เข้าสู่ระบบProject MCTR
Chapter 2 “เดี๋ยวดิ! แกจะทำอะไรของแกเนี่ย!” “ฉันคิดว่าบ้านหลังนี้ต้องมีการถูกทำร้ายหรือทรมานอะไรสักอย่างแน่ๆ ฉันได้ยินเสียงร้องเหมือนคนที่เจ็บปวดมากทุกวัน มันลอยออกมาจากห้องผ้าม่านดำตรงนั้นอะ แกว่าฉันแจ้งตำรวจดีม่ะ!” “บ้าเหรอ! ถ้าไม่ใช่อย่างที่แกคิดเท่ากับแกแจ้งความเท็จแล้วก็หมิ่นประประมาณเขาเลยนะเว้ย!” “แล้วถ้ามันจริงละ!” “ก็ถ้าเขาถูกทรมานจริง แกคิดว่าแกจะรอด?” จะทางไหนทางไหนก็ไม่ได้ไปทุกทีสิน่าาาาา ฉันแค่อยากช่วยเพื่อนมนุษย์ทำไมมันลำบากจัง! “เอ๊ะ.. มีคนออกมาด้วย” ฉันชะโงกมองตามที่นลินบอก ผู้ชายร่างสูงผิวขาวเดินหิวถุงขยะออกมาวางที่หน้าบ้าน แล้วก็เดินกลับเข้าไปโดยกาวขาแค่ไม่กี่ก้าว “ถ้าอยากรู้ว่าความจริงเป็นยังไง ก็ต้องสืบจากขยะนี่แหละ!” “ทำตัวเป็นนักสืบให้ได้อะไรขึ้นมา ใช่ว่าจะได้เงินจากการสงสัยเรื่องบ้าๆพวกนี้” “คาใจนิ ตั้งแต่ย้ายมาฉันได้ยินเสียงนั้นตลอด” ฉันรีบวิ่งมาที่หน้าบ้านของเป้าหมาย รีบคว้าถุงขยะออกมา ฉันรื้อมันแล้วก็พบว่าของในถึงมีแต่เข็มฉีดยา ขวดยา ขวด..เซรุ่มที่ถูกหัก ทำไมฉันถึงรู้ว่ามันเป็นเซรุ่มนะเหรอ เพราะฉันชอบอ่านหนังสือพวกการทดลองมากกกกก แล้วตอนนี้ก็มีแพลนจะเรียนต่อด้วย “...อะไรวะเนี่ย? เล่นยาเหรอวะ!” “ไม่ใช่... นี่มัน เซรุ่มระงับอาการ... อาการ..” “อาการอะไร?” “....นึกไม่ออก” “==^” “หนูขุ้ยขยะนี่ตัวใหญ่ดีนะ;)” เสียงปริศนาลอยขึ้นมาจากตรงไหนสักที่ก่อนจะรู้ว่ามันดังลอยข้ามหัวฉันมา พอเงยหน้ามองก็เห็นผู้ชายผมสีน้ำตาล ใส่แว่น ผิวขาว แต่เป็นคนละคนกับคนเมื่อกี้ ฉันมองหน้านลินแล้วส่งสัญญาณเข้าแผนสองทันที! “แผนสอง” ฉันพูด “..แผนสอง?” ผู้ชายคนนั้นขมวดคิ้วพูดตาม แต่ฉันกับนลินสบตากันแล้วส่งสัญญาณ... “...วิ่ง!” “อ้าวเห้ย!” ใส่เกียร์หมาสิ อยู่ต่อให้โง่เหรอ ฉันพากันวิ่งก่อนจะถูกจับข้อมือจากใครก็ไม่รู้แหละแล้วเหวี่ยงฉันกับนลินให้กลับไปที่เดิม ส่วนผู้ชายใส่แว่นคนนั้นก็เดินออกมา “ก็ว่าอยู่ หนูบ้าอะไรแกะถุงขยะได้” ผู้ชายคนที่รั้งพวกฉันไว้เท้าเอวพูด “นี่ อย่าบอกนะว่าแกมารื้อขยะบ้านนั้นทุกวันที่ได้ยินเสียงที่แกว่าอะ!” “....แฮร่~” “ไอ้เรนเอ้ย! ฉันจะทำยังไงกับแกดีวะเนี่ย!” “ทำไงเหรอ? ก็จับหนูตัวแสบเข้ากรงนะสิ;)” คนคนนี้เข้ามารั้งฉันกับนสินไว้แล้วลากพวกฉันไปง่ายๆ ไอ้ผู้ชายใส่แว่นก็ยืนมองนิ่งๆ “ปล่อยฉันนะ! ไอ้พวกขี้ยาาา!!” “ขี้ยา?” “พวกนายเล่นยาใช่ไหมละ! ฉันรู้หมดแล้วนะ!” เขาโยนฉันเข้าไปในตัวบ้าน “เล่นยาบ้าไรวะ?” “ขวดยาข้างนอกนั่น! มันกล่อมประสาท!” “....” “อึ้งเลยละสิ! คิดว่าฉันไม่รู้สินะ!” “เหอะ รู้มากจริงๆ งั้นฉันคงต้อง.....” เขาเดินเข้ามา ทำท่าน่ากลัวใส่ “อย่านะ! ฉันโทรแจ้งตำรวจจริงนะ!” “เสียงดัง น่ารำคาน” มีผู้ชายอีกคนเดินลงมาจากชั้นสองของบ้าน เขาสวมเสื้อแขนยาวสวมฮู้ด กางเกงขายาว “ลงมาก็ดีละมึง ยัยนี่เสือกเรื่องมึงพอดี” “...