิชเพราะต้องการจะมาพูดคุยกับฟินและดอกแก้วถึงชีวิตของทั้งคู่โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาที่ต้องการจะมาพูดคุยกับทั้งคู่ถึงชีวิตหลังจากนี้ คุณหญิงชญาดาคิดว่าฟินคงจะอยู่กับดอกแก้วที่บ้าน ‘เพราะเธอโทรไปเช็คกับเลขาของฟินแล้วว่าวันนี้ฟินไม่เข้าบริษัท ช่วงเช้านี้เธอเองก็พอจะมีเวลาก็เลยตัดสินใจให้คนขับรถขับรถพาเข้ากรุงเทพเพื่อมาหาฟินกับดอกแก้วเพราะเดี๋ยวช่วงบ่ายเธอก็ต้องกลับไปทำงานที่โรงพยาบาลต่อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจในขณะที่ฟินกับดอกแก้วที่กำลังเดินลงบันไดมาจากห้องพัก ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันลงมาโดยที่ฟินโอบกอดเอวบางของดอกแก้วเอาไว้“วันนี้แก้ว...แต่งตัวสวยจัง สวยเป็นพิเศษเลยนะจากปกติที่ก็สวยมากๆอยู่แล้ว ผมว่าจะชมแก้วตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางก้มลงไปหอมเรือนผมของดอกแก้ว“ค่ะแก้วไม่ปฏิเสธ ก็วันนี้เป็นวันแต่งงานเริ่มต้นชีวิตคู่ของเราอย่างเป็นทางการนี่คะ แต่วันนี้ฟินก็แต่งตัวหล่อกว่าทุกวันจากปกติที่ก็หล่อมากๆอยู่แล้ว” ดอกแก้วเอ่ยพูดชมฟินกลับไปด้วยความรู้สึกเขินอาย“ครับ แน่นอน ผมก็ไม่ปฏิเสธเหมือนกัน ก็วันนี้เป็นวันสำคัญของเราผ
“ก็..ค่ะ แก้ว...แก้วจะแต่งงานกับฟิน”“เยส!” ฟินเอ่ยพูดพลางยื่นหน้าเข้าไปจูบหน้าผากของดอกแก้วก่อนที่เขาจะผละออกมาแล้วใช้มือลูบศีรษะของเธอ“ผมรักแก้วนะ รักมากที่สุดเลย”“อืม แก้วรู้แล้ว แก้วก็รักฟินเหมือนกันนะ”“อือ แล้วเราจะจัดงานแต่งงานกันแบบไหนดี” ฟินเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“เออ...คือ...แก้วขอไม่จัดงานแต่งได้ไหม”“ทำไมอะแก้ว”“ก็...จริงๆแก้วก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงาน...แล้วแก้วก็ไม่ได้มีญาติพี่น้องที่ไหนแล้วด้วย...สำหรับแก้วงานแต่งงานมันไม่จำเป็นหรอกสิ้นเปลืองเปล่าๆขอแค่...แก้วได้อยู่กับฟินแก้วก็ดีใจมากแล้ว”“แก้ว แน่ใจนะ” ‘จริงๆเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องงานแต่งงานเหมือนกัน แต่เขาก็แค่อยากจะให้เกียรติเธอ แต่ยังไงก็คงต้องแล้วแต่เธอเพราะเขายังไงก็ได้อยู่แล้วขอแค่เขาได้อยู่กับเธอก็พอแล้ว’ ฟินคิดในใจ“อืม” ดอกแก้วเอ่ยตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม“งั้นไม่อยากจัดงานแต่งงานก็ไม่เป็นไรแต่อย่างน้อยก็...จดทะเบียนสมรสกันนะ” ฟินเอ่ยพูด“อือ ค่ะ เราจดทะเบียนสมรสกันก็พอ” ดอกแก้วเอ่ยพูดก่อนที่ฟินกับดอกแก้วจะโผเข้ากอดกันอีกครั้งด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุข...ก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกมา“งั้นผมว่าเราไปดินเนอร์กัน
“ก็ได้ ยังไงนังดอกแก้วมันก็ท้องแล้วนี่” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางมองหน้าลูกชายของเธอ“พูดถึงเมียผมให้มันดีๆหน่อยครับแม่”“เออๆ ไหนๆมันก็...เอ้ย!...ดอกแก้วก็ท้องแล้วนี่ ลูกฟินก็หลานแม่เหมือนกัน ถึงแม่จะไม่ชอบมัน...เอ้ย!...ดอกแก้ว แต่แม่ก็คงไม่ใจร้ายกับหลานตัวเองจนพรากครอบครัวของหลานตัวเองไปหรอก แต่...ฟินก็ต้องให้เวลาแม่ทำใจยอมรับเมียฟินบ้าง” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางปาดเช็ดน้ำตา“ครับ...แต่อย่านานนะครับแม่”“เออ แม่รู้แล้ว”“ดีแล้วค่ะคุณพี่” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มพลางจับแขนพี่สาวของเธอเอาไว้“คงสมใจเธอแล้วสิยัยตาที่ได้แม่ดอกแก้วเป็นหลานสะใภ้น่ะ”“ค่ะ คุณพี่ สมใจตามาก น้ายินดีด้วยนะฟิน เอาไว้พาแม่ดอกแก้วเขามาทานข้าวด้วยกันที่บ้านบ้าง”“นี่ยัยตา!..น้อยๆหน่อย” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดพลางกระทุ้งข้อศอกใส่น้องสาวของเธอ“ครับน้าตา ขอบคุณมากนะครับ”“เฮ้อ...นี่ฉันคงต้องโทรไปขอโทษคุณหญิงปิ่นแก้วกับหนูแพรวพรรณรายว่าคงไม่ได้ดองกันแล้ว เพราะตาฟินมีครอบครัวแล้วนี่ เสียดายชะมัด” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูด“ก็ดีแล้วครับแม่ รีบโทรไปบอกเลย งั้นไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ”“จะไปไหนล่ะไม่อยู่ทานข้าวเย็นกับแม่
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก







