Se connecterProject MCTR
Chapter 6 “มึงว่ามันรอดเปล่าวะ?” “พนันอะไรดี? เงิน รถ หรือผู้หญิง?” “เงินดิ มีเมียแล้วอย่าซ่ามากนัก” นักรบเอ่ยโต้สงคราม สองคนนั่งมองบ้านหลังข้างๆคือบ้านของเอเรน ก่อนจะนั่งมองเวลาที่กำแพง “สามพัน กูว่ามันไม่ทำ” “สามพัน กูว่ายัยผมทองไม่รอด” นักรบควักเงินออกมาวางพร้อมๆกับที่สงครามกำลังทำ “ตารางเช็คอาการ มึงทำอยู่เรื่อยๆหรือเปล่า” “ก็ทำอยู่ตลอด ช่วงหลังอาการมันปกติ ไม่คลั่ง ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” “..ถามจริงๆ มึงคิดว่ามันจะใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้ไหมวะ?” สงครามถามนักรบ เขาหยิบป๊อบคอร์นเข้าปาก และมองหน้าต่างที่ทะลุไปยังบ้านเอเรนอย่างกังวล “...มันก็ได้อยู่ แต่บางอย่างต้องระวัง ร่างกายมัน... แทบไม่มีส่วนประกอบของเลือด ยิ่งนับวันยิ่งน้อยลงทุกที ..อาจจะจริงอย่างที่เอเรนบอก” “....” “เซรุ่มนั่น.. อาจทำให้ตายมากกว่ายื้อชีวิต” “แล้วถ้ามันหยุดใช้” “เบาสุดก็อาละวาด.. หนักสุด ...ก็ตาย” นักรบพับหนังสือที่เปิดผ่านๆคาไว้ที่หน้าที่เขาสนใจ พอพูดเข้าประเด็นนี้ก็เกิดความเงียบขึ้นมาฉับพลัน “...ถ้าส่งตัวมันกลับองค์กร” “เลิกคิด มันเจอมาขนาดนั้น มันไม่โง่กลับไปที่เดิมเพียงเพราะแค่ไม่อยากตายหรอก มึงน่าจะรู้นิสัยมัน” “...” “มันอาจจะยอมตายแทน ถ้าเทียบกับการต้องกลับไปอยู่ในการทดลองพวกนั้น” “..อืม เป็นกู กูก็คง ยอมตาย” บทสนทนาเงียบลงหลังจากประโยคนั้นสิ้นสุด เหมือนเรื่องความตายเป็นเรื่องต้องห้าม แต่ในบางเวลาก็อดพูดถึงไม่ได้ “..กูก็ห่วงมันนะ” >นักรบ #ปกป้อง “เห้ย!” ตัดมาที่อีกฝาก.. ปกป้องกำลังใช้หมอนดันหน้าเอเรนที่กำลังจะพุ่งเข้ามาทำนั่นนี่ตามร่างกายของเขา “งื้ม~” “ผู้หญิงบ้าอะไรวะเนี่ย! เห้ยพอก่อน!!!!” “เนี่ย~ พอพยายามก็ไม่ยอม~” “พยายามตรงไหนวะ! ไอ้! เธอ!” “มาม่ะ~” “ไปไกลๆ!” เพราะปกป้องมีความเป็นผู้ชายสูง การที่จะถูกผู้หญิงรุกขนาดนี้ไม่เป็นผลดีต่อใคร เขาไม่ต้องการลึกซึ้งกับความสัมพันธ์เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ แต่ลึกๆก็ไม่ปฎิเสธว่าโหยหามันพอๆกัน ทุกสัมผัสที่เอเรนแตะต้องทำให้ปกป้องเกิดความรู้สึกแบบผู้ชาย แต่กับเอเรน ความดื้อรั้นและอยากเอาชนะมาก่อนสิ่งอื่นใด ก็ธรรมชาติของผู้หญิง ที่ไม่ใช่ทุกสัมผัสจะทำให้เกิดความต้องการทางอารมณ์ “เธอ! เอเรน!” ปกป้องตัดสินใจพูดออกไปก่อนจะโยนหมอนในมือใส่เอเรนที่ยืนหอบพร้อมกับสายตาที่หรี่มึน ไม่มีความโรแมนติกแบบหนังติดเรท และก็ไม่ได้มีความรู้สึกที่... น่าประทับใจแม้แต่นิด เสียงของปกป้องทำให้เอเรนหยุดนิ่ง “...