เรื่องกู?” “คิดว่ามึงเล่นยา จะโทรแจ้งตำรวจมาจับ แล้วก็ขุ้ยขยะหน้าบ้าน” “.....” คนคนนั้นมองมาที่ฉัน เขามองนิ่งๆไม่พูดอะไรก่อนจะเดินเข้ามา “เล่นยา?” “....ขวดยานั่นพวกยากล่อมประสาท” “....” “ถ้า ถ้า ถ้านายเข้ามาอีกก้าวฉันจะโทรแจ้งตำรวจ!” แต่พอฉันพูดจบ กลายเป็นว่านลินหยิบมือถือของฉันให้นายคนนี้เฉยเลย เขามองฉันนิ่งๆแล้วเก็บมือถือฉันไปแล้วก็เดินออกจากตัวบ้าน “แกให้มือถือฉันกับหมอนั่นทำไม!” “ฉันไม่รู้! มัน มันเหมือนมีอะไรไม่รู้จึ๊กไปที่หัวอะ แล้วฉันก็ควบคุมอะไรไม่ได้! ฉันพูดจริงๆนะเรน! ฉันรู้ว่าฉันทำอะไรแต่ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้!” “ข้อแก้ตัวห่วยชะมัดรู้ตัวไหม” “ฉันเปล่าแก้ตัว! จริงๆนะ บ้านนี้ บ้านนี้ต้องมีอะไร.. ที่เรามองไม่เห็นแน่ๆอะ!” นลินเข้ามาเกาะแขนฉันด้วยท่าทางหวาดกลัว “หึ๊ โดนของแล้วสินะ” “..นายหมายความว่าไง” ฉันถามผู้ชายที่ลากฉันเข้ามา ส่วนผู้ชายใส่แว่นเพิ่งจะเดินเข้ามาในตัวบ้านแล้วก็มองๆพวกฉันแล้วเดินหายไปที่ไหนสักที่ในบ้าน “ไม่บอก” “..บอกหมอนั่นเอามือถือฉันคืนมาเลย!” “บังเอิญว่าไม่รู้ซะด้วยว่ามันคิดจะไปที่ไหน จะไปตามให้ก็.. คงเสียเวลาฉันแย่” “นายจะกวนประสาทฉันใช่ไหม! ฉันจะออกไปจากที่นี่แต่ฉันขอมือถือคืนด้วย! นายคิดว่ามือถือมันถูกมากนักหรือไง ไม่ใช่ขนม10-20บาทนะ!” “ก็บอกอยู่นี่ไงว่าไม่รู้ อยากได้คืนก็รอมันกลับมา” นี่เพื่อโทรศัพท์ ฉันต้องรอคนคนนั้นกลับมาจริงๆใช่ไหมเนี่ย “เพราะแกคนเดียวเลย” ฉันหันไปบ่นนลิน “บอกแล้วไง ว่าฉันควบคุมตัวเองไม่ได้!” “เฮ้อ~” ทำไงดีละทีนี้ “ไอ้วิน มึงขยับหนังสือกู?” “ขยับอะไรวะ? กูไม่อ่านหนังสือ จะยุ่งของมึงทำห่าอะไร” “แล้วหมาที่ไหนมันรื้อ?” “จะรู้มึงไหม... เดี๋ยวนะ หนังสือมึงอยู่ตรงไหน?” ผู้ชายคนนั้นชี้ไปทางโต๊ะทำงาน “..อ๋อ เออ โทษทีๆน่าจะกูแหละ” เขาเดินไปก้มเงยๆแล้วหยิบหนังสืที่ตกหล่นไปข้างตู้ขึ้นมา “เออ! เอามาคืน เมื่อวานยืมใช้ ฉุกเฉินวะ” แล้วเขาก็ยื่นซองสี่เหลี่ยมๆที่พวกฉันมองก็รู้ว่ามันคือถุงยาง เขาคืนของให้กันต่อหน้าฉันก่อนที่ผู้ชายใส่แว่นจะเก็บสิ่งนั้นเข้าในลิ้นชักโต๊ะ เป็นคนประเภทไหนนะเก็บของแบบนั้นไว้ที่โต๊ะทำงาน>“ส่วนพวกเธอ ถ้าสัญญาว่าจะไม่แจ้งตำรวจฉันจะให้พวกเธอรอไอ้พ่อมดในบ้าน แต่ถ้าไม่ เชิญออกไปตากยุงข้างนอก;)” “...