Share

ตอนที่ 4 วันแต่งงาน

last update Last Updated: 2026-02-23 00:14:06

ตอนที่ 4

วันแต่งงาน

หน็อย หมอภูนะหมอภู หล่ออย่างเดียวแต่นิสัยแย่จริง ๆ เสียดายความหล่อมาก!”หลังจากที่สงบจิตสงบใจได้แล้ว พราววลินก็ขอตัวกลับโดยมีรามินทร์ขับรถตามมาส่งเธอทีหลัง และเธอก็ตัดสินใจโทรหาพิ้งกี้ทันทีที่ถึงคอนโดพร้อมกับเล่าทุกอย่างให้ผู้จัดการส่วนตัวฟัง

เท่านั้นแหละ พิ้งกี้ก็ก่นด่าหมอภูภูมิไฟแลบโดยที่พราววลินนั่งเงียบฟังอย่างเดียว แต่ปฏิกิริยาของพราววลินมันน่ากลัวเกินไป การที่พราววลินไม่โวยวาย ไม่พูดอะไรสักคำ

ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ นี่มันแปลกมากจริง ๆ

“แล้วแบบนี้จะให้พี่เดินเรื่องยกเลิกงานแต่งงานเลยไหม? ดูท่าพยาบาลคนนั้นจะอยากเป็นตัวจริงของหมอภูมากเลยนะ ถ้ามันรักกันก็ปล่อยให้มันรักกันไปเถอะ

เดี๋ยวเวรกรรมก็ตามทันพวกมันเอง ไม่พ่อแม่หมอภูก็ครอบครัวดุจประการรัตนานั่นแหละที่จะจัดการเอง”พิ้งกี้พยายามปลอบใจและไม่พูดชื่อของรุ้งแก้วตามที่พราววลินเคยบอกเอาไว้ แม้ว่าสิ่งที่นางบอกมันจะดูให้พราววลินยอมเหมือนนางเอกละครไปสักหน่อย แต่พราววลินเป็นคนสาธารณะ จะจัดการอะไรเอาสะใจตัวเองมันก็ยาก ผลกระทบบางอย่างมันจะตกมาอยู่ที่หญิงสาว แม้มันจะเล็กน้อยมากแต่ก็ถือว่ากระทบกับชื่อเสียงอยู่ดี

“ไม่ต้องยกเลิกหรอกค่ะ”

พราววลินที่เงียบอยู่นานเอ่ยตอบผู้จัดการส่วนตัวด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีรอยยิ้มเปื้อนใบหน้า ไม่มีความโกรธ ไม่มีอะไรให้มองออกได้เลย “ทำไมล่ะ?”หล่อนถาม

“ไหน ๆ ก็จะแต่งงานกันอยู่แล้ว ไม่ต้องยกเลิกหรอก”

“แต่พี่พิ้งกี้ช่วยส่งการ์ดงานแต่งงาน เขียนว่า ‘ขอเรียนเชิญ คุณพิชญะ และครอบครัวดุจประการรัตนา’ ให้พราวทีสิคะ”คราวนี้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้า ทำให้ผู้จัดการส่วนตัวมั่นใจแน่แล้วว่า รอยยิ้มนี้มีแผนบางอย่างอยู่ในหัวของเจ้าของรอยยิ้มแน่นอน

มันเป็นรอยยิ้มที่หล่อนไม่กล้าขัด นางร้ายเริ่มกลับเข้ามาในร่างของนางเอกอีกครั้ง

พราววลินไม่ยอมเจ็บคนเดียว เธออุตส่าห์ไม่ยุ่ง และเป็นคนเดินออกมาให้สองแม่ลูกนั่นอยู่อย่างสุขสบายแล้ว แต่รุ้งแก้วกลับแกว่งเท้าหาเสี้ยนเอง มันก็ช่วยไม่ได้

เธอไม่เคยทำร้ายใครก่อน

มือเรียวจรดกดลงเบอร์มือถือของนักข่าวคนหนึ่งด้วยเบอร์ซิมการ์ดใหม่ที่เธอเพิ่งใส่เข้าไปไม่นานหลังจากที่พิ้งกี้วางสายไป การที่เธอทำแบบนี้ เธอคิดมาดีแล้วว่ายังไงก็คุ้ม ต่อให้คนพวกนั้นจะล้มบนฟูก แต่ต้องเป็นฟูกแข็ง ๆ ที่เธอมอบให้เท่านั้น

นางเอกชนะเหรอ? ไม่มีจริงหรอก นางร้ายต่างหากที่ได้ทุกอย่าง

“ฮโหลครับ?”รอไม่นานนัก ปลายสายก็ตอบรับพร้อมกับเสียงแปลกใจเล็กน้อย

“สวัสดีค่ะคุณธงไชย”

“คุณรู้จักชื่อผมได้ยังไง?”

“ใครเขาก็รู้จักหัวหน้ากองบรรณาธิการสำนักข่าวดังอย่างคุณกันทั้งนั้นแหละค่ะ”

“ขอโทษนะครับ ผมไม่มีเวลามาก เชิญคุณพูดธุระของคุณมาเลยดีกว่า”

….

ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทย ปากสวยยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจกับสไตล์การสะบัดแปรงของช่างแต่งหน้าประจำตัวและยิ่งพอใจขึ้นไปอีก เพราะเครื่องสำอางที่ใช้ก็เป็นแบรนด์ของเธอทั้งหมด พร้อมกับจิวเวอรี่คอลเลคชั่นที่เธอกำลังจะเปิดตัวแบรนด์ในเร็ว ๆ นี้ด้วย “เสร็จแล้วค่ะน้องพราว สวยสมมงเจ้าสาวมาก”

คำชมหยอดเจ้าสาวอย่างไม่ขาดสาย พราววลินยิ้มขอบคุณพร้อมกับยื่นทริปให้ช่างแต่งหน้าและช่างทำผมของเธอก่อนที่ทั้งหมดจะขอตัวออกไปพักผ่อนตามอัธยาศัยตามประสาแขก เมื่อห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงบรอยยิ้มที่เปื้อนหน้าก็จางหายไป นัยน์ตาหงส์อันสง่างามมีแววตาอันเศร้าหมองซ่อนอยู่ภายใน เสียงของคนรักที่ดังอยู่ในหู ปนอยู่กับเสียงของผู้เป็นบิดา ภาพที่ยังฝังใจวนเวียนเข้ามาทำมึนหัวจนรู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตา แต่พราววลินกลับกลืนทุกอย่างลงในลำคอ ทุกเศษซากความเสียใจ เปลี่ยนเป็นความชินชา ความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์หายไปจนหมดสิ้นในเวลานี้

“เธอหาเรื่องให้พ่อกับแม่ของเธอเดือดร้อนเองนะ...รุ้งแก้ว”

ภายในงานแต่งงานใหญ่ แขกมากหน้าหลายตาจากทางตระกูลฉัตรเกล้า ตระกูลอาชาภักดิ์ ตระกูลดังมากมายที่รู้จักกับทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว และที่ขาดไม่ได้ก็คงจะเป็น

‘ดุจประการรัตนา’ ที่ได้รับเชิญมาเป็นเพียงแขกร่วมงาน ไม่ได้เป็นแม้แต่ฝั่งญาติของเจ้าสาว

แต่ใครต่างก็รู้กันดีว่า บิดาและมารดาของดาวค้างฟ้าดวงนี้นั้นได้หย่าร้างกันไปนานมากแล้ว แม้ตอนแรกจะไม่มีใครรู้ว่าพราววลินเป็นลูกหลานของตระกูลผู้ดีเก่าอย่าง

ดุจประการรัตนา แต่ก็ยังมีคนไปขุดคุ้ยอดีตของเธอออกมาให้รู้ทั่วกันอยู่ดี เพราะฉะนั้นก็คงไม่แปลกอะไรที่ดุจประการรัตนาจะอยู่ภายในงานนี้ด้วย

ส่วนเหตุผล ใครจะไปรู้กันล่ะ? มีเงินก็ปิดข่าวไปเสียก็จบเรื่อง

แต่ครั้งนี้ พราววลินไม่ยอมให้เงินของดุจประการรัตนาเหนือไปกว่าเงินของเธออีกต่อไป การที่เธอปากกัดตีนถีบดันตัวเองให้ขึ้นมาเพราะความสามารถของตนเองก็เพื่อให้

ดุจประการรัตนาอยู่เป็นเพียงแค่ฝุ่นใต้เท้าเธออย่างที่คนพวกนั้นทำกับอาชาภักดิ์

“พราวลูก”เสียงของมารดาดังเข้ามาในโสตประสาท ดวงตาสวยหันมองมารดา บุษบาอยู่ในชุดผ้าไหมไทยที่ถูกปักเย็บอย่างปราณีตที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำให้ราคาสูงถึงเจ็ดหลัก แน่นอนล่ะว่าคนจ่ายคือลูกสาวคนโตของหล่อนเอง

“แม่”

เสียงแข็งอ่อนลงอย่างชัดเจน รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าของเธออีกครั้งหนึ่งต่างกับเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว เพื่อไม่ให้มารดาสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“แม่ดีใจนะที่ได้เห็นหนูใส่ชุดนี้ เจ้าหญิงแสนสวยของแม่”บุษบาจุมพิตที่กระหม่อมพร้อมลูบหัวของลูกสาวด้วยความรักและปลาบปลื้มที่ได้เห็นลูกสาวของตนเองอยู่ในชุดเจ้าสาวแสนสวยเช่นนี้ แววตาความดีใจของผู้เป็นแม่นั้นปิดผู้เป็นลูกไม่มิด พราววลินได้แต่ขอโทษมารดาอยู่ในใจที่วันนี้อาจจะเป็นวันแรก วันเดียวและวันสุดท้ายที่มารดาจะได้เห็นเธออยู่ในชุดนี้ “หนูรู้ค่ะ แม่ชมหนูทุกวันจนจำได้ขึ้นใจแล้ว”เธอยังคงยิ้มให้มารดา

สักครู่น้องชายทั้งสองคนก็เดินเข้ามาหาพี่สาวพร้อมกัน “พี่พราว”

พลพนธ์และพีรัตน์เดินเข้ามานั่งข้าง ๆ พร้อมกับกอดพี่สาวและมารดากลม โดยเฉพาะพีรัตน์ที่เบี่ยงตัวไปหาพี่สาวเป็นคนแรก ส่วนพลพนธ์ผู้ที่เพิ่งกลับจากกลางทะเลไม่มีส่วนรู้เห็นหรือรู้เรื่องพวกนี้ก็เกิดอาการงงเล็กน้อย เพราะเขาเองก็ว่าจะเดินเข้าไปหาพี่สาวก่อน แต่ก็โดนน้องชายคนเล็กเดินสวนไปแทน

“อะไรเนี่ยไอ้พี พี่กำลังจะกอดพี่พราว”พี่ชายคนกลางบ่นอุบ

“ขอกอดก่อนไม่ได้เหรอ แทบไม่ได้เจอกัน”น้องคนเล็กเถียงกลับ

“อะไร? อยู่บนบกกันทั้งคู่ ไม่ได้เจอกันเลยเนี่ยนะ?”

“ก็เออสิ พี่ไปอยู่กลางน้ำ กลางทะเลจะรู้อะไร”

“พอเลย พอทั้งคู่นั่นแหละ อยากกอดก็ไปกอดเลย”บุษบาแกะมือพลพนธ์ออกจากตัว ชายหนุ่มวิศวกรปิโตรเลี่ยมเดินพุ่งเข้าไปกอดพี่สาวที่อ้าแขนรับอยู่ทันที “คิดถึงจังเลย”

“คิดถึงพี่เหมือนกัน เจอกันทีก็แต่งงานแล้ว”พลพนธ์กอดพี่สาวแน่น เขาแทบไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลย จะเช็คอะไรภายนอกแต่ละทีก็สัปดาห์ละครั้งเท่านั้น ครั้งนี้ถือว่าโชคดีมากที่รู้ว่าพี่สาวกำลังจะแต่งงานและสามารถมาร่วมงานได้ทันที

“เฮ้ย อะไรเนี่ย กอดด้วยดิ”พีรัตน์ไม่ยอมน้อยหน้า สามคนพี่น้องกอดกันกลมต่อหน้ามารดา ภาพนี้เป็นภาพที่หล่อนขอเก็บไว้ในความทรงจำ เพราะกว่าสามใบเถาพี่น้องนี้จะมากันพร้อมหน้าก็ใช้เวลานานพอสมควร แถมยังต้องเป็นโอกาสพิเศษอีกด้วย

“แล้วนี่หลวงตาท่านมาด้วยหรือเปล่า?”ถามถึงผู้เป็นตา ในทีแรกที่เธออยากให้ท่านมาร่วมงาน เพราะมันควรจะเป็นงานแต่งงานอันสมบูรณ์แบบ แต่ตอนนี้มันไม่ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่หวังไว้แล้ว เธอจึงไม่ต้องการให้หลวงตาปราบปริญต้องมารับรู้เรื่องราวแบบนี้

ท่านแก่มากแล้ว และท่านก็มีโรคประจำตัวอยู่ การที่ท่านมาเห็นอะไรแบบนี้

ไม่ควรเลยสักนิด “หลวงตาไม่ได้มาครับ ต้องทำกิจของสงฆ์”

“ทำไมพี่พราวถึงถอนหายใจแบบนั้นกันล่ะ?”

