แชร์

ตอนที่ 7 ดาว

ผู้เขียน: ปทุมวดี
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-23 00:14:18

ตอนที่ 7

ดาว

ขาเริ่มขยับตามจังหวะในหัวใจ คนสองคนเต้นรำกันใต้แสงจันทร์ ช้า..เนิบ

ราวกับอยากหยุดเวลาไว้ ณ ที่ตรงนี้ แววตาแพรวพราวของหญิงสาวบอกได้เพียงว่าเธอกำลังรู้สึกสบายใจ ไม่ได้บอกถึงความรู้สึกภายในใจที่ยังหลับอยู่

แต่กลับกันสายตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับครั้งที่เธอเจอคนรักเก่าเป็นครั้งแรก แต่พอคิดไป ความรู้สึกอบอุ่นมันหายไปนานมากแล้ว เธอไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน หายไปได้ยังไง แต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง จากคนที่บังเอิญเจอกัน จากคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธอ

อบอุ่น แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของอารมณ์อะไร

อารมณ์หลง อารมณ์ใคร่ อารมณ์รัก อารมณ์ห่วงใย

ต่อให้เธอจะเป็นคนเก่งแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถแยกอารมณ์เหล่านี้ออกจากกันได้ สายตาของเขาอาจจะมีทุกอารมณ์อยู่ในนี้ก็เป็นได้

แต่บางทีมันอาจจะเป็นแค่อารมณ์หลง เขาอาจจะกำลังหลงรูปภายนอกของเธอ

“พราวเหนื่อยแล้วค่ะ”ขาเรียวหยุดกึ่ก เธอละมือลงจากไหล่กว้างของอีกฝ่าย

ความไม่มั่นคงในจิตใจทำให้เธอตัดสินใจบอกฝันดีเขาและหันหลังกลับเข้าบ้านไป ปล่อยให้อีกคนมองตามหลังเข้าไปด้วยความไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่สักพักเขาก็เดาได้ว่าท่าทีที่แปลกไปของเธอคืออะไร

กำแพงในใจของเธอยังไม่ละลาย ต่อให้เธอจะสบายใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าเธอจะมีความสุขอย่างแท้จริง

เขายังจำคำที่หลวงตาปราบปริญบอกได้ จำได้ขึ้นใจ แต่เขาจะทำยังไงล่ะ? จะทำยังไงถึงจะดึงเธอขึ้นมาจากความทุกข์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเธอได้

....

“พี่หายไปไหนมาตั้งหลายวัน”เสียงข่มอารมณ์โกรธของรุ้งแก้วดังขึ้นท่ามกลางไฟที่สลัวจนแทบมืดในคอนโดของหมอภูภูมิ ชายร่างสูงชะงักกับคำพูดเมื่อครู่และหันหน้ากลับไปมองต้นเสียง “พี่ไปทำธุระมา”

“ธุระ?”

“ธุระที่ว่า..ไปตามหาพี่พราวมาใช่ไหม?”

“แล้วพี่จะไปตามเขาทำไม? เขาทำชีวิตเราพังแค่นี้ยังไม่พออีกเหรอรุ้ง พี่ว่าเราควรเลิกพูดถึงพราวได้แล้ว”เขาพูดตัดบทด้วยความรำคาญ แต่ก็ตัดให้ใจเย็นลงเพราะเมื่อมองลงไปที่ท้องของหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังท้องลูกของเขาอยู่

“เพราะแบบนี้ไงถึงต้องยิ่งพูดถึง เพราะพี่พราวทำให้ชีวิตของเราสองคนพัง”

“รุ้ง สิ่งที่เธอต้องรู้อีกอย่างคือเราสองคนก็ทำชีวิตเขาพังเหมือนกัน”เขายังคงเตือนสติ แต่มันกลับไม่ถูกใจรุ้งแก้วเลยสักนิด ยิ่งนึกถึงวันที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนั้นก็ยิ่งเจ็บใจ

“ทำไมยายพราวพูดแบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”หลังจากที่หลบนักข่าวกลับมาที่บ้านได้แล้ว อรกานต์ก็ยังคงถามคำถามเดิมไม่หยุด ทั้งที่รู้ว่าไม่มีใครสามารถตอบหล่อนได้ แต่หล่อนก็ยังโวยวายอยู่เช่นเดิม “ถามหลานสาวตัวเองดูสิยายอร”

คุณพิชญะที่นั่งเงียบอย่างใจเย็นมาตลอดทางเอ่ยตอบลูกสาวแทน ทำให้นิเวศและโสนถึงกับเสียวสันหลังกันไปทั้งคู่ รวมถึงรุ้งแก้วที่ปวดหัวตุบ ๆ ใจเต้นแรงจนแทบเป็นลม

“หลานสาว?”

“ยายรุ้ง? ยายรุ้งเกี่ยวอะไร?”อรกานต์นึกถึงคำพูดของพราววลินและทวนคำถามของบิดา เมื่อรู้คำตอบแล้วก็ถึงกับเงียบ ตาโตตกใจ บัดนี้หล่อนเก็บปากเงียบ ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก คุณพิชญะและคุณหญิงพิมพรรณหันหน้ากลับไปมองหลานสาวก่อนที่แรงมือของคุณหญิงพิมพรรณจะกระทบลงบนหน้าของรุ้งแก้วจนเธอแทบเซ

“แกทำแบบนี้กับพี่สาวแกได้ยังไง?!”

“คุณแม่ครับ ผมขอร้อง อย่าทำอะไรหลานเลย”นิเวศรีบเดินเข้ามาห้าม แต่มารดา

ผู้ทะนงตนมีหรือจะฟัง นางพยายามห้ามปากไม่ให้พูดคำแย่ ๆ ออกมา เพราะโสนเองก็เป็นลูกผู้ดีมาแต่ไหนแต่ไรเช่นกัน แต่ใครเขาก็รู้กันอยู่ว่า โสนเข้ามาเป็นสะใภ้ใหญ่ได้เพราะอะไร

แค่ไม่ได้พูดในที่แจ้งเท่านั้นเอง “แกไม่ต้องมาพูด ไม่ต้องมาแก้ตัวแทนลูกตัวเอง”

“ฉันไม่ว่าหรอกนะถ้าแกจะเข้าข้างลูกแกเรื่องอื่น แต่เรื่องนี้มันทำให้ตระกูลเราเสียหาย มันงามหน้าไหมล่ะห้ะ! ยายพราวเป็นดารานะ มีชื่อเสียงก็มากมาย ยิ่งดังเท่าไร คนก็จะขุดเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาพูด ดุจประการรัตนาจะพังเพราะใคร ในที่นี้มีใครจะเถียงแม่ไหม!”

“หนูขอโทษนะคะ ขอโทษแทนรุ้งด้วย รุ้งคงไม่ได้ตั้งใจ ใช่ไหม”โสนรีบยกมือไหว้พ่อและแม่สามียกใหญ่ก่อนจะหันกลับมากดดันลูกสาวให้พูดตามที่ตนต้องการ

“รุ้งตั้งใจค่ะ”

“ยายรุ้ง!!”

