Share

ตอนที่ 7 ดาว

last update Last Updated: 2026-02-23 00:14:18

ตอนที่ 7

ดาว

ขาเริ่มขยับตามจังหวะในหัวใจ คนสองคนเต้นรำกันใต้แสงจันทร์ ช้า..เนิบ

ราวกับอยากหยุดเวลาไว้ ณ ที่ตรงนี้ แววตาแพรวพราวของหญิงสาวบอกได้เพียงว่าเธอกำลังรู้สึกสบายใจ ไม่ได้บอกถึงความรู้สึกภายในใจที่ยังหลับอยู่

แต่กลับกันสายตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับครั้งที่เธอเจอคนรักเก่าเป็นครั้งแรก แต่พอคิดไป ความรู้สึกอบอุ่นมันหายไปนานมากแล้ว เธอไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน หายไปได้ยังไง แต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง จากคนที่บังเอิญเจอกัน จากคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ

อบอุ่น แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของอารมณ์อะไร

อารมณ์หลง อารมณ์ใคร่ อารมณ์รัก อารมณ์ห่วงใย

ต่อให้เธอจะเป็นคนเก่งแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถแยกอารมณ์เหล่านี้ออกจากกันได้ สายตาของเขาอาจจะมีทุกอารมณ์อยู่ในนี้ก็เป็นได้

แต่บางทีมันอาจจะเป็นแค่อารมณ์หลง เขาอาจจะกำลังหลงรูปภายนอกของเธอ

“พราวเหนื่อยแล้วค่ะ”ขาเรียวหยุดกึ่ก เธอละมือลงจากไหล่กว้างของอีกฝ่าย

ความไม่มั่นคงในจิตใจทำให้เธอตัดสินใจบอกฝันดีเขาและหันหลังกลับเข้าบ้านไป ปล่อยให้อีกคนมองตามหลังเข้าไปด้วยความไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่สักพักเขาก็เดาได้ว่าท่าทีที่แปลกไปของเธอคืออะไร

กำแพงในใจของเธอยังไม่ละลาย ต่อให้เธอจะสบายใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีความสุขอย่างแท้จริง

เขายังจำคำที่หลวงตาปราบปริญบอกได้ จำได้ขึ้นใจ แต่เขาจะทำยังไงล่ะ? จะทำยังไงถึงจะดึงเธอขึ้นมาจากความทุกข์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอได้

....

พี่หายไปไหนมาตั้งหลายวันเสียงข่มอารมณ์โกรธของรุ้งแก้วดังขึ้นท่ามกลางไฟที่สลัวจนแทบมืดในคอนโดของหมอภูภูมิ ชายร่างสูงชะงักกับคำพูดเมื่อครู่และหันหน้ากลับไปมองต้นเสียง “พี่ไปทำธุระมา”

“ธุระ?”

“ธุระที่ว่า..ไปตามหาพี่พราวมาใช่ไหม?”

“แล้วพี่จะไปตามเขาทำไม? เขาทำชีวิตเราพังแค่นี้ยังไม่พออีกเหรอรุ้ง พี่ว่าเราควรเลิกพูดถึงพราวได้แล้ว”เขาพูดตัดบทด้วยความรำคาญ แต่ก็ตัดให้ใจเย็นลงเพราะเมื่อมองลงไปที่ท้องของหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังท้องลูกของเขาอยู่

“เพราะแบบนี้ไงถึงต้องยิ่งพูดถึง เพราะพี่พราวทำให้ชีวิตของเราสองคนพัง”

“รุ้ง สิ่งที่เธอต้องรู้อีกอย่างคือเราสองคนก็ทำชีวิตเขาพังเหมือนกัน”เขายังคงเตือนสติ แต่มันกลับไม่ถูกใจรุ้งแก้วเลยสักนิด ยิ่งนึกถึงวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้นก็ยิ่งเจ็บใจ

ทำไมยายพราวพูดแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”หลังจากที่หลบนักข่าวกลับมาที่บ้านได้แล้ว อรกานต์ก็ยังคงถามคำถามเดิมไม่หยุด ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครสามารถตอบหล่อนได้ แต่หล่อนก็ยังโวยวายอยู่เช่นเดิม ถามหลานสาวตัวเองดูสิยายอร

คุณพิชญะที่นั่งเงียบอย่างใจเย็นมาตลอดทางเอ่ยตอบลูกสาวแทน ทำให้นิเวศและโสนถึงกับเสียวสันหลังกันไปทั้งคู่ รวมถึงรุ้งแก้วที่ปวดหัวตุบ ๆ ใจเต้นแรงจนแทบเป็นลม

หลานสาว?”

ยายรุ้ง? ยายรุ้งเกี่ยวอะไร?”อรกานต์นึกถึงคำพูดของพราววลินและทวนคำถามของบิดา เมื่อรู้คำตอบแล้วก็ถึงกับเงียบ ตาโตตกใจ บัดนี้หล่อนเก็บปากเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก คุณพิชญะและคุณหญิงพิมพรรณหันหน้ากลับไปมองหลานสาวก่อนที่แรงมือของคุณหญิงพิมพรรณจะกระทบลงบนหน้าของรุ้งแก้วจนเธอแทบเซ

แกทำแบบนี้กับพี่สาวแกได้ยังไง?!”

คุณแม่ครับ ผมขอร้อง อย่าทำอะไรหลานเลยนิเวศรีบเดินเข้ามาห้าม แต่มารดา

ผู้ทะนงตนมีหรือจะฟัง นางพยายามห้ามปากไม่ให้พูดคำแย่ ๆ ออกมา เพราะโสนเองก็เป็นลูกผู้ดีมาแต่ไหนแต่ไรเช่นกัน แต่ใครเขาก็รู้กันอยู่ว่า โสนเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่ได้เพราะอะไร

แค่ไม่ได้พูดในที่แจ้งเท่านั้นเอง แกไม่ต้องมาพูด ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนลูกตัวเอง

ฉันไม่ว่าหรอกนะถ้าแกจะเข้าข้างลูกแกเรื่องอื่น แต่เรื่องนี้มันทำให้ตระกูลเราเสียหาย มันงามหน้าไหมล่ะห้ะ! ยายพราวเป็นดารานะ มีชื่อเสียงก็มากมาย ยิ่งดังเท่าไร คนก็จะขุดเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาพูด ดุจประการรัตนาจะพังเพราะใคร ในที่นี้มีใครจะเถียงแม่ไหม!”

หนูขอโทษนะคะ ขอโทษแทนรุ้งด้วย รุ้งคงไม่ได้ตั้งใจ ใช่ไหมโสนรีบยกมือไหว้พ่อและแม่สามียกใหญ่ก่อนจะหันกลับมากดดันลูกสาวให้พูดตามที่ตนต้องการ

รุ้งตั้งใจค่ะ

ยายรุ้ง!!”