“มีอะไรหรือเปล่า?”

พีรัตน์ขมวดคิ้วถามทันทีที่พลพนธ์ให้คำตอบแก่พราววลิน ทำให้เธอชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นก็กลับมาทำสีหน้าปกติ น้องคนนี้ตาคมดั่งอินทรี เมื่อคิดจับผิดแล้วยังไงก็มองเธอออก แต่นักแสดงก็ยังคงเป็นนักแสดง ต่อให้ตาดีแค่ไหน

เธอก็เนียนได้ทุกสถานการณ์อยู่ดี “ตาฝาดแล้ว พี่ไม่ได้ถอนหายใจสักหน่อย”

“อะ พวกเราน่ะออกไปได้แล้วไป ใกล้ถึงเวลาแล้ว”บุษบาตัดบทสนทนาไว้เพียงเท่านั้น ไม่ทันขาดคำเพื่อนเจ้าสาวก็เดินเข้ามาเพื่อดำเนินรายการขั้นต่อไป

งานแต่งงานที่เพียบพร้อมและสมบูรณ์แบบที่ใคร ๆ ต่างก็ใฝ่ฝันอยากจะมีมันสักครั้งในชีวิตเกิดขึ้นที่นี่ งานแต่งงานของอาจารย์หมออย่างภูภูมิและดาวค้างฟ้าอย่างพราววลิน

รามินทร์เองก็ได้สิทธิ์ในการเข้ามาที่นี่เช่นกัน เพราะนิรดา ผู้เป็นมารดาเพิ่งจะบอกข่าวเขาเมื่อวานนี้นี่เองว่า ตระกูลฝั่งนายหัวอดิศร ผู้เป็นบิดาของหล่อนก็ได้รับเชิญไปเช่นกัน นิรดาเห็นว่าลูกชายคนโตยังอยู่ที่กรุงเทพมหานคร หล่อนจึงขอให้ลูกมาเป็นตัวแทนตระกูล

และแน่นอนว่าคนที่มาเป็นเพื่อนเขาในวันนี้ก็คงไม่พ้นปฐวีอีกเช่นเคย เพราะปฐวีเองก็เป็นสปอนเซอร์ใหญ่ เป็นนายจ้างงานของพราววลินเช่นกัน อีกทั้งพราววลินอุตส่าห์ส่งการ์ดเชิญมาให้ จะไม่มาก็กระไรอยู่ แต่จริง ๆ ปฐวีจะไม่มางานนี้ด้วยตนเองและส่งตัวแทนมาแสดงความยินดีก็ได้ แต่เพื่อนรักตัวดีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นี่สิ ไปลากเขาออกมาจากบ้าน ทั้ง ๆ ที่ก็เห็นสภาพชายหนุ่มแล้วว่า กำลังกล่อมลูกนอนอยู่ด้วยชุดนอนพร้อมกับหัวอันยุ่งเหยิง

“ไม่อยากเชื่อว่าคุณพราวเธอจะตัดสินใจแต่งงานต่อ ทั้ง ๆ ที่มีเวลาคิดเป็นอาทิตย์ว่าจะยกเลิกดีไหม”ปฐวีขยับเข้าไปกระซิบกับคนตัวสูงที่กำลังยืนนิ่งอยู่เหมือนหลุดลอยออกจากโลกนี้ไปแล้ว “ไอ้ราม! เหม่ออะไรเนี่ย”

“ไม่ได้เหม่อโว้ย แค่..แค่รู้สึกว่ามันแปลก ๆ ”

“อะไรแปลกวะ”

“ก็ที่คุณพราวไม่ยกเลิกงานแต่งงาน ทั้งที่รู้ว่า..รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็นั่นแหละ

ทุกคนย่อมมีเหตุผลเป็นของตัวเอง”เขาเอ่ยกลับไปกลับมา ทั้งที่รู้ว่าผู้หญิงอีกคนกำลังตั้งครรภ์อยู่แต่พราววลินก็เลือกที่จะแต่งงานต่อ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกคนเขาก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง เขาเชื่อว่าที่พราววลินทำแบบนี้ เธอคงจะมีเหตุผลของเธออยู่ในใจ หรือบางทีเธอกับคนรักอาจจะคุยและปรับความเข้าใจกันแล้วก็ได้

“จะมีเหตุผลอะไรอีกวะ แค่นอกใจก็เป็นเหตุผลที่เกินพอแล้วนะ”เพื่อนรักเอ่ยอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ว่าอะไรมากไม่ได้เพราะไม่ใช่เรื่องของตน

แขกในงานต่างพากันหยุดมองสองสหายเพื่อนรักกันอย่างไม่วางตา บ้างก็พากันซุบซิบเพราะคนที่ยืนข้างรามินทร์เป็นคนที่ใคร ๆ ก็รู้จัก บ้างก็ซุบซิบเพราะไม่เคยเห็นชายลูกครึ่งที่ยืนอยู่ข้างปฐวีเช่นกัน

“ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างคุณปฐวีเป็นใครกันน่ะ หน้าตาดี๊ดี หุ่นก็แซ่บ”อรกานต์มองคนอายุน้อยกว่าอย่างไม่วางตา ท่าทางที่สง่าดั่งเจ้าชายในเทพนิยายนั้นดึงสายตาของหล่อนและคนรู้จักไปได้เป็นอย่างดี

“อะ..แล้วนี่เธอจะไปไหนน่ะรุ้งแก้ว”

ผู้เป็นอาเลิกคิ้วมอง เพราะเห็นว่าหลานสาวทำท่าทีร้อนใจแปลก ๆ แต่สายตาของหล่อนก็มองหลุบต่ำลงสำรวจรูปร่างของรุ้งแก้ว ทำให้คำถามใหม่ผุดขึ้นมาในหัว

“อ้วนขึ้นหรือเปล่า?”

“เอ่อ..เปล่านะคะ รุ้งเข้าเวรทุกวัน ไม่ค่อยได้ทานอะไรเท่าไร”

“เหรอ? แต่ดูแลตัวเองหน่อยก็ดีนะ เดี๋ยวพอสู้ยายพราวไม่ได้ แม่เธอก็โวยวายอีกหรอก”พูดถึงพี่สะใภ้ผู้เป็นภรรยาคนที่สองของพี่ชายคนโตด้วยความเบื่อหน่าย แม้รุ้งแก้วจะได้ยีนเด่นจากฝั่งดุจประการรัตนามา แต่มันก็ไม่มากพอที่จะสู้กับพราววลินได้ ทำให้โสนเกิดรู้สึกไม่พอใจอยู่ลึก ๆ และพยายามทำให้รุ้งแก้วดีพอในแบบฉบับของลูกสาวเอง

แต่มันก็ไม่มากพออยู่ดี

“รุ้งสู้พี่พราวไม่ไหวหรอกค่ะ”รุ้งแก้วบอกอย่างถ่อมตน แต่ในใจของเธอก็เก็บซ่อนความไม่พอใจอยู่ไม่หาย ที่เธอจำใจต้องมาที่นี่เพราะมารดามบังคับให้เธอมา และนึกแค้นใจอยู่ไม่น้อยที่หมอภูภูมิไม่ได้ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้

ไม่ใช่ว่าจะไม่โกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้เลย เธอโกรธ...โกรธมาก

โกรธจนไม่รู้จะโกรธยังไง

ถ้างานวันนี้จบลง ลูกของเธอก็จะกลายเป็น ‘ลูกเมียน้อย’ อย่างที่เธอเป็น

ต่อให้เมียหลวงอย่างบุษบาจะยอมหย่ากับนิเวศและผู้เป็นพ่อเปลี่ยนมาแต่งงานกับโสนผู้เป็นแม่ของเธอแทน แต่ในใจของทุกคนในบ้านดุจประการรัตนาก็ยังคิดว่า

เธอคือลูกเมียน้อย โดยเฉพาะพราววลิน ที่ไม่เคยมองเธอว่าเป็นน้องสาวสักครั้ง

คิดได้ถึงตรงนี้ มือเรียวทั้งสองข้างก็กำกระโปรงไว้แน่น เธอพยายามข่มความโกรธเอาไว้จนใจเต้นรัว ขณะเดียวกันเสียงเพลงงานแต่งงานก็เริ่มต้นขึ้น

พิธีกรเริ่มดำเนินรายการต่าง ๆ จนใกล้เริ่มพิธีสวมแหวน แต่พราววลินที่ยืนอยู่ก็เริ่มขยับตัวเดินเข้ามาคว้าไมค์จากพิธีกรไปท่ามกลางความงุนงงของภูภูมิ แขกและ ‘นักข่าว’ ที่เธอรับบทเป็นปลายสายปริศนาต่อตรงไปถึงหัวหน้ากองบรรณาธิการก่อนงานแต่งงานเพียงแค่อาทิตย์เดียว ด้วยข้อเสนอที่อยู่ในคำถาม

คุณอยากได้ข่าวฉาว ๆ ของดุจประการรัตนาหรือเปล่าล่ะ? ฉันช่วยคุณได้นะ

เพียงแค่คำถามเดียวเท่านั้น ก็ทำให้ธงไชยรับข้อเสนอนั้นทันที เพราะยิ่งเป็นตระกูลดัง ความสนใจก็จะยิ่งมีมากขึ้นเป็นเท่าตัว

“สวัสดีค่ะแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน พราวขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ทุกคนมางานแต่งงานของพราวกับคุณหมอภูภูมิในวันนี้ แต่...โชคไม่ดีเลยค่ะ ที่งานวันนี้อาจจะต้องจบลงเพียงเท่านี้”เสียงเซ็งแซ่ กระซิบกระซาบดังขึ้นไปทั่วบริเวณ พร้อมกับความตื่นตกใจของเจ้าบ่าวและญาติ ๆ แต่พราววลินก็ไม่ได้สนใจ ใบหน้าของเธอยังคงเปื้อนยิ้มอยู่เช่นเดิม

“จริง ๆ งานวันนี้มันควรจะสมบูรณ์แบบตามที่พราวและคุณหมอได้วางเอาไว้

แต่ใครจะรู้ล่ะว่าเจ้าบ่าวจะทำมันพังซะเอง”เธอเว้นวรรคและหันมองหน้าคนรัก

“ครอบครัวก็ดี อาชีพก็ดี ไม่น่าทำตัวแบบนี้เลยนะคะ...คุณภูภูมิ”

ทันใดนั้นรูปถ่ายของภูภูมิที่กอดกับหญิงสาวปริศนาก็ถูกฉายขึ้นโปรเจคเตอร์แทนรูปพรีเวดดิ้งของเธอ เพียงเท่านั้นแฟลชจากนักข่าวก็ฉายขึ้นมาไม่หยุดจนแสบตา ยังไม่พอวิดีโอที่เป็นหลักฐานสำคัญก็โผล่ขึ้นมาด้วย นั่นยิ่งทำให้รู้แน่ชัดแล้วว่าสิ่งที่พราววลินพูดนั้นคืออะไร “พราวคะ มันไม่ใช่อย่างที่พราวคิดนะคะ”

“พราวกำลังเข้าใจพี่ผิดอยู่นะคะ”ภูภูมิใจเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ เขารีบเดินเข้ามาจับแขนของพราววลินเอาไว้ แต่หญิงสาวกลับปัดออกอย่างไร้เยื่อใยพร้อมกับยกไมค์ขึ้นพูดต่อ

“ทุกคน ณ ที่นี้ล้วนแล้วแต่ทราบกันดีว่า พราวกับคุณหมอเราคบหาดูใจกันมานานพอสมควรที่จะลงหลักปักฐานกันได้ แต่อยู่ ๆ วันหนึ่งก็กลับมีผู้หญิงคนหนึ่งเข้ามา

ทำให้ทุกอย่างสั่นคลอนโดยที่พราวไม่รู้ตัว แต่พราวคงมีแต้มบุญเยอะเกินไปมั้งคะ ก็เลยหลุดพ้นก่อนแต่งงานไปเพียงแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น”

“และพราวก็รู้ใจพี่ ๆ นักข่าว ทุกคนคงอยากจะถามว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ในงานนี้ด้วยหรือเปล่า คำตอบก็คือ...อยู่ค่ะ ผู้หญิงคนนั้นอยู่ในงานนี้พร้อมกับครอบครัวของเธอ”

“ใช่ไหมคะ คุณปู่”นางหงส์สวยสง่าปรายตามองไปที่ครอบครัวดุจประการรัตนา ตอนนี้พราววลินได้ทำอย่างที่เธอพูดไว้โดยที่คุณพิชญะไม่ได้ทันตั้งตัวว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับครอบครัวของตัวเอง ‘โดยหลานสาวคนโต’ ของตระกูล

“ยายพราวมองพวกเราแบบนั้นมันหมายความว่ายังไง!”อรกานต์เป็นฝ่ายถามขึ้นคนแรก เพราะทุกคนต่างมองมาที่ครอบครัวของหล่อน ดวงตาวีนเหวี่ยงหันมองพี่ชาย

แต่พี่ชายสองคนก็มีความรู้สึกที่ต่างกันออกไป คนน้องยังคงนิ่งไม่พูดจา แต่คนพี่กลับเริ่มร้อนรนขึ้นมา เพราะการที่ลูกสาวคนโตพูดแบบนี้ นั่นก็แปลว่าไม่พ้นต้องเป็นเพราะลูกสาวคนเล็กของเขาอย่างรุ้งแก้วแน่นอน “คุณพ่อครับ”

“กลับไปคุยกันที่บ้าน พวกเธอสองคนก็ด้วย”

“พราวคะ พราวฟังพี่ก่อนสิ”ภูภูมิรีบวิ่งตามพราววลินที่ใช้โอกาสนักข่าวเผลอไปสนใจตระกูลดุจประการรัตนาหนีออกมาด้วยชุดเจ้าสาว ชายหนุ่มรีบคว้ามือ ‘อดีตเจ้าสาว’ ของตนเอาไว้แน่น จนตัวเธอแทบเซล้ม “ปล่อย!”

เธอสะบัดมือของคนที่ตอนนี้กลายเป็นคนรักเก่าของตนเองออกอย่างไร้เยื่อใย แววตาที่เคยมีความรักอยู่กลับกลายเป็นไม่มีอีกต่อไปแล้วในเวลานี้

“พราวไม่จำเป็นต้องฟังอะไรเพิ่มแล้วค่ะ พราวเห็น พราวได้ยินเต็มสองหูว่าพี่กับ..! พี่ทำอะไรกับพราวบ้าง พราวทำใจแต่งงานกับคนที่หักหลังพราวไม่ได้”

“พี่ขอโทษ...เรากลับมาเริ่มต้นกันใหม่นะคะ พราวอย่าทิ้งพี่เลยนะ”น้ำใสเริ่มเอ่อขอบตา เขาไม่สามารถตอบโต้กับสิ่งที่พราววลินบอกได้ เพราะนั่นมันคือเรื่องจริง

เขาหักหลังเธอ

“เริ่มต้นใหม่เหรอ?”เธอเค้นเสียงหัวเราะ “เริ่มต้นใหม่กับความหวาดระแวงน่ะเหรอ? ไม่ล่ะ พราวไม่ได้ต้องการให้ชีวิตคู่ของพราวเป็นแบบนั้น”

“สิ่งที่พี่ภูทำ มันตอกย้ำว่าพ่อเคยทำอะไรกับพราว กับแม่พราวและน้อง ๆ ของพราวบ้าง ตอนนี้แค่ต้องจับมือพี่ภู พราวยังไม่อยากฝืนตัวเองให้จับมือพี่เลย”สายตาแห่งความผิดหวังถูกส่งกลับไปหาคุณหมอผู้เพอร์เฟค ทั้งชีวิตเขาไม่เคยโดนใครปฏิเสธแบบนี้มาก่อน และการปฏิเสธครั้งนี้ของพราววลิน นอกจากเขาจะขายหน้าแล้ว ยังทำให้เขาเสียใจที่เสียเธอไปด้วย

“ไม่พราว พี่จะเลิกกับเขา พราวให้โอกาสพี่นะ เราคบกันมาตั้งนาน จะมาทิ้งกัน

ง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง พี่รักพราวนะ พี่รักพราวจริง ๆ ”

“รักพราวเหรอ? รักพราวแล้วทำกับพราวแบบนี้ทำไม!! แล้วเมื่อกี้พูดว่าอะไร?

จะเลิกกับผู้หญิงคนนั้นเหรอ? ถ้าเลิกแล้วเด็กในท้องล่ะ? นี่ขนาดว่ารักพราว ยังพลาดท้องได้อีก ถ้าพี่ไม่รักพราว พี่คงเอาผู้หญิงคนนั้นเข้าไปอยู่ในบ้านแล้ว!”

“พราวว่าพี่ไม่ได้รักพราวหรอกค่ะ ที่พี่ทำแบบนี้ มันเป็นเพราะพี่รักตัวเองและตัวพราวที่เป็นพราววลิน มีสายเลือดของดุจประการรัตนามากกว่า ครอบครัวของพี่ก็คงจะคิดแบบเดียวกันกับพี่นั่นแหละ...พี่ภูไม่เคยรักพราวที่เป็นพราวจริง ๆ เลย”ไม่ผิดที่ภูภูมิเกิดมาในชาติตระกูลที่ดีและเพียบพร้อม เวลาเติบโตมา เขาก็ไม่เคยลำบากกับเรื่องอะไร แต่เขาก็ไม่ได้รับรู้ถึงความลำบากของเธอเลยเช่นกัน

เขาพบกับเธอและรักกันในวันที่เธอประสบความสำเร็จแล้ว เพราะเป็นแบบนั้น บางครั้งเขาจึงไม่เข้าใจว่า สิ่งที่เธอคิด สิ่งที่เธอรู้สึกเวลาที่เธอเห็นคนอื่นลำบากมันเป็นยังไง

เขาตั้งคำถามกับเธอเสมอและไม่เคยคิดจะปรับความเข้าใจเลยสักครั้ง เพราะแบบนี้ถึงได้มีช่องว่างจาง ๆ ระหว่างเธอและเขาอยู่

เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องเอาตัวเองไปลำบาก ทั้ง ๆ ที่ดุจประการรัตนาก็มั่งมีและมีเกียรติให้เธอมากมาย เขาไม่ได้มองเห็นเลยว่าเธอโดนอะไรมาบ้าง

“พอเถอะค่ะพี่ภู พอก่อนที่ครอบครัวของพี่กับผู้หญิงคนนั้นจะพังเพราะมือพราว”พราววลินปลดมือของอดีตคนรักออก แม้ว่ามันจะเจ็บจากการที่โดนเหนี่ยวรั้งเอาไว้ แต่เธอก็พยายามใช้แรงที่เหลืออยู่ปลดมันในที่สุด ขาเรียวรีบก้าวเดินออกมาอีกครั้ง ตอนนี้ความรู้สึกของเธอเหมือนวันที่เดินออกจากบ้านดุจประการรัตนาพร้อมกับมารดาและน้อง ๆ ด้วยตัวเปล่า

ความรู้สึกนั้นตีขึ้นมาจุกอก จนแทบเดินไม่ไหว

“คุณพราว!”

แต่แล้วเสียงหืดหอบของชายหนุ่มก็ดังเข้ามา มือหนารีบคว้ามือของเธอและรีบพาเธอออกจากตรงนั้นทันที รถหรูคันดำแล่นออกจากโรงแรมด้วยความรวดเร็วโดยมีนักข่าวรีบวิ่งตามออกมา พราววลินมองกลับไปที่ด้านหลังก่อนจะหันกลับมามองคนที่ขับรถอยู่

แต่เธอไม่ได้พูดอะไร ได้แต่เพียงนั่งนิ่ง ๆ สงบจิตใจอยู่เท่านั้น จนกระทั่งรถมาหยุดอยู่ที่สะพานขาว จุดชมวิวของสะพานสุขตา จังหวัดสมุทรปราการ

ดวงตาหงส์มองไปรอบ ๆ สถานที่ เสื้อผ้าชุดใหม่ถูกยื่นมาต่อหน้าเธอ

“อะไรคะ?”

“เสื้อผ้าผมที่คุณพอจะใส่ได้ เปลี่ยนเถอะ จะได้สบายตัว คนจะได้จำไม่ได้”

เธอมองเสื้อยืดสีขาวพร้อมกับกางเกงผ้าลื่นขายาวสีดำในมือของชายหนุ่มก่อนจะรับมันมาไว้ในอ้อมอก “รองเท้าแตะวางอยู่ข้างเท้าคุณ ถ้าไม่อยากใส่ส้นสูงแล้ว ก็ใส่มันซะ”

“เดี๋ยวผมรอข้างนอกนะ”

ร่างสูงเปิดประตูรถเดินออกไป พราววลินมองตามแผ่นหลังแกร่งที่เดินไปตามทางของสะพานด้วยสายตาอันไหววูบก่อนจะเริ่มเปลี่ยนชุดตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย

เสียงนกนางนวลกระพือปีกบินผ่านไปมาพร้อมกับเสียงคลื่นน้ำทำให้ใจสงบลง

หญิงสาวเดินเข้ามาหาคนที่กำลังยืนหันหลังให้เธออยู่ “คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม”

เสียงหวานเอ่ยถามปนสงสัยอยู่ภายใน แทนที่เขาจะพาเธอกลับไปส่งคอนโดหรือไม่ก็บ้าน เขากลับพาเธอมาสะพานนี้แทน “แล้วปลอดโปร่งขึ้นบ้างหรือเปล่าล่ะครับ?”

เขาไม่ตอบคำถาม แถมยังหันกลับมาถามเธอต่อ หน้าของเขายังมีรอยยิ้มเล็ก ๆ อยู่บนใบหน้าเสมอ พราววลินมองไปรอบ ๆ อีกครั้ง ขาเรียวก้าวเข้ามาหยุดอยู่ข้าง ๆ

คนตัวสูงกว่า มือทั้งสองข้างใช้เท้าราวกั้นสะพานพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติอีกครั้งหนึ่ง “ขอบคุณนะคะ ที่ดึงมือฉันมา”

“ถ้าคุณไม่อยู่ตรงนั้น ฉันคงล้มลงต่อหน้าทุกคนไปแล้ว”เธอพูดติดตลก แต่ไม่ได้รู้สึกตลกเลยสักนิด เธอรู้สึกขอบคุณเขาจากใจจริง ๆ ที่เขาคว้ามือของเธอออกมาจากที่นั่น ก่อนที่ใครจะมาเห็นเธอล้มลง ตอนนั้นเธอแทบจะพยุงตัวเองให้เดินออกมาจากคนรักเก่าไม่ไหว สภาพที่เธอเห็นตัวเองตอนนั้นเหมือนกับว่า เธอกำลังกระเสือกกระสนให้ตัวเองหลุดออกจากอะไรสักอย่างที่เลวร้ายมาก ๆ และจู่ ๆ ก็มีมือ ๆ หนึ่งยื่นมาหาเธอ

คนใกล้ตาย ไม่มีทางไม่ขอรับความช่วยเหลือ

เธอเอื้อมมือจับมือนั้นไว้อย่างไม่มีข้อแม้

ทั้ง ๆ ที่พึ่งพาตัวเองมาตลอด แต่พอเป็นเรื่องความรัก เธอกลับต้องหาคนช่วย

และคน ๆ นั้นก็คือ เขา...รามินทร์

“ไม่เป็นไรหรอก เป็นใครเขาก็ต้องช่วยทั้งนั้นแหละ”

“ไม่จริงหรอกค่ะ”เธอหัวเราะน้อย ๆ ออกมาอย่างนึกสมเพชตัวเอง หลังจากนั้นก็ไม่มีคำพูดอะไรออกมาจากดาวค้างฟ้าดวงนี้อีก

“ถ้าคุณยังไม่สบายใจ ผมพาคุณไปเที่ยวได้นะ”

“เที่ยว? เที่ยวที่ไหนเหรอคะ”

“พังงา”

“พังงา?”