“รุ้งกับพี่ภูเรารักกัน พี่พราวนั่นแหละที่เป็นส่วนเกิน”

“หยุดพูดได้แล้วรุ้ง”บิดาจับแขนของลูกสาวคนเล็ก แต่รุ้งแก้วกลับสะบัดออกทันทีอย่างเหลืออด “ที่ผ่านมา ทุกคนก็เข้าข้างแต่พี่พราว อะไร ๆ ก็พี่พราว แล้วรุ้งล่ะ?”

“รุ้งก็ลูกของคุณพ่อ หลานของคุณปู่คุณย่าเหมือนกัน ทำไมรุ้งไม่เคยได้รับการปฏิบัติที่ดีเหมือนพี่พราวบ้าง?!”

“แล้วที่ผ่านมาปู่กับย่าไม่ให้อะไรรุ้งตรงไหน?”คุณพิชญะที่เงียบอยู่เป็นคนเอ่ยถาม เขายังคงใจเย็น ไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา

“ปู่เคยบอกไปหมดแล้วว่ายายพราวกับพี่ชายของรุ้งเจออะไรมาบ้าง เธอควรเข้าใจและเจียมตัว ไม่ใช่มาเรียกร้องและทำเรื่องเสื่อมเสียแบบนี้”

“แต่ถ้ายังไม่เข้าใจ ทำไมไม่ลองถามพ่อแม่เธอดูล่ะ? เผื่อจะได้เข้าใจทุกอย่างมากขึ้น ว่าทำไมเธอถึงได้ไม่เท่ากับที่ยายพราวได้ ความจริงแล้วมันเป็นเพราะอะไรกันแน่?”เขามองไปที่ลูกชายคนโตด้วยสีหน้าเรียบเฉยและเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไปโดยที่ไม่ถามถึงเหลนในท้องของหลานสาวสักคำ เป็นอันรู้กันว่า ทั้งนิเวศ โสนและรุ้งแก้วต้องจัดการตัวเองอย่างไร แต่นั่นมันก็ยิ่งตอกย้ำแผลเป็นในใจหญิงสาวให้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ และมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

แต่ ณ ปัจจุบัน เธอก็ไม่ได้เอาเด็กออกตามแรงกดดันที่คุณพิชญะพูดทางอ้อม

ถ้ามันจะทำให้พราววลินเจ็บใจได้เพราะเรื่องนี้ เธอจะเอาเด็กคนนี้ไว้เป็นหนามยอกอกพี่สาวผู้สมบูรณ์แบบอย่างพราววลินเอง

“ก็ดีสิ ถ้าพี่พราวพังอย่างที่พี่พูดก็ดีเหมือนกัน แต่นี่ทิ้งระเบิดไว้ให้เราสองคนแล้วก็หายตัวไป ป่านนี้คงไปเที่ยวสบายใจเฉิบอยู่ที่ไหนสักที่แล้วล่ะ”คำพูดของรุ้งแก้วทำให้ภูภูมิถอนหายใจ เขาไม่น่าหลงระเริงไปกับอารมณ์พิศวาทที่คนตรงหน้าเสนอให้เลย

เขากับรุ้งแก้วรู้จักกันตั้งแต่เขาเรียนมหาวิทยาลัยและรุ้งแก้วยังเป็นเด็กมัธยม เพราะเพื่อนของเขารับติวหนังสือให้กับเด็ก ๆ ที่อยากจะเข้าคณะแพทย์หรือสายงานนี้ รุ้งแก้วเองก็เป็นหนึ่งในนั้น แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ เพราะตอนนั้นคนที่เขากำลังตามจีบอยู่คือพราววลิน

เขาตามจีบพราววลินอยู่เกือบปี สุดท้ายก็ได้คบกันหลังจากที่เขาเจอรุ้งแก้วแค่ไม่กี่เดือน

พราววลินนั้นเป็นคนสวยสมชื่อ เธอเก่งและมีพร้อมทุกอย่าง เพียงแต่มีความเชื่อมั่นและความคิดบางอย่างของพราววลินมันขัดกับความคิดของเขาและครอบครัว

เธอคิดว่าผู้หญิงสามารถทำทุกสิ่งทุกอย่างเองได้ แต่เขากลับคิดว่าผู้หญิงควรจะมีผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า

ความคิดพวกนี้ขัดกับความสัมพันธ์มาตลอด ทำให้ภูภูมิและพราววลินมีช่องว่างระหว่างกันมาเสมอ หากพูดเรื่องนี้ขึ้นมาเมื่อไรก็จะเป็นหนึ่งเหตุผลที่ทะเลาะกัน และสุดท้ายพราววลินก็จะใช้คำว่า เพราะลำบากมาก่อน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เขาไม่เข้าใจมากที่สุด แต่ถึงแบบนั้นเป็นเพราะว่าเขารักเธอมาก จึงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่พูดเรื่องพวกนี้อีก

จนนานวันผ่านไป ทุกคนเริ่มทำงาน มีชีวิตเป็นของตนเองมากขึ้นก็เริ่มทำให้มีระยะห่างมากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็ได้กลับมาพบกับรุ้งแก้วอีกครั้งหนึ่งที่โรงพยาบาลเอกชน

รุ้งแก้วเรียนจบและเข้ามาทำงานที่นี่ ประจวบกับที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เช่นกัน ด้วยหน้าที่การงานและความคิดบางอย่างตรงกัน ทำให้เขาทำสิ่งที่พราววลินจะไม่มีวันให้อภัยเขาไปตลอดชีวิต

เขามีอะไรกับรุ้งแก้ว...จนเธอท้อง

แต่เขากำลังจะแต่งงานกับพราววลิน

รุ้งแก้วขอให้เขาเลิกกับพราววลิน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าความสัมพันธ์นี้มันเป็นไปไม่ได้ ครอบครัวของเขาชอบพราววลินมาก เขาเองก็เช่นกัน เขารักเธอมาก

จนวันนั้นเองที่รุ้งแก้วบอกกับเขาว่าเธอกำลังตั้งท้องลูกของเขา พร้อมกับใบรับรองแพทย์

แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะแต่งงานกับพราววลินเช่นเดิม เพราะนึกว่าค่อยจัดการทีหลัง แต่ใครจะรู้ว่าพราววลินรู้เรื่องนี้มาตลอด

ในวันแต่งงานเขาตกใจแทบจะทำอะไรไม่ถูก ทั้งภาพ ทั้งคลิป ทั้งใบรับรองแพทย์ พราววลินมีครบทุกอย่างจนเขากับรุ้งแก้วไม่สามารถดิ้นหนีไปไหนได้ เขาพยายามยื้อเธอจนสุดกำลัง แต่คนยอมหักแต่ไม่ยอมงออย่างพราววลิน ไม่มีวันใจอ่อนให้กับเรื่องแบบนี้

เธอเดินจากไป ทิ้งระเบิดไว้ให้เขาและรุ้งแก้วต่อ

เขาถูกบิดาตบหน้า ถูกมารดาโกรธ ญาติทุกคนมองเขาด้วยความผิดหวัง โดนสอบจรรยาบรรณและโดนพักงาน รุ้งแก้วเองก็ไม่ต่างกัน

ตอนแรกเขาโกรธพราววลิน โกรธมากที่ทำให้ชีวิตของเขาพังลง แต่เมื่อโดน

รามินทร์ข่มขู่มาแบบนั้น ทำให้เขาใจเย็นขึ้น และล่าถอยออกมาตั้งหลัก

แต่เขาจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด พราววลินต้องเป็นของเขา ของเขาคนเดียว

“เรื่องพราวน่ะช่างมัน เรามาคุยกันเรื่องลูกของเรากันก่อนดีกว่า”

“พี่จะคุยอะไร?”

