Home / โรแมนติก / You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ / ตอนที่ 3 ความจริงอันน่าเจ็บปวด

Share

ตอนที่ 3 ความจริงอันน่าเจ็บปวด

last update Last Updated: 2026-02-23 00:13:49

ตอนที่ 3

ความจริงอันน่าเจ็บปวด

แล้วคุณจะเอายังไงต่อล่ะ เรื่องงานแต่งงานน่ะ

ฉันคงต้องเลื่อนทุกอย่างออกไปก่อนน่ะค่ะ

แล้วแบบนี้เจ้าบ่าวของคุณจะโอเคเหรอ? เขาเองก็เป็นถึงอาจารย์หมอเลยนะครับ

ไม่โอเคก็ต้องโอเคค่ะ ไว้เรื่องนี้ฉันจะคุยกับเขาเอง

บทสนทนาระหว่างเธอและรามินทร์ยังคงติดอยู่ในหัวของเธอ แม้ว่าตอนนี้ต้องสลัดเรื่องทุกอย่างออกเพื่อนอนหลับแล้วก็ตาม และยิ่งกว่านั้นภาพของรุ้งแก้วที่เดินเข้าไปในห้องตรวจของว่าที่เจ้าบ่าว และเสียงที่รุ้งแก้วคุยกับโสนยังคงวนเวียนอยู่เรื่อย ๆ จนต้องลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ดวงตาสวยปรายขึ้นมองเพดานที่ถูกตกแต่งเป็นสไตล์โมเดิร์นท่ามกลางความมืดสนิท เสียงนาฬิกาแขวนผนังยังคงดังเป็นจังหวะอยู่ไม่หาย ทันใดนั้นเอง สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในใจก็ปรากฎออกมา

คุณเวศ คุณทำแบบนี้กับบุษได้ยังไง! คุณทำได้ยังไง!!”เสียงของบุษบาดังขึ้นในโถงกลางบ้านดุจประการรัตนาพร้อมทั้งฉุดกระชากตัวของนิเวศผู้เป็นสามีด้วยความโกรธและเสียใจ ด้วยข้างกายนิเวศนั้นมีผู้หญิงคนหนึ่งพร้อมกับเด็กอีกคนยืนอยู่ด้วย

ตอบบุษมาสิ! คุณไปไข่ลับหลังฉันตอนไหน! ถึงได้ลูกออกมาเป็นตัวขนาดนี้!

ลูกเราก็โตมากแล้วนะ ทำไมถึงไม่รู้จักอายบ้าง!!”

หยุดนะบุษ! อย่าทำแบบนี้จะได้ไหม! เดี๋ยวคุณพ่อคุณแม่ก็กลับมาได้ยินหรอก!”

ได้ยินก็ดีสิ! คุณพ่อคุณแม่คุณจะได้รู้ไงว่าสันดานของคุณมันเลวแค่ไหน ไอ้หน้าตัวเมีย!! ไอ้เลว!”

เพี๊ยะ!!

กล่าวลั่นวาจาไม่ทันขาดคำ เสียงมือก็กระทบลงใบหน้าของบุษบาทันทีจนหล่อนเซล้มลงท่ามกลางความตกใจของใครหลายคน และหนึ่งในนั้นก็คือลูกทั้งสามคนที่เกิดจากเขาและหล่อนด้วย

พราววลิน พลพนธ์ พีรัตน์ วิ่งเข้ามาในบ้านหลังใหญ่พร้อมกับฝนที่เริ่มโปรยปราย ทั้งสามคนยังอยู่ในชุดนักเรียนเอกชนชั้นนำของประเทศ พราววลินมองบิดาด้วยสายตาที่ผิดหวังสุดชีวิต เด็กสาวนำตัวเองเข้ามาบังไม่ให้น้องชายเห็นในสิ่งที่บิดาจะทำต่อไปนี้

บิดาของเธอใช้มือดึงผมของมารดาให้เงยหน้าขึ้นมองและชี้หน้าเป็นการขู่

หุบปากของคุณไปซะบุษ! ผมให้คุณเป็นใหญ่ เป็นหลวง มียศมีเกียรติแค่นี้มันไม่พอหรือไง ผมก็แค่ต้องรับผิดชอบโสนกับรุ้งแก้วเพิ่ม คุณให้ผมไม่ได้เหรอ!!?”

ถ้าคุณไม่อยากตาย ก็อยู่เฉย ๆ ซะ!!”

พ่อนั่นแหละที่สมควรตายไปจากโลกนี้ที่สุด!!”

สุดท้ายพราววลินก็ทนไม่ไหว เธอหันไปฝากแม่บ้านให้ดูแลน้องชายและรีบวิ่งเข้าไปดึงมือของบิดาออกจากตัวมารดาพร้อมกับประคองให้มารดาลุกขึ้น แววตาฉายแวว

ความโกรธ ความเสียใจและความผิดหวัง พ่อของเธอกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไรกัน!!

พราว!! ลูกถอยออกไปเดี๋ยวนี้!”นิเวศเอ่ยด้วยน้ำเสียงตกใจ ไม่คิดว่าลูกทั้งสามคนจะมาได้ยินกับสิ่งที่ตนเองทำกับผู้เป็นภรรยา ยิ่งเป็นพราววลินที่ทำให้เขาได้มีทุกอย่างจนถึงทุกวันนี้ มันยิ่งน่าตกใจมากกว่าเดิม

บิดาอยากมีหลานสาวมากกว่าหลานชาย ไม่ว่าลูกคนไหนก็ต่างรู้เรื่องนี้ แต่พอเวลาผ่านไปก็ไม่มีใครให้ท่านได้เลยสักคน มีเพียงเขาเท่านั้นที่ให้ได้ แต่เมื่อพราววลินมาเห็นเช่นนี้แล้ว เขาจะทำอย่างไรต่อล่ะ ยิ่งเริ่มโต พราววลินยิ่งหัวแข็งมากขึ้น เขาควบคุมอะไรลูกสาวคนโตคนนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

พวกแกจะยืนอยู่ทำไม! พาคุณหนูออกไปเดี๋ยวนี้!”

ฉันไม่ออก! อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”พราววลินหันไปตวาดพร้อมกับสะบัดมือของแม่บ้านออกทั้งหมด วงหน้าสวยของ คุณหนูพราววลิน ดุจประการรัตนามองหน้าบิดาด้วยความแข็งกร้าวก่อนจะมองไล่ไปพบกับผู้หญิงสองคนที่ยืนอยู่ข้างกายนิเวศ ดวงตาสวยเริ่มมีน้ำตาเอ่อและขยับปากพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ พราวไม่เคยคิดเลยว่าพ่อจะเป็นคนแบบนี้

พราวกับน้องมองพ่อว่าเป็นคนที่ทำให้รู้สึกปลอดภัย พ่อเป็นฮีโร่ของพวกเรา

แต่ที่ไหนได้ พ่อก็ไม่ต่างอะไรจากขยะที่ปู่กับย่าทำให้เกิดมา”

“ตั้งแต่เกิดมาย่าต่างก็บอกพวกเราว่าครอบครัวดุจประการรัตนาเป็นผู้ดี และยังพูดจาดูถูกแม่ให้ลูกเขาได้ยิน จะบอกอะไรให้นะคะ ว่าสำหรับพราว พ่อเป็นผู้ดี..ที่ทำตัวได้ไพร่ที่สุดเท่าที่พราวเคยเห็นมาเลย แบบนี้บรรพบุรุษของพ่อคงภาคภูมิใจในตัวพ่อน่าดู

ยายพราว! หยุดพูดลามปามแบบนี้ได้แล้วนะ!”นิเวศเริ่มชี้หน้าลูกสาวด้วย

ความโกรธ แต่ก็โดนพราววลินปัดมือออกและชี้หน้าบิดาของตนเองกลับไปเช่นกัน

พ่อนั่นแหละที่ต้องหยุด!!”