ทำตัวยาก น่ารำคาญมาก~” “เธอสิน่ารำคาญ!” “ฉันผิดอะไร~ ไม่บอกชื่อไม่เป็นไร ฉันก็จะเรียกนายว่าพ่อมด เหมือน... ไอ้คนที่บ้านนายเรียก! ไอ้พ่อมด” “..ถ้าไอ้รบมันไม่ล็อคประตูบ้าน อย่าคิดว่าฉันจะกลับมาหาเธอแบบนี้อีก!” ปกป้องไม่สนใจคำพูดของเอเรน แล้วเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมาแต่ดันไปชนกับชั้นวางหนังสืออย่างไม่ตั้งใจจนหนังสือบางเล่มตกลงมา ฟึ่บ! ปุ๊บ! ด้วยความรำคาญเป็นทุนเดิม เขาก้มลงเก็บหนังสือขึ้นมาเพื่อที่จะได้ออกไปจากห้องนอนของเอเรนสักที แต่หนังสือที่เขาถืออยู่เผยโฉมหน้าของชายที่เขาเกลียดที่สุดในชีวิต.. จะบอกว่าแค้นก็ว่าได้ ใบหน้าที่ยิ้มระรื่นราวกับภาคภูมิใจจนล้นเหลือ ทำให้ไฟร้อนสุมขึ้นในใจ ปกป้องพุ่งเข้าไปหาเอเรนอีกครั้ง เขากระชากแขนเธอแล้วชูหนังสือในมือ “..เธอเรียนเคมี กับคนนี้?!” “...เปล่า~ นักวิทยาศาสตร์ระดับโลกแบบนั้น คนรากหญ้าอย่างฉันไม่มีปัญญาไปเรียนกับเขาหรอก~ “ “....” “แค่ชื่นชอบผลงาน ไอดอลนะ~” “เหอะ! ไอดอล? คนชั่วๆแบบนี้นะเหรอไอดอลเธอ!” “...แล้ว นายไปเกลียดขี้หน้า ดร.ฟิวส์ มาจากไหนเนี่ย?” “เพราะกูเกลียดมันไง!” “..นี่~ สมัยเรียนนายสอบตกวิชาวิทยาศาสตร์ เลยเกลียดพวกวิทย์ๆใช่ไหมเนี่ย~ เอาน่า~ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ใครๆเขาก็!” “อย่ามาตลกกับฉัน!” พูดมากน่ารำคาญฉิบหาย! “....” “ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมต้องมีแต่คนยกยอปอปั้นมัน แค่เห็นว่ามันมีชื่อเสียง มีคำพูดดีๆโน้มน้าวใจคนได้ หรือผลงานทดลองมันประสบความสำเร็จ แค่นี้แม่งควรได้รับความยกย่อง?” “..แล้วอะไรที่จะทำให้ ดร. ไม่เหมาะสมที่จะถูกยกย่องละ~” “การทดลองเลวๆไง!” “.....” ความฉุนเฉียวทำให้ปกป้องเผลอหลุดบางสิ่งออกมา เขาชะงัก เอเรนเหมือนไม่ได้มีสติปกติพอที่น่าจะจำทุกอย่างที่เขาพูดได้ ปกป้องถอนหายใจแล้วเลือกที่จะโยนหนังสือนั่นลงไปที่เตียงแล้วผลักร่างเอเรนเซไปทางซ้าย แล้วตัวเองก็เดินมาทางขวา