“พี่จะรับผิดชอบเธอแค่เก้าเดือน หลังจากที่เธอคลอด เธอต้องยกลูกให้พี่

พี่จะเลี้ยงลูกเอง ส่วนเธอ...ก็แยกย้ายกันซะ”

“ไม่...ไม่! พี่จะทำแบบนี้กับรุ้งไม่ได้นะ!”รุ้งแก้วเริ่มหวั่นใจ คำพูดตัดความสัมพันธ์ของภูภูมิช่างไร้เยื่อใยเสียยิ่งกว่าอะไร เธอเดินเข้ามาจับแขนของชายหนุ่มและเขย่าไปมาอย่างไม่เข้าใจ แต่ภูภูมิก็ปัดมันออกพร้อมกับเดินเข้าห้องไปปล่อยให้รุ้งแก้วยืนมองด้วยความรู้สึกเสียใจ...และโกรธ เธอรีบเข้าไปเคาะประตู พยายามเปิดแล้วก็สุดความสามารถ

ตอนนี้เธอทำอะไรไม่ได้เลย ทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ได้แต่นั่งกำหมัดด้วยอารมณ์โกรธ ไม่สิ...จากโกรธกลายเป็นแค้นใจ

แม้วันที่พราววลินไม่ได้ทำอะไร หญิงสาวก็เป็นคนที่ชนะอยู่เสมอ

“ทำไม...ทำไมพี่พราวถึงเป็นคนที่ชนะ ชนะตลอด! ทำไมไม่เป็นฉัน!”

....

“พี่พราวคะ ทำอะไรอยู่เหรอ ปัทท์มากวนหรือเปล่า”ปัญณพรโผล่หน้าออกมาจากบานประตูระเบียง เด็กสาวเห็นกองเอกสาร แล็ปท็อปและเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกับเห็นหน้าเครียด ๆ ของพราววลินแล้วก็ไม่กล้าเดินเข้าไป เพราะเกรงว่าจะเข้าไปรบกวนอีกคนเวลางาน “น้องปัทท์ ไม่กวนหรอกจ้ะ เข้ามาสิ”

“พี่พราวทำงานอยู่เหรอคะ”

“ใช่จ้ะ พอดีพี่ต้องเซ็นเอกสารแล้วส่งกลับไปให้ที่กรุงเทพฯ เขาทำต่อน่ะ ก็เลยหัวหมุนนิดหน่อย”

“พี่พราวเก่งจังเลยค่ะ ขนาดมาเที่ยวยังต้องทำงานต่ออีก เหนื่อยแย่เลย”

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก สนุกดีนะ”

“อย่าถ่อมตัวเลยค่ะ ปัทท์ติดตามพี่มาตั้งแต่แรก ๆ เห็นพี่พราวทำนั่นทำนี่เต็มไปหมด พี่น่ะเก่งสุดยอด เป็นไอดอลของปัทท์เลย”

“ถ้าเห็นพี่เป็นไอดอลก็ต้องทำในสิ่งที่ตัวเองชอบให้เต็มที่ เราทุกคนมีความเก่งและความฝันเป็นของตัวเองอยู่ที่ว่าจะขยันทำมันมากแค่ไหน”เธอยกมือลูบหัวเด็กสาวอย่างเอ็นดู ปัญณพรเป็นคนที่เพิ่มพลังบวกให้กับทุกคนมากจริง ๆ แค่เดินเข้ามาคุยด้วยก็ทำให้เธอหายเหนื่อยได้เลย พลังวิเศษของสองพี่น้องนี่ช่างพิเศษสำหรับเธอจริง ๆ

“แล้ววันนี้เราว่างเหรอ ถึงมาคุยกับพี่ได้”

“แฮะ ขี้เกียจอ่านหนังสือค่ะ”

“แต่ว่าวันนี้พี่รามจะพาไปหาพ่อกับแม่ด้วย พี่พราวไปด้วยกันไหมคะ”

“พ่อกับแม่? เอ่อ..พี่ว่า..”พราววลินค่อนข้างตกใจกับคำเชิญชวนนี้เล็กน้อย เธอเป็นแค่คนที่มาขอความช่วยเหลือและมาขออาศัยชั่วคราวเท่านั้น การที่จะไปเจอหน้าพ่อและแม่ของรามินทร์และปัญณพรเลย มันจะเหมาะสมจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ

“พ่อกับแม่ของปัทท์ท่านใจดีนะคะ แม่เคยดูละครที่พี่พราวเล่นด้วย”

“แบบนั้นพี่ยิ่งเกร็งแย่เลย”

“สำหรับครอบครัวเรา คุณเป็นตัวเองได้เสมอ ไม่ต้องกลัวนะครับ”เสียงทุ้มดังเข้ามาก่อนตัว ดวงตาหงส์มองชายหนุ่มที่ถือแก้วกาแฟไว้ในมือ ท่าทางภูมิฐานแบบนั้นยิ่งเหมือนพระเอกในซีรี่ส์ที่เธอชอบไม่มีผิด ทำเอาเธอรู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมาในใจชั่วขณะหนึ่ง

ไม่ ๆ ไม่ได้นะพราว อย่าหลงรูป อย่าหลงรูป เธอพยายามเตือนสติตัวเอง ใจเริ่มกลับมาเต้นแรงอีกครั้งจนต้องแอบผ่อนลมออกจากปากอิ่มเบา ๆ เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะหลงรูปภายนอกของคนอื่น

แต่แบบนี้มันเกินไป เกินไปมาก

“ไม่ไหว ๆ ตายแล้ว ไม่ไหว”

“พี่พราวเป็นอะไรคะ ปวดหัวเหรอคะ จะเป็นลมเหรอ”ท่าทางของพราววลิน

ทำให้ปัญณพรตกใจ ลุกขึ้นเดินไปเอายาดมมาให้เธอ “เปล่า พี่ไม่ได้เป็นอะไร”

“คือ..พี่หิวน่ะ หิวข้าว”

“หิวแต่ทำไมจับหัวแทนล่ะครับ?”ข้ออ้างข้าง ๆ คู ๆ ไม่สามารถปกปิดชายหนุ่มได้ เขาเดินเข้ามาวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าเธอก่อนจะหาอะไรให้เธอทาน เพราะตอนนี้ป้าเล็กและหนูเล็กกำลังแจกจ่ายอาหารกลางวันให้คนงานเหมือนอย่างทุกครั้งอยู่

“ทานรองท้องก่อนนะครับ เดี๋ยวตอนเย็นเราจะไปทานข้าวกับคุณพ่อคุณแม่กัน”

“แต่พราวยังไม่ได้บอกเลยนะคะว่าจะไปด้วย”

“ยายปัทท์ติดคุณแจขนาดนี้ ผมคงต้องขอความเห็นใจจากคุณพราวแล้วล่ะ”

“ไปนะคะ นะ ๆ ”น้องสาวยังคงอ้อนขอ ความน่ารักของเด็กสาวทำให้เธออดที่จะเอ็นดูไม่ได้ พราววลินจึงตัดสินใจตอบตกลงไปกับเขาและปัญณพร

แต่พอถึงเวลาจริง ๆ เธอกลับรู้สึกเกร็งอยู่ภายในใจเสียได้

ทั้ง ๆ ที่มีความมั่นใจมาตลอด แต่มาวันนี้ความมั่นใจบางอย่างได้หายไป

อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่มีด้านลึกหรือด้านไหน มันเลยทำให้คนที่มีด้านมืดในจิตใจอย่างเธอกลัวการเข้าหาคนดี ๆ กันนะนี่

“คุณน้ารู้จักกับแม่ผมและท่านก็รู้จักคุณ คุณก็ไม่ต่างอะไรจากหลานของท่านหรอกนะครับ”แต่รามินทร์เองก็มักจะเป็นคนที่รู้เสมอว่าพราววลินรู้สึกอย่างไร รถยนต์คันหรูเริ่มเคลื่อนตัวออกจากบ้านสวนและลัดเลาะตามทางไปเรื่อย ๆ จนถึงอาณาเขตของบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่งที่อยู่ใกล้กับชายทะเล แต่ก็ห่างจากบ้านสวนอยู่พอสมควร เพราะแบบนี้

ปัญณพรถึงได้มาอยู่กับรามินทร์ บ้านของพ่อแม่ไกลจากโรงเรียนของเด็กสาวพอสมควร

บ้านหลังใหญ่สไตล์ยุโรปสีขาวถูกรายล้อมด้วยดอกไม้นานาพรรณ

ส่วนใหญ่ล้วนเป็นดอกไม้ที่นายแม่นิรดาชอบ ส่วนคุณอันโตนิโอแม้จะไม่ค่อยชอบดอกไม้เท่าไรแต่ก็ขัดภรรยาไม่ได้

เมียใหญ่ที่สุด ไม่มีใครใหญ่กว่าเมีย

รามินทร์เองก็ได้ความคิดนี้มาจากผู้เป็นบิดาเช่นเดียวกัน

“มาค่ะพี่พราว”

ปัญณพรวิ่งลงจากรถนำหน้ารามินทร์และพราววลินเข้าไปในบ้าน แม่บ้านสองคนยืนรอคุณหนูของพวกหล่อนด้วยรอยยิ้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นตาโตตกใจเมื่อเห็นพราววลินเดินเข้ามาใกล้ ๆ “แอะ ห้ามถ่ายรูปนะคะ”ปัญณพรเอ่ยเตือน

รามินทร์เดินเข้ามาข้าง ๆ หญิงสาว ทั้งสองคนยืนข้างกันดูเหมาะสม ทำเอาแม่บ้านที่เห็นคิดเองเออเองไปต่าง ๆ นานาว่า ตอนนี้ลูกชายคนโตของเจ้านายกำลังตามจีบดาราสาวคนนี้อยู่ จึงพากันหวีดร้องอยู่ในใจตามประสาคนดูละคร

“มาแล้วเหรอลูก”นิรดาที่รออยู่ก่อนแล้วเอ่ยทักทายตามประสามารดา หล่อนกอดลูกทั้งสองด้วยความคิดถึงก่อนหันหน้าไปมองสาวสวยที่ยืนอยู่ด้านหลังของรามินทร์

“สวัสดีค่ะ”พราววลินยกมือไหว้อีกคน นิรดาเดินเข้ามารับไหว้ด้วยความยินดี

“หนูพราว ไม่เจอกันตั้งนาน โตเป็นสาวแล้ว”

“หลวงตากับแม่บุษเป็นยังไงบ้างลูก”

“หลวงตากับแม่สบายดีค่ะ ตอนนี้แม่น่าจะกำลังทำขนม มือเป็นระวิงหมดแล้ว”

“ดีนะ งั้นคราวหน้าป้าฝากซื้อสักร้อยกล่องมาเลี้ยงคนงาน”นิรดาพูดติดเล่น

แต่ใครจะรู้ว่าหล่อนพูดจริงทำจริง

ก่อนหน้านี้รามินทร์ไม่ได้คิดว่าจะได้พาพราววลินมาที่นี่ แต่น้องสาวตัวแสบแอบไปกระซิบมารดาเรื่องนี้เข้า ทำให้วันนี้เขาต้องหลอกล่อพราววลินมาหามารดาเพียงเพราะมารดาอยากพบหน้าหลานสาวที่ตนเอ็นดูมาตั้งแต่เด็ก

แล้วอีกอย่างที่เขารู้คือมารดาตั้งใจจะจับคู่เขาและพราววลิน

เพราะไอ้ออเดอร์ขนมที่พูดไปเมื่อครู่ ตอนนั้นก็มารดาเขานั่นแหละที่เป็นคนสั่งบุษบามารดาของพราววลิน สั่งไปแล้วร้อยกล่อง เดี๋ยวก็สั่งอีกร้อยกล่องแน่ ๆ

“นี่พ่อของเจ้าเด็กสองคน หนูจำลุงอันโตนิโอได้หรือเปล่าจ๊ะ”นิรดาพูดเป็นภาษาอังกฤษให้คุณอันโตนิโอได้เข้าใจด้วย ชายวัยกลางคนดูภูมิฐานเดินเข้ามาพร้อมกับรับไหว้หญิงสาว “หนูเป็นแฟนรามเหรอ”ชายสเปนถามกลางปล้อง

“ไม่ใช่ครับพ่อ/ไม่ใช่ค่ะ!”ทั้งสองคนตอบขึ้นพร้อมกัน ทำเอาคุณนิรดาต้องตีเบา ๆ เข้าที่ไหล่ของสามี “คุณนี่! จำหนูพราวไม่ได้เหรอคะ พราววลินไง”

“โอ๊ะ! ผมจำได้แล้ว แหม ไม่ได้เจอกันตั้งนาน หนูอย่าถือสาคนแก่แบบลุงเลยนะ”คุณอันโตนิโอหลุดหัวเราะตามประสาคนอารมณ์ดี ซึ่งขัดกับภาพลักษณ์ภายนอกของเขาอยู่มาก เพราะถ้าหากเปรียบรามินทร์เหมือนใคร ก็ตอบได้เลยว่าเขาเหมือนพ่อของเขา

ทุกประการ ทั้งส่วนสูง รูปร่าง สีผิว สีผมและหน้าตา คล้ายกันมากสมกับที่เป็นพ่อลูกกัน

ทั้งหมดเริ่มนั่งทานข้าวเย็นตามปกติ เสียงหัวเราะทำให้จากที่เธอเกร็งอยู่หายเกร็งได้ในทันที ทั้งคุณอันโตนิโอและนายแม่นิรดาต่างก็สร้างบรรยากาศครึกครื้น ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ เพื่อไม่ให้เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน

“นี่อัลบั้มรูปสมัยก่อนจ้ะ”จนกระทั่งทานข้าวเสร็จ นายแม่นิรดาชวนพราววลินและลูกสาวคนเล็กของตนมาดูรูปเก่า ๆ สมัยที่หญิงสาวและรามินทร์ยังเป็นเด็กอยู่เพื่อยืนยันว่า ทั้งสองคนนั้นเคยเจอกันจริง ๆ

