เข้าสู่ระบบตลอดหลายวันที่ผ่านมา เหตุการณ์ทุกอย่างยังคงดำเนินไปแบบนี้ ฟินยังคงเศร้าเสียใจและกินเหล้าเมามายแล้วก็ยังคงเอาแต่คิดถึงดอกแก้วอยู่เหมือนเดิมทุกวัน
‘แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหาเธอที่ไหนแล้ว จะโทรหาเพื่อนของเธอเขาก็ไม่มีเบอร์โทรศัพท์แม้กระทั่งพี่แตงกวาซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอเขาก็ไม่มีเบอร์โทรศัพท์แล้วอีกอย่างช่วงนี้ก็เป็นช่วงปิดเทอมจะไปถามเอาจากใครก็ยาก แล้วเธอกับเพื่อนของเธอต่างก็เรียนจบกันไปหมดแล้วด้วย เขาอยากจะไปถามหาเธอจากไอ้ต้นแต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปตามหามันจากที่ไหน เขาแค่อยากจะพูดคุยกับเธออีกสักครั้ง เผื่ออะไรๆมันจะดีขึ้น’ ฟินคิดในใจพลางยกขวดเหล้าขึ้นมาดื่มในห้องพักของเขาที่บ้าน
“โธ่เว้ย!” ฟินสบถออกมาทั้งน้ำตาพลางปาขวดเหล้าลงไปที่พื้น
เวลาผ่านไปจนมาถึงตอนนี้ก็ร่วมๆสองเดือน ฟินก็ยังคงเศร้าเสียใจแล้วพยายามตามหาดอกแก้ว ฟินคิดว่าจะไปหาดอกแก้วที่งานรับปริญญาเผื่อว่าจะเจอเธอแต่เขาก็ไม่ได้ไปเพราะอาการเมาค้างที่เกิดจากการที่เขากินเหล้าทุกวันทำให้เขาไปไม่ไหว เขากำลังจะไปงานรับปริญญาที่มหาวิทยาลัยแต่ก็ล้มลงที่หน้าบ้านจนคนงานในบ้านต้องช่วยกันพยุงพาเขากลับขึ้นมาพักบนห้อง
‘นี่เขาคงต้องถอดใจเรื่องดอกแก้วแล้วใช่ไหม’ ฟินคิดในใจในขณะที่เขานอนพักอยู่บนเตียงในห้องนอนพลางน้ำตาก็ไหลออกมา
ขณะที่ดอกแก้วเธอยังคงดำเนินชีวิตไปตามปกติเหมือนเดิมเช่นทุกวัน ตอนนี้เธอรู้สึกสบายใจมากขึ้นถึงจะยังรู้สึกเป็นห่วงแม่แต่ตอนนี้แม่ของเธอก็อาการดีขึ้นตามลำดับถึงจะยังไม่ฟื้นก็ตามแต่ก็พ้นขีดอันตรายแล้ว ส่วนเรื่องฟินเธอก็ทำใจได้มากขึ้นถึงจะยังรักและคิดถึงเขาอยู่บ้างแต่ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไป ตอนนี้เธอได้งานประจำทำแล้วเป็นงานออกแบบตกแต่งภายในตามที่เธอถนัดและเรียนมาจะได้เริ่มงานอาทิตย์หน้า ส่วนเรื่องงานรับปริญญาเธอไม่ได้เข้ารับเพราะแม่ของเธอยังไม่ฟื้นและค่าใช้จ่ายในการรับปริญญาก็เยอะ เธออยากจะเก็บเงินไว้ใช้ให้เป็นประโยชน์เอาไว้ดูแลค่าใช้จ่ายภายในบ้านและดูแลแม่ของเธอในส่วนอื่นๆ แต่เธอก็ไปถ่ายรูปสวมชุดครุยกับเพื่อนๆของเธอแล้ว เธอมีเพื่อนอยู่ไม่เยอะในกลุ่มก็แค่สี่ถึงห้าคนแต่ที่สนิทและรู้เรื่องของเธอทุกอย่างมีแค่คนเดียวคือแตงกวา แล้วตอนนี้เธอกับแตงกวาก็ไม่ค่อยได้เจอกันรวมถึงคนอื่นๆด้วยเพราะต่างคนต่างก็แยกย้ายไปมีชีวิตเป็นของตัวเอง มีบ้างที่แตงกวามาเยี่ยมแม่ของเธอแล้วนานๆเธอกับแตงกวาถึงจะเจอกันทีส่วนเพื่อนคนอื่นๆแทบจะไม่ได้ติดต่อกัน
เวลาผ่านไปสามถึงสี่เดือน