อึก! ตึกตัก! “อั่ก!” เหี้ยแล้วไง! กูต้อง กลับบ้าน! อาการมัน... หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที ความรู้สึกที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกลับมาอีกครั้ง เพราะการเห็นหน้าของคนคนนั้นบนปกหนังสืออาจเป็นแรงกระตุ้นความเคียดแค้น ทำให้ร่างกายของปกป้องมีอาการอย่างที่เห็น “..นาย~ โอเคหรือเปล่า~” “ถอยไป!” โครม!! ร่างหนาลงไปกองที่พื้น “...อ๊ากกกก!” เสียงคำรามดังสนั่น เสียงนั่นทำให้สติของเอเรนกลับมา เธอทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นว่าปกป้องลงไปกองที่พื้นแล้วมีท่าทางผิดปกติ เนื้อตัวเริ่มแดง เส้นเลือดที่เห็นนูนชักขึ้นบริเวณขมับคิ้ว... ความเจ็บปวดที่ได้รับทำให้ปกป้องต้องสบัดหมวกทิ้ง เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขา ผิวขาวเนียนไร้ที่ติแต่ติดไปทางซีดเผือดกำลังมีสีแดงเรือๆขึ้นมาตามผิวหนัง เส้นเลือดที่เริ่มชัดเจนมากกว่าเดิมแล้วก็... “อ๊ากกกก! “ ดวงตาที่เปลี่ยนสีไป “..นาย เป็นตัวอะไรเนี่ย!” เอเรนวิ่งไปหลบหลังชั้นวางหนังสือด้วยความกลัว ฉันฝันไปหรือเปล่า! คนตรงหน้าฉัน.. มีท่าทาง... น่ากลัวสุดๆ แต่ดูทรมานมากๆเลยด้วย เขาดิ้นและลงไปกองที่พื้นก่อนจะใช้มือกวาดปัดทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวพังเละไปหมด แถมสายตาที่มีสีเปลี่ยนไปแบบนั้น ...เขามองตรงมาที่ฉันอีกแล้ว! “ยา!!” “!!!!” “เอายา! เซรุ่ม! แฮ่กๆ!” “..อะ อะไร กันเนี่ย!” “กูบอกว่าเอายา! ที่บ้าน!” ฉันพยักหน้าอัติโนมัติแล้วรีบวิ่งออกจากห้องทันที เสียงโครมครามยังอยู่ข้างบน แต่นลินที่อยู่ข้างล่างก็ยังหลับเป็นตาย.. ฉันวิ่งไปที่หน้าบ้านเขา กดกริ่ง เคาะประตูเท่าไหร่ก็ไม่มีคนเปิด! นี่ถ้ายังไม่ออกมาฉันจะพังเข้าไปแล้วนะ! ก๊อก!!! “ไง? สบายตัวมะ... อ้าวเธอ?” “ยา!” “....ยา ยาอะไร?” “ไม่รู้! นาย พ่อมดอะ! บอกว่าให้มาเอายา!” สงครามยืนมองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า “มันทำอะไรเธอหรือเปล่า!” “เปล่า! “ เขารีบพยักหน้าแล้วรีบวิ่งหายเข้าไปก่อนจะออกมาพร้อมกับกระเป๋า ฉันมีหน้าที่แค่วิ่งนำเปิดประตูบ้านแล้วยืนรอเขาอยู่ตรงหน้าประตู “...