“อืม หรือคุณอยากไปที่อื่นก็ได้นะ อย่าง..สงขลาอะไรแบบนี้”

“มีแต่ทะเล”

“มีแต่ทะเลก็ทำให้คุณมีความสุขได้นะ ผมให้ส่วนลดเพิ่มเลย”

พราววลินยังคงทำหน้าแปลกใจ รามินทร์จึงนำบัตรส่วนลดของ ‘รีสอร์ตเพตรายุภัค’ ที่มีติดกระเป๋าไว้ออกมายื่นให้กับเธอ

“รีสอร์ตเพตรายุภัค...สาขาสงขลา? นี่คุณเป็น..”เธอมองเขาสลับกับสิ่งที่เธอรับมาอ่าน เธอเคยได้ยินชื่อเสียงของรีสอร์ตเพตรายุภัค รีสอร์ตนี้เป็นของอันโตนิโอ นักธุรกิจ

ชาวสเปนทำร่วมกับภรรยา สิ่งก่อสร้างนี้มีมูลค่าทางตลาดสูงมาก ๆ มีชื่อเสียงมากในวงกว้าง แถมยังมีการจองห้องพักเต็มทุกวันอีกด้วย ยิ่งเป็นช่วงเทศกาล ยิ่งเต็มทุกสาขา แม้แต่สาขาต่างประเทศเองก็เช่นกัน เพราะที่นี่บริการดีเต็มร้อย ลูกค้าที่เข้าพักจึงไว้ใจให้พนักงานดูแล

“เวลาเที่ยว ฉันเป็นคนเรื่องมากนะคะ ฉันไม่ชอบเตียงที่ไม่นุ่ม ไม่ชอบคนทำงานช้า ไม่ชอบอาหารที่ไม่อร่อยแล้วก็ไม่ชอบร้อนด้วย”เธอแกล้งพูดให้อีกฝ่ายใจเสีย แต่สำหรับคนที่เป็นนักธุรกิจและเป็นนักขายมืออาชีพยิ่งชอบคำถามนี้เป็นพิเศษเลยเชียวล่ะ “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลยครับ คุณภาพรีสอร์ตและพนักงานของผมทำให้คุณพราวพอใจได้แน่นอน”

“ช่วงนี้อยู่ในช่วงมีโปรโมชั่นพิเศษ ถ้าคุณตกลง ผมให้พักฟรี ไม่สนใจเหรอครับ?”

“นี่คุณขายตรงฉันเหรอคะ?”คราวนี้มีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้า นึกขำกับความกล้าขายตรงของชายหนุ่ม แต่ก็แอบตกใจจริง ๆ ที่เขาเป็นเจ้าของที่นี่ หน้าตาออกลูกครึ่งขนาดนี้ก็คงจะใช่แน่นอนแล้ว “ขอบคุณสำหรับข้อเสนอนะคะ แต่ฉันขอคิดดูก่อน”

ขาเรียวก้าวกลับเข้ามาในคอนโดหรูในเวลากลางคืน เธอวางชุดเจ้าสาวพร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีขาวลงบนโต๊ะตัวยาวและเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น แต่เธอก็ต้องชะงักเมื่อเห็นผู้คนตรงหน้ากำลังรอเธอกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ

“แม่”

บุษบาเดินเข้ามาหาลูกสาวคนโต ใบหน้าของหล่อนเรียบเฉยจนลูกชายทั้งสองคนและผู้จัดการส่วนตัวเกิดหวั่นใจขึ้นมาว่าจะมีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทขึ้นหรือเปล่า

ฟุบ...

“ทำไมพราวไม่บอกอะไรแม่เลย ทำไมถึงไม่บอกว่าเจออะไรมา”มารดาคว้าลูกสาวเข้ามากอดไว้แน่นพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างใจสลายที่ลูกสาวสุดที่รักต้องมาพบเจอกับสถานการณ์อันเลวร้ายเช่นนี้ และไม่ใช่ว่าเจอแค่ครั้งเดียว แต่เจอถึงสองครั้งด้วยกัน พอรู้แบบนี้แล้ว ก็อดที่จะก่นด่าตัวเองไม่ได้

หล่อนเป็นแม่ที่แย่ แย่มาก หล่อนไม่เคยรู้อะไรเลย ไม่รู้เลยว่าลูกเจออะไรมาบ้าง

“แม่คะ หนูไม่เป็นไร”พราววลินเริ่มเสียงสั่น เธอกอดตอบมารดาก่อนจะผละออก มือเรียวเช็ดน้ำตาให้คนตรงหน้า ปากอิ่มคลี่ยิ้มออกมาเป็นการบอกว่าเธอไม่เป็นไรจริง ๆ

ไม่เป็นอะไรแล้วจริง ๆ

“มันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง มันเกิดอะไรขึ้น”พลพนธ์ที่ยังคงหงุดหงิดไม่หายถามกลางปล้อง เขานึกว่า ว่าที่พี่เขยจะเป็นคนดีกว่านี้เสียอีก แต่ที่ไหนได้...น่าเสียดายจริง ๆ

ทั้งหงุดหงิด ทั้งเป็นห่วงพี่สาวที่อยู่ ๆ ก็หายตัวออกจากงานไป ติดต่อไม่ได้ ไม่รู้ว่าไปอยู่ที่ไหน เขากลัวเหลือเกินว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับคนตรงหน้า

“แล้วพี่หายไปไหนมา พี่รู้ไหมว่าแม่ พี่พิ้งกี้ ผมและพีเป็นห่วงพี่แค่ไหน เพื่อนพี่เขาทักมาหาพวกเรากันทุกคนจนพี่พิ้งกี้ตอบกลับแทบไม่ทัน พี่ไม่คิดว่าพวกเราจะห่วงพี่บ้างเหรอ”พลพนธ์เดินเข้ามากอดพี่สาวแล้วร้องไห้ออกมา เขายังจำเหตุการณ์ที่บิดาทำได้ไม่หาย ผลกระทบหลายอย่างมันเกิดขึ้นกับบุษบาผู้เป็นแม่ รวมถึงเรื่อง ‘คิดสั้น’ ด้วย

กว่าบุษบาจะผ่านมันมาได้ ทั้งหลวงตาปราบปริญ ทั้งลูก ๆ อย่างพวกเขาต่างก็ต้องเป็นที่พึ่งให้มารดากันทั้งนั้น และต่อให้พี่สาวคนโตจะเป็นคนเข้มแข็งมากแค่ไหน แต่ก็ต้องมีมุมอ่อนแอไปจนถึงอ่อนแอมากที่สุดอยู่ดี

เขากลัว กลัวมากจริง ๆ

“พี่ขอโทษ”พราววลินกอดตอบน้องชาย พีรัตน์เองก็เดินเข้ามากอดเธอเช่นกัน บุษบามองภาพนี้แล้วก็รู้สึกใจหาย มันเหมือนภาพในตอนเช้า แต่ต่างกันเพียงแค่ความรู้สึก

“แล้วพี่ไปไหนมา ทำไมไม่รับสาย แล้วนี่พี่ใส่ชุดใคร?”

“พี่...”พราววลินตัดสินใจเล่าให้ทุกคนฟังตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงตอนที่เธอกลับมาที่นี่ ทั้งมารดา น้องชายและผู้จัดการส่วนตัวต่างตั้งใจฟัง นั่งจับเข่ากันราวกับว่า นี่เป็นเพียงปาร์ตี้เล็ก ๆ ในครอบครัวเท่านั้น

“แม่ว่าไปพักผ่อนหน่อยก็ดีนะ”

“คุณรามินทร์เขาเป็นลูกของคุณรดา คุณรดาเธอเป็นลูกสาวของเพื่อนสนิทหลวงตา แล้วอีกอย่างแม่เคยเห็นเขาตอนเด็ก ๆ นี่แม่ยังติดต่อกับคุณรดาอยู่เลยนะ เธอเล่าให้แม่ฟังว่า เธอชอบละครที่หนูเล่นมากเลยล่ะ ถ้าได้ไปเที่ยวผ่อนคลายตัวเองสักหน่อยก็น่าจะดี”บุษบาออกความเห็น เพราะหล่อนเองก็ได้รับการติดต่อจากนิรดาผู้เป็นมารดาของรามินทร์อยู่บ่อย ๆ แค่ไม่คิดว่า โลกจะกลมและพัดพาให้รามินทร์มาเจอกับพราววลินได้

“มันจะดีเหรอครับ เพิ่งล่มงานแต่งงานไป จะให้พี่พราวไปไหนต่อไหนกับผู้ชายคนอื่นเนี่ยนะครับแม่? แบบนี้คนอื่นเขาจะไม่เอาเรื่องนี้มาเล่นงานพี่พราวเหรอ”พีรัตน์เองก็ออกความเห็นเช่นกัน เขาไม่ได้อยากจะคัดค้าน ถ้าพี่สาวอยากจะไปเที่ยวพักผ่อนหัวใจ แต่ทำไมต้องไปกับผู้ชายที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันได้ไม่นานแบบนั้นด้วย แถมยังไปหลังล่มงานแต่งงานแค่ไม่กี่วันเนี่ยนะ มันไม่ได้ ไม่ได้จริง ๆ

“ก็ถ้าบริสุทธิ์ใจ จะไปก็ไม่เห็นแปลกอะไร หรือแกจะไปกับพี่พราวล่ะ? แม่ด้วย แม่จะไปไหมครับ?”พลพนธ์เองก็ออกความเห็นเช่นกัน

“ก็อยากไปด้วยอยู่หรอก แต่มีโปรเจคใหญ่ต้องนำเสนอ ช่วงนี้เลยลางานไม่ได้

แม่กับพี่พิ้งกี้ไปก็น่าจะพอแล้วนะครับ”

“ซอรี่จริง ๆ แต่สักอาทิตย์หน้าได้ไหมคะน้องพราว อาทิตย์นี้พี่ต้องเคลียร์งานไฟแลบเลยลูกเอ๊ย รอไหวไหม หรือไปเที่ยวกับแก๊งค์เพื่อนสาวก็ได้นะ”

“งั้นให้แม่ไป แม่ไปกับพี่พราวเลยครับ เดี๋ยวพวกเราเอาเงินเดือนอันน้อยนิดออกทุกอย่างให้แม่กับพี่พราวเอง”พีรัตน์คะยั้นคะยอมารดา แต่ถึงจะไม่คะยั้นคะยอ บุษบาก็ไปเป็นเพื่อนลูกอยู่แล้ว เพียงแต่ติดตรงที่ว่า พราววลินเป็นคนทำอะไรคนเดียว ชอบอยู่คนเดียวมาตลอด บางทีการที่พราววลินไปคนเดียวอาจจะทำให้ลูกสาวสบายใจกว่า

แต่คราวนี้มันหนักหนา หล่อนอดห่วงลูกไม่ได้ เพราะตัวเองก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว คนที่ล้มลงไม่ว่าด้วยเรื่องอะไร ย่อมต้องการใครสักคนอยู่ด้วยเสมอ หล่อนควรจะเป็นคนนั้นที่ได้อยู่ข้าง ๆ ลูกของตนเอง หล่อนควรทำหน้าที่แม่ให้มากกว่านี้

....