ทีพ่อยังตบแม่ได้เลย! แค่คำพูดแค่นี้ทำเป็นรับไม่ได้เหรอคะ! ถ้าหน้าบางขนาดนั้น ทำไมถึงต้องทำเรื่องชั่ว ๆ กับพวกเราด้วย!!”

ยายพราว!!”

เพี๊ยะ!!

พราวลูก!! คุณนิเวศ!!”

พี่พราว!!”

อีกครั้งที่พลั้งมือด้วยความโกรธ คราวนี้มันยิ่งหนักกว่าเมื่อมือไปกระทบที่ใบหน้าของลูกสาวคนโต ใบหน้าสวยมีรอยประทับสีแดง ไม่ต้องให้ถามเลยว่าเจ็บหรือไม่ เพราะรอยบนหน้ามันบ่งบอกถึงระดับความเจ็บไปเรียบร้อยแล้ว

แต่จนถึงตอนนี้พราววลินก็ยังไม่มีน้ำตาออกมาให้เห็น เพราะในใจของเธอร้องไห้แทนดวงตาของเธอไปแล้ว

เป็นไง? หุบปากเก่ง ๆ ของแกได้แล้วใช่ไหม? ถ้าได้แล้วก็พาน้องแกกลับขึ้นห้องไปซะ แล้วไม่ต้องมายุ่งเรื่องพ่อกับแม่อีก เข้าใจไหม!”

พ่อทำแบบนี้ได้ยังไงวะ! แม่งโคตรทุเรศเลย!”พลพนธ์วิ่งเข้ามายืนอยู่ข้าง ๆ พี่สาวและเอาตัวบังมารดาเอาไว้ แต่คนอย่างนิเวศกู่ไม่กลับ ความโกรธที่รุนแรงนั้นยังไม่ซาไป

ไอ้พนธ์! แกอยากโดนเหมือนพี่แกหรือไง!”

เอาสิ! ถ้าพ่อกล้าพ่อก็ทำเลย! คนอื่นเขาจะได้รู้ว่าคุณนิเวศ ดุจประการรัตนา

ทำร้ายเมียหลวงกับลูกที่ถูกต้องตามกฎหมายของตัวเอง เพื่อปกป้องเมียน้อยไฮโซกับลูกเมียน้อยของพ่อไง แล้วคราวนี้ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าปู่จะว่ายังไง

ไอ้พนธ์!!”

เอาเลยค่ะ ทำเลย!! ถ้าพ่อกล้าทำร้ายพวกเรา พวกเราก็จะทำลายตระกูลนี้เหมือนกัน แล้วมาดูว่าใครมันจะแน่กว่ากัน!!”พราววลินยังไม่ยอมถอย ในเมื่อไม่มีอะไรจะเสียไปมากกว่านี้แล้วก็เอาให้มันสุดไปเลยจะดีกว่า คิดซะว่านับตั้งแต่วันนี้พ่อของเธอได้ตายไปแล้ว แค่นี้ก็คงไม่เกินความสามารถของเธอเท่าไรหรอก

พ่ออย่าคิดนะว่าพ่อสูงส่งไปกว่าเวรกรรม

พ่อคอยดูไปเถอะว่าพอเวลาผ่านไปเวรกรรมจะทำอะไรพ่อได้บ้าง

ถ้ามันทำไม่ได้ พราวจะเป็นเวรกรรมของพ่อเอง!”

เสียงฟ้าร้องหยุดเวลาในอดีตไว้เพียงเท่านั้น แสงของสายฟ้าทำให้เธอสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ความเจ็บปวด และพยายามกลบมันให้ลงไปอยู่ในส่วนลึกของหัวใจ

มันเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันหาย ไม่มีทางหายไปได้เลย

และตอนนี้สิ่งที่เธอกลัวก็ ‘อาจจะ’ กำลังเกิดขึ้นกับตัวเธอเช่นกัน

พราววลินถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่สุดท้ายก็ต้องข่มตานอนอย่างเช่นทุกครั้งพร้อมกับภาวนาขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย

….

น้องพราวจะเลื่อนงานแต่งงานเหรอ!”พิ้งกี้เอามือทาบอกหลังจากที่รู้เรื่องจากพราววลิน ใจหล่อนนึกถึงเรื่องไหนไปไม่ได้เลยนอกจากเรื่องของหมอภูภูมิกับพยาบาลสาวที่พีรัตน์เล่าให้ตนฟังในวันนั้น “ใช่ค่ะ พอดี..พราวมีเรื่องนิดหน่อย”

“เรื่องอะไร? บอกพี่ได้หรือเปล่า?”

“เรื่องนั้น...พราว...พราวแค่สงสัยอะไรบางอย่าง ก็เลยอยากจะหาความจริงให้มั่นใจก่อน ถ้ามันไม่ใช่เรื่องจริง งานก็ยังดำเนินต่อไปได้ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องจริง...”

“เรื่องคุณหมอใช่ไหม?”ผู้จัดการส่วนตัวกลั้นใจถาม ในเมื่อพราววลินเกริ่นมาถึงขั้นนี้แล้วก็คงจะไม่ใช่เพราะเรื่องอื่น คงจะเป็นเรื่องนี้แหละ “พี่พิ้งกี้..ไปรู้อะไรมาคะ”

“พี่ไม่ได้รู้ด้วยตัวเองหรอก น้องพีเขาเป็นคนบอก น้องพีคิดว่าคุณหมอภูภูมิ...นอกใจน้องพราว”พิ้งกี้ตัดสินใจเล่าเรื่องทุกอย่างให้พราววลินฟังตั้งแต่ต้นยันจบ ซึ่งมันก็ตรงกับที่รามินทร์เล่าทุกอย่าง แล้วแบบนี้จะให้เธอคิดดียังไงได้อีก

“แล้วแบบนี้น้องพราวจะทำยังไงต่อ?”

“ถ้ามันเป็นอย่างที่พี่พิ้งกี้กับคุณรามินทร์พูดจริง ๆ ก็ต้องเลื่อนไปก่อนค่ะ ตอนนี้พราวยังไม่มีหลักฐานเป็นรูปธรรม เพราะงั้นพราวยังเอาผิดอะไรพวกเขาไม่ได้”

“เดี๋ยวนะ หนูบอกว่าคุณรามินทร์พูด นี่หมายความว่า?”

“วันนั้นที่เขาขอคุยกับพราว เขาพูดกับพราวเรื่องนี้ค่ะ”

“ว่าแล้วเชียวว่ามันต้องไม่ปกติแน่ ๆ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพี่จัดการเรื่องงานแต่งงานให้ ส่วนเรื่องหลักฐานน้องพราวอยากให้พี่จ้างนักสืบด้วยหรือเปล่า?”