รุ้งกับพี่ภูเรารักกัน พี่พราวนั่นแหละที่เป็นส่วนเกิน

หยุดพูดได้แล้วรุ้งบิดาจับแขนของลูกสาวคนเล็ก แต่รุ้งแก้วกลับสะบัดออกทันทีอย่างเหลืออด ที่ผ่านมา ทุกคนก็เข้าข้างแต่พี่พราว อะไร ๆ ก็พี่พราว แล้วรุ้งล่ะ?”

รุ้งก็ลูกของคุณพ่อ หลานของคุณปู่คุณย่าเหมือนกัน ทำไมรุ้งไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีเหมือนพี่พราวบ้าง?!”

แล้วที่ผ่านมาปู่กับย่าไม่ให้อะไรรุ้งตรงไหน?”คุณพิชญะที่เงียบอยู่เป็นคนเอ่ยถาม เขายังคงใจเย็น ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา

ปู่เคยบอกไปหมดแล้วว่ายายพราวกับพี่ชายของรุ้งเจออะไรมาบ้าง เธอควรเข้าใจและเจียมตัว ไม่ใช่มาเรียกร้องและทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้

แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ ทำไมไม่ลองถามพ่อแม่เธอดูล่ะ? เผื่อจะได้เข้าใจทุกอย่างมากขึ้น ว่าทำไมเธอถึงได้ไม่เท่ากับที่ยายพราวได้ ความจริงแล้วมันเป็นเพราะอะไรกันแน่?”เขามองไปที่ลูกชายคนโตด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไปโดยที่ไม่ถามถึงเหลนในท้องของหลานสาวสักคำ เป็นอันรู้กันว่า ทั้งนิเวศ โสนและรุ้งแก้วต้องจัดการตัวเองอย่างไร แต่นั่นมันก็ยิ่งตอกย้ำแผลเป็นในใจหญิงสาวให้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

แต่ ณ ปัจจุบัน เธอก็ไม่ได้เอาเด็กออกตามแรงกดดันที่คุณพิชญะพูดทางอ้อม

ถ้ามันจะทำให้พราววลินเจ็บใจได้เพราะเรื่องนี้ เธอจะเอาเด็กคนนี้ไว้เป็นหนามยอกอกพี่สาวผู้สมบูรณ์แบบอย่างพราววลินเอง

“ก็ดีสิ ถ้าพี่พราวพังอย่างที่พี่พูดก็ดีเหมือนกัน แต่นี่ทิ้งระเบิดไว้ให้เราสองคนแล้วก็หายตัวไป ป่านนี้คงไปเที่ยวสบายใจเฉิบอยู่ที่ไหนสักที่แล้วล่ะ”คำพูดของรุ้งแก้วทำให้ภูภูมิถอนหายใจ เขาไม่น่าหลงระเริงไปกับอารมณ์พิศวาทที่คนตรงหน้าเสนอให้เลย

เขากับรุ้งแก้วรู้จักกันตั้งแต่เขาเรียนมหาวิทยาลัยและรุ้งแก้วยังเป็นเด็กมัธยม เพราะเพื่อนของเขารับติวหนังสือให้กับเด็ก ๆ ที่อยากจะเข้าคณะแพทย์หรือสายงานนี้ รุ้งแก้วเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะตอนนั้นคนที่เขากำลังตามจีบอยู่คือพราววลิน

เขาตามจีบพราววลินอยู่เกือบปี สุดท้ายก็ได้คบกันหลังจากที่เขาเจอรุ้งแก้วแค่ไม่กี่เดือน

พราววลินนั้นเป็นคนสวยสมชื่อ เธอเก่งและมีพร้อมทุกอย่าง เพียงแต่มีความเชื่อมั่นและความคิดบางอย่างของพราววลินมันขัดกับความคิดของเขาและครอบครัว

เธอคิดว่าผู้หญิงสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างเองได้ แต่เขากลับคิดว่าผู้หญิงควรจะมีผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า

ความคิดพวกนี้ขัดกับความสัมพันธ์มาตลอด ทำให้ภูภูมิและพราววลินมีช่องว่างระหว่างกันมาเสมอ หากพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเมื่อไรก็จะเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทะเลาะกัน และสุดท้ายพราววลินก็จะใช้คำว่า เพราะลำบากมาก่อน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจมากที่สุด แต่ถึงแบบนั้นเป็นเพราะว่าเขารักเธอมาก จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดเรื่องพวกนี้อีก

จนนานวันผ่านไป ทุกคนเริ่มทำงาน มีชีวิตเป็นของตนเองมากขึ้นก็เริ่มทำให้มีระยะห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็ได้กลับมาพบกับรุ้งแก้วอีกครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลเอกชน

รุ้งแก้วเรียนจบและเข้ามาทำงานที่นี่ ประจวบกับที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เช่นกัน ด้วยหน้าที่การงานและความคิดบางอย่างตรงกัน ทำให้เขาทำสิ่งที่พราววลินจะไม่มีวันให้อภัยเขาไปตลอดชีวิต

เขามีอะไรกับรุ้งแก้ว...จนเธอท้อง

แต่เขากำลังจะแต่งงานกับพราววลิน

รุ้งแก้วขอให้เขาเลิกกับพราววลิน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าความสัมพันธ์นี้มันเป็นไปไม่ได้ ครอบครัวของเขาชอบพราววลินมาก เขาเองก็เช่นกัน เขารักเธอมาก

จนวันนั้นเองที่รุ้งแก้วบอกกับเขาว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา พร้อมกับใบรับรองแพทย์

แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะแต่งงานกับพราววลินเช่นเดิม เพราะนึกว่าค่อยจัดการทีหลัง แต่ใครจะรู้ว่าพราววลินรู้เรื่องนี้มาตลอด

ในวันแต่งงานเขาตกใจแทบจะทำอะไรไม่ถูก ทั้งภาพ ทั้งคลิป ทั้งใบรับรองแพทย์ พราววลินมีครบทุกอย่างจนเขากับรุ้งแก้วไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้ เขาพยายามยื้อเธอจนสุดกำลัง แต่คนยอมหักแต่ไม่ยอมงออย่างพราววลิน ไม่มีวันใจอ่อนให้กับเรื่องแบบนี้

เธอเดินจากไป ทิ้งระเบิดไว้ให้เขาและรุ้งแก้วต่อ

เขาถูกบิดาตบหน้า ถูกมารดาโกรธ ญาติทุกคนมองเขาด้วยความผิดหวัง โดนสอบจรรยาบรรณและโดนพักงาน รุ้งแก้วเองก็ไม่ต่างกัน

ตอนแรกเขาโกรธพราววลิน โกรธมากที่ทำให้ชีวิตของเขาพังลง แต่เมื่อโดน

รามินทร์ข่มขู่มาแบบนั้น ทำให้เขาใจเย็นขึ้น และล่าถอยออกมาตั้งหลัก

แต่เขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด พราววลินต้องเป็นของเขา ของเขาคนเดียว

“เรื่องพราวน่ะช่างมัน เรามาคุยกันเรื่องลูกของเรากันก่อนดีกว่า”

“พี่จะคุยอะไร?”