รีสอร์ตเพตรายุภัค สาขาสงขลา

บ่ายวันเสาร์หลังจากลงเครื่อง พลพนธ์เป็นคนที่ต้องไปต่อในสถานีต่อไป ปล่อยให้มารดาและพี่สาวคนโตอยู่กับเจ้าของรีสอร์ตเพตรายุภัคและลูกน้องของเขาอย่างไข่นุ้ยอีกหนึ่งคน ระหว่างทางที่มาพลพนธ์ก็พอจะเบาใจได้ ผู้ชายด้วยกันเขาย่อมมองออกว่า รามินทร์มีเจตนาที่ดีกับพี่สาวของเขาจริง ๆ อีกทั้งชายหนุ่มยังเป็นหลานของเพื่อนสนิท

หลวงตาปราบปริญ ผู้ซึ่งเป็นตาแท้ ๆ ของเขาอีก ถ้าแม่ของเขามั่นใจ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาต้องไม่มั่นใจ

ก็คงจะมีแต่พีรัตน์ที่ยังมีท่าทีไม่ไว้ใจอยู่ แต่ก็ไม่ได้แสดงกิริยาไม่เหมาะสมออกไป

“นี่ก็เที่ยงแล้ว คุณน้ากับคุณพราวอยากทานอะไรก่อนไหมครับ”ระหว่างที่กำลังเดินออกจากสนามบิน เจ้าของรีสอร์ตเพตรายุภัคก็เอ่ยถามคนข้างกายที่ต้องปิดใบหน้าและแต่งตัวมิดชิดให้พอกลมกลืนกับผู้คน เพราะข่าวล่มงานแต่งงานที่กำลังกระหึ่มอยู่ในขณะนี้

“มีร้านแนะนำหรือเปล่าล่ะคะ”

“หุ้ย มีคาลักคาลุย[1]เลยครับ ทางไปรีสอร์ตร้านอาหารใต้หร่อย ๆ เยอะมาก

คุณบุษบากับคุณพราวอยากทานอะไรนี่บอกได้เลย ไข่นุ้ยรู้จักทุกร้าน เดี๋ยวพาไปครับ”ไข่นุ้ยชิงตอบก่อนเจ้านายด้วยท่าทีแข็งขัน พราววลินทำท่าคิดอยู่ครู่หนึ่งก็หันกลับไปถามมารดา

“แม่อยากทานอะไรคะ พาแม่มาเที่ยวทั้งที พราวอยากให้แม่เลือก”

“แบบนี้ต้องให้เจ้าถิ่นเขาแนะนำแล้วล่ะ คุณรามกับไข่นุ้ยมีที่ไหนแนะนำก็พาไปได้เลยค่ะ น้าไม่ติด แต่ต้องเลือกให้ถูกใจยายพราวด้วยนะคะ รายนี้ถูกใจอะไรยาก”

“พอจะรู้ครับ ต้องของอร่อยเท่านั้น”พราววลินมองมารดาสลับกับชายหนุ่ม ดูพูดกันเข้า เธอแค่แกล้งเรื่องมากไปเท่านั้นเอง ไม่ได้เรื่องมากจริง ๆ สักหน่อย

ชายหนุ่มลูกครึ่งสเปนพาสองแม่ลูกมาที่ร้านอาหารใต้ใกล้ ๆ กับรีสอร์ตเพตรายุภัค เป็นร้านอาหารเล็ก ๆ ที่ถูกปลูกขึ้นด้วยไม้ เป็นร้านลับ ๆ ในสวนส่วนตัวที่ไม่ค่อยมีคนรู้จัก ตอนที่เขาและไข่นุ้ยรู้จักร้านนี้ก็เพราะพนักงานของรีสอร์ตกลุ่มหนึ่งเป็นคนในพื้นที่แนะนำมา เขาจึงได้มาลองสัมผัสด้วยตนเองก็พบว่ามันก็อร่อยสมคำบอกเล่าของพนักงานจริง ๆ

อาหารใต้ทั้งทอด ต้ม ผัด แกง ถูกวางลงบนโต๊ะอาหาร ไอความร้อนจากอาหารที่ทำเสร็จใหม่ ๆ พากลิ่นเข้ามาเตะจมูกมนจนต้องกลืนน้ำลายอย่างไม่บดบังกิริยา กว่าจะรู้ตัวก็เห็นตัวเองมองอาหารตรงหน้าด้วยความหิวไปแล้ว

“ขอโทษค่ะ พอดีพราวไม่ได้ทานอะไรตั้งแต่เมื่อวาน”

“เดี๋ยวเถอะเราน่ะ ทำไมไม่ทานข้าวกันล่ะเนี่ย เป็นแบบนี้ตลอดเลย”บุษบาบ่นอย่างเหนื่อยใจ พราววลินเป็นแบบนี้บ่อยครั้งเพราะงานล้นมือ หล่อนก็พอจะเข้าใจลูกอยู่หรอก

แต่แบบนี้ก็เหมือนทำงานเพื่อเอาเงินมารักษาตัวเองในโรงพยาบาลน่ะสิ

“แหม นิดเดียวเองค่ะแม่ มา ๆ ทานข้าวกันดีกว่าค่ะ”หญิงสาวยิ้มรับ และลองตักอาหารเข้าปากไป เธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งราวกับว่ากำลังพิจารณารสชาติอาหารโดยมีสายตาของทุกคนกำลังมองเธออยู่

“อร่อยค่ะ”ปากอวบอิ่มยิ้มรับกับรสชาติอาหาร เธอตอบกลับไปเพราะรู้ว่าทุกคนกำลังรอคอยคำตอบจากเธออยู่ มองซะขนาดนี้จะให้ตอบว่าอะไรได้ล่ะ

หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงแล้ว รถหรูก็แล่นเข้ามาจอดเทียบที่หน้าบันได

ล็อบบี้ของรีสอร์ตเพตรายุภัค รีสอร์ตเป็นสไตล์ร่วมสมัยระหว่างโมเดิร์นและแบบคลาสสิคจากฝั่งสเปนตามเชื้อชาติของคุณอันโตนิโอ แบ่งโซนสีขาวและสีดำออกจากกัน เรียกว่า

โซนบ้านขาวและโซนบ้านดำ ซึ่งแนวคิดนี้เกิดขึ้นหลังจากที่รามินทร์มาบริหารแทนบิดา

เขาใช้ระบบความคิดรุ่นใหม่แทนรุ่นเก่า ปรับทุกอย่างให้เข้าที่เข้าทางจนเกิดผลกำไรมากขึ้นกว่าเดิมถึงหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังขยายสาขาขึ้นเรื่อย ๆ จนไปถึงต่างประเทศ

แต่กว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ แรกเริ่มเขาก็ต้องเจอกับคำสบประมาทจากพนักงานรุ่นบุกเบิกมาเช่นกันว่า อย่างเขาน่ะหรือ จะทำได้ดีเหมือนที่คุณอันโตนิโอและ

คุณนิรดาผู้เป็นพ่อและแม่ทำเอาไว้ เขาต้องสู้กับหลายอย่างจนบางทีก็แทบทนไม่ไหว

แต่ความอดทนก็ทำให้เขาทำสำเร็จจนได้ เขาได้รับการยอมรับและเป็นที่รักของพนักงานทุกคน

“นี่กุญแจห้องครับ โซนบ้านดำตามที่คุณผู้หญิงต้องการ”คำพูดติดเล่นและกุญแจบ้านจากมือหนาถูกยื่นมาวางบนมือของหญิงสาว ร่างสูงเดินนำหน้าพราววลินและบุษบาเข้ามาในบ้านหลังเล็กสีดำด้าน โดยด้านในจะมีห้องนอนสองห้อง ห้องครัวและห้องน้ำ

มีเฟอร์นิเจอร์และของใช้ครบครัน เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงได้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รีสอร์ตเพตรายุภัคเป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของคนที่มาเข้าพัก เพราะทุกอย่างเหมือนบ้านที่เชิญชวนให้กลับมาเสียจริง “รีสอร์ตสวยจังเลยนะคะ”

“คุณแม่ของคุณรามโทรมาชวนน้าให้พาน้อง ๆ มาเที่ยวพักผ่อน แต่ไม่มีเวลามาสักที เพราะต้องทำขนมส่งลูกค้าไม่หวาดไม่ไหว”บุษบามองไปรอบ ๆ ก็นึกพอใจ หล่อนยังคงความสุภาพและสำรวมไว้เสมอ ซึ่งมันก็เป็นผลพวงด้านดีอย่างเดียวที่ได้มาจากบ้าน

ดุจประการรัตนา คือ เปลือกความเป็นผู้ดีที่เมื่อถูกอบรมมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถเป็นผู้ดีได้ทั้งนั้น

“แบบนี้ต้องอยู่เที่ยวนาน ๆ แล้วนะครับคุณน้า ผมมีที่เที่ยวแนะนำเยอะแยะเลยครับ ถ้าอยากไปไหนก็บอกได้เลย”

“งั้นน้าฝากด้วยนะคะ”

“เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะคะ”เธอพูดขัดจังหวะมารดาและชายหนุ่มด้วยท่าทีจับผิด เธอไม่เคยเห็นมารดาดูเห็นชอบกับทุก ๆ อย่างแบบนี้มาก่อน หรืออาจจะเพราะว่ามารดารู้จักมักคุ้นกับคนตรงหน้านี้อยู่แล้ว จึงทำให้เจ้าหล่อนเห็นดีเห็นงามกับเขาไปเสียทุกอย่างเช่นนั้นกัน “ก็คุณรามเขามีน้ำใจ เราก็ต้องรับไว้สิลูก”

หญิงสาวไม่พูดอะไรต่อ เธอขอตัวเข้าไปพักผ่อนในห้องที่ตนจองไว้ในใจ เหลือเพียงมารดาและรามินทร์ที่ยังยืนอยู่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น

“คุณรามอย่าไปถือสาน้องเลยนะคะ ยายพราวน่าจะเหนื่อยจากการเดินทางน่ะค่ะ”มารดาแก้ต่าง บางทีลูกสาวของหล่อนบทจะเงียบก็เงียบ บทจะพูดมากก็พูดมาก หรือคงเพราะทริปนี้เดินทางตั้งแต่เช้าทำให้พราววลินหมดพลังงานไปมาก ไหนจะได้รับข้อความจากหลาย ๆ คนส่งกันเข้ามาอีก ทำให้วันนี้ทั้งวันหล่อนไม่เห็นพราววลินยกมือถือขึ้นมาดูเลย

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมเข้าใจ เธอคงจะเหนื่อย”

“ขอบคุณนะคะ แต่จะว่าไปก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าคุณรามกับยายพราวจะมาเจอกันได้...เอ่อ พอดียายพราวเล่าให้น้าฟังแล้วล่ะค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ขอบคุณนะคะที่อยู่ข้าง ๆ น้อง ยายพราว..เห็นเป็นคนเข้มแข็งขนาดนั้น แต่ก็ยังมีความอ่อนแอซ่อนอยู่ข้างในนะคะ น้าไม่อยากให้น้องต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเลย”พูดไปก็ได้แต่ถอนหายใจและส่ายหน้าไปด้วย “คุณพราวเธอเป็นคนเก่งครับ อีกสักนิดเวลาจะทำให้เธอดีขึ้น”

“มันยากนะคะ การที่ต้องเจออะไรแบบนี้ซ้ำ ๆ ”

“เอาอย่างนี้ดีไหมครับ ในระหว่างที่อยู่ที่นี่ ผมจะช่วยทำให้คุณพราวยิ้ม จะช่วยให้เธอมีความสุขเท่าที่จะทำได้ ผมจะทำให้เธอลืมเรื่องพวกนั้นเอง”

....

แม่คะเสียงเรียกหลังจากตื่นนอนดังขึ้นในตอนเย็น หญิงสาวออกมาจากห้องนอนด้วยชุดนอนกระโปรงผ้าลินินสายเดี่ยวสีน้ำเงินคราม ด้วยความที่เป็นคนขี้ร้อน

ทำให้เธอไม่ได้สวมเสื้อคลุมออกมาด้วย อีกอย่างเธอก็อยู่กับแม่ของเธอแค่สองคน ไม่มีใครเห็นหรอก

“แม่”พราววลินเรียกบุษบาอีกครั้ง เธอมองซ้ายขวาแล้วก็ไม่เห็นว่าจะมีใครอยู่ หญิงสาวจึงเดินเข้าไปคว้ามือถือกดเบอร์โทรศัพท์ของมารดา แต่ยังไม่ทันที่จะได้กดโทร

เสียงประตูบ้านก็ดังขึ้นเสียก่อน “แม่ไปไห...”

ลูกสาวรีบร้อนเดินออกมาหาผู้เป็นมารดาด้วยความเป็นห่วง ดวงตาหงส์มองไปที่มารดาและคนที่มาด้วยกัน “ว้ายตายละยายพราว!”

บุษบาร้องเสียงหลง รามินทร์รีบหันหลังกลับไปมองประตูทันที เพราะตอนนี้พราววลินไม่ได้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมกับการรับแขก แต่กลับกันพราววลินกลับไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านหรือเหนียมอายเลยแม้แต่นิดเดียว

ก็เธอใส่ซับในอยู่ทั้งบนล่าง ทำไมจะต้องอายด้วย

“แม่ร้องทำไมคะ”

“ยังจะมาถามอีก ทำไมไม่ใส่เสื้อคลุมออกมา”

“ก็พราวเพิ่งตื่นนี่คะ แล้วแม่ก็ไม่ได้บอกว่าจะออกไปซื้อของ พราวจะไปรู้ได้ยังไงว่าคุณรามเขาจะมากับแม่ด้วย ว่าแต่ไปซื้ออะไรกันมาเหรอคะ”ยังคงทำหน้าซื่อเดินมาดูของในถุงผ้าจากมือของมารดาและชายหนุ่ม “ไปใส่เสื้อคลุมเลยพราว น่าเกลียดมาก”

“เกรงใจพี่เขาหน่อยสิลูก”

“พี่?”