นี่มัน เรื่องอะไรกันเนี่ย” สิ่งที่ฉันเห็นมันอธิบายได้ยากมาก นายพ่อมดกลับมาเหมือนจะดีขึ้นก็ตอนที่สงครามฉีดอะไรบางอย่างเข้าไป ตัวเขาเริ่มกลับมาเป็นสีเดิม ใบหน้าแล้วดวงตาก็ด้วย.. “เธอไปทำอะไรมัน!” “เปล่า เปล่านะ!” “เปล่า? แล้วมันเป็นแบบนี้ได้ยังไง!” “จะไปรู้เหรอ โวยวายใส่ฉันเรื่อง ดร.ฟิวส์” ฉันชี้ไปที่หนังสือ สงครามหรี่ตาสงสัยก่อนจะวิ่งไปดู “เขวี้ยงหนังสือเสร็จ ก็.. เป็นแบบนี้เลย” “..อย่าบอกใครเด็ดขาด” “...” “ถ้าเรื่องวันนี้หลุดไป.. เธอตายแน่!” “....” ฉันทำอะไรได้ละนอกจากยืนมองผู้ชายสองคนกำลังช่วยเหลือกัน.. แต่สีหน้าที่เจ็บปวดมากๆของนายพ่อมดก็ทำให้ฉันอดเข้าไปช่วยพวกเขาไม่ได้ ปกป้องมองเอเรนด้วยสายตาที่อ่อนแรงก่อนจะสบัดแขนหนีเท่าที่แรงจะมี “เหอะ! หยิ่งไม่ดูสังขารเลยมึงนิ” แล้วสงครามก็พยักหน้าเรียกฉันให้เข้าไปช่วยอีกครั้ง “..ฉัน ไม่บอกใครหรอกไม่ต้องห่วง” “....” ปกป้องที่เหลือบมองด้วยความอ่อนแรง “...ก็ ถ้า นายไม่ชอบด๊อกเตอร์ฟะ.. คนนั้น ก็ไม่เห็นต้องฉายแสงขนาดนี้เลย..” “...” “ถ้าคิดว่าจะได้เจอกับมันอีก ทิ้งไปได้เลยหนังสือเล่มนั้น” “..นี่ไอดอลฉันเลยนะ ฉันเรียนเคมีเพราะด๊อกเตอร์เลยนะจะบอกให้” “เธอไม่อยากมีมันเป็นไอดอลหรอก” “....” “คนเรากว่าจะประสบความสำเร็จมายืนในจุดที่สูงแบบนี้ได้ เธอคิดว่าพวกเขาไม่เคยผิดพลาด?” “.....” “นักวิทยาศาสตร์ ไม่ได้มีแต่ผลงานที่สำเร็จอย่างเดียว กว่าจะสำเร็จผ่านอะไรมามากกว่า นั่นคือเรื่องที่ฉันหมายถึง” “..แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ ฉันละ” “ไม่เกี่ยวหรอก” “ใช่ ไม่เกี่ยว” แล้วสงครามก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ทั้งฉันแล้วเขาพาปกป้องกลับมาที่บ้าน แล้วฉันก็ถูกขอให้กลับบ้านไปโดยที่ฉันเพิ่งได้สัมผัสกับขอบประตู “..นายโอเคนะ พ่อมด?” “...” สายตายังคงมองมาที่ฉันเงียบๆแล้วก็หันกลับไป ทำไมนะ พูดกับฉันสักคำสองคำมันจะตายหรือไงกัน.. คนอุตส่าห์ช่วยขนาดนี้แล้ว ฉันยืนบ่นในใจแล้วก่อนที่ฉันจะหันหลังกลับไป ช่างเถอะ “..ขอบคุณ” “!!!” ฉันรีบหันกลับไป ก็เห็นว่าสงครามยืนมองเจ้าของเสียงนิ่งๆก่อนจะยิ้มมุมปากหน่อยๆ .. ผู้ชายหน้าตาหล่อๆสองคนมีโมเมนต์แบบนี้ มันก็ฟินนะที่เห็นนะ^^ เอเรนยกมือปิดปากด้วยความเขิน “เลิกคิดเลย.. ฉันไม่ใช่ คู่ขามัน..” >ปกป้องพูด ทำให้เอเรนตกใจแล้วกำลังคิดว่าคนตรงหน้า... พูดตรงกับความรู้สึกเธอได้ยังไง (🦠🧬)Special Part“ไอ้ปกไอ้เหี้ย! มึงจะวัดสกิลอะไรของมึงเนี่ย! อ่านใจกูไม่ได้สกิลปืนทองนะมึง!!”ร่างสูงของอัศวินวิ่งหนีปกป้อง พร้อมกับปาหมอนใส่ ฉันที่นั่งอยู่ก็ขำ เพราะตั้งแต่กลับมาไทยรอบนี้ และผ่านไปหนึ่งเดือน ทุกคนในบ้านถูกปกป้องอ่านใจชนิดที่ว่า ไม่เหลือความลับอะไรให้กักเก็บ บ้านนี้กลายเป็นบ้านที่ไร้ความลับแม้แต่แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆ“ตามึงละ ตอนมึงไม่อยู่บ้านพวกกูต้องเจอกับอะไร รู้สึกหรือยัง” สงครามพูดด้วยท่าทีเฉยเมย แต่ก็ไม่ได้สิทธิพิเศษเหนือคนอื่น… พูดตรงๆก็ เขาเป็นคนแรกที่หนีการอ่านใจของปกป้องไม่ได้ ^^* นักรบยังหนีได้นานกว่าอีก^^“…มีสาวแล้วนิหว่า?”“ไอ้! หุบปากเลยมึง!” แต่ดูเหมือนเรื่องที่ปกป้องพูดจะทำให้อัศวินหน้าแดง ในขณะที่สงครามและนักรบนั่งดูเหตุการณ์อย่างสบายใจ“ไอ้! พวกมึงอะ ไม่คิดจะช่วยกูหน่อยหรือไง!” อัศวินเริ่มหาตัวช่วยเมื่อตัวเองจนมุม ปกป้องที่หรี่ตามองตรงไปที่อัศวินกำลังก้าวขาเข้าไปใกล้“ไม่.. กูก็โดนแบบมึง” เสียงนักรบตอบนิ่งๆ เขากระดกชาร้อนที่ฉันเป็นคนชงให้และแอบนั่งขำบางๆ“ปกป้อง หยุดแกล้งได้แล้ว^^” ฉันเดินไปเกาะแขนหนา“เธอไม่น่าขัดนะ อีกนิดเดียวเอง”“ไอ้เวรนิ!”“อ๋า~ ที่
Project MCTRChapter 43เหมือนฝัน.. ความรู้สึกที่ได้เจอในตอนนี้ ไม่เถียงนะว่าคนมีความรักโลกมันจะกลายเป็นสีชมพู ฉันรู้สึกอ่อนแอได้อย่างสุดขีดเมื่อมีคนที่รักอยู่ข้างกาย คนที่จะปกป้องฉันอย่างสุดความสามารถ“หิวอะ~”“หาไรรองท้องหน่อยไหม… สเต็ก?” ปกป้องที่มองหาร้านอาหารใกล้ๆ เขาหมุนมองไปรอบๆ“..เปลี่ยนใจละ ค่อยกลับไปกินที่บ้านดีกว่า~”“เดี๋ยวก็เป็นลม” ว่าแล้ว ปกป้องก็เดินตรงไปที่ร้านขายขนมปัง เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าฉันไม่ได้อยากกินของหนักๆอย่างเนื้อสเต็ก ก่อนจะหิ้วถุงกระดาษและแก้วเครื่องดื่มมาให้ฉัน“ครัวซองต์ ช็อกโกแลตร้อน”“…น่ารักจัง”เอเรนหยิบของที่ได้ไปนั่งที่เก้าอี้สาธารณะ เราแบ่งครัวซองต์คนละชิ้น และต่างพากันดื่มช็อกโกแลตร้อนของตัวเอง“…เปลี่ยนไปเยอะ”“อะไรเหรอ?”“ที่นี่”“…อ้อ~”“..เมื่อก่อน ต้นไม้นั่นยังเล็กนิดเดียว” ปกป้องชี้ไปข้างหน้า ต้นไม้ที่สูงตะหง่าน ถึงจะไม่สูงมากแต่พอฟังจากที่เขาพูด มันก็เจริญเติบโตไม่ต่างจากคนเรานี่แหละ “..สูงกว่าฉันซะแล้ว”“ทุกอย่างมันมีช่วงเวลา มีการเติบโต และผ่านการใช้ชีวิตทั้งนั้นแหละ.. ทั้งฉันและนายก็ด้วย.. แม้แต่ทุกคนที่เดินไปมาที่นี่;)”“นั่นสิ”“ฉัน