สัญญา ไม่แจ้งก็ได้ อย่างแกล้งพวกฉันละกัน” “ฉันต้องระแวงพวกเธอมากกว่า พวกฉันเล่นยานะ เล่นยาหนักมากกก หนักทุกคนเลยด้วย พวกฉันต้องกลัวโดนเธอแจ้งตำรวจจับแบบนั้นถึงจะถูก” “..พวกฉันต้องกลัวพวกนายรุมปู้ยี่ปู้ยำพวกฉันถึงจะถูก==^” “ฉันไม่สนใจไม่กระดาน” “จิ๊!” “:)” “เอาละ! ...สรุปให้รอในนี้ใช่ไหม นานหรือเปล่ากว่าหมอนั่นจะกลับ” “อันนี้ไม่รู้จริงๆ แต่จะว่าไป....” คนตรงหน้าฉันฉุดคิด ก่อนจะลากฉันสองคนออกมานอกบ้านก่อนจะยืนกันทางเข้าที่ประตู “มันคงไม่พอใจเท่าไหร่ ถ้าฉันปล่อยให้พวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอย่างพวกเธอลอยหน้าลอยตาอยู่ในบ้าน” นั่นปากผู้ชายเหรอนะ เลี้ยงหมาไว้กี่ตัวกันละปากดีน่าตบจริงๆ! “แล้วยังไง? จะให้ฉันรออยู่ตรงนี้? มืดๆ? พวกฉันเป็นผู้หญิงนะ!” “บ้านฉันมีแต่ผู้ชาย มีผู้หญิงอย่างพวกเธอหลุดเข้ามามันก็จะ.. อันตรายสำหรับพวกเธอหน่อย” “.....” “ฉันเซฟพวกเธออยู่ รออยู่ตรงนั้น ไม่น่าเกินชั่วโมงมันคงจะกลับ” “....” “ไม่ต้องห่วง มันไม่ออกไปไหนนานๆอยู่แล้ว” แล้วก็ปิดประตูใส่หน้าทันทีเลยด้วย.. ฉันหันไปจะบ่นนลินแต่มันก็เตรียมอ้าปากอธิบายฉันเลยขี้เกียจพูดอะไร.. พวกฉันยอมยืนให้ยุงรุมประมาณครึ่งชั่วโมงได้ ก็เห็นว่าคนคนนั้นเดินกลับมาพร้อมถุงในมือ เขามองฉันแล้วถอนหายใจนิ่งๆก่อนตะโยนมือถือคืนให้ฉันโดยไม่พูดอะไรสักคำ เดินผ่านหน้าฉันไปแล้วก็จะเข้าบ้านแล้วด้วย “นี่! นายนะ เป็นคนใช้ยา พวกนั้นเหรอ?” “....” “ฉันรู้เรื่องเคมี พวกเซรุ่มพวกนั้นนะ ฉันรู้นะว่านายใช้เพื่ออะไร” คนคนนั้นยอมหันกลับมาหาฉัน เขายืนตรงทิ้งถุงในมือให้หล่นอยู่ที่พื้นประตูทางเข้า ก่อนจะเดินเข้ามาหาฉัน “ถ้าเธอรู้เรื่องเคมี เธอจะไม่คิดว่าฉันเล่นยา” “.....” “เธอคิดว่าฉันใช้ของพวกนั้นเพื่ออะไร?” สายตาของเขาคมกริบราวกับมีด ฮู้ดเวื้อปิดบังใบหน้าเขาเกินครึ่งหน้า ตอนนี้เขาเหมือนไอ้โม่งที่โผล่มาแค่ลูกตา และมีริมฝีปากเรืออมชมพู “...ก็ ...ก็” “ไสหัวไปซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” “.....” “อย่าหาว่าฉันไม่เตือน” “แก... รีบกลับเถอะ” นลินรีบดึงมึงฉันตอนเสี้ยววินาทีที่คนตรงหน้าเหลือบไปมองมัน เขามองหน้าฉันเขม็งก่อนจะเดินถือถุงกลับเข้าไปในบ้าน ฉันเห็นไอ้คนที่จับฉันโยนออกมานอกบ้านเข้าไปคุยอะไรกับเขาไม่รู้ก่อนจะมองมาที่พวกฉัน... “..พวกบ้านี่ต้องมีความลับอะไรแน่ๆ” “เราไม่ควรยุ่งเลยถ้าแบบนั้นนะ” “..