ฟินก็ยังคงใช้ชีวิตเหมือนเดิมยังคงกินเหล้าเมามายเหมือนเดิม เขาออกไปซื้อเหล้าแล้วก็เอากลับมากินที่บ้านทุกวัน จนตอนนี้เวลาก็ผ่านไปสามถึงสี่เดือนแล้วถึงฟินจะถอดใจจากดอกแก้วไปแล้วแต่เขาก็ยังคงเศร้าเสียใจไม่สามารถทำใจได้ ฟินกินเหล้าเมาหัวราน้ำทุกวันจนตอนนี้มหาวิทยาลัยเปิดเทอมแล้วเขาก็ไม่ยอมไปเรียน จนคุณหญิงชญาดา คุณหญิงชลิตา หรือแม้แต่ป้าสุกที่เห็นฟินมาตั้งแต่เด็กเพราะมาทำงานอยู่ที่บ้านหลังนี้ได้สิบกว่าปีแล้ว เริ่มรู้สึกเป็นห่วง โดยเฉพาะคุณหญิงชญาดาแม่ของฟิน คุณหญิงชญาดาที่ตอนนี้รู้สึกกลุ้มใจ เครียดและรู้สึกเป็นห่วงลูกชายอย่างมาก เพราะเวลาที่คุณหญิงชญาดากลับมาจากการทำงานทีไรก็มักจะเห็นฟินเมาหัวราน้ำจนต้องแบกหามกันขึ้นมานอนบนเตียงทุกวัน
‘ไปเรียนก็ไม่ไปทั้งที่เปิดเทอมแล้วแต่ก็ไม่เป็นไร เรื่องเรียนเธออยากให้ลูกชายไปเรียนต่อต่างประเทศมากกว่าแต่ตอนนี้เธอต้องจัดการอะไรบางอย่างแล้ว เธอชักจะทนกับพฤติกรรมของลูกชายไม่ไหวแล้ว กินแต่เหล้าข้าวปลาไม่ยอมกินเป็นแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว ไม่รู้ว่าลูกชายของเธอจะเศร้าเสียใจไปถึงเมื่อไรจะรักแม่ดอกแก้วนั่นอะไรกันนักกันหนา คนเป็นแม่อย่างเธอเห็นแล้วก็ได้แต่เจ็บใจที่เห็นลูกชายต้องมีสภาพเละเทะแบบนี้ ตาฟินโทรมไปมาก ลูกชายที่น่ารักของเธอหายไปไหน ทำไมไม่รักตัวเองไม่เห็นแก่แม่อย่างเธอบ้าง หลงผู้หญิงเหมือนคุณรัฐพ่อของเขาไม่มีผิด เดี๋ยวกลับไปถึงบ้านก่อนเธอจะต้องจัดการขั้นเด็ดขาดแล้ว เธอทนไม่ไหวแล้วที่เห็นลูกชายเป็นแบบนี้’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจพลางปาดน้ำตาที่ไหลออกมาทิ้งขณะอยู่ที่ห้องทำงาน
ช่วงเย็น 16:00 นาฬิกา
ตอนนี้คุณหญิงชลิตายังคงทำงานอยู่ที่ทำงาน ในขณะที่คุณหญิงชญาดากลับบ้านมาก่อนเพื่อจัดการปัญหาเรื่องลูกชาย
‘วันนี้ปัญหาเรื่องลูกชายของเธอจะต้องจบลง ลูกชายของเธอต้องกลับมาเป็นผู้เป็นคนเหมือนเดิม’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจระหว่างนั่งรถเดินทางกลับมาที่บ้านโดยมีคนขับรถซึ่งเป็นสามีของป้าสุกชื่อลุงใจทำหน้าที่คนขับรถ
สักพัก...คุณหญิงชญาดาเดินทางกลับมาถึงบ้าน มีป้าสุกและฟ้ากับฝนออกมาต้อนรับเหมือนเช่นทุกวัน
“วันนี้ตาฟินเป็นยังไงบ้าง” คุณหญิงชญาดาที่กลับมาถึงบ้านเอ่ยถามทุกคนถึงลูกชายของเธอ
“ก็...เหมือนเดิมค่ะคุณหญิง” ป้าสุกเอ่ยตอบ
“ไม่ดีขึ้นเลยเหรอ”
“ค่ะ” ป้าสุกพูด
“ไม่เป็นไร วันนี้ทุกอย่างต้องจบลง เดี๋ยวฉันจัดการเอง” คุณหญิงชญาดาพูดจบเธอก็เดินผ่านทั้งสามคนไปเพื่อเดินขึ้นไปข้างบน เธอเดินไปที่ห้องของฟินก่อนที่เธอจะเปิดประตูเข้าไปแล้วเห็นภาพลูกชายของเธอเมามายหัวราน้ำนั่งอยู่ที่พื้นกับขวดเหล้าทั้งน้ำตาแล้วเอาแต่พูดพร่ำเพ้อถึงดอกแก้ว ตอนนี้หนวดเคราของฟินขึ้นเต็มใบหน้า น้ำท่าก็ไม่อาบ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนร่างกายสูบผอมจากคนที่หน้าตาดีหล่อเหลาชาติตระกูลดีจนติดอันดับลูกหลานไฮโซตัวท็อปแต่ตอนนี้กลายเป็นอะไรแล้วก็ไม่รู้