“เรื่องนั้นพราวขอให้คุณรามินทร์ช่วยไปแล้วค่ะ”

“พราวคิดว่าถ้าผ่านคุณรามินทร์ที่อยู่นอกวงการมันอาจจะดีกว่า นักข่าวจะได้สืบไม่ได้ว่าใครเป็นคนช่วยพราว พี่พิ้งกี้จะได้ไม่โดนไปด้วย”

“คุณรามินทร์นี่เห็นหล่ออบอุ่นแบบนั้นก็ดูน่ากลัวเหมือนกันนะคะ นี่เขาเป็นเจ้าพ่อแก๊งค์มาเฟียอะไรแบบนี้หรือเปล่า เหมือนในละครเลยอะ ว่าแต่ที่เขาช่วยน้องพราวนี่ เขาชอบเราหรือเปล่าเนี่ย เผื่อใจไว้พิจารณาคนอื่นหน่อยก็ดีนะคะ สวย ๆ อย่างหนู ไม่ต้องไปแคร์คนไม่รักดีมากหรอก”ไม่วายเลี้ยวกลับไปชมรามินทร์ ก่อนหน้านี้หล่อนขอถอนคำพูดที่ว่าเขาไปก็แล้วกัน “ไม่หรอกค่ะ เขาก็แค่พลเมืองดีที่สงสารพราวก็เท่านั้นแหละ”

แต่หญิงสาวกลับปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาของผู้จัดการส่วนตัว เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน จะมาชอบอะไรกันล่ะ ยิ่งเข้ามาในสถานการณ์แบบนี้ด้วย เขากับเธอคงเป็นได้แค่พี่น้องที่ดีต่อกันเท่านั้น คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้

เพราะถ้าเกิดมันเป็นเรื่องจริง เธอก็อาจจะพักใจยาวไปเลยก็ได้ ชีวิตนี้ไม่มีสามี ไม่ได้แต่งงานก็คงไม่ตายหรอก!

....

พักนี้นายหัวดูเครียด ๆ นะครับเนี่ย มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”ไข่นุ้ยวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะอาหารของบ้านพักในกรุงเทพมหานครที่คุณอันโตนิโอผู้เป็นบิดาถือครองอยู่ตั้งแต่สามสิบปีก่อนจนถึงตอนนี้ บ้านหลังนี้ยังคงสภาพสมบูรณ์ด้วยเพราะคุณอันโตนิโอได้ยกให้รามินทร์เป็นเจ้าของและผู้ดูแลคนต่อไป

“เปล่า ไม่มีอะไร แล้วนี่หนูเล็กขึ้นเครื่องแล้วเหรอ”รีบเปลี่ยนเรื่องพูดถึงคนที่เพิ่งขึ้นเครื่องบินกลับบ้านที่ปักษ์ใต้แทน หนูเล็กเป็นลูกของป้าเล็กซึ่งเป็นแม่บ้านในบ้านของเขาที่มารดาส่งให้มาดูแลคนอื่น ๆ หนูเล็กจึงติดสอยห้อยตามป้าเล็กมาด้วย เขาจึงให้หนูเล็กเป็นคนดูแลปัญณพรน้องสาวของเขาแทนในเวลาที่เขาไม่อยู่ พอหนูเล็กต้องมากับเขาและไข่นุ้ย คนที่ต้องดูแลปัญณพรก็คือป้าเล็ก เขาจึงให้หนูเล็กกลับไปอยู่เป็นเพื่อนทั้งสองคน

เหลือเพียงเขากับไข่นุ้ยที่ยังอยู่กรุงเทพมหานคร

“ครับ แต่กว่าจะไปได้ ของฝากหนักกระเป๋า”นั่งลงพลางพูดติดเล่น

“…”

บ้านตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง รามินทร์มองไปที่แก้วกาแฟหอมกรุ่นก็ยกมันขึ้นมาจิบ “ไข่นุ้ย”ปากหยักตัดสินสินใจเอ่ยเรียกลูกน้อง

“ครับนายหัว?”

“ฉันจะให้นายช่วยอะไรฉันหน่อย แต่เรื่องนี้ต้องเป็นความลับนะ”

….

เสียงแจ้งเตือนจากมือถือดังขึ้นในขณะที่พราววลินกำลังนั่งทานข้าวกับครอบครัวของหมอภูภูมิ เธอปรายตามองลงที่หน้าจอมือถือก่อนจะมองคนรักที่กำลังใช้ตะเกียบคีบอาหารให้กับเธออยู่

บ้านฉัตรเกล้า เป็นลูกหลานเชื้อสายจีน บิดาของหมอหนุ่มเป็นนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นคนที่ค่อนข้างดุมาก มารดาก็ไม่ต่างกันเพราะมาจากครอบครัวเชื้อสายจีนเช่นเดียวกับสามี แต่ที่ทั้งสองคนใจดีกับพราววลินเป็นพิเศษ เหตุผลก็คงจะมีอยู่ไม่กี่อย่างนั่นก็คือ พราววลินเป็นลูกหลานของดุจประการรัตนา ผู้มีเชื้อสายมาจากผู้ดีเก่าสมัย

ต้นรัตนโกสินทร์ติดขึ้นไปจนถึงอยุธยา แถมยังเป็นดารานักแสดง นางแบบและนักธุรกิจ สวย รวย เก่งเช่นนี้ ใครได้เป็นลูกสะใภ้ก็โชคดีไปทั้งชาติแล้ว

“พราวทานอันนี้นะคะ ปีกไก่เหล้าแดง สูตรอาม่าของพี่เลย”

“ขอบคุณค่ะ”

บรรยากาศที่เคยคิดว่าดี เริ่มน่าอึดอัด แม้คนในครอบครัวของเขา ทั้งเขา พ่อแม่ น้องสาว น้องชายจะชวนเธอพูดสนทนากันแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกถึงความจริงใจเลยสักนิด เธอเองก็ไม่รู้ว่าเกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไร รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกอยากออกไปจากตรงนี้แล้ว “เอ่อ..พราวอิ่มแล้วน่ะค่ะ”เธอบอกกลางวง

“พอดีพราวมีงานต้องไปทำต่อ ขอโทษคุณพ่อคุณแม่ด้วยนะคะ”

หญิงสาวไม่สามารถทนกับความอึดอัดที่ตนเองมีได้ จึงรีบขอตัวกลับออกมา ทำให้นายแพทย์หนุ่มเกิดเอะใจกับท่าทีของว่าที่เจ้าสาว ภูภูมิเดินออกมาส่งคนรักที่ตอนนี้เอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่จา แม้แต่กับเขาเอง “พี่ภู! กอดพราวทำไมเหรอคะ”

พราววลินชะงักนิ่งเมื่อจู่ ๆ คนรักก็ฉวยกอดเธอจากด้านหลัง ถ้าเป็นปกติเธออาจจะดีใจหรือไม่ก็อาจจะอารมณ์ดีขึ้น แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ เธอรู้สึกอึดอัดมากขึ้นกว่าเดิมจากการที่คนรักกอดเธอแน่นแบบนี้ “ที่รักเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ไม่พอใจอะไรพี่หรือเปล่า?”

