LOGINอุปกรณ์ทำเล็บถูกนำออกจากกระเป๋าเป้มาวางบนโต๊ะ พี่วินซ์ไม่ได้ส่งลายที่อยากได้ไปให้ดู ฉันก็เลยคาดการณ์มาด้วยตัวเองว่าผู้ชายคงจะเน้นไปทางสีดำ ก่อนมาที่นี่ฉันเข้าไปค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตดูเลยว่าผู้ชายนิยมทำเล็บกันหรือไม่ ปรากฏว่ามีมากมายโดยเฉพาะชาวร็อกทรงอย่างแบด
"พี่จะทาสีอะไรคะหรืออยากได้เป็นลายอะไรก็บอกมา"
"ทำได้ทุกลายเลยเหรอ"
พี่วินซ์นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาว เท้าข้อศอกกับหน้าขามองสิ่งของบนโต๊ะอย่างสนใจ
"ทำได้หมดค่ะ ขอแค่มีต้นแบบ พี่เปิดลายมาเลยก็ได้ เดี๋ยวเราจะได้ดูก่อน"
เขาเงียบไปสักพักเพราะหยิบมือถือขึ้นมากดขยุกขยิก คงจะเลือกลายนั่นแหละ ไม่นานเขาก็วางมือถือยี่ห้อผลไม้รุ่นใหม่ล่าสุดลงตรงหน้าฉัน บนหน้าจอมันไม่ได้ปรากฏลายเพ้นท์เล็บอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นช่องให้ใส่ไอดีไลน์ต่างหาก
"เปิดอะไรของพี่เนี่ย"
"ก็บอกให้เปิดไลน์ไง เปิดแล้วก็.. ใส่ไอดีของตัวเองลงมา"
ฉันทำปากยื่นแก้มป่องไม่พอใจ ลาย กับ ไลน์ มันก็แค่ออกเสียงเหมือนกัน ใครจะไปคาดคิดว่าคนเจ้าเล่ห์จะเก่งหลักภาษาไทยจนเอามาใช้หลีหญิง
"ถึงได้ฉายาว่าวินซ์นักรักสินะ"
"ฉายาจากใคร" พี่วินซ์ขมวดคิ้วสงสัย
นั่นสิ ฉันไปได้ยินจากใครมานะ "ลอยมาตามลมให้เข้าหูนั่นแหละ ตกลงจะเอาลายอะไรคะ"
"ไลน์น้อง"
"ถ้ายังกวน เราจะกลับนะ"
ฉันทำท่าจะรวบเก็บของ พี่วินซ์ก็เลยรีบหยิบมือถือกลับคืนเช่นกัน ไม่นานก็วางลงมาใหม่ ครั้งนี้เป็นลวดลายเพ้นท์เล็บจริงๆ
"ดำตัดขาว เอาแค่นี้เหรอคะ"
"ทาทำไมเยอะแยะ"
เขาพึมพำแล้วลุกขึ้นยืน เดินหายเข้าไปในห้องหนึ่ง ระหว่างรอฉันก็เลยมองสำรวจห้องที่เข้ามาเยือนเป็นครั้งที่สอง ห้องของเขาเน้นโทนสีเทา สะอาดและข้าวของน้อยมาก เน้นไปที่เฟอร์นิเจอร์เสียส่วนใหญ่ หากพูดว่าเป็นห้องตัวอย่างก็ยังน่าเชื่อ
ห้านาทีพี่วินซ์ก็เดินออกมา ครั้งนี้เสื้อนักศึกษาหายไปอวดท่อนบนเปลือยเปล่า ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวราวกับมีไดร์เป่าผมมาพัดผ่าน รีบก้มหน้ามองมือที่จับกันอยู่บนหน้าตัก หุ่นดีมีมัดกล้ามสุดแสนจะมีเสน่ห์ มันทำให้เกิดจินตนาการล้ำเลิศว่าค่ำคืนนั้นร่างกายกำยำนี้อย่างนั้นเหรอที่แนบชิดฉันอย่างเร่าร้อน
"หิวหรือเปล่า กินอะไรก่อนไหม"
พี่วินซ์กลับมานั่งลงที่เดิม ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบแล้วยื่นมือไปคว้ามือเขามาจับเพื่อเริ่มทำงาน "น่าจะไม่เกินสองชั่วโมง เราจะรีบทำให้เสร็จ"
"รีบกลับไปไหน เห็นก็โสด"
"รีบกลับมันเกี่ยวอะไรกับโสดล่ะคะ"
จะอยากกลับเพราะเขาเป็นแบบนี้นั่นแหละ ฉันเงยหน้าขึ้นแยกเขี้ยวใส่เขาไปหนึ่งครั้งแล้วตะไบเล็บต่อ ขั้นตอนในการเพ้นท์เล็บมีมากมาย เพิ่งจะถึงขั้นตอนแรกเอง แต่ฉันอยากเอามือเขายัดเข้าไปในเครื่องอบเล็บในขั้นตอนสุดท้ายแล้ว
"ก็ไม่เกี่ยว.. พี่เห็นคลิปนั่นที่น้องลงในทวิตเตอร์ จี๊ดดีว่ะ"
"มันหรือเราล่ะที่จี๊ดน่ะ"
"น้องดิ.. เจ๋งดี"
"ก็สมควรแล้วไหมล่ะคะ พี่อย่ารื้อฟื้นได้ไหม โมโหขึ้นมาเล็บจะหลุดเอาได้"
"ขอโทษที่คืนนั้นเข้าใจผิด"
"ก็บอกว่าเราผิดเองที่เมาและเราก็ไปยืนให้พี่เข้าใจผิด"
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของพี่วินซ์ยังซุกซนเหมือนเดิมตั้งแต่เจอครั้งแรกจนตอนนี้ มันทำให้ฉันร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอีกหน
"แต่นั่นมันครั้งแรกของน้องไม่ใช่เหรอ"
เจอความจริงกระแทกหน้าเข้าไปฉันก็อ้าปากพะงาบๆ แต่แล้วมันยังไงล่ะ "พี่มั่ว.."
"ให้รับผิดชอบไหม"
"พี่ถามคำถามนี้กับผู้หญิงทุกคนที่นอนด้วยเลยเหรอ ผู้ชายอย่างพี่มันโคตรน่ากลัว"
"ขอแค่คำตอบ"
"พี่จะรับผิดชอบยังไงคะ"
"มีครั้งแรกแล้ว อยากมีครั้งที่สองไหม รับฺผิดชอบด้วยการทำให้ไง"
"โคตรสนองนี้ดตัวเองเลย"
ยืนยันอีกครั้งว่าเขาเป็นผู้ชายที่น่ากลัวคนหนึ่ง จบงานนี้ฉันจะอยู่ห่างจากเขา อย่าได้มาใกล้ฉันเลยนะผู้ชายที่เป็นนักรักเนี่ย
"เขาเรียกว่าวินวิน สนุกกันทั้งสองฝ่ายต่างหาก สนองแค่ตัวเองตรงไหน"
"พี่หยุดพูดเรื่องนี้ได้ไหม" ฉันจ้องหน้าพี่วินซ์จริงจัง "เราไม่อยากทำอะไรแบบนั้นกับพี่อีกแล้ว เห็นหน้าแบบนี้เราก็เลือกนะ"
พี่วินซ์ดูจะอึ้งไปเลยเพราะเขามองฉันนิ่งค้างแทบไม่กระพริบตา คนเรามีสิทธิ์เลือกทุกอย่างนั่นแหละ ถึงเขาจะหล่อและรวยมาก เซ็กซ์ดีด้วย.. ล่ะมั้ง แต่ฉันก็ไม่อยากมามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาอีก ฉันไม่อยากกลายเป็นของเล่นคนรวยอย่างบาสพูด
"เปิดเพลงที เราอยากฟังเพลง"
นั่นเท่ากับว่าจากนี้เขาจะต้องไม่พูดแม้แต่คำเดียว
ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงงานของฉันก็เสร็จสิ้น ทำลายสถิติที่เคยผ่านมาเพราะปกติแล้วฉันจะค่อนข้างปราณีตเป็นพิเศษ โชคดีที่ลายขาวตัดดำมันง่ายเลยเสร็จโดยไว
"พี่วางมือนิ่งๆ นะ ขอเราถ่ายรูปไปรีวิวหน่อย"
"ห้ามแท็ก"
"ชิ! ใครจะอยากแท็กล่ะ"
ฉันแยกเขี้ยวอีกหน ได้รูปจนพอใจก็แบมือออกไปตรงหน้า "ขอสร้อยข้อเท้าของเราคืนด้วยค่ะ"
"อยู่ในห้อง ไปหยิบเอาเอง"
เขาเอียงศีรษะบอกทิศทางก่อนจะลุกจากโซฟาเดินเข้าห้องไปก่อน ดูไม่ออกเลยว่าเขาชื่นชอบฝีมือการเพ้นท์ของฉันหรือไม่ ดูไม่ออกด้วยว่ามันเข้ากันกับเขาตรงไหน
ฉันเก็บของใส่กระเป๋าเรียบร้อยทั้งหมดจึงเดินเข้ามาในห้องที่เคยถูกเชือด พี่วินซ์ยืนหันหลังสวมใส่เสื้อยืดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า ฉันเลยรีบวิ่งปรู๊ดไปหยิบของที่เห็นว่าวางอยู่บนโต๊ะเล็กข้างหัวเตียง
"ทั้งหมดห้าร้อยบาทค่ะ เราคิดค่าเดินทางห้าสิบ"
"เอาเงินสดหรือโอน" เขาหันมาถาม
"ได้หมดค่ะ"
"ได้หมดก็นอนลง"
พอได้จังหวะก็เอาอีกจนได้ ฉันกัดริมฝีปาก มองไปยังอดีตสมรภูมิรบก่อนจะส่ายหน้า
"ทำให้ฟรีก็ได้ ขี้เกียจจะเสียเวลากับพี่แล้ว"
ฉันเดินกลับมาออกมาสะพายกระเป๋าเป้ ถือว่าลองวิชาไปแล้วกันเพราะไม่อยากอยู่ที่นี่นานๆ อีกต่อไป ฉันรีบเร่งเดินออกมาจากห้อง ไม่รอเจ้าของห้องเชื้อเชิญ ทว่าเพียงเดินออกมาถึงหน้าลิฟต์ก็พบเจอคู่กรณีถึงสองคน
"แกใช่ไหมที่ชื่อกีวี่"
ผู้หญิงที่ฉันจดจำได้ว่าอยู่ในวาร์ปที่ผู้คนเปิดใต้คลิปฉาวนั่นยืนอยู่ตรงหน้า ฉันตกใจชะงักสองขา เคลื่อนสายตาไปมองบาสที่ยืนอยู่ข้างเธอคนนี้ ที่บาสโทรมาเพราะเขาอยู่ที่นี่อย่างนั้นสิ
ไม่ใช่หรอก.. บาสบอกว่าเขาอาศัยอยู่แถวมหาวิทยาลัยตัวเองซึ่งไม่ใช่ย่านนี้เลย คงเป็นห้องของผู้หญิงนั่นแหละ
"แกเป็นคนโพสต์คลิปนั่นใช่ไหม"
"ฉันเอง อย่าถามหาเหตุผลเพราะพวกเธอน่าจะรู้ดี"
"รู้ดีเลยล่ะ รู้ว่าแกมาแย่งผัวฉันไง แม่หมั่นไส้มานานแล้ว ขอตบหน่อยเถอะ"
เธอปรี่เข้ามาหาฉันอย่างรวดเร็วแล้วฟาดมือลงบนแก้มของฉัน มีหรือที่ฉันจะยอม กำปั้นเล็กๆ จึงง้างขึ้นชกเข้าจมูกของยัยบ้าคนนี้ทันที
"กรี๊ด! แกตายแน่"
แทนที่จะสลด เมียของบาสก็พุ่งเข้ามาตะลุมบอนกับฉัน สองมือของฉันทั้งเอาคืนทั้งปัดป้องไม่สนว่าจะโดนตรงไหนของนังบ้าคนนี้หรือไม่ ความเจ็บและชาคืบคลานเข้ามาทุกครั้งที่มือพลาดมาถูกศีรษะ
หมับ! พลันลำตัวของฉันก็ถูกดึงถลาให้ถอยหลังแล้วถูกกอดกระชับแนบแน่นด้วยท่อนแขนของพี่วินซ์ ฉันจำกลิ่นน้ำหอมของเขาได้
"ทำเหี้ยอะไรกันวะ"
เสียงของพี่วินซ์ตะโกนกร้าว ชี้นิ้วใส่บาสที่ทำเพียงยืนสองมือล้วงกระเป๋ากางเกง เขามองฉันด้วยแววตาเฉยชาและไม่คิดจะเข้าไปปลอบประโลมคนที่มาร้องว่าเขาคือผัว เห็นธาตุแท้ก็วันนี้ สารเลวจริงๆ
"แล้วมึงเสือกอะไร" บาสย้อน
"ที่นี่ถิ่นกู มึงอย่าเก๋า"
"อ่อ ผัวใหม่กีวี่เหรอ เลือกได้ดีนี่เธอ..."
"หุบปากแล้วออกไปทั้งคู่ ถ้ายังเห็นว่าเสนอหน้าอยู่ที่นี่กูจะแจ้งตำรวจ"
ฉันรับรู้ได้ว่าพี่วินซ์กำลังโกรธ มือที่กอบกุมหัวไหล่ของฉันบีบแน่นมาก
"ถ้าแจ้ง ฉันก็จะแจ้งพรบ.คอมอีนี้เหมือนกัน"
"ถ้าไม่คิดจบ ก็คงต้องมาวัดกันสักตั้ง.. กูได้ข่าวว่ามึงเพิ่งโดนใบแดงเรื่องปาร์ตี้ยา.."
ยังพูดไม่ทันจบบาสก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป เขากระชากแขนผู้หญิงให้เดินกลับไปทางห้องพักซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับที่ฉันเดินมา เมื่อพวกเขาเข้าห้องกันไปพี่วินซ์ก็บังคับพาฉันกลับมาที่ห้องเช่นกัน
ฉันมายืนเคาะประตูอยู่หน้าห้องของพี่วินซ์ เฝ้ารออย่างใจจดจ่อและตื่นเต้น ในหัวจินตนาการไปต่างๆ นาๆ ถึงคำว่าป่วยและเจ็บที่พี่เก้าพูด ห้านาทีประตูจึงแง้มอ้าออกพร้อมกับเจ้าของห้องที่โผล่หน้าออกมาพี่วินซ์ตกใจอย่างเห็นได้ชัดที่พบเจอว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่คงไม่เท่าฉันที่ตกใจกับสภาพของเขา"พี่เป็นอะไรคะ"ไม่รีรอจะเอ่ยถามเสียงสั่น ดวงตาจดจ้องท่อนบนที่ไร้เสื้อผ้าปิดกาย ผิวเนื้อของเขามันมีแต่รอยฟกช้ำ ไม่ว่าจะเป็นลำคอ หน้าอก หน้าท้องและท่อนแขน ฉันช้อนสายตาขึ้นสบตาเขา ถึงได้เห็นชัดเจนว่าบนใบหน้าหล่อเหลาก็มีรอยฟกช้ำเช่นกัน"กลับมาเมื่อไหร่"เขาโยนคำถามกลับมา และฉันดูออกว่าพี่วินซ์พยายามปั้นสีหน้าให้ดีอยู่"พี่ตอบคำถามเราก่อนสิว่าเป็นอะไร ที่พี่หายไป.. ไปทำอะไรมา"ใบหน้าของเขาพร่าเบลอเพราะหยาดน้ำตาบดบัง ไม่รู้เลยจริงๆ นะว่าพี่วินซ์มีผลต่อความรู้สึกของฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันอยากร้องไห้อีกแล้ว"คือ..." มือใหญ่ยื่นมาจับมือฉัน ทว่าฉันสะบัดออก นี่ฉันน้ำตาเอ่อล้อมดวงตาขนาดนี้ ถ่อมาหาถึงขนาดนี้ก็ยังไม่คิดพูดบอก นั่นหมายความว่าฉันคงไม่ได้สำคัญขนาดที่จะต้องรู้เรื่องของเขา"ไม่บอกก็ไม่เป็นไร เราลืมไปว่าจะเ
มีคนคิดถึงฉันขนาดโพสต์สตอรี่ไอจีด้วยแคปชั่นและเพลงเศร้า ที่รู้ว่าพี่วินซ์สื่อถึงฉันเพราะมุมด้านล่างของสตอรี่นั้นมีอีโมจิขนาดเล็กจิ๋วที่เป็นผลกีวี่สีเขียวอยู่ เขาโทรมาคุยกับฉันด้วยนะ มาบ่นๆ ว่าคิดถึงและเหงานั่นแหละวันอาทิตย์ฉันช่วยแม่ขายของ แต่สายตาจับจ้องไปยังมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะบัญชีด้านหลังเคาน์เตอร์คิดเงินสลับกับมองนาฬิกาข้อมือไปด้วยขณะนี้เวลาห้าโมงเย็น พี่วินซ์เงียบหายไปตั้งช่วงเที่ยงที่โทรมาบอกว่ากำลังจะไปบ้านของเขา ระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่จะไม่มีสายของใครโทรเข้ามา แต่เพราะเขาทำให้ฉันติดนิสัยเฝ้ารอไปแล้ว เขาน่ะผิดเต็มๆ“ไปเดินตลาดไหมวี่”พี่แอปเปิ้ลเอ่ยชวน ยามเย็นไม่ห่างจากบ้านจะมีตลาดนัดที่มีของกินมากชนิดที่ว่าขุนให้อ้วนเป็นหมู แต่ฉันกลับส่ายหน้าปฏิเสธ“ปวดหัวอ่า หนาวๆ ด้วย ไม่ไปดีกว่า”“ไม่สบายยังจะมาช่วยแม่อีกนะ ไปนอนพักซะ” แม่เอ่ยไล่ทั้งยังผลักดันแผ่นหลังของฉันเป็นการบังคับให้เดินกลับเข้ามาในบ้านฉันจึงขึ้นมาบนห้องนอน อาบน้ำทั้งที่หนาวสั่นให้เรียบร้อยเพราะคิดว่าอาจจะนอนยาว หลังจากกินยาแก้ปวดหัวก็มาล้มตัวลงนอน ยังไม่วายหยิบมือถือมาดูว่าพี่วินซ์ส่งแชท
มีคนเนียนนอนที่ห้องของฉัน แม้เตียงนอนจะแค่ห้าฟุตแต่พื้นที่กลับเหลือเฟือเพราะพี่วินซ์นอนกอดฉันแน่น และได้รู้หนึ่งอย่างว่าพี่วินซ์ขี้โม้มาก เขาพูดนั่นพูดนี่ให้ฉันฟังก่อนนอน บอกว่าตัวเองชอบแข่งรถ ชอบเล่นเกม เรียนเกือบเก่ง พ่อเป็นนักการเมืองและยังสามารถกินพริกสดได้เป็นกำๆ เดี๋ยววันไหนฉันจะขอเทสต์ข้อหลังสุดสักหน่อย ทำไมได้อย่างที่โม้จะผลักไสไล่ส่งไปให้ไกลเลยน่าแปลกที่ทั้งคืนฉันกลับหลับสนิทโดยไม่อึดอัดจากการถูกโอบกอด ตื่นขึ้นมาตอนเช้าท่อนแขนแกร่งก็ยังคงกอดรัดแน่น"ชอบฉวยโอกาส"บ่นงึมงำใส่คนหล่อที่ตอนหลับอย่างกับเด็กสามขวบ ดีนะที่เมื่อคืนฉันบ่นง่วงนอนเลยรอดพ้นมือของคนหื่นได้อย่างหวุดหวิด"พี่วินซ์.. ขอเราลุกหน่อย"เขาขยับตัวเป็นนอนหงายทันที "พี่มีประชุมกับฝ่ายขาย""ถ้างั้นก็ลุกสิคะ"เป็นฉันที่กระเด้งตัวจากที่นอนแล้วดึงรั้งท่อนแขนใหญ่โตให้เจ้าตัวลุกขึ้นนั่ง พี่วินซ์ไม่ดื้อดึง ยอมนั่งแต่โดยดี ระหว่างให้เขาหายเมาขี้ตา ฉันก็มาเตรียมผ้าเช็ดตัวกับแปรงสีฟันให้เขา ส่วนเสื้อผ้าพี่วินซ์เตรียมมาแล้ว ดูเหมือนจะมีสำรองเอาไว้ในรถตลอดเวลา"ไปค่ะ อาบน้ำแล้วไปทำงาน""คร้าบคุณวีวี่ของผม แม่พี่คงดีใจตายเลย"เ
ร้านข้าวต้มเจ้าเด็ดของพี่วินซ์คือในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย ในเมื่อเคยย้ำแล้วว่าเรื่องแซ่บๆ ของเราที่เกิดขึ้นต้องเป็นความลับ ฉันเลยค้านที่จะไปกินที่นั่น พี่วินซ์จึงต้องเป็นคนไปซื้อมาให้ฉันกินบนรถผู้ชายที่อยากได้ฉันเป็นแฟนก็จัดให้ตลอดไม่มีบ่น แถมยังบริการเป่าแล้วป้อนให้ด้วย"อาย่อย" ฉันเคี้ยวตุ้ยๆ ทำตาโต เคี้ยวหมดก็อ้าปากรอคำต่อไป พี่วินซ์ก็ป้อนฉันต่อเรื่อยๆ เขายิ้ม บ้างก็หัวเราะดูมีความสุขที่ให้ผู้ชายป้อนไม่ใช่ว่าฉันหลงระเริงได้ใจว่ามีคนมาเอาใจหรอกนะ การกระทำที่พิสูจน์ความจริงใจคือการเอาใจใส่ ฉันกำลังดูว่าผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาตอแหลแกล้งทำหรือไม่"พี่.. มีอะไรกับคนอื่นนอกจากเราไหม"แค้กๆๆ พี่วินซ์สำลักน้ำเปล่าที่กำลังกระดกดื่มหลังจากที่กินข้าวต้มเหลือจากของฉัน เขาปิดฝาขวดน้ำ ส่ายหน้าพรืด"ตั้งแต่มีอะไรกับน้อง.. พี่ก็หลอกน้องมาเย็บคนเดียวเลยครับ""เหรอ.. ไม่น่าเชื่อ"ฉันจ้องหน้าเขาพยายามจับผิด ถ้าเขาจะไปมีอะไรกับคนอื่นก็คงห้ามไม่ได้ ฉันก็ถามไปอย่างนั้นแหละ แต่คำตอบดันไปในทิศทางที่ดีเกินคาด"เป็นคนซื่อๆ.. ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรไม่น่าเชื่อหรอก ลองรักดูไหม แล้วจะ..""อุ๊ย! สายแล้วเราไป
ช่วยด้วยฉันพลาดท่าพี่วินซ์!!เพราะมัวแต่หัวใจเต้นและครุ่นคิดกับประโยคนั้นของเขา รู้ตัวอีกทีฉันก็ถูกคนกึ่งเปลือยโอบอุ้มขึ้นมานอนบนโซฟา มอมเมาหัวสมองของฉันด้วยจูบเร่าร้อนแล้วจัดการดั่งคนบ้าเหมือนที่ผ่านมาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน รู้แค่ว่าท้องฟ้ามืดสนิทและฝนเทลงมาสร้างบรรยากาศให้เป็นใจ ในเมื่อพลาดไปแล้ว ฉันเลยพลิกวิกฤติเป็นโอกาสกอบโกยความฟินมันเสียเลย"น้องกีวี่ ซี้ด!"พี่วินซ์บีบขยำก้นของฉัน แหงนเงยใบหน้าส่งเสียงบอกให้รู้ว่าเขาสุขสมแค่ไหน ไม่นานฉันก็เป็นฝ่ายกรีดร้องตัวกระตุกเกร็งบ้าง พี่วินซ์เองก็ตามมาติดๆ อีกครั้งฉันทิ้งตัวนอนทาบทับเขา ออนท็อปครั้งแรกทำฉันล้าไปทั้งขาและหมดเรี่ยวแรง"โคตรเก่งเลยว่ะ"พี่วินซ์โอบกอดฉัน ลูบหัวและแผ่นหลังช่วยให้ฉันผ่อนคลาย ฉันเขินที่เขาชม แต่ขอฉันรวบรวมแรงฮึดก่อนนะ จะฟาดเขาให้ตายเลย นี่มาทำเล็บนะ นอกจากเล็บจะไม่ได้ทำ ดันเย็บกันจนยับ ฉันจะคิดเงินคูณห้าสิบ ยังไงก็ห้าสิบ"หิวข้าวได้ยัง""หิว""ป่ะ กินกันเถอะ"เขาขยับสะโพกช้าๆ ฉันเลยต้องรีบหยัดตัวขึ้นใช้เล็บข่วนหน้าอกแกร่งเพราะทำท่าจะเสียรู้คนหื่นอีกหน"ไม่กิน เราจะกลับ พี่หลอกเรามาได้ยังไงเนี่ย"หมับ! พี
[Winz Part]ไอ้เก้าบ่นเหงาผมเลยชักชวนมันมานั่งดื่มด้วยกันที่ผับเพราะผมเองก็ชักจะเหงาๆ อยู่เหมือนกัน ผมมองไปยังผู้หญิงกลุ่มหนึ่งในขณะที่ยกแก้วเหล้าขึ้นจิบ มีหนึ่งคนยิ้มให้ผม ผมก็เลยยิ้มตอบพร้อมกับที่เท้าถูกปลายเท้าของไอ้เก้าสะกิด"จะดีลเหรอวะ""ไม่ว่ะ" ผมเบือนหน้ากลับมามองผู้คนที่เต้นกันอยู่ตรงหน้า"แปลก ปกติมึงเก็บเรียบตลอด เครียดเคลียร์งาน?""งานเคลียร์จบแล้ว เฉียดเกียรตินิยมขนาดนั้นเอาไรมาเครียดวะ กูก็แค่เบื่อๆ""มึงเล่นงานคนซะยับยังมีอะไรให้น่าเบื่ออีกเพื่อน"ท่อนแขนของไอ้เก้าพาดผ่านบ่าของผม ก่อนจะหยิบแก้วเหล้ามาชนกัน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาผมยุ่งๆ เกี่ยวกับการจัดการคนให้มังกร รวมถึงจัดการคนในฝั่งของผมเริ่มจากผู้หญิงที่อดีตเคยเป็นลูกบ้านในคอนโดมิเนียม เธอถูกลูกน้องของผมนำหลักฐานเมื่อครั้งเข้าไปเที่ยวสถานบันเทิงแห่งหนึ่งแล้วสูบบุหรี่ ข่มขู่เธอไปว่าถ้าไม่อยากให้ภาพหลุดไปถึงพ่อกับแม่ก็เลิกวุ่นวายกับกีวี่ ตั้งแต่วันนั้นเธอก็หายไปทันทีส่วนไอ้บาสหลานชายนายกรัฐมนตรี ถ้าจะเล่นงานมันคงต้องทำอะไรให้รัดกุมและหลักฐานชัดเจน ผมจึงใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาเจาะและเสาะหาจนพบว่ามันเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน







