Masukก่อนพิมจะเดินทางกลับมาถึงบ้าน กอล์ฟใช้เวลาดีๆ กับพิมอย่างเต็มที่โดยพ่อของเธอไม่โทรมากวนเลยแม้แต่จะส่งเสียงสายมือถือ มันยิ่งทำให้พิมไม่สบายใจเวลาอยู่กับกอล์ฟ ยิ่งตอนเมคเลิฟแล้ว เธอเครียดจัดถึงขนาดต้องการให้เขาทำแรงๆ และบ่อยๆ ยิ่งเครียดยิ่งอยากจัดหนักยิ่งขึ้น
กอล์ฟทำให้ตามที่เธอขอ เพราะเขาเองก็รักและหวงพิมเช่นกัน แม้จะรู้สึกผิดที่ได้กับพิมโดยที่ไม่ขออนุญาตพ่อเขาก่อน มันทำให้เขารู้สึกอึดอัดเช่นกัน เพราะยิ่งเป็นเพื่อนพ่อที่มีลูกสาวน่ารักๆ เช่นนี้ ความจริงเขาควรเกรงใจและควรห้ามปราม แต่พิมกลับวิงวอนร้องขอ จนทำให้เขาไม่อาจห้ามใจตัวเองได้
มาถึงจุดนี้ที่ต้องหาทางญาติดีกับวิชิต เพื่อนของพ่อตน และไม่อยากให้พ่อที่จากไปต้องรู้สึกเสียใจ ที่ฝากเขาให้ดูแลทุกๆ อย่างภายในครอบครัวและกิจการ จนต้องแบ่งหุ้นภายในกิจการนั้นให้กับ วิชิตซึ่งเป็นเพื่อนพ่อมาช่วยพยุงยามที่เขายังมีประสบการณ์น้อย
แต่เพราะความใกล้ชิดกับพิม ที่ทำให้เขามีเวลาดีๆ กับเธอเข้ามาในชีวิต ช่วงที่ยุ่งเหยิงที่สุด ได้มีเวลาดีๆ ที่ทำให้เขามีกำลังใจต่อสู้กับทุกๆ ปัญหา กอล์ฟจึงไม่อยากให้วิชิตต้องผิดหวังในตัวเขา ที่ช่วยเหลือมาเพียงนี้กลับได้ลูกสาวเขาไปโดยไม่บอกกล่าวกันก่อน
“ไว้พิมจะคุยกับพ่อให้ชวนกอล์ฟไปขอขมาและก็ทำเรื่องหมั้นหมายอย่างถูกต้อง ให้ดีที่สุดเพื่อพ่อจะไม่ต้องเสียหน้ากับใครที่สงสัยหลายๆ คน อากอล์ฟคิดว่าดีมั๊ยคะ?” พิมแนะว่าน่าจะเข้าออกตามประตูให้ถูกต้อง เพื่อว่าพ่อจะให้อภัยในความผิดนี้ของเธอ ว่าพิมพยายามแก้ไขให้มันถูกต้องแล้ว และเธอเองก็ไม่อยากมองชายอื่นนอกจากอากอล์ฟอีก
“นัดวันเวลามานะครับพิม อากอล์ฟจะทำพิธีสู่ขอหมั้นให้ดี ถึงจะไม่เอิกเกริกแต่ให้เป็นเรื่องภายในแบบไม่วุ่นวายก็ดีนะครับ” เขายินดีที่จะรับผิดชอบชีวิตของพิม เพื่อการเรียนต่อไปเมืองนอกจะดูไม่เสียหาย