“คุณรามเขาโตกว่าเราตั้งหลายปี ไป ๆ ไปใส่เสื้อคลุม ไม่งั้นก็ไปเปลี่ยนชุดเลย”บุษบาดันตัวลูก ไม่ให้พราววลินได้ถามคำถามอะไรต่อ หญิงสาวยิ้มเป็นแม่เสือสาวตัวแสบก่อนเดินกลับเข้าไปในห้องนอน

ไม่ถึงสิบนาที พราววลินออกมาด้วยชุดเสื้อยืดตัวโคร่งสีขาวและกางเกงผ้าลื่นขายาวตัวใหญ่สีดำ ผมยาวสลวยถูกรวบขึ้นและนำกิ๊บตัวใหญ่หนีบเอาไว้ ใบหน้ายังคงถูกแต่งเติมด้วยสีอ่อนอยู่เช่นเดิม เธอเดินเข้ามายืนมองมารดาและชายหนุ่มเจ้าของรีสอร์ตดัง กำลังย่างอาหารทะเลบนเตาปิ้งย่างอยู่ในสวนปาร์ตี้บริเวณบ้าน

“อะมาลูก กุ้งหัวมันย่างของโปรดหนูได้แล้วค่ะ”บุษบาเห็นลูกสาวยืนอยู่ไม่ไกลก็กวักมือเรียกเข้ามาทำให้รามินทร์เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาคมของหนุ่มลูกครึ่งมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างไม่เชื่อสายตา

แต่ใช่ นี่คือ พราว พราววลิน อาชาภักดิ์ ดาวค้างฟ้าที่กำลังโด่งดังมากในเวลานี้ เธอต่างจากคนที่อยู่บนเวทีในวันงานเปิดตัวโครงการใหม่ของปฐวีลิบลับ เรียกได้ว่านั่นคือความฝัน และนี่คือความเป็นจริง

แต่แบบนี้เธอก็ดูจะมีความสุขกว่าตอนที่ใส่ส้นสูงหรือเดรสสวย ๆ แบบที่เธอต้องใส่อยู่ทุกวันเสียอีก...แบบนี้ก็น่ารักดีเหมือนกัน

“มองหน้าฉันจนกุ้งจะไหม้แล้วค่ะ”เสียงหวานเอ่ยทัก รู้ตัวอีกทีเธอก็มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของเขาเสียแล้ว “ตกใจเหรอคะที่เห็นฉันในสภาพนี้”

“เปล่าครับ แค่รู้สึกแปลกใจที่เห็นคุณในชุดแบบนี้ แต่มันก็...”

“มันก็?”

“ก็..ก็ดูสบาย ๆ ดีเหมือนกัน เที่ยวทะเลก็ต้องแบบนี้แหละถึงจะดี”อยู่ ๆ ก็ปากหนัก จะชมว่าน่ารักก็ไม่พูดออกมาตรง ๆ อ้ำอึ้งอยู่นานเหมือนตัวเองเพิ่งเข้าวัยแตกหนุ่มไปได้ ชายหนุ่มได้แต่คิดอยู่ในใจ จะว่าไม่เคยเจอผู้หญิงมันก็ไม่ใช่ แต่สำหรับบางคนมันกลับทำให้เขาปากไม่ตรงกับใจ และบางคน ๆ นั้นก็คือพราววลิน

“จริง ๆ ก็ไม่ได้แต่งแบบนี้ทุกวันหรอกค่ะ แค่วันไหนที่อยากทิ้งทุกอย่างไป ก็จะไม่หลงเหลือภาพลักษณ์ของพราววลินที่ทุกคนรู้จัก”

“แต่คุณน่ะ พาแม่ฉันไปไหนมาไหนไม่เห็นบอกกันไว้เลย ปล่อยให้ฉันเป็นห่วงวิ่งหารอบบ้านอยู่ได้”แต่พราววลินก็ยังไม่ลืมเรื่องเมื่อครู่ เธอบ่นเขาไปหนึ่งอุบและเดินมานั่งกับมารดา เขาจึงเดินตามมานั่งข้าง ๆ เธอพร้อมกับวางจานอาหารทะเลจานสุดท้ายลงบนโต๊ะ

“ก็คุณน้าอยากทำของโปรดให้คุณทาน ผมก็ต้องพาไป จริงไหมครับคุณน้า”

“แม่ก็เหมือนกันค่ะ ไปไหนก็บอกพราวไว้หน่อยสิ”เธอพูดติดเล่น หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เริ่มปาร์ตี้อาหารทะเลโดยพยายามเอาใจพราววลินเป็นหลัก เพื่อให้เธอลืมเรื่องเศร้าไป

อย่างน้อยก็วันนี้

เสียงหัวเราะเงียบไปเหลือเพียงความเงียบของยามราตรี หญิงสาวเดินอยู่บนชายหาดฝั่งที่ใกล้กับรีสอร์ตเพตรายุภัค เสียงคลื่นและลมทะเลที่พัดซ่ามากลับทำให้ใจเธอสงบลงได้อย่างน่าประหลาด ทั้ง ๆ ที่คลื่นซัดโขดหินเต็มแรงเป็นตัวแทนของอารมณ์ที่รุนแรงแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่มีความรู้สึกแบบนั้นเลย หรือมันอาจจะเป็นเพราะเธอไม่ได้ทำอะไรแบบนี้มานาน เลยรู้สึกปลดปล่อยทุกสิ่งทุกอย่างเป็นพิเศษ

เพิ่งรู้ก็วันนี้ เพิ่งรู้ว่าตนเองเหนื่อยมาตลอด

พราววลินนั่งลงบนหาดทราย ในมือของเธอถือกิ่งไม้เล็ก ๆ และลงมือวาดลวดลายต่าง ๆ ที่อยู่ในหัวของตนเอง “สิ่งที่คุณคิดคือดอกไม้เหรอ?”

เสียงทุ้มอ่อนโยนดังอยู่เหนือหัว ชายร่างสูงนั่งลงข้าง ๆ ตอนนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงขายาวแบบปกติ “ฉันไม่ได้คิดอะไรสักหน่อย คุณคิดไปเอง”

“ว่าแต่ คุณยังไม่กลับอีกเหรอคะ”

“กลับ? คุณจะให้ผมกลับไปไหนล่ะ”

“ก็..กลับบ้านไงคะ”

“บ้านผมอยู่พังงา ถ้ามาที่นี่ก็นอนที่นี่”

“ถึงว่าสิ คุณเปลี่ยนชุดแล้ว มานั่งแบบนี้เดี๋ยวก็เปื้อนหรอกค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยเปลี่ยนใหม่ก็ได้”

“คุณดูไม่ถืออะไรดีนะคะ ทั้ง ๆ ที่ตระกูลของพ่อคุณก็ออกจะเป็นเศรษฐีจากสเปนแบบนั้น แม่คุณก็เหมือนกัน”

“ผมก็แค่มาสานต่องานของพวกท่านเท่านั้นเอง”เขายิ้มรับกับคำถามและมองทอดออกไป ดวงตาหงส์มองสำรวจใบหน้าหนุ่มลูกครึ่งก่อนจะมองไปที่แววตาของเขา

แม้เขาจะบอกว่าแค่มาสานต่อ แต่แววตาของเขาดูไม่มีความทุกข์เลยสักนิด เขาคงเป็นคนที่ถูกเลี้ยงมาอย่างดีและมีครอบครัวที่โอบล้อมไปด้วยความรัก เขาคงมีโลกที่ไม่เหมือนกันกับเธอ เพราะแววตาของเขา

แววตาของเขาสดใสไม่เหมือนกับเธอ

อิจฉา...

คำแรกในหัว

ไม่สิ ในใจต่างหาก

“แล้วคุณไม่มีความฝันอย่างอื่นบ้างเหรอคะ อย่างเที่ยวรอบโลก งานอดิเรก”

“ไม่มีหรอก”

“แต่สิ่งเดียวที่ผมอยากทำตอนนี้ คือทำให้ใครบางคนมีความสุข”คำตอบของเขาทำให้หญิงสาวชะงักไป ดวงตาสวยยังมองเขาอยู่ไม่หันไปไหน ส่วนคนโดนมองก็เบนหน้ากลับมาหาเธอเช่นกัน “จริง ๆ งานอดิเรกก็มีนะครับ”

“งานอดิเรกของผมคือการนอนน่ะ”คราวนี้มีรอยยิ้มเล็ก ๆ เกิดขึ้นบนหน้าของเธอ

“เหมือนกันเลยค่ะ อยากนอนอยู่เฉย ๆ ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องปวดหัว ไม่ต้องเครียดกับอะไรทั้งนั้น ถ้าฉันมีชีวิตแบบนั้นจริง ๆ ...ก็ดีเหมือนกัน”

“งั้นคุณต้องอธิฐานแล้วล่ะ”

“เขาว่ากันว่าถ้าเราอธิฐานกับพระจันทร์ยิ้ม จะทำให้ความฝันเป็นจริงนะครับ”เขามองไปที่พระจันทร์เสี้ยวที่มีดวงดาวส่องสว่างยืนเด่นอยู่สองดวงจนดูเหมือนพระจันทร์กำลังยิ้มอยู่

“คุณไปเอาความเชื่อนี้มาจากไหน”

“เอามาจากแม่น่ะ”

“ลองดูสิครับ”

หญิงสาวยังคงเลิกคิ้วกับคำบอกเล่า แต่ก็ยกมือขึ้นมากุมกันเอาไว้และหลับตาลง

พระจันทร์ยิ้ม ฉันขอให้ทุกคนที่ฉันรักมีความสุข ทั้งหลวงตา ทั้งแม่ ทั้งพนธ์กับพี ....และคนที่ช่วยเหลือฉันมาตลอด

รวมถึงตัวฉัน ฉันขอให้ตัวเองมีความสุข..สักครั้งในชีวิต

“อธิฐานว่าอะไรครับ?”ทันทีที่หญิงสาวลืมตาขึ้น รามินทร์ก็เอ่ยถามทันที

“บอกกันได้ด้วยเหรอคะ?”

“บอกได้สิ”

“ไม่บอกหรอกค่ะ เดี๋ยวไม่เป็นจริง”

“ขอบคุณนะคะที่วันนี้ยังอยู่เป็นเพื่อนฉันกับแม่”

“คุณขอบคุณผมหลายรอบแล้วนะครับ เก็บคำขอบคุณไว้ขอบคุณตัวเองดีกว่าที่ผ่านเหตุการณ์ร้าย ๆ มาได้แทบจะในทันที เขาเรียกอะไรนะ...อ๋อ! เจ็บแล้วจำ”

“นั่นสินะ ฉันควรเก็บคำขอบคุณไว้ขอบคุณตัวเองบ้าง แต่ปกติฉันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกค่ะ ฉันไม่เคยอยากจะแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเลยด้วยซ้ำ ฉันไม่เคยชอบตัวเองที่อ่อนแอเลย แต่หลังจากนี้...ฉันคงจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้วล่ะ!”เธอยืดตัวขึ้นและยิ้มกว้างออกมา แต่มันก็แค่เสี้ยวหนึ่งเท่านั้น มันไม่ใช่ยิ้มแบบเต็มดวงแต่ก็ถือว่าเธอพยายามได้เป็นอย่างดี

ในสายตาของเขา

“งั้นผมขอบ้าง”

“ผมขอให้วันนี้..คุณฝันดี”

“ฝันดีนะครับ”

....