“พี่จะรับผิดชอบเธอแค่เก้าเดือน หลังจากที่เธอคลอด เธอต้องยกลูกให้พี่

พี่จะเลี้ยงลูกเอง ส่วนเธอ...ก็แยกย้ายกันซะ”

“ไม่...ไม่! พี่จะทำแบบนี้กับรุ้งไม่ได้นะ!”รุ้งแก้วเริ่มหวั่นใจ คำพูดตัดความสัมพันธ์ของภูภูมิช่างไร้เยื่อใยเสียยิ่งกว่าอะไร เธอเดินเข้ามาจับแขนของชายหนุ่มและเขย่าไปมาอย่างไม่เข้าใจ แต่ภูภูมิก็ปัดมันออกพร้อมกับเดินเข้าห้องไปปล่อยให้รุ้งแก้วยืนมองด้วยความรู้สึกเสียใจ...และโกรธ เธอรีบเข้าไปเคาะประตู พยายามเปิดแล้วก็สุดความสามารถ

ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้เลย ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ได้แต่นั่งกำหมัดด้วยอารมณ์โกรธ ไม่สิ...จากโกรธกลายเป็นแค้นใจ

แม้วันที่พราววลินไม่ได้ทำอะไร หญิงสาวก็เป็นคนที่ชนะอยู่เสมอ

“ทำไม...ทำไมพี่พราวถึงเป็นคนที่ชนะ ชนะตลอด! ทำไมไม่เป็นฉัน!”

....

พี่พราวคะ ทำอะไรอยู่เหรอ ปัทท์มากวนหรือเปล่าปัญณพรโผล่หน้าออกมาจากบานประตูระเบียง เด็กสาวเห็นกองเอกสาร แล็ปท็อปและเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับเห็นหน้าเครียด ๆ ของพราววลินแล้วก็ไม่กล้าเดินเข้าไป เพราะเกรงว่าจะเข้าไปรบกวนอีกคนเวลางาน “น้องปัทท์ ไม่กวนหรอกจ้ะ เข้ามาสิ”

“พี่พราวทำงานอยู่เหรอคะ”

“ใช่จ้ะ พอดีพี่ต้องเซ็นเอกสารแล้วส่งกลับไปให้ที่กรุงเทพฯ เขาทำต่อน่ะ ก็เลยหัวหมุนนิดหน่อย”

“พี่พราวเก่งจังเลยค่ะ ขนาดมาเที่ยวยังต้องทำงานต่ออีก เหนื่อยแย่เลย”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก สนุกดีนะ”

“อย่าถ่อมตัวเลยค่ะ ปัทท์ติดตามพี่มาตั้งแต่แรก ๆ เห็นพี่พราวทำนั่นทำนี่เต็มไปหมด พี่น่ะเก่งสุดยอด เป็นไอดอลของปัทท์เลย”

“ถ้าเห็นพี่เป็นไอดอลก็ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองชอบให้เต็มที่ เราทุกคนมีความเก่งและความฝันเป็นของตัวเองอยู่ที่ว่าจะขยันทำมันมากแค่ไหน”เธอยกมือลูบหัวเด็กสาวอย่างเอ็นดู ปัญณพรเป็นคนที่เพิ่มพลังบวกให้กับทุกคนมากจริง ๆ แค่เดินเข้ามาคุยด้วยก็ทำให้เธอหายเหนื่อยได้เลย พลังวิเศษของสองพี่น้องนี่ช่างพิเศษสำหรับเธอจริง ๆ

“แล้ววันนี้เราว่างเหรอ ถึงมาคุยกับพี่ได้”

“แฮะ ขี้เกียจอ่านหนังสือค่ะ”

“แต่ว่าวันนี้พี่รามจะพาไปหาพ่อกับแม่ด้วย พี่พราวไปด้วยกันไหมคะ”

“พ่อกับแม่? เอ่อ..พี่ว่า..”พราววลินค่อนข้างตกใจกับคำเชิญชวนนี้เล็กน้อย เธอเป็นแค่คนที่มาขอความช่วยเหลือและมาขออาศัยชั่วคราวเท่านั้น การที่จะไปเจอหน้าพ่อและแม่ของรามินทร์และปัญณพรเลย มันจะเหมาะสมจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ

“พ่อกับแม่ของปัทท์ท่านใจดีนะคะ แม่เคยดูละครที่พี่พราวเล่นด้วย”

“แบบนั้นพี่ยิ่งเกร็งแย่เลย”

“สำหรับครอบครัวเรา คุณเป็นตัวเองได้เสมอ ไม่ต้องกลัวนะครับ”เสียงทุ้มดังเข้ามาก่อนตัว ดวงตาหงส์มองชายหนุ่มที่ถือแก้วกาแฟไว้ในมือ ท่าทางภูมิฐานแบบนั้นยิ่งเหมือนพระเอกในซีรี่ส์ที่เธอชอบไม่มีผิด ทำเอาเธอรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาในใจชั่วขณะหนึ่ง

ไม่ ๆ ไม่ได้นะพราว อย่าหลงรูป อย่าหลงรูป เธอพยายามเตือนสติตัวเอง ใจเริ่มกลับมาเต้นแรงอีกครั้งจนต้องแอบผ่อนลมออกจากปากอิ่มเบา ๆ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะหลงรูปภายนอกของคนอื่น

แต่แบบนี้มันเกินไป เกินไปมาก

“ไม่ไหว ๆ ตายแล้ว ไม่ไหว”

“พี่พราวเป็นอะไรคะ ปวดหัวเหรอคะ จะเป็นลมเหรอ”ท่าทางของพราววลิน

ทำให้ปัญณพรตกใจ ลุกขึ้นเดินไปเอายาดมมาให้เธอ “เปล่า พี่ไม่ได้เป็นอะไร”

“คือ..พี่หิวน่ะ หิวข้าว”

“หิวแต่ทำไมจับหัวแทนล่ะครับ?”ข้ออ้างข้าง ๆ คู ๆ ไม่สามารถปกปิดชายหนุ่มได้ เขาเดินเข้ามาวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเธอก่อนจะหาอะไรให้เธอทาน เพราะตอนนี้ป้าเล็กและหนูเล็กกำลังแจกจ่ายอาหารกลางวันให้คนงานเหมือนอย่างทุกครั้งอยู่

“ทานรองท้องก่อนนะครับ เดี๋ยวตอนเย็นเราจะไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่กัน”

“แต่พราวยังไม่ได้บอกเลยนะคะว่าจะไปด้วย”

“ยายปัทท์ติดคุณแจขนาดนี้ ผมคงต้องขอความเห็นใจจากคุณพราวแล้วล่ะ”