“หรือว่าโกรธที่วันนั้นพี่ตัดสาย พี่ขอโทษนะคะ วันนั้นมันยุ่งมากจริง ๆ ”เขาอธิบาย แต่เธอก็ปลดมือของคนรักออกและหันมามองเขา พราววลินพยายามปั้นหน้ายิ้มให้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ใจเธออีกครึ่งก็ยังอยากเชื่อใจภูภูมิอยู่ แต่อีกใจหลังหน้าจอมือถือนั่นก็มีความจริงจากรามินทร์รอเธออยู่เช่นกัน

ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน รามินทร์ก็ทำในสิ่งที่เธอต้องการให้ครบสมบูรณ์ราวกับจ้างนักสืบค่าหัวละแสนกว่าบาทมาทำงาน จนเธอเองก็เริ่มอยากรู้แล้วว่า แท้จริงแล้วรามินทร์ทำงานอะไรกันแน่ จะใช่เจ้าพ่อ หัวหน้าแก๊งค์มาเฟียอย่างที่พิ้งกี้เคยแซวไว้หรือเปล่า

แต่ความผ่อนคลายก็ต้องหยุดเพียงเท่านี้ ตอนนี้เธอต้องโฟกัสกับความตึงเครียดตรงนี้ก่อน

“เปล่าค่ะ พราวไม่ได้เป็นอะไรเลย พราวต้องรีบไปทำงานแล้วจริง ๆ ช่วงสองวันนี้เราอาจจะไม่ได้เจอกันนะคะ พอดีต้องไปออกกองต่างจังหวัดน่ะค่ะ”นี่เป็นข้ออ้างที่ดีที่สุดที่จะไม่ทำให้หมอภูภูมิเกิดสงสัย เพราะปกติเธอก็ต้องออกกองถ่ายบ่อยแบบนี้ทุกครั้งอยู่แล้ว เวลาที่จะต้องเจอกันแต่ละทีก็ไม่ต้องพูดถึง อีกคนเป็นแพทย์ อีกคนเป็นดารา เวลาไม่เคยตรงกัน

“แล้วนี่จะไปยังไงคะ ขับรถไปเองไหวเหรอ”

“พราวขับรถเองได้ค่ะ พี่ภูไม่ต้องห่วงหรอก พี่ภูเองก็ต้องไปเข้าเวรเหมือนกัน เพราะงั้นก็แยกกันตรงนี้ก็ได้ค่ะ”

“ให้พี่ไปส่งดีกว่า อย่างน้อยก็ให้พิ้งกี้ขับแทนพี่ต่อ”ข้อเสนอของเขา ยังไม่ทันที่เธอจะปฏิเสธ เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ดวงตาคมมองดูหน้าจอมือถือแล้วก็เกิดเงียบไป พราววลินเห็นถึงพิรุธของคนตรงหน้าทำให้แพทย์หนุ่มขอตัวไปคุยกับปลายสายก่อนจะไปส่งเธอ

แต่พราววลินไม่ได้โง่ที่จะมองไม่ออก หญิงสาวค่อย ๆ เดินตามคนที่เดินออกมาคุยมือถือไกลเสียสวนข้างบ้าน โชคดีที่ข้าง ๆ กัน มีเสาบ้านต้นใหญ่พอจะให้เธอหลบซ่อนตัวได้

“พี่บอกแล้วไงรุ้งว่าพี่ขอเวลาหน่อย รุ้งก็รู้ว่าพราวมีค่ากับครอบครัวของพี่มากแค่ไหน ถ้าป๊ากับม๊าพี่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นคงไม่เอาพี่ไว้แน่”

“อะไรนะ! รุ้งห้ามบอกพราวเด็ดขาด พี่ขอร้องล่ะ อย่าทำให้อะไรมันยุ่งยากไปมากกว่านี้ได้ไหม? ไหนบอกว่าจะอยู่ในที่ของตัวเองเงียบ ๆ ไง? แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้อยากเปิดตัวนัก? หรือเพราะว่าอยากเอาชนะพี่สาวตัวเองก็เลยคิดจะเปิดตัว?”

คำสนทนาที่ทิ่มแทงใจพราววลินจนแทบเซ ตอนนี้เธอแทบไม่จำเป็นต้องเปิดหลักฐานที่รามินทร์หามาให้เธอเสียด้วยซ้ำ ความทรงจำเก่า ๆ ที่นิเวศบิดาของเธอเคยทำไว้พุ่งเข้ามาในหัวจนอยากจะอาเจียนออกมาเสียเดี๋ยวนี้ ขาเรียวพยายามพยุงให้ตัวเองเดินออกไปจากบ้านตระกูลฉัตรเกล้า ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันและพยายามสูดลมหายใจเข้าออกอย่าง

ช้า ๆ เพื่อตั้งสติให้ตนเองขับรถต่อไปได้ มือเรียวพยายามบังคับให้ตัวเองขับรถออกมาโดยมีเสียงมือถือของเธอดังขึ้นอยู่เป็นระยะ ๆ จนในที่สุดรถก็มาหยุดอยู่ที่จุดชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยามองไปเห็นสะพานสวย หญิงสาวเดินออกมาจากรถด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

เธอตัดสินใจกดเปิดสิ่งที่รามินทร์ส่งมาด้วยมือที่สั่นเทาจนเกินควบคุม และทุกอย่างก็ยังทำร้ายเธอ ความจริงที่ซ่อนอยู่ภายในวิดีโอหลายฟิล์มนี้ มันตอกย้ำให้เธอ

‘รีบยกเลิกงานแต่งงานซะ’

ภาพที่เคลื่อนไหวปรากฏให้เห็นชายหญิงสองคนกำลังกอดกัน รุ้งแก้วเริ่มโวยวายกับภูภูมิและถามคำเดิมซ้ำ ๆ ว่าเมื่อไรภูภูมิจะเลิกกับเธอเสียที เมื่อไรจะยกเลิกงานแต่งงานเสียที อีกทั้งยังมีคำถามที่ว่า รุ้งแก้วนั้นสู้เธอไม่ได้ตรงไหน ในเมื่อรุ้งแก้วก็เป็นหลานของ

คุณพิชญะ และใช้นามสกุลดุจประการรัตนา ต่างจากพราววลินที่ไม่ได้ใช้นามสกุลนั้น อีกทั้งยังไม่ลงรอยกับคุณพิชญะอีกด้วย และความจริงอีกอย่างหนึ่งที่รามินทร์พอจะหาให้เธอได้ นั่นก็คือ ‘ใบฝากครรภ์’

ใบฝากครรภ์ของรุ้งแก้วที่ไม่ระบุชื่อพ่อของเด็กปรากฏอยู่ต่อหน้าของเธอ

พราววลินเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวที่เธอได้พบเจอมา ตั้งแต่วันที่เธอนึกเอะใจ ตั้งแต่วันที่เธอแอบฟังโสนและรุ้งแก้ว วันที่รามินทร์เข้ามาบอกเธอด้วยความหวังดี จนถึงวันนี้ วันที่เธอได้ยินเรื่องทุกอย่างจากปากของหมอภูภูมิ...ได้ยินความจริงเต็มสองหูของตนเอง