สองวันต่อมา พราววลินเริ่มยิ้มมากขึ้น ถึงแบบนั้นก็ยังมีบ้างที่กลับไปเซื่องซึม เพราะบางที่ที่ไปก็ทำให้เธอนึกถึงหมอภูภูมิอยู่ แต่โชคดีที่คนข้างกายยังดึงให้เธอกลับมาอยู่ในโลกความเป็นจริงได้ ทำให้ส่วนใหญ่เธอยิ้มมากกว่าจะเศร้า

วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่รามินทร์พาเธอกับมารดาไปเที่ยวที่วัดดังของจังหวัด พอดีผู้เป็นมารดาอยากจะไปเที่ยววัดสักที่ และถือโอกาสให้เธอทำบุญล้างซวยไปด้วยเลย วันนี้จึงกลายเป็นวันที่เธอและรามินทร์ตามใจบุษบาแทน

แต่เมื่อทำบุญเสร็จ ไม่ทันจะได้พูดอะไรกัน มือถือของบุษบาก็ดังขึ้น เป็นสายจากป้าอ้อ ผู้เป็นแม่บ้านโทรเข้ามา “หนูอยู่กับคุณรามก่อนนะคะ แม่ขอไปรับสายป้าอ้อแปบนึง”

พราววลินพยักหน้าให้ เธอละความสนใจจากมารดาและดึงแขนรามินทร์เข้ามาใกล้

“ถ่ายรูปกันค่ะ”มือเรียวชูมือถือขึ้นสูง แต่ความสูงของเธอกับเขาช่างต่างกันเหลือเกิน เธอไม่สามารถชูแขนให้สูงไปมากกว่านี้ได้แล้ว ทำให้เธอหันแขนเปลี่ยนทิศยื่นมือถือให้เขาแทน

“คุณเป็นคนถือนะคะ คุณสูงเกินไป แขนฉันชูได้แค่นี้”เธอทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำเอาอีกคนถึงกับหลุดหัวเราะน้อย ๆ ในลำคอและรับมือถือของเธอไปถ่ายรูป อีกทั้งยังรับบทเป็นตากล้องจำเป็นให้กับดาวค้างฟ้าคนสวยจนเธอได้รูปที่พอใจมาแล้วหลายรูป ประจวบเหมาะกับบุษบาเดินเข้ามาพอดี “ป้าอ้อว่ายังไงคะแม่”

“ป้าอ้อบอกว่ามีลูกค้าประจำมาสั่งขนมร้อยกล่อง ส่งวันเสาร์ที่จะถึงนี้น่ะ แม่ว่าแม่อาจจะต้องกลับก่อน ถ้าหนูอยากอยู่ที่นี่ต่อก็อยู่ต่อเลยนะลูก เอาให้ตัวเองสบายใจก่อนแล้วค่อยกลับกรุงเทพฯ หรือว่ายังไงดี?”

“อืม...พราวอยากอยู่ที่นี่อีกสักหน่อย ถ้างั้นเดี๋ยวตอนเช้าพราวไปส่งแม่นะคะ”

เช้าวันรุ่งขึ้น รามินทร์ยังคงใจดีขับรถไปส่งบุษบาที่สนามบินโดยมีหญิงสาวนั่งไปด้วย หล่อนยังคงฝากฝังรามินทร์ให้ดูแลพราววลินตั้งแต่ขึ้นรถจนถึงใกล้เวลาขึ้นเครื่อง เรียกได้ว่าต้องพยักหน้ารับกันทุกนาทีเลยทีเดียว “น้าฝากดูแลน้องด้วยนะคะคุณราม ยายพราวเลี้ยงง่ายแค่ขี้ร้อนกับเลือกกินนิดหน่อย”

“แม่คะ แม่พูดเรื่องนี้มาร้อยรอบแล้วนะ พราวไม่ได้อะไรขนาดนั้นสักหน่อย

อีกอย่างพราวก็โตแล้วนะ ไม่ต้องให้ใครมาดูแลหรอกค่ะ”

“จ้าแม่คนเก่ง แม่รู้ว่าหนูดูแลตัวเองได้ แต่แม่ก็อดห่วงหนูไม่ได้อยู่ดี ยังไงก็ฝากน้องด้วยนะคะ”บุษบาหันบอกรามินทร์อีกครั้ง รามินทร์เองก็รับปากตามภาษาคนโตกว่าว่าจะดูแลพราววลินให้กับมารดาของเธอ

“คุณไม่น่าไปรับปากแม่แบบนั้นเลย ลำบากตัวเองเปล่า ๆ ”

“ไม่เห็นจะลำบากอะไรเลยครับ เลี้ยงเด็กคนเดียวสบายมาก”

“ใครเป็นเด็ก ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย”

“ก็คุณอายุน้อยกว่าผมตั้งหลายปี จริง ๆ เรียกผมว่าพี่ก็ได้นะครับ เพราะยังไงบ้านเราก็รู้จักกันอยู่แล้ว”

“ฉัน...ฉันไม่ชอบเรียกใครว่าพี่ค่ะ”เธอล่ะอยากจะตบปากตัวเองจริง ๆ แต่อุตส่าห์เรียกคุณมาถึงขนาดนี้แล้ว จะให้เปลี่ยนมาเรียกพี่มันก็รู้สึกแปลก ๆ อย่างภูภูมิที่เรียกพี่ภูก็เป็นเพราะว่าเขากับเธอรู้จักกันมาก่อนตั้งแต่สมัยเรียน ตอนนั้นเรียกพี่นั่นแหละถูกแล้ว

แต่พอไม่ได้อยู่ในสถานะของนักศึกษา มันก็ทำให้เธอไม่รู้จะเรียกคนอื่นด้วยคำว่าอะไรดี

“โอเคครับ ไม่ก็ไม่”รามินทร์กล่าวอย่างไม่คิดอะไร แต่เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะในช่วงแรกให้เธอเรียกพี่ก็คงจะไม่ดี เธอเป็นดารา คนอื่นจะเอาไปมองเป็นประเด็นได้

แต่เมื่อก่อนก็เคยเรียกพี่แท้ ๆ ใจลึก ๆ ก็แอบเสียใจเหมือนกันนะเนี่ย

วันนี้รามินทร์ก็พาเธอไปเที่ยวในสถานที่ต่าง ๆ อีกเช่นเคย จนมาสุดที่หาดทรายสวย รามินทร์ยังคงต้องรับบทเป็นตากล้องจำเป็นให้พราววลินอีกเช่นเคย เพราะนอกจากเขาจะตามใจเธอแล้ว เขายังถ่ายรูปสวยถูกใจเธออีกด้วย

“กลับไปคุณคงต้องเลี้ยงข้าวผมเป็นค่าจ้างแล้วนะ”

“ได้เลยค่ะ คุณอยากทานอะไร เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง”

“อืม..งั้นเดี๋ยวผมพาคุณไปร้านอาหารใกล้ ๆ แถวนี้ดีกว่า ตอนเย็นจะได้กลับมาดูพระอาทิตย์ตกที่นี่กัน ชาวบ้านบอกว่าที่หาดนี้พระอาทิตย์ตกสวยมากเลยนะ”

“คุณดูรู้จักชาวบ้านแถวนี้เยอะแยะเหมือนกันนะคะ”

“ตอนเข้ามาดูแลกิจการใหม่ ๆ ผมก็ต้องมาสำรวจพื้นที่ก่อนอยู่แล้วครับ ถ้าไม่ผูกมิตรกับชาวบ้านเอาไว้ ก็อาจจะแย่ก็ได้ แล้วก็ยังได้ไอเดียดี ๆ จากชาวบ้านด้วยนะ”

“คุณน้าบอกว่าคุณเองก็ทำธุรกิจเสริมความงาม”

“ใช่ค่ะ จริง ๆ ฉันไม่ค่อยชอบแต่งหน้าหรอก ตอนที่ยังไม่ได้ทำธุรกิจนี้ฉันก็ทาแค่ครีมกันแดดกับลิปมันออกจากบ้านเหมือนกัน แต่พอมาทำก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ของผู้บริหารผลิตภัณฑ์เสริมความงามเอาไว้ ก็เลยต้องแต่งหน้าทุกวัน”

“แล้วตอนนี้คุณชอบมันขึ้นมาบ้างหรือเปล่าล่ะ”

“ก็...ชอบขึ้นมาบ้างแล้วล่ะค่ะ มันสนุกดีนะคะ บางทีฉันก็ถ่ายวิดีโอโฆษณาด้วยตัวเอง บางวันฉันก็ชอบเห็นตัวเองเวลาสวย ๆ เหมือนกัน”

“งั้นคุณก็รู้ไว้เลยนะครับว่า คุณสวยมาก สวยทุกวัน”คำชมจากชายหนุ่มทำให้

พราววลินหันกลับมามองแทบจะทันที เพราะมีบางอย่างเกิดขึ้นในใจของเธอ

คนบ้าอะไร ปากหวานได้โล่เลย เธอคิดในใจ

“ปากหวานขนาดนี้ น่าจะมีผู้หญิงมาติดเยอะน่าดูเลยนะคะ”

“ผมไม่ได้พูดแบบนี้กับใครหรอกนะ จะให้ไปพูดกับต้นยาง ต้นมะม่วงก็ไม่ได้”

“สรุปว่าที่เพื่อนคุณแซววันนั้นเป็นเรื่องจริงเหรอคะ”

“ก็..จริงครับ จริงมาก ๆ ”เขายอมรับกับเธออย่างไม่อาย

ทั้งสองคนเดินคุยกันไปเรื่อย ๆ จนมาถึงร้านอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับชายหาด เขาและเธอนั่งทานข้าว นั่งคุยกันจนเธอเริ่มรู้จักเขามากขึ้นเรื่อย ๆ แถมมันยังทำให้ตัวเธอเองผ่อนคลายขึ้นมากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว และกว่าจะทานอาหารเสร็จเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้ตกดิน รามินทร์และพราววลินจึงเดินกลับมาที่เดิม

เสียงนกบินผ่านไป เสียงคลื่นทะเลและอากาศที่เริ่มเย็นขึ้น แสงสีจากธรรมชาติตรงหน้าผสมผสานกันได้อย่างลงตัว พระอาทิตย์ตกดินที่ชาวบ้านบอกว่าสวยมาก ๆ มาอยู่ตรงหน้าของเขาและเธอแล้ว “สวยมากเลยค่ะ”

“ใช่ครับ สวยมาก”

แสงทองที่ตกกระทบใบหน้าของพราววลิน แววตาเป็นประกายของเธอทำให้เขาตกอยู่ในห้วงภวังค์อีกครั้ง และเธอก็หันกลับมามองหน้าเขาอีกครั้งเช่นกัน

ความเงียบที่มีเพียงเสียงธรรมชาติ ไม่มีเสียงคน ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ ทำให้คนสองคนเข้าใกล้กันมากขึ้น และมากขึ้นไปอีก หรือนี่จะเรียกว่า

‘คนสองคนกำลังตกหลุมรักกัน’

ไม่รู้เลย…

ใบหน้าหล่อลูกครึ่งสเปนเริ่มโน้มลงมาใกล้ จมูกสันโด่งตามฉบับสัมผัสกับปลายจมูกมนก่อนจะประทับริมฝีปากหนาเข้ากับริมฝีปากอวบอิ่มของเธออย่างแผ่วเบา

นุ่มนวลและอ่อนโยน ทำให้เธอตอบรับเขาอย่างง่ายดาย

แต่เพียงแค่เสี้ยวนาที เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น ทำให้ทั้งสองคนต้องผละตัวออกจากกันในทันที ใจเจ้ากรรมของเธอเริ่มไม่ภักดีกับเจ้าของ มันเต้นแรงขึ้นจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ พราว! หยุดเดี๋ยวนี้นะ เธอจะมาใจเต้นแรงแบบนี้กับเขาไม่ได้! เธอนึกในใจ

“คุณพราวอยากกลับเลยหรือเปล่าครับ พอดีผู้จัดการโทรมาว่ามีปัญหานิดหน่อย”ส่วนอีกคนก็ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าตอนนี้มีเรื่องด่วนเข้ามาขั้นกลาง ทำให้บทสนทนาไม่ได้ติดขัดมากจนเกินไป “ไปสิคะ พราวอยากพักผ่อนแล้ว”

เธอพยายามควบคุมไม่ให้เสียงตนเองสั่น ความรู้สึกนี้เหมือนครั้งที่เจอกับ

หมอภูภูมิครั้งแรก...ความรู้สึกเดียวกันแต่คนละคน

ทั้งสองคนเดินทางกลับมาที่รีสอร์ตเพตรายุภัค เขาส่งเธอเพียงแค่หน้าประตูบ้านเท่านั้นและรีบเดินกลับออกไปเพื่อที่จะไปล็อบบี้ของรีสอร์ต

แต่เมื่อชายหนุ่มเดินกลับออกไป ก็มีมือ ๆ หนึ่งคว้าตัวเธอพร้อมกับปิดปากเธอเอาไว้และใช้แรงพาตัวเธอเข้ามาที่พักของเธอเอง “อื้อ!!”

“หยุดดิ้นนะพราว!!”

“พี่ภู!”