ไม่สิ” “แกคิดจะทำอะไรอีกเรน? แค่ขุ้ยขยะหน้าบ้านเขาแทบทุกวันนี้ยังไม่พออีกเหรอ แกสนใจอะไรผู้ชายบ้านนี้นักหนาาาา พวกพิลึกคนพวกนั้นน่ารู้จักที่ไหนกันอะ:(“ “เพราะพิลึกนี่แหละถึงน่ารู้จัก” “ฉันละเชื่อเลย!” “ผิดตรงไหนละ ถ้าเราจะต้องทำความรู้จักกับเพื่อนบ้าน” “....” “ถ้าไม่คิดจะสานสัมพันธ์กับใครก็ไปสร้างบ้านอยู่ในป่านู้น!” “ชู่ว์! เบาๆดิ เดี๋ยวพวกนั้นก็ได้ยินหรอก!” “ก็ดีนะสิ” “เห้อ~จะสานสัมพันธ์เพื่อนบ้าน.. อย่างพวกนี้จริงๆอะเหรอ?” “อืม ฉันเพิ่งย้ายเข้ามา แกจะให้ฉันฝากฝีฝากไข้ไว้กับตายายข้างบ้านหรือไง แกก็รู้ว่าฉันไม่ค่อยอยู่บ้าน” “...นี่อย่าบอกนะ ว่าจะสามสัมพันธ์กับพวกนั้นเพื่อให้เฝ้าบ้านให้อะ!? เลิกคิดเลย พวกนั้นดูไม่โง่สักนิด แถมแกยังไปจุ้นเรื่องเขาอีก อย่าคิดว่าเขาจะช่วยดูบ้านให้เลย เขาจะเผาบ้านแกทิ้งละไม่ว่า “พวกนั้นไม่ทำหรอก” “มั่นใจได้ยังไง?” “..เพราะถ้าพวกนั้นเป็นคนไม่ดีจริงๆ แกกับฉันไม่ถูกจับโยนออกมานอกบ้านแบบนี้แน่ๆ” “....” “..ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าเขาใช้เซรุ่มพวกนั้นทำอะไรเยอะแยะขนาดนั้น ถ้าไม่ใช้เล่นยา... ก็มีอีกอย่าง” “..อีกอย่าง? อะไรอะ?” “...ทดลอง” อย่าคิดว่าฉันซื่อบื้อนะ เซรุ่มพวกนั้นใช้กล่อมประสาทได้จริง ใช้แทนยาเสพติดบางประเภทได้ แต่ร่างกายคนเราไม่สามารถรับเซรุ่มชนิดนี้ได้มาเป็นกอบเป็นกำขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเป้าหมายของฉันพุ่งไปที่การทดลองเลย บ้านนี้ต้องมีคนรู้เรื่องการทดลองหรือเคมีอะไรพวกนี้แน่ๆ แล้วถ้าพวกนี้ทำการทดลองจริงๆก็คงจะผ่านสัตว์อะไรสักอย่าง เพราะเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะใช้คนเป็นหนูทดลอง เพราะพวกเขาสี่คนร่างกายปกติ เซรุ่มจำนวนมากขนาดนั้น ถ้าเขาสู่ร่างกายคนละก็... มีแต่ตายกับตาย “...ฉันว่าแกดูหนังมากไป เรื่องแบบนี้มีแต่ในหนังเท่านั้นแหละ” “แกนะหยุดห้ามฉันแล้วคอยดูดีกว่าว่าข้อสันนิษฐานของฉันถูกไหม” “....” “ไม่คิดว่าจะได้ใช้ความรู้ที่มีอยู่กับเพื่อนบ้านที่ใกล้กันขนาดนี้” “..เอเรน ขอละ อย่ายุ่งเลยนะ” “ถ้าแกเรียนเคมีอย่างฉันแกจะเข้าใจว่า ทุกสมมุติฐานมีเหตุผล และทุกการทดลองไม่ว่าจะสำเร็จหรือผิดพลาด... มันคือหน้าประวัติศาสตร์ พวกนี้อาจจะทดลองอะไรบางอย่างแน่ๆ” “..ฉันเริ่มไม่เข้าใจสิ่งที่สมองแกคิดละ ฉันแค่นักศึกษาปี4คณะนิเทศศาตร์ การที่แกพยายามยัดเคมีอะไรของแกเข้าหัวสมองฉันไม่มีผลอะไรกับฉันสักนิด==^” มีนถอนหายใจแล้วลากฉันออกไปจากหน้าบ้านของพวกนั้น “ฉันว่าตอนนี้แกรีบคิดว่าวันนี้เราจะกินอะไรกันดีกว่าที่ไม่ให้ไขมันหรือคอเลสเตอเรลในเลือดเพิ่มขึ้น~” “ขนมปังโฮลวีต” “....4วันแล้วค่ะเพื่อน==*” “งั้นก็เลือกนึกถึงคอเลสเตอเรลพวกนั้น ไปกินหมูกะทะกัน” ฉันลากนลินไปที่หน้าปากซอยทันที คุมน้ำหนักไปทำไม สุดท้ายก็ยังอยากที่จะคิดของอร่อยๆไร้ประโยชน์กันอยู่ดี... กินของที่อยากจะกินนี่สิ สุขที่สุด อีกด้าน.. “กูว่ายัยผู้หญิงนี่... ต้องไม่หยุดสงสัยมึงแน่” “....” “พนันว่าจะกลับมาอีก” “ก็ไล่” ปกป้องตอบอัศวินที่ยืนขมวดคิ้วมองตามหลังเอเรนกับนลินที่วิ่งออกไปจากหน้าบ้าน “บอกเรียนเคมี แต่คิดว่ามึงเล่นยา กลับมาก็ไม่มีอะไรให้ห่วง ก็แค่พวกบ้าความรู้ออกตัวแรง” นักรบจดอะไรสักอย่างลงสมุดบันทึก ก่อนจะถอดแว่นแล้วเดินไปหาอัศวินที่ยืนพิงประตู “แล้วถ้ายัยนั่นแกล้งทำเป็นไม่รู้ จะเอาไง ดูไม่ใช่พวกโง่ๆบื้อๆด้วย” “ก็อยู่ที่มัน” นักรบเพยิดหน้าไปหาปกป้องที่นั่งเลือกของที่ซื้อมานิ่งๆโดยไม่ลดฮู้ดที่สวมอยู่ลง “เอาไง ไอ้พ่อมด ให้กูเก็บเลยไหม~” > อัศวิน “....จะทำอะไรก็เรื่องของมึง” “อืม~ ความสวยของยัยนั่น ไม่ได้ทำให้พ่อมดของเราหวั่นไหวจริงๆ~” “....” ปกป้องแค่เหลือบมองแล้วก็หยิบเฉพาะของที่ตัวเองไป เขาก้าวขึ้นบรรได เขาเดินขึ้นไปพร้อมความเงียบแบบทุกทีก่อนจะชะงักแล้วหันกลับไปพูดกับนักรบ “มึงเปลี่ยนผ้าม่านให้กูที” “เปลี่ยนทำไม? จะเอาทึบกว่านี้ไม่มีแล้วนะเว้ย” “ก็ซื้ออีกผืนแล้วติดให้กูอีกชั้น” “..เพื่อ?” “กันพวกชอบเสือก” (🧬🦠)Special Part“ไอ้ปกไอ้เหี้ย! มึงจะวัดสกิลอะไรของมึงเนี่ย! อ่านใจกูไม่ได้สกิลปืนทองนะมึง!!”ร่างสูงของอัศวินวิ่งหนีปกป้อง พร้อมกับปาหมอนใส่ ฉันที่นั่งอยู่ก็ขำ เพราะตั้งแต่กลับมาไทยรอบนี้ และผ่านไปหนึ่งเดือน ทุกคนในบ้านถูกปกป้องอ่านใจชนิดที่ว่า ไม่เหลือความลับอะไรให้กักเก็บ บ้านนี้กลายเป็นบ้านที่ไร้ความลับแม้แต่แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ“ตามึงละ ตอนมึงไม่อยู่บ้านพวกกูต้องเจอกับอะไร รู้สึกหรือยัง” สงครามพูดด้วยท่าทีเฉยเมย แต่ก็ไม่ได้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น… พูดตรงๆก็ เขาเป็นคนแรกที่หนีการอ่านใจของปกป้องไม่ได้ ^^* นักรบยังหนีได้นานกว่าอีก^^“…มีสาวแล้วนิหว่า?”“ไอ้! หุบปากเลยมึง!” แต่ดูเหมือนเรื่องที่ปกป้องพูดจะทำให้อัศวินหน้าแดง ในขณะที่สงครามและนักรบนั่งดูเหตุการณ์อย่างสบายใจ“ไอ้! พวกมึงอะ ไม่คิดจะช่วยกูหน่อยหรือไง!” อัศวินเริ่มหาตัวช่วยเมื่อตัวเองจนมุม ปกป้องที่หรี่ตามองตรงไปที่อัศวินกำลังก้าวขาเข้าไปใกล้“ไม่.. กูก็โดนแบบมึง” เสียงนักรบตอบนิ่งๆ เขากระดกชาร้อนที่ฉันเป็นคนชงให้และแอบนั่งขำบางๆ“ปกป้อง หยุดแกล้งได้แล้ว^^” ฉันเดินไปเกาะแขนหนา“เธอไม่น่าขัดนะ อีกนิดเดียวเอง”“ไอ้เวรนิ!”“อ๋า~ ที่