“ไปนะคะ นะ ๆ ”น้องสาวยังคงอ้อนขอ ความน่ารักของเด็กสาวทำให้เธออดที่จะเอ็นดูไม่ได้ พราววลินจึงตัดสินใจตอบตกลงไปกับเขาและปัญณพร

แต่พอถึงเวลาจริง ๆ เธอกลับรู้สึกเกร็งอยู่ภายในใจเสียได้

ทั้ง ๆ ที่มีความมั่นใจมาตลอด แต่มาวันนี้ความมั่นใจบางอย่างได้หายไป

อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่มีด้านลึกหรือด้านไหน มันเลยทำให้คนที่มีด้านมืดในจิตใจอย่างเธอกลัวการเข้าหาคนดี ๆ กันนะนี่

“คุณน้ารู้จักกับแม่ผมและท่านก็รู้จักคุณ คุณก็ไม่ต่างอะไรจากหลานของท่านหรอกนะครับ”แต่รามินทร์เองก็มักจะเป็นคนที่รู้เสมอว่าพราววลินรู้สึกอย่างไร รถยนต์คันหรูเริ่มเคลื่อนตัวออกจากบ้านสวนและลัดเลาะตามทางไปเรื่อย ๆ จนถึงอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่อยู่ใกล้กับชายทะเล แต่ก็ห่างจากบ้านสวนอยู่พอสมควร เพราะแบบนี้

ปัญณพรถึงได้มาอยู่กับรามินทร์ บ้านของพ่อแม่ไกลจากโรงเรียนของเด็กสาวพอสมควร

บ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปสีขาวถูกรายล้อมด้วยดอกไม้นานาพรรณ

ส่วนใหญ่ล้วนเป็นดอกไม้ที่นายแม่นิรดาชอบ ส่วนคุณอันโตนิโอแม้จะไม่ค่อยชอบดอกไม้เท่าไรแต่ก็ขัดภรรยาไม่ได้

เมียใหญ่ที่สุด ไม่มีใครใหญ่กว่าเมีย

รามินทร์เองก็ได้ความคิดนี้มาจากผู้เป็นบิดาเช่นเดียวกัน

“มาค่ะพี่พราว”

ปัญณพรวิ่งลงจากรถนำหน้ารามินทร์และพราววลินเข้าไปในบ้าน แม่บ้านสองคนยืนรอคุณหนูของพวกหล่อนด้วยรอยยิ้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นตาโตตกใจเมื่อเห็นพราววลินเดินเข้ามาใกล้ ๆ “แอะ ห้ามถ่ายรูปนะคะ”ปัญณพรเอ่ยเตือน

รามินทร์เดินเข้ามาข้าง ๆ หญิงสาว ทั้งสองคนยืนข้างกันดูเหมาะสม ทำเอาแม่บ้านที่เห็นคิดเองเออเองไปต่าง ๆ นานาว่า ตอนนี้ลูกชายคนโตของเจ้านายกำลังตามจีบดาราสาวคนนี้อยู่ จึงพากันหวีดร้องอยู่ในใจตามประสาคนดูละคร

“มาแล้วเหรอลูก”นิรดาที่รออยู่ก่อนแล้วเอ่ยทักทายตามประสามารดา หล่อนกอดลูกทั้งสองด้วยความคิดถึงก่อนหันหน้าไปมองสาวสวยที่ยืนอยู่ด้านหลังของรามินทร์

“สวัสดีค่ะ”พราววลินยกมือไหว้อีกคน นิรดาเดินเข้ามารับไหว้ด้วยความยินดี

“หนูพราว ไม่เจอกันตั้งนาน โตเป็นสาวแล้ว”

“หลวงตากับแม่บุษเป็นยังไงบ้างลูก”

“หลวงตากับแม่สบายดีค่ะ ตอนนี้แม่น่าจะกำลังทำขนม มือเป็นระวิงหมดแล้ว”

“ดีนะ งั้นคราวหน้าป้าฝากซื้อสักร้อยกล่องมาเลี้ยงคนงาน”นิรดาพูดติดเล่น

แต่ใครจะรู้ว่าหล่อนพูดจริงทำจริง

ก่อนหน้านี้รามินทร์ไม่ได้คิดว่าจะได้พาพราววลินมาที่นี่ แต่น้องสาวตัวแสบแอบไปกระซิบมารดาเรื่องนี้เข้า ทำให้วันนี้เขาต้องหลอกล่อพราววลินมาหามารดาเพียงเพราะมารดาอยากพบหน้าหลานสาวที่ตนเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก

แล้วอีกอย่างที่เขารู้คือมารดาตั้งใจจะจับคู่เขาและพราววลิน

เพราะไอ้ออเดอร์ขนมที่พูดไปเมื่อครู่ ตอนนั้นก็มารดาเขานั่นแหละที่เป็นคนสั่งบุษบามารดาของพราววลิน สั่งไปแล้วร้อยกล่อง เดี๋ยวก็สั่งอีกร้อยกล่องแน่ ๆ

“นี่พ่อของเจ้าเด็กสองคน หนูจำลุงอันโตนิโอได้หรือเปล่าจ๊ะ”นิรดาพูดเป็นภาษาอังกฤษให้คุณอันโตนิโอได้เข้าใจด้วย ชายวัยกลางคนดูภูมิฐานเดินเข้ามาพร้อมกับรับไหว้หญิงสาว “หนูเป็นแฟนรามเหรอ”ชายสเปนถามกลางปล้อง

“ไม่ใช่ครับพ่อ/ไม่ใช่ค่ะ!”ทั้งสองคนตอบขึ้นพร้อมกัน ทำเอาคุณนิรดาต้องตีเบา ๆ เข้าที่ไหล่ของสามี “คุณนี่! จำหนูพราวไม่ได้เหรอคะ พราววลินไง”

“โอ๊ะ! ผมจำได้แล้ว แหม ไม่ได้เจอกันตั้งนาน หนูอย่าถือสาคนแก่แบบลุงเลยนะ”คุณอันโตนิโอหลุดหัวเราะตามประสาคนอารมณ์ดี ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกของเขาอยู่มาก เพราะถ้าหากเปรียบรามินทร์เหมือนใคร ก็ตอบได้เลยว่าเขาเหมือนพ่อของเขา

ทุกประการ ทั้งส่วนสูง รูปร่าง สีผิว สีผมและหน้าตา คล้ายกันมากสมกับที่เป็นพ่อลูกกัน

ทั้งหมดเริ่มนั่งทานข้าวเย็นตามปกติ เสียงหัวเราะทำให้จากที่เธอเกร็งอยู่หายเกร็งได้ในทันที ทั้งคุณอันโตนิโอและนายแม่นิรดาต่างก็สร้างบรรยากาศครึกครื้น ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน

“นี่อัลบั้มรูปสมัยก่อนจ้ะ”จนกระทั่งทานข้าวเสร็จ นายแม่นิรดาชวนพราววลินและลูกสาวคนเล็กของตนมาดูรูปเก่า ๆ สมัยที่หญิงสาวและรามินทร์ยังเป็นเด็กอยู่เพื่อยืนยันว่า ทั้งสองคนนั้นเคยเจอกันจริง ๆ