“ขอบคุณค่ะ อากอล์ฟ พิมรักอากอล์ฟมากๆ นะคะ” หญิงสาวนั่งอยู่ภายในรถพลางหันไปสวมกอดและบรรจงจูบอย่างแนบแน่น สองแขนบางโอบกอดร่างชายหนุ่มหล่อเบื้องหน้า เขาจะเป็นของเธอคนเดียวอย่างถูกต้องหลังจากที่แอบไปได้กันตอนไปเที่ยวทะเลหลังเรียนจบม.ปลาย
“เป็นเด็กดีนะครับ อากอล์ฟจะมาหมั้นหมายพิมก่อนไปเรียนต่อเมืองนอก” ชายหนุ่มสวมกอดตอบอย่างนุ่มนวล รักและเอ็นดูเด็กสาวตรงหน้า ซึ่งกำลังจะเติบโตเป็นหญิงสาวเต็มที่ และจะเป็นภรรยาของเขาในอนาคตเมื่อเธอกลับมา
การหมั้นหมายครั้งนี้จะเป็นเครื่องผูกมัดเธอเอาไว้กับเขา เพื่อมิให้ใครก็ตามมาแทรกระหว่างเธอกับเขา ตอนพิมไปเรียนเมืองนอก และอากอล์ฟต้องอยู่ทำงานที่นี่ในเมืองไทย และพ่อของพิมคงจะจับตามองพวกเขาสองคน จนกว่าจะถึงวันแต่งงานหลังพิมเรียนจบ
******
“พ่อ...” พิมกลับเข้ามาในบ้าน พบว่าเขานั่งหันหน้าออกไปที่สวนข้างบ้าน ไม่ได้สนใจว่าลูกสาวจะกลับเข้ามา และเขาก็ไม่ได้คิดถึงเธอแม้แต่น้อย กลับอยู่ภายในความคิดของตัวเอง โดยไม่แม้แต่จะหันมาสนใจเธอพึ่งมาถึงบ้าน ไม่มีเสียงใดตอบหลังจากพิมเรียกเขา มันยิ่งทำให้เธอรู้สึกอึดอัดหนักขึ้นเรื่อย
“พิมอยากคุยด้วย...” เด็กสาวลดน้ำเสียงลง แต่พยายามที่จะพูดให้ชัดถ้อยชัดคำเช่นเดิม ยังคงไร้เสียงตอบกลับจากพ่อ ซึ่งยังคงนั่งเงียบแม้แววตาของชายสูงอายุจะยังไม่แปรเปลี่ยนจากสวนข้างบ้านก็ตาม ยังคงมีเพียงแค่เสียงลมหายใจของงทั้งสองคนดังสลับกันเบาๆ ในความเงียบนี้ ยิ่งทำให้เด็กสาวรู้สึกตัวเกร็งจนไม่กล้าขยับ
“พิมขอโทษด้วยนะคะ กับเรื่องที่เกิดขึ้น พิมตัดสินใจแล้วค่ะ ว่าจะไปเรียนต่อเมืองนอก...แต่...พิมก็อยากจะเคลียร์เรื่องอากอล์ฟก่อน พิมรักอากอล์ฟ และพิมก็อยากจะขออนุญาตพ่อให้ทำเรื่องของเราทั้งสองคน ด้วยการหมั้นก่อนพิมจะไปเรียนต่อ... พ่อจะอนุญาตให้พิมได้มั๊ยคะ?”