Project MCTRChapter 42ตั่บๆๆๆๆๆๆ~ ตั่บบบๆๆๆ~ เสียงเนื้อกระแทกกันทำให้ฉันมองหน้าปกป้องไม่ละสายตา ท่อออกซิเจนที่จมูกขยับตามแรงกระแทกที่ส่งมาหาฉัน ลมหายใจที่ปล่อยออกทางปากและเสียงครางที่พยายามอดกลั้น ตั่บๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~“อึ่ก!”“อ๊ะ… ปก! อ๊าาา!” สมองฉันขาวโพนในเวลาไม่นาน ริมฝีปากหนาที่อ้าออกของคนข้างบนทำให้ฉันรู้ว่าเขาเองก็เรียบร้อยแล้วเหมือนกัน กล้ามเนื้อช่วงล่างที่กระตุก และท่อนขาที่เกร็งราวกับเหล็ก“อ่า~” ปกป้องก้มลงมาจูบฉัน ดูดลิ้นเคล้าคลึงกับอารมณ์และจังหวะสะโพกที่ช้าลงตามจังหวะ ความอุ่นร้อนที่กลั่นออกมาจากภายในทำให้ฉันงอตัว“..มะ มันจะเลอะเตียง”“ไม่เป็นไร~”“ไม่ได้สิ…” เอเรนมองหาทิชชู่และพบมันอยู่ไม่ไกล เธอเอื้อมดึงมันมาแล้วดันตัวเองขึ้นนั่งและรีบใช้ทิชชู่ในมือรองรับน้ำเชื้อที่ขุ่นขาว กำลังไหลออกจากร่างกายของเธอถ้าเป็นทุกที เธอคงจะบ่นอุบว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่ป้องกัน แต่ตั้งแต่พาปกป้องมารักษาที่นี่ เบนเดลก็เป็นพยานอีกหนึ่งเสียงที่ยืนยันว่าร่างกายของปกป้องไม่สามารถมีลูกได้ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม“20นาที” ฉันมองเวลาที่โทรศัพท์มือถือ แล้วรีบจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ปกป้องทิ้งตัวลงนอนบนเตียงต
Project MCTRChapter 4128วันผ่านไป..สายตาของปกป้องจับจ้องร่างเล็กของเอเรนที่กำลังยืนคุยกับผู้ช่วยอีกหลายคนที่เบนเดลจัดสรรมาให้ ท่าทางที่ดูสนิทกันเพียงแค่ไม่กี่วันที่อยู่ที่นี่ทำให้ปกป้องไม่พอใจเท่าไหร่“…อ่านใจเมียตัวเองว่างั้นเถอะ?”“….”“มึงก็ดูตกต่ำพอๆกับไปผีตอนเข้าโรงพยาบาล” อัศวินที่นั่งเดาะเหรียญในมือเล่น พูดแหย่เย้าตามสิ่งที่เห็น“ก็เข้าใจนะ ก็ดันสนิทกันเร็วนี่ดิ~”“ปากมึงว่าง? รู้อยู่มันคิดมาก” นักรบพูดแทรก“กูยังไม่ได้ว่าอะไรเลย ก็พูดตามที่เห็น เอเรนคงไม่ปันใจจากมึงไปหาผู้ช่วยสุดหล่อกล้ามโตนั่นหรอก”“อ๊า~ รำคานจริง เงียบๆปากได้ไหมวะ” ปกป้องที่ยีหัวตัวเองบนเตียงนอนทำให้ทุกคนหันมองไปที่ตัวเขา