“ตอนนั้นหนูอายุเจ็ดขวบ พี่เขาอายุสิบกว่าปี นี่รูปนี้พี่รามเขาอุ้มหนูตอนที่ยัง

แบเบาะ เขายังบอกป้าอยู่เลยนะว่าถ้าหนูโตขึ้น ต้องน่ารักมากแน่ ๆ แต่พอมาเห็นแบบนี้ป้าว่ามันเกินคำว่าน่ารักไปไกลมากเลยนะ แล้วเมื่อก่อนน่ะ หนูเรียกตารามว่าพี่รามด้วย ไม่รู้ทำไมตอนนี้ไม่เรียกกันเหมือนเดิม”

“เมื่อก่อนหนูเรียกเขาแบบนั้นจริง ๆ เหรอคะ”

“ใช่จ้ะ หนูติดตารามมาก เรียกพี่ราม พี่ราม แล้วก็พี่รามตลอดเลย เพราะแบบนี้หลวงตาถึงได้พาหนูมาที่ใต้บ่อย ๆ เพราะหนูบอกว่าคิดถึงพี่ราม อยากเจอพี่รามมาก ๆ ”

“แถมยังพูดอีกว่าห้ามพี่รามมีใคร เพราะพราวจะเป็นเจ้าสาวของพี่รามเอง ประโยคนี้ป้าจำได้ขึ้นใจเชียวล่ะ แต่ไม่รู้ว่าตารามกับหนูพราวจะจำได้บ้างหรือเปล่า”นิรดายังพูดติดแซว ส่วนพราววลินก็แก้มร้อนฉ่า ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นเด็กแก่แดดได้มากถึงขนาดนั้น อะไรกัน เธอพูดตอนไหน ไม่เห็นจะจำได้เลย

“ถ้าตอนนั้นอายุสิบกว่าปีก็น่าจะจำได้อยู่นะคะ แต่พี่พราวยังเด็กอยู่คงจำไม่ได้หรอกค่ะ แต่ว่า...ไหน ๆ พี่พราวก็ไม่มีใครแล้ว สนใจพูดแบบนี้อีกรอบหรือเปล่าน้า”ปัญณพรเองก็ร่วมมือกับมารดา แต่ยังไม่ทันที่พราววลินจะได้ตอบอะไร รามินทร์ก็เดินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เขามาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าและกอดอกมองดุสองคนแม่ลูก

“นายแม่ครับ โตแล้วนะครับ”

“เราก็ด้วย”หันหาน้องสาว

“มาเวย์ดุซะด้วยลูกฉัน จะบอกว่าจำไม่ได้หรือไง?”

“จำได้..แล้วยังไงต่อเหรอครับ หื้ม?”

“ถามกลับแบบนี้แปลว่าจำได้ค่ะแม่ ปัทท์คอนเฟิร์ม”

“ยายปัทท์”

“เออนี่! หนูพราวชอบดอกไม้หรือเปล่า ป้ามีโรงแก้วสวนดอกไม้อยู่หลังบ้าน ถ้าหนูอยากดูก็ให้รามพาไปเดินดูได้นะ ด้านในมีหิ่งห้อยด้วย ป้าจะบอกว่าสวยมาก”แต่มารดากลับไม่ฟังคำดุของลูกชาย หล่อนหันหน้ากลับมาคุยกับหญิงสาว เป็นอันรู้กันว่าปัญณพรไม่ควรตามไปเป็นก้างขวางคอพี่ชายและหญิงสาว

….

“คุณอย่าไปถือสาแม่กับยายปัทท์เลยครับ สองคนนี้ก็ชอบทำอะไร

แปลก ๆ แบบนี้แหละ”สุดท้ายเขาก็ขัดคำมารดาไม่ได้ ร่างสูงเปิดประตูสวนแก้วของนิรดาเข้าไป สวนแก้วนี้มีลักษณะเป็นโดมใหญ่ เป็นครึ่งวงกลมที่ทำจากกระจกหนาทั้งหลัง ทำให้มองทะลุออกไปได้ แต่ก็มีระบบปิดทึบอยู่ด้านใน คนภายในยังสามารถมองเห็นภายนอกได้ แต่คนภายนอกจะไม่สามารถเห็นคนที่อยู่ภายใน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันไม่ถือสาหรอก อีกอย่างคุณป้ากับน้องปัทท์ก็น่ารักดี

ทั้งสองคนเป็นความสดใสของคุณกับพ่อของคุณ”เธอเดินตามเขาเข้าไปด้านใน เธอมองดูสวนดอกไม้ที่ถูกดูแลเป็นอย่างดี หิ่งห้อยที่อยู่ภายในบินลอยไปมาช้า ๆ เนิบ ๆ และแล้วเสียงเพลงแจ๊สก็ดังขึ้นเบา ๆ

“เสียงเพลง? เหมือนกล่องเพลงเลยนะคะ”

“ครับ แม่ชอบอะไรแบบนี้แหละ มันโรแมนติกเหมือนในนวนิยายที่แม่อ่าน”

“แล้วก็มีเตียงอยู่ในนี้ด้วย”ขาเรียวหยุดเดิน เธอมองไปที่เตียงเจ้าหญิงสีชมพูอ่อนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา ส่วนชายหนุ่มเองก็มองด้วยความอึ้งเช่นกัน

เขาไม่ได้กลับบ้านมาแค่แป๊บเดียว แม่เขาเอาเตียงมาจัดสวนแล้วหรือเนี่ย!

“เอ่อ..ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกัน”

แกร่ก!

เสียงล็อคประตูดังเข้ามาในโสตประสาทของสองชายหญิง รามินทร์รีบเดินไปที่ประตูแล้วพยายามเปิดมันออก “แม่นะแม่!”

“เปิดไม่ได้เหรอคะ”

“ครับ มันโดนล็อคจากด้านนอก”

“แม่คุณ...น่าจะอยากให้คุณแต่งงานจริง ๆ นะคะ”เธอยังพูดติดเล่น ไม่แสดงอาการตื่นตกใจหรือเครียดเหมือนที่คนทั่วไปเขาเป็น บางทีก็แอบทำให้เขาสับสนกับ

การกระทำและปฏิกิริยาของเธอเช่นกัน “คุณไม่ตกใจสักนิดเลยเหรอ”เขาถาม

“ตกใจเรื่องอะไรคะ?”

“ก็เรื่อง...เรื่องที่เราโดนขังอยู่ในนี้”

“แม่คุณพูดแซวซะขนาดนั้นแล้ว ถ้าฉันไม่รู้ก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วล่ะค่ะ”

“แต่จริง ๆ นั่งอยู่ในนี้สักพักก็ได้ ดูสิคะ ดาวเต็มท้องฟ้าเลย”หญิงสาวเดินกลับมานั่งที่เตียงและล้มตัวนอนลง ดวงตาหงส์มองดาวที่ระยิบระยับบนท้องฟ้า แถมยังใช้มือตบที่นอนข้าง ๆ ให้ชายหนุ่มนอนลงข้าง ๆ ตนด้วย “มาดูดาวกันค่ะ”

“นี่คุณไว้ใจผมขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ถามอะไรแบบนั้นคะ ถ้าฉันไม่ไว้ใจคุณ ฉันคงหนีไปอยู่ที่อื่นตั้งนานแล้ว”

“อีกอย่าง เราสองคนก็เคยเจอกันมาก่อน คุณป้าบอกว่าฉันติดคุณมาก แปลว่า

คุณต้องเป็นพี่ชายที่แสนดี”เธอลุกขึ้นใช้มือเท้าเตียงเอาไว้ ร่างสูงจึงเดินตามมานั่งข้าง ๆ เธอและล้มตัวลงนอนแทน “แต่คุณก็ไม่เรียกผมว่าพี่”