เธอคิดว่าทั้งชีวิตนี้เธอจะไม่มีวันพลาดเลือกผู้ชายเหมือนพ่อของตัวเองมาเป็นคู่ชีวิต เธอจะไม่มีวันพลาดกับอะไรทั้งนั้น แต่เธอกลับคิดผิด ทั้ง ๆ ที่หมอภูภูมิเป็นคนที่ดูไม่น้อยหน้าใคร แต่สุดท้ายเขาก็ทำแบบนี้กับเธอ...ไม่ต่างอะไรจากพ่อเธอเลยสักนิด

เสียงสะอื้นเริ่มดังขึ้นเบา ๆ แขนเรียวค้ำยันราวกั้นระหว่างพื้นกับแม่น้ำเอาไว้ ดวงตาสวยมีน้ำตาไหลรินออกมาเรื่อย ๆ เธอพยายามร้องไห้ด้วยเสียงที่เบาที่สุด พยายามสลัดทุกอย่างออกไป แต่การกระทำของเธอกลับมีสายตาคู่หนึ่งมองเห็นเข้าพอดิบพอดี

ณิชชยาที่เพิ่งคุยกับลูกค้าในร้านอาหารของเธอบนตึกพาณิชย์ชั้นสูงสุดของหมอกรพลันสายตาไปพบเข้ากับหญิงสาวที่ยืนร้องไห้อยู่ด้านล่าง คิ้วสวยขมวดเข้าหากัน ผู้หญิงคนนี้หน้าคุ้นเหมือนเคยเห็นที่ไหนจึงเดินเข้ามาหาปฐวีผู้เป็นสามีที่กำลังนั่งอยู่กับเพื่อนของเขา ธนาและรามินทร์ “วี..หนูนิดว่าหนูนิดเจอใครบางคน”

คำบอกเล่าของภรรยาทำให้ปฐวีหันมาสนใจคนที่กำลังทำคิ้วขมวดเป็นปมอยู่ก่อนหันกลับมามองเพื่อนสนิทอย่างรามินทร์ที่ขมวดคิ้วอยู่เช่นกัน

อะไรกัน นี่เขาชวนมาสังสรรค์แท้ ๆ ทำไมมีแต่คนทำหน้าเครียดกันล่ะเนี่ย

แต่ก็พอจะเข้าใจ ธนาก็มีปัญหาเรื่องตัวเองกับรัดเกล้า ส่วนรามินทร์...

กำลังมีปัญหาเรื่องคนอื่นอยู่

“ใครเหรอหนูนิด?”

“อืม...ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะพรีเซนเตอร์ของบริษัทนะ คุณพราววลินน่ะ พอดีหนูนิดเห็นเธอยืนอยู่ใกล้ ๆ กับริมฝั่งแม่น้ำ เหมือนจะร้..”

“คุณพราว!”ยังไม่ทันที่ณิชชยาจะพูดจบ รามินทร์ลุกขึ้นและรีบวิ่งออกไปทันที

เขาวิ่งตามหาหญิงสาวไป ในใจก็คิดไปว่าเขาไม่น่าส่งหลักฐานบ้า ๆ นั่นให้เธอตอนนี้เลย

ทำยังไงดี...ทำยังไงดี

“คุณพราว คุณอยู่ที่ไหนกันเนี่ย!”เขาพูดอย่างหัวเสียที่นึกขึ้นได้ว่าเขาควรจะถาม

ณิชชยามาก่อนว่าเจอพราววลินอยู่ที่ไหน แต่ตอนนั้นหัวของเขาไม่ได้คิดอะไรเลย คิดแต่ว่าต้องวิ่งออกไปหาเธอตอนนี้

และแล้วเขาก็ได้เจอกับเธอ...พราววลิน

“คุณพราว! อย่านะ!”นายหัวหนุ่มเบิกตาตกใจ ภาพที่เขาเห็นคือเธอกำลังใช้มือค้ำกับราวกั้นและกำลังจะทำบางอย่างที่ไม่ควรทำลงไป ชายหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปคว้าเอวของหญิงสาวออกมาให้ไกลจากราวกั้นน้ำจนพราววลินตกใจร้องเสียงหลง “ว้าย!”

“คุณทำบ้าอะไรของคุณ! ผมนึกว่าคุณเป็นคนฉลาดมาตลอดแต่ทำไมตอนนี้ถึงได้คิดสั้นขนาดนี้คุณพราว”เขาพูดเสียงดุออกไปด้วยความเป็นห่วง โดยที่พราววลินได้แต่ยืน

เหวอเพราะเถียงเขาไม่ทัน “ถ้าผมรู้ว่าคุณจะเป็นแบบนี้ ผมจะไม่ส่งอะไรแบบนั้นให้คุณเลย!”

“นี่! คุณรามินทร์ คุณกำลังเข้าใจผิดนะ!”เธอเช็ดน้ำตาและเถียงเขากลับ อะไรกัน เธอไม่ได้จะทำอะไรแบบนั้นสักหน่อย ก็แค่เสียใจมากไปก็แค่นั้นเอง

“จะเข้าใจผิดยังไง ก็ผมเห็นคุณกำลังจับราวกั้นอยู่แบบนั้นน่ะ”

“ฉันไม่ได้จะทำอะไรแบบนั้นจริง ๆ ค่ะ ฉันไม่โง่ทำอะไรบ้า ๆ แบบนั้นหรอก

ฉันแค่เสียใจก็เลยอยากปลดปล่อยมันออกมาบ้างก็เท่านั้นเอง”หญิงสาวพยายามอธิบายให้อีกฝ่ายได้เข้าใจ เมื่อเข้าใจแล้วก็เกิดความรู้สึกอายและรู้สึกผิดขึ้นมา อายุก็ป่านนี้แล้ว ทำไมเรื่องแค่นี้ไม่ยั้งคิดเลยสักนิดกัน “ขอโทษนะครับ ผม..ผมแค่เป็นห่วงคุณ”

“คนที่เจอกับเรื่องแบบนี้ มันเป็นไปได้ยากมากที่จะรับมันไหว ตอนที่คุณอ่านข้อความแล้วไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ผม..ผมยอมรับเลยว่าผมเป็นห่วงความรู้สึกคุณมาก

จริง ๆ ”คำสารภาพจากคนอายุมากกว่าทำให้คนรับรู้สึกดีขึ้น เธอมองใบหน้าลูกครึ่งของ

รามินทร์แล้วก็ยิ้มออกมา “ขอบคุณนะคะ”

….

แก้วน้ำบรรจุเครื่องดื่มเย็นชื่นใจวางลงต่อหน้าของพราววลินโดยมีคนเสิร์ฟเป็นเจ้าของร้านทั้งตึกนี้ ดวงตาสวยมองที่น้ำสีน้ำเงินครามสวยตรงหน้าแล้วจึงยิ้มขอบคุณคนที่นำมันมาให้เธอ “ขอบคุณนะคะคุณ...”

“ณิชชยาค่ะ”

“เรียกพี่ว่าหนูนิดก็ได้นะ”ณิชชยายิ้มให้และเดินมานั่งข้าง ๆ ปฐวี พราววลินมองหญิงสาว เมื่อเห็นแบบนั้นก็นึกขึ้นมาได้ว่า ปฐวีเคยมีข่าวกับจี จีรัณณ์ ดาราสาวรุ่นพี่ แต่ไป ๆ มา ๆ ปฐวีก็สยบข่าวกุ๊กกิ๊กนั้นโดยการแต่งงานกับสาวนอกวงการที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้ามาก่อน และเธอเองก็เหมือนเป็นตัวแทนคนทั้งประเทศที่ได้เห็นหน้าภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของปฐวี แบบเห็นตัวเป็น ๆ หน้าชัด ๆ เลยด้วย

“ทำไมมองหน้าหนูนิดแบบนั้นล่ะคุณพราว?”

รามินทร์สะกิดเรียกเสียงเบา เพราะพราววลินเอาแต่มองหน้าณิชชยาอย่างใจจดใจจ่อจนคนโดนมองถึงกับเขินไป เพราะคนมองเป็นถึงดาวประดับค้างฟ้า ใครไม่เขินก็แย่แล้ว

“อ๋อ! ขอโทษค่ะ! คือ..เห็นว่าพี่หนูนิดน่ารักดีน่ะค่ะ”

“โห พูดแบบนี้ก็เขินแย่เลยค่ะ คุณพราวสวยขนาดนี้ยังแวะมาชมพี่อีก”

“แล้วนี่สบายใจขึ้นแล้วหรือยังคะ เอ่อ..ขอโทษนะคะ พอดีพี่เห็นคุณยืนร้องไห้อยู่”

จากที่ยิ้มอยู่ก็ค่อย ๆ คลายยิ้มลงจนทุกคนต่างก็หันมองหน้ากัน แต่พราววลินก็ฝืนยิ้มให้ ทำเหมือนว่าเธอดีขึ้นแล้ว ทั้งที่จริงก็ไม่ใช่เลย

“ถ้าไม่ไหว ก็ไม่ต้องฝืนก็ได้นะคะ ทุกคนที่นี่ไม่มีใครไม่เข้าใจคุณหรอก”หญิงสาวตรงหน้ายิ้มให้อย่างใจดี ทุกคนที่อยู่ต่อหน้าเธอต่างก็อายุมากกว่าเธอทั้งนั้น คงจะผ่านเรื่องราวอะไรมามากกว่าเธอ “ขอบคุณนะคะ แต่พราวโอเคจริง ๆ ค่ะ แค่นี้สบายมากเลยค่ะ”

เธอกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจและขอตัวไปนั่งอยู่คนเดียวสักพักให้ตัวเองใจเย็นลงโดยมีสายตาของรามินทร์มองอยู่ไม่ห่าง “ถ้าห่วงเขา ทำไมไม่ไปนั่งข้าง ๆ ล่ะ?”

ปฐวีเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่มองอีกคนอยู่ไม่วางตา ทำให้รามินทร์หันหน้ากลับมามองพร้อมกับยิ้มน้อย ๆ ให้ “เขาไม่ได้อยากให้ฉันเข้าไปหรอก อยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว”

“ตอนนี้ไม่ แต่ตอนหน้าอาจจะไม่แน่”ธนานั่งลงข้าง ๆ พร้อมกับถือแก้วแอลกอฮอล์ไว้ในมือ แขนแกร่งพาดไหล่กว้างของเพื่อนสนิท

“ไหน ๆ แกก็ชอบเขาอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่เข้าไปล่ะ?”

“ไอ้บ้า ชอบเชิบอะไร”เสียงทุ้มตอบปัดอย่างรวดเร็ว

“ฉันปลอบเขาได้แค่นี้ ฉันทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้หรอก ไม่งั้นผู้หญิงเขาจะเสียหาย แล้วเขายิ่งเป็นดาราด้วย ยิ่งเสียหายไปใหญ่”

“โห”

“สาธุ๊ พ่อคุณทูลหัว พ่อพระจริงจริ๊ง”ธนาพูดเสียงลากยาวพร้อมยกมือไหว้เพื่อนสนิทท่วมหัวล้อเลียน แต่ทั้งนี้ปฐวีและธนาก็พึงพอใจกับคำตอบของเพื่อนสนิท

รามินทร์เป็นคนให้เกียรติคนอื่นอยู่เสมอ เห็นหน้าหล่อแบดบอยแบบนี้ ก็อบอุ่น พึ่งพาได้ และแสนดีเป็นที่หนึ่งเหมือนกัน ตั้งแต่คบกันมา เขาสองคนยังไม่เคยเห็นรามินทร์มีแฟนเลยสักคน อย่างมากก็เข้าผับเข้าบาร์บ้างตามประสาผู้ชาย แต่มั่นใจได้ว่าไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงแน่นอน

แต่กับพราววลิน ทีแรกพวกเขาก็ไม่รู้ว่าที่รามินทร์ทำไป ทำเพราะสงสารหรือชอบกันแน่ แต่พอมาคราวนี้ก็พอจะมองออกแล้วว่าเพื่อนสนิทคิดยังไง รู้แน่ชัดแล้วจากเมื่อครู่นี้ที่รีบวิ่งออกไปโดยที่ไม่คิดหน้าคิดหลังก่อน ซึ่งมัน ‘ผิด’ วิสัยของเจ้าตัวนัก

แต่ตอนนี้ ตอนที่รามินทร์กับพราววลินพบกัน มันผิดที่ผิดเวลาไปหน่อย ทำให้เพื่อนสนิทของพวกเขาก็คงเป็นได้แค่พระรองที่มองดูนางเอกอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ เท่านั้น

“นี่ทุกคนพูดเรื่องอะไรกันน่ะ? ให้หนูนิดรู้ด้วยคนสิ”แต่คนที่นั่งฟังอยู่ด้วยจะมีอยู่คนหนึ่งที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ปฐวีจึงหันมาหาผู้เป็นภรรยาที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตนก่อนจะบีบจมูกของเธอด้วยความเอ็นดู “เรื่องเดียวกับที่หนูนิดเคยเจอ”

เพียงเท่านั้นณิชชยาก็เข้าใจได้เองทันทีโดยที่ไม่ต้องเล่าอะไรให้มากความ

เธอพยักหน้าให้กับสามีและมองไปที่พราววลิน ผู้หญิงด้วยกันย่อมมองออกว่าตอนนี้

พราววลินไม่ได้สบายดีอย่างที่หญิงสาวบอกกับทุกคน อาการแบบนี้คงนั่งร้องไห้อยู่แน่ ๆ

“หนูนิดว่ารามไปนั่งข้าง ๆ เธอเฉย ๆ ก็ได้นะ เวลานี้ต้องมีคนอยู่ข้าง ๆ ถึงจะถูก อย่าปล่อยให้เธออยู่คนเดียวดีกว่า...หรือว่าจะให้หนูนิดไปแทน?”ณิชชยายื่นข้อเสนอให้

ซึ่งมันเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจสำหรับรามินทร์ ชายหนุ่มมองไปที่พราววลินอีกครั้งก่อนจะหันกลับมามองหน้าภรรยาของเพื่อนสนิท “ถ้างั้น...เราฝากด้วยนะ”

เสียงฝีเท้ามาหยุดอยู่ข้าง ๆ หญิงสาวที่กำลังจมอยู่กับความเศร้า

ทำให้เธอต้องรีบปาดน้ำตาและทำสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ร้องต่อเถอะค่ะ”ณิชชยาบอกพร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ “ตอนนี้สิ่งที่ทำได้ ก็คงจะมีแค่การร้องไห้ เพราะงั้นคุณพราวไม่ต้องเก็บไว้หรอกค่ะ แค่ทนเก็บไว้แค่นี้ก็แย่แล้ว”