เด็กสาวพยายามรวบรวมความกล้าในการตอบพ่อให้ดีที่สุด เพื่อมิให้ท่านต้องเสียหน้า และช้ำใจมากไปกว่าเดิม เธอพยายามหาทางแก้ไขกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว และอยากให้มันออกมาดีที่สุดสำหรับเธอกับพ่อ หวังเพียงว่าท่านจะยินยอมให้เธอคบหากับกอล์ฟต่อไป
“ตกลงเอาแบบนี้นะ พ่อคงเลี้ยงได้แต่ตัว แต่หัวใจก็จงเลือกให้ถูกคนก็แล้วกัน จะมาหมั้นเมื่อไหร่ล่ะ?” น้ำเสียงของวิชิตแม้จะเข้มด้วยความโกรธ แต่เมื่อลูกสาวของเขากล้าที่จะกลับมาขอโทษและร้องขอในสิ่งที่ต้องการในชีวิต แม้จะไม่หันหน้ากลับมามองลูกสาว แต่ยอมตอบด้วยก็ยังทำให้เขารู้สึกหมดแรงถอนใจเฮือกใหญ่ โกรธให้ตายยังไง ก็คงแก้ไขในสิ่งที่เกิดขึ้นกับพิมไม่ได้แล้ว และคงต้องยอมให้มันเลยตามเลย
“พ่อคะ!!! พิมขอโทษจริงๆ ค่ะ แต่พิมรักอากอล์ฟนะคะ ขอบคุณนะคะพ่อ!” เด็กสาวรู้สึกดีใจจนร้องไห้น้ำตาไหล ท่านยอมคุยและยอมให้เธอทำในสิ่งที่ตัดสินใจว่าจะเลือกทางเดินเช่นนี้ เด็กสาวรีบเดินเข้าไปโผกอดบิดาจากเบื้องหลังโซฟาใหญ่ สองแขนบางโอบรอบหัวไหล่ที่ผ่านกาลเวลาจนเริ่มมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวินาที
มือหนากร้านผ่านกาลเวลายกขึ้นมาตบหลังมือเด็กสาวเบาๆ อยากให้เธอได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการ ว่าสิ่งที่คิดนั้น ดีที่สุดแล้วรึ ต้องการแบบนี้จริงๆ รึ เขาทำได้เพียงแค่ยอมรับและปลอบใจตัวเอง รวมไปถึงปลอบใจลูกสาวตัวเองด้วยว่า บางทีสิ่งที่เธอจะต้องเรียนรู้ อาจจะไม่ได้แค่ในหนังสือจากสถาบันที่ดีที่สุด ที่เขามอบให้ แต่การเรียนรู้ จะต้องเรียนจากประสบการณ์ชีวิตในโลกกว้างเช่นกัน
******
การหมั้นหมายเริ่มทำการนัดวัน เพื่อกอล์ฟจะได้เตรียมสินสอดทองหมั้น มันเกิดขึ้นอย่างเป็นกันเองเงียบๆ ภายในบ้านของพิม โดยอากอล์ฟมิได้มีญาติผู้ใหญ่มากนัก เพราะเขาเองก็นับถือพ่อของพิมดังญาติตน เขาจึงเตรียมขันหมาก เงินทอง คำมั่นสัญญา และแหวนหมั้นเป็นเครื่องสัญลักษณ์ว่า เขากับพิมจะแต่งงานกันหลังจากเธอกลับมาจากเมืองนอก
วิชิตหน้านิ่งเงียบ อวยพรให้ลูกสาวและชายตรงหน้า ซึ่งจะแปรเปลี่ยนจากลูกเพื่อน มาเป็นลูกเขยตนในอนาคต เขาไม่ได้อยากคาดหวังอะไรในตัวพิม หลังจากแอบไปเจอเธออยู่กับกอล์ฟที่ห้องพักในโรงแรมตจว. ได้แต่รอดูผลหลังจากหมั้นหมายแล้ว ว่าจะไม่มีอะไรแปรเปลี่ยนไปจากนี้ เมื่อพิมไปเรียนเมืองนอก และกอล์ฟจะต้องทำงานอยู่ที่นี่รอเธอกลับมา