เสียงหัวเราะน้อย ๆ ดังออกมา หญิงสาวโน้มตัวลงไปบนตัวของอีกฝ่ายจนเขาลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ “ถ้าเรียกพี่ จะให้เป็นแค่พี่น้องนะคะ”

เสียงหวานราวออดอ้อน นิ้วเรียวไล้ตามริมฝีปากหนาไล่ลงมาจนถึงแผงอกแกร่ง เสื้อเชิ้ตสีดำที่ปลดกระดุมสองเม็ดแบบนี้ยิ่งเซ็กซี่เข้าไปใหญ่ ไป ๆ มา ๆ กะว่าจะแกล้งเขา ตอนนี้กลายเป็นแกล้งตัวเองไปเฉยเลย

หญิงสาวหยุดมือก่อนที่ใจจะเต้นแรงไปมากกว่านี้ แต่ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็พลิกตัวมาจับข้อมือของเธอกดลงกับเตียงนุ่ม “ค..คุณราม”

“งั้นผมยอมให้คุณเรียกผมว่าคุณก็ได้”

“เพราะผมไม่ได้อยากเป็นแค่พี่น้อง”

ดวงหน้าลูกครึ่งกระตุกยิ้ม คนที่เธอหลงคิดว่าเป็นแค่แมวน้อยฉายแววเสือสิงห์ออกมาให้ได้เห็น “ฉันนึกว่าคุณจะเป็นพระอิฐพระปูนซะอีก”

“ผมบอกแล้วไง ว่าผมเป็นผู้ชาย”

“ผู้ชายก็คือผู้ชาย ต่อให้พยายามข่มใจมากแค่ไหน สุดท้ายก็จะห้ามใจไว้ไม่อยู่”

“ทางที่ดีคุณอย่าทำแบบนี้กับใครอีกดีกว่า”

“ฉันไม่ได้ทำแบบนี้กับใครสักหน่อย ตอนนี้มีแต่คุณที่ฉันทำ”

“แพรวพราวจังเลยนะคุณพราว”

“ก็แกล้งคนแถวนี้แล้วมันสนุกดีนี่น่า”

“แกล้งคนแก่แบบนี้ คนแก่ไม่สนุกด้วยนะ”

“ถ้าไม่สนุก แล้วทำยังไงถึงจะสนุก?”

เพียงเสี้ยววินาทีชายหนุ่มก็โน้มตัวลงประทับริมฝีปากหนาเข้ากับปากอวบอิ่มของเธอ ทำให้คนที่ไม่ทันตั้งตัวนิ่งค้างก่อนจะเคลิบเคลิ้มตามไป เพราะรอยจูบของอีกคนช่างอ่อนโยนแต่มีผลต่อจิตใจของเธอเสียเหลือเกิน

“แบบนี้เรียกว่าสนุก”รามินทร์ถอนริมฝีปากออก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อให้เธอเห็นเป็นครั้งแรก จนหญิงสาวต้องริมเอามือทั้งสองข้างปิดหน้าตนเองเอาไว้

เสียงทุ้มหัวเราะขึ้นในลำคอ มือหนาจับมือของเธอออกจนได้เห็นแววตาสั่นไหวของเธอพร้อมกับพวงแก้มที่เริ่มแดงขึ้นเพราะความร้อนในร่างกายปะทุขึ้น

“ตอนนี้คุณเหมือนเด็กที่ไม่รู้ประสีประสามากเลยนะ รู้ตัวหรือเปล่า?”

“ฉัน...”

แกร่ก!

เสียงล็อคดังขึ้นอีกครั้ง เป็นการบ่งบอกว่ามีคนเปิดประตูให้คนทั้งคู่ได้ออกไปแล้ว

รามินทร์ลุกขึ้นปล่อยให้เธอเป็นอิสระพร้อมกับเดินนำหญิงสาวออกไป พราววลินยกมือกุมหัวใจของตนเองและพยายามข่มอารมณ์หวั่นไหวซ่อนไว้ภายในใจ

“ไม่ เธอไม่ควรหวั่นไหวกับใครง่าย ๆ แบบนี้นะ ใจเย็น ๆ เฮ้อ! ร้อนจริง ๆ เลย!”ตกดึกเวลาเข้านอน หญิงสาวยังคงเดินไปเดินมาอยู่ที่ระเบียงของบ้านสวน จิตใจยังคงว้าวุ่นอยู่กับรอยจูบที่แสนอ่อนโยนของนายหัวรามินทร์ พยายามสะบัดมันออกไปเท่าไรก็สะบัดไม่หลุดเสียที เธอจะบ้าตาย!!

“โอ๊ยพราวขอร้องล่ะ! แกอย่าเป็นคนแบบนี้ได้ไหมเนี่ย จะแกล้งเขาแต่โดนแกล้งซะเองแบบนี้เสียเชิงหมดเลย”เธอพยายามเตือนสติตัวเองเบา ๆ แต่ใจก็ยังดื้อไม่ยอมฟังสมอง จนกระทั่งมีเสียงมือถือดังเข้ามา “พี?”

“ฮโหล ว่าไงพี มีอะไรหรือเปล่า”

(พี่อยู่ไหนเหรอ ว่างหรือเปล่า) คำถามที่ดูจะธรรมดา แต่น้ำเสียงของน้องชายกลับทำให้เธอหวั่นใจ เพราะมันสั่นมากจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

“เป็นอะไรไป? เกิดอะไรขึ้น?”

(ตอนนี้หลวงตา...หลวงตาอยู่โรงพยาบาล อาการท่านทรุดลง หมอบอกว่า...อาการจากโรคที่เป็นอยู่ทำให้มีโรคอื่นแทรกซ้อน ไม่รู้ว่าหลวงตาจะรอดไปได้ถึงสามเดือนหรือเปล่า)

(ถ้าเป็นไปได้ หมอแนะนำให้เรามาดูใจท่าน ตอนนี้ผมติดต่อพี่พนธ์ไปแล้ว ไม่รู้ว่าจะได้จดหมายวันไหน)

“แล้วแม่ล่ะ? แม่เป็นยังไงบ้าง”

(แม่ยังร้องไห้ไม่หยุดเลย แม่บอกว่าไม่ให้บอกพี่เพราะกลัวว่าพี่จะเครียด แต่ผมว่าเรื่องนี้ยังไงพี่ก็ควรรู้ จะได้มาคุยกันว่าจะเอายังไงต่อ)

“เอาแบบนี้ พรุ่งนี้พี่จะกลับกรุงเทพฯ แต่ตอนนี้พีต้องย้ายหลวงตาไปที่โรงพยาบาลที่ดีที่สุดตอนนี้เลย เดี๋ยวพี่จัดการเรื่องเงินเอง”พราววลินถอนหายใจพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง เธอตัดสินใจย้ายหลวงตาปราบปริญเองเสร็จสรรพโดยให้คนเซ็นย้ายเป็นพีรัตน์แทน เพราะกว่าเธอจะเก็บข้าวเก็บของกลับกรุงเทพฯ ได้ ก็คงจะปาไปถึงตอนเย็น ชักช้ามากเดี๋ยวจะไม่ทันการเอาได้

แต่เธอก็ไม่อยากรอนานไปมากกว่านี้ หญิงสาวตัดสินใจจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวสิบเอ็ดโมงพร้อมเก็บกระเป๋าตั้งแต่เช้าตรู่จนคนที่เพิ่งตื่นเกิดแปลกใจขึ้นมา

“คุณพราว?”

“จะไปไหนครับ?”

“ตอนนี้หลวงตาเข้าโรงพยาบาลค่ะ ฉันต้องรีบกลับกรุงเทพฯ”

“จริงเหรอครับ งั้นเดี๋ยวผมไปด้วย”

“แต่ว่าคุณยังมีงานต้องทำ..”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ช่วงนี้ไม่ใช่ช่วงเก็บเกี่ยว อีกอย่างถึงผมจะไม่อยู่ ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรหรอก”เธอเองก็ลืมไปว่าเขาทำรีสอร์ตหลายสาขา ต้องเดินทางไปแต่ละสาขาอยู่บ่อยครั้ง แค่ไปกรุงเทพฯ กับเธอครั้งนี้ก็ไม่ได้ทำให้งานติดขัดอะไร ลูกน้องเขาก็มากมาย

แค่ชี้นิ้วสั่งอย่างเดียวก็พอ

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ (จบแล้ว)   ตอนที่ 21 ไม่ได้ดีที่สุด แต่เข้าท่าที่สุด (จบบริบูรณ์)

    ตอนที่ 21ไม่ได้ดีที่สุด แต่เข้าท่าที่สุด(จบบริบูรณ์)หลังจากนั้นไม่นานรุ้งแก้วก็คลอดเด็กผู้หญิงออกมาโดยที่ภูภูมิยังอยู่ข้าง ๆ จนถึงวินาทีที่เด็กเกิดขึ้นมา แต่เวรกรรมของทั้งคู่ก็ยังไม่หมดไปเมื่อคุณพิชญะได้มีการคุยกับบิดาและมารดาของภูภูมิว่าถึงอย่างไรก็ต้องมีพิธีแต่งงาน แม้ว่าตอนที่ภูภูมิรู้จะเอ่ยคัดค้านไปสุดชีวิต เพราะตนได้คิดไว้แล้วว่าจะเลี้ยงลูกด้วยตัวคนเดียว แต่เขาก็ต้องแพ้ให้กับอำนาจของผู้ใหญ่และอำนาจเงินที่บิดามอบให้ถึงแม้ว่าเขาจะโดนไล่ออกจากโรงพยาบาลและอาชีพที่เคยทำ แต่คำว่า ล้มบนฟูกก็ยังใช้ได้เสมอ บิดาของเขาคิดไว้แล้วว่าถ้าหากภูภูมิถูกตัดสินว่าพ้นผิด จะให้เขามาช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัวจนกว่าจะเรียกความไว้วางใจจากญาติ ๆ และบิดากลับมาได้อีกครั้งหนึ่งส่วนรุ้งแก้ว ตั้งแต่วันนั้นเธอก็เอาแต่เงียบ เธอตั้งใจดูแลลูกของเธออย่างดีราวกับว่าไม่มีอาการทางจิต แต่ก็ถูกหมอตัดสินว่าเธอควรจะได้เข้ารับการรักษา แต่ที่น่าตกใจกว่าคือเธอยอมเข้ารับการรักษาด้วยตนเองโดยที่ไม่ต้องมีใครมาบังคับให้ทำ ทำให้นิเวศและโสนดีใจมาก แต่มันก็ไม่ได้มากเท่าที่ควร เพราะรุ้งแก้วยังต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดิม“ตุ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ (จบแล้ว)   ตอนที่ 20 คำขอโทษ

    ตอนที่ 20คำขอโทษแต่ก็ใช่ว่าคำพูดของบุษบาจะไม่เป็นผล หญิงสาวที่พยายามทำให้ตนเองโดดเด่นน้อยที่สุดกลับไม่ได้ทำให้ตนเองโดดเด่นน้อยลงเลย จะมีก็เพียงแต่น้องชายสองคนนี่แหละที่จะพอเสริมให้เธอดูเป็นคนธรรมดาลงได้ตั้งแต่วันนั้นเธอก็นอนคิดอยู่นานว่าจะทำอย่างไรดีกับความรู้สึกสับสนนี้ จึงจับกลุ่มกับพีรัตน์โทรหาพลพนธ์น้องชายคนกลางเพื่อปรึกษากันก็อย่างว่าคนที่พวกเขาเกลียดกลับเป็นบิดาที่ใกล้เข้าสู่ประตูยมโลก เรื่องใหญ่แบบนี้ มารดาที่รักขอมาแบบนี้ก็ต้องมานั่งคุยกันหน่อยล่ะ ไม่อย่างนั้นเธอคงนอนไม่หลับไปทั้งคืนและมันก็ได้ข้อสรุปว่าพวกเขาควรจะไปอย่างน้อยก็ครั้งสุดท้าย สำหรับคนที่พวกเขาเคยคิดว่าเป็นพ่อ“นี่พี่มั่นใจนะว่าชุดนี่เด่นน้อยสุดแล้วน่ะ?”พีรัตน์ถาม“ก็ใช่น่ะสิ ชุดดำแบบคลาสสิคของสาว Working Women เลยนะ ดูเด่นตรงไหนไม่ทราบ”พราววลินตอบพร้อมยืดอกด้วยความมั่นใจ“ทุกตรง”พวกเขาตอบ“ท่าทางของพี่น่ะสิที่ทำให้มันเด่นขึ้นมา”พลพนธ์ตอบเสริมขึ้นอีก“ก็ช่วยไม่ได้ พี่เกิดมาเพื่อรับออร่าความเด่นอยู่แล้ว”พราววลินตอบอย่างมั่นใจ น้องชายสองคนไม่ปฏิเสธกับสิ่งที่เธอพูด พวกเขาเพียงแต่ส่ายหน้าและยิ้มน้อย ๆ ให้พี่สาว

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ (จบแล้ว)    ตอนที่ 19 เวรกรรม

    ตอนที่ 19เวรกรรม“ก็ดี เพราะพราวเคยพูดแล้วว่าตัวเองจะไม่มีทางยอมความ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็จะไม่ยอมเด็ดขาด”กลางดึกคืนเดียวกัน หญิงสาวเดินไปมาอยู่ที่ระเบียงชั้นสองใกล้กับห้องนอนของรามินทร์ พร้อมกับเสียงของเขาที่ยังดังอยู่ในหัวของเธอตลอดเวลาเธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าตัวเองมีความคิดเล็ก ๆ ที่จะทำแบบนั้นจริง ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพราะว่าเด็กในท้องของรุ้งแก้ว แม้เด็กคนนั้นจะเป็นลูกของหมอภูภูมิกับรุ้งแก้ว คนที่แย่งคนรักของเธอก็เถอะ แต่สุดท้ายเพราะคำเตือนของรามินทร์มันก็ทำให้เธอเอนเอียงกลับมาที่ความตั้งใจเดิม“พี่รามนี่เวลาใจดีก็ดีอย่างกับอะไร พอถึงเวลาเด็ดขาดก็เด็ดขาดเป็นบ้าเลย”แต่เธอก็เข้าใจในสิ่งที่เขาบอก ความปลอดภัยย่อมมาเป็นที่หนึ่ง เขาคงจะคิดแบบนั้นถึงได้พูดเตือนสติเธออยู่นัย ๆ หญิงสาวถอนหายใจ ส่ายหน้าน้อย ๆ ให้ตนเองตั้งสติ ในขณะเดียวกันเสียงแจ้งเตือนจากมือถือก็ดังเข้ามา หญิงสาวปัดจอขึ้นลงไปมา แอพข่าวที่เธอเคยติดตั้งไว้แจ้งเตือนข่าวใหม่ล่าสุดขึ้นพร้อมกับพาดหัวข่าวว่า‘มะเร็งในสมองคร่าชีวิต คุณนิเวศ ดุจประการรัตนา ทายาทคนโตผู้สืบทอดตำแหน่งประธานบริษัทของครอบครัว ถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ (จบแล้ว)   ตอนที่ 18 รู้