“ตอนนั้นหนูอายุเจ็ดขวบ พี่เขาอายุสิบกว่าปี นี่รูปนี้พี่รามเขาอุ้มหนูตอนที่ยัง

แบเบาะ เขายังบอกป้าอยู่เลยนะว่าถ้าหนูโตขึ้น ต้องน่ารักมากแน่ ๆ แต่พอมาเห็นแบบนี้ป้าว่ามันเกินคำว่าน่ารักไปไกลมากเลยนะ แล้วเมื่อก่อนน่ะ หนูเรียกตารามว่าพี่รามด้วย ไม่รู้ทำไมตอนนี้ไม่เรียกกันเหมือนเดิม”

“เมื่อก่อนหนูเรียกเขาแบบนั้นจริง ๆ เหรอคะ”

“ใช่จ้ะ หนูติดตารามมาก เรียกพี่ราม พี่ราม แล้วก็พี่รามตลอดเลย เพราะแบบนี้หลวงตาถึงได้พาหนูมาที่ใต้บ่อย ๆ เพราะหนูบอกว่าคิดถึงพี่ราม อยากเจอพี่รามมาก ๆ ”

“แถมยังพูดอีกว่าห้ามพี่รามมีใคร เพราะพราวจะเป็นเจ้าสาวของพี่รามเอง ประโยคนี้ป้าจำได้ขึ้นใจเชียวล่ะ แต่ไม่รู้ว่าตารามกับหนูพราวจะจำได้บ้างหรือเปล่า”นิรดายังพูดติดแซว ส่วนพราววลินก็แก้มร้อนฉ่า ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นเด็กแก่แดดได้มากถึงขนาดนั้น อะไรกัน เธอพูดตอนไหน ไม่เห็นจะจำได้เลย

“ถ้าตอนนั้นอายุสิบกว่าปีก็น่าจะจำได้อยู่นะคะ แต่พี่พราวยังเด็กอยู่คงจำไม่ได้หรอกค่ะ แต่ว่า...ไหน ๆ พี่พราวก็ไม่มีใครแล้ว สนใจพูดแบบนี้อีกรอบหรือเปล่าน้า”ปัญณพรเองก็ร่วมมือกับมารดา แต่ยังไม่ทันที่พราววลินจะได้ตอบอะไร รามินทร์ก็เดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เขามาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าและกอดอกมองดุสองคนแม่ลูก

“นายแม่ครับ โตแล้วนะครับ”

“เราก็ด้วย”หันหาน้องสาว

“มาเวย์ดุซะด้วยลูกฉัน จะบอกว่าจำไม่ได้หรือไง?”

“จำได้..แล้วยังไงต่อเหรอครับ หื้ม?”

“ถามกลับแบบนี้แปลว่าจำได้ค่ะแม่ ปัทท์คอนเฟิร์ม”

“ยายปัทท์”

“เออนี่! หนูพราวชอบดอกไม้หรือเปล่า ป้ามีโรงแก้วสวนดอกไม้อยู่หลังบ้าน ถ้าหนูอยากดูก็ให้รามพาไปเดินดูได้นะ ด้านในมีหิ่งห้อยด้วย ป้าจะบอกว่าสวยมาก”แต่มารดากลับไม่ฟังคำดุของลูกชาย หล่อนหันหน้ากลับมาคุยกับหญิงสาว เป็นอันรู้กันว่าปัญณพรไม่ควรตามไปเป็นก้างขวางคอพี่ชายและหญิงสาว

….

คุณอย่าไปถือสาแม่กับยายปัทท์เลยครับ สองคนนี้ก็ชอบทำอะไร

แปลก ๆ แบบนี้แหละสุดท้ายเขาก็ขัดคำมารดาไม่ได้ ร่างสูงเปิดประตูสวนแก้วของนิรดาเข้าไป สวนแก้วนี้มีลักษณะเป็นโดมใหญ่ เป็นครึ่งวงกลมที่ทำจากกระจกหนาทั้งหลัง ทำให้มองทะลุออกไปได้ แต่ก็มีระบบปิดทึบอยู่ด้านใน คนภายในยังสามารถมองเห็นภายนอกได้ แต่คนภายนอกจะไม่สามารถเห็นคนที่อยู่ภายใน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ถือสาหรอก อีกอย่างคุณป้ากับน้องปัทท์ก็น่ารักดี

ทั้งสองคนเป็นความสดใสของคุณกับพ่อของคุณ”เธอเดินตามเขาเข้าไปด้านใน เธอมองดูสวนดอกไม้ที่ถูกดูแลเป็นอย่างดี หิ่งห้อยที่อยู่ภายในบินลอยไปมาช้า ๆ เนิบ ๆ และแล้วเสียงเพลงแจ๊สก็ดังขึ้นเบา ๆ

“เสียงเพลง? เหมือนกล่องเพลงเลยนะคะ”

“ครับ แม่ชอบอะไรแบบนี้แหละ มันโรแมนติกเหมือนในนวนิยายที่แม่อ่าน”

“แล้วก็มีเตียงอยู่ในนี้ด้วย”ขาเรียวหยุดเดิน เธอมองไปที่เตียงเจ้าหญิงสีชมพูอ่อนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ส่วนชายหนุ่มเองก็มองด้วยความอึ้งเช่นกัน

เขาไม่ได้กลับบ้านมาแค่แป๊บเดียว แม่เขาเอาเตียงมาจัดสวนแล้วหรือเนี่ย!

“เอ่อ..ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”

แกร่ก!

เสียงล็อคประตูดังเข้ามาในโสตประสาทของสองชายหญิง รามินทร์รีบเดินไปที่ประตูแล้วพยายามเปิดมันออก “แม่นะแม่!”

“เปิดไม่ได้เหรอคะ”

“ครับ มันโดนล็อคจากด้านนอก”

“แม่คุณ...น่าจะอยากให้คุณแต่งงานจริง ๆ นะคะ”เธอยังพูดติดเล่น ไม่แสดงอาการตื่นตกใจหรือเครียดเหมือนที่คนทั่วไปเขาเป็น บางทีก็แอบทำให้เขาสับสนกับ

การกระทำและปฏิกิริยาของเธอเช่นกัน “คุณไม่ตกใจสักนิดเลยเหรอ”เขาถาม

“ตกใจเรื่องอะไรคะ?”