ยกเว้นเอเรน“มึงจะคิดอะไรมากมาย มึงกับเอเรนผ่านอะไรต่อมิอะไรมาด้วยกัน อีกอย่าง เอเรนคงไม่ทิ้งมึงไปหาผู้ชายคนไหนหรอก” “กูจะคิดอย่างที่มึงพูด… ถ้าเมียกูไม่คิดว่าไอ้ฝรั่งนั่นหล่อ”“อ๊า~ การอ่านใจคนได้มันแย่กะไอ้ตรงนี้แหละ~ รู้เยอะไป ไม่ใช่เรื่องที่ดี” อัศวินพูดทิ้งท้าย ในขณะที่ปกป้องกำลังหัวเสีย เขายีหัวตัวเองนิดหน่อยครืด~ เสียงประตูถูกเลื่อนออก“เป็นอะไรกันอะ ดูเครียดนะ?” ฉันเปิดประตูเข้
Project MCTRChapter 40ร่างหนาที่ไร้เสื้อผ้าปกคลุมนอนอยู่บนเตียงโดยมีสายออกซิเจนสวมที่จมูก เจ้าของแผงอกหนายังหลับสนิท.. เอเรนเห็นภาพพวกนี้เข้าจะหลักอาทิตย์ เธอนั่งอยู่ข้างเตียงเสมอเวลาปกป้องหลับหลังจากได้รับการรักษาในทุกวัน เครื่องมือแพทย์..น่าจะใช่แหละ มันหนีบอยู่ที่นิ้วชี้ของเขาพร้อมกับสายยางยาวๆ จอมอนิเตอร์แสดงอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ“..~” ขณะที่ปกป้องขยับตัว เอเรนก็ขยับตัวตามด้วยความเร็ว ฝ่ามือสอดประสานกับมือหนา ส่วนมือเล็กอีกข้างก็ประทับที่ใบหน้าเรียว“เป็นไงบ้าง?”“…เหนื่อยๆ”“กินน้ำไหม?”“..อื้ม” เอเรนดูแลปกป้องดีตลอดเวลาที่เขาได้รับการรักษา และไม่ยอมห่างปกป้องสักครั้งเดียว ร่างบางหยิบน้ำป้อนชายหนุ่มที่ร่างกายเต็มไปด้วยสายยาง ดวงตาที่เหนื่อยล้าจ้องมองร่างเล็กด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย“..โอเคไหม?”“อืม.. ทำไมไม่กลับบ้าน”“ไม่เอาอะ.. ฉันอยากให้นายเห็นฉันเป็นคนแรกเวลาตื่นขึ้นมา”“…..”“นายจะได้รู้ว่า ฉันอยู่ข้างๆนายจริงๆนะ:)” “ไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้.. แค่นี้ก็รู้แล้ว”“ไม่เอาอะ.. ฉันจะอยู่กับนายแบบนี้แหละ อย่าขัดวิธีของฉันเลย” ปกป้องลูบใบหน้าของเอเรน เขารู้สึกรักคนคนน
Project MCTRChapter 39‘มาที่ข่าวเด็ดประเด็นร้อนของวันนี้นะคะ รวบตัวแล้วเฟลค่อน อดีตผู้ช่วยฝีมือดีของดร.ฟิวส์ หลังมีการสืบพบว่า เฟลค่อนอยู่เบื้องหลังการทดลองเถื่อนมนุษย์ โดยมีแพทย์ฝีมือดีอย่าง ดร.