Project MCTRChapter 43เหมือนฝัน.. ความรู้สึกที่ได้เจอในตอนนี้ ไม่เถียงนะว่าคนมีความรักโลกมันจะกลายเป็นสีชมพู ฉันรู้สึกอ่อนแอได้อย่างสุดขีดเมื่อมีคนที่รักอยู่ข้างกาย คนที่จะปกป้องฉันอย่างสุดความสามารถ“หิวอะ~”“หาไรรองท้องหน่อยไหม… สเต็ก?” ปกป้องที่มองหาร้านอาหารใกล้ๆ เขาหมุนมองไปรอบๆ“..เปลี่ยนใจละ ค่อยกลับไปกินที่บ้านดีกว่า~”“เดี๋ยวก็เป็นลม” ว่าแล้ว ปกป้องก็เดินตรงไปที่ร้านขายขนมปัง เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าฉันไม่ได้อยากกินของหนักๆอย่างเนื้อสเต็ก ก่อนจะหิ้วถุงกระดาษและแก้วเครื่องดื่มมาให้ฉัน“ครัวซองต์ ช็อกโกแลตร้อน”“…น่ารักจัง”เอเรนหยิบของที่ได้ไปนั่งที่เก้าอี้สาธารณะ เราแบ่งครัวซองต์คนละชิ้น และต่างพากันดื่มช็อกโกแลตร้อนของตัวเอง“…เปลี่ยนไปเยอะ”“อะไรเหรอ?”“ที่นี่”“…อ้อ~”“..เมื่อก่อน ต้นไม้นั่นยังเล็กนิดเดียว” ปกป้องชี้ไปข้างหน้า ต้นไม้ที่สูงตะหง่าน ถึงจะไม่สูงมากแต่พอฟังจากที่เขาพูด มันก็เจริญเติบโตไม่ต่างจากคนเรานี่แหละ “..สูงกว่าฉันซะแล้ว”“ทุกอย่างมันมีช่วงเวลา มีการเติบโต และผ่านการใช้ชีวิตทั้งนั้นแหละ.. ทั้งฉันและนายก็ด้วย.. แม้แต่ทุกคนที่เดินไปมาที่นี่;)”“นั่นสิ”“ฉัน
Project MCTRChapter 42ตั่บๆๆๆๆๆๆ~ ตั่บบบๆๆๆ~ เสียงเนื้อกระแทกกันทำให้ฉันมองหน้าปกป้องไม่ละสายตา ท่อออกซิเจนที่จมูกขยับตามแรงกระแทกที่ส่งมาหาฉัน ลมหายใจที่ปล่อยออกทางปากและเสียงครางที่พยายามอดกลั้น ตั่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~“อึ่ก!”“อ๊ะ… ปก! อ๊าาา!” สมองฉันขาวโพนในเวลาไม่นาน ริมฝีปากหนาที่อ้าออกของคนข้างบนทำให้ฉันรู้ว่าเขาเองก็เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน กล้ามเนื้อช่วงล่างที่กระตุก และท่อนขาที่เกร็งราวกับเหล็ก“อ่า~” ปกป้องก้มลงมาจูบฉัน ดูดลิ้นเคล้าคลึงกับอารมณ์และจังหวะสะโพกที่ช้าลงตามจังหวะ ความอุ่นร้อนที่กลั่นออกมาจากภายในทำให้ฉันงอตัว“..มะ มันจะเลอะเตียง”“ไม่เป็นไร~”“ไม่ได้สิ…” เอเรนมองหาทิชชู่และพบมันอยู่ไม่ไกล เธอเอื้อมดึงมันมาแล้วดันตัวเองขึ้นนั่งและรีบใช้ทิชชู่ในมือรองรับน้ำเชื้อที่ขุ่นขาว กำลังไหลออกจากร่างกายของเธอถ้าเป็นทุกที เธอคงจะบ่นอุบว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ป้องกัน แต่ตั้งแต่พาปกป้องมารักษาที่นี่ เบนเดลก็เป็นพยานอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่าร่างกายของปกป้องไม่สามารถมีลูกได้ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม“20นาที” ฉันมองเวลาที่โทรศัพท์มือถือ แล้วรีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ปกป้องทิ้งตัวลงนอนบนเตียงต