“ก็เรื่อง...เรื่องที่เราโดนขังอยู่ในนี้”

“แม่คุณพูดแซวซะขนาดนั้นแล้ว ถ้าฉันไม่รู้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะค่ะ”

“แต่จริง ๆ นั่งอยู่ในนี้สักพักก็ได้ ดูสิคะ ดาวเต็มท้องฟ้าเลย”หญิงสาวเดินกลับมานั่งที่เตียงและล้มตัวนอนลง ดวงตาหงส์มองดาวที่ระยิบระยับบนท้องฟ้า แถมยังใช้มือตบที่นอนข้าง ๆ ให้ชายหนุ่มนอนลงข้าง ๆ ตนด้วย “มาดูดาวกันค่ะ”

“นี่คุณไว้ใจผมขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ถามอะไรแบบนั้นคะ ถ้าฉันไม่ไว้ใจคุณ ฉันคงหนีไปอยู่ที่อื่นตั้งนานแล้ว”

“อีกอย่าง เราสองคนก็เคยเจอกันมาก่อน คุณป้าบอกว่าฉันติดคุณมาก แปลว่า

คุณต้องเป็นพี่ชายที่แสนดี”เธอลุกขึ้นใช้มือเท้าเตียงเอาไว้ ร่างสูงจึงเดินตามมานั่งข้าง ๆ เธอและล้มตัวลงนอนแทน “แต่คุณก็ไม่เรียกผมว่าพี่”

เสียงหัวเราะน้อย ๆ ดังออกมา หญิงสาวโน้มตัวลงไปบนตัวของอีกฝ่ายจนเขาลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ “ถ้าเรียกพี่ จะให้เป็นแค่พี่น้องนะคะ”

เสียงหวานราวออดอ้อน นิ้วเรียวไล้ตามริมฝีปากหนาไล่ลงมาจนถึงแผงอกแกร่ง เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมสองเม็ดแบบนี้ยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ไป ๆ มา ๆ กะว่าจะแกล้งเขา ตอนนี้กลายเป็นแกล้งตัวเองไปเฉยเลย

หญิงสาวหยุดมือก่อนที่ใจจะเต้นแรงไปมากกว่านี้ แต่ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็พลิกตัวมาจับข้อมือของเธอกดลงกับเตียงนุ่ม “ค..คุณราม”

“งั้นผมยอมให้คุณเรียกผมว่าคุณก็ได้”

“เพราะผมไม่ได้อยากเป็นแค่พี่น้อง”

ดวงหน้าลูกครึ่งกระตุกยิ้ม คนที่เธอหลงคิดว่าเป็นแค่แมวน้อยฉายแววเสือสิงห์ออกมาให้ได้เห็น “ฉันนึกว่าคุณจะเป็นพระอิฐพระปูนซะอีก”

“ผมบอกแล้วไง ว่าผมเป็นผู้ชาย”

“ผู้ชายก็คือผู้ชาย ต่อให้พยายามข่มใจมากแค่ไหน สุดท้ายก็จะห้ามใจไว้ไม่อยู่”

“ทางที่ดีคุณอย่าทำแบบนี้กับใครอีกดีกว่า”

“ฉันไม่ได้ทำแบบนี้กับใครสักหน่อย ตอนนี้มีแต่คุณที่ฉันทำ”

“แพรวพราวจังเลยนะคุณพราว”

“ก็แกล้งคนแถวนี้แล้วมันสนุกดีนี่น่า”

“แกล้งคนแก่แบบนี้ คนแก่ไม่สนุกด้วยนะ”

“ถ้าไม่สนุก แล้วทำยังไงถึงจะสนุก?”

เพียงเสี้ยววินาทีชายหนุ่มก็โน้มตัวลงประทับริมฝีปากหนาเข้ากับปากอวบอิ่มของเธอ ทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวนิ่งค้างก่อนจะเคลิบเคลิ้มตามไป เพราะรอยจูบของอีกคนช่างอ่อนโยนแต่มีผลต่อจิตใจของเธอเสียเหลือเกิน

“แบบนี้เรียกว่าสนุก”รามินทร์ถอนริมฝีปากออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อให้เธอเห็นเป็นครั้งแรก จนหญิงสาวต้องริมเอามือทั้งสองข้างปิดหน้าตนเองเอาไว้

เสียงทุ้มหัวเราะขึ้นในลำคอ มือหนาจับมือของเธอออกจนได้เห็นแววตาสั่นไหวของเธอพร้อมกับพวงแก้มที่เริ่มแดงขึ้นเพราะความร้อนในร่างกายปะทุขึ้น

“ตอนนี้คุณเหมือนเด็กที่ไม่รู้ประสีประสามากเลยนะ รู้ตัวหรือเปล่า?”

“ฉัน...”

แกร่ก!

เสียงล็อคดังขึ้นอีกครั้ง เป็นการบ่งบอกว่ามีคนเปิดประตูให้คนทั้งคู่ได้ออกไปแล้ว

รามินทร์ลุกขึ้นปล่อยให้เธอเป็นอิสระพร้อมกับเดินนำหญิงสาวออกไป พราววลินยกมือกุมหัวใจของตนเองและพยายามข่มอารมณ์หวั่นไหวซ่อนไว้ภายในใจ

ไม่ เธอไม่ควรหวั่นไหวกับใครง่าย ๆ แบบนี้นะ ใจเย็น ๆ เฮ้อ! ร้อนจริง ๆ เลย!”ตกดึกเวลาเข้านอน หญิงสาวยังคงเดินไปเดินมาอยู่ที่ระเบียงของบ้านสวน จิตใจยังคงว้าวุ่นอยู่กับรอยจูบที่แสนอ่อนโยนของนายหัวรามินทร์ พยายามสะบัดมันออกไปเท่าไรก็สะบัดไม่หลุดเสียที เธอจะบ้าตาย!!

“โอ๊ยพราวขอร้องล่ะ! แกอย่าเป็นคนแบบนี้ได้ไหมเนี่ย จะแกล้งเขาแต่โดนแกล้งซะเองแบบนี้เสียเชิงหมดเลย”เธอพยายามเตือนสติตัวเองเบา ๆ แต่ใจก็ยังดื้อไม่ยอมฟังสมอง จนกระทั่งมีเสียงมือถือดังเข้ามา “พี?”

“ฮโหล ว่าไงพี มีอะไรหรือเปล่า”

(พี่อยู่ไหนเหรอ ว่างหรือเปล่า) คำถามที่ดูจะธรรมดา แต่น้ำเสียงของน้องชายกลับทำให้เธอหวั่นใจ เพราะมันสั่นมากจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

“เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?”