ฟิวส์ ที่กระหายวิทยาศาสตร์จนต้องขนขวายทำการทดลองเพื่อให้อยู่ในจุดที่สูงกว่าคนปกติ โดยมีผู้สมรู้ร่วมคิดตัวบิ๊กอย่าง ผู้บริหารคนเก่าขององค์กรN.O.X ที่เสียชีวิตอย่างปริศนาคาบ้านพักของตน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า…’“ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้องเลยใช่ไหมครับ” เบนเดล ฉันและปกป้องยืนฟังข่าวขณะที่กำลังจะเริ่มทำการรักษา “มันจบลงแล้วครับ สบายใจได้ พวกคุณสองคนไม่เดือดร้อนแน่นอน” เบนเดลผายมือให้ฉันและปกป้องเข้ามาด้านใน ทางเดินที่เงียบเชียบทำให้สายตาของปกป้องดูแข็งกระด้างขึ้นมาทันที ฉันสอดประสานมือและคอยบีบมือเขาไว้โดยมีเบนเดลคอยมองอาการของปกป้องไม่ต่างกัน“เลี้ยวซ้ายครับ”“ทำไมเลี้ยวซ้าย?”“…เพราะบริเวณนั้น หรือห้องพวกนั้น ไม่ใช่ที่ของคุณ”“…..”“จะรักษาทั้งที ก็ต้องเปลี่ยนวิวทิวทัศน์สิครับ ถึงจะสมควร:)”“..คุณนี่ก็ละเอียดเหมือนกันนะคะ” คงเพราะถ้าเราตรงไปไม่เลี้ยวซ้าย ที่ตรงนั้นอาจจะเป็นห้องที่ปกป้องถูกจับมาทดล
Project MCTRChapter 26ตึง!“เชี้ย! เหี้ยไรวะเนี่ย!”“เห้ย! เกิดไรขึ้นวะ!” อัศวินและนักรบดีดตัวขึ้นจากโซฟาด้วยความตกใจ ทันทีที่เห็นสภาพเอเรนและสภาพของปกป้องที่ไร้เสื้อ“ฝากเก็บที่เหลือที”“เดี๋ยวๆ นี่มันเรื่องอะไร!”“…..” ปกป้องมองหน้าอัศวินและนักรบโดยไร้คำตอบ มีเพียงดวงตาและสีหน้าที่พอจะทำให้ทั้ง
Project MCTRChapter16เสียงข่าว~“ การเข้าตรวจค้นองค์กรขนาดใหญ่จะมีความเสี่ยงที่จะเสียชื่อเสียงถ้าพวกเขาถูกจดจำว่าเป็นองค์กรวิทยาศาสตร์ที่มีธุรกิจทำผิดกฎหมายและขาดจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจชื่อเสียงขององค์กรเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบและส่งผลด้านลบต่ออนาคต การทำ.....”“เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจค้นองค์ก
Project MCTRChapter 7หลังจากวันนั้น ฉันก็ไม่เจอเขาอีกเลย.. ไม่เห็นจริงๆนะ จะมีก็แต่สามคนที่เหลือที่ผลัดกันเข้าออกแล้วใช้ชีวิตเหมือนปกติ.. นี่ก็ปาไปสามอาทิตย์แล้ว แต่... ฉันก็ไม่กล้าเป็นฝ่ายเข้าไปหาเขาก่อนแล้วสิ..“ได้เพลาเสด็จแล้วหรือยังเพคะ~ เพลานี้ดิฉันรอท่านผู้หญิงนานจนน้ำหมากในปากจะแห้งหมดแล้
Project MCTRChapter 5ฉัน.. เหมือนฉันกำลังดูหนังซุปเปอร์ฮีโร่แหละ.. ปกป้องดูหงุดหงิดที่ฉันแบกนลินแบบทุลักทุเลก็เลยจับนลินพาดบ่าแล้วก็เดินนำหน้าฉันไปรอที่ประตูบ้าน แล้วก็ดึงกุญแจบ้านไปจากมือฉันด้วยฟุ่บ! แล้ววางนลินอย่างไม่แยแสสักนิดว่าตื่นมาจะระบมไหม“นายจะทุ่มเพื่อนฉัน~ เอาเข็มขัดทองมวยปล้ำหรือไง