“นั่นสิคะ พราวเองก็ไม่รู้ว่าจะเก็บไว้ทำไม แต่ตั้งแต่เกิดมา พราวแทบไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นเลย คงมีแต่พวกคุณกับผู้จัดการของพราวที่ได้เห็นมัน”

“พี่เข้าใจคุณพราวค่ะ บางที...มันไม่ใช่ว่าไม่อยากร้องนะคะ แต่มันก็ร้องไม่ออก

จริง ๆ เพราะเรื่องบางเรื่องบางทีมันก็ไม่สมควรได้น้ำตาของเรา”พราววลินหันมองหน้าคนพูด

ดวงหน้าอันอ่อนโยนของคนเป็นแม่คนนั้นช่างรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน

ต่างจากเธอ ที่พอมองไปทางไหนก็มีแต่คนย่ำเกรง บางครั้งในตอนที่เธอมองหน้าของตนเอง เธอแทบไม่เห็นความเมตตาในนั้นเลยด้วยซ้ำ และเธอก็ไม่รู้ว่าความอ่อนโยนนั้นหายไปจากเธอตอนไหน หายไปตั้งแต่เมื่อไร...เธอไม่รู้เลย

“แต่เก็บไว้นาน ๆ มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอกค่ะ มันอาจจะแย่ลง หรือมันอาจจะทำให้เราเข้มแข็งขึ้นก็ได้ แต่พี่ว่าถ้าเราไม่ปล่อยมันออกมาบ้างมันก็จะยิ่งแย่ลง”

“บางที...เราอาจจะเผลอขังตัวตนจริง ๆ ของเราไว้ในส่วนลึกของหัวใจก็ได้นะคะ”

“พราวก็คงจะเป็นแบบนั้นมั้งคะ”

พราววลินตอบณิชชยาในทันทีด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ สิ่งที่ณิชชยาพูดเป็นเรื่องจริงทั้งหมด การเก็บไว้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่สุด บางครั้งก็ต้องปล่อยมันออกมาบ้าง และครั้งนี้สิ่งที่คนรักของเธอทำ มันยิ่งตอกย้ำ ยิ่งแหวกเอาสิ่งที่ดุจประการรัตนาทำออกมาจากความทรงจำส่วนลึกของเธอ แม้เธอจะไม่ยุ่ง ไม่ขอเกี่ยวข้องกับครอบครัวนี้อีก แต่มันก็ยังเหลือเศษเสี้ยวหนึ่งที่ยังฝังแน่นเป็นรากลึก ไม่ยอมจางหายไป

‘พลาดครั้งเดียว จำจนตาย’ คำนี้ยังใช้ได้เสมอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 12 รักแท้ต้องใช้เวลา

    ตอนที่ 12รักแท้ต้องใช้เวลาพราววลินหันกลับไปมองคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ดวงตาหงส์มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า รุ้งแก้วปรับการแต่งตัวใหม่ เธอใส่ชุดคลุมท้องกระโปรงยาวและรองเท้าคัชชูไม่มีส้นแทน ต่างจากพราววลินที่ยังแต่งตัวด้วยชุดสวย ๆ และรองเท้าส้นสูงดูสง่าและอีกคนที่เธอเจอคือภูภูมิ ซึ่งเดินเลือกของใช้เด็กทารกอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธอและรุ้งแก้วยืนอยู่เท่าใดนักให้ตายเถอะ ห้างสรรพสินค้าก็ออกจะเยอะแยะ ทำไมเธอต้องมาบังเอิญเจอกับสองคนนี้ด้วย เสียอารมณ์เป็นบ้าเลย“พี่พราว”พราววลินไม่ได้สนใจฟังเสียงของรุ้งแก้วที่เรียกเธอ หญิงสาวทำหูทวนลมและเลือกดูขวดนมที่ดีที่สุดให้กับลูกชายของณิชชยา จนกระทั่งภูภูมิหันมาเจอเธอเข้าพอดี ด้วยความอาลัยรักที่มีต่อพราววลิน ทำให้ชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาใกล้ แต่ดันถูกรุ้งแก้วส่งสายตาไม่พอใจไปให้เสียก่อน“พี่พราวมาเลือกดูของใช้เด็กไปให้ใครเหรอคะ”“หรือว่าเอาไปใช้เอง”“...”“พราวเป็นยังไงบ้าง พี่เห็นพราวไปทำบุญกับคุณแม่มา”“...”“พี่พราวก็น่าจะมีความสุขดีนั่นแหละค่ะ เขาไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเหมือนเราสองคน”ไม่วายเอ่ยปากแขวะพี่สาวคนโตของตระกูล แต่กลับกันหลายคำที่พ่นใส่พราววลิน

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 11 รู้สึกจี๊ดในใจ

    ตอนที่ 11รู้สึกจี๊ดในใจวันต่อมาพราววลินได้พารามินทร์มาที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสุดโปรดของเธอ เธอจัดการเลือกชุดกระโปรงและชุดน่ารักเหมาะกับวัยให้กับปัญณพรอยู่หลายชุด แถมยังเลือกเผื่อตัวเองไปอีกสองสามตัว “ทั้งหมดสองหมื่นสามพันสี่ร้อยสิบหกค่ะ”“นี่ครับ”“เดี๋ยวค่ะ ชุดฉันต้องคิดแยกนะคะ”“ไม่เป็นไรครับ ใช้บัตรนี้แหละ”รามินทร์ยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานอีกครั้ง ทำเอาพนักงานแคชเชียร์ที่รู้จักพราววลินอยู่แล้วยืนมองตาค้างว่า นี่น่ะหรือ ผู้ชายปริศนาที่เป็นข่าวกับดาราสาวตรงหน้า สายเปย์เสียไม่มี“คุณเอาเลขบัญชีมาด้วยนะคะ ฉันจะได้โอนคืน”ออกจากร้านมา เธอก็สะกิดเขาหยิก ๆ แต่เขากลับไม่ฟังเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังเข้าร้านรองเท้าผู้หญิงต่อด้วย“เลือกช่วยผมอีกหน่อยสิครับ”“คุณได้ฟังที่ฉันพูดบ้างไหมคะเนี่ย”“ผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย พูดใหม่สิครับ”ด้วยความสูงที่ต่างกันมากทำให้เขาต้องโน้มตัวก้มลงมาฟังเธอ นี่เขาจะล้อว่าเธอเตี้ยหรือไง“ฉันบอกว่าให้เอาเลขบัญชีมา จะโอนเงินค่าชุดคืน”“โอ๊ย ไม่ได้ยินเลย ก้มตัวนานปวดคอแล้วเนี่ย”เขาทำท่าไม่รู้ไม่ชี้และก่อนที่เธอจะเหวอ ก็มีพนักงานเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม หญิงสา