(ตอนนี้หลวงตา...หลวงตาอยู่โรงพยาบาล อาการท่านทรุดลง หมอบอกว่า...อาการจากโรคที่เป็นอยู่ทำให้มีโรคอื่นแทรกซ้อน ไม่รู้ว่าหลวงตาจะรอดไปได้ถึงสามเดือนหรือเปล่า)

(ถ้าเป็นไปได้ หมอแนะนำให้เรามาดูใจท่าน ตอนนี้ผมติดต่อพี่พนธ์ไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้จดหมายวันไหน)

“แล้วแม่ล่ะ? แม่เป็นยังไงบ้าง”

(แม่ยังร้องไห้ไม่หยุดเลย แม่บอกว่าไม่ให้บอกพี่เพราะกลัวว่าพี่จะเครียด แต่ผมว่าเรื่องนี้ยังไงพี่ก็ควรรู้ จะได้มาคุยกันว่าจะเอายังไงต่อ)

“เอาแบบนี้ พรุ่งนี้พี่จะกลับกรุงเทพฯ แต่ตอนนี้พีต้องย้ายหลวงตาไปที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดตอนนี้เลย เดี๋ยวพี่จัดการเรื่องเงินเอง”พราววลินถอนหายใจพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง เธอตัดสินใจย้ายหลวงตาปราบปริญเองเสร็จสรรพโดยให้คนเซ็นย้ายเป็นพีรัตน์แทน เพราะกว่าเธอจะเก็บข้าวเก็บของกลับกรุงเทพฯ ได้ ก็คงจะปาไปถึงตอนเย็น ชักช้ามากเดี๋ยวจะไม่ทันการเอาได้

แต่เธอก็ไม่อยากรอนานไปมากกว่านี้ หญิงสาวตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวสิบเอ็ดโมงพร้อมเก็บกระเป๋าตั้งแต่เช้าตรู่จนคนที่เพิ่งตื่นเกิดแปลกใจขึ้นมา

“คุณพราว?”

“จะไปไหนครับ?”

“ตอนนี้หลวงตาเข้าโรงพยาบาลค่ะ ฉันต้องรีบกลับกรุงเทพฯ”

“จริงเหรอครับ งั้นเดี๋ยวผมไปด้วย”

“แต่ว่าคุณยังมีงานต้องทำ..”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงเก็บเกี่ยว อีกอย่างถึงผมจะไม่อยู่ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรหรอก”เธอเองก็ลืมไปว่าเขาทำรีสอร์ตหลายสาขา ต้องเดินทางไปแต่ละสาขาอยู่บ่อยครั้ง แค่ไปกรุงเทพฯ กับเธอครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้งานติดขัดอะไร ลูกน้องเขาก็มากมาย

แค่ชี้นิ้วสั่งอย่างเดียวก็พอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 12 รักแท้ต้องใช้เวลา

    ตอนที่ 12รักแท้ต้องใช้เวลาพราววลินหันกลับไปมองคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ดวงตาหงส์มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า รุ้งแก้วปรับการแต่งตัวใหม่ เธอใส่ชุดคลุมท้องกระโปรงยาวและรองเท้าคัชชูไม่มีส้นแทน ต่างจากพราววลินที่ยังแต่งตัวด้วยชุดสวย ๆ และรองเท้าส้นสูงดูสง่าและอีกคนที่เธอเจอคือภูภูมิ ซึ่งเดินเลือกของใช้เด็กทารกอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธอและรุ้งแก้วยืนอยู่เท่าใดนักให้ตายเถอะ ห้างสรรพสินค้าก็ออกจะเยอะแยะ ทำไมเธอต้องมาบังเอิญเจอกับสองคนนี้ด้วย เสียอารมณ์เป็นบ้าเลย“พี่พราว”พราววลินไม่ได้สนใจฟังเสียงของรุ้งแก้วที่เรียกเธอ หญิงสาวทำหูทวนลมและเลือกดูขวดนมที่ดีที่สุดให้กับลูกชายของณิชชยา จนกระทั่งภูภูมิหันมาเจอเธอเข้าพอดี ด้วยความอาลัยรักที่มีต่อพราววลิน ทำให้ชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาใกล้ แต่ดันถูกรุ้งแก้วส่งสายตาไม่พอใจไปให้เสียก่อน“พี่พราวมาเลือกดูของใช้เด็กไปให้ใครเหรอคะ”“หรือว่าเอาไปใช้เอง”“...”“พราวเป็นยังไงบ้าง พี่เห็นพราวไปทำบุญกับคุณแม่มา”“...”“พี่พราวก็น่าจะมีความสุขดีนั่นแหละค่ะ เขาไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเหมือนเราสองคน”ไม่วายเอ่ยปากแขวะพี่สาวคนโตของตระกูล แต่กลับกันหลายคำที่พ่นใส่พราววลิน

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 11 รู้สึกจี๊ดในใจ

    ตอนที่ 11รู้สึกจี๊ดในใจวันต่อมาพราววลินได้พารามินทร์มาที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสุดโปรดของเธอ เธอจัดการเลือกชุดกระโปรงและชุดน่ารักเหมาะกับวัยให้กับปัญณพรอยู่หลายชุด แถมยังเลือกเผื่อตัวเองไปอีกสองสามตัว “ทั้งหมดสองหมื่นสามพันสี่ร้อยสิบหกค่ะ”“นี่ครับ”“เดี๋ยวค่ะ ชุดฉันต้องคิดแยกนะคะ”“ไม่เป็นไรครับ ใช้บัตรนี้แหละ”รามินทร์ยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานอีกครั้ง ทำเอาพนักงานแคชเชียร์ที่รู้จักพราววลินอยู่แล้วยืนมองตาค้างว่า นี่น่ะหรือ ผู้ชายปริศนาที่เป็นข่าวกับดาราสาวตรงหน้า สายเปย์เสียไม่มี“คุณเอาเลขบัญชีมาด้วยนะคะ ฉันจะได้โอนคืน”ออกจากร้านมา เธอก็สะกิดเขาหยิก ๆ แต่เขากลับไม่ฟังเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังเข้าร้านรองเท้าผู้หญิงต่อด้วย“เลือกช่วยผมอีกหน่อยสิครับ”“คุณได้ฟังที่ฉันพูดบ้างไหมคะเนี่ย”“ผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย พูดใหม่สิครับ”ด้วยความสูงที่ต่างกันมากทำให้เขาต้องโน้มตัวก้มลงมาฟังเธอ นี่เขาจะล้อว่าเธอเตี้ยหรือไง“ฉันบอกว่าให้เอาเลขบัญชีมา จะโอนเงินค่าชุดคืน”“โอ๊ย ไม่ได้ยินเลย ก้มตัวนานปวดคอแล้วเนี่ย”เขาทำท่าไม่รู้ไม่ชี้และก่อนที่เธอจะเหวอ ก็มีพนักงานเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม หญิงสา

