MasukProject MCTR
Chapter 3 เริ่มปฎิบัติการล้วงไข่งูเห่า! นี่หน้าด้านหน้าทนมากเลยนะฉันอะ ที่มายืนถือกระเช้าผลไม้เหมือนรอไหว้ญาติผู้ใหญ่เวลาถึงเทศกาลบางเทศกาล แล้วพวกผู้ชายบ้านนี้ที่เห็นฉันแต่ละคนก็ต่างมองฉันเหมือนฉันเป็นแมลงวันตอมอะไรสักอย่าง ไม่คิดจะทัก ไม่คิดจะสนใจ ตั้งแต่พวกเขาขับรถออกจากบ้านไปก็ครบสองคนแล้ว น่าจะเหลือนายคนนั้นอยู่ ผู้ชายที่สวมฮู้ดแล้วไล่ฉันอย่างกับไล่หมูไล่หมา.. “..เอาวะ!” ก๊อกๆ ฉันเคาะประตูบ้าน แต่ข้างในเงียบกริบ หรือจะไม่มีใครอยู่ในบ้าน.. ฉันลองตัดสินใจเคาะประตูอีกครั้ง แล้วในที่สุดประตูก็เปิดออก แต่กลับเป็นผู้ชายคนที่ฉันไม่เคยเห็นหน้า เขายืนมองฉันนิ่งๆพร้อมๆกับทรงผมที่ยุ่งเหยิง ก่อนจะขมวดคิ้วใส่ฉัน สภาพเขาเหมือนคนเพิ่งตื่น คนคนนี้มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วก็หาวใส่ฉันหนึ่งที “มาหาใคร~” “...เอ่อ ไม่ได้มาหาคุณแล้วก็ไม่ได้มาหาสองคนที่เพิ่งออกไป” ก็ฉันไม่รู้ชื่อนายหมวกฮู้ดนิ พูดไปแบบนี้คนตรงหน้าฉันน่าจะพอเข้าใจแหละ.. มั้งนะ “...มาหาไอ้ปก?” “..อ่า ใช่ค่ะ” ตอบว่าใช่ไปก่อนละกัน อย่างน้อยบ้านนี้คงไม่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆคนหรอกมั้ง “เป็นอะไรกับมัน?” “..เป็น เพื่อนค่ะ;)” แต่ยิ่งฉันตอบคำถามที่ถูกถามมากเท่าไหร่ คนตรงหน้าฉันกลับไม่มีท่าทีจะยอมให้ฉันเข้าไปสักนิด “..มันไม่อยู่ ส่วนของนี้ถ้าเอามาให้มันฉันจะเก็บไว้ให้” “..อ๋อ เหรอคะ” เขากำลังปฎิเสธฉัน แต่จะหาเรื่องเข้าไปมากกว่านี้ไม่ได้.. ก็เลยตัดสินใตยื่นกระเช้าในมือให้คนตรงหน้าไป ผู้ชายร่างสูง ผิวขาว หน้าตาดุดันแต่ดู..เป็นผู้ใหญ่และอบอุ่นคนนี้รับกระเช้าจากฉันไว้ ก่อนจะยิ้มแบบโครตไร้ความรู้สึกให้ที่มุมปากพร้อมกับปิดประตูบ้านใส่ฉันทันที #ปกป้อง เขาดันตัวลุกขึ้นแล้วสวมเสื้อผ้าทีละชิ้นแต่ก็ยังไม่ยอมออกจากห้อง ก็ผลข้างเคียงหลังฉีดเซรุ่มทำให้เส้นเลือดตามตัวเรืองแสง ต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะลงไปข้างล่างได้ แอด~ “มีสาวสวยหิ้วของมาให้” “..ใคร?” “ไม่รู้ ผิวขาวผมทอง” “....” ไอ้ครามมันเดินเอากระเช้ามาให้ผมที่โต๊ะ “ยัยเด็กข้างบ้าน?” “มั้ง กูเพิ่งเคยเห็นหน้า แล้วไงละมึง ไปหว่านเสน่ห์กันตอนไหน ผู้หญิงถึงหิ้วข้าวหิ้วของมาให้ถึงที่” “.ถ้าคราวหน้ายัยนั่นเอาอะไรมาให้ไม่ต้องรับ” “ไมวะ? ของดีๆทั้งนั้น” “มีปัญญาซื้อเอง” จะหาเรื่องมาตีสนิทเพราะอยากรู้เรื่องที่คิดผมเล่นยา หรือไม่ก็อยากเสือกไปเรื่อยเลยใช้กระเช้านี่เปิดทาง ปกป้องลุกขึ้นก่อนจะสวมกางเกงวอร์มสีดำ หยิบเสื้อคลุมมีฮู้ดสวมทับอีกครั้ง ตามต้นคอและปลายคางยังมีการเรืองแสงของเส้นเลือดค้างอยู่ “มึงควรออกไปใช้ชีวิต” “กูปกติพอที่จะใช้ชีวิตปกติตรงไหน?” “มึงไม่คลั่งแบบเดิม” “แล้วเส้นเลือดพวกนี้ทำให้ใครอยากรู้จักกูบ้าง?” “ก็ผู้หญิงผมทองนั่นไง” “....ยัยนั่นแค่เออออคิดไปเองว่ากูเล่นยา ก็เลยอยากเสือกว่ากูเล่นยาอีท่าไหนถึงใช้ของพวกนั้นได้โดยที่ไม่ตายห่าไปซะก่อน” “ก็ถ้าเธอรู้แบบนั้นแต่ยังอยากเสือก ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะออกมาแบบที่มึงคิด เปิดใจ เปิดโลก เปิดตัวหน่อยเว้ย เผื่อยาที่มึงอัดๆอยู่ทุกวันทำให้มึงตายวันพรุ่งนี้ แล้วจะเสียใจ” “กูมีอะไรให้เสียใจ? เกิดอีกกี่สิบชาติถึงจะได้เป็นกูแบบนี้” “ครึ่งสัตว์ประหลาด” “อิจฉากูก็บอกมา” ปกป้องรอจนอาการเรืองแสงของเส้นเลือดจางจนหายไป อาการของเขาดีขึ้นมากจากช่วงแรก ที่เคยคลั่งหรืออาละวาดเพราะความเจ็บปวดตามร่างกาย ตอนนี้เขาเริ่มคุมสิ่งเหล่านั้นได้ เขาหยิบหมวกแก๊ปสวมมันแล้วใช้ฮู้ดจากเสื้อคลุมคลุมมันไว้อีกทบก่อนจะออกมานอกตัวบ้านแล้วก้มเช็คแหวนดิจิตอลที่เขาสวมอยู่ เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งพาใครอีกต่อไป กึก~ เขาปิดประตูบ้านแล้วก็พบว่ามีผู้หญิงคนนึงนั่งกอดเข่าจนหลับคาทางเดิน ปกป้องหยุดมองแค่เสี้ยววินาทีแล้วก็เดินออกจากตัวบ้านไป แต่ไม่รู้อะไรดลใจให้เขาต้องหันกลับไปอีกครั้งด้วยความรำคาญใจ แล้วใช้เท้าเขี่ยสะกิดเอเรน “บ้านช่องไม่มีให้กลับ? ลุก เกะกะตีน” “..อ๊ะ! นาย!” เอเรนรีบดีดตัวขึ้นยืน แต่ด้วยความเร็วที่เธอชาร์ตตัวขึ้นมา ทำให้เธอเซถลาไปด้านข้าง ก่อนจะได้รับสายตาที่มีเชิงเหยียดนิดๆจากคนที่ปลุก “จะมาเฝ้าดูปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติอะไร คิดว่ากระเช้านั่นจะทำให้ฉันพิศวาทเธอ?” “เปล่า~ ก็แค่ อยากผูกมิตร” “กับคนเล่นยา?” “...นายไม่ได้เล่นยา” “...” วื้ด~ ดวงตาของปกป้องมองลึกเข้าไปยังนัยน์ตาของเอเรนก่อนจะเจาะความรู้สึก ความนึกคิด และสิ่งที่เอเรนมีต่อเขา ณ ตอนนี้ ...ยัยนี่รู้อะไรที่ไม่ควรรู้ เยอะเกินไป พรึ่บ! หลังจากที่ยืนจ้องหน้าฉันนิ่งๆได้สักพัก จู่ๆก็เหวี่ยงฉัน แล้วก็ผลักฉันออกจากตรงนี้เฉยเลย “อ๊ะ! อะไร ทำไมต้องรุนแรงด้วยเล่า!” “ออกไป กลับบ้านเธอไปซะ” แล้วก็ดันฉันอีกครั้ง ก่อนจะจับแขนฉันลากออกมานอกบ้านแล้วเหวี่ยงฉันเซจนแทบล้ม ป่าเถื่อนเป็นบ้าเลยอะ! “นี่!บอกดีๆก็ได้!” “ฉันบอกเธอดีๆไปแล้ว แต่เธอยังเสนอหน้ามาอยู่ตรงนี้ ฉันแค่ใช้วิธีเลวขึ้น เพื่อเธอจะได้ไม่อยากมาผูกมิตรจอมปลอม.. กับพวกฉัน” ฉันเหมือนถูกอ่านใจจนหมด “....” “อย่ามายุ่งกับฉัน” “ทำไมต้อง.. จริงจังขนาดนี้?” “....” “หรือว่าฉันดันไปรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ของนายเข้า?” “....” “กลัวความลับแตก?” “กลับไป!” “ฉันมาดี” “ดีบ้านป้าเธอสิ!” เขาตะโกนใส่หน้าฉัน พร้อมๆกับดึงแขนแล้วเหวี่ยงตัวฉันขนานกับกำแพงทางเข้าบ้าน ตรึงแขนฉันติดกำแพงก่อนจะสบตาฉันราวกับอยากจะอ่านใจ “เจ็บ!” “ถ้าขืนยังยุ่งไม่เข้าเรื่อง.. ฉันทำเธอเจ็บกว่านี้แน่!” “....” “กลับไป!” เขาผลักฉันแรงมาก ก่อนจะล้วงมือใส่เสื้อแล้วเดินผ่านฉันไปนิ่งๆ... “มันไม่ค่อยสบาย วันๆก็อยู่แต่ในห้อง ความเครียดคงเล่นงานมัน” “....” “ถ้าเธอมาดี ก็ไม่มีอะไรต้องกลัว แต่ถ้าไม่... ขอเตือนว่าให้อยู่ไกลๆจะดีกว่า” ผู้ชายคนที่เจอก่อนหน้านี่ยืนกอดอกแล้วพูดกับฉันอยู่ตรงทางเดินเข้าบ้านของเขา ความรู้สึกที่ถูกเหวี่ยงเริ่มเกิดขึ้นตามตัวจนรู้สึกเจ็บ “กลับบ้านไปทำแผลซะ ส่วนเรื่องกระเช้า ขอบคุณ” “เดี๋ยวค่ะ!” ฉันรีบวิ่งไปหาเขา ยังดีที่คนคนนี้หยุดรอฉัน เขาดูพูดคุยได้เรื่องมากที่สุดในบรรดาหลายคนในบ้านหลังนั้น “..ฉัน ขอโทษ ที่อยากรู้เรื่องที่ไม่ควรรู้ของ... พวกคุณ” “พวกฉันลึกลับ เข้าใจ” “...ฉันชื่อเอเรน” “สงคราม” พูดแล้วก็ยื่นมือรอฉันเชคแฮนด์ทำนองนั้น แต่ฉันยังไม่ได้จับมือเขาตอบ “....” ก็เลยเกิดประโยคต่อมา “ไม่ใช่แค่เธอที่อยากรู้จักพวกฉันหรืออยากรู้จักมัน” “....” “ฉันก็อยากรู้จักเธอ” “..ทำไม เหรอค่ะ?” “เธอเป็นคนแรกในรอบกี่ปีไม่รู้ ที่ทำไอ้ปกยอมพูดมากกว่าหนึ่งประโยค” “...” “ถึงจะเต็มไปด้วยคำด่า แต่ฉันจะถือว่าเธอน่าสนใจ:)” “...” “เลิกคิดว่ามันเล่นยา คนที่เขาไม่รู้จักพวกฉันจะคิดตามเธอไปด้วย” “คุณรู้ได้ไง.. ว่าฉัน” “พวกมันพูดกันทั่วบ้าน” “ตอนแรกฉันก็คิดว่าเขาเล่นยา.. แต่พอรู้ปริมาณที่ทิ้งเซรุ่มพวกนั้นในแต่ละวัน.. คนธรรมดาคงตายไปแล้ว” “พวกฉันทุกคนก็คนธรรมดา” “ใช่... ฉันก็เลยคิดไปตามหลักการว่าพวกคุณคงจะใช้เซรุ่มนั่นทดลองอะไรบางอย่าง... เอ่อ ที่ฉันรู้เพราะฉันเรียนพวกเคมี ก็เลยรู้สึกว่าการทดลองกับเซรุ่มบางอย่างถ้าใช้สัตว์ สัตว์ก็ตายฟรี” “ไม่ต้องห่วง ที่นี่ไม่มีสัตว์ตายฟรี ไม่มีการทดลอง ไม่มีอะไรแบบที่เธอกำลังคิด” “....” “เลิกคิดซะ เธอคงพูดสิ่งที่เธอคิดให้คนที่เหลือในบ้านฉันฟังไม่ได้ เพราะไม่มีใครฟังเธอแน่นอน โดยเฉพาะกับไอ้คนที่เดินออกไป” “....” “ฉันอาจจะใช้เซรุ่มที่เธอบอกรักษาชีวิตแมวอยู่ก็ได้ ใครจะรู้ ใช่ไหม?” “....” “เซรุ่มบางตัวมีฤิทธิ์กดประสาท มีฤทธิ์หลอน ก็จริง แต่ใช่ว่าจะไม่มีข้อดี” “....” “แพทย์ยังใช้กัญชารักษาคนไข้ได้ในปริมาณที่เหมาะสม ทำไมฉันจะใช้เซรุ่มรักษาชีวิตแมวใกล้ตายไม่ได้?” “..แต่มันกดประสาท” “ก็เท่ากับกดความเจ็บ” “....” “อย่าวิชาการมากนัก ตำรากับชีวิตจริง มันคนละอย่างกัน ..พลิกแพลงได้:)” สงครามพูดยิ้มๆแล้วก็เดินเข้าบ้านไป หรือฉันจะคิดเยอะไปเอง..ก็ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับชีวิตฉัน.. พวกเขาคงใช้เซรุ่มนั่นรักษาหมาแมวของเขาก็ได้.. ก็นะ คงเพราะโจทย์บางอย่างที่เรียนมามันยากที่จะเจอในชีวิตจริง พอเจออะไรที่เข้าทางก็เลยคิดว่าใช่ไปซะหมด.. “..คงต้องยอมขอโทษหมอนั่นให้ได้สินะ เฮ้อ~” ไม่ใช่ว่าคำพูดไม่กี่คำเปลี่ยนฉันได้ แต่ความจริงตรงนี้มากกว่าที่ทำให้ฉันตื่น.. “หวังว่าจะไม่ฆ่าปาดคอแล้วเสียบฉันไว้กับรั้วนะ.. แรงเยอะเป็นบ้า” (🧬🦠)Special Part“ไอ้ปกไอ้เหี้ย! มึงจะวัดสกิลอะไรของมึงเนี่ย! อ่านใจกูไม่ได้สกิลปืนทองนะมึง!!”