“ขอให้อดทนรอวันแต่งงานนะ เดินทางไปเรียนเมืองนอกแล้ว ก็แวะกลับมาเยี่ยมพ่อ หรือกอล์ฟจะไปเยี่ยมพิมที่โน้นตอนซัมเมอร์ หรือปิดเทอมก็ได้ มีเวลาก็ดูแลตัวเองและก็ตั้งใจเรียนให้จบ เดินทางกลับมาบ้านปลอดภัยนะลูก” วิชิตอวยพรอย่างเรียบง่าย เพราะนึกคำพูดอะไรได้ไม่มากไปกว่านี้ แววตามองพิมอย่างสงสัยว่า ลูกสาวของตนจะเป็นเช่นไรต่อไปในอนาคต
“ขอบคุณค่ะพ่อ” พิมตอบกลับพร้อมก้มกราบแทบเท้าบิดา เขายอมให้อภัยเธอ ยอมให้เกิดการหมั้นหมายเป็นเรื่องเป็นราวเพื่อมิให้ต้องอับอายต่อการกระทำของเธอที่พลาดไป แต่มันได้รับการแก้ไขแล้วเวลานี้
“ตั้งใจทำงานเก็บหอมรอมริบนะกอล์ฟ เรายังคงเป็นหุ้นเส่วนกัน แม้ว่าการหมั้นครั้งนี้แล้ว จะกลายเป็นว่าที่ลูกเขยก็ตาม คอยดูแลพิมตอนไปเมืองนอก แทนพ่อไม่ได้ไปด้วยนะ คบหากันแล้วค่อยๆ คุยกัน ปรับความเข้าใจกันนะ” คำอวยพรของพ่อที่มีต่อกอล์ฟ มันฟังดูแปลก เหมือนมีอะไรบางอย่างที่รู้ แต่ไม่ได้บอกพิมหมดทุกเรื่อง
“ครับ...” กอล์ฟตอบน้ำเสียงไม่เต็มที่นัก แต่เขายินดีที่จะรับปากกับวิชิตว่าจะไม่ทำเรื่องเหลวไหลแย่ๆ เกิดขึ้นอีก นับจากนี้
“ดูแลกันและกันนะ อย่าทำให้แม่แกผิดหวัง และก็อยากให้การจากไปของ กันต์พล ต้องเกิดความกังวลติดห่วงล่ะ” วิชิตหมายถึงแม่ของพิม และพ่อของกอล์ฟที่จากไป เขารู้แต่จะให้พูดทั้งหมดคงเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากให้พิมและกอล์ฟรู้ด้วยตัวเอง จากประสบการณ์ชีวิตหลังจากนี้
******
นพถือโอกาสอาบน้ำ ในขณะที่เชนเดินเข้ามาตัวเปล่า ขอเข้ามาอาบน้ำด้วยเช่นกัน นพรู้สึกเขินแทบไม่กล้ามองหน้า แต่สำหรับเชน จึงเดินเข้าไปสวมกอดนพใต้ฝักบัวอาบน้ำ“รู้แล้วนะว่าตัวละครในหนังสือแฟนตาซีเล่มนั้น เขาทำอย่างนี้และรู้สึกยังไง” เชนกระซิบอยู่ข้างหูนพ พร้อมๆ กับอาวุธใหญ่ยาวมันเริ่มนอนหลับพักผ่อน แต่ยังแนบอยู่ระหว่างแก้มก้นของนพ ทำให้หนุ่มน้อยใจหายพอสมควร“คะ...ครับ” นพตอบอย่างตกใจ เพราะตื่นเต้นและใจเต้นแรง เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อมันได้เกิดขึ้นกับนพ และไม่มีใครในบ้านรู้ว่าเขาอยากทำแบบนี้มานานแล้ว แม้ว่าจะเป็นฝ่ายรับก็เถอะ“จะมีโอกาสบ้างมั๊ยถ้าผมอยากจะรุกบ้าง” นพถามเชนเบาๆ มองเขาด้วยสายตาแบบอยากวิงวอนขอร้อง“ผมไม่มีวันหันหลังให้ใคร เพราะผมชอบเผชิญหน้า แต่ตอนนพหันหลังให้ผม... ผมก็ชอบอยู่นะ มันใกล้ชิดแน่นมากๆ” เชนยิ้มหวานพลางบอกว่า เขาพึงพอใจในตัวนพมากแค่ไหน เพราะจากการคุยกันวันแรก เชนก็พอจะเอาออกว่า นพอ่อยเขามาตลอด ตอนนี้เขาคงสิ้นท่าอ่อยแล้ว และเชนเองก็อยากสานต่ออย่างเงียบๆ เพื่อมิให้นพเสียการเรียนต่อ“ครูเชนครับ... ผมต้องรีบกลับแล้ว นี่มันใกล้จะค่ำแล้วนะครับ” นพรู้สึกได้ว่าเวลา
นพเริ่มลดตัวลงต่ำนอนราบมองภาพที่สูงกว่าตรงหน้า ร่างของเชนดูตัวใหญ่ขึ้นเมื่ออยู่ข้างบน และเรือนขาของนพเริ่มถ่างออกกว้าง ความเป็นของเขาก็เริ่มอวบแข็งแต่ยังไม่ขยายเต็มที่ แต่สำหรับเชนแล้วเขาพร้อมที่จะเริ่มแนบกายเข้าหานพอย่างไม่ลดละ เพราะกำลังตื่นตัวเต็มที่หัวใจหนุ่มน้อยเต้นระรัวจนเริ่มกังวลว่ามันจะเป็นอย่างไร ในขณะที่เชนเริ่มตัวร่างนพเข้าหาให้ถนัดใกล้ชิด จัดแจงให้อยู่ถูกที่ถูกทางมองหนุ่มน้อยตรงหน้า ใจหนึ่งเชนอยากจะหยุด เพราะมันเกินหน้าที่ครูติวหนังสือ แต่อีกใจบอกให้ทำต่อไป เพราะมันเป็นความต้องการลึกของเชน และนพเองก็ต้องการเช่นกัน...“คือ...ผม...” นพรู้สึกกังวลจนเขาเริ่มรู้สึกกลัว“มันจะผ่านไปได้ด้วยดีนะ...” เชนลดตัวลงต่ำในขณะที่ส่วนปลายร้อนระอุก้อนเนื้อแข็ง จ่อเข้ากับประตูสวรรค์ที่ไม่เคยเปิดให้ใครผ่านมาก่อน ยามนี้เชนค่อยๆ เริ่มออกแรงดันเบาๆ ให้นพได้ผ่อนคลาย เพื่อเขาจะไม่เกร็งจนเจ็บเกินไป“ครู...เชน... ครับ... คือว่า... มัน...” นพรู้สึกถึงอะไรบางอย่างเริ่มปริปากแย้มเปิดส่วนล่างของเขา ทวารของเขาค่อยถูกดันให้เผยอเปิดออก จนนพรู้สึกอยากหยุดมัน ก้อนเนื้ออวบร้อนใหญ่ ค่อยๆทะลุแทงอัดร่างของนพจนเ
เชนพานพมาถึงบ้านของเขา แม้จะเป็นทาวโฮมเล็กๆ แต่นพก็เดินตามเข้ามาในบ้านเขาอย่างว่าง่าย หนุ่มน้อยเห็นว่ามีของบางอย่างเป็นของผู้หญิง ของใช้ไม่กี่ชิ้นที่เห็นน้อยมาก ราวกับว่าเคยเกิดขึ้นและก็หายไปจากชีวิตของเชน แววตาหนุ่มน้อยมองเชนจากเบื้องหลัง เมื่อครูหนุ่มพาหนุ่มน้อยมาเที่ยวบ้านเขาก่อนจะไปส่งบ้านของนพ“ครูเชนเคยมีแฟนหรอครับ? ผมเห็นของใช้บางชิ้นเป็นสีชมพู” นพสายตาดีสังเกตเก่ง เชนจึงไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพามาถึงห้องรับแขก เพื่อจะได้เลี้ยงน้ำชาเขาก่อนพาไปส่งบ้าน“เลิกกันไปนานพอสมควรจนไม่อยากจำ” แม้ว่าเชนจะตอบแลไม่ใยดี ในความทรงจำเขายังเหลือแฟนเก่าในหัวเขายามที่เคยรู้สึกดีต่อกัน เขาแค่อยากมีที่ว่างให้ใครสักคนมาแทนที่ เพื่อลืมแฟนเก่าคนนั้น เธอแต่งงานใหม่มีลูกกับแฟนใหม่ไปแล้ว เชนยังเคยไปงานแต่งเธอด้วยซ้ำ แต่ไม่ได้พูดอะไรนอกจากตบมือยินดีกับเธอ...“ขอโทษนะครับ เผื่อว่าถ้าหากว่าผมช่วยได้...” นพเว้นคำพูดไว้ ทำให้เชนต้องแลมาทางนพ และรอยยิ้มอันอบอุ่น กับดวงตาที่จ้องมองมายังนพ มันแทบจะไม่ละสายตาไปต่อหน้าเขา...“นายอยากรู้ต่อนี่ ว่าในหนังสือที่ชอบเขาทำอะไรต่อ...” เชนเปลี่ยนความรู้สึกของครูหนุ่ม กลายเป็นแ
หนุ่มน้อยยิ้มแย้มร่าเริงเมื่อได้พบครูเชนอีกครั้ง วันนี้เขาไม่พูดถึงหนังสือแฟนตาซีเลย แต่ตั้งอกตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ จนเชนเห็นว่านพมีแววความสามารถเรื่องเรียน อีกทั้งสามารถวิเคราะห์โจทย์ได้อย่างดีเยี่ยม เชนลองให้ทำข้อสอบปีที่แล้ว และตัวอย่างข้อสอบปีนี้ ผลปรากฏว่าคะแนนสอบออกมาเกือบเต็ม“ฝีมือดีมิใช่น้อยเลยนะนพ” เชนค่อนข้างตะลึงกับความเก่งของนพ จนต้องขยับแว่นตาบนหน้าเพื่อโฟกัสคำตอบที่ได้ตรวจทานไป หลังจากนั้นนพเห็นว่าเขาสามารถทำข้อสอบได้ดีแล้ว เขาเริ่มยิ้มแย้มสดใส ราวกับต้องการรางวัลบ้าง“ครูเชนครับ วันนี้ผมอยากหัดขับมอร์เตอร์ไซค์หลังติวเสร็จครับ ครูเชนไม่ได้รับกลับไปไหนใช่มั๊ยครับ?” นพถามน้ำเสียงใส หวังว่าเขาจะไม่โดนปฏิเสธ ครูหนุ่มอมยิ้มจนเกือบขำลั่นออกมา เพราะเขายังไม่มีแพลนจะสอน แต่มีความตั้งใจจะพาไปกินขนม นั่งรถเล่นหลังเลิกเรียน“สอบเข้ามหาลัยได้แล้ว ผมจะสอนให้นะ แต่วันนี้ผมจะพาไปนั่งรถเล่น กินขนมที่ร้านคาเฟ่ก็แล้วกันนะ ผมเลี้ยง...” เชนกล่าวน้ำเสียงสุภาพราบเรียบอย่างเป็นมิตร มันทำให้นพรู้สึกดีที่รู้สึกว่ามันเป็นรางวัลที่น่าสนใจมาก“สอนให้ผมจริงๆ นะครับ” หนุ่มน้อยมีอารามดีใจจนแทบจะโผก
เชนเริ่มสับสนแล้วนี่เขาทำอะไรลงไป เมื่อได้อยู่กับนพในสวนหลังบ้าน ขณะที่เชนยังติววิชาให้นพอ่านข้อสอบและทบทวนเนื้อหา กลับเป็นเชนที่แอบลอบมองนพอยู่หลายครั้ง หลังจากเผลอกอดจูบนพอย่างลืมตัว ไม่ใช่เพราะเขาเกลียดหรือท้าทาย เขารู้สึกดีมากเมื่อกอดนพเช่นนั้น เชนพยายามลืมเรื่องเมื่อตอนบ่าย และตั้งใจว่าจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีก“ครูเชนไม่ชอบผมรึครับ?” นพแค่รู้สึกดีกับเขามากๆ เมื่อเขาได้มอบรอยจูบที่อบอุ่นนี้มาให้ หลังจากที่นพโดดเดี่ยวและเหงามานาน มีแค่หนังสือกับจินตนาการที่ยังอยู่ปลอบประโลมเขาให้มีชีวิตและความรู้สึกเหล่านี้ต่อไป“ผมกำลังติววิชาให้อยู่นะครับนพ อย่าเพิ่งถามอะไรผมตอนนี้นอกเรื่อง” เชนพยายามไม่ให้นพลากออกนอกเรื่อง เพราะเขามองนาฬิกาอยากให้ระฆังช่วยชีวิตเขาที เพราะเขาเองก็มีระดับความต้องการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนต้องอดทนที่จะไม่แตะต้องนพอีกครั้งในรอบถัดไป“เอ่อ... ถ้าเรียนเสร็จแล้วว ผมขอถามอีกครั้งได้มั๊ยครับ?” นพรู้สึกหน้าแดงเขินอายมาก เขามีความต้องการ และอยากสานต่อเรื่องนี้เมื่อตอนบ่าย เขารู้สึกดีมากๆเมื่อครูเชนกอดและมอบรอยจูบที่อบอุ่น เขารู้สึกชอบและอยากทำมันอีกเชนไม่ได้ตอบนอกจากขยับแว่น
พักเที่ยงเหมือนเดิมยามสาวใช้เข็นอาหารมาให้ช่วงเที่ยง วันนี้นพทานอาหารเสร็จเร็ว แต่กลับหยิบขนมของว่างเอาไว้ในมือ พลางชักชวนครูเชนให้ออกไปรับแดดที่สวนหลังบ้านด้วยกัน มันเป็นส่วนที่เขาได้พักผ่อนก่อนจะต้องเรียนหนักยามบ่าย“บ้านนายสวยมากเลยนะ นพ” เชนเดินตามออกมา พร้อมน้ำดื่มในมือที่ถือเอาไว้ เขารู้สึกได้ว่า นพเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ร่าเริง แล้วก็นิสัยดีเวลาเรียนกับเขาด้วย“ผมแค่อยากถามว่า ถ้าเราจะทำอย่างในหนังสือ ผมอยากรู้ว่ามันรู้สึกยังไง?” นพถามในฉากเดียวที่ตัวละครเพศเดียวกันเขาได้ทำร่วมกัน ทำให้สีหน้าของเชนถึงกับตกตะลึงที่โดนถาม เพราะเขาอ่านส่วนนี้แล้ว บอกเลยว่าเขารู้สึกแฮปปี้มากๆ และมากกว่าตอนอยู่กับแฟนของตัวเองเรือนหน้าของครูเชนเริ่มร้อนและเขินแดง เรียวปากเริ่มสั่น ยามมองริมฝีปากหวานๆ เนียนสวยตรงหน้าที่ได้ร้องขอให้เชนสาธิตให้เขาหน่อย“มันคงไม่ดีหรอกนะ นพ ครูมาติวหนังสือนะ เราไม่ได้มาเน้นเนื้อหาในนิยายที่เราได้แลกเปลี่ยนกันบ่อยครั้ง” เชนเริ่มเสียงสั่นเพราะในใจลึกๆ เขารู้สึกกับนพ แต่จะให้ทำแบบนั้นตามคำร้องของหนุ่มน้อย เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะต้องรู้สึกกับนพต่อไปอย่างไร“ดีสิครับ ผมอุต