    ตอนที่ 18รู้เสียงวางกระดาษพร้อมกับเสียงเก็บเสื้อผ้าดังเป็นระยะ ๆ ในห้องชุดของคอนโดหรู ทำให้คนที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานเต็มเวลารีบเดินเข้ามาดูต้นเหตุของเสียง“รุ้ง ทำอะไรน่ะ? จะเก็บเสื้อผ้าไปไหน?”หมอภูภูมิเลิกคิ้วถามคนท้องใกล้คลอดอย่างแปลกใจ จะว่าเปลี่ยนไปนอนโรงพยาบาลเพื่อเตรียมคลอดก็ไม่ใช่ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นรุ้งแก้วต้องบอกเขาแล้ว...และท่าทางชะงักแบบนั้นนั่นแหละที่ทำให้น่าสงสัยมากกว่าเดิม“จะกลับไปอยู่บ้านเหรอ?”เขาลองถามอีกครั้ง“เปล่าค่ะ”เธอเว้นวรรค “พอดีว่ารุ้งจะไปหาเพื่อนที่อังกฤษ กว่าจะกลับก็คงจะถึงกำหนดคลอด ว่าจะคลอดที่นั่นเลยแล้วค่อยกลับมา”“หมายความว่ายังไง เราตกลงกันไว้แล้วนี่ว่าลูกน่ะเป็นของพี่”“รุ้งก็เคยบอกพี่ไปแล้วเหมือนกันว่ารุ้งไม่ได้ตกลงกับพี่ รุ้งเองก็อยากอยู่กับลูกเหมือนกัน ถ้าพี่อยากได้ลูก ก็ต้องให้รุ้งอยู่ด้วย เราสามคนควรจะเป็นครอบครัวเดียวกัน รุ้งจะไม่ยอมให้ลูกขาดคนใดคนหนึ่งไปหรอกนะ”รุ้งแก้วตอบกลับทันทีอย่างเหลืออด ที่ผ่านมาเธอไม่มีโอกาสได้พูดแบบนี้กับหมอภูภูมิสักที พอครั้งนี้ถึงโอกาสแล้ว เธอก็อยากจะพูดมันออกมาตามความต้องการของตัวเอง“นี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่เนี่ย

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ (จบแล้ว)   ตอนที่ 17 ขาดไม่ได้

    ตอนที่ 17ขาดไม่ได้เช้าวันถัดมาพราววลินเริ่มทำงานตามตารางงานปกติของตนเอง ขณะเดียวกันรามินทร์ก็หายตัวไปจัดการกับลูกค้าที่ตอนนี้กำลังก่อความวุ่นวายอยู่จนพนักงานไม่สามารถควบคุมได้ แต่ครั้งนี้มันกลับไม่เหมือนทุกครั้ง เขารู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างแปลกไป โดยเฉพาะสถานการณ์เมื่อครู่ที่ลูกค้าเองก็ทำตัวแปลก ๆ ใส่จนพนักงานและเขางงไปตาม ๆ กัน “คิดไปเองหรือเปล่า?”“ลูกค้าคนนั้นชื่ออะไรครับ?”แต่ถึงจะพูดว่าตนเองคิดไปเอง แต่ก็ไม่ได้วางใจจึงเอ่ยถามชื่อของอีกฝ่ายตามสิทธิ์เจ้าของรีสอร์ท “เอ่อ..เมื่อกี้เขากำลังจะเช็คอินแต่อยู่ ๆ ก็โวยวายขึ้นมาก่อน น้อง ๆ ก็เลยยังไม่ทันได้ถามชื่อน่ะค่ะ”ผู้จัดการเป็นฝ่ายตอบแทน“แต่ดูท่าจะเป็นคนไทยนะคะ เมื่อกี้หนูได้ยินเขาพูดโทรศัพท์กับใครด้วย พูดไทยชัดมากเลยนะคะ”พนักงานสาวรีบบอก ชายหนุ่มนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ ร่างสูงเบนทิศทางไปที่ชายหาด เห็นกองรายการกำลังถ่ายทำกันอยู่จึงเดินมองอยู่ไกล ๆ แต่ก็ไม่พ้นสายตาของทีมงานประจำรายการเข้าจึงชูป้ายบอกกับผู้ดำเนินรายการหน้ากล้องเผื่อจะได้ประเด็นเกี่ยวกับรามินทร์มาบ้าง“เออแล้วไม่นานมานี้ เห็นน้องพราวเล่าเร

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ (จบแล้ว)   ตอนที่ 16 เป็นเพราะใคร

    ตอนที่ 16เป็นเพราะใครกลางดึกสงัดวันเดียวกัน พราววลินเดินไปมาอยู่ที่ระเบียงบ้านชั้นสองในห้องนอนของตนเอง ในมือจับโทรศัพท์เอาไว้ คิ้วสวยขมวดเข้าหากันก่อนจะยกมือถือขึ้นโทรหารามินทร์อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ก็ยังไม่มีเสียงตอบรับจากเขา “ห้าครั้งแล้วนะ ทำอะไรอยู่?”เสียงเอ่ยขึ้นอย่างกังวลใจ ปกติแล้วหากไม่เจอกัน เขาก็จะเป็นฝ่ายโทรหาเธอตลอด แต่มาวันนี้กลับเงียบหายไป ไม่ส่งข้อความมาบอกกันเลยเสียด้วยซ้ำ“แต่! ไม่ได้สิ เราเองก็มีงานต้องทำเหมือนกัน จะมัวแต่รอเขาแบบนี้มันใช้ได้ซะที่ไหน”ด้วยความที่นิสัยปกติ เธอไม่ใช่คนที่จะมารอมือถือจากใคร เมื่อรู้ตัวก็พยายามไม่สนใจและทำงานของตนเองต่อ แต่ใจเจ้ากรรมก็ทำให้สมาธิหายไป เธอลังเลไปมาจนในที่สุดเสียงมือถือก็ดังขึ้น ทำให้เธอรีบรับมันทันทีโดยที่ไม่ต้องคิด“พี่ราม! ทำไมไม่รับสายคะ”(พี่ไม่ใช่ผู้ชายคนนั้นนะ) แต่เสียงทุ้มของปลายสายทำให้เธอชะงัก ก่อนจะมองดูที่หน้าจอมือถือ และมันก็เป็นอย่างที่เธอคิด คนที่เธอไม่อยากคุยที่สุดโทรเข้ามา“พี่ภูมีอะไรคะ พราวว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะคะ”เธอตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายใจ คนบ้าอะไรเซ้าซี้ไม่เลิกจริง ๆ เธอชักจะสงสารเด็กในท้องข

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status