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 10 ท่ามกลางแสงอุ่น

    ตอนที่ 10ท่ามกลางแสงอุ่น“คิด”“คิด? คิดอะไร อย่ามาพูดมั่วนะ”“ก็คุณถามว่าคิดหรือเปล่า ผมก็ตอบว่าคิด ผมไม่ได้พูดมั่ว ๆ สักหน่อย”พราววลินเม้มปาก ตอนนี้เธอรู้สึกหูแดงหน้าแดง พยายามไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา แต่มันช่างดูโก๊ะในสายตาของเขาเสียจริงนี่เพิ่งเคยเห็นคนอย่างพราววลินมีท่าทีแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย“เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ”มือหนายกมือลูบหัวโดยที่เธอไม่ได้ทันตั้งตัว แสงอุ่นจากดวงไฟที่ส่องตามทางทำให้เธอเผลอยอมรับกับตัวเองว่าตกหลุมรักเขาเข้าจริง ๆ แล้ว“ไม่ ๆ ! พราวไม่! คุณเอามือออกจากหัวพราวเลยนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าพร้อมกับดึงมือเขาออกและรีบเดินนำหน้ากลับไปที่ห้องพัก โดยมีเสียงหัวเราะน้อย ๆ ของรามินทร์ตามหลังมาทั้งสองคนนั่งทานอาหารมื้อดึกกันอยู่ที่ริมระเบียงห้อง เห็นวิววัดวาอารามกับงานเทศกาลที่เพิ่งเริ่มจัดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา“เห็นว่างานจะจัดก่อนวันจริงสองวัน ผมว่ามารอบนี้มันก็คุ้มดีนะ คุณเที่ยวได้จุใจเลย”เขานั่งพิงพนักพิงมองคนที่กำลังทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยจนเธอรู้ตัววางช้อนลง“ไม่ทานต่อเหรอครับ?”“ก็คุณนั่งมองหน้าฉัน ฉันจะทานลงได้ยังไงล่ะคะ คุณนั่นแหละ ทำไ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 9 เที่ยว

    ตอนที่ 9เที่ยว“ก็รอมาตั้งนานแล้ว ทำไมแค่นี้จะรอต่อไปไม่ได้”ประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของพราววลิน หลังจากที่ไฟกลับมาเป็นปกติแล้ว เธอก็ขอตัวกลับห้องของตนเองทันที แต่ก็ยังคงเดินไปเดินมาจนป่านนี้ก็ยังไม่หลับไม่นอน“โอ๊ย! พราว! แกเป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย ตื่น ๆ อย่าหลงกลคำพูดพวกนั้น”มือเรียวตบหน้าตัวเองเบา ๆ เรียกสติ แต่เธอก็พูดแบบนี้อยู่เป็นสิบครั้ง ไม่เห็นว่ามันจะได้ผลสักครั้งเธอเกลียดตัวเองที่สุดเลยเขาทำดีด้วยแค่นี้ก็หวั่นไหวซะแล้ว“นี่ใจหรือกระดาษเนี่ย บางเก่งจริง ๆ เลย”ตึก ตึก ตึก ตึก...เสียงใจยิ่งตอกย้ำ หญิงสาวยกมือขึ้นกุมกลางใจ แม้ว่าเธอจะจำหลาย ๆ สิ่งเกี่ยวกับเขาไม่ได้ แต่สัญชาตญาณความผูกพันบางอย่างก็เริ่มทำงานพราววลินเดินมาที่ตู้หนังสือ กล่องไม้สีอ่อนถูกจับออกมา กล่องไม้กล่องนี้คือกล่องเก็บความทรงจำใบเดียวที่เธอมีและไม่เคยเปิดมันขึ้นมาอีก มือเรียวเปิดฝากล่องออก มงกุฏดอกไม้ที่แห้งจนกรอบไปแล้วยังคงอยู่ในนั้นพร้อมกับอัลบั้มรูปภาพปกขาวนิ้วแตะสัมผัสกับมงกุฏขนาดเท่าศีรษะในตอนเด็กก่อนจะค่อย ๆ ยกมันมาวางบนเตียงอย่างเบามือและหยิบอัลบั้มรูปเก่าเก็บออกมาเสียงซองรูปค่อย ๆ ดังขึ้นเบ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 8 สั่นไหว

    ตอนที่ 8สั่นไหวกรุงเทพมหานครพราววลินรีบสับเท้าเดินเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างรีบร้อน โดยที่เธอไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่กำลังมองดูหรือถ่ายคลิปเธออยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลวงตาปราบปริญที่กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่ตอนนี้“แม่คะ พี”“พราว”บุษบาลุกขึ้นยืนและรีบเดินเข้าไปกอดลูกสาว สักครู่หนึ่งรามินทร์ก็เดินตามเข้ามาที่ทำแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต เพราะดูจากท่าทางแล้ว ข่าวของเธอคงยังไม่ได้ซาไปมากนัก หากมีข่าวว่าเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับผู้ชายที่ไหน พราววลินจะถูกครหาจากคนนอกได้“คุณราม”“สวัสดีครับคุณน้า”“หลวงตาเป็นยังไงบ้างคะแม่”“ยังทรง ๆ ตัวอยู่ แม่ใจไม่ดีเลยพราว”“แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ พราวจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหลวงตาเองค่ะ”“แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกลำบาก”“แม่ แม่ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ เรื่องเจ็บเรื่องป่วย ยังไงเราทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลอยู่แล้ว”เธอกอดปลอบมารดาอีกครั้ง เวลานี้คนที่มีสติที่สุดในครอบครัวคงจะมี แค่พราววลินเท่านั้นหญิงสาวผละออกจากมารดา เธอเดินเข้าไปหาหลวงตาปราบปริญและยืนอยู่ในระยะที่เหมาะสม “หลวงตาคะ”เสียงของหลานสาวดังขึ้นข้างหู หลวงตาปราบปริญลื

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 7 ดาว

    ตอนที่ 7ดาวขาเริ่มขยับตามจังหวะในหัวใจ คนสองคนเต้นรำกันใต้แสงจันทร์ ช้า..เนิบ ราวกับอยากหยุดเวลาไว้ ณ ที่ตรงนี้ แววตาแพรวพราวของหญิงสาวบอกได้เพียงว่าเธอกำลังรู้สึกสบายใจ ไม่ได้บอกถึงความรู้สึกภายในใจที่ยังหลับอยู่ แต่กลับกันสายตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับครั้งที่เธอเจอคนรักเก่าเป็นครั้งแรก แต่พอคิดไป ความรู้สึกอบอุ่นมันหายไปนานมากแล้ว เธอไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน หายไปได้ยังไง แต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง จากคนที่บังเอิญเจอกัน จากคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธออบอุ่น แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของอารมณ์อะไรอารมณ์หลง อารมณ์ใคร่ อารมณ์รัก อารมณ์ห่วงใยต่อให้เธอจะเป็นคนเก่งแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถแยกอารมณ์เหล่านี้ออกจากกันได้ สายตาของเขาอาจจะมีทุกอารมณ์อยู่ในนี้ก็เป็นได้แต่บางทีมันอาจจะเป็นแค่อารมณ์หลง เขาอาจจะกำลังหลงรูปภายนอกของเธอ“พราวเหนื่อยแล้วค่ะ”ขาเรียวหยุดกึ่ก เธอละมือลงจากไหล่กว้างของอีกฝ่าย ความไม่มั่นคงในจิตใจทำให้เธอตัดสินใจบอกฝันดีเขาและหันหลังกลับเข้าบ้านไป ปล่อยให้อีกคนมองตามหลังเข้าไปด้วยความไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง แต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status