ร่างสูงของอัศวินวิ่งหนีปกป้อง พร้อมกับปาหมอนใส่ ฉันที่นั่งอยู่ก็ขำ เพราะตั้งแต่กลับมาไทยรอบนี้ และผ่านไปหนึ่งเดือน ทุกคนในบ้านถูกปกป้องอ่านใจชนิดที่ว่า ไม่เหลือความลับอะไรให้กักเก็บ บ้านนี้กลายเป็นบ้านที่ไร้ความลับแม้แต่แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ“ตามึงละ ตอนมึงไม่อยู่บ้านพวกกูต้องเจอกับอะไร รู้สึกหรือยัง” สงครามพูดด้วยท่าทีเฉยเมย แต่ก็ไม่ได้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น… พูดตรงๆก็ เขาเป็นคนแรกที่หนีการอ่านใจของปกป้องไม่ได้ ^^* นักรบยังหนีได้นานกว่าอีก^^“…มีสาวแล้วนิหว่า?”“ไอ้! หุบปากเลยมึง!” แต่ดูเหมือนเรื่องที่ปกป้องพูดจะทำให้อัศวินหน้าแดง ในขณะที่สงครามและนักรบนั่งดูเหตุการณ์อย่างสบายใจ“ไอ้! พวกมึงอะ ไม่คิดจะช่วยกูหน่อยหรือไง!” อัศวินเริ่มหาตัวช่วยเมื่อตัวเองจนมุม ปกป้องที่หรี่ตามองตรงไปที่อัศวินกำลังก้าวขาเข้าไปใกล้“ไม่.. กูก็โดนแบบมึง” เสียงนักรบตอบนิ่งๆ เขากระดกชาร้อนที่ฉันเป็นคนชงให้และแอบนั่งขำบางๆ“ปกป้อง หยุดแกล้งได้แล้ว^^” ฉันเดินไปเกาะแขนหนา“เธอไม่น่าขัดนะ อีกนิดเดียวเอง”“ไอ้เวรนิ!”“อ๋า~ ที่
Project MCTRChapter 43เหมือนฝัน.. ความรู้สึกที่ได้เจอในตอนนี้ ไม่เถียงนะว่าคนมีความรักโลกมันจะกลายเป็นสีชมพู ฉันรู้สึกอ่อนแอได้อย่างสุดขีดเมื่อมีคนที่รักอยู่ข้างกาย คนที่จะปกป้องฉันอย่างสุดความสามารถ“หิวอะ~”“หาไรรองท้องหน่อยไหม… สเต็ก?” ปกป้องที่มองหาร้านอาหารใกล้ๆ เขาหมุนมองไปรอบๆ“..เปลี่ยนใจละ ค่อยกลับไปกินที่บ้านดีกว่า~”“เดี๋ยวก็เป็นลม” ว่าแล้ว ปกป้องก็เดินตรงไปที่ร้านขายขนมปัง เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าฉันไม่ได้อยากกินของหนักๆอย่างเนื้อสเต็ก ก่อนจะหิ้วถุงกระดาษและแก้วเครื่องดื่มมาให้ฉัน“ครัวซองต์ ช็อกโกแลตร้อน”“…น่ารักจัง”เอเรนหยิบของที่ได้ไปนั่งที่เก้าอี้สาธารณะ เราแบ่งครัวซองต์คนละชิ้น และต่างพากันดื่มช็อกโกแลตร้อนของตัวเอง“…เปลี่ยนไปเยอะ”“อะไรเหรอ?”“ที่นี่”“…อ้อ~”“..เมื่อก่อน ต้นไม้นั่นยังเล็กนิดเดียว” ปกป้องชี้ไปข้างหน้า ต้นไม้ที่สูงตะหง่าน ถึงจะไม่สูงมากแต่พอฟังจากที่เขาพูด มันก็เจริญเติบโตไม่ต่างจากคนเรานี่แหละ “..สูงกว่าฉันซะแล้ว”“ทุกอย่างมันมีช่วงเวลา มีการเติบโต และผ่านการใช้ชีวิตทั้งนั้นแหละ.. ทั้งฉันและนายก็ด้วย.. แม้แต่ทุกคนที่เดินไปมาที่นี่;)”“นั่นสิ”“ฉัน
Project MCTRChapter 42ตั่บๆๆๆๆๆๆ~ ตั่บบบๆๆๆ~ เสียงเนื้อกระแทกกันทำให้ฉันมองหน้าปกป้องไม่ละสายตา ท่อออกซิเจนที่จมูกขยับตามแรงกระแทกที่ส่งมาหาฉัน ลมหายใจที่ปล่อยออกทางปากและเสียงครางที่พยายามอดกลั้น ตั่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~“อึ่ก!”“อ๊ะ… ปก! อ๊าาา!” สมองฉันขาวโพนในเวลาไม่นาน ริมฝีปากหนาที่อ้าออกของคนข้างบนทำให้ฉันรู้ว่าเขาเองก็เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน กล้ามเนื้อช่วงล่างที่กระตุก และท่อนขาที่เกร็งราวกับเหล็ก“อ่า~” ปกป้องก้มลงมาจูบฉัน ดูดลิ้นเคล้าคลึงกับอารมณ์และจังหวะสะโพกที่ช้าลงตามจังหวะ ความอุ่นร้อนที่กลั่นออกมาจากภายในทำให้ฉันงอตัว“..มะ มันจะเลอะเตียง”“ไม่เป็นไร~”“ไม่ได้สิ…” เอเรนมองหาทิชชู่และพบมันอยู่ไม่ไกล เธอเอื้อมดึงมันมาแล้วดันตัวเองขึ้นนั่งและรีบใช้ทิชชู่ในมือรองรับน้ำเชื้อที่ขุ่นขาว กำลังไหลออกจากร่างกายของเธอถ้าเป็นทุกที เธอคงจะบ่นอุบว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ป้องกัน แต่ตั้งแต่พาปกป้องมารักษาที่นี่ เบนเดลก็เป็นพยานอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่าร่างกายของปกป้องไม่สามารถมีลูกได้ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม“20นาที” ฉันมองเวลาที่โทรศัพท์มือถือ แล้วรีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ปกป้องทิ้งตัวลงนอนบนเตียงต
Project MCTRChapter 4128วันผ่านไป..สายตาของปกป้องจับจ้องร่างเล็กของเอเรนที่กำลังยืนคุยกับผู้ช่วยอีกหลายคนที่เบนเดลจัดสรรมาให้ ท่าทางที่ดูสนิทกันเพียงแค่ไม่กี่วันที่อยู่ที่นี่ทำให้ปกป้องไม่พอใจเท่าไหร่“…อ่านใจเมียตัวเองว่างั้นเถอะ?”“….”“มึงก็ดูตกต่ำพอๆกับไปผีตอนเข้าโรงพยาบาล” อัศวินที่นั่งเดาะเหรียญในมือเล่น พูดแหย่เย้าตามสิ่งที่เห็น“ก็เข้าใจนะ ก็ดันสนิทกันเร็วนี่ดิ~”“ปากมึงว่าง? รู้อยู่มันคิดมาก” นักรบพูดแทรก“กูยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ก็พูดตามที่เห็น เอเรนคงไม่ปันใจจากมึงไปหาผู้ช่วยสุดหล่อกล้ามโตนั่นหรอก”“อ๊า~ รำคานจริง เงียบๆปากได้ไหมวะ” ปกป้องที่ยีหัวตัวเองบนเตียงนอนทำให้ทุกคนหันมองไปที่ตัวเขา ยกเว้นเอเรน“มึงจะคิดอะไรมากมาย มึงกับเอเรนผ่านอะไรต่อมิอะไรมาด้วยกัน อีกอย่าง เอเรนคงไม่ทิ้งมึงไปหาผู้ชายคนไหนหรอก” “กูจะคิดอย่างที่มึงพูด… ถ้าเมียกูไม่คิดว่าไอ้ฝรั่งนั่นหล่อ”“อ๊า~ การอ่านใจคนได้มันแย่กะไอ้ตรงนี้แหละ~ รู้เยอะไป ไม่ใช่เรื่องที่ดี” อัศวินพูดทิ้งท้าย ในขณะที่ปกป้องกำลังหัวเสีย เขายีหัวตัวเองนิดหน่อยครืด~ เสียงประตูถูกเลื่อนออก“เป็นอะไรกันอะ ดูเครียดนะ?” ฉันเปิดประตูเข้
Project MCTRChapter 40ร่างหนาที่ไร้เสื้อผ้าปกคลุมนอนอยู่บนเตียงโดยมีสายออกซิเจนสวมที่จมูก เจ้าของแผงอกหนายังหลับสนิท.. เอเรนเห็นภาพพวกนี้เข้าจะหลักอาทิตย์ เธอนั่งอยู่ข้างเตียงเสมอเวลาปกป้องหลับหลังจากได้รับการรักษาในทุกวัน เครื่องมือแพทย์..น่าจะใช่แหละ มันหนีบอยู่ที่นิ้วชี้ของเขาพร้อมกับสายยางยาวๆ จอมอนิเตอร์แสดงอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ“..~” ขณะที่ปกป้องขยับตัว เอเรนก็ขยับตัวตามด้วยความเร็ว ฝ่ามือสอดประสานกับมือหนา ส่วนมือเล็กอีกข้างก็ประทับที่ใบหน้าเรียว“เป็นไงบ้าง?”“…เหนื่อยๆ”“กินน้ำไหม?”“..อื้ม” เอเรนดูแลปกป้องดีตลอดเวลาที่เขาได้รับการรักษา และไม่ยอมห่างปกป้องสักครั้งเดียว ร่างบางหยิบน้ำป้อนชายหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยสายยาง ดวงตาที่เหนื่อยล้าจ้องมองร่างเล็กด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย“..โอเคไหม?”“อืม.. ทำไมไม่กลับบ้าน”“ไม่เอาอะ.. ฉันอยากให้นายเห็นฉันเป็นคนแรกเวลาตื่นขึ้นมา”“…..”“นายจะได้รู้ว่า ฉันอยู่ข้างๆนายจริงๆนะ:)” “ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้.. แค่นี้ก็รู้แล้ว”“ไม่เอาอะ.. ฉันจะอยู่กับนายแบบนี้แหละ อย่าขัดวิธีของฉันเลย” ปกป้องลูบใบหน้าของเอเรน เขารู้สึกรักคนคนน
Project MCTRChapter 39‘มาที่ข่าวเด็ดประเด็นร้อนของวันนี้นะคะ รวบตัวแล้วเฟลค่อน อดีตผู้ช่วยฝีมือดีของดร.ฟิวส์ หลังมีการสืบพบว่า เฟลค่อนอยู่เบื้องหลังการทดลองเถื่อนมนุษย์ โดยมีแพทย์ฝีมือดีอย่าง ดร.ฟิวส์ ที่กระหายวิทยาศาสตร์จนต้องขนขวายทำการทดลองเพื่อให้อยู่ในจุดที่สูงกว่าคนปกติ โดยมีผู้สมรู้ร่วมคิดตัวบิ๊กอย่าง ผู้บริหารคนเก่าขององค์กรN.O.X ที่เสียชีวิตอย่างปริศนาคาบ้านพักของตน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า…’“ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้องเลยใช่ไหมครับ” เบนเดล