คุณหญิงชญาดาเห็นสภาพของลูกชายแบบนั้นก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว น้ำตาของเธอไหลออกมาพลางเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงข้างๆลูกชายของเธอ
‘ลูกชายของเธอจะรู้บ้างไหม...ว่าเธอต้องเสียน้ำตาแทบจะทุกครั้งที่เห็นสภาพของลูกชายและได้ยินลูกชายของเธอพร่ำเพ้อเรียกหาแม่ดอกแก้ว’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
“ฟิน ฟินจะเป็นแบบนี้อีกนานไหม ห๊ะ! แม่ทนไม่ไหวแล้วนะลูก” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดทั้งน้ำตา
“แม่ แม่ ผมไม่รู้” ฟินเอ่ยพูดด้วยอาการมึนเมาพลางเงยหน้ามองแม่ของเขา
“แม่ๆร้องไห้”
“ใช่ ฟินรู้ไหมว่าแม่ทุกข์ใจมากแค่ไหนที่เห็นฟินเป็นแบบนี้ ฟินจะเศร้าเสียใจไปถึงเมื่อไร จะเสียใจให้นังนั่นไปถึงไหน นังดอกแก้วมันมีอะไรดีนักหนามันถึงทำให้ลูกของแม่เป็นได้ถึงขนาดนี้...ฮือๆ”
“แม่ คือ...ผม” ฟินเอ่ยพูดทั้งน้ำตา เขารู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นแม่ของเขาร้องไห้ออกมาแบบนี้
“ฟินรู้ไหมว่าแม่เจ็บปวดขนาดไหนที่ลูกชายของแม่เป็นแบบนี้ ลูกชายของแม่ร้องไห้คร่ำครวญเสียใจให้กับผู้หญิงที่ไม่ซื่อสัตย์กับลูกคนนั้น อย่าลืมนะ ลูกบอกแม่เองว่าผู้หญิงคนนั้นนอกใจลูก มันทิ้งลูกไปกับผู้ชายคนอื่น แล้วลูกจะไปคิดถึงมันทำไม ห๊ะ!” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดกับลูกชายทั้งน้ำตานองหน้าพลางมองหน้าลูกชาย ‘เธอรู้สึกเจ็บปวดจริงๆที่ลูกชายเป็นแบบนี้ เธอคาดไม่ถึงเลยว่าลูกชายจะเสียใจให้นังดอกแก้วมากมายขนาดนี้ ทั้งที่รู้ว่ามันนอกใจถึงมันจะไม่ได้นอกใจจริงๆตามที่มันบอก แต่ลูกชายของเธอก็รับรู้ว่ามันนอกใจแต่ลูกชายของเธอก็ยังรักยังคร่ำครวญยังเสียใจให้มันขนาดนี้ ทำไมกัน’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
“ลูกเคยคิดถึงแม่ คิดถึงความรู้สึกแม่บ้างไหม พ่อของลูกก็รักคนอื่นมากกว่าแม่ นอกใจแม่ แล้ววันนี้ลูกก็ยังรัก ยังเห็นผู้หญิงคนอื่นดีกว่าแม่อีก ทำไมล่ะลูก” ‘อย่างที่บอกคุณรัฐพ่อของฟินเป็นคนเจ้าชู้ ถึงเธอจะพยายามปิดบังไม่ให้ตาฟินรู้แต่ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งก่อนที่พ่อของตาฟินจะล้มป่วยแล้วเสียชีวิต ตาฟินบังเอิญมาเห็นเหตุการณ์ที่เธอกับพ่อของเขาทะเลาะกันเรื่องผู้หญิงในห้องรับแขก ตาฟินโกรธพ่อของเขามาก แต่คุณรัฐก็พยายามขอโทษลูกชายบวกกับมาล้มป่วยตาฟินจึงให้อภัยพ่อของเขาก่อนที่พ่อของเขาจะเสียชีวิต’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจ
คุณหญิงชญาดาแอบฉุกคิดในสิ่งที่คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูด ‘เธอเองก็แอบกลัว...ว่าตาฟินจะโกรธจนไม่ยอมมาหาเธอมาเจอเธออีกแล้วไม่ยอมกลับบ้าน...แล้ว...ถ้าตาฟินหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปกับแม่ดอกแก้วตามที่น้องสาวของเธอพูดล่ะ...เฮ้อ แต่เธอก็ทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆแล้วเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงแล้วเหมือนกัน แต่...ไม่...เธอไม่ยอมรับเธอยอมรับไม่ได้...เฮ้อ’ คุณหญิงชญาดาคิดในใจด้วยความรู้สึกสับสนก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเขาปอดลึกๆเรียกความมั่นใจให้กับตัวเองแล้วเอ่ยพูดขึ้น“ไม่! ยังไงพี่ก็รับไม่ได้ เธอไม่ต้องมาพยายามพูดเกลี้ยกล่อมพี่อีก พี่จะหาทางขัดขวางตาฟินกับนังดอกแก้วให้ได้”“แม่คิดจะทำอะไรครับ” ฟินที่ยืนแอบฟังอยู่นานเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกโกรธเกรี้ยวที่ได้ยินแม่ของเขาพูดจาแบบนั้นพลางกำหมัดไว้แน่น ‘เขากะว่าจะมาคุยด้วยดีๆแต่เขาต้องมาได้ยินแม่ของเขาพูดอะไรแบบนี้ หึ’ ฟินคิดในใจส่วนคุณหญิงชญาดากับคุณหญิงชลิตาก็ลุกขึ้นยืนจากโซฟาด้วยความรู้สึกตกใจที่เห็นฟินมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทั้งสองคนคิดว่าฟินคงจะได้ยินสิ่งที่พวกเธอทั้งสองคนพูดคุยกัน“ฟิน....” คุณหญิงชญาดาเอ่ยพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตกใจแต่เธอ
“อืม ผมเข้าใจแล้ว แต่ต่อไปนี้ถ้ามีอะไรแก้วต้องบอกผมก่อนนะ อย่าคิดเองคนเดียวหรือแก้ปัญหาเองคนเดียว แก้วมีผมนะ มีอะไรเราจะช่วยกันแก้ปัญหา...อย่าทิ้งกันไปอีก”“อือค่ะ...แต่ว่า...มันก็ขึ้นอยู่กับแม่ของคุณด้วยถ้าแม่ของคุณไม่ยอมให้ฉันอยู่กับคุณ.....”“ไม่ แก้ว อย่าคิดมากแบบนั้น เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ผมจะกลับไปที่บ้านไปคุยกับแม่ของผม”“แล้วแม่ของคุณจะยอมใช่ไหมคะ” ดอกแก้วเอ่ยพูดออกไปด้วยความรู้สึกกังวล ‘สำหรับเธอคุณหญิงชลิตาน้าของฟินไม่เท่าไร คุณหญิงชลิตาดูใจดีดูไม่ได้มีท่าทีที่จะไม่ชอบหรือว่ารังเกียจเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน แต่...คุณหญิงชญาดาแม่ของฟินนี่สิ...เฮ้อ....’ ดอกแก้วคิดในใจ“ยังไงก็ต้องยอม เชื่อผม” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วที่อยู่ในอ้อมกอดของเขาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ‘จริงๆเขาก็ไม่แน่ใจหรอกว่าแม่ของเขาจะยอมไหม....แต่ถึงไม่ยอมเขาก็ไม่สน’ ฟินคิดในใจ“เรามาคุยเรื่องของเรากันดีกว่า ผมอยากให้แก้วกลับมาเรียกผมว่าฟินแล้วก็แทนตัวเองว่าแก้วเหมือนที่เคยเรียก เรียกผมว่าคุณมันดูห่างเหินยังไงก็ไม่รู้ ได้ไหม”“ก็..ค่ะ ฟิน”“อืม” ฟินก้มลงไปจูบหน้าผากของดอกแก้ว“แล้วแก้วอยากได้ลูกสาวหรือว่าลูกชายเหรอ”“ลูก