Project MCTRChapter 4128วันผ่านไป..สายตาของปกป้องจับจ้องร่างเล็กของเอเรนที่กำลังยืนคุยกับผู้ช่วยอีกหลายคนที่เบนเดลจัดสรรมาให้ ท่าทางที่ดูสนิทกันเพียงแค่ไม่กี่วันที่อยู่ที่นี่ทำให้ปกป้องไม่พอใจเท่าไหร่“…อ่านใจเมียตัวเองว่างั้นเถอะ?”“….”“มึงก็ดูตกต่ำพอๆกับไปผีตอนเข้าโรงพยาบาล” อัศวินที่นั่งเดาะเหรียญในมือเล่น พูดแหย่เย้าตามสิ่งที่เห็น“ก็เข้าใจนะ ก็ดันสนิทกันเร็วนี่ดิ~”“ปากมึงว่าง? รู้อยู่มันคิดมาก” นักรบพูดแทรก“กูยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ก็พูดตามที่เห็น เอเรนคงไม่ปันใจจากมึงไปหาผู้ช่วยสุดหล่อกล้ามโตนั่นหรอก”“อ๊า~ รำคานจริง เงียบๆปากได้ไหมวะ” ปกป้องที่ยีหัวตัวเองบนเตียงนอนทำให้ทุกคนหันมองไปที่ตัวเขา ยกเว้นเอเรน“มึงจะคิดอะไรมากมาย มึงกับเอเรนผ่านอะไรต่อมิอะไรมาด้วยกัน อีกอย่าง เอเรนคงไม่ทิ้งมึงไปหาผู้ชายคนไหนหรอก” “กูจะคิดอย่างที่มึงพูด… ถ้าเมียกูไม่คิดว่าไอ้ฝรั่งนั่นหล่อ”“อ๊า~ การอ่านใจคนได้มันแย่กะไอ้ตรงนี้แหละ~ รู้เยอะไป ไม่ใช่เรื่องที่ดี” อัศวินพูดทิ้งท้าย ในขณะที่ปกป้องกำลังหัวเสีย เขายีหัวตัวเองนิดหน่อยครืด~ เสียงประตูถูกเลื่อนออก“เป็นอะไรกันอะ ดูเครียดนะ?” ฉันเปิดประตูเข้
Project MCTRChapter 40ร่างหนาที่ไร้เสื้อผ้าปกคลุมนอนอยู่บนเตียงโดยมีสายออกซิเจนสวมที่จมูก เจ้าของแผงอกหนายังหลับสนิท.. เอเรนเห็นภาพพวกนี้เข้าจะหลักอาทิตย์ เธอนั่งอยู่ข้างเตียงเสมอเวลาปกป้องหลับหลังจากได้รับการรักษาในทุกวัน เครื่องมือแพทย์..น่าจะใช่แหละ มันหนีบอยู่ที่นิ้วชี้ของเขาพร้อมกับสายยางยาวๆ จอมอนิเตอร์แสดงอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ“..~” ขณะที่ปกป้องขยับตัว เอเรนก็ขยับตัวตามด้วยความเร็ว ฝ่ามือสอดประสานกับมือหนา ส่วนมือเล็กอีกข้างก็ประทับที่ใบหน้าเรียว“เป็นไงบ้าง?”“…เหนื่อยๆ”“กินน้ำไหม?”“..อื้ม” เอเรนดูแลปกป้องดีตลอดเวลาที่เขาได้รับการรักษา และไม่ยอมห่างปกป้องสักครั้งเดียว ร่างบางหยิบน้ำป้อนชายหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยสายยาง ดวงตาที่เหนื่อยล้าจ้องมองร่างเล็กด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย“..โอเคไหม?”“อืม.. ทำไมไม่กลับบ้าน”“ไม่เอาอะ.. ฉันอยากให้นายเห็นฉันเป็นคนแรกเวลาตื่นขึ้นมา”“…..”“นายจะได้รู้ว่า ฉันอยู่ข้างๆนายจริงๆนะ:)” “ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้.. แค่นี้ก็รู้แล้ว”“ไม่เอาอะ.. ฉันจะอยู่กับนายแบบนี้แหละ อย่าขัดวิธีของฉันเลย” ปกป้องลูบใบหน้าของเอเรน เขารู้สึกรักคนคนน
Project MCTRChapter 39‘มาที่ข่าวเด็ดประเด็นร้อนของวันนี้นะคะ รวบตัวแล้วเฟลค่อน อดีตผู้ช่วยฝีมือดีของดร.ฟิวส์ หลังมีการสืบพบว่า เฟลค่อนอยู่เบื้องหลังการทดลองเถื่อนมนุษย์ โดยมีแพทย์ฝีมือดีอย่าง ดร.ฟิวส์ ที่กระหายวิทยาศาสตร์จนต้องขนขวายทำการทดลองเพื่อให้อยู่ในจุดที่สูงกว่าคนปกติ โดยมีผู้สมรู้ร่วมคิดตัวบิ๊กอย่าง ผู้บริหารคนเก่าขององค์กรN.O.X ที่เสียชีวิตอย่างปริศนาคาบ้านพักของตน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า…’“ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้องเลยใช่ไหมครับ” เบนเดล ฉันและปกป้องยืนฟังข่าวขณะที่กำลังจะเริ่มทำการรักษา “มันจบลงแล้วครับ สบายใจได้ พวกคุณสองคนไม่เดือดร้อนแน่นอน” เบนเดลผายมือให้ฉันและปกป้องเข้ามาด้านใน ทางเดินที่เงียบเชียบทำให้สายตาของปกป้องดูแข็งกระด้างขึ้นมาทันที ฉันสอดประสานมือและคอยบีบมือเขาไว้โดยมีเบนเดลคอยมองอาการของปกป้องไม่ต่างกัน“เลี้ยวซ้ายครับ”“ทำไมเลี้ยวซ้าย?”“…เพราะบริเวณนั้น หรือห้องพวกนั้น ไม่ใช่ที่ของคุณ”“…..”“จะรักษาทั้งที ก็ต้องเปลี่ยนวิวทิวทัศน์สิครับ ถึงจะสมควร:)”“..คุณนี่ก็ละเอียดเหมือนกันนะคะ” คงเพราะถ้าเราตรงไปไม่เลี้ยวซ้าย ที่ตรงนั้นอาจจะเป็นห้องที่ปกป้องถูกจับมาทดล
Project MCTRChapter 26ตึง!“เชี้ย! เหี้ยไรวะเนี่ย!”“เห้ย! เกิดไรขึ้นวะ!” อัศวินและนักรบดีดตัวขึ้นจากโซฟาด้วยความตกใจ ทันทีที่เห็นสภาพเอเรนและสภาพของปกป้องที่ไร้เสื้อ“ฝากเก็บที่เหลือที”“เดี๋ยวๆ นี่มันเรื่องอะไร!”“…..” ปกป้องมองหน้าอัศวินและนักรบโดยไร้คำตอบ มีเพียงดวงตาและสีหน้าที่พอจะทำให้ทั้ง
Project MCTRChapter16เสียงข่าว~“ การเข้าตรวจค้นองค์กรขนาดใหญ่จะมีความเสี่ยงที่จะเสียชื่อเสียงถ้าพวกเขาถูกจดจำว่าเป็นองค์กรวิทยาศาสตร์ที่มีธุรกิจทำผิดกฎหมายและขาดจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชื่อเสียงขององค์กรเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบและส่งผลด้านลบต่ออนาคต การทำ.....”“เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นองค์ก
Project MCTRChapter 7หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่เจอเขาอีกเลย.. ไม่เห็นจริงๆนะ จะมีก็แต่สามคนที่เหลือที่ผลัดกันเข้าออกแล้วใช้ชีวิตเหมือนปกติ.. นี่ก็ปาไปสามอาทิตย์แล้ว แต่... ฉันก็ไม่กล้าเป็นฝ่ายเข้าไปหาเขาก่อนแล้วสิ..“ได้เพลาเสด็จแล้วหรือยังเพคะ~ เพลานี้ดิฉันรอท่านผู้หญิงนานจนน้ำหมากในปากจะแห้งหมดแล้
Project MCTRChapter 6“มึงว่ามันรอดเปล่าวะ?”“พนันอะไรดี? เงิน รถ หรือผู้หญิง?”“เงินดิ มีเมียแล้วอย่าซ่ามากนัก” นักรบเอ่ยโต้สงคราม สองคนนั่งมองบ้านหลังข้างๆคือบ้านของเอเรน ก่อนจะนั่งมองเวลาที่กำแพง“สามพัน กูว่ามันไม่ทำ”“สามพัน กูว่ายัยผมทองไม่รอด” นักรบควักเงินออกมาวางพร้อมๆกับที่สงครามกำลังทำ