ฉันและปกป้องยืนฟังข่าวขณะที่กำลังจะเริ่มทำการรักษา “มันจบลงแล้วครับ สบายใจได้ พวกคุณสองคนไม่เดือดร้อนแน่นอน” เบนเดลผายมือให้ฉันและปกป้องเข้ามาด้านใน ทางเดินที่เงียบเชียบทำให้สายตาของปกป้องดูแข็งกระด้างขึ้นมาทันที ฉันสอดประสานมือและคอยบีบมือเขาไว้โดยมีเบนเดลคอยมองอาการของปกป้องไม่ต่างกัน“เลี้ยวซ้ายครับ”“ทำไมเลี้ยวซ้าย?”“…เพราะบริเวณนั้น หรือห้องพวกนั้น ไม่ใช่ที่ของคุณ”“…..”“จะรักษาทั้งที ก็ต้องเปลี่ยนวิวทิวทัศน์สิครับ ถึงจะสมควร:)”“..คุณนี่ก็ละเอียดเหมือนกันนะคะ” คงเพราะถ้าเราตรงไปไม่เลี้ยวซ้าย ที่ตรงนั้นอาจจะเป็นห้องที่ปกป้องถูกจับมาทดล
Project MCTRChapter 7หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่เจอเขาอีกเลย.. ไม่เห็นจริงๆนะ จะมีก็แต่สามคนที่เหลือที่ผลัดกันเข้าออกแล้วใช้ชีวิตเหมือนปกติ.. นี่ก็ปาไปสามอาทิตย์แล้ว แต่... ฉันก็ไม่กล้าเป็นฝ่ายเข้าไปหาเขาก่อนแล้วสิ..“ได้เพลาเสด็จแล้วหรือยังเพคะ~ เพลานี้ดิฉันรอท่านผู้หญิงนานจนน้ำหมากในปากจะแห้งหมดแล้
Project MCTRChapter 6“มึงว่ามันรอดเปล่าวะ?”“พนันอะไรดี? เงิน รถ หรือผู้หญิง?”“เงินดิ มีเมียแล้วอย่าซ่ามากนัก” นักรบเอ่ยโต้สงคราม สองคนนั่งมองบ้านหลังข้างๆคือบ้านของเอเรน ก่อนจะนั่งมองเวลาที่กำแพง“สามพัน กูว่ามันไม่ทำ”“สามพัน กูว่ายัยผมทองไม่รอด” นักรบควักเงินออกมาวางพร้อมๆกับที่สงครามกำลังทำ
Project MCTRChapter 2“เดี๋ยวดิ! แกจะทำอะไรของแกเนี่ย!”“ฉันคิดว่าบ้านหลังนี้ต้องมีการถูกทำร้ายหรือทรมานอะไรสักอย่างแน่ๆ ฉันได้ยินเสียงร้องเหมือนคนที่เจ็บปวดมากทุกวัน มันลอยออกมาจากห้องผ้าม่านดำตรงนั้นอะ แกว่าฉันแจ้งตำรวจดีม่ะ!”“บ้าเหรอ! ถ้าไม่ใช่อย่างที่แกคิดเท่ากับแกแจ้งความเท็จแล้วก็หมิ่นประปร
WAR(S) ZONE โปรเจคควบคุมจิตใจ Mind Control[ปกป้อง*เอเรน]นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาเหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 20ปีขึ้นไป นักอ่านที่อายุต่ำกว่า 20ปีควรได้รับคำแนะนำ__ทัศนคติที่อ่อนแอ นำมาซึ่งนิสัยที่อ่อนแอ__#ปกป้อง ความสำเร็จเพียงหนึ่ง จากการทดลองที่บ้าคลั่ง ตอบแทนเขาด้วยผลข้างเคียง ที่ทำให้เขาพิ