“จริงๆฉันทำเองก็ได้นะคะ งานบ้านน่ะ”“ได้ไงล่ะ แก้วเพิ่งเป็นลมแล้วก็ไม่สบายอยู่ แล้วที่สำคัญแก้วก็กำลังท้องอยู่ด้วย”“ฉันดีขึ้นแล้วค่ะ คนท้องไม่ใช่คนป่วยขนาดนั้นหรอกนะคะ ยังพอทำอะไรได้ก็ควรทำเป็นการออกกำลังไปในตัวด้วย”“จ้า ผมไม่เถียงกับแก้วแล้ว แต่...แก้ว...แก้วไปอยู่กับผมที่บ้านผมเถอะนะ เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันนะ ไหนๆแก้วก็ท้องแล้ว นะ” ฟินเอ่ยพูดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจังพลางกุมมือของดอกแก้วเอาไว้“คือ...คือเรื่องแม่คุณ...แม่คุณคงไม่ยอมหรอกค่ะ ฉันไม่อยากมีปัญหา แล้วจริงๆ ถ้าแม่คุณไม่ยอม...คุณ...คุณก็รับผิดชอบแค่ลูกก็ได้ค่ะ” ‘เธอกลัวว่าแม่ของเขาซึ่งไม่ชอบเธอจะมาตามรังควานเธอแล้วฟินจะต้องมีปัญหากับแม่และครอบครัวของเขา เธอไม่อยากให้เขามีปัญหากับที่บ้าน ถึงเธอจะรักเขามากแค่ไหนแต่เธอก็ยังกังวลเรื่องแม่ของเขาอยู่ดี เธอ..เธอไม่กล้ากลับไปคบหาหรืออยู่กับเขาหรอก...เธอกลัวว่าจะมีปัญหาจากแม่ของเขาตามมา แล้วเขาบอกว่าจะยกเลิกสัญญากู้เงินหกเดือนนั่นให้เธอ เธอก็คงจะไปเก็บเสื้อผ้าจากบ้านของเขาแล้วกลับมาอยู่ที่บ้านของตัวเอง คิดแล้วก็ใจหาย จริงๆเธอเองก็...ก็อยาก...อยากอยู่กับเขา’ ดอกแก้วคิดในใจพลางน้ำตาคลอแ
“อย่างที่บอก ตอนนี้คนไข้ตั้งครรภ์ได้สี่สัปดาห์แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ฝากครรภ์ เดี๋ยวหมอจะจัดยาสำหรับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ให้นะคะ รับยาแล้วกลับบ้านได้เลย ไม่มีอะไรแล้วหมอขอตัวก่อนนะคะ ยินดีด้วยอีกครั้งนะคะ” หมอพูดจบแล้วก็เดินออกไป“งั้นเราไปรับยาแล้วกลับบ้านกันแก้ว” ฟินเอ่ยพูดกับดอกแก้วด้วยรอยยิ้ม“ฉัน..ฉันกลับเองก็ได้ค่ะ คุณกลับไปเถอะฉันรบกวนคุณมามากแล้ว”“ได้ไงล่ะแก้ว แก้วกำลังท้องอยู่นะ ไปกลับบ้านกัน” ฟินเอ่ยพูดด้วยรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีก่อนที่เขาจะประคองกอดดอกแก้วให้ลุกขึ้นแล้วเดินออกมาฟินพาดอกแก้วไปรับยาตามที่หมอบอกพร้อมกับจ่ายค่ารักษาพยาบาลก่อนที่เขาจะพาเธอมาที่รถแล้วขับรถออกไปมุ่งหน้ากลับไปยังที่บ้านของเธอ....ระหว่างทางที่อยู่บนรถดอกแก้วก็แอบมองฟินอยู่เป็นระยะๆ ‘เธอไม่รู้ว่าเธอจะเริ่มพูดกับเขายังไงแต่เธอสังเกตเห็นว่าเขาดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษตั้งแต่อยู่ที่โรงพยาบาลจนถึงตอนนี้ที่เขาขับรถอยู่เขาก็ยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ออกมาไม่หยุด’ ดอกแก้วคิดในใจก่อนที่เธอจะตัดสินใจเอ่ยพูดกับฟิน“เอ่อ...คุณ เรื่องค่ารักษาพยายาบาลค่ายาเมื่อกี้ที่คุณจ่ายไปเดี๋ยวฉันคืนให้นะคะ”“ไม่ต้อง แก้ว แก้วไม่ต้องให้อะไรผมท
กลับมาที่ฟินฟินขับรถกลับมาที่บ้านของดอกแก้วหลังจากที่เขาออกไปซื้ออาหารที่ตลาดและซุปเปอร์มาเก็ตมา ฟินนั่งรอดอกแก้วอยู่ที่โซฟาด้านล่างก่อนที่เขาจะลุกขึ้นมาจัดโต๊ะอาหารในช่วงเย็น...ตอนนี้ฟินกำลังตั้งโต๊ะอาหารจัดโต๊ะและจัดอาหารใส่จาน เขาเห็นโต๊ะอาหารเล็กๆสำหรับนั่งสองคนที่ตั้งอยู่ข้างๆครัวเล็กๆเขาจึงลากโต๊ะออกมาตั้งไว้กลางบ้านเพื่อจัดโต๊ะและจัดอาหารใส่จานไว้รอรับประทานอาหารกับดอกแก้ว ฟินจัดโต๊ะอาหารเสร็จแล้วเขามองขึ้นไปที่บันไดข้างบน‘เมื่อไรเธอจะตื่นแล้วลงมานะหรือจะขึ้นไปตามเธอดี เธอบอกว่าจะขึ้นไปนอนพักผ่อนข้างบนตั้งแต่ช่วงบ่ายที่เขามาหาเธอจนถึงตอนนี้หกโมงเย็นแล้ว เธอยังไม่ลงมาเลย’ ฟินคิดในใจด้วยความรู้สึกเป็นห่วงก่อนที่เขาจะตัดสินใจขึ้นไปตามดอกแก้ว เขาก้าวขาไปที่บันไดทางขึ้นหนึ่งก้าวแต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะดอกแก้วเดินลงมาพอดี ดอกแก้วเดินลงมาด้วยใบหน้าซีดเซียวเพราะตั้งแต่เช้าเธอยังไม่ได้ทานข้าวเลยเธอทานแค่ขนมปังที่เหลืออยู่ในตู้เย็นกับน้ำเปล่าเท่านั้น ตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกหิวและคิดว่าจะลงมาทำไข่เจียวทานเพราะตอนนี้ในตู้เย็นของเธอไม่มีอะไรนอกจากไข่เพราะเธอไม่ได้อยู่ที่บ้าน ส่วนฟินเขาเห็น
ช่วงเย็น 18:00 นาฬิกาที่บ้านอัครโสพลตอนนี้คุณหญิงชลิตากำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารเพื่อรอทานอาหารเย็นกับคุณหญิงชญาดาแต่จนถึงตอนนี้คุณหญิงชญาดาก็ยังไม่ลงมาทานอาหารเลยจนคุณหญิงชลิตาคิดว่าจะขึ้นไปตาม“เดี๋ยวฉันมานะสุก ฉันขึ้นไปดูคุณพี่ก่อน” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดกับป้าสุกที่ยืนรอตักข้าวอยู่กับฟ้าและฝน สาวใช้อีกสองคน“เดี๋ยวสุกให้ฟ้ากับฝนขึ้นไปตามให้ไหมคะ” ป้าสุกเอ่ยพูด“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันไปเอง” คุณหญิงชลิตาเอ่ยพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นไปข้างบน ‘เพราะคุณพี่ขอตัวอยู่คนเดียวแล้วก็สั่งว่าห้ามให้ใครรบกวน เธอจึงต้องขึ้นไปตามเองเพราะกลัวว่าคุณพี่จะต่อว่าสาวใช้ หลังจากที่เราสองคนกลับมาจากบ้านของฟินก็ต้องเข้าไปดูงานที่โรงพยาบาลต่อเพราะเป็นงานด่วนที่ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลติดต่อมาว่ามีเอกสารเร่งด่วนที่ต้องเซ็น...เมื่อเสร็จจากงานที่โรงพยาบาลแล้วก็กลับมาที่บ้านในช่วงบ่าย แล้วคุณพี่ก็ขอตัวอยู่คนเดียวบนห้องจนถึงตอนนี้’ คุณหญิงชลิตาคิดในใจพลางเดินขึ้นไปข้างบนมุ่งหน้าไปยังห้องพักของคุณหญิงชญาดาในขณะเดียวกันภายในห้องพักของคุณหญิงชญาดา คุณหญิงชญาดาที่ตอนนี้เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้องพักหลังจากที่เธ