[1]  เยอะแยะ มากมาย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 12 รักแท้ต้องใช้เวลา

    ตอนที่ 12รักแท้ต้องใช้เวลาพราววลินหันกลับไปมองคนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ดวงตาหงส์มองหญิงสาวตั้งแต่หัวจรดเท้า รุ้งแก้วปรับการแต่งตัวใหม่ เธอใส่ชุดคลุมท้องกระโปรงยาวและรองเท้าคัชชูไม่มีส้นแทน ต่างจากพราววลินที่ยังแต่งตัวด้วยชุดสวย ๆ และรองเท้าส้นสูงดูสง่าและอีกคนที่เธอเจอคือภูภูมิ ซึ่งเดินเลือกของใช้เด็กทารกอยู่ไม่ไกลจากจุดที่เธอและรุ้งแก้วยืนอยู่เท่าใดนักให้ตายเถอะ ห้างสรรพสินค้าก็ออกจะเยอะแยะ ทำไมเธอต้องมาบังเอิญเจอกับสองคนนี้ด้วย เสียอารมณ์เป็นบ้าเลย“พี่พราว”พราววลินไม่ได้สนใจฟังเสียงของรุ้งแก้วที่เรียกเธอ หญิงสาวทำหูทวนลมและเลือกดูขวดนมที่ดีที่สุดให้กับลูกชายของณิชชยา จนกระทั่งภูภูมิหันมาเจอเธอเข้าพอดี ด้วยความอาลัยรักที่มีต่อพราววลิน ทำให้ชายหนุ่มรีบเดินเข้ามาใกล้ แต่ดันถูกรุ้งแก้วส่งสายตาไม่พอใจไปให้เสียก่อน“พี่พราวมาเลือกดูของใช้เด็กไปให้ใครเหรอคะ”“หรือว่าเอาไปใช้เอง”“...”“พราวเป็นยังไงบ้าง พี่เห็นพราวไปทำบุญกับคุณแม่มา”“...”“พี่พราวก็น่าจะมีความสุขดีนั่นแหละค่ะ เขาไม่ต้องมานั่งทุกข์ใจเหมือนเราสองคน”ไม่วายเอ่ยปากแขวะพี่สาวคนโตของตระกูล แต่กลับกันหลายคำที่พ่นใส่พราววลิน

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 11 รู้สึกจี๊ดในใจ

    ตอนที่ 11รู้สึกจี๊ดในใจวันต่อมาพราววลินได้พารามินทร์มาที่ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังสุดโปรดของเธอ เธอจัดการเลือกชุดกระโปรงและชุดน่ารักเหมาะกับวัยให้กับปัญณพรอยู่หลายชุด แถมยังเลือกเผื่อตัวเองไปอีกสองสามตัว “ทั้งหมดสองหมื่นสามพันสี่ร้อยสิบหกค่ะ”“นี่ครับ”“เดี๋ยวค่ะ ชุดฉันต้องคิดแยกนะคะ”“ไม่เป็นไรครับ ใช้บัตรนี้แหละ”รามินทร์ยื่นบัตรเครดิตให้กับพนักงานอีกครั้ง ทำเอาพนักงานแคชเชียร์ที่รู้จักพราววลินอยู่แล้วยืนมองตาค้างว่า นี่น่ะหรือ ผู้ชายปริศนาที่เป็นข่าวกับดาราสาวตรงหน้า สายเปย์เสียไม่มี“คุณเอาเลขบัญชีมาด้วยนะคะ ฉันจะได้โอนคืน”ออกจากร้านมา เธอก็สะกิดเขาหยิก ๆ แต่เขากลับไม่ฟังเธอเลยแม้แต่น้อย แถมยังเข้าร้านรองเท้าผู้หญิงต่อด้วย“เลือกช่วยผมอีกหน่อยสิครับ”“คุณได้ฟังที่ฉันพูดบ้างไหมคะเนี่ย”“ผมไม่เห็นได้ยินอะไรเลย พูดใหม่สิครับ”ด้วยความสูงที่ต่างกันมากทำให้เขาต้องโน้มตัวก้มลงมาฟังเธอ นี่เขาจะล้อว่าเธอเตี้ยหรือไง“ฉันบอกว่าให้เอาเลขบัญชีมา จะโอนเงินค่าชุดคืน”“โอ๊ย ไม่ได้ยินเลย ก้มตัวนานปวดคอแล้วเนี่ย”เขาทำท่าไม่รู้ไม่ชี้และก่อนที่เธอจะเหวอ ก็มีพนักงานเดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้ม หญิงสา

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 10 ท่ามกลางแสงอุ่น

    ตอนที่ 10ท่ามกลางแสงอุ่น“คิด”“คิด? คิดอะไร อย่ามาพูดมั่วนะ”“ก็คุณถามว่าคิดหรือเปล่า ผมก็ตอบว่าคิด ผมไม่ได้พูดมั่ว ๆ สักหน่อย”พราววลินเม้มปาก ตอนนี้เธอรู้สึกหูแดงหน้าแดง พยายามไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา แต่มันช่างดูโก๊ะในสายตาของเขาเสียจริงนี่เพิ่งเคยเห็นคนอย่างพราววลินมีท่าทีแบบนี้เป็นครั้งแรกเลย“เด็กน้อยก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำ”มือหนายกมือลูบหัวโดยที่เธอไม่ได้ทันตั้งตัว แสงอุ่นจากดวงไฟที่ส่องตามทางทำให้เธอเผลอยอมรับกับตัวเองว่าตกหลุมรักเขาเข้าจริง ๆ แล้ว“ไม่ ๆ ! พราวไม่! คุณเอามือออกจากหัวพราวเลยนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าพร้อมกับดึงมือเขาออกและรีบเดินนำหน้ากลับไปที่ห้องพัก โดยมีเสียงหัวเราะน้อย ๆ ของรามินทร์ตามหลังมาทั้งสองคนนั่งทานอาหารมื้อดึกกันอยู่ที่ริมระเบียงห้อง เห็นวิววัดวาอารามกับงานเทศกาลที่เพิ่งเริ่มจัดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา“เห็นว่างานจะจัดก่อนวันจริงสองวัน ผมว่ามารอบนี้มันก็คุ้มดีนะ คุณเที่ยวได้จุใจเลย”เขานั่งพิงพนักพิงมองคนที่กำลังทานอาหารด้วยความเอร็ดอร่อยจนเธอรู้ตัววางช้อนลง“ไม่ทานต่อเหรอครับ?”“ก็คุณนั่งมองหน้าฉัน ฉันจะทานลงได้ยังไงล่ะคะ คุณนั่นแหละ ทำไ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 9 เที่ยว

    ตอนที่ 9เที่ยว“ก็รอมาตั้งนานแล้ว ทำไมแค่นี้จะรอต่อไปไม่ได้”ประโยคนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของพราววลิน หลังจากที่ไฟกลับมาเป็นปกติแล้ว เธอก็ขอตัวกลับห้องของตนเองทันที แต่ก็ยังคงเดินไปเดินมาจนป่านนี้ก็ยังไม่หลับไม่นอน“โอ๊ย! พราว! แกเป็นบ้าอะไรของแกเนี่ย ตื่น ๆ อย่าหลงกลคำพูดพวกนั้น”มือเรียวตบหน้าตัวเองเบา ๆ เรียกสติ แต่เธอก็พูดแบบนี้อยู่เป็นสิบครั้ง ไม่เห็นว่ามันจะได้ผลสักครั้งเธอเกลียดตัวเองที่สุดเลยเขาทำดีด้วยแค่นี้ก็หวั่นไหวซะแล้ว“นี่ใจหรือกระดาษเนี่ย บางเก่งจริง ๆ เลย”ตึก ตึก ตึก ตึก...เสียงใจยิ่งตอกย้ำ หญิงสาวยกมือขึ้นกุมกลางใจ แม้ว่าเธอจะจำหลาย ๆ สิ่งเกี่ยวกับเขาไม่ได้ แต่สัญชาตญาณความผูกพันบางอย่างก็เริ่มทำงานพราววลินเดินมาที่ตู้หนังสือ กล่องไม้สีอ่อนถูกจับออกมา กล่องไม้กล่องนี้คือกล่องเก็บความทรงจำใบเดียวที่เธอมีและไม่เคยเปิดมันขึ้นมาอีก มือเรียวเปิดฝากล่องออก มงกุฏดอกไม้ที่แห้งจนกรอบไปแล้วยังคงอยู่ในนั้นพร้อมกับอัลบั้มรูปภาพปกขาวนิ้วแตะสัมผัสกับมงกุฏขนาดเท่าศีรษะในตอนเด็กก่อนจะค่อย ๆ ยกมันมาวางบนเตียงอย่างเบามือและหยิบอัลบั้มรูปเก่าเก็บออกมาเสียงซองรูปค่อย ๆ ดังขึ้นเบ

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 8 สั่นไหว

    ตอนที่ 8สั่นไหวกรุงเทพมหานครพราววลินรีบสับเท้าเดินเข้ามาในโรงพยาบาลอย่างรีบร้อน โดยที่เธอไม่ได้สนใจคนรอบข้างที่กำลังมองดูหรือถ่ายคลิปเธออยู่เลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลวงตาปราบปริญที่กำลังนอนให้น้ำเกลืออยู่ตอนนี้“แม่คะ พี”“พราว”บุษบาลุกขึ้นยืนและรีบเดินเข้าไปกอดลูกสาว สักครู่หนึ่งรามินทร์ก็เดินตามเข้ามาที่ทำแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้เป็นจุดสังเกต เพราะดูจากท่าทางแล้ว ข่าวของเธอคงยังไม่ได้ซาไปมากนัก หากมีข่าวว่าเดินเข้าโรงพยาบาลมาพร้อมกับผู้ชายที่ไหน พราววลินจะถูกครหาจากคนนอกได้“คุณราม”“สวัสดีครับคุณน้า”“หลวงตาเป็นยังไงบ้างคะแม่”“ยังทรง ๆ ตัวอยู่ แม่ใจไม่ดีเลยพราว”“แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ พราวจะหาหมอที่เก่งที่สุดมารักษาหลวงตาเองค่ะ”“แม่ขอโทษนะที่ทำให้ลูกลำบาก”“แม่ แม่ไม่ต้องโทษตัวเองหรอกค่ะ เรื่องเจ็บเรื่องป่วย ยังไงเราทุกคนก็ต้องช่วยกันดูแลอยู่แล้ว”เธอกอดปลอบมารดาอีกครั้ง เวลานี้คนที่มีสติที่สุดในครอบครัวคงจะมี แค่พราววลินเท่านั้นหญิงสาวผละออกจากมารดา เธอเดินเข้าไปหาหลวงตาปราบปริญและยืนอยู่ในระยะที่เหมาะสม “หลวงตาคะ”เสียงของหลานสาวดังขึ้นข้างหู หลวงตาปราบปริญลื

  • You are my everything ความรักของเขา...คือเธอ   ตอนที่ 7 ดาว

    ตอนที่ 7ดาวขาเริ่มขยับตามจังหวะในหัวใจ คนสองคนเต้นรำกันใต้แสงจันทร์ ช้า..เนิบ ราวกับอยากหยุดเวลาไว้ ณ ที่ตรงนี้ แววตาแพรวพราวของหญิงสาวบอกได้เพียงว่าเธอกำลังรู้สึกสบายใจ ไม่ได้บอกถึงความรู้สึกภายในใจที่ยังหลับอยู่ แต่กลับกันสายตาของเขากลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาด มันเป็นความรู้สึกเดียวกันกับครั้งที่เธอเจอคนรักเก่าเป็นครั้งแรก แต่พอคิดไป ความรู้สึกอบอุ่นมันหายไปนานมากแล้ว เธอไม่รู้ว่ามันหายไปตั้งแต่ตอนไหน หายไปได้ยังไง แต่ตอนนี้มันกลับมาอีกครั้ง จากคนที่บังเอิญเจอกัน จากคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเธออบอุ่น แต่ไม่รู้ว่ามันเป็นความรู้สึกของอารมณ์อะไรอารมณ์หลง อารมณ์ใคร่ อารมณ์รัก อารมณ์ห่วงใยต่อให้เธอจะเป็นคนเก่งแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถแยกอารมณ์เหล่านี้ออกจากกันได้ สายตาของเขาอาจจะมีทุกอารมณ์อยู่ในนี้ก็เป็นได้แต่บางทีมันอาจจะเป็นแค่อารมณ์หลง เขาอาจจะกำลังหลงรูปภายนอกของเธอ“พราวเหนื่อยแล้วค่ะ”ขาเรียวหยุดกึ่ก เธอละมือลงจากไหล่กว้างของอีกฝ่าย ความไม่มั่นคงในจิตใจทำให้เธอตัดสินใจบอกฝันดีเขาและหันหลังกลับเข้าบ้านไป ปล่อยให้อีกคนมองตามหลังเข้าไปด้วยความไม่เข้าใจอยู่ครู่หนึ่ง แต

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status