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 10 ท่ามกลางแสงอุ่น

    ตอนที่ 10ท่ามกลางแสงอุ่น“คิด”“คิด? คิดอะไร อย่ามาพูดมั่วนะ”“ก็คุณถามว่าคิดหรือเปล่า ผมก็ตอบว่าคิด ผมไม่ได้พูดมั่ว ๆ สักหน่อย”พราววลินเม้มปาก ตอนนี้เธอรู้สึกหูแดงหน้าแดง พยายามไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา แต่มันช่างดูโก๊ะในสายตาของเขาเสียจริงนี่เพิ่งเคยเห็นคนอย่างพราววลินมีท่าทีแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย“เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ”มือหนายกมือลูบหัวโดยที่เธอไม่ได้ทันตั้งตัว แสงอุ่นจากดวงไฟที่ส่องตามทางทำให้เธอเผลอยอมรับกับตัวเองว่าตกหลุมรักเขาเข้าจริง ๆ แล้ว“ไม่ ๆ ! พราวไม่! คุณเอามือออกจากหัวพราวเลยนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าพร้อมกับดึงมือเขาออกและรีบเดินนำหน้ากลับไปที่ห้องพัก โดยมีเสียงหัวเราะน้อย ๆ ของรามินทร์ตามหลังมาทั้งสองคนนั่งทานอาหารมื้อดึกกันอยู่ที่ริมระเบียงห้อง เห็นวิววัดวาอารามกับงานเทศกาลที่เพิ่งเริ่มจัดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา“เห็นว่างานจะจัดก่อนวันจริงสองวัน ผมว่ามารอบนี้มันก็คุ้มดีนะ คุณเที่ยวได้จุใจเลย”เขานั่งพิงพนักพิงมองคนที่กำลังทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยจนเธอรู้ตัววางช้อนลง“ไม่ทานต่อเหรอครับ?”“ก็คุณนั่งมองหน้าฉัน ฉันจะทานลงได้ยังไงล่ะคะ คุณนั่นแหละ ทำไ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 9 เที่ยว

    ตอนที่ 9เที่ยว“ก็รอมาตั้งนานแล้ว ทำไมแค่นี้จะรอต่อไปไม่ได้”ประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของพราววลิน หลังจากที่ไฟกลับมาเป็นปกติแล้ว เธอก็ขอตัวกลับห้องของตนเองทันที แต่ก็ยังคงเดินไปเดินมาจนป่านนี้ก็ยังไม่หลับไม่นอน“โอ๊ย! พราว! แกเป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย ตื่น ๆ อย่าหลงกลคำพูดพวกนั้น”มือเรียวตบหน้าตัวเองเบา ๆ เรียกสติ แต่เธอก็พูดแบบนี้อยู่เป็นสิบครั้ง ไม่เห็นว่ามันจะได้ผลสักครั้งเธอเกลียดตัวเองที่สุดเลยเขาทำดีด้วยแค่นี้ก็หวั่นไหวซะแล้ว“นี่ใจหรือกระดาษเนี่ย บางเก่งจริง ๆ เลย”ตึก ตึก ตึก ตึก...เสียงใจยิ่งตอกย้ำ หญิงสาวยกมือขึ้นกุมกลางใจ แม้ว่าเธอจะจำหลาย ๆ สิ่งเกี่ยวกับเขาไม่ได้ แต่สัญชาตญาณความผูกพันบางอย่างก็เริ่มทำงานพราววลินเดินมาที่ตู้หนังสือ กล่องไม้สีอ่อนถูกจับออกมา กล่องไม้กล่องนี้คือกล่องเก็บความทรงจำใบเดียวที่เธอมีและไม่เคยเปิดมันขึ้นมาอีก มือเรียวเปิดฝากล่องออก มงกุฏดอกไม้ที่แห้งจนกรอบไปแล้วยังคงอยู่ในนั้นพร้อมกับอัลบั้มรูปภาพปกขาวนิ้วแตะสัมผัสกับมงกุฏขนาดเท่าศีรษะในตอนเด็กก่อนจะค่อย ๆ ยกมันมาวางบนเตียงอย่างเบามือและหยิบอัลบั้มรูปเก่าเก็บออกมาเสียงซองรูปค่อย ๆ ดังขึ้นเบ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 8 สั่นไหว

    ตอนที่ 8สั่นไหวกรุงเทพมหานครพราววลินรีบสับเท้าเดินเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างรีบร้อน โดยที่เธอไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่กำลังมองดูหรือถ่ายคลิปเธออยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลวงตาปราบปริญที่กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่ตอนนี้“แม่คะ พี”“พราว”บุษบาลุกขึ้นยืนและรีบเดินเข้าไปกอดลูกสาว สักครู่หนึ่งรามินทร์ก็เดินตามเข้ามาที่ทำแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต เพราะดูจากท่าทางแล้ว ข่าวของเธอคงยังไม่ได้ซาไปมากนัก หากมีข่าวว่าเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับผู้ชายที่ไหน พราววลินจะถูกครหาจากคนนอกได้“คุณราม”“สวัสดีครับคุณน้า”“หลวงตาเป็นยังไงบ้างคะแม่”“ยังทรง ๆ ตัวอยู่ แม่ใจไม่ดีเลยพราว”“แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ พราวจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหลวงตาเองค่ะ”“แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกลำบาก”“แม่ แม่ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ เรื่องเจ็บเรื่องป่วย ยังไงเราทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลอยู่แล้ว”เธอกอดปลอบมารดาอีกครั้ง เวลานี้คนที่มีสติที่สุดในครอบครัวคงจะมี แค่พราววลินเท่านั้นหญิงสาวผละออกจากมารดา เธอเดินเข้าไปหาหลวงตาปราบปริญและยืนอยู่ในระยะที่เหมาะสม “หลวงตาคะ”เสียงของหลานสาวดังขึ้นข้างหู หลวงตาปราบปริญลื

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 7 ดาว

    ตอนที่ 7ดาวขาเริ่มขยับตามจังหวะในหัวใจ คนสองคนเต้นรำกันใต้แสงจันทร์ ช้า..เนิบ ราวกับอยากหยุดเวลาไว้ ณ ที่ตรงนี้ แววตาแพรวพราวของหญิงสาวบอกได้เพียงว่าเธอกำลังรู้สึกสบายใจ ไม่ได้บอกถึงความรู้สึกภายในใจที่ยังหลับอยู่ แต่กลับกันสายตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับครั้งที่เธอเจอคนรักเก่าเป็นครั้งแรก แต่พอคิดไป ความรู้สึกอบอุ่นมันหายไปนานมากแล้ว เธอไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน หายไปได้ยังไง แต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง จากคนที่บังเอิญเจอกัน จากคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธออบอุ่น แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของอารมณ์อะไรอารมณ์หลง อารมณ์ใคร่ อารมณ์รัก อารมณ์ห่วงใยต่อให้เธอจะเป็นคนเก่งแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถแยกอารมณ์เหล่านี้ออกจากกันได้ สายตาของเขาอาจจะมีทุกอารมณ์อยู่ในนี้ก็เป็นได้แต่บางทีมันอาจจะเป็นแค่อารมณ์หลง เขาอาจจะกำลังหลงรูปภายนอกของเธอ“พราวเหนื่อยแล้วค่ะ”ขาเรียวหยุดกึ่ก เธอละมือลงจากไหล่กว้างของอีกฝ่าย ความไม่มั่นคงในจิตใจทำให้เธอตัดสินใจบอกฝันดีเขาและหันหลังกลับเข้าบ้านไป ปล่อยให้อีกคนมองตามหลังเข้าไปด